Cycle Oregon Week Ride 2013...วันนี้มุ่งหน้าสู่เมือง Burns…..

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
lagacy_bcn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 245
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 เม.ย. 2011, 17:57
Bike: Panasonic L.L.Bean ARAYA

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ถึงตอน...กติกาการปั่น....

โพสต์ โดย lagacy_bcn »

:)ขอบคุณที่นำประสปการณ์ดี ๆ แบบนี้มาแบ่งปั่นครับ :)
:) ขอติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้ครับ :)
Life's Bike
รูปประจำตัวสมาชิก
Bike Addict
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2500
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 15:11
team: หาดใหญ่ลื่นไหล
Bike: Canyon Ultimate CF SLX, Trek 520,

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ถึงตอน...กติกาการปั่น....

โพสต์ โดย Bike Addict »

ต้องเล่าเรื่องแบบนี้ซิครับ ชอบ ได้ความรู้ใหม่ๆ หลายๆ ด้าน อาหาร วัฒนธรรม เส้นทาง นี้ถ้าแถมประวัติศาสตร์นี้ยอดเลยครับ


ครบๆ ครับ ชอบมากๆ เลยครับ ยังรออ่านต่อครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
wuwu
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 75
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 เม.ย. 2012, 22:08

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ถึงตอน...กติกาการปั่น....

โพสต์ โดย wuwu »

พี่ขุนช้างครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากได้พวกกฏที่เค้าให้มาอ่านก่อน อย่างเรื่องพวกการเตรียมของ หรือการกฏการปั่นอย่างที่พี่ขุนช้างเขียนน่ะครับ
popTC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 199
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2013, 20:03
Bike: rit เขียวบิน
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ถึงตอน...กติกาการปั่น....

โพสต์ โดย popTC »

ยอดเลย
ปั่นต่างประเทศคงได้อารมณ์ต่างจากเมืองไทย
:D :D :D
เสือรถพ่วง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1332
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 21:20
Tel: 0819555673
team: SAHAKIJ JOHO..KORATBIKE... P.C.S.Clycling Team Korat
Bike: KONA KHS TREK GIANT SCOTT ANCHOR

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 ถึงตอน...กติกาการปั่น....

โพสต์ โดย เสือรถพ่วง »

ขอบคุณมากครับพี่ขุนช้าง
รูปประจำตัวสมาชิก
ขุนช้าง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 639
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
ติดต่อ:

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย ขุนช้าง »

........สายลมเย็นปะทะหน้า หนาวไปถึงในปอด ผมจึงต้องพยายามปั่นให้ชิด Allen ให้มากที่สุด เพื่อป้องกันลมเย็นปะทะตัว (Allen ตัวใหญ่บังลมได้ดีมาก) ก่อนออกปั่น เราได้คุยกันถึงเส้นทางซึ่งเราทุกคนมี road sheet ติดตัวทุกวัน ว่าลักษณะเส้นทางในแต่ละวันเป็นอย่างไร วันนี้เราเริ่มต้นที่ John Day ปั่นรอบเขา Strawberry Mountain กลับมาที่เดิม แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันที่ต้องไต่เขาสูงที่สุดใน 7 วันของการเดินทาง แต่อันที่จริงการไต่เขานั้นไม่เป็นปัญหานัก เพราะระดับการไต่ในวันนี้สูงสุดไม่เกิน 7% ซึ่งไม่ได้มากมายอะไร แต่ระยะทางการไต่ระยะประมาณ 35ไมล์ซึ่งค่อนข้างยาว ช่วงไต่ 7% ระยะทาง 5 ไมล์ แต่ปัญหาคือ เพื่อนๆเห็นเขามันๆจะไม่รอเราน๊ะซี่.....คิดได้เช่นนั้นเราก็ หมก เก็บตัวอยู่ข้างหลัง Allen เพื่อเซพพลัง ผ่านไปได้สัก 10 ไมล์ เริ่มออกอาการช้าลงเพราะรู้สึกได้ถึงความชันที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ........อาการที่บ่นว่าหนาวหายไปกลับเป็นความร้อนที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณเตือนว่าหมดเวลาของการปั่นแบบเพลินๆแล้ว

เรายังคงเกาะกลุ่มกันมาตลอด พวกผู้หญิงเริ่มหลุดห่างจากกลุ่มเป็นครั้งคราว จนหัวขบวนต้องลดความเร็วลงมาลากกลับเข้ากลุ่ม ทุกคนก้มหน้าก้มตาปั่นโดยไม่ทันได้คิดอะไรไม่เท่าไรก็ถึงจุดหยุดพักก่อนขึ้นเขาแบบไม่รู้ตัว เหมือนเสียงระฆังหมดยกแรกดังขึ้น จากจุดยุดพักก่อนขึ้นเขาทุกคนเข้าใจดีว่าหลังจากจุดหยุดพักนี้เราคงต้องเหนื่อยขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา......เสียงเจ้าหน้าที่ประกาศคอยบอกว่าให้เข้าไปข้างในได้เลย และให้จอดจักรยานออกจากเขตถนนด้วย.....เราก็ปฏิบัติตามอย่างโดยดี จอดและจูงจักรยานเข้าไป เราจอดจักรยานโดยพิงเกี่ยวเข้าหากันเป็นคู่ๆบ้าง วางพื้นบ้าง เราเดินตามคนอื่นเข้าไปในพื้นที่ว่างอยู่กลางป่าสนโปร่ง คนที่ใส่รองเท้าพื้นคาร์บอนคงเดินแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะทางเดินเป็นดินและหินขรุขระ แน่นอนว่าพื้นคาร์บอนที่แสนจะรักษาอย่างดีมาตลอดจะต้องถลอกปอกเปิกแน่งานนี้ ซึ่งมีคนบอกไว้ก่อนว่าถ้าจะให้สะดวกงานนี้ให้ใส่รองเท้าเสือภูเขามา เพราะต้องเดินบนพื้นที่ไม่เรียบอยู่บ้าง.... รองเท้าผมก็อยู่ในข่ายเช่นเดียวกับอีกหลายๆคน ...“โธ่ Scott carbon ของผม.....เสียโฉมหมดเลย”

บริเวณจุดพักเค้าได้จัดเป็นเต๊นท์ของว่างหลายเต๊นท์ มีคนคอยบริการ ทั้ง Cereal bar ผลไม้ต่างๆ ขนม เจลลี่ แถมยังมี power bar, power gel ด้วย โธ่งานนี้เราแบก gu gel มาเป็นกล่องเลย เค้าดันจัดให้พร้อมซะอย่างนี้ที่หลังไม่ต้องเอามา...คิดอยู่ในใจ ต่างคนต่างเลือกกินของที่ตนเองชอบ ทั้งกินด้วย พกไปด้วย ระหว่างนั้นยังได้ยินเสียงดนตรีเล่นสดเพลงคันทรี่ ซึ่งเราก็เดินเข้าไปล้อมวงกับเขา ก็เป็นวงดนตรีที่เล่นให้เราดูเมื่อคืน เอามาเล่นกลางป่าเพลงคันทรี่สนุกดี เดี๋ยวก็มีคนปั่นจักรยานคนนึงลงไปร่วมแจมด้วย...เล่นเก่งมากเลย Allen หันมาถาม “coffee?” เราตอบ “Are there?....sure” Allen ตอบเราก็คิดว่าคงจะเป็นกาแฟจากกระติก เดินตาม Allen ไปเข้าแถวแจกกาแฟ ปรากฎว่าเป็นรถจักรยานสามล้อ เค้าทำกาแฟแบบหยด “dipping” เข้าท่าดี เค้าใช้เป็นกรวยวางล้อมวง แล้วน้ำหยอดลงกรวย ที่หมุนรอบตามแกน เหมือน เอาล้อจักรยานมาวางนอน ที่ขอบเป็นอุปกรณ์หยดกาแฟ แก้วอยู่ข้างล่าง หลายๆใบ ยืนรอไปก็เกิดอาการอยากกาแฟเพราะกลิ่นกาแฟที่เตะจมูก

ระหว่างยืนรอกาแฟ มีคนข้างหน้าเขาคุยให้ฟังเรื่องจักรยานกาแฟว่า คนที่บริการกาแฟนั้น เค้าบริการฟรี เค้าปั่นจักรยานกาแฟสามล้อของเขาเอง มารอคอยบริการพวกเราฟรี ทุกวันตลอดงาน ซึ่งผมก็งงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนจะสามารถปั่นจักรยานสามล้อที่มีตัวถังเป็นไม้และเครื่องทำกาแฟแบบไปขายตาม Park สามารถจะปั่นไต่เขาแบบที่ผ่านมาได้ แค่ตามบริการพวกเราทุกวันผมก็นับถือแล้ว และยังสำทับอีกว่าคนนี้เค้าเคยป่วยแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หลังจากหายเขาก็มาปั่นจักรยาน ทำให้เขาแข็งแรงขึ้นมาก และรักการปั่นเป็นชีวิตจิตใจ ต่อมาเขาก็ยึดอาชีพขายกาแฟด้วยเจ้าจักรยานสามล้อคันนี้แหละ เขาจึงอาสาช่วยเหลือองค์กร Cycle Oregon ด้วยการ บริการกาแฟฟรีทุกปีในการจัดกิจกรรมการขี่จักรยานประจำปีของ Cycle Oregon......ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมว่าสุดยอดมากๆเลย

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


เรายืนซดกาแฟกับขนมคุยกันไปแบบสบายๆ ผมก็แนะว่าเราควรจะไปได้แล้วเพราะผมต้องรีบกลับไปหาซื้อถุงนอนสำหรับคืนนี้...เท่านั้นแหละต่างคนแสดงอาการกระตุกรีบจัดแจงทิ้งภาชนะกระดาษในที่ที่จัดไว้ รีบเข้าห้องน้ำแล้วตรงออกไปรอที่ถนนเพื่อออกปัน

จากบรรยากาศที่เป็นที่โล่งเริ่มเปลี่ยนเป็นเนินเขา เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีเป็นต้นสนตลอดทาง..... ปั่นไปได้สักพัก...คราวนี้เป็นอย่างที่คิดไว้ คือบรรดาเพื่อนๆ เห็นเนินยิ่งชัน ชักรู้สึกยิ่งมัน หันมาบอกว่า เจอกันที่ยอดเขา เท่านั้นแหละคุณ Chris เริ่มยิงก่อนด้วยความเมามัน ขึ้นโยกไปแบบเนิบๆ แล้วหายวับไปกับตา ตามด้วย Allen ซึ่งค่อยๆไต่ไปเริ่มห่างขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมกับ Declan สำหรับผมอยู่บ๊วยของกลุ่มผู้ชาย โดยมีกลุ่มผู้หญิงสองคนอยู่ข้างหลัง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะแต่ละคนที่ขี่อยู่ระหว่างเส้นทางดูแล้วเป็นวัยที่พอๆกับผม หรืออายุมากกว่าผมอยู่เป็นส่วนใหญ่ ผมเลยพยายามอัดเนินแซงคนอื่นขึ้นมาเรื่อยๆ นานๆจะเจอบางคนไต่แซงผมไป หลังจากปั่นสบายๆเลี้ยงวัตต์แค่ 150-200 วัตต์ไปสักพัก ด้วยความรู้สึกว่าหากไม่เร่งเดี๋ยวพวกผู้หญิงตามผมมาทันคงขายหน้าแย่ เลยตัดสินใจไล่ไต่เขาตามนักปั่นคนนึ่ง ไปเรื่อยๆ ดู garmin เห็น power ขึ้นเกิน 200 วัตต์ตลอด (จักรยานที่ใช้กะว่าซื้อให้ลูกชายมี SRM Power Meter มาด้วย ชุด Crank เป็น rotor) จากพาวเวอร์ 200 เป็นเกิน200 ไป 250 อัดไปอีกได้ไม่เท่าไร...หมดครับ ลดเพาเวอร์มาแค่ 150 ได้สักพักพอหายเหนื่อยก็พยายามรักษาฟอร์มลุยบ้าง ขึ้นโยกบ้างทั้งๆที่ไม่ค่อยจะไหว.....

ระยะทางจากจุดพักจุดแรกกว่าจะถึงยอดเขาร่วม 20 ไมล์ เริ่มจากระดับน้อยๆเพียงแค่ 2% เป็น 3 เป็น 4 ไปเรื่อยๆถึง 7% ที่จริงแล้วก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่มันยาวถึง 20 ไมล์ คือ 36 กม.นี่ซิ สำหรับผมมันทรมานจริงๆ (ที่จริงมันก็ไม่เท่าไรหรอกถ้าปั่นไปเรื่อยๆ แต่เนื่องจากกลัวเสียหน้าคนอื่น ก็เลยอัดกับเขา กว่าจะถึงเลยหมดสภาพเลย) ในที่สุดจากความพยายามกดลูกบันไดมาร่วมกว่าชั่วโมง นั่งมั่งโยกมั่งจนถึงจุดยอดของเขา Strawberry Mountain ที่ความสูง 5898 ฟุต....หมดแรงพอดี ว่าจะจอดพักตามคนอื่นเค้า เห็นพวกแก๊งค์เรายืนรออยู่ลิบๆข้างหน้า ก็ทุ่มกำลังขึ้นโยกเป็นเฮือกสุดท้ายเพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม พวกเห็นผมปั่นขึ้นมาต่างก็ปรบมือเอาใจเชียร์...(ในใจก็คิดว่าเราขี่ไม่เห็นได้เรื่องเลยดันมายกปรบมือให้เรา แต่เค้าก็ทำกันเป็นประเพณีเพื่อเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน...ดีเหมือนกันนิ) ยืนคุยกินน้ำรอสักพักนึงสองสาว Kathleen ก็ไต่เขาตามขึ้นมาจนถึงยอด เราก็ยืนรอปรบมือให้กับพวกหล่อนอีก พวกเราก็ถ่ายรูปกับกับป้ายยอดเขา เช่นเดียวกันนักปั่นทั้งหลาย เสร็จสรรพ คราวนี้ก็สบายเราไหลลงเนินมาสักพักแถมเนินขึ้นอีกนิดหน่อยก็มาถึงจุดพักสำหรับอาหารกลางวัน......

เราปั่นมาถึงจุดอาหารกลางวันบริเวณ Big Creek Camp Ground เค้ามีป้ายติดสัญลักษณ์ว่า moda….มันคืออะไรกัน ก็เลยค้นมาให้รู้กัน......
ในการจัดการปั่นของ Cycle Oregon เค้าจะมี sponsor และ partner อันหนึ่งคือ moda และ OHSU ที่ไปค้นมา OHSU ย่อมาจาก Oregon Health & Science University ซึ่งสนับสนุนกิจกรรมการปั่นของ Cycle Oregon และ moda หรือ moda Health เป็นธุรกิจที่เข้ามาช่วยรับผิดชอบการดูแลสุขภาพของนักปั่นของ Cycle Oregon..... เอ.....มันงงยังไงยังไงอยู่ แต่ก็ฟังแล้วก็รู้สึกดี ว่ามีสถาบันที่เป็นที่น่าเชื่อถือมาดูแลเราอย่างดี คือที่จุดสต๊อปทุกที่ นอกจากจะมีรถพยาบาลของ moda Health ที่มีเจ้าหน้าที่และพยาบาลน่ารักๆ (น่ารักจริงๆ – ผมได้ใช้บริการแล้ว) คอยดูแลเอาใจใส่เราด้วย และยังมีโรงพยาบาลสนามเตรียมไว้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรเค้าเตรียมไว้ให้หมด....เอาไว้เจอตอนไหนแล้วผมค่อยเล่าให้ฟังดีกว่า

รูปภาพ
บริเวณที่จัดไว้สำหรับอาหารกลางวัน ก็เป็น camp ground ที่คนมักจะมาพักค้างแรม เรานั่งบนหญ้าบ้าง ดินบ้าง ก้อนหินบ้าง ก่อนจะหาที่นั่งเราก็ไปเข้าแถวเตรียมรับอาหาร อาหารวันนี้ก็มีให้เลือกเป็นแซนวิช หรือ wrap ผมเลือก wrap และมีแผ่นทาโก้ชิป ผลไม้ ฯลฯ เยอะไปหมดจำไม่ได้ และก็สารพัดน้ำ ผมเอาน้ำส้มกระป๋อง เพราะสังเกตมีแผ่นอลูมีเนียมหุ้มฝาบนด้วยดีตรงเวลาเราดื่มน่าจะสะอาดปลอดภัย
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เรากินไปคุยกันไปแบบเพลินๆ สบายจังวันนี้ มองไปรอบตัวเห็นแต่ละคนนั่งกินคุยกันบ้างก็เอากระดาษกล่องมาปูนอน ทุกคนดูอิ่มเอิมด้วยความสุข คงเป็นเพราะว่ารู้สึกโล่งใจที่ผ่านด่านเขาสูงมาแล้วมั้ง แต่ก็เพลินจริงๆ แถมยังมีเสียงเพลงที่เล่นสดเคล้าคลอบรรยากาศอันชื่นมื่นท่ามกลางลานต้นสน และเสียงน้ำไหลจากลำธารมาจากที่ไม่ไกลนัก....มันช่างสุขขีอะไรเช่นนี้...พยายามนึกว่าเรากำลังฝันไปหรือเปล่านี้ พยายามกระพริบตาหลายๆครั้ง ทำตาเบิกโพลง มองไปรอบๆตัว...เออ...มันเป็นของจริง ระหว่างเวลาอาหารกลางวันเราไม่ลืมที่จะเล่นประสพการณ์การปั่นของแต่ละคน บนเส้นทางหฤโหดที่เราได้ผ่านมา พร้อมทั้งกระเซ้าเย้าแหย่กันพอหอบปากหอมคอ

.....ผมขอขัดจังหวะการคุยของกลุ่มว่าเราไม่ควรเสียเวลาด้วยภาระที่ผมต้องรีบกลับไปหา “ถุงนอน” สำหรับคืนนี้และคืนต่อๆไป เราเดินออกมากจากลานดิน แต่ไม่ลืมที่จะทิ้ง....ไม่อยากจะเรียกว่าขยะ เรียกว่าชิ้นส่วนเหลือใช้ดีกว่า เอาไปไว้ในเต๊นท์แยกชิ้นส่วนที่เค้าจัดไว้ให้อย่างดี โดยมีคุณป้าคอยหยิบชิ้นส่วนใส่ลงไปในกล่องรองด้วยถุงพลาสติกที่อยู่ในเต๊นท์ที่จัดไว้อย่างดี (ต้องขอเน้นเรื่องนี้หน่อยเพราะเค้าเห็นความสำคัญเรื่องนี้จริงๆ) เรื่องแยกของใช้แล้วนี่ค่อยเล่าไว้อีกที่ดีกว่า เดี๋ยวจะเป็นวิชาการมากเกินไป.....

จากจุดรับประทานอาหารกลางวัน เป็นเส้นทางราบบนภูเขาโค้งไปมามีเนินเล่นเล็กน้อย พอให้อาหารย่อยได้สักพักก็มีเนินให้ไต่ค่อนข้างชันแต่ไม่ยาวนัก เป็นเส้นทางเกาะตามไหล่เขาขึ้นเนินไม่มากแต่โค้งไปโค้งมาสนุกดี ในที่สุดก็ถึงเนินชันสุดท้ายของวันนี้ ตามที่ดูใน road sheet ก็ถึงคราวของผมเพราะต่อจากนี้เป็นทางลงเนินตลอด ไอ้ที่เล่นงานผมมาตอนนี้ผมเอาคืนบ้างเพราะช่วงต่อไปคือทางลงเนินยาวร่วม 20ไมล์ ความชันที่เราไต่ขึ้นมาทั้งหมด ถูกชดเชยกลับหมดสิ้น เพราะเราอ้อมกลับไปที่เดิม

เมื่อสามปีก่อนผมเคยปั่นจักรยานลงเขาเมื่อครั้งไปขี่กับกลุ่มอดีตนักแข่ง และ Sponsor ของ Tour de France เมื่อปี 2010 เส้นทางช่วง Les Gets ซึ่งมี Bernard Hinault อดีตแชมป์ TDF 5 สมัย ไปร่วมปั่นในกลุ่มด้วย ผมเกาะกลุ่มลงตามเขาด้วยความเร็วสูงมาก จะมารู้ว่าความเร็วเท่าไรก็หลังจากจอดจักรยานแล้ว ดูใน garmin ปรากฎว่าความเร็วถึง 93 กม.ต่อชม. ซึ่งจำได้ถึงความรู้สึกตอนนั้นว่ามันเร็วมาก เร็วจนไม่กล้าละสายตาจากถนนเลย ถ้าปีหน้าใครไปทริปฝรั่งเศสกับ Bikenet จะพาไปปั่นเส้นนี้มันจริงๆ แต่เมื่อครั้งที่ลูกชายไปแข่ง Haute Route เมื่อเดือนที่ผ่านมา เจ้าบิ๊ก(ลูกชาย)ลงเขาเส้นเดียวกันด้วยความเร็ว 97 กม.ต่อชม. โอ้ย...เจ้าลูกชายอาการระห่ำหนักกว่าพ่อเสียอีก.....

ตอนลงเขาผมรู้สึกว่าผมลงเขาได้เร็วมาก ดูไมล์สามารถเลี้ยงความเร็วทางลงเนินตรงยาวได้ถึง 75 กม.ต่อชม. (วันนั้นยังไม่รู้ว่ามีการจับความเร็ว) ร่อนลงมาปรากฎว่า Allen ที่ตามจี้ผมมาสักพักแต่ตามผมไม่ทัน ผมร่อนลงมาด้วยความเมามัน ทุกคนหายหมดเหลือผมปั่นอยู่คนเดียว ผมลงเนินผ่านพวกฝรั่งคนอื่นแบบฉีกหายไปเลย พวกนั้นคงคิดว่าอีตาคนนี้มันคงบ้ามากๆ เดี๋ยวก็คงถูกตำรวจจับ (ก็เราไม่รู้นี่หว่า) แต่ไม่ลืมเวลาลงแซงผ่านคนอื่นก็ต้องตะโกนเสียงดังว่า “from your left….” ร่อนลงมาจนเมื่อยต้นคอ เมื่อยแล้วเมื่อยอีก เพราะทางลงยาวร่วม 20 ไมล์ หรือ 36 กม สักพักก็มาชลอรถรอ Allen พอทันกันเค้าก็ทักเลยว่า ไม่สามารถไล่ผมทันเลย ผมพิจารณาก็ออกความเห็นว่าคงเป็นเพราะ Allen ตัวใหญ่ต้านลม และตัวก็แข็งก้มไม่ลง ตั้งแฮนด์ก็สูง แบบนี้โดนลมเอาไปกินหมด ก็คงเป็นความได้เปรียบที่สามารถก้มได้ต่ำกว่า Allen พื้นที่ลมต้านจึงน้อย ซึ่งนับว่ามีผลกับความเร็วในการขี่ลงเนินเป็นอย่างมาก

ผมยังไม่หายมัน ทางยังคงลงเนินน้อยๆสัก 1-2% ต่อ ก็ควบนำลงมาจนถึงเมือง John Day เรารู้ได้เลยว่าเราเข้าใกล้เมืองเพราะมีป้ายน่ารักๆ เขียนต้อนรับเราก่อนเข้าเมือง Allen ไม่ลืมที่จะพาผมไปหาร้านที่คาดว่าจะมีถุงนอนขาย แต่เรามาสายเกินไป เค้าปิดร้านกันเวลาบ่ายสามโมงแต่เรามาถึงเวลาบ่ายสามโมงสี่สิบห้า....ผมงงงง...ปิดทำไมบ่ายสามโมง.... เป็นบ้านเราร้านเล็กๆแบบนี้ เค้าเปิดขายจนมืด เราขี่จักรยานเจอคนไหนก็ถามว่าจะหาซื้อถุงนอนได้ที่ไหน ก็ได้ความว่า “ปิดร้านหมดแล้ว” อ้าว....คราวนี้เราจะทำยังไงต่อดีล่ะ....ไปสอบถามที่ Rider Service ดีกว่า...ว่าแล้วเราปั่นเข้าเส้นชัย ก็มีเด็กๆชาวบ้านทาหน้าทาตา เอากระดิ่งวัว เหล็กเคาะเป๊งๆคอยเชียร์ต้อนรับเรา พร้อมทั้งคนประกาศส่งเสียงออกไมล์อย่างเฮฮา เราไม่ลืมที่จะทำเก๊กปล่อยมือร่อนผ่านเส้น เข้ามาถึงก็ยังมีเด็กๆคอยส่งนมกล่องแช่เย็นให้เรา Allen บอกเป็นการเสริมโปรตีนให้กับร่ายกาย ผมก็ฉีกกล่องดืมโดยลืมคิดอะไรไปอย่าง....ปรากฎว่าหลังจากวันนั้นผมท้องเสียตลอด เพราะเราไม่เคยชินกับการกินนม....เอาละชีตรู
เราตรงไปที่ Rider Service ที่นี่เป็นที่บริการนักปั่น เค้าเป็นตลอดเวลา หากใครมีปัญหาอะไรให้มาที่นี่ เราก็สอบถามคุณป้าที่เป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครว่า มีถุงนอนไหม? เค้าหันหลังกลับไปแล้วยิบมาหนึ่งอัน บอกว่า มันไม่ค่อยใหม่น๊ะแต่ช่วยคุณได้แน่นอน....ซ้ำยังบอกด้วยว่าเค้าได้รู้แล้วว่ามีคนลืมถุงนอน คุณนี่เอง...ยังดีน๊ะเรามีอันเดียว และไม่มีใครมาเอาก่อนคุณ คุณโชคดีมาก...คุณป้าว่าเสร็จก็ให้เราเซ็นรับขอไป....เรารับมาด้วยใจหวิวแบบดีใจและโล่งอก

ผมกับAllen เดินออกมามองหน้ากันแบบหงิมๆ คุยกันว่ามันคงเป็นเรื่อง talk of the town สำหรับพวกเขา ที่รู้กันหมดว่าพวกทีมเสื้อสีเขียวมีตรากลมๆ นี่เค้าลืมถุงนอนที่เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ.....คุยกันแบบโล่งใจ

เราเข็นจักรยานแบบกถุงนอนเข้ามาที่เต๊นท์ จัดแจงเอาเสื้อผ้าไปอาบน้ำ ....เอแล้วเราจะซักเสื้อผ้าที่ไหน.....รู้แล้วละ...ในห้องน้ำเลย...แอบๆไป คงไม่มีใครมาแอบดูเราตอนอาบน้ำหรอก.....ว่าแล้วก็จัดกางเกงขาสั้นเสื้อยืดผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพูใส่ถุงตรงไปรถห้องน้ำ รถห้องน้ำเป็นตู้เทลเลอร์ขนาดยาวไม่ต่ำกว่า 12 เมตร เค้าจัดให้มีเก้าอี้วางล้อมวงสัก10 ตัวข้างล่างก่อนขึ้นรถ มีพรมปู เราก็มานั่งรอ สักพักมีคนตามหลังมาบอกถามว่า who is the last? ก็มีคนชี้มาที่ผม ผมก็ไหวตัวทันที “its’me…” แกล้งทำเป็นรู้เรื่อง แล้วคนนึงก็บอกว่าเค้าเป็นคนก่อนผม เพราะคงรู้ว่าผมไม่รู้ประเพณีเขาแน่ๆ ผมก็หันไปยิ้มสักพักเราก็คุยกันเริ่มด้วยว่าเรามาจากไหน (คงเป็นเพราะหน้าเอเชีย) พอรู้ว่าเรามาจากเมืองไทย บางคนตรงนั้นก็หันมาร่วมวงคุยกัน “I like Thailand…..” คราวนี้เป็นชุด แต่เมื่อรู้ว่าผมบินมาเพื่อปั่นงานนี้ ทุกคนหันมาทำตาโตคงเห็นว่าเรานี่บ้าเต็มขั้น.......ถึงตาผมขึ้นไปอาบน้ำได้แล้ว

จ๊ะเอ๋.....ขึ้นไปเห็นพวกยืนโป๊ โทงเทงกันเป็นแถวเลย...แฮ่ๆ เราก็คงต้องใจกล้าหน้าด้านเอาออกมาประชันกับเขาเป็นแน่แท้....ว่าแล้วก็แกล้งทำเป็นไม่เขิน ทำเฉยๆ แต่รู้ตัวว่ามีอาการหน้ำตึงๆนิดๆ ทำเป็นมองไม่เห็นอะไร ถอดเสื้อผ้าแบบไม่รีรอ จัดแจงแขวนสิ่งของต่างๆให้ดี แล้วรีบแว๊ปเข้าห้องน้ำอย่างไม่รีรอ........น้ำร้อนแรงๆ รดหัวมันสะใจสดชื่นมาก อาบไปซักผ้าไปเสร็จสรรพออกมา เป็นอันเรียบร้อยสดชื่นสบายตัวจริงๆ.....ต้องยอมรับว่าเค้าจัดรถอาบน้ำให้อย่างพอเพียงจริงๆ มีรถแบบนี้หลายคัน แต่ละคันภายในก็มีสัก 8 ห้องเห็นจะได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิงคงจะว่างกว่ามาก เพราะดูแล้วผู้หญิงจะน้อยกว่า

อาบเสร็จเดินตรงกลับมาที่เต๊นท์ ซึ่งAllen นั่งบนเก้าอี้สนามที่เอามาด้วยสองตัวเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่หน้าเต๊นท์ ผมมานั่งคุยด้วยสักพักเราก็ตรงไปยังลานแสดงดนตรีที่เดียวกับเมื่อวานนี้ ที่กำลังเปล่งเสียงดนตรีคันทรี่ป๊อบเหมือนกำลังเรียกคนให้มาร่วมวงกัน......เราเดินไปถึงสนามตรงไปเต๊นท์ขายเบียร์แบบไม่ต้องถาม ผมเตรียมแบงค์US ไว้แล้ว ได้เบียร์มาคนละแก้วมองหาพรรคพวก เห็น Chris กับน้องสาว โบกมือเรียกเราให้ไปนั่งด้วยกันบนสนามหญ้า เรานั่งล้อมวงคุยกันอย่างเฮฮา เช่นเดียวกับนักปั่นคนอื่นๆ สักพัก Declan กับ Kathleen ก็มาสมทบ คุยกันไปฮากันไป พร้อมฟังเพลงป๊อบเสียงดังอย่างสนุกสนาน......

ท้องเริ่มร้องด้วยกลิ่นอาหารจากเต๊นท์อาหารที่มาเตะจมูกเรา ทำให้เราปฏิเสธไม่ได้ที่จะย้ายที่ตั้งออกไปเพื่อกินอาหารเย็น ก็ดังเช่นปฏิบัติเข้าแถวล้างมือ แล้วก็รับจาน ยื่นจานให้เขาตักอาหารให้ แล้วแต่ว่าจะเอาอะไรไม่เอาอะไร แต่วันนี้หิวมาก เอาทุกอย่าง เอาจนถึอไม่ค่อยไหว ต้องมีเทคนิคคือพวกอุปกรณ์การกินเช่นช้อน, ซ่อม เราต้องใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วเราก็ต้องจัดหาเทคนิควางอาหารให้เยอะ และถือให้ได้ไม่หกด้วย แต่ต้องให้คล่องแคล่วหน่อย อย่าทำให้เสียเวลาคนอื่น (ซึ่งผมทำพลาดมาแล้ว)
ผมได้เมนูอาหารสำหรับวันนี้ตั้งแต่เช้ามาให้ดูกัน.....
TODAY’S MENU
Breakfast
Scrambled Eggs (G)
Apple Chicken Sausage (G)
French Toast
Hot Oatmeal, Cold Cereal,
Granola
Bagels, Fresh Fruit (G)(V)
Yogurt (G), Hard Boiled Eggs
(G)
Lunch
Chicken Wasabi or Black Bean
Sweet Potato Wrap
California Pasta Salad
Kettle Chips (G)(V)
Snickerdoodle Cookie
Apples and Grapes (G)(V)
Dinner
Smoked Tri-Tip (G) or
Grilled Portabella Mushroom
(G)(V)
Fire-Roasted Red Potatoes
California Blend Vegetables
(G)(V)
Salad Bar
Dinner Roll
Triple Berry Crumble

เรานำอาหารไปนั่งโต๊ะกินกันไปคุยกันไป อย่างสนุกสนานและอาหารก็ถูกปากมาก (คงเป็นเพราะความหิวมั๊ง...อะไรมาก็กิน อร่อยหมดทุกอย่าง) ระหว่างที่เราทานอาหารกันก็สังเกตเห็นชาวบ้านเมือง John Day มาช่วยเราเก็บจานอย่างเช่นเดียวกับเมื่อวานซึ่งเป็นภาพที่เห็นแล้วปลื้มดีจัง
กินอิ่มกันแล้วด้วยความสบายใจ กลับไปที่ตั้งเดิม...ลานหญ้ารอบเวทีดนตรี เราไม่ลืมสิ่งคู่กายคือแก้วเบียร์อีกอย่างน้อยคนละหนึ่ง....สักพักอากาศที่เย็นสบายกลายเป็นค่อนข้างหนาว และเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกตามความมืดที่ค่อยๆเข้ามาเยือน....ผมขอตัวไปนอนก่อนเพราะทนหนาวไม่ค่อยไหว และเพลียเพราะวันนี้ปั่นเหนื่อยเอาการและที่สำคัญคืนก่อนแทบไม่ได้นอนเลย เลยขอตัวไปนอนก่อน ปล่อยให้เพื่อนๆฝรั่งเค้าเฮฮากันต่อไป....

เดินกลับมาถึงเต๊นท์ จัดแจงไปแปรงฟัน เขาห้องน้ำอีกสักรอบ จัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับพรุ่งนี้....เอาล่ะคืนนี้ต้องเป็นคืนที่มีความสุขสำหรับเรา เพราะเรามีถุงนอนที่หนาแสนจะนุ่ม.....ว่าแล้วก็จัดแจงแต่งตัวใส่เสื้อหนาว กางเกง long john สวมตัวเข้าถุงนอนท่ามกลางอากาศที่เริ่มหนาวเย็นลงทุกที........ สักพักเสียงดนตรีก็เปลี่ยนเป็นเสียงคนพูดที่ดังมาแต่ไกล....เค้าก็แนะนำสิ่งต่างๆ และเล่าถึงว่าวันนี้เป็นยังไง พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร สังพักเมื่อถึงเวลา 21.30 ทุกอย่างก็เงียบลงในทันที คงเหลือแต่เสียงคนที่ทยอยเดินกลับเข้ามาเพื่อเข้านอนตามเต๊นท์ของแต่ละคน

เป็นอันว่าทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยสำหรับวันนี้ ส่วนผมเริ่มง่วงนอนด้วยความสบายใจ....วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆทั้งสนุกทั้งเหนื่อย และมาวนิ๊ดหน่อย.....ครอก....ฟี้.......
รูปภาพ

รูปภาพ
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
รูปประจำตัวสมาชิก
ขุนช้าง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 639
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
ติดต่อ:

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย ขุนช้าง »

ยอมรับว่า ตอนหลังชักจะเขียนยากขึ้นเพราะลืมไปเยอะเลย ต้องเอารูปมาปะติดปะต่อ ซึ่งมีไม่ค่อยมากเท่าไร เพราะตอนไปก็ไม่ได้คิดว่าจะกลับมาเขียน เลยต้องใช้ความพยายามเยอะหน่อยครับ

ต้องขอบคุณผู้ติดตามอ่านที่โพสให้กำลังใจมาให้ อย่างไรจะพยายามเขียนให้ละเอียด ได้อารมณ์ และเป็นประโยชน์ครอบคลุมให้มากที่สุดครับ สำหรับคุณ wuwu ที่แนะนำให้นำเสนอกติกาการเตรียมตัวก่อนปั่น ก็จะพยายามหานำมาเรียบเรียงให้น๊ะครับ

ขนาดเวลานั่งประชุมยังคอยนึกถึงบรรยากาศในช่วงเวลานั้นเพื่อนำมาเรียบเรียงเขียนเลย บางทีเหม่อไปเลยก็มี ทำเอาลูกน้องงงไปเลย...
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
รูปประจำตัวสมาชิก
tip1976
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2166
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ค. 2010, 18:48
team: บางแก้วไบค์(สมุทรปราการ)
Bike: RADAC ROCK 4000 kuma27.1

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย tip1976 »

ขอบคุณครับ..
:mrgreen:
Mahasanook
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 172
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2013, 09:31
Bike: AV25

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย Mahasanook »

อ่านแล้ว...
1.ยอดเยี่ยม...กระเทียมดองมาก
2.เพลินมาก...ชวนติดตามทุกครั้งที่้เข้า Thaimtb
3.คนที่คิดจะใช้เฟรมคาร์บอน...อาจลังเลมาเป็น Cro-mo :-)
4.บรรยากาศทานอาหาร...เพลง Country และการเล่าเรื่องเหมือนได้เข้าไปกินอาหารด้วยจริงๆ
http://www.youtube.com/watch?v=oPnhSFrkpno
http://www.youtube.com/watch?v=iEy_w87dcxs
5.การปรับปรุงตัวเองเรื่องความพร้อมการเดินทางไกล
6.การจัดงานแบบนี้สามารถสร้างรายได้ให้กับชนบทหรือถิ่นขาดแคลน...ได้อย่างทันทีโดย
ไม่ต้องรอการประกันราคาพืชผลการเกษตร
7.บ้านเราจะจัดแบบนั้นต้องทำอย่างไรเนี่ย!!!
8.หากบิ๊กๆกระทรวงท่องเที่ยวฯ แอบมาเห็นก็เอาแนวคิดไปทำโปรเจคส่งเสริืมการท่องเที่ยวได้อย่างงดงาม
9.รอคอยพี่ขุนช้างเล่าเรื่องการใช้เกี่ยร์ การเซ็ทรถ และการเลือกซื้ออุปกรณ์จักรยานของชาวอเมริกันเพิ่มเติม
และก็ติดใจและชอบย่อหน้่าที่ว่า

"Chris เล่าให้ผมฟัง (ทั้งๆที่เป็นคนไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่ค่อยคุ้น) เขาภูมิใจมากที่ได้เป็นนักจักรยานระดับ Cat2 และเกือบจะได้ Cat1 แต่ดันเรียนจบก่อน มาทำงานที่ Intel เลยเลิกแข่งจักรยานไปเลย ผมสักเกตการปั่นของเขาตลอดเวลาที่ปั่นด้วยกัน โดย Chris มักจะเป็นหัวลาก ผมก็จะช่วยลากบ้างเพราะถนัดทางเรียบ เค้าปั่นวงขาได้เนียนมาก และเป็นวงเนียนที่มีพลัง ผมได้เรียนรู้และเลียนแบบสอบถามเขา ได้ผลดีแบบทันตาเห็นเลย และด้วยวิธีนี้ผมเชื่อว่าผมจะสามารถพัฒนาการขี่จักรยานได้อีกเยอะ" หัดยากไหม...เล่าสู่กันฟังได้ไหมครับ





ขอบคุณพี่ขุนข้างมากๆครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Mahasanook เมื่อ 20 ต.ค. 2013, 21:21, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
เล้งชลบุรี
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 754
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2008, 02:44

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย เล้งชลบุรี »

เพลงเพราะมากครับ :D :D :D
Mahasanook
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 172
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2013, 09:31
Bike: AV25

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย Mahasanook »

Cycle Oregon 2013 อันนี้ใช่ไหมครับ

http://www.youtube.com/watch?v=nI3gTo_SH34
ซอกโซ่ แบงค์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1344
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2012, 18:39
Tel: 0816315028
team: อิสระชล2012
Bike: GARY & TREK & BMC
ติดต่อ:

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย ซอกโซ่ แบงค์ »

ขอขอบคุณ สื่อแห่งการเรียนรู้จากท่านผู้ใหญ่ใจดีครับ :P
รูปประจำตัวสมาชิก
huuzakub
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2011, 21:40
Tel: 081 641 2664
team: ไม่มีครับ
Bike: ตรานกยูง

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย huuzakub »

:mrgreen:
------กระเป๋ารัดใต้อาน ทำจากหนัง PU 4 สี 100 บาท รวมส่งๆๆ------ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1183024
รูปประจำตัวสมาชิก
ongreen
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 267
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ม.ค. 2013, 10:30
Tel: 0858107778
team: OoooooO
Bike: เข้าทีมไหน หัวลากตายหมด

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย ongreen »

ใช้เป็นคู่มือในการจัดแข่งจักรยานได้เลยครับ
ninemao
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 110
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2011, 21:06
Tel: 083-1879174
team: all team
Bike: spe allez comp , merida เก่าๆ
ติดต่อ:

Re: Cycle Oregon Week Ride 2013 เริ่มปั่นสักที....วันแรก Strawberry Mountain Loop

โพสต์ โดย ninemao »

เน้นเลยครับพี่การปั่นควงขาให้เนียนตามที่พี่ถามเขามาทำยังไงบ้างเป็นวิทยาทาน เหมือนนั่งอ่านหนังสืท่องเที่ยวเรื่องยาวเลย สนุกมากครับพี่ :D
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”