จักรยานทุกคันถูกลำเลียงขึ้นตู้พิเศษสำหรับหมู่คณะที่เก้าอี้หันเข้าหากันเหมือนรถสองแถว ทำให้สามารถพูดคุยหันหน้าหากันได้สะดวก ผมเคยขึ้นรถไฟแบบนี้มาเมื่อสี่ปีก่อน บนเพดานตู้รถไฟมีที่จับเหมือนรถไฟฟ้าแกว่งไปมา บางหูมีหมวกห้อยอยู่ด้วย รถไฟค่อยๆเคลื่อนออกช้าๆ ผมนั่งมองดูวิวริมหน้าต่าง พลางย้อนนึกถึงบรรยากาศการนั่งรถไฟเก่าๆ

potharam[561005]001 by Enginati, on Flickr

potharam[561005]002 by Enginati, on Flickr
ผ่านศาลายาไป เพื่อนผมสองคนก็พล่อยหลับไป ผมย้ายที่เข้าไปคุยกับป้าแอมป์ที่เป็นผู้ดูแลทริปครั้งนี้ ถามถึงที่มาที่ไปและสไตล์ของทริปนี้ว่าเค้าปั่นกันอย่างไร เพราะจากที่เคยออกทริปหลายๆที่จะพบว่า แต่ละที่ก็จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันไป เหมือนไปดูคอนเสิร์ต แต่เพลงคนละแนว บางทีก็อาจจะไม่ใช่ตัวเราก็ได้ แต่ทริปนี้พอฟังแนวคิดแล้ว มันก็ตรงกับที่ใจต้องการคือปั่นไป เน้นเที่ยวตามจุดต่างๆ มากกว่าจะเอาระยะ เพราะทุกวันก็ได้ปั่นอยู่แล้ว ระหว่างที่นั่งฟัง กลิ่นบุหรี่โชยมาเบาๆ ป้าแอมป์กวาดสายตาหาที่มาของกลิ่น ชายหนุ่มคนนึงนั่งปล่อยมันออกมาอยู่ตรงประตูทางขึ้น ป้าเจี๊ยบกับป้าแอมป์พากันไปบอกให้เค้าช่วยย้ายไปสูบที่อื่น เขาย้ายโดยดี ทำให้อากาศกลับมาปกติอีกครั้ง
รถไฟเริ่มแช่นานเมื่อผ่านนครปฐมมาเนื่องจากรางรถไฟเหลือรางเดี่ยว ข้างทางเห็นสะพานรถไฟที่กำลังสร้างอยู่เป็นระยะเพื่อเตรียมการขยายเป็นรางคู่ ซากไม้หมอนที่กองอยู่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคหมอนคอนกรีตแทน ผู้คนเริ่มขึ้นบนตู้เรามากขึ้นตามระยะทาง แม่ค้าคนนึงสามารถท่องชื่อสถานีที่เรากำลังจะไปได้อย่างขึ้นใจ “ก็ขายของมา 30 ปีแล้ว” แกว่าอย่างนั้น บนรถไฟมีของกินมาไม่ขาดสาย

potharam[561005]003 by Enginati, on Flickr
แนวทุ่งปอเทืองมาต้อนรับเราเมื่อเข้าสู่อำเภอโพธาราม ตั้งแต่สถานีคลองตาคตไปจนถึงสถานีโพธาราม มีทุ่งปอเทืองเป็นแนวสวยมาก ผมมองไว้พลางเล็งว่าต้องมาตรงนี้อีกรอบให้ได้ ก่อนที่รถไฟจะจอดที่สถานีโพธารามล่าช้าไปชั่วโมงกว่า พบเจอกลุ่มจักรยานโพธารามมาต้อนรับอย่างอบอุ่น ทำให้ทริปของเรามีคนเพิ่มอีกเท่าตัวเห็นจะได้ เราขนจักรยานลงก่อนเคลื่อนตัวไปจอดที่ร้านขายของเก่าข้างสถานี มีน้ำและขนมต้อนรับพอหายหิว ก่อนจะทยอยเคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวเมืองโพธารามไปยังโรงหนังเก่า ภาพเก่าๆที่เคยมาเมื่อสองปีก่อนลอยขึ้นมาในหัว บรรยากาศเมืองเก่าเล็กๆยังคงอบอวลอยู่เช่นเคย ธงสีเหลืองของเทศกาลเจกรายให้เห็นตามจุดต่างๆที่ปั่นผ่าน บอกถึงชุมชนชาวจีนที่มีไม่น้อยเลย

potharam[561005]004 by Enginati, on Flickr
จากโรงหนังเก่า เวลาเกือบสิบเอ็ดโมง แดดเริ่มจัด เรามุ่งหน้าไปโรงหนังใหญ่วัดขนอมเป้าหมายแรก มีเหตุการณ์ชวนระทึกเล็กน้อย เมื่อผมเลี้ยวผ่านโค้งเจอหมอบคันนึงล้มอยู่ตรงหัวสะพานข้ามแม่น้ำ เนื่องจากไต่ขึ้นทางต่างระดับสูงไป แต่มีแผลถลอกเล็กน้อย เลาะริมน้ำมาจนถึงวัดขนอน ประตูโรงหนังปิดแล้ว เสียงกลองและเครื่องมหรสพลอยมาเบาๆ บอกถึงการแสดงที่ดำเนินอยู่ภายใน ไม่เสียดายมากนักเพราะเคยมาชมการแสดงแล้ว ผมเดินหาร้านกาแฟสดที่ได้ยินเพื่อนร่วมทริปพูดถึงระหว่างปั่น ก่อนที่จะได้มอคค่าแก้วนึงพลางเดินไปดูพิพิธภัณฑ์ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวบรรยายให้เหล่านักปั่นได้รู้จักกับพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงตัวละครหนังใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว แผ่นหนังขนาดใหญ่มีร่องรอยการปะเย็บ ด้านข้างมีคำบรรยายภาพที่จัดแสดง ผมคุยกับภัณฑารักษ์น้อย เธอเล่าให้ฟังว่าเคยไปฟังเสวนาแทนหลวงพ่อที่ดูแลครั้งนึง แล้วมีคนบอกว่า วัดขนอนไม่มีอะไรน่าสนใจ ทำให้เธอกลับมา แล้วบอกว่าจะมาช่วยทำให้คนอื่น เห็นคุณค่าของมรดกที่กำลังจะหายไปนี้ ให้มีชีวิตอีกครั้ง ทุกวันเสาร์อาทิตย์จะมาเฝ้าที่พิพิธภัณฑ์และคอยบอกเล่าเรื่องราวให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจ พร้อมทั้งศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นอีกด้วย และตั้งใจจะเรียนด้านการท่องเที่ยวและกลับมาดูแลที่แห่งนี้
จากวัดขนอน เราวนกลับมากินข้าวเที่ยงที่โรงเจในตัวเมือง แดดร้อนจัดจนแสบผิว ในโรงเจมีอาหารเจเลี้ยง บรรยากาศดูคึกคักเล็กๆ มีการจัดเตรียมงานต่างๆ ทั้งเทศกาลเจ และงานกระทงที่กำลังจะมาถึง ก่อนจะปั่นออกไปยังวัดคงคาราม เส้นทางเรียบริมน้ำถนนเส้นเล็กๆนั้น ทำให้เราไม่ต้องเจอรถมากนัก เป็นทางที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านและตำบลได้ ระหว่างทาง ชาวบ้านที่ผ่านไปมา หรือนั่งพักผ่อนตามศาลา ก็จะส่งเสียงทักทายขบวนของเราตลอด คุณแม่หลายคนก็อุ้มลูกมาชี้ชวนดูขบวนจักรยานแถวยาวๆ มีแบบนี้ตลอดเส้นทาง เสียงพูดคุยระหว่างคนในทริปก็ดังแว่วมาเรื่อยๆ ในระดับความเร็วเรื่อยๆ แบบนี้ ทำให้สามารถพูดคุยกันได้ ก็สนุกไปอีกแบบ

potharam[561005]006 by Enginati, on Flickr
วัดไทรอารีรักษ์เป็นจุดที่เราแวะมาถึงในช่วงบ่าย เราเข้าไปในวิหารที่ถูกสร้างด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งไทย จีน มอญ ให้สังเกตเห็นกันได้ชัดๆ ด้วยอากาศเย็นในวิหาร กับข้าวเที่ยงอิ่มๆ ทำให้ผมเคลิ้มหลับไปช่วงบรรยาย และหลายๆคนก็อยู่ในสภาพเดียวกัน จากที่วัดนี้เราวิ่งเลียบลำน้ำแม่กลองขึ้นเหนือ ไปยังวัดคงคาราม เส้นทางที่ปั่นผ่านสถานีคลองตาคต จุดที่ผมหมายตาไว้ตอนที่นั่งรถไฟ ตลอดเลียบทางรถไฟตั้งแต่สถานีไปจนถึงวัดคงคารามจะมีแนวต้นปอเทืองไปตลอดทาง ที่หน้าประตูทางเข้าวัดเหลือผมกับเพื่อนร่วมทริปอีกสามสี่คนที่วนๆถ่ายรูปอยู่ด้านนอก ในใจอยากจะให้มีรถไฟซักขบวนผ่าน อยากะเก็บภาพรถไฟผ่านทุ่งสีเหลืองนี้ ระหว่างที่ผมกำลังก้มๆเงยๆถ่ายภาพจักรยานตัวเองกับทุ่งปอเทือง รถไฟบรรทุกสินค้าขบวนนึงก็วิ่งผ่านมา ไม่ใช่สินค้าธรรมซะด้วย แต่บรรทุกทหาร และรถบรรทุกของทหารมาทั้งขบวน เป็นภาพที่ไม่ได้พบเจอบ่อยนัก เสียดายที่ขบวนนี้ไม่ได้มีรถถังมาด้วย ได้ภาพสมใจอยาก ก็พารถเข้าวัดไป

potharam[561005]008 by Enginati, on Flickr
ที่วัดแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์ของเจ้านายท่านนึงที่เก็บรวบรวมหลักฐานไว้มากมาย ที่น่าสนใจคือภาพวาดที่ดูคล้ายภาพสามมิติ ระหว่างที่เดินดูก็เจอกับแกรี่ ฝรั่งที่เคยมากับทริปนี้มาก่อน ฟังเพื่อนเขาบรรยายถึงสิ่งต่างๆให้ฟัง อีกมุมนึงมีตู้กระจกที่มีเพื่อนร่วมทริปเล่าให้ฟังถึงความแตกต่างของกระจกโบราณกับกระจกปัจจุบัน ออกมาข้างนอก รถไอติมคันนึงถูกรุมล้อมด้วยผู้ร่วมทริปที่ซื้อหาไอติมดับร้อนกัน ก่อนที่จะเดินแวะไปยังวิหารเก่าที่น่าจะสร้างในสมัยรัชกาลที่สาม จากการที่ภาพวาดฝาผนังนั้นมีลวดลายออกแนวจีนๆ และบอกเล่าเรื่องราวของคนในยุคนั้น ไฮไลต์เป็นจุดหนึ่งของภาพที่มีโรงนวดอยู่ และประตูวิหารที่เป็นไม้แกะสลักได้ละเอียดมากๆ

potharam[561005]009 by Enginati, on Flickr
ออกจากวัดคงคารามเรายิงยาวขึ้นเหนือต่อไปยังอ.บ้านโป่ง แวะเที่ยวเข้าไปในตลาดบ้านโป่ง ระหว่างทางมีคนกลุ่มนึงหลงทางไปบ้าง แต่เราก็หยุดรอจนทุกคนมาครบแล้วไปกันต่อ ระยะทางช่วงนี้ค่อนข้างจะไกลเหมือนกันสำหรับมือใหม่ พี่คนนึงคอยปั่นดันหลังให้พ่อของเขามีแรงส่งไปข้างหน้ามากขึ้น เนื่องจากเป็นรถพับเหล็กเกียร์เดียว ราวสี่โมงเย็น เราก็เข้ามาถึงตลาดนัดบ้านโป่ง คนนำทางมาเราวนวงเวียนเล่นไปสามสีรอบ ก่อนจะพาเข้าเมือง บรรยากาศคึกคักด้วยเทศกาลกินเจ ระหว่างที่จอดรอคนซื้อของกิน ได้มีโอกาสไปคุยกับพี่ๆแก๊งผู้พัน ที่เคยไปตามออกทริปต่างจังหวัด เค้าเล่าให้ฟังว่าสไตล์ทริปของผู้พันจะไปพร้อมๆกันแบบนี้แหละ ใครแรงหน่อยก็นำไปเจอที่จุดนัดพบ แต่ผู้พันจะคอยวิ่งดูแลทุกคนตลอด มีออกทริปราวๆเดือนสองเดือนครั้ง

IMG_0176 by Enginati, on Flickr

potharam[561005]012 by Enginati, on Flickr
ช่วงสุดท้ายเราปั่นย้อนกลับมาวัดม่วง ชุมชนชาวมอญเก่าที่มีพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาวมอญ ก่อนถึงมีเหตุการณ์ตื่นเต้นเล็กๆ เมื่อเฟิดที่ปั่นตามหลังผมมา อยู่ๆก็เซลงไปหารั้วบ้านของชาวบ้าน บอกว่าเหม่อไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไร เพราะยั้งตัวไว้ทัน ถึงวัดม่วงมีเด็กๆในชุมชนมาบอกเล่าเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ในแต่ละจุด มีแปลกใจเรื่องที่พิพิธภัณฑ์ที่นี่มีการนำเสนอเรื่องราวของกษัตริย์พม่าที่ยึดแผ่นดินมอญไปด้วย ซึ่งในประวัติศาสตร์ไทยจะไม่มีพูดถึงในทำนองนี้ หลังจากที่ชมการแสดง ทานอาหารถิ่นและร่วมกันลอยกระทงสายแล้ว ทุกคนก็แบ่งกลุ่มแยกย้ายไปพักผ่อนตามบ้านของคนในชุมชน

potharam[561005]015 by Enginati, on Flickr

potharam[561006]019 by Enginati, on Flickr
ช่วงเช้าตื่นขึ้นมา เจ้าของบ้านพาเดินชมต้นไม้ ก่อนจะมานั่งคุยกับพี่ซ้ง ที่พักบ้านใกล้ๆกัน ปกติพี่เค้าจะเดินป่าบ่อยกว่าออกทริปจักรยาน รอบหน้าก็เลยตั้งใจว่าจะลองไปลุยทริปเดินป่าดูบ้าง ช่วงเช้าปั่นอากาศสบายๆ เลียบแม่น้ำฝั่งตะวันตกลงใต้มา จนถึงวัดเจ็ดเสมียน และโรงงานทำไชโป้ว แดดเริ่มแรงขึ้นหลังจากที่เราดูโรงงาน เราปั่นไปแวะกินข้าวที่เมืองราชบุรี ระหว่างทางผมกะพี่คนนึงสลับจักรยานกันลองปั่นดู ลองความแตกต่างระหว่างเฟรมอลูและโครโมลี่ แรกๆก็ไม่เห็นความแตกต่างมาก แต่ว่าพอกลับมาขี่ของตัวเอง เออ มันความรู้สึกต่างกันจริงๆ ด้วยนะ ต่างคนต่างสไตล์กันไป
ระหว่างทางมีเรื่องหนักใจสำหรับคนนำทริป เมื่อมีข่าวเข้ามาว่ารถไฟที่จะพาเรากลับนั้น เลทไปร่วมๆ สี่ชั่วโมง ทำให้ต้องหยุดคุยกันว่าจะเปลี่ยนแผนหรือจะรอ ซึ่งเราเลือกที่จะเปลี่ยนแผนเรียกรถบรรทุกมารับจักรยาน ก่อนที่จะขึ้นรถไฟอีกขบวนที่เป็นรถสปรินเตอร์จากหัวหินแทน งานนี้รถพับก็คงขึ้นไปไม่ไหวเพราะรถรอบนี้คนน่ะแน่นมาก

potharam[561006]020 by Enginati, on Flickr

potharam[561006]021 by Enginati, on Flickr
ช่วงบ่ายเราแวะไปที่เถ้าฮงไถ่และวัดมหาธาตุ ก่อนจะยิงยาวกลับมาที่โพธาราม ช็อตนี้เพื่อนผมเริ่มปั่นไปไม่ขึ้นแล้ว ด้วยจากการปั่นทางไกลมาก่อน ผมลดความเร็วมาปั่นประคองเพื่อน กลุ่มแยกออกเป็นสองชุด ชุดแรกปั่นความเร็วปกติของทางไกลนำไปก่อน ส่วนกลุ่มที่สองก็ชิวๆเกาะกลุ่มกันไป สังเกตผู้นำทริปเกือบทุกคนจะมาช่วยดูแลในกลุ่มนี้ให้ปั่นในระดับความเร็วที่พอดีๆ ไปจนถึงตลาดเจ็ดเสมียนจนได้ ก่อนที่จะปั่นกลับมาถึงสถานีรถไฟโพธารามได้กันทุกคน

potharam[561006]023 by Enginati, on Flickr
เราบอกแยกย้ายกลุ่มสมทบก่อนจะนั่งรถไฟกลับ คนแน่นอย่างที่คาดไว้ บนรถบังเอิญเจอลุงคนนึงที่เคยทำงานที่จุฬาฯ มาพูดคุยเรื่องทางจักรยานในจุฬาฯด้วย พร้อมแนะนำคนที่พอช่วยจะสนับสนุนเรื่องนี้มาด้วย และมีเรื่องน่าปวดหัวกับการที่มีกลุ่มวัยรุ่นที่ไปเที่ยวแล้วกินเหล้ากันมาตลอดทาง แล้วโดดลงไปซื้อเหล้าเพิ่มตอนที่รถไฟหยุดที่สถานีนึง แล้วกลับขึ้นมาไม่ทัน เพื่อนที่เหลือโวยวายให้รถไฟหยุด ซึ่งก็หยุดจริงๆ และถอยกลับไปรับที่สถานี ทำเอาคนงงกันทั้งขบวน ก่อนที่จะมีเรื่องระหว่างชายสองคนที่มาด้วยกันจะชกกันอีก จนตร.รถไฟมาลากทั้งคู่ลงไป เป็นประสบการณ์ขึ้นรถไฟที่มีเรื่องสนุกๆไปโม้ให้เพื่อนฟังอีกครั้ง

IMG_0175 by Enginati, on Flickr
สถานีหัวลำโพง สายฝนโปรยปรายมาต้อนรับพวกเรา ระหว่างที่รอรถบรรทุกมา ได้ฟังประสบการณ์การปั่นจากพี่ๆ หลายคนแลกเปลี่ยนให้ได้ฟังกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไป เป็นเสาร์อาทิตย์ที่ได้ออกไปเติมพลังเพื่อทำงานในเมืองที่วุ่นวายอีกครั้ง
เช้าวันจันทร์ จักรยานหลายๆคันของเพื่อนร่วมทริปคงได้พักผ่อน แต่รถพับสีเขียวคันนี้ ยังคงวิ่งฝ่าพื้นเฉอะแฉะและรถยนต์มากมาย ไปทำงานเช่นเคย แต่วันนี้ดูมันวิ่งไปได้เร็วกว่าทุกๆวันที่ผ่านมา...