โพสต์
โดย kookki »
Part 7 ความหวังอันสูงสุด จากดอนหอยหลอด สมุทรสงคราม สู่วังไกลกังวล
----------ภาระกิจวันสุดท้ายวันที่ 5 ของโปรแกรม คือ วันสำคัญที่สุดที่พวกเราทุกคนเฝ้าเพียรพยายามมาตลอด ตอนค่ำของวันวานระหว่าางรับประทานอาหารร่วมกัน หัวหน้าทริบได้อธิบาย เน้นย้ำความสำคัญ แนวปฏิบัติของวันพรุ่ง ให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อภาระกิจสำคัญที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ด้วยหัวใจนักปั่น 23 ชีวิต
---------จากการวางแผนเส้นทางของวันนี้ 120 กม.จากที่พักดอนหอยหลอด สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ใช้เส้นทางหลักตลอด มองแล้วไม่ยากเย็นเกินกว่าเส้นทางที่ผ่านมา ทางเรียบตลอด ไม่มีเนิน มีสะพานยาวบ้าง รถไม่ขวักไขว่ เหมือนวันก่อน ๆ การคาดการณ์วันนี้จึงประเมินไปว่า น่าจะไปถึงวังไกลกังวลบ่าย ๆหรือก่อนช่วงเย็นแน่นอน แต่ทุกอย่างก็คือการคาดเดาซึ่งหมายถึงไม่มีอะไรแน่นอน....
----------เข้าสู่วันใหม่ เสียงฟ้าฝนโปรยมาตั้งแต่ดึก เฝ้าภาวนาให้มันผ่านไป เมื่อถึงเวลานัด ตีห้าเหมือนเช่นเคย ฝนยังคงพรำ่ๆ ไม่ตกหนักแต่ก็เป็นภาระที่ทำให้เหล่านักปั่นต้องปรับตัวและแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังต้องเผชิญ เพราะเรายังคงยืนยันจะเดินทางจะไม่หยุดรอให้ฝนหยุด ฉะนั้นอุปกรณ์ที่พกพามา เช่น ผ้าคลุมกันฝน ชุดกันฝน ที่เก็บไว้ก้นกระเป๋า ต่างรื้องัดนำออกมาใช้งาน
----------เมื่อชำระค่าห้อง จักรยานพร้อมลุยฝนเราจึงมุ่งหน้า ออกจากที่พักทันที เช้านี้เรานัดแนะใส่เสื้อโครงการอีกครั้ง บ้างแห้ง บ้างก็ซักไม่แห้งก็ใส่ แถมมีเสื้อกันฝนปกคลุมให้มันระอุอยู่ข้างใน...
----------เราเข้าสู่เส้นทางหลักธนบุรีปากท่อ รถมากเหมือนที่คิด แต่อุปสรรควันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ฝนที่โปรยยปรายจากฟ้า แต่มันมาจากรถยนต์ที่วิ่งบนท้องถนน ซัดสาด โคลน ทราย น้ำ...จากล้อและท้องถนน เมื่อครั้งอยู่ระยะใกล้กัน เปียกกระจายตั้งแต่หัวจรดเท้า วันทั้งวันของวันนี้เราจึงอยู่ในสภาพเปียกปอน ชุดกันฝนไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากความอบอุ่นของร่างกาย วิธีการแก้ปัญหาบางคนจึงถอดเก็บเสื้อกันฝน บางคนถอดเสื้อเหลืองเก็บไว้แล้วเปลี่ยนคืนเมื่อถึงหัวหิน แต่ส่วนมากยังคงยอมรับที่จะอยู่ในความช่ำแฉะนั้นทั้งวัน ยึ้ยยยยยยยยยย...
----------เช้ามืดนี้พี่ยุทธและพี่ปูมาตามนัด ดักรออยู่ระหว่างทาง พี่ยุทธปั่น พี่ปูเป็นรถเซอร์วิสที่เพียบพร้อมไปด้วยเสบียง จุดพักแรกเช้านี้ที่ ปตท.แยกวังมะนาว อาหารเช้าบริการตัวเอง มีผู้คนสายทางจักรยานเข้ามาทักทาย สอบถามให้กำลังใจ พร้อมชื่นชมกับภาระกิจที่พวกเรากำลังปฏิบัติ เมื่อพร้อมจึงเดินทางต่อไป ไม่มีทีท่าว่าฝนจะหยุดและแสงแดดจะมา
----------ปั่นเข้าสู่เส้นเขาวังพลัดหลงกันบ้างระหว่างหัวขบวนและท้ายขบวน เนื่องจากเป็นทางแยก ถนนวกวน แต่ก้เป็นโอกาสดีที่หยุดพักหายใจ พักขา เพราะว่าอ.หนูวันนี้ดูจะปวดกล้ามเนื้อมากกว่าทุกวันแต่ก็สู้อดทนพยายามปั่นกับขบวน ไม่ยกรถขึ้นรถเซอร์วิส จนกระทั้งมันไม่ไหว...
--------ระหว่างวันผู้จัดการทีมพยายามโทรติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่กองงานพระราชวังไกลกังวลที่จะดูแลการปั่นจักรยานถวายพระพรของพวกเรา ทุกสายตอบรับและบอกว่าได้พร้อมสั่งงานกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว พวกเราอุ่นใจ ปั่นต่อไปสู่จุดหมาย
-------พักเที่ยงอีกครั้งที่ปั้มน้ำมันที่ชะอำ ทุกปั้มบริเวณนี้เป็นที่โปรดปรานของนักปั่นเพราะว่าจะสั่งเมนูอะไร ร้านไหน เขาแถมน้ำพริกกะปิ ผักสดให้ได้อิ่มอร่อยกัน ดูเหมือนทุกคนจึงชื่นชอบกันถ้วนหน้า
------ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องพูดถึงการพยายามบันทึกภาพของตากล้อง บ้างเก็บ บ้าางสู้ จนกล้องเริ่มมีปัญหาเพราะโดนน้ำฝน ที่ถ่ายออกมาได้เลนส์ก็หมองเพราะไอและหยดน้ำ เริ่มมองหน้าทุกคน คาดเดาความรู้สึก ทุกคนยังสู้อย่างเข้มแข็ง มีเสียงหนึ่งพูดว่า "เย็นศิระเพราะพระบริบาล" เพราะทุกวันที่ผ่านมามีแต่แดดที่แผดเผาดำเกรียมกันถ้วนทั่ว มีเพียงวันนี้ที่เย็นฉ่ำ ทริบนี้ครบรสชาดจริง ๆ
------ขอบคุณรถเสบียงที่พี่ปูตระเตรียมมา ทุกคนรักพี่ปู ชื่นชมพี่ยุทธ ดังนั้นขนมผลไม้ในรถที่พกมาพวกเราไม่ขัดศรัทธา มันหายไปในพริบตาครั้งเมื่อจอดพัก นั่นก็องุ่น นี่ก็ฝรั่ง โน้นก็ลองกอง อ้อวันนี้ไม่มีใครสนใจเครื่องดื่มเย็นๆ ในร้านสะดวกซื้อเหมือนทุกวัน
-----ไม่ต้องพูดถึงสภาพรถจักรยานทัวรุ่งริ่ง ที่เซทพร้อมลุยฝน RAIN COVER ที่เต็มไปด้วยคราบโคลน ทรายติดอยู่ทุกอณู อุปกรณ์ทุกชิ้น ไม่มีเวลาให้ล้างฉีด มีแต่ต้องไปต่อ เสียงโซ่ที่มีทรายดังแครกๆ แครกๆ ตามการควงของรอบขาต้องทนเอาก่อนสหาย อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงจุดหมายแล้ว(พี่บลูเราหนักสุด น้ำโคลนดำ ๆ กว่าลิตรเก็บกักไว้ในถุงกันฝน ห้อยต่องแต๋งจนถึุึงวังไกลกังวล)
------เข้าใกล้อีกนิดที่ค่ายนเรศวรแวะถ่ายภาพที่ระลึก นัดแนะพิธีการก่อนเข้าสู่วังไกลกังวล โดยที่เราจะไปที่ปั้มหาที่ชำระล้างตัวเอง เปลี่ยนเสื้อผ้า หน้าผมที่เปรอะเปื้อนใ้หผ่องแผ่วกว่าเดิม(เล็กน้อย) แม้แต่ธงชาิติและตราสัญลักษณ์ก็ต้องทำความสะอาดซักล้างเพราะมันเต็มไปด้วยคราบโคลน ขอบคุณปั้มปตท.ที่ให้เราใช้บริการน้ำแม้่เราไม่ได้อดหนุนน้ำมันท่าน
----------ขบวนนักปั่นทะยอยเรียงแถวเข้าสู่เขตพระราชฐาน เข้าใกล้บริเวณทำพิธีถวายพระพร ณประตูเสด็จฯ การติดต่อประสานงานตั้งแต่เช้าไม่ได้ความ เราเริ่มประสานใหม่ไม่เป็นไรเก็บความขุ่นข้องไว้ในใจเริ่มพิธีการที่ตั้งใจหน้าพระบรมฉายาลักษณ์
----------นำจักรยานจอดไว้อีกมุมหนึ่งของวัง นัดแนะพิธีการและเริ่มก้าวเท้าเดินพร้อมป้ายถวายพระพร จัดเรียงลำดับคำ หันหน้าสู่ถนน และถ่ายภาพผู้คนสัญจรคับคั่งต่างเหลียวมอง ตำรวจจราจรสุดเท่ห์นายหนึ่งอำนวยความสะดวกในการทำพิธีของพวกเรา
---------หันหน้าเข้าสู่พระบรมฉายาลักษณ์และแท่นพิธี ถวายคำนับ ร้องเพลงสดุดีมหาราชาและสรรเสริญพระบารมี ถวายคำนับอีกครั้ง "ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ" เป็นอันเสร็จพิธี
---------เชื่อว่าความรู้สึกที่เกิดทุกท่านในช่วงสภาวะนี้ แช่มชื่น ตื้นตันและเปี่ยมสุข ไม่มีใครสามารถบรรยายได้....เสร็จภาะกิจเดินหน้าสู่ที่พักต่อไป
--------ในฐานะผู้จัดทริบ ไม่มีคำใดที่จะตอบแทนพวกท่านได้เหมาะสม มีแต่คำขอบคุณจากหัวใจ สู่หัวใจนักปั่นประชาชนคนไทยผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ตลอดทริบต้องเผชิญปัญหาต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย ดินฟ้าอากาศ แม้แต่พาหนะการเดินทาง ต้องต่อสู้กับความเหนื่อยยาก ความท้อแท้ แม้แต่ความเจ็บปวดของร่างกาย ความไม่สมบูรณ์ติดขัดไม่สะดวกต่าง ๆ ให้ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี รู้สึกอบอุ่นหัวใจในการร่วมกันปฎิบัติภาระกิจปั่นจักรยานเทิดไท้องค์ราชัณย์ 12-17 ตค.56 จากร้อยเอ็ดถึงวังไกลกังวล ระยะทาง 731 กิโลเมตร จนเสร็จสมบูรณ์ด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชหนึ่งเดียวในหัวใจคนไทย...."ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน"
------ ขอบคุณตัวเองที่มีเพื่อนสมาชิกที่มีหัวใจมุ่งมั่นเดียวกัน เช่น ป๋าสาน ครูเหลียว อ.หน่อง อ.พยุง น้าชาติ พี่เจมส์ พี่หนุ่ย พี่อ้อม อ.สำเริง ครูแบงค์ ป้อม หมอหน่อง แมน อ๊อฟ คุณบัญชา พี่อ๊อด อ.หนู และทีมสมทบ พี่ยุทธ พี่ปู น้าอ๊อดโต้ พี่บลู น้องตั้ม น้องแตงโม เจี๊ยบ อยากบอกว่า... "เรารักพวกคุณทุกคน"
แก้ไขล่าสุดโดย
kookki เมื่อ 30 ต.ค. 2013, 08:39, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง