ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

lop023
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6760
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2009, 18:47
Tel: 0994294292
team: อิสระชล , เทศบาลเมืองบ้านบึง
Bike: Bianchi , Madone
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย lop023 »

เปรียบเทียบกับพวงมาลัยเห็นภาพเลยครับ
ให้ดีสงสัยต้องลองเกียร์เรโชเท่ากัน
แต่ใช้จานหน้าเล็กกับใหญ่ลองขึ้นเขาหรือเนิน
ด้วยรอบขาและความเร็วเท่ากันแล้วดูค่าวัตต์ :)

แต่จาน 50/53 เรโชเท่ากันแรงที่ใช้ต่างกันก็จริง
แต่ด้วยความที่มันจำนวนฟันต่างกันไม่มาก
เพียงแค่เล็กน้อย แต่จักรยานแข่งกันที่ความอึดและระยะเวลา
จึงเป็นความแตกต่างที่มากอยู่ครับ
ton_59
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1825
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2009, 16:12
Tel: 0866652400
team: แก๊ง ขวานซิ่ง
Bike: GT & RADAC
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย ton_59 »

แม่อุ๊ เขียน:ประมาณว่าถ้าต้องการความเร็วเท่าเดิม ที่รอบขาเท่าเดิม ก็ต้องใช้เกียร์เรโชที่เท่าเดิมด้วย โดยที่ทอร์คที่เกิดขึ้นก็ยังคงเท่าเดิม
ลองเปรียบเทียบที่ตำแหน่งจานหน้า/เฟืองหลัง 52/16 และ 39/12 ซึ่งอัตรา gear ratio = 3.25 เท่ากัน
ในเมื่อทอร์ค(มีค่าเท่ากับแรงXระยะที่แรงกระทำ)ที่เกิดขึ้นเท่ากัน ฉะนั้นแรงที่กระทำต่อเฟืองใหญ่ที่รัศมีมากกว่า(52/16) ย่อมน้อยกว่าแรงที่กระทำต่อเฟืองเล็ก(39/12)
ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของที่ว่าทำไมใช้ใบหน้าใหญ่เฟืองหลังใหญ่จึงเหนื่อยน้อยกว่าใบหน้าเล็กเฟืองหลังเล็กที่เกียร์เรโชเท่ากัน
ก็คงเหมือนหมุนพวงมาลัยรถนั่นละมั้ง ถ้าพวงมาลัยใหญ่ก็หมุนง่าย พวงมาลัยแต่งเล็กๆก็หมุนยากขึ้นมาหน่อย แต่สวยกว่า ประมาณนั้น :D :D
เปรีบง่ายๆก็คือหลักการของคานดีดคานงัดของอาร์คีมีดีสที่เคยเรียนกันตอนดเกๆนั่นเอง ตอนนี้แก่ตัวมาคงลืมเลือนไปบ้าง

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย มือใหม่ :mrgreen: :mrgreen:
ขออนุญาตครับ
จาน 52/16 และ 39/12 อัตรา gear ratio = 3.25 เท่ากัน
สมมุติว่าต้องการทำความเร็วที่เท่ากัน มันต้องใช้แรงเท่ากันหรือป่าวครับ :?:
ถ้าใช้แรงเท่ากัน เราเอาอะไรมาสรุปว่า ใช้จานใหญ่แล้วเหนื่อยน้อยกว่าจานเล็ก

แล้วถ้าเอาเรื่องจานใหญ่จานเล็กมาเปรียบเทียบ กับ พวงมาลัยใหญ่เล็กในกรณีนี้มันไม่น่าจะใช่นะครับ(ตามข้อสงสัยข้างบน) ถ้าจะเอามาเปรียบเทียบกับเรื่องพวงมาลัย มันน่าจะเกี่ยวกับความยาวของขาจานมากกว่า
รบกวนผู้รู้ชี้แนะด้วยครับ ถ้าขอสงสัยของผมผิดประการใดก็ขออภัยด้วยครับ :mrgreen:
จักรยานไม้ไผ่ ไทยประดิษฐ์ (ของน้องชายผม)

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle
Hoon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 656
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:50
team: true move-Rama9/347 cycling team,สวัสดี โฮเตล / ไบค์สเตชั่น.Soitan.
Bike: Tarmac SL4,Nich Lengend,Trigon.
ตำแหน่ง: เชียงใหม่,กทม.
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย Hoon »

ขอบคุณแม่อุ๊ ที่เอาข้อมูลเอกสารมายืนยัน
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย lucifer »

แม่อุ๊ เขียน:ประมาณว่าถ้าต้องการความเร็วเท่าเดิม ที่รอบขาเท่าเดิม ก็ต้องใช้เกียร์เรโชที่เท่าเดิมด้วย โดยที่ทอร์คที่เกิดขึ้นก็ยังคงเท่าเดิม
ลองเปรียบเทียบที่ตำแหน่งจานหน้า/เฟืองหลัง 52/16 และ 39/12 ซึ่งอัตรา gear ratio = 3.25 เท่ากัน
ในเมื่อทอร์ค(มีค่าเท่ากับแรงXระยะที่แรงกระทำ)ที่เกิดขึ้นเท่ากัน ฉะนั้นแรงที่กระทำต่อเฟืองใหญ่ที่รัศมีมากกว่า(52/16) ย่อมน้อยกว่าแรงที่กระทำต่อเฟืองเล็ก(39/12)
ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของที่ว่าทำไมใช้ใบหน้าใหญ่เฟืองหลังใหญ่จึงเหนื่อยน้อยกว่าใบหน้าเล็กเฟืองหลังเล็กที่เกียร์เรโชเท่ากัน
ก็คงเหมือนหมุนพวงมาลัยรถนั่นละมั้ง ถ้าพวงมาลัยใหญ่ก็หมุนง่าย พวงมาลัยแต่งเล็กๆก็หมุนยากขึ้นมาหน่อย แต่สวยกว่า ประมาณนั้น :D :D
เปรีบง่ายๆก็คือหลักการของคานดีดคานงัดของอาร์คีมีดีสที่เคยเรียนกันตอนดเกๆนั่นเอง ตอนนี้แก่ตัวมาคงลืมเลือนไปบ้าง

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย มือใหม่ :mrgreen: :mrgreen:

คิดแบบนี้ไม่ถูกหรอกครับ เพราะมันต้องคิดทั้ง 2 ฝั่ง คือ ทั้งด้านจานหน้า และด้านเฟืองหลัง

จริงๆแล้ว หลักการของเฟืองก็คือ คานดีดคานงัดนั่นแหละครับ แต่เราเอาจำนวนเฟืองมาคำนวณ เพราะมันเป็นตัวแทนในลักษณะเส้นรอบวง ซึ่งคิดย้อนกลับไปถึงรัศมี อันเป็นต้นตอของการคำนวณรอก หรือ พื้นฐานก็คือ คานดีดคานงัดนั่นแหละ

หน้า 52 หนักแรงกว่า หน้า 39
แต่หลัง 16 เบาแรงกว่า หลัง 12

หน้า 52 เสียเปรียบเชิงกล หน้า 39 เท่ากับ 52/39 = 1.33333333
หลัง 16 ได้เปรียบเชิงกล หลัง 12 เท่ากับ 16/12 = 1.33333333

คิดไปกลับแล้วเหมือนเดิมครับ ดังนั้นไม่แตกต่างกัน

แต่ในความที่แตกต่างกันจนรู้สึกว่า หน้า 53 หลัง 16 เบาแรกกว่า ก็คือ แนวโซ่จะค่อนข้างเป็นเส้นตรงกว่า ผิดกับ หน้า 39 หลัง 12 แนวโซ่จะเยื้องมาก แรงเสียดทานในข้อโซ่จะสูงขึ้น ทำให้เปลืองแรงไปในส่วนนี้
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
lop023
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6760
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2009, 18:47
Tel: 0994294292
team: อิสระชล , เทศบาลเมืองบ้านบึง
Bike: Bianchi , Madone
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย lop023 »

มองกลับไปในอดีตที่หัดปั่นหมอบใหม่ๆ ขี่คนเดียว ไม่ได้ขึ้นจานหน้าใหญ่เลย
ใครเป็นเหมือนผมบ้างละครับ แต่ตอนนี้ เส้นทางเดิมๆ ไม่เคยลงจานเล็กอีกเลย
แปลกดีเหมือนกัน :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
bbkokoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1430
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มี.ค. 2010, 23:02
Tel: 086-2438959
Bike: C’dale evo HM

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย bbkokoo »

lop023 เขียน:มองกลับไปในอดีตที่หัดปั่นหมอบใหม่ๆ ขี่คนเดียว ไม่ได้ขึ้นจานหน้าใหญ่เลย
ใครเป็นเหมือนผมบ้างละครับ แต่ตอนนี้ เส้นทางเดิมๆ ไม่เคยลงจานเล็กอีกเลย
แปลกดีเหมือนกัน :lol:
จริงครับ จานเล็กไม่เคยเหลียวแลเลย ยกเว้นขึ้นเขาชันๆ หน่อย :mrgreen:
บัญชี => ธ.กสิกรไทย
เลขที่บัญชี => 145-2-59394-3
ชื่อบัญชี => สุภกิจ เจนศิริศักดิ์
OSK 97
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13629
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
team: ทุ่งสง
Bike: focus max. neilpride bora

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย OSK 97 »

lop023 เขียน:มองกลับไปในอดีตที่หัดปั่นหมอบใหม่ๆ ขี่คนเดียว ไม่ได้ขึ้นจานหน้าใหญ่เลย
ใครเป็นเหมือนผมบ้างละครับ แต่ตอนนี้ เส้นทางเดิมๆ ไม่เคยลงจานเล็กอีกเลย
แปลกดีเหมือนกัน :lol:
กลับกันกับผม ขี่หมอบใหม่ ขี่แต่จานใหญ่ลูกเดียว แต่ตอนนี้หันมาใช้จานเล็กมากขึ้น ยกเว้นเวลาเน้นความเร็ว :|
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย lucifer »

lucifer เขียน:
แม่อุ๊ เขียน:ประมาณว่าถ้าต้องการความเร็วเท่าเดิม ที่รอบขาเท่าเดิม ก็ต้องใช้เกียร์เรโชที่เท่าเดิมด้วย โดยที่ทอร์คที่เกิดขึ้นก็ยังคงเท่าเดิม
ลองเปรียบเทียบที่ตำแหน่งจานหน้า/เฟืองหลัง 52/16 และ 39/12 ซึ่งอัตรา gear ratio = 3.25 เท่ากัน
ในเมื่อทอร์ค(มีค่าเท่ากับแรงXระยะที่แรงกระทำ)ที่เกิดขึ้นเท่ากัน ฉะนั้นแรงที่กระทำต่อเฟืองใหญ่ที่รัศมีมากกว่า(52/16) ย่อมน้อยกว่าแรงที่กระทำต่อเฟืองเล็ก(39/12)
ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของที่ว่าทำไมใช้ใบหน้าใหญ่เฟืองหลังใหญ่จึงเหนื่อยน้อยกว่าใบหน้าเล็กเฟืองหลังเล็กที่เกียร์เรโชเท่ากัน
ก็คงเหมือนหมุนพวงมาลัยรถนั่นละมั้ง ถ้าพวงมาลัยใหญ่ก็หมุนง่าย พวงมาลัยแต่งเล็กๆก็หมุนยากขึ้นมาหน่อย แต่สวยกว่า ประมาณนั้น :D :D
เปรีบง่ายๆก็คือหลักการของคานดีดคานงัดของอาร์คีมีดีสที่เคยเรียนกันตอนดเกๆนั่นเอง ตอนนี้แก่ตัวมาคงลืมเลือนไปบ้าง

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย มือใหม่ :mrgreen: :mrgreen:

คิดแบบนี้ไม่ถูกหรอกครับ เพราะมันต้องคิดทั้ง 2 ฝั่ง คือ ทั้งด้านจานหน้า และด้านเฟืองหลัง

จริงๆแล้ว หลักการของเฟืองก็คือ คานดีดคานงัดนั่นแหละครับ แต่เราเอาจำนวนเฟืองมาคำนวณ เพราะมันเป็นตัวแทนในลักษณะเส้นรอบวง ซึ่งคิดย้อนกลับไปถึงรัศมี อันเป็นต้นตอของการคำนวณรอก หรือ พื้นฐานก็คือ คานดีดคานงัดนั่นแหละ

หน้า 52 หนักแรงกว่า หน้า 39
แต่หลัง 16 เบาแรงกว่า หลัง 12

หน้า 52 เสียเปรียบเชิงกล หน้า 39 เท่ากับ 52/39 = 1.33333333
หลัง 16 ได้เปรียบเชิงกล หลัง 12 เท่ากับ 16/12 = 1.33333333

คิดไปกลับแล้วเหมือนเดิมครับ ดังนั้นไม่แตกต่างกัน

แต่ในความที่แตกต่างกันจนรู้สึกว่า หน้า 53 หลัง 16 เบาแรกกว่า ก็คือ แนวโซ่จะค่อนข้างเป็นเส้นตรงกว่า ผิดกับ หน้า 39 หลัง 12 แนวโซ่จะเยื้องมาก แรงเสียดทานในข้อโซ่จะสูงขึ้น ทำให้เปลืองแรงไปในส่วนนี้

อธิบายด้วยหลักกลศาสตร์ง่ายๆก็แล้วกัน ( แต่คงจะไม่ง่ายนะ )
เราต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ
1 . ส่วนหน้า คือ ขาจาน และ จานหน้า โดยหลักการแล้ว ส่วนหน้าคือ คานอันดับ 2 คือ จุดที่รับแรงต้านจะอยู่ระหว่างจุดที่เราออกแรง และจุดหมุน
- จุดที่ออกแรงก็คือตำแหน่งแกนบันได
- จุดที่รับแรงต้าน คือ จานหน้า
- จุดหมุนก็คือแกนกระโหลก

ขาจานยาวเท่าเดิม ถ้าใช้ใบจานใหญ่ขึ้น ขาโมเมนต์ของแรงต้านจะยาวขึ้น แต่ถ้าใช้ใบจานเล็กลง ขาโมเมนต์ของแรงต้านจะสั้นลง แน่นอนตรงไปตรงมา จานใหญ่ย่อมเจอแรงต้านมากกว่าจานเล็ก ( ได้เปรียบเชิงกลน้อยกว่าจานเล็ก ) และในเมื่อขาจานยาวเท่ากัน จึงเอาจำนวนฟันของจานหน้าและจานหลัง ( ซึ่งเป็นตัวแทนของเส้นรอบวง ) มาคำนวณสัดส่วนที่แตกต่างของเชิงกล ( ดังได้กล่าวไปแล้วข้างต้น )

2. ส่วนหลัง คือ ล้อ และ เฟืองท้าย โดยหลักการคือ คานอันดับ 3 คือ จุดที่ออกแรงกระทำจะอยู่ระหว่างจุดที่รับแรงต้านและจุดหมุน
- จุดที่ออกแรงกระทำ คือ เฟืองท้าย
- จุดที่รับแรงต้านก็คือยาง หรือ พูดง่ายๆ คือ รัศมีของล้อ
- จุดหมุนคือ แกนดุมหลัง

รัศมีล้อเท่าเดิม ถ้าใช้เฟืองท้ายใหญ่ขึ้น แขนโมเมนต์ของแรงกระทำจะยาวขึ้น ย่อมเสียเปรียบเชิงกลน้อยกว่า เมื่อใช้เฟืองท้ายที่เล็กกว่า ( ระบบของจานหน้าคือการได้เปรียบเชิงกล ส่วนระบบของเฟืองท้ายก็คือการเสียเปรียบเชิงกล จานหน้ายิ่งเล็กยิ่งได้เปรียบเชิงกลมากขึ้น เฟืองหลังที่ใหญ่ย่อมเสียเปรียบเชิงกลลดลง ) ระบบโดยรวมของจักรยานเป็นการเสียเปรียบเชิงกล เพราะ ขาจานสั้นกว่ารัศมีของล้อ แต่เมื่อเราใช้ขาจานที่ยาวเท่าเดิม และล้อที่มีรัศมีเท่าเดิม เราจึงตัดปัจจัย2อย่างนี้ออกไปเสีย จึงเหลือแต่จานหน้าและเฟืองหลังเท่านั้นครับ

ยิ่งคิดไป คิดมาแล้วเดี๋ยวมันจะยิ่งงง เขาจึงสรุปออกมาเป็นค่า เกียร์เรโช นั่นเอง เข้าใจได้ง่ายดี จะจานหน้าใหญ่ขึ้น เฟืองท้ายใหญ่ขึ้น หรือ จานหน้าเล็กลง เฟืองท้ายเล็กลง ทุกอย่างก็เหมือนเดิมภายใต้กฏทางฟิสิกส์เช่นเดิม ( อย่าเอาเรื่องทอร์คมาพูดเลยครับ เอาแค่พื้นฐานของคานดีดคานงัดของอาคิีมิดิสก็พอแล้ว )

มันคือความเป็นจริงครับ มันพิสูจน์ได้ และมันไม่ใช่ความรู้สึก ดังนั้นถ้าไม่มีปัญหาเรื่องแนวโซ่เยื้อง คือ ทำเป็นรถ single speed ใส่จานหน้า 53 เฟืองหลัง 16 ให้โซ่เป็นแนวเดียวกันทุกอย่าง กับอีกคัน ใส่จานหน้า 39 และ เฟืองหลัง 12 และให้โซ่เป็นแนวเดียวกันทุกอย่างเช่นกัน เมื่อนั้นบางทีความรู้สึกก็อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ครับ :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
beeggs
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3180
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
Tel: 0947963336
team: kNightBIKE
Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย beeggs »

เห็นด้วยกับพี่ลูครับ
ลองเข้าไปอ่านเรื่องทอร์คของเครื่องยนต์ ในทางเครื่องยนต์ตัวเกียร์เรโชจะฟิกซ์ไว้ในแต่ละเกียร์ 5เกียร์ 6เกียร์ หรือ7เกียร์ก็ว่ากันไป เค้าเลยพูดถึงแรงบิดโดยใช้ค่าทอร์ค

แต่นอกจากค่าความเยื้องของโซ่ ผมว่ามันมีเรื่องโมเมนตัมรถมาเกี่ยวข้องด้วย หมายความว่าตอนเราออกตัวใหม่ๆ ความเร็วยังน้อยอยู่(ปั่นด้วยเกียร์เรโช เดิมตลอดนะครับ) เราจะ'รู้สึก'ว่าออกแรงมาก ความรู้สึกนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงความเร็วนึง หลังจากที่รถมีโมเมนตัมไปข้างหน้า ความรู้สึกนี้จะลดลง กลายเป็นว่าเบาแรงลง
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
maxmax
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 17926
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2008, 08:22
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย maxmax »

จานหน้า 39 เฟืองหลังผมไช้ไม่เคยเกินใบที่ 8 (11 speed) :?

จานหน้า 53 ผมใช้เฟืองหลังทุกใบ แล้วแต่สถานการณ์ :x

แต่ถ้าลงใบจานหน้าเล็กเมื่อไหร่ หลุดทันที :evil:
รูปประจำตัวสมาชิก
แม่อุ๊
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 663
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 12:18

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย แม่อุ๊ »

Hoon เขียน:ขอบคุณแม่อุ๊ ที่เอาข้อมูลเอกสารมายืนยัน
ประทานอภัย สงสัยข้อมูลผิดพาลุงหุ่นออกกลางทะเล :mrgreen: :mrgreen: ประสามวยวัด ได้(ล้อ)หลัง ลืม(จาน)หน้า :lol: :lol:
และขอขอบคุณความเห็นท่านอื่นๆที่ให้ความกระจ่าง
ส่วนที่รู้สึกว่าใช้ใบหน้าใหญ่แล้วเบาขาลง ส่วนนึงคงจะมาจาก เกียร์เรโชที่ต่างกันนั่นแล
เพราะคงไม่มีเกียร์ไหนของใบหน้าโดยเฉพาะ 53 ที่เรโชจะเท่ากันเป๊ะๆๆกับใบเล็ก 39
Hoon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 656
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:50
team: true move-Rama9/347 cycling team,สวัสดี โฮเตล / ไบค์สเตชั่น.Soitan.
Bike: Tarmac SL4,Nich Lengend,Trigon.
ตำแหน่ง: เชียงใหม่,กทม.
ติดต่อ:

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย Hoon »

ไม่มีอะไรเสียหายครับ. ขอให้ขี่แล้วมัน สนุกกับการปั่น ไม่ว่าแข่งหรือไม่แข่ง นะครับ
dojoubon
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 27
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ค. 2013, 23:32
Bike: TREK Madone 2.1 2014

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย dojoubon »

Hoon เขียน:ไม่มีอะไรเสียหายครับ. ขอให้ขี่แล้วมัน สนุกกับการปั่น ไม่ว่าแข่งหรือไม่แข่ง นะครับ
สุดยอด คืน สุ่สามัญ ต้องตามนี้เลยครับ

ส่วนเรื่องที่เราสงสัยนั้น ถ้ามีโอกาสลองโดยไม่เสียทรัพย์มาก ก็ลองเถอะครับ จะไห้หายคัน อิ ๆ

ผมมือใหม่ ปั่นได้ 2 เดือน อ่าน ๆ ไปก็ไม่ค่อยได้ทำตามอะไรมาก ตอนนี้รู้แค่ว่า อยากปั่น อยากปั่น อยากปั่น
ThaNanSak
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1218
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2012, 15:04
Tel: 0869637278
team: No
Bike: Giant XTC 29er
ตำแหน่ง: 635 หมู่ 1 ถ. บ้านหน้าควนลัง-บ้านพรุ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90114

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย ThaNanSak »

ขอปักไว้อ่านครับ :mrgreen: :mrgreen:
เสือเอก 2 ทะเล
รูปประจำตัวสมาชิก
EK-UT
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 297
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2012, 01:50
Tel: 0922614296
Bike: BMC SLR01
ตำแหน่ง: บางใหญ่ นนทบุรี

Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ

โพสต์ โดย EK-UT »

วิเคราะห์ในแง่จานเล็กบ้างนะครับ 39/25 ผมขึ้นเขาได้เป็บเดียว hrขึ้นจนหายใจไม่ทันเลยว่าจะกลับไปใส่ 34/28เผื่อจะขึ้นเขาได้ตลอดรอดฝั่งเหมือนคนอื่นๆบ้าง "มันเขิน ที่ลงเข็น"แม้จะไม่ออกทริปขึ้นเขาบ่อยๆแต่อีกมุมผมปั่นออกกำลังกายโอกาสปั่นเกิน50น้อยมาก แต่ถ้าชีวิตนี้ไม่ต้องเจอเนิน หรือเขาขอเป็น 53/39เฟือง11-21ไปเลยสุดซอย...
"อยากแรงแต่ไม่ขยันซ้อม ฐานะไม่พร้อมแต่ขยันซื้อ"
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”