Cycle Oregon Week Ride 2013...วันนี้มุ่งหน้าสู่เมือง Burns…..
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- PuiMerida
- ขาประจำ
- โพสต์: 460
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 14:42
- Tel: 0859125777
- team: Merida Thailand by Cyclesport
- Bike: Merida Reacto Team, Merida Scultura 9000
- ตำแหน่ง: ศรีราชา
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop
มารอติดตามอ่านครับผม
Merida Thailand by Cyclesport --> Krich Merida Thailand--> Merida Thailand Fanclub
- ขุนช้าง
- ขาประจำ
- โพสต์: 639
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
- team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
- ติดต่อ:
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop
ผมตื่นขึ้นมากลางดึกเอาไอโฟนมาดู...ตีหนึ่งกว่า จำเป็นต้องออกมาจากเต๊นท์ เพราะ “ปวดฉี่” สงสัยเป็นเพราะว่าก่อนนอนคงจะรับเบียร์เยอะไปหน่อย จำได้ว่าสักสี่ถึงห้าแก้วใหญ่ ก็เลยจำเป็นต้องออกมากทำธุระทั้งๆที่รู้สึกได้เลยว่าอากาศข้างนอกนั้นหนาวจริงๆ อ้อ...ลืมบอกไปอย่างหนึ่ง...สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับงานนี้คือ ไฟฉายติดหน้าผาก ไฟฉายของผมดีมากปรับความสว่างของไฟได้สามระดับ เพราะถ้าสว่างเกินไปใช้ในเต๊นท์ก็จะแสบตา และเดินออกมาก็ไม่ต้องเปิดความสว่างแรงมาก เพราะเกิดฉายไปโดนเต๊นท์คนอื่นแล้วจะเป็นการรบกวนเขา เผื่อบางคู่เขากำลังมีความสุขกันอยู่ เขาอาจจะตกใจได้....คิกๆ
ออกมากข้างนอกด้วยชุดกันหนาวครบเครื่อง ดีเหมือนกัน...ออกมาดูซิข้างนอกเป็นยังไงกันบ้าง บรรยากาศเงียบสนิท มองไปรอบตัวเห็นคนบางคนเดินเข้าออกเต๊นท์สักสองสามคน สงสัยไปห้องน้ำเหมือนกับผม เพราะจำนวนไม่น้อยที่อายุเข้าเกณฑ์ชราจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำตอนกลางคืน เงยไปบนท้องฟ้า...โอ้โห....ดาว ดาวครับดาว ดาวเต็มท้องฟ้า สดใส สว่าง เป็นหมอกแบบเป็นฝ้าขาวและมีสีสรรเป็นช่วงๆสวยงามเป็นแนวขวางท้องฟ้า เลย เอ....นี่เรากำลังเห็นแกแล็กซี่ทางช้างเผือกเลยนี่นา ไม่ใช่แกแล็กซี่อาบอบนวดแถวบ้านผมน๊ะนั่นมันอะไรก็ไม่รู้ ก็นึกกับตัวเองว่า “ดีใจจังเลยที่ได้เห็น” เพราะถ้าอยู่บ้านเราไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เห็นแบบนี้ เพราะอากาศบ้านเราชื้น มีเมฆมาก และแสงรบกวน....แต่ที่นี่อากาศแห้งและวันนี้ไม่มีเมฆให้เห็นเลยท้องฟ้าโล่ง ไม่ทันไรก็ตัดสินใจไปฉี่ก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะไม่ทันการ....ก็เดินไปสัก 100 เมตร เข้าห้องน้ำ..ทำธุระเสร็จก็ล้างมือ เดินกลับมาที่เต๊นท์ กลับมายืนเงยหน้าดูดาวาและทางช้างเผือกบนท้องฟ้าอีกสักพักด้วยความชื่นชมกับสิ่งไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นในชีวิตของเรา คิดว่าจะเอาไอโฟนมาถ่ายรูปแต่ก็ผลัดว่าเอาไว้วันหน้าค่อยถ่ายก็แล้วกัน คิดว่าคงมีโอกาสเห็นดาวเยอะๆเต็มท้องฟ้าแบบนี้ตลอด 7 วันของการนอนเต๊นท์ แต่ในที่สุดเราก็คิดผิด ผมไม่มีอากาสที่จะเห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวและแกแล็กซี่ทางช้างเผือกแบบนี้เลยตลอดเวลาในการปั่นทริปนี้.....ไม่น่าเลย....ไม่เป็นไร เราเก็บไว้เป็นความทรงจำ ด้วยความหวังว่าเราจะกลับมาอีก....อีกไม่นานเกินรอ
กลับเข้าเต๊นท์ สอดตัวเข้าไปในถุงนอนอันแสนจะอุ่น ขอบอกหน่อยว่าถุงนอนของเขาหนานุ่มจริงๆ ถึงแม้จะเก่าและมีรอยปริบ้าง แต่ถุงนอนแบบนี้คงจะหาซื้อบ้านเราไม่ได้ เพราะของบ้านเราไม่หนาแบบนี้ และถ้าเอาถุงนอนอันนี้ใปใช้ที่บ้านเราคงใช้ไม่ได้เพราะมันหนาจริงๆ คงได้เฉพาะตอนอุณหภูมิต่ำกว่า 5-7 องศา คงจะร้อนเกินไปสำหรับใช้ในบ้านเรา ยกเว้นกรณีหนาวสุดๆ พอสอดตัวในถุงนอน....หัวถึงหมอนผมก็หลับไปด้วยความปลื้มอย่างไม่รู้ตัว
ราวตีห้ากว่าๆ ผมก็ถูกปลุกด้วยเสียคนเดินไปมา และบ้างก็กำลังออกจากเต๊นท์ ผมยังคงนอนต่อสักพักด้วยความขี้เกียจ แต่นอนต่อได้ไม่นาน ก็คิดว่ารีบออกมาดีกว่าเดี๋ยวเกิดขลุกขลักอะไรจะได้มีเวลาแก้ไข ผมตื่นออกมาจากเต๊นท์พร้อมชุดกันหนาว เพื่อตรงเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ตอนเช้าอากาศยังคงหนาวจับใจ เดินออกมาได้ไม่กีก้าวเห็นพวกเด็กๆ ชาวบ้านยืนจับกลุ่มรอเป็นสิบคนท่ามกลางความหนาวเย็น เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กๆมาเพื่อช่วยขนกระเป๋าให้เราขึ้นรถ ต้องยกย่องพวกเด็กๆพวกนี้ที่เดียว เด็กบ้านเราเท่าที่เห็นไม่สามารถทำได้แบบนี้เลย ทั้งๆที่อากาศหนาวมากๆ และไม่มีผู้ใหญ่มาคอยกำกับ เค้ายังมารอคอยบริการพวกเราตั้งแต่ยังไม่สว่าง.....น่าชื่นชมจริงๆ
การเข้าห้องน้ำก็ต้องตามประเพณีเค้าคือ...เข้าแถว เค้าจะยืนเข้าแถวห่างจากห้องน้ำพอควร ไม่มีการแย่งลัดคิว เพราะถ้าใครเผลอกำลังเข้าห้องน้ำลัดคิดจะมีคนตะโกนบอกทันที่ว่า we are in line…. มีบ้างเหมือนกันที่เผลอแต่เป็นเพราะไม่สังเกตว่าคนเขากำลังเข้าแถวกันอยู่.......เสร็จธุระเข้าห้องน้ำออกมาก็แปรงฟัน....ยังดีเราไม่โกนหนวดเหมือนพวกฝรั่งเขา เพราะการโกนหนวดแบบใช้ใบมีดมันเสียเวลาจริงๆ ยืนรอแถวพวกนี้ต้องใจเย็นทั้งคนรอและคนโกน มิฉะนั้นคงจะได้บาดเจ็บกันบ้าง....ซึ่งเราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็ไม่ลืมที่จะเอากระดาษที่เราเช็ดหน้ามาเช็ดอ่างล้างหน้าให้แห้ง...ก็ทำตามเค้าจะได้กลืนๆไป แต่ว่าจริงแล้วก็เป็นมารยาทที่ดี จนมาตอนนี้ผมก็พยายามทำทุกครั้งที่ทำได้แม้อยู่ในบ้านเราก็ตาม
กลับไปที่เต๊นท์....อาเล็นตื่นแล้ว เซ....ไฮกัน คุยกันนิดหน่อยก็ต้องรีบเข้าเต๊นท์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดจักรยาน เพราะรอบข้างคนก็กำลังเก็บเต๊นท์กันจ้าละหวั่น แต่งตัวเสร็จก็รีบออกมากจัดแจงข้าวของ แลดูมันยุ่งไปหมด จะเอาอะไรใส่ตรงไหนใส่ไปใส่มารู้เลยว่าเราไม่สามารถจะเอาไปได้หมด เพราะไอ้เจ้าถุงนอนอันเบ่อเร่อที่ได้มาใช้เนื้อที่ในกระเป๋าใบใหญ่สัก25% ดูแล้วกระเป๋าไม่สามารถใส่ของได้หมดแน่ นี่ยังไม่รวมเต๊นท์ที่ยังไม่ล้มลงมาเลย ไม่ต้องคิดมากรีบล้มเต๊นท์ก่อน.....ตอนกางก็เก้ๆกังๆ อยู่พอควรแล้ว ตอนเก็บนี่ซิเริ่มออกอาการงง เก็บตรงไหนก่อนดี สถานการณ์รอบข้างก็เร่งจังเลย คนนั้นก็เก็บเสร็จแล้ว หันไปทางนี้ก็ใกล้จะเสร็จ เรายังไม่รู้จะเริ่มยังไงเลย เอา....ถอดโน่นถอดนี่ เอาไอ้นี้ม้วนหุ้มโครงเต๊นท์ ทำไปทำมาชักงง ยัดๆมันเข้าไป ในที่สุดเสร็จด้วยความไม่ค่อยจะเรียบร้อยเท่าไร ที่ยากอย่างหนึ่งเพราะเต๊นท์ยังเปียกแฉะ เพราะเปียกน้ำค้างเมื่อคืน การเก็บเต๊นท์เลยดูจะมั่วๆยังไงๆอยู่ เก็บไปเก็บมาใส่ถุงรู้สึกว่าถุงเต๊นท์ตอนเก็บมันจะแลดูใหญ่กว่าตอนเอามาเสียอีก.....
ล้มเต็นท์เสร็จพยายามยัดเอาของเข้ากระเป๋า แต่ก็รู้ว่าใส่ได้ไม่หมดหรอก เลยต้องรื้อกระเป๋า เอาของบางอย่างออก ชุดจักรยานเอามาห้าชุด เอาออกสองชุด เสื้อตัวในเอาออกสามตัว กางเกงนอนเหลือตัวเดียว กางเกงขาสั้นเหลือตัวเดียว เสื้อคลุมตัวเดียว ทุกอย่างแทบจะเหลือตัวเดียวหมด ขนาดกางเกงในอนุโลมให้สองตัว แต่เอาจริงแล้ว...แฮ่ๆ ไม่ได้ใส่ เลยสักกะตัว.....ในที่สุดขจัดของออกไปได้ถุงเบ่อเร่อ บอกอาเล็นว่าต้องเอาไปเก็บรถก่อนจะไปกินข้าว อาเล็นก็บอกเหมือนกันว่าเขาดูแล้วว่ามีของบางส่วนไม่ต้องใช้จะเอาไปเก็บเหมือนกัน เราแพ๊คของใส่กระเป๋ารูดซิปแบบต้องยอมข่มขืนกระเป๋าเพื่อให้รูดซิบได้ เรียบร้อยเจ้าเด็กๆ ที่คอยอยู่แถวนั้นเห็นกระเป๋าเราวางพร้อมจะยกไปได้ก็รี่เข้ามา รับกระเป๋าเราไปเลย เราก็ไม่ลืนที่จะทิปให้ไปอีก 5 เหรียญ เค้าก็ยัดใว้ในกระป๋องหน้ารถ แสดงว่าเป็นการทิปรวม....แล้วเจ้าเด็กๆก็บึ่งรถบักกี้เอากระเป๋าใบใหญ่ของเราหายไปเพื่อเอาไปใส่ในรถบรรทุกลำเลียง
เป็นอันสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง จากนั้นเราก็เอาของที่คัดออกมาจากกระเป๋าไปเก็บไว้ที่รถ แล้วก็รีบจูงจักรยานไปที่เต๊นท์อาหารเช้า เราจอดจักรยานไว้บนสนามหญ้าแล้วก็ตรงเข้าไปเข้าแถวเพื่อรับอาหารแต่ก็ไม่ลืมที่จะต้องล้างมือก่อน ที่ต้องล้างเพราะเกรงคนอื่นเห็นเราไม่ล้างมือก็จะเป็นการแปลกแยกไปซะอีก...ตามเค้าไปล่ะดี
อาหารเช้าวันนี้....
Fresh Broccoli Cheddar
Scramble (G)
Bacon (G)
Scalloped Potatoes
Hot Oatmeal, Granola
Bagels, Fresh Fruit (G)(V)
Yogurt (G), Hard Boiled Eggs
มันเยี่ยมมากเลย มีรายการอาหารให้รู้ก่อนทุกวัน คงเผื่อใครประท้วงมั๊ง...เหมือนตอนลูกๆเรียนประถมที่โรงเรียนอินเตอร์เลย ต้องมีรายการอาหารล่วงหน้าก่อนหนึ่งสัปดาห์....เอ้า...ก็ดีเหมือนกัน
เรานำอาหารมานั่งทาน สักพักก็โบกมือเรียกสมาชิกร่วมคณะที่พยายามมองหาเราอยู่มาร่วมโต๊ะด้วยกัน สังเกตดูบนโต๊ะจะมีแผ่นพับเสียบอยู่บนโต๊ะ เลยหยิบเอามาอ่านตามคนอื่นบ้าง...มันเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน ซึ่งจะออกทุกวันวางไว้บนโต๊ะอาหารให้คนได้อ่านว่าเมื่อวานเป็นยังไง และวันนี้เส้นทางจะเป็นอย่างไร มีอะไรพิเศษบ้าง ฯลฯ และต่างอะไรอีกยุ่งไปหมดตามชาวอเมริกันที่พยายามเตรียมตัวทุกอย่างล่วงหน้า....เสมอ
วันนี้เป็นวันที่สอง เราจะปั่นจากเมือง John Day ไปยังเมือง Burns ระยะทางปั่น 113 กม. ไต่ระดับความสูงรวม3200 ฟุต หรือ 975 เมตร. โดยเราจะเริ่มไต่ตั้งแต่ออกสตารท์กันเลย โดยเริ่มจากระดับน้อยๆ ไปสัก 10 ไมล์ ก่อนที่จะเจอของจริงที่ 5% ขึ้นไปรวมระยะทางอีก 8 ไมล์ มาถึงยอดเขา จากนั้นก็ลงเนินน้อยๆ เข้าสู่ที่ราบสู่ที่เรียกว่า High Desert เข้าสู่เมืองเล็กๆชื่อ Seneca โดยเราจะปั่นทางราบไปอีกจนถึงระยะทางที่ 50 ไมล์ก็ขึ้นเนินน้อยๆโดยที่ 18 ไมล์สุดท้าย เป็นการปั่นลงเนินและทางราบเข้าสู่เมือง Burns โดยเราจะกางเต๊นท์พักค้างคืนกันที่เมืองนี้...

วันนี้ขอแค่นี้ก่อนครับ.....
แก้ไขล่าสุดโดย ขุนช้าง เมื่อ 25 ต.ค. 2013, 07:40, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
Life and Living Bikenet
-
Number8
- ขาประจำ
- โพสต์: 402
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
- Tel: 0898554137
- team: Dr.bike club/ Fang nopburi
- Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
- ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....ไม่คิดว่าจะได้เห็นหมู่ดาวเป็น Galaxy เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
ภาคเหนือ เราก็สามารถเห็นดาวแบบที่พี่ว่าได้นะครับช่าวหน้าหนาวอากาศอำนวย ผมเคยเห็นประจำตอนไปเที่ยวกางเต๊นท์บนดอย. ตอนเป็น นศ นะครับ
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
-
peerathorn
- สมาชิก
- โพสต์: 11
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มิ.ย. 2013, 20:01
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังครับ
ติดตามอยู่นะครับ
ติดตามอยู่นะครับ
-
peacerevolution
- สมาชิก
- โพสต์: 35
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2012, 05:22
- Tel: 0805270317
- team: เกาะสมุย ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ
- Bike: trek 4300 #Koga rounder touring
- ตำแหน่ง: เกาะสมุย
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
สนุกมากเขียนต่อเร็วๆน่ะครับ คุณทำฝันให้เป็นจริงเพราะผมได้แต่ฝันว่าจะได้ปั่นในเมืองที่สวยงามและถนนดีปลอดภัย วันก่อนที่รังสิตถนนแตกเป็นร่องกว้าง3-5นิ้วล้อจักรยานหน้าผมตกลงไปล้อล็อคตัวผมกระเด็นไปกลิ้งลงดีไม่มีรถวิ่งสวนมาทับตายแต่ผมข้อมือหักเข้าเฝือกแล้ว คนแถวนั้นบอกว่ามอเตอร์ไซค์ก็เคยร่วงมาแล้ว ปลงเสียเถิด this is Thailand ไปร้องเรียนใครก็คงไม่มีใครสนใจกลับจะถูกด่ากลับด้วยว่าเราขี่ไม่ดูตาม้าตาเรือ..สมน้ำ...
เขียนต่อเพื่อเป็นกำลังใจให้เราได้อ่านอย่างจุใจด้วยครับ
เขียนต่อเพื่อเป็นกำลังใจให้เราได้อ่านอย่างจุใจด้วยครับ
-
ninemao
- ขาประจำ
- โพสต์: 110
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2011, 21:06
- Tel: 083-1879174
- team: all team
- Bike: spe allez comp , merida เก่าๆ
- ติดต่อ:
- JOJI8323
- สมาชิก
- โพสต์: 72
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ธ.ค. 2012, 22:32
- Tel: 06251459ห้าห้า
- Bike: รถไม่แพงอาศัยแรงล้วนๆ
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
เพลินเลยครับ....
*****************************************
cycling for life
cycling for life
- pedayter
- สมาชิก
- โพสต์: 61
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 16:54
- Tel: -
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
สนุกมากครับรออ่านอีกคน^^
Scott foil 2015
- ขุนช้าง
- ขาประจำ
- โพสต์: 639
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
- team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
- ติดต่อ:
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
2013 Day 1 Cycle Oregon rest stop fiddle music
แก้ไขล่าสุดโดย ขุนช้าง เมื่อ 29 ต.ค. 2013, 08:50, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
Life and Living Bikenet
- prayoonko
- ขาประจำ
- โพสต์: 321
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2010, 11:06
- Bike: Tamac SL3
- ตำแหน่ง: BKK
- StoneRoses
- ขาประจำ
- โพสต์: 3149
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
- Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9
-
Kami@GT
- ขาประจำ
- โพสต์: 2363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 18:23
- Tel: 0991650425
- team: Agalico Team
- Bike: 99 GT Avanche, 02 Schwinn Moab 3 , 94Challenger Professional,BridgeStone Wild West,Miyata Taco Cro-mo,Panasonic GC-E,96 GT Karakoram
- ติดต่อ:
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....เงยหน้าเห็นหมู่ดาวและทางช้างเผือกเต็มท้องฟ้า... เป็นภาพที่ประทัปใจยิ่งนัก....
เขียนเรื่องได้ดีมากครับเหมือนได้ไปปั่นด้วยเลย ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ครับ
" Life is like riding a bicycle to keep your balance you must keep moving "
-Einstein-
ถ้าหากวันนั้นไม่ลองดู วันนี้ คงไม่รู้ว่าเราจะยืนอยู่ที่ใด ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสียดาย ที่ไม่ได้ทำ
https://www.facebook.com/darkressident
-Einstein-
ถ้าหากวันนั้นไม่ลองดู วันนี้ คงไม่รู้ว่าเราจะยืนอยู่ที่ใด ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสียดาย ที่ไม่ได้ทำ
https://www.facebook.com/darkressident
- ขุนช้าง
- ขาประจำ
- โพสต์: 639
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
- team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
- ติดต่อ:
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ตื่นมากลางดึก....วันนี้มุ่งหน้าสู่เมือง Burns…..
วันนี้มุ่งหน้าสู่เมือง Burns…..
ทุกคนพร้อม ณ.จุดนัดพบเมื่อวานนี้ แต่วันนี้ก็ออกสายไปหน่อย คงเพราะต่างคนต้องเก็บเต๊นท์ โดยเฉพาะคู่บ่าวสาว Kathleen และ Declan ซึ่งเอาเต๊นท์มาเองเหมือนผมกับAllen เต๊นท์ของ Declan ใหญ่มากเป็นเต๊นท์เดียวนอนได้สองคนเวลาเก็บจึงยากเสียเวลาหน่อย แต่ของสองพี่น้อง Chris และ Kathleen ไม่ได้เอาเต๊นท์มา ใช้บริการเต๊นท์ของที่เขาจัดให้ โดยไม่ต้องกางเองเก็บเอง มาถึงก็มาหาหมายเลขเต๊นท์ของตัวเองเลย เสียค่าบริการทั้งงาน 300 เหรียญ ก็สะดวกดี และมีเพื่อนบ้านด้วย Chris บอกว่าแต่ละวันนอนในเต๊นท์สามารถสัมผัสตัวเพื่อนบ้านได้เลย เพราะเต๊นท์ที่เค้าจัดให้ตั้งติดกันมาก เวลานอนกลิ้งไปชิดขอบเต๊นท์สามารถสัมผัสเพื่อนบ้านได้เลย ถ้าเป็นเพื่อนบ้านสาวๆก็น่าจะรู้สึกดี แต่โดยทั้งหมดไม่เห็นมาใครสาวๆเลย...สำหรับพวกที่เอาเต๊นท์มาเองสามารถเลือกทำเลด้วยตัวเองได้ตามสบาย ตามเขตที่เขาได้จัดไว้กว้างขวาง บางวันเล่นกางกันกลางทะเลทรายเลย....
ออกปั่นวันนี้ก็เริ่มคุ้นกับบรรยากาศมากขึ้น เราเริ่มไต่เขาตั้งแต่เช้าเลย เริ่มตั้งแต่หนึ่งเปอร์เซนต์ ไปจนถึงสามเปอร์เซนต์ ในช่วงระยะ 10 ไมล์แรก หลังจากนั้นระดับความชันก็ขึ้นไปที่ 5 เปอร์เซนต์ อีกระยะทาง 8 ไมล์ ระหว่างทางขึ้นเขาสองข้างทางสวยงามด้วยภาพวิวที่มองจากที่สูงไปยังเมืองเล็กๆที่อยู่ข้างล่าง จนเราอดใจไม่ไหวที่จะต้องลงไปถ่ายรูปเช่นเดียวกับนักปั่นเป็นจำนวนมาก และทางเจ้าหน้าที่คงรู้ตัวก่อนเลยจัดคนมาดูแลความปลอดภัย ให้จอดชิดข้างถนน ถ่ายรูปเสร็จแล้วให้รีบไป เราก็รีบแสดงออกถึงการให้ความร่วมมือ ทำตามเพื่อจะได้แลดูเป็นคนดีปฏิบัติตามกฏของเค้าแบบไม่แปลกแยก




วันนี้คณะเราขึ้นเขามาแบบประคองกลุ่ม ไม่มีใครฉีกไปไหนไกล คงมีเหตุผลคล้ายๆกัน Chris คงต้องดูแลน้องสาว Declan ก็คงต้องดูแลภรรยา สำหรับผมก็มี Allen ปั่นเป็นเพื่อน บางครั้งก็หายไปเมื่อเจอเนินเขาซึ่งแต่ละคนก็อยากหาโอกาสไต่เขาเพื่อความมันส์ในอารมณ์บ้างเป็นครั้งคราว เราปั่นมาได้พอหอมปากหอมคอยังไม่ถึงยอดเนินก็ถึงจุดหยุดพัก ก็เช่นเดิม...มีทุกอย่างบริการสะดวก แต่วันนี้ไม่มีสามล้อกาแฟสด.....เพิ่งไปค้นรายละเอียดมาว่า เจ้าของรถจักรยานกาแฟสดคือ Mr.Charlie Wicker มาพร้อมกับจักรยาน Trailhead Roasters ซึ่งเค้าจะร่วมปั่นจักรยานกับพวกเราอีกครั้งเช่นเดียวกับที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าเค้าจะปั่นจักรยาน mobile coffee shop คันเก่งของเขาคันนี้ร่วมกับเราตามเส้นทางที่เราปั่นจริงๆ และจะให้บริการกาแฟในวันที่ 1,3 และ 5 ของการปั่น แต่ผมว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเค้าคงต้องปั่นก่อนเราหนึ่งวัน เพราะถ้าเริ่มปั่นพร้อมเรา เราคงอดกินกาแฟเป็นแน่ๆ....อย่างไรก็ตามต้องนับถือในความสามารถ ความตั้งใจ ความอดทน และความเสียสละ ของคุณชาลี วิคเค่อร์จริงๆ ในระหว่างจุดหยุดพักทาง Cycle Oregon จะมีบริการ Gear Drops คือรับฝากเสื้อผ้าหรือของที่ติดตัวมาที่ไม่ต้องการใช้ เช่นเมื่อเริ่มปั่นตอนเช้า อากาศจะหนาวผู้คนก็จะใส่เสื้อผ้ากันหนาวสวมทับมาด้วย พอปั่นมาได้สักพักอากาศเริ่มร้อนก็จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าออก เค้าจึงมีรถรับฝากของนี้ไว้ ณ.จุดพักเพื่อรับของใส่ถุงติดเบอร์ส่วนตัว และเมื่อปั่นไปถ้าต้องการของก็ไปรับคืนได้(ถ้ารถอยู่) และเมื่อปั่นถึงที่พักก็ไปรับได้ที่ riders service ซึ่งเข้าท่ามากเลยครับ



จากจุดหยุดพักเราก็ปั่นต่อจนถึงยอดเขา เส้นทางคดเคี้ยวเพื่อลดความชันไปตามขอบเชิงเขา ทิวทัศน์สวยงาม อากาศเย็นกำลังดี ปั่นๆไปก็จะมีรถ SAG ผ่านไปเปิดเพลยคาวบอยดังมาตั้งแต่ข้างหลังจนแซงผ่านเราไป เป็นการสร้างบรรยากาศได้ดีมาก ถ้าเป็นบ้านเราจะให้มันคงต้องเป็นเพลง “ติ๊ดซึ่ง” คงจะเพิ่มพลังการปั่นได้พอควร แต่ถ้าจะให้มัน ถ้าได้เป็น Coyote เต้นบนรถนำขบวน ก็คงจะปั่นแข็งแรงมากเป็นพิเศษ....ชักเว่อร์ เอากลับมาดีกว่า ของเค้าเน้นธรรมเนียม แต่ของเน้น “ทำเนียน”มากกว่า เอิ๊อก.....
เราผ่านจุดยอดเขาคราวนี้ก็เป็นการไหลลงเขา ผมก็สวมบทผู้นำเลย ทำท่ามุดแฮนด์ปั่นไหลทำความเร็วมาพอควรจับกลุ่มกันลงมา อากาศชักจะเย็นเพราะยังอยู่ในหุบเขาอยู่ มีต้นไม้ข้างทางเขียวตลอด เราไหลลงมาแล้วเติมความเร็วไปเรื่อยๆ จนต่างคนเริ่มรู้สึกได้ถึงความมัน เข้าโหมดการต่อสู้ บนทางยาวลงเนินน้อยๆ มีผมกับ Allen และ Declan ส่วน Chris ยังคอยดูแลน้องสาวอยู่ข้างหลัง Allen เริ่มเปิดศึกก่อนด้วยลากความเร็วสัก 35 กม.ต่อชม. เราไปเร็วกว่านี้ไม่ไหว เพราะรู้สึกว่ามีลมปะทะด้านหน้า ผมก้มต่ำจับดรอปนำกลุ่มลากยาว เจอกลุ่มหน้าที่ความเร็วไปกันได้ก็พยายามไล่จนทันกลุ่มหน้า ตามได้สักพักก็ทิ้งกลุ่มหากลุ่มหน้าไล่ตามขึ้นไปอีก สนุกมาก มันจริงๆ ไล่ไปไล่มา เหลือเราคนเดียว ยอมรับว่าท่าทางในการปั่นมีผลต่อความเร็วจริงๆ ถ้าจับตรงดร๊อปได้การปั่นสวนลมเป็นการลดทอนแรงต้านของลมได้ดีที่เดียว ผมปั่นไล่กลุ่มไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีแต่ห้องน้ำและน้ำเติม ซึ่งบริเวณนี้คือเมือง Seneca เป๊นเมืองเล๊กๆอยู่บนที่ราบสูงล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา 360 องศา มองไปไหนก็เห็นมีภูเขาล้อมรอบ ผมเข้าห้องน้ำออกมาข้างหลังก็ตามมาถึงก็แวะกินน้ำ เข้าห้องน้ำกันคุยกันสักพักเพื่อรอกลุ่มหลังมาพร้อมกัน สักพักเมื่อพร้อมเราก็ออกปั่นต่อ เราปั่นไปเป็นขบวนสวยงาม วันนี้เราทุกคนใส่เสื้อ Life and Living Bikenet – Intel สีเขียวสดใสสวยงาม และสะดุดตา จะคนมักจะทักเราเสมอว่า “Nice jerseys…” และบางคนก็ถามต่อว่ามันคืออะไร แล้วทำไม Intel มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เราก็อธิบายกันยาวอยู่หลายรอบเหมือนกัน หลังจากเราออกมาปั่นเป็นแถวยาว พอกำลังแซงคนนึ่งซึ่งเราก็ส่งสัญญาณว่า “From your left….” เค้ากลับตอบว่า “Go ahead Intel boys..” พอผ่านไปเค้าคงเห็นมีผู้หญิงด้วย เลยตะโกนไล่หลังมาว่า “…and Intel girls too….” เล่นเอาขำดีเหมือนกัน เราปั่นไปคุยกันไปได้สักพักใหญ่ อากาศเริ่มร้อนลมก็เริ่มแรง แต่แรงก็เริ่มหมดเพราะวันนี้นอกจากเริ่มด้วยการไต่เขาถึงแม้จะมีลงเนินบ้าง แต่ลมเป็นอุปสรรคในการบั่นทอนพลังงานอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการพยายามขี่ด้วยความเร็วสวนลมนี่ มันสนุกก็จริงแต่ทำให้เราสูญเสียพลังงานอย่างเร็วโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักเราก็รู้สึกถึงความโหย และหิว (หรือผมเป็นคนเดียวไม่รู้) ผมนึกดูที่มีจุดพักเมื่อสักครู่ที่มีแต่น้ำ ก็คงเพราะจุดแวะอาหารกลางวันห่างจากจุดพักแรกเกิน 30 ไมล์ และทางก็ขึ้นเขามาสู่ที่ราบสูง และลมแรง แต่ดูๆแล้วคงจะโหยกันทุกคน เพราะช่วงนี้ปั่นกันแบบสงบเสงี่ยม ไม่มีใครออกอาการหวือหวาให้เห็นสักเท่าไร คงเป็นเพราะหากเร่งเร็วไป พวกสาวๆอาจจะตามไม่ทัน และต้องต่อสู้กับกระแสลมและความโหยอย่างหนัก



เมือง Seneca เล็กนิดเดียวอยู่บนที่ราบสูงทะเลทราย (High Desert)
ไม่ทันไรเหมือระฆังช่วยชีวิตอีกแล้ว เราก็มาถึงจุดพักอาหารกลางวันที่จัดโดย OHSU บริเวณ Silvies Valley Ranch ซึ่งเป็นโรงนาแต่มีที่กว้างๆ พอที่จะ set ที่พักผ่อนได้ เราเอาจักรยานจอด ตรงเข้าแถวรับอาหารแต่ก่อนอื่นเราต้องปฏิบัติตามป้ายที่ติดไว้คือ “ถอดถุงมือ” และก่อนเข้าแถวก็ต้องล้างมือเช็ดมือให้แห้งจึงเข้แถวไปรับอาหารได้ อาหารวันนี้ก็มี
Chicken Wasabi or Black Bean Sweet Potato Wrap, California Pasta Salad, Kettle Chips (GF)(V) ,
Snickerdoodle Cookie, apples and Grapes (GF)(V)
พวกเรากินอาหารกันแบบกลางแดด มีร่มเงาน้อยมากแต่ส่วนใหญ่คนทำไมเขาชอบอยู่กลางแดดร้อนจะตาย ผมก็จำใจนั่งกลางแดดกับพวกทีมเดียวกัน บ้างก็หาเศษกล่องกระดาษมานั่งได้บ้างไม่ได้บ้าง มานั่งล้อมวงกินกันไปคุยกันไป อาหารเยอะมากกินกันไม่หมด ถ้ากินหมดตามที่เค้าจัดให้ปั่นออกไปมีสิทธิ์ออกกลับมาทางปากแน่ ผมกินไปเหลือแอ๊ปเปิ้ลกะว่ะจะเอาไปคืนเขา อาเล็นบอกว่าให้ทิ้งไปเขาไม่รับหรอก ที่ประเทศนี้ถ้าอาหารเรารับออกไปแล้วเค้าจะไม่รับคืนมา ไม่ว่าด้วยประการใด....ว่าแล้วด้วยความเสียดายผมจึงพกตุงไว้ในกระเป๋าหลัง ระหว่างนั่งคุย Chris หันมาถามผมว่า ที่ผมใส่เสื้อสองชั้นและใส่ถุงเท้ายาวไม่ร้อนมากหรือ สำหรับเขาร้อนมากแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ผมก็บอกว่าเสื้อเป็นเสื้อปรับอุณหภูมิ และที่เห็นถุงเท้ายาวเป็น compression sock และสัมทับไปด้วยอีกว่าอากาศร้อนขนาดนี้สบายมากสำหรับผม ที่เมืองไทยร้อนกว่านี้มาก แต่ที่จริงที่ใส่ไว้เพราะกันแดดด้วย เพราะแดดมันแรงจริงๆ วันนึงต้องทา sunblock สองสามครั้ง ตอนกลับมาถึงเมืองไทย ภรรยาบ่นว่าตัวดำใหม้เกรียมเลย เอาเป็นว่าหากใครต้องการมาปั่นที่นี่ต้องยอมคุ้นเคยกับการตากแดด เพราะไม่ค่อยมีร่มเงานให้หลบแดดครับ
หลังจากกินอาหารเสร็จเราก็ออกปั่นเป็นขบวน โดยมี Chris เป็นหัวขบวนเช่นเดิม เส้นทางเป็นเส้นทางตรง มองไปสุดลูกหูลูกตา ปั่นไปสักพักก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากถนนตรงๆเป็นแนวยาว ไม่มีบ้านคน ไม่มีต้นไม้ เรากำลังปั่นอยู่ท่ามกลางทะเลทรายจริงๆ แต่เห็นเนินเขาอยู่รอบตัวใกลลิบๆ เราปั่นไปพักใหญ่สัก 20ไมล์ เราก็เริ่มไต่เขาอีก นึกสภาพออกคือลักษณะความชันที่ปั่นวันนี้คือ เราปั่นไต่เขาจากระดับปกติขึ้นบนที่ราบสูงทะเลทราย โดยเมื่อถึงยอดเขาก็จะลงเนินนิดหน่อยและปั่นเป็นทางยาวบนพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูงเรียบและก่อนจะลงจากที่ราบสูง ก็ต้องไต่เขาขึ้นอีกนิดหน่อยเพื่อขึ้นถึงยอดเขา พร้อมที่จะลงเขาสู่พื้นที่ด้านล่าง พื้นที่ทั้งหมดที่เราปั่นทุกวันที่จริงก็คือที่ราบสูง แต่วันนี้เราปั่นบนที่ราบสูงที่สูงกว่าปกติ คือเริ่มปั่นที่ระดับ 900 เมตร ขึ้นไปที่ 1500 เมตร และลงมาที่ 1300 เมตร เป็นแนวราบเรื่อยไปกว่า30ไมล์จึงขึ้นเขาไปที่ 1500 เมตร อีกและลงเขาไปสุดเส้นทางที่เมือง Burns ที่ระดับ 1200 เมตร


เราเริ่มไต่เขาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับวันนี้ และหลังจากการปั่นวันนี้เส้นทางวันต่อไปจะเป็นทางเรียบ ไม่มีทางขึ้นเขาให้ปั่นอีกหลายวัน เพราะต่อจากนี้ไปเราจะอยู่บนที่ราบสูงทะเลทรายไปอีกหลายวัน
ระยะ10 ไมล์สุดท้ายก่อนขึ้นเขาความชันอยู่ที่ที่5เปอร์เซนต์ เล่นเอาเหนือยพอดู พวกสาวๆหายไปหมดแล้ว เหลือก๊วนผู้ชายเท่านั้น จนกระทั่งเราปั่นมาถึงยอดเขา Christ ก็เลยออกความเห็นว่าเราไปรอพวกสาวๆที่เส้นชัยแล้วกั้น.....ว่าแล้วกลุ่มชาย Intel Bikenet สี่คนก็ร่อนลงเขามาเป็นทีมด้วยความเร็วแซงคนอื่นมาตลอด หลังจากเราไหลลงเขามาสักพักเหลือระยะทางสัก 15 ไมล์เป็นทางราบ รู้สึกว่าทุกคนย่อยอาหารดีแล้วChrist เริ่มเปิดศึกด้วยการลากกลุ่มจากความเร็วจาก สามสิบกว่าๆ เป็นสามสิบห้า และเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ.....เรารู้ได้เลยว่า Christ กำลังประลองกำลังกับพวกเราทุกคน ผมไล่ตาม Christ เป็นอันดับสอง Allen และ Declan ไล่กวดติดหลังมาแบบได้ยินเสียงหายใจและเสียงควงขา Christ เพิ่มความเร็วไปถึงระดับ 40 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งยอมรับว่าlnajแข็งแรงมากับความเร็วขนาดนี้ที่มีลมสวนปะทะด้านหน้าตลอด ผมพยายามไล่จี้ติดสักพักก็รู้สึกได้ว่าเสียงคนด้านหลังสองคนหายไป Chris ลากเร็วบ้างผ่อนลงบ้างเริ่มออกอาการเหนื่อยให้เห็น เป็นโชคดีของผมได้โอกาสผ่อนบ้าง...สักพัก พ่อคุณก็เล่นอีกลากแบบสุดขีดเหมือนกับจะพยายามทดสอบความอึดของผม ผมไล่ติดจะแทบจะไม่ไหว เป็นเชี่นนี้อยู่สองสามยก ยกนึกนานพอดูเล่นเอาแทบจะขาดใจ จะในที่สุดผมเห็นสะพานไม้ข้างหน้าว่าจะผ่อนแล้วไม่เอาดีกว่า ปรากฎว่ามันคือทางแยกเข้าเมือง Burns ซึ่งทำให้ผมโล่งออก ระฆังยกสุดท้ายช่วยชีวิตอีกแล้ว รอดตายมาได้หากขึนฝื่นไล่ต่อหัวใจผมคงต้องกระโดดมาเต้นข้างนอกบนพื้นถนนแน่ๆเลย
เราปั่นชลอเข้าเมืองผ่านเส้นชัย โดยมีคนประกาศเชียร์พร้อมเด็กๆชาวบ้านทาหน้าตาโบกมือเคาะกระดิ่งวัวต้อนรับ และประมือกับพวกเรา พอเราเข้าผ่านเข้าเส้นมา Christ เข้ามาปะกบผมและจับมือแถมบอกกับผมว่า “Good ride….” ถือว่าเป็นการชมให้เกียรติ ซึ่งหลังจากวันนั้นผมสังเกตได้ว่า Chris คุยกับผมมากขึ้น คงยอมรับในความอึดและควาบ้าของผมพอควร เราจอดจักรยานรอกลุ่มหลังมาถึง ซึ่ง Allen และ Declan เอ่ยเลยว่าพวกเขาไล่ตามไม่ทันเลย ปั่นกันเร็วมาก ซึ่งทำให้ผมภูมิใจที่เล่นบนทางราบกับพวกหนุ่มๆกว่าผมได้อย่างไม่น้อยหน้า แต่ถ้าเป็นทางขึ้นเนินผมจัดว่าไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไรเลย

City of Burns
ทุกคนพร้อม ณ.จุดนัดพบเมื่อวานนี้ แต่วันนี้ก็ออกสายไปหน่อย คงเพราะต่างคนต้องเก็บเต๊นท์ โดยเฉพาะคู่บ่าวสาว Kathleen และ Declan ซึ่งเอาเต๊นท์มาเองเหมือนผมกับAllen เต๊นท์ของ Declan ใหญ่มากเป็นเต๊นท์เดียวนอนได้สองคนเวลาเก็บจึงยากเสียเวลาหน่อย แต่ของสองพี่น้อง Chris และ Kathleen ไม่ได้เอาเต๊นท์มา ใช้บริการเต๊นท์ของที่เขาจัดให้ โดยไม่ต้องกางเองเก็บเอง มาถึงก็มาหาหมายเลขเต๊นท์ของตัวเองเลย เสียค่าบริการทั้งงาน 300 เหรียญ ก็สะดวกดี และมีเพื่อนบ้านด้วย Chris บอกว่าแต่ละวันนอนในเต๊นท์สามารถสัมผัสตัวเพื่อนบ้านได้เลย เพราะเต๊นท์ที่เค้าจัดให้ตั้งติดกันมาก เวลานอนกลิ้งไปชิดขอบเต๊นท์สามารถสัมผัสเพื่อนบ้านได้เลย ถ้าเป็นเพื่อนบ้านสาวๆก็น่าจะรู้สึกดี แต่โดยทั้งหมดไม่เห็นมาใครสาวๆเลย...สำหรับพวกที่เอาเต๊นท์มาเองสามารถเลือกทำเลด้วยตัวเองได้ตามสบาย ตามเขตที่เขาได้จัดไว้กว้างขวาง บางวันเล่นกางกันกลางทะเลทรายเลย....
ออกปั่นวันนี้ก็เริ่มคุ้นกับบรรยากาศมากขึ้น เราเริ่มไต่เขาตั้งแต่เช้าเลย เริ่มตั้งแต่หนึ่งเปอร์เซนต์ ไปจนถึงสามเปอร์เซนต์ ในช่วงระยะ 10 ไมล์แรก หลังจากนั้นระดับความชันก็ขึ้นไปที่ 5 เปอร์เซนต์ อีกระยะทาง 8 ไมล์ ระหว่างทางขึ้นเขาสองข้างทางสวยงามด้วยภาพวิวที่มองจากที่สูงไปยังเมืองเล็กๆที่อยู่ข้างล่าง จนเราอดใจไม่ไหวที่จะต้องลงไปถ่ายรูปเช่นเดียวกับนักปั่นเป็นจำนวนมาก และทางเจ้าหน้าที่คงรู้ตัวก่อนเลยจัดคนมาดูแลความปลอดภัย ให้จอดชิดข้างถนน ถ่ายรูปเสร็จแล้วให้รีบไป เราก็รีบแสดงออกถึงการให้ความร่วมมือ ทำตามเพื่อจะได้แลดูเป็นคนดีปฏิบัติตามกฏของเค้าแบบไม่แปลกแยก




วันนี้คณะเราขึ้นเขามาแบบประคองกลุ่ม ไม่มีใครฉีกไปไหนไกล คงมีเหตุผลคล้ายๆกัน Chris คงต้องดูแลน้องสาว Declan ก็คงต้องดูแลภรรยา สำหรับผมก็มี Allen ปั่นเป็นเพื่อน บางครั้งก็หายไปเมื่อเจอเนินเขาซึ่งแต่ละคนก็อยากหาโอกาสไต่เขาเพื่อความมันส์ในอารมณ์บ้างเป็นครั้งคราว เราปั่นมาได้พอหอมปากหอมคอยังไม่ถึงยอดเนินก็ถึงจุดหยุดพัก ก็เช่นเดิม...มีทุกอย่างบริการสะดวก แต่วันนี้ไม่มีสามล้อกาแฟสด.....เพิ่งไปค้นรายละเอียดมาว่า เจ้าของรถจักรยานกาแฟสดคือ Mr.Charlie Wicker มาพร้อมกับจักรยาน Trailhead Roasters ซึ่งเค้าจะร่วมปั่นจักรยานกับพวกเราอีกครั้งเช่นเดียวกับที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าเค้าจะปั่นจักรยาน mobile coffee shop คันเก่งของเขาคันนี้ร่วมกับเราตามเส้นทางที่เราปั่นจริงๆ และจะให้บริการกาแฟในวันที่ 1,3 และ 5 ของการปั่น แต่ผมว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเค้าคงต้องปั่นก่อนเราหนึ่งวัน เพราะถ้าเริ่มปั่นพร้อมเรา เราคงอดกินกาแฟเป็นแน่ๆ....อย่างไรก็ตามต้องนับถือในความสามารถ ความตั้งใจ ความอดทน และความเสียสละ ของคุณชาลี วิคเค่อร์จริงๆ ในระหว่างจุดหยุดพักทาง Cycle Oregon จะมีบริการ Gear Drops คือรับฝากเสื้อผ้าหรือของที่ติดตัวมาที่ไม่ต้องการใช้ เช่นเมื่อเริ่มปั่นตอนเช้า อากาศจะหนาวผู้คนก็จะใส่เสื้อผ้ากันหนาวสวมทับมาด้วย พอปั่นมาได้สักพักอากาศเริ่มร้อนก็จำเป็นต้องถอดเสื้อผ้าออก เค้าจึงมีรถรับฝากของนี้ไว้ ณ.จุดพักเพื่อรับของใส่ถุงติดเบอร์ส่วนตัว และเมื่อปั่นไปถ้าต้องการของก็ไปรับคืนได้(ถ้ารถอยู่) และเมื่อปั่นถึงที่พักก็ไปรับได้ที่ riders service ซึ่งเข้าท่ามากเลยครับ



จากจุดหยุดพักเราก็ปั่นต่อจนถึงยอดเขา เส้นทางคดเคี้ยวเพื่อลดความชันไปตามขอบเชิงเขา ทิวทัศน์สวยงาม อากาศเย็นกำลังดี ปั่นๆไปก็จะมีรถ SAG ผ่านไปเปิดเพลยคาวบอยดังมาตั้งแต่ข้างหลังจนแซงผ่านเราไป เป็นการสร้างบรรยากาศได้ดีมาก ถ้าเป็นบ้านเราจะให้มันคงต้องเป็นเพลง “ติ๊ดซึ่ง” คงจะเพิ่มพลังการปั่นได้พอควร แต่ถ้าจะให้มัน ถ้าได้เป็น Coyote เต้นบนรถนำขบวน ก็คงจะปั่นแข็งแรงมากเป็นพิเศษ....ชักเว่อร์ เอากลับมาดีกว่า ของเค้าเน้นธรรมเนียม แต่ของเน้น “ทำเนียน”มากกว่า เอิ๊อก.....
เราผ่านจุดยอดเขาคราวนี้ก็เป็นการไหลลงเขา ผมก็สวมบทผู้นำเลย ทำท่ามุดแฮนด์ปั่นไหลทำความเร็วมาพอควรจับกลุ่มกันลงมา อากาศชักจะเย็นเพราะยังอยู่ในหุบเขาอยู่ มีต้นไม้ข้างทางเขียวตลอด เราไหลลงมาแล้วเติมความเร็วไปเรื่อยๆ จนต่างคนเริ่มรู้สึกได้ถึงความมัน เข้าโหมดการต่อสู้ บนทางยาวลงเนินน้อยๆ มีผมกับ Allen และ Declan ส่วน Chris ยังคอยดูแลน้องสาวอยู่ข้างหลัง Allen เริ่มเปิดศึกก่อนด้วยลากความเร็วสัก 35 กม.ต่อชม. เราไปเร็วกว่านี้ไม่ไหว เพราะรู้สึกว่ามีลมปะทะด้านหน้า ผมก้มต่ำจับดรอปนำกลุ่มลากยาว เจอกลุ่มหน้าที่ความเร็วไปกันได้ก็พยายามไล่จนทันกลุ่มหน้า ตามได้สักพักก็ทิ้งกลุ่มหากลุ่มหน้าไล่ตามขึ้นไปอีก สนุกมาก มันจริงๆ ไล่ไปไล่มา เหลือเราคนเดียว ยอมรับว่าท่าทางในการปั่นมีผลต่อความเร็วจริงๆ ถ้าจับตรงดร๊อปได้การปั่นสวนลมเป็นการลดทอนแรงต้านของลมได้ดีที่เดียว ผมปั่นไล่กลุ่มไปเรื่อยๆ จนมาถึงจุดเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีแต่ห้องน้ำและน้ำเติม ซึ่งบริเวณนี้คือเมือง Seneca เป๊นเมืองเล๊กๆอยู่บนที่ราบสูงล้อมรอบไปด้วยเทือกเขา 360 องศา มองไปไหนก็เห็นมีภูเขาล้อมรอบ ผมเข้าห้องน้ำออกมาข้างหลังก็ตามมาถึงก็แวะกินน้ำ เข้าห้องน้ำกันคุยกันสักพักเพื่อรอกลุ่มหลังมาพร้อมกัน สักพักเมื่อพร้อมเราก็ออกปั่นต่อ เราปั่นไปเป็นขบวนสวยงาม วันนี้เราทุกคนใส่เสื้อ Life and Living Bikenet – Intel สีเขียวสดใสสวยงาม และสะดุดตา จะคนมักจะทักเราเสมอว่า “Nice jerseys…” และบางคนก็ถามต่อว่ามันคืออะไร แล้วทำไม Intel มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เราก็อธิบายกันยาวอยู่หลายรอบเหมือนกัน หลังจากเราออกมาปั่นเป็นแถวยาว พอกำลังแซงคนนึ่งซึ่งเราก็ส่งสัญญาณว่า “From your left….” เค้ากลับตอบว่า “Go ahead Intel boys..” พอผ่านไปเค้าคงเห็นมีผู้หญิงด้วย เลยตะโกนไล่หลังมาว่า “…and Intel girls too….” เล่นเอาขำดีเหมือนกัน เราปั่นไปคุยกันไปได้สักพักใหญ่ อากาศเริ่มร้อนลมก็เริ่มแรง แต่แรงก็เริ่มหมดเพราะวันนี้นอกจากเริ่มด้วยการไต่เขาถึงแม้จะมีลงเนินบ้าง แต่ลมเป็นอุปสรรคในการบั่นทอนพลังงานอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการพยายามขี่ด้วยความเร็วสวนลมนี่ มันสนุกก็จริงแต่ทำให้เราสูญเสียพลังงานอย่างเร็วโดยไม่รู้ตัว ไม่นานนักเราก็รู้สึกถึงความโหย และหิว (หรือผมเป็นคนเดียวไม่รู้) ผมนึกดูที่มีจุดพักเมื่อสักครู่ที่มีแต่น้ำ ก็คงเพราะจุดแวะอาหารกลางวันห่างจากจุดพักแรกเกิน 30 ไมล์ และทางก็ขึ้นเขามาสู่ที่ราบสูง และลมแรง แต่ดูๆแล้วคงจะโหยกันทุกคน เพราะช่วงนี้ปั่นกันแบบสงบเสงี่ยม ไม่มีใครออกอาการหวือหวาให้เห็นสักเท่าไร คงเป็นเพราะหากเร่งเร็วไป พวกสาวๆอาจจะตามไม่ทัน และต้องต่อสู้กับกระแสลมและความโหยอย่างหนัก



เมือง Seneca เล็กนิดเดียวอยู่บนที่ราบสูงทะเลทราย (High Desert)
ไม่ทันไรเหมือระฆังช่วยชีวิตอีกแล้ว เราก็มาถึงจุดพักอาหารกลางวันที่จัดโดย OHSU บริเวณ Silvies Valley Ranch ซึ่งเป็นโรงนาแต่มีที่กว้างๆ พอที่จะ set ที่พักผ่อนได้ เราเอาจักรยานจอด ตรงเข้าแถวรับอาหารแต่ก่อนอื่นเราต้องปฏิบัติตามป้ายที่ติดไว้คือ “ถอดถุงมือ” และก่อนเข้าแถวก็ต้องล้างมือเช็ดมือให้แห้งจึงเข้แถวไปรับอาหารได้ อาหารวันนี้ก็มี
Chicken Wasabi or Black Bean Sweet Potato Wrap, California Pasta Salad, Kettle Chips (GF)(V) ,
Snickerdoodle Cookie, apples and Grapes (GF)(V)
พวกเรากินอาหารกันแบบกลางแดด มีร่มเงาน้อยมากแต่ส่วนใหญ่คนทำไมเขาชอบอยู่กลางแดดร้อนจะตาย ผมก็จำใจนั่งกลางแดดกับพวกทีมเดียวกัน บ้างก็หาเศษกล่องกระดาษมานั่งได้บ้างไม่ได้บ้าง มานั่งล้อมวงกินกันไปคุยกันไป อาหารเยอะมากกินกันไม่หมด ถ้ากินหมดตามที่เค้าจัดให้ปั่นออกไปมีสิทธิ์ออกกลับมาทางปากแน่ ผมกินไปเหลือแอ๊ปเปิ้ลกะว่ะจะเอาไปคืนเขา อาเล็นบอกว่าให้ทิ้งไปเขาไม่รับหรอก ที่ประเทศนี้ถ้าอาหารเรารับออกไปแล้วเค้าจะไม่รับคืนมา ไม่ว่าด้วยประการใด....ว่าแล้วด้วยความเสียดายผมจึงพกตุงไว้ในกระเป๋าหลัง ระหว่างนั่งคุย Chris หันมาถามผมว่า ที่ผมใส่เสื้อสองชั้นและใส่ถุงเท้ายาวไม่ร้อนมากหรือ สำหรับเขาร้อนมากแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ผมก็บอกว่าเสื้อเป็นเสื้อปรับอุณหภูมิ และที่เห็นถุงเท้ายาวเป็น compression sock และสัมทับไปด้วยอีกว่าอากาศร้อนขนาดนี้สบายมากสำหรับผม ที่เมืองไทยร้อนกว่านี้มาก แต่ที่จริงที่ใส่ไว้เพราะกันแดดด้วย เพราะแดดมันแรงจริงๆ วันนึงต้องทา sunblock สองสามครั้ง ตอนกลับมาถึงเมืองไทย ภรรยาบ่นว่าตัวดำใหม้เกรียมเลย เอาเป็นว่าหากใครต้องการมาปั่นที่นี่ต้องยอมคุ้นเคยกับการตากแดด เพราะไม่ค่อยมีร่มเงานให้หลบแดดครับ
หลังจากกินอาหารเสร็จเราก็ออกปั่นเป็นขบวน โดยมี Chris เป็นหัวขบวนเช่นเดิม เส้นทางเป็นเส้นทางตรง มองไปสุดลูกหูลูกตา ปั่นไปสักพักก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนอกจากถนนตรงๆเป็นแนวยาว ไม่มีบ้านคน ไม่มีต้นไม้ เรากำลังปั่นอยู่ท่ามกลางทะเลทรายจริงๆ แต่เห็นเนินเขาอยู่รอบตัวใกลลิบๆ เราปั่นไปพักใหญ่สัก 20ไมล์ เราก็เริ่มไต่เขาอีก นึกสภาพออกคือลักษณะความชันที่ปั่นวันนี้คือ เราปั่นไต่เขาจากระดับปกติขึ้นบนที่ราบสูงทะเลทราย โดยเมื่อถึงยอดเขาก็จะลงเนินนิดหน่อยและปั่นเป็นทางยาวบนพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูงเรียบและก่อนจะลงจากที่ราบสูง ก็ต้องไต่เขาขึ้นอีกนิดหน่อยเพื่อขึ้นถึงยอดเขา พร้อมที่จะลงเขาสู่พื้นที่ด้านล่าง พื้นที่ทั้งหมดที่เราปั่นทุกวันที่จริงก็คือที่ราบสูง แต่วันนี้เราปั่นบนที่ราบสูงที่สูงกว่าปกติ คือเริ่มปั่นที่ระดับ 900 เมตร ขึ้นไปที่ 1500 เมตร และลงมาที่ 1300 เมตร เป็นแนวราบเรื่อยไปกว่า30ไมล์จึงขึ้นเขาไปที่ 1500 เมตร อีกและลงเขาไปสุดเส้นทางที่เมือง Burns ที่ระดับ 1200 เมตร


เราเริ่มไต่เขาอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับวันนี้ และหลังจากการปั่นวันนี้เส้นทางวันต่อไปจะเป็นทางเรียบ ไม่มีทางขึ้นเขาให้ปั่นอีกหลายวัน เพราะต่อจากนี้ไปเราจะอยู่บนที่ราบสูงทะเลทรายไปอีกหลายวัน
ระยะ10 ไมล์สุดท้ายก่อนขึ้นเขาความชันอยู่ที่ที่5เปอร์เซนต์ เล่นเอาเหนือยพอดู พวกสาวๆหายไปหมดแล้ว เหลือก๊วนผู้ชายเท่านั้น จนกระทั่งเราปั่นมาถึงยอดเขา Christ ก็เลยออกความเห็นว่าเราไปรอพวกสาวๆที่เส้นชัยแล้วกั้น.....ว่าแล้วกลุ่มชาย Intel Bikenet สี่คนก็ร่อนลงเขามาเป็นทีมด้วยความเร็วแซงคนอื่นมาตลอด หลังจากเราไหลลงเขามาสักพักเหลือระยะทางสัก 15 ไมล์เป็นทางราบ รู้สึกว่าทุกคนย่อยอาหารดีแล้วChrist เริ่มเปิดศึกด้วยการลากกลุ่มจากความเร็วจาก สามสิบกว่าๆ เป็นสามสิบห้า และเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ.....เรารู้ได้เลยว่า Christ กำลังประลองกำลังกับพวกเราทุกคน ผมไล่ตาม Christ เป็นอันดับสอง Allen และ Declan ไล่กวดติดหลังมาแบบได้ยินเสียงหายใจและเสียงควงขา Christ เพิ่มความเร็วไปถึงระดับ 40 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งยอมรับว่าlnajแข็งแรงมากับความเร็วขนาดนี้ที่มีลมสวนปะทะด้านหน้าตลอด ผมพยายามไล่จี้ติดสักพักก็รู้สึกได้ว่าเสียงคนด้านหลังสองคนหายไป Chris ลากเร็วบ้างผ่อนลงบ้างเริ่มออกอาการเหนื่อยให้เห็น เป็นโชคดีของผมได้โอกาสผ่อนบ้าง...สักพัก พ่อคุณก็เล่นอีกลากแบบสุดขีดเหมือนกับจะพยายามทดสอบความอึดของผม ผมไล่ติดจะแทบจะไม่ไหว เป็นเชี่นนี้อยู่สองสามยก ยกนึกนานพอดูเล่นเอาแทบจะขาดใจ จะในที่สุดผมเห็นสะพานไม้ข้างหน้าว่าจะผ่อนแล้วไม่เอาดีกว่า ปรากฎว่ามันคือทางแยกเข้าเมือง Burns ซึ่งทำให้ผมโล่งออก ระฆังยกสุดท้ายช่วยชีวิตอีกแล้ว รอดตายมาได้หากขึนฝื่นไล่ต่อหัวใจผมคงต้องกระโดดมาเต้นข้างนอกบนพื้นถนนแน่ๆเลย
เราปั่นชลอเข้าเมืองผ่านเส้นชัย โดยมีคนประกาศเชียร์พร้อมเด็กๆชาวบ้านทาหน้าตาโบกมือเคาะกระดิ่งวัวต้อนรับ และประมือกับพวกเรา พอเราเข้าผ่านเข้าเส้นมา Christ เข้ามาปะกบผมและจับมือแถมบอกกับผมว่า “Good ride….” ถือว่าเป็นการชมให้เกียรติ ซึ่งหลังจากวันนั้นผมสังเกตได้ว่า Chris คุยกับผมมากขึ้น คงยอมรับในความอึดและควาบ้าของผมพอควร เราจอดจักรยานรอกลุ่มหลังมาถึง ซึ่ง Allen และ Declan เอ่ยเลยว่าพวกเขาไล่ตามไม่ทันเลย ปั่นกันเร็วมาก ซึ่งทำให้ผมภูมิใจที่เล่นบนทางราบกับพวกหนุ่มๆกว่าผมได้อย่างไม่น้อยหน้า แต่ถ้าเป็นทางขึ้นเนินผมจัดว่าไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไรเลย

City of Burns
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
Life and Living Bikenet
- PuiMerida
- ขาประจำ
- โพสต์: 460
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2008, 14:42
- Tel: 0859125777
- team: Merida Thailand by Cyclesport
- Bike: Merida Reacto Team, Merida Scultura 9000
- ตำแหน่ง: ศรีราชา
Re: Cycle Oregon Week Ride 2013...วันนี้มุ่งหน้าสู่เมือง Burns…..
ติดตามอ่านข้างขอบสนามเลยครับ
Merida Thailand by Cyclesport --> Krich Merida Thailand--> Merida Thailand Fanclub