
Bianchi รุ่น Metropoli-e รถจักรยานไฟฟ้าจาก Bianchi และ Panasonic of Japan
รถจักรยานไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ นำโดยเมืองใหญ่ในยุโรป ที่ประชาชนต้องการสร้างสภาวะสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นโดยการลดการใช้พลังงานน้ำมัน การเดินทางในเมืองที่ระยะทางไม่ไกลมาก รถจักรยานและจักรยานไฟฟ้า รวมถึงรถยนต์เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มีมลพิษต่ำ จึงถูกเลือกมาใช้เป็นพาหนะในการเดินทางของคนยุโรปในปัจจุบัน

จากประสบการณ์การผลิตรถจักรยานเพื่อใช้ในเมืองของ Cycle Europe (บริษัทแม่ของ Bianchi) ที่สร้างรถเพื่อใช้เดินทางในเมือง ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในยุโรป เมื่อทาง Cycle Europe จะเลือกรถจักรยานมาทำรถไฟฟ้าในชื่อ Bianchi จึงต้องเลือกรถยอดนิยมที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในเมืองและมีโครงสร้างที่แข็งแรง ทันสมัย Bianchi Metropoli รถที่ Bianchi ได้พัฒนาร่วมกับ Panasonic ผู้นำเรื่องระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่น Bianchi ปรารถนาให้ Metropoli -E ให้เป็นรถไฟฟ้าสุดหรู ประสิทธิภาพสูง ในแบรนด์ Bianchi เมื่อเลือกรถที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองที่ดีที่สุดได้มาแล้ว การเลือกอุปกรณ์มาใส่ต้องดีด้วย จึงนำชุดขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของ Panasonic ที่พัฒนาขึ้นในประเทศเยอรมันนี เพื่อเป็นแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานไฟฟ้า มาใส่ในรถรุ่นนี้ โดยความพิเศษคือ ให้กำลังขับเคลื่อนที่สูงถึง 308.8 วัตต์ โดยใช้มอเตอร์ขนาด 250 วัตต์ และใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 46.8 โวลล์ ที่มีความจุสูงถึง 6.6 แอมป์อาว(ค่าการจ่ายไฟต่อชั่วโมง) โดยประกอบกับเซ็นเซอร์ที่กระโหลกขาจาน ทำให้รับรู้ว่ารถต้องจ่ายพลังงานเท่าใด ในการขี่ในแต่ละรูปแบบ โดยการควบคุมผ่านรีโมทคอนโทรลที่แฮนด์ โดยสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลาย ทั้งโหมดกำลังสูงสุด โหมดมาตรฐาน โหมดประหยัด หรือโหมดออโตเมติก ที่จะทำงานตามเส้นทางที่ขี่ พร้อมทั้งมีระบบชาร์ตพลังงานกลับเข้าระบบ เมื่อมีพลังงานสูงเกินความต้องการ เช่น ตอนรถลงเขา หรือตอนเบรก
รถจักรยานไฟฟ้า Metropoli-e ไม่ไช่รถจักรยานที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่คือ รถจักรยานที่มีระบบมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยเสริมในการขับเคลื่อนเพื่อช่วยผ่อนแรงในการออกแรงปั่น
คงมีคำถามมากมายสำหรับรถจักรยานไฟฟ้าแบบนี้ แน่นอนว่า คำถามอันดับแรกๆ ที่ถูกถามมากที่สุด น่าจะเป็นคำถามนี้คือ ชาร์ต 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่? คำตอบ ต้องอธิบายกับยาวพอสมควร คือถ้าเราเลือกโหมดแบบชาร์ตไปขี่ไปด้วย เช่นโหมด ออโตเมติก ก็สามารถเดินทางไปได้ไกลถึงประมาณ 100 กิโลเมตรเลยทีเดียว แต่ถ้าเราใช้โหมดพลังงานสูงสุด(โดยไม่มีการชาร์ตกลับ) จะวิ่งไปได้ประมาณ 40 กิโลเมตร พลังงานในแบตเตอรี่ก็จะหมด หรือถ้าสลับโหมดเป็น โหมดมาตรฐานบ้าง สลับกับโหมดประหยัดบ้าง ก็สามารถจะได้ระยะทางที่สูงขึ้นได้ กว่าแบตเตอรี่จะหมด โดบบนจอแสดงผลจะมีสถานะของพลังงานแบตเตอรี่ โชว์ด้วยที่จอทำให้เราทราบสถานะแบตเตอรี่ในขณะนั้นด้วย เพราะถ้าพลังงานเหลือน้อยมาก อาจจะสลับกลับมาที่โหมดเจนเนอเรเตอร์ 1 (ชาร์ตไฟทีละน้อยๆ ปั่นไม่หนักมาก) หรือโหมดเจนเนอเรเตอร์ 2 (ชาร์ตไฟเข้าแรงๆ ใช้แรงปั่นหนัก) เพื่อสร้างกำลังไฟจากการปั่นด้วยแรงคน ชาร์ตกลับเข้าไปในแบตเตอรี่ในขณะปั่น ก่อนที่จะถูกชาร์ตด้วยไฟฟ้าจริงๆ ได้

ระบบของรถจักรยานไฟฟ้าที่มีระบบมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยเสริมลักษณะนี้ คือ การช่วยผ่อนแรงในการออกแรงปั่น เมื่อมีความเร็วก็จะส่งการขับเคลื่อนให้เร็วขึ้นไปอีก ความเร็วมาตรฐานของจักรยานขณะที่มีมอเตอร์มาช่วยเสริม คือจะเพิ่มขึ้นจากความเร็วปกติที่แรงคนปั่น บวกให้อีกประมาณ 7-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความเร็วที่สูงขึ้นมากกว่าปกติทำให้รถรุ่นนี้ต้องติดตั้งระบบเบรกที่ดีขึ้น โดย Bianchi เลือกใช้ระบบดิกส์เบรก Shimano BR-M445KIT Hydraulic disc brak มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ Motropoli e นี้
รถจักรยานไฟฟ้า Bianchi รุ่น Metropoli-e มีวางจำหน่ายแล้วที่เมืองไทย



ราคาตั้งของ Metropoli-e (ส่วนลดสอบถามได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายครับ)
- รถจักรยานไฟฟ้า รุ่น METROPOL-E รถไฟฟ้า สีดำ ผู้ชาย(ท่อบนตรง) มีไซต์ 47 และ 53 ราคาตั้ง 132,650 บาท
- รถจักรยานไฟฟ้า รุ่น METROPOL-E รถไฟฟ้า สีดำ ผู้หญิง(ท่อบนลาดลงนิดหน่อย) มีไซต์ 47 ราคาตั้ง 132,650 บาท
สอบถามรายละเอียดได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายของ TCA ใกล้บ้านท่านทั่วประเทศ หรือที่
TCA กรุงเทพฯ (สำนักงานใหญ่) โทร 02 249 5250 หรือ 086 710 4480
TCA เชียงใหม่ โทร 053 406 292292
TCA หาดใหญ่ โทร 074 536 456
TCA โชว์รูมกรุงเทพฯ ตึกกรีนทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 โทร 02 367 3470

