"If you design beautifully the first time, there is no reason why it shouldn't last a decade"
“หากว่าเราออกแบบให้ดีที่สุดตั้งแต่แรกแล้ว มันไม่มีเหตุผลที่สิ่งที่สร้างขึ้นมาจะล้าสมัยภายในใน 10 ปี”
สำหรับผู้ที่ติดตามผลงานของ Markus Storck มาตลอด คงพอจะทราบดีว่า เขาเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบเฟรมระดับเทพ น้ำหนักเบา แต่ stiff มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้ววยปรัชญาการออกแบบข้างต้น ทำให้เฟรมยี่ห้อ Storck ที่เขาออกแบบมักจะล้ำยุค และสามารถอยู่ได้ 10 ปีโดยไม่ล้าสมัย
ตัวอย่างยืนยันนวัตรกรรมที่มาคัส สตอร์ค สร้างขึ้นมีให้เห็นอยู่มากมาย อาทิเช่น การออกแบบและผลิตขาจานคาร์บอนล้วนตั้งแต่ปี 1993 หรือ 20 ปีที่แล้ว การใช้คอจักรยานขนาด 1 1/8” ในปี 1995 เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการควบคุมจักรยานให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้กลายมาเป็นมาตรฐานของจักรยานเสือหมอบที่เกือบทุกยี่ห้อนำไปใช้กัน การสร้างตะเกียบคาร์บอนล้วนที่มีน้ำหนักเพียง 280 กรัม ในปี 1999 และจนปัจจุบันก็ยังเป็นหนึ่งในตะเกียบที่เบาที่สุด หรือการสร้างจักรยานเสือหมอบ อย่าง Storck Scenario C0.9 ในปี 2003 ที่สามารถประกอบออกมาด้วยอะไหล่ที่หาซืื้อได้ทั่วไปในน้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม! ซึ่งแม้เวลาผ่านมาจนถึงปัจจุบันกว่า10 ปี ก็ยังสามารถถือได้ว่า Storck Scenario C0.9 เป็นเฟรมที่สามารถเปรียบเทียบได้กับเฟรมไฮเอนด์สุดขั้วในยุคปัจจุบันอยู่ดี
จุดเด่นที่ถือได้ว่ามาคัส สตอร์ค ให้ความสำคัญในการออกแบบเฟรมของเขาคือการบาลานซ์ระหว่างน้ำหนัก ความ stiff ความสบายในการขี่ และการควบคุมรถ ซึ่งหลายๆอย่างมักจะเป็นเรื่องยากที่จะมาพร้อมกัน โดยเฉพาะเรื่องของความ stiff และความสบาย แต่เฟรมทุกรุ่นที่เขาออกแบบก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาทำได้จริงด้วยการออกแบบที่ดี มี geometry ที่ไม่เหมือนใคร และเทคนิคการเรียงชั้นของคาร์บอนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Storck ที่ไม่เหมือนใคร
สิ่งเหล่านี้ได้ถูกยืนยันด้วยรางวัลจักรยานที่ดีที่สุดในโลก หรือ Best Bike in the World จากนิตยสาร Tour magazine ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นรางวัลที่มีมาตรฐานสูงจากการทดสอบจักรยานที่มีมาตรฐานและหินที่สุด ซึ่งจักรยาน Storck สามารถกวาดรางวัลและทำลายสถิติการทดสอบมากได้มากที่สุดในช่วง 6 ปีหลัง โดยเริ่มจาก ปี 2007 และปี 2010 ที่ Storck Fascenario 0.7 ได้รับรางวัล Best Bike in the World ด้วยน้ำหนักเฟรมเพียง 700 กรัม แต่ให้ค่าความ stiff ที่สูงมาก และในปี 2012 Fascenario 0.6 ก็ได้รางวัล Best Bike in the World มาด้วยน้ำหนักที่เบายิ่งกว่า จากการใช้แผ่นเบรคคาร์บอน แทนกลไกเบรคธรรมดา และในปี 2013 Storck Aernario Platinum version ก็ได้รับรางวัลนี้อีกครั้ง และที่สำคัญคือการทุบสถิติการทดสอบในทุกๆด้านที่ Tour Magazine ทดสอบมากว่า 20 ปีลงอย่างราบคาบ โดยเฉพาะการได้คะแนนสูงสุดทั้งในด้านความ stiff และความสบายในการขี่ซึ่งมักจะเป็นสิ่งที่ยากที่จะมาด้วยกัน และก็มักเป็นความฝันของนักออกแบบเฟรมของยี่ห้ออื่นๆที่จะทำให้ได้ และต่างก็เคลมว่าเฟรมของตนเกร่งแต่ขี่สบาย แต่จากการทดสอบสุดหินของ Tour Magazine ยืนยันแล้วว่า Storck Aernario ทำได้ดีที่สุดในการทำให้เฟรมทั้ง stiff พุ่งมาก แต่ให้ความสบายสูงสุด
ความสามารถในการออกแบบของมาคัส ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่จักรยานราคาสูง 5-6 แสนบาทเท่านั้น แต่มาคัสเอง แต่จักรยานรุ่นเริ่มต้นราคาจับต้องได้ที่เขาออกแบบอย่าง Storck Scenaro ก็ยังได้รับรางวัล Bike of the Year และ Best Race Bike of the Year จากนิตยสาร Cycling Plus ที่ทรงอิทธิพลจากอังกฤษ หรือจักรยานรุ่นกลางๆอย่าง Storck Fenomalist ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อ online อย่าง bikeradar.com ว่าเป็นจักยานที่เหนือกว่าจักรยานรุ่น top อีกหลายๆยี่ห้อในตลาด
แล้วคุณล่ะ พร้อมจะเป็นเจ้าของ Storck จักรยานที่นักทดสอบทั่วโลกยอมรับว่าดีที่สุดแล้วหรือยัง?
สำหรับสาวก Storck และมาคัส เตรียมพบกับเค้าได้เร็วๆนี้ พร้อมกิจกรรมจากสนุกๆจาก BIB ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของ Storck จักรยานที่ดีที่สุดในโลก
ติดตามข่าวสาร update กิจกรรมและ promotion ได้ที่ facebook.com/storckclubthailand