DHI เขียน:ArtKorat เขียน:ไม่ทน ดูแลเยอะดูไม่ด่บ่าพัง ระวังเรื่องน้ำสุดๆ เบื่อจนเปลี่ยนเป็นลูกปืนธรรมดา
แต่ลื่นมั๊กๆนะ อย่างว่าดีย่อมมีเสียคู่กันเป็นธรรมดา
1.เรื่องน้ำเข้านี่มันคงไม่เกี่ยวกับเม็ดลูกปืนเท่าหรอกน่ะครับ มันน่าจะอยู่ที่การใช้งาน
2.เรื่องบ่าพังนี้ เท่าที่ผมขายมา (ลูกปืนเซรามิคที่ผมขายน่ะ) ก็ไม่เคยมีใครประสบปัญหานี้ เพราะเม็ดลูกปืนที่ขายเป็นเกรด G5 ผลิตจาก Silicon nitride ( Si3N4) ซึ่งมีความแข็งที่ผิวสูงมาก และมีความลื่นที่ผิวมาด้วยเช่นกัน ตัวลูกปืนเองก็ไม่นำไฟฟ้าจึงไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เบ้าลูกปืนพัง เอาง่ายๆถ้าหากลูกปืนเซรามิคไม่ดีจริง จริงๆตัว Camagnolo เองก็คงไม่เอาเทคโนโลยี่นี้มาใช้งานกับดุมล้อรุ่นสูงของตัวเอง ส่วนเม็ดลูกปืนเซรามิคที่ผมเอามาขายก็มีการทดสอบคุณภาพก่อนหน้านี้พอสมควรครับ

ถ้าจะเจาะลึกลงไปจริงๆผมว่าถ้าเป็นไปได้คงต้องหาเอกสารการวิจัยมาอ้างอิงประกอบแล้วล่ะครับ โดยเฉพาะในประด็นที่กังขา...ความลื่น ความแข็งผิว การกัดบ่าเบ้าลูกปืน ฯลฯ เพราะเป็นของซื้อของขายที่อ้างถึงเทคโนโลยีที่สูงขึ้นและแน่นอน ราคาก็สูงตามระดับเทคโนโลยี
ลำพัง
...เขาเล่าว่า หรือ เขาอ้างว่า...ในเชิงวิชาการถือเป็นเพียง ...ความเห็น...เท่านั้น ครับ
Ceramic /เซอรามิก ในอาชีพผมมีใช้กันมานานแล้ว ประเด็นความลื่น ...ยอมรับว่าลื่นจริงๆ ลื่นระดับที่แบคทีเรีย(กว่า 230 ชนิด)ซึ่งพบได้ในช่องปากของทุกผู้ทุกคนไม่สามารถสรางชั้นฟิล์มทางชีวภาพเกาะติดพื้นผิวได้เลย(หมายเหตุ...ต้องผ่านการเคลือบลื่นที่ผิวแล้วอย่างดียิ่ง ) ลื่นกว่าเคลือบฟันธรรมชาติของคนเราเสียอีก
เรื่องความแข็ง ...ความแข็งผิวของเซอรามิกโดยทั่วไปแข็งมาก และมากกว่าความแข็งผิวของเคลือบฟันธรรมชาติของมนุษย์(เกือบครึ่งเท่า)
จากข้อดีอันนี้ก็กลายเป็นข้อเสียไปในทันทีเมื่อใช้งานไปชั่วระยะเวลาที่แน่นอนหนึ่งๆ(จากการทดลองที่ 6 เดือน 1ปี 2 ปี ฯ)พบว่า ทำให้เกิดการสึกกร่อนฟันคู่สบซึ่งเป็นเคลือบฟันธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญระดับ150-400ไมครอน/ปี (1 ไมครอนคือ 1 ใน 1000 มิลลลิเมตร) จินตนาการเพื่อการเปรียบเทียบกับเส้นผมมนุษย์ประมาณ 50-75 ไมครอน คุณภาพการวิจัยทำโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์อีเล็คตรอนส่องกราดเปรียบเทียบกัน
ในปัจจุบัน เราจึงเลี่ยงที่จะใช้เซอรามิกที่มีความแข็งผิวในระดับนั้น กลับมาใช้เซอรามิกองค์ประกอบใหม่ เผาที่อุณหภูมิต่ำลงเพื่อลดความแข็งผิวให้ไม่ต่างจากค่าความแข็งผิวของเคลือบฟันมนุษย์แทนครับ
ด้ามกรอฟัน(Dental Handpiece) ที่เราใช้ร่วมกับหัตการทางคลินิกมีอยู่รุ่นหนึ่ง(ของอเมริกา)ที่เป็น Lube-free คือไม่ต้องการน้ำมันหล่อลื่นเลยตลอดการใช้งาน เขาใช้เซอรามิกเป็นแกน หมุนในเบ้ารับที่เป็นเซอรามิกชนิดเดียวกัน
ส่วนอีกยี่ห้อหนึ่งของญี่ปุ่น ลูกปืนเป็นเซอรามิก หมุนในเบ้าโลหะ(ที่หล่อพิเศษ) ก็ทนทานพอสมควรแต่อายุสั้นกว่าแบบแรกครับ ค่าโสหุ้ยในการเปลี่ยนชุดลูกปืนและเบ้า สามารถซื้อด้ามกรอ(ทั้งด้าม)รุ่นมาตรฐานเยอรมันได้หนึ่งด้ามครึ่ง
หมายเหตุ... ทั้งสองกรณีมีการวิจัยทางคลินิกยืนยันเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะควักเงินจากกระเป๋าเพื่อซื้อ(เครื่องมือที่ใช้ประกอบอาชีพ)
ไม่ทราบว่าที่เล่ามาข้างต้นนั้นเข้าเรื่อง
...ลูกปืนกับเบ้า... หรือไม่ครับ
ที่ผมเคยตั้งเป็นปุจฉาเอาไว้นานมากแล้วว่า...ลำพังการหมุนรอบแกนของการปั่นจักรยานของพวกเราโดยทั่วไปก็เฉลี่ย 80-100 รอบ/นาที จำเป็นหรือไม่ที่จะเอาเทคโนโลยีระดับ แสนหรือหลายแสนรอบ/นาที มาใช้เพื่อการนี้
...การปั่นจักรยาน ... ลองช่วยกันตรองดูแล้วอภิปรายกันต่อนะครับ... ผมเกรงว่าผลจะออกมาเป็น ลื่นกว่าจริง...แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ล่ะก็คนละเรื่องเลยนะครับ
ถ้ามีเอกสารเชิงคุณภาพการวิจัยผมยินดีที่จะอ่านและย่อยความออกมาให้นะครับ ขออย่ารอช้าในการส่งถึงผมทีเดียว
ประเด็นที่ตั้งถามคือ เราเลือกที่จะบริโภคเทคโนโลยีเกี่ยวกับจักรยานกันอย่าง
วิพากษ์ รอบด้านกันดีแล้วหรือยัง เพราะ เกือบจะร้อยทั้งร้อยของอุปกรณ์จักรยานที่เราต่างเลือกซื้อเลือกใช้กันนั้น เป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าทั้งสิ้น ... เห็นตัวเลข...หนี้ครัวเรือนที่เพิ่งแถลงกันแล้วหรือยังครับ เป็นเรื่องที่น่ากังวลไม่น้อย ถ้ามองและถามกันอย่างลึกๆแล้ว
จักรยานและอุปกรณ์...ที่เราๆท่านๆกำลังพูดถึงกันอย่างคลั่งไคล้ใหลหลงอยู่นี้ จัดอยู่ในประเภทนั้นหรือไม่ครับ