ปั่นขึ้นเนินเตี้ยๆ
ถนนทั่วๆ ไป หรือ ทางราดยาง หรือ ทางลำลองวิบาก ที่มีความชันไม่มากนัก ให้เปลี่ยนเกียร์ลดต่ำลงสัก 1-2 เกียร์ แล้วออกแรงถีบมากขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อย ก็สามารถปั่นขึ้นยอดเนินได้แล้ว แต่ถ้าเนินที่ไม่ชันนั้นมีความยาวขึ้น ก็ให้ชิฟเปลี่ยนเกียร์หลังลงมาทีละเกียร์ ไล่ลงมาเรื่อยๆ พยายามรักษารอบการปั่นให้สม่ำเสมอ ถ้ารู้สึกว่าเกียร์หนักไป ให้ชิฟเกียร์หลังต่ำลงมาอีก 1 เกียร์ อย่ารีบร้อนซอยเท้าปั่นเพื่อเร่งความเร็วขึ้นเนิน อย่ามองขึ้นไปบนยอดเนิน ให้ปั่นไปเรื่อยๆ ตามแรงที่คุณมี ถ้าปั่นไม่ไหว หมดแรง หรือ เริ่มทรงตัวไม่ได้ แก้ปัญหาด้วยการลงจูงจะดีกว่า แต่อย่าเพิ่งท้อถอดใจทันทีที่เห็นทางเริ่มลาดขึ้น ลองปั่นดูด้วยเทคนิคข้างต้น บางทีคุณอาจทึ่งในความสามารถของคุณก็ได้
ปั่นขึ้นเนินสูงชันมาก
ทางที่ชันมากๆ แต่พื้นผิวเป็นทางเรียบ ราดยางหรือคอนกรีต ใช้เทคนิคเดียวกันกับการปั่นขึ้นเนินเตี้ยๆ แต่ให้ถ่ายน้ำหนักมาที่ล้อหน้า โดยการขยับก้นมาที่ด้านหน้าของเบาะนั่ง พร้อมกับก้มตัวถ่ายน้ำหนักไปที่ส่วนหน้า กันล้อหน้ายกลอยหงายหลัง ส่วนทางที่เป็นทางลูกรัง ทางลุย ต้องใช้เทคนิคพิเศษมากกว่าปกติ เพราะทางแบบนี้โอกาสที่ล้อหลังจะลื่นฟรี เป็นไปได้สูง ให้ถ่ายน้ำหนักไปที่ด้านหลัง(ล้อหลัง)ของจักรยาน เพื่อให้เกิดแรงกดที่ล้อหลัง โดยการเลื่อนก้นให้อยู่ตำแหน่งเกือบสุดด้านท้ายของเบาะนั่ง แล้วก้มตัวถ่ายน้ำหนักไปที่ล้อหน้าเหมือนเดิม
อย่าพยายามออกแรงดึงแฮนด์รถเข้าหาตัว เพราะน้ำหนักกดที่ล้อหน้าจะสูญเสียไป ทำให้เสียการทรงตัวควบคุมทิศทางได้ลำบาก ในทางตรงกันข้ามให้โน้มตัวไปข้างหน้า จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความลาดชันของเนินนั้น
เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง เป็นเรื่องธรรมดา การปั่นจักรยานลงเขาเป็นที่โปรดปรานของนักปั่นเสือภูเขาโดยทั่วไป ถึงขนาดมีการแข่งขันปั่นจักรยานลงเขาหรือที่เรียกกันว่า “ดาวน์ฮิลล์” ซึ่งเป็นที่นิยมกันทั้งใน และ ต่างประเทศ การปั่นจักรยานลงเขา หรือ ดาวน์ฮิลล์ เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ท้าทาย ยิ่งลงชันมาก ยาวมากเท่าไรยิ่งมันเร้าใจเท่านั้น แต่การปั่นดาวน์ฮิลล์ก็อันตรายมากอยู่เหมือนกัน เพราะใช้ความเร็วสูง ตามแรงดึงดูดของโลก การจะปั่นให้ปลอดภัยต้องมีการถ่ายน้ำหนัก และการทรงตัวที่ดี นอกจากจะมีอุปกรณ์ที่สำคัญควบคู่ไปด้วย