ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของ"รถพับ" โดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย rain_mx2 »

OMG เขียน: มีใครเคยลอง Swift บ้างครับ มีอยู่คันยังไม่ได้เอามาลองขี่เลยยยย???
แต่เป็นรถที่อยากได้มากกกกก มานานแหละ พอได้มากลับไม่ค่อยได้ขี่
ทรงรถสวยครับ เวลาขี่แล้วดูดีใช้ได้.......

คุณ OMG ไปกระทู้นี้เลยครับผมสิงอยู่สักพักแล้วครับ

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=193437
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
รูปประจำตัวสมาชิก
OMG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3224
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2010, 21:58
Bike: ไม่มีเหลือแล้ว

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย OMG »

ขอบคุณครับ ไปรายงานตัวมาเรียบร้อยครับ......
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

rain_mx2 เขียน:
Pisit sirichote เขียน: ระบบกันสะเทือนหลังของ AM คงจะเป็นจุดเด่นของเขาส่วนหนึ่งครับ ผมไม่เคยขี่ AM แต่ขับรถยนต์ Rover Mini Cooper ที่มี Rubber Cone ทั้งสี่ล้อ
ขี่ดีทีเดียวครับ เคยใส่ชุดแต่งที่เป็น Coil Over Spring สุดท้ายต้องถอดออกแล้วใส่ Rubber Cone กลับตามเดิมครับ
ดังนั้นผมเชื่อครับว่า ช่วงล่างด้านหลังของ AM ดีมากครับ เหมาะสมกับการวิ่งทางเรียบครับ
พี่พิสิฐครับ ผมตะหงิดๆมาตั้งแต่พี่บอกเรื่องรถมินิ วันนี้ลองหาๆดูปรากฎว่ารถมินินี่มันใช้ช่วงล่างที่ออกแบบโดย คุณ Alex Moulton เหมือนกันครับแถมเป็นตัว flexitor เหมือนกันอีกครับ แกออกแบบไว้ก่อนจะไปตั้งบริษัทจักรยานนั่นเอง เดี๋ยวว่างๆมาเล่า flexitor ภาคสองให้ฟังครับ

ขอบคุณมากครับ จะรอติดตามตอนต่อไปครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

สำหรับผมเท่าที่ดูรถ Alex Moulton เฟรมที่ออกแบบแบบนี้ โอกาศที่จะออกแบบให้มีความมั่นคงและบิดตัวได้ตรงจุดที่ต้องการ ง่ายกว่าเฟรมของยี่ห้ออื่นครับ
แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ส่วนสำคัญที่สุดในมุมมองของผมคือ ระบบกันกระเทือนหน้าหลังของเขาครับ
ถ้าผมมีโอกาศได้มาสักเฟรม สิ่งที่อยากทดสอบคือ ใส่ชุดล้อและขับเคลื่อนระดับปกติ เพื่อขี่ทดสอบกับรถเฟรมธรรมดาว่าแตกต่างกันอย่างไร
ต่อมาก็ทดลองไม่ใช้ชุดกันกระเทือนทั้งหน้าหลัง เพื่อดูว่าการทรงตัว การกระเทือนแตกต่างกับรถธรรมดาอย่างไรครับ
อันนี้อยากรู้จริงๆครับ
สำหรับรถรุ่นนี้ส่วนใหญ่เจ้าของมีกำลังเงินมาก ดังนั้นอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ใช้ระดับสุดยอดของโลกอยู่แล้วครับ ถ้าไปทดลองขี่ต้องดีอยู่แล้วครับ
คงต้องดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่ใช้ สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ของ Mu P24 หรือไม่ ถ้าได้น่าซื้อมาทดสอบครับ จะได้หายสงสัยครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย rain_mx2 »

Pisit sirichote เขียน:สำหรับผมเท่าที่ดูรถ Alex Moulton เฟรมที่ออกแบบแบบนี้ โอกาศที่จะออกแบบให้มีความมั่นคงและบิดตัวได้ตรงจุดที่ต้องการ ง่ายกว่าเฟรมของยี่ห้ออื่นครับ
แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ส่วนสำคัญที่สุดในมุมมองของผมคือ ระบบกันกระเทือนหน้าหลังของเขาครับ
ถ้าผมมีโอกาศได้มาสักเฟรม สิ่งที่อยากทดสอบคือ ใส่ชุดล้อและขับเคลื่อนระดับปกติ เพื่อขี่ทดสอบกับรถเฟรมธรรมดาว่าแตกต่างกันอย่างไร
ต่อมาก็ทดลองไม่ใช้ชุดกันกระเทือนทั้งหน้าหลัง เพื่อดูว่าการทรงตัว การกระเทือนแตกต่างกับรถธรรมดาอย่างไรครับ
อันนี้อยากรู้จริงๆครับ
สำหรับรถรุ่นนี้ส่วนใหญ่เจ้าของมีกำลังเงินมาก ดังนั้นอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ใช้ระดับสุดยอดของโลกอยู่แล้วครับ ถ้าไปทดลองขี่ต้องดีอยู่แล้วครับ
คงต้องดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่ใช้ สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ของ Mu P24 หรือไม่ ถ้าได้น่าซื้อมาทดสอบครับ จะได้หายสงสัยครับ
ปัญหามันคงอยู่ที่ว่าจะไม่ใช้ชุดกันสะเทือนทั้งหน้่าหลังยังไงนะครับ พี่พิสิฐ เพราะจุดเชื่อมของ เฟรมด้านหน้ามันดูที่จะเอาตะเกียบธรรมดาตัวอื่นมาใส่ลำบากอยู่พอควรครับ ในขณะที่ข้างหลังถ้าไม่มีตัว Cone ของ Moulton ก็คงต้องหาทางเชื่อม frame กับสามเหลี่ยมหลังให้ได้ซี่งถ้าจะให้ทำจริงๆก็น่าจะพอมีทาง แต่ดูโหดหินและน่าจะเสียรถพอสมควรครับ
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
mini bike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 238
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 14:38
Tel: 086 3890994
Bike: JAMIS

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย mini bike »

อ่านกระทู้นี้แล้วทำให้ผมผู้ชื่นชอบการออกแบบรถจักรยาน มีความรู้และความเข้าใจในวิธีการออกแบบมากขึ้นเยอะครับ ขอบคุณ คุณrainที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมานะครับ
เรื่องวัสดุอลูและท่อเรโนล์ ขอบคุณสำหรับคำตอบจากทุกๆท่านนะครับ. แต่ผมมีคำถามที่สงสัยเพิ่มเติมจะขอรบกวนถามสักนิดครับว่า
วัสดุแสตนเลส ที่ใช้ทำเฟรมจักรยานมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ อย่างที่ทำดาฮอนคลาสสิคแสตนเลส กับที่ทำmoultonสแตนเลสครับ
และเท่าที่พอทราบmoultonก็เคยมีการทำด้วยtitanium. มันจะมีความแตกต่างในการใช้วัสดุต่างชนิดกันทำรึเปล่าครับ อ่านแล้วอาจจะงงในคำถามคือผมอยากทราบว่าเฟรมของmoultonรุ่นเดียวกันถ้าทำจากวัสดุต่างกันจะให้ความรู้สึกหรือผลในการขี่ต่างกันหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

rain_mx2 เขียน:
Pisit sirichote เขียน:สำหรับผมเท่าที่ดูรถ Alex Moulton เฟรมที่ออกแบบแบบนี้ โอกาศที่จะออกแบบให้มีความมั่นคงและบิดตัวได้ตรงจุดที่ต้องการ ง่ายกว่าเฟรมของยี่ห้ออื่นครับ
แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ส่วนสำคัญที่สุดในมุมมองของผมคือ ระบบกันกระเทือนหน้าหลังของเขาครับ
ถ้าผมมีโอกาศได้มาสักเฟรม สิ่งที่อยากทดสอบคือ ใส่ชุดล้อและขับเคลื่อนระดับปกติ เพื่อขี่ทดสอบกับรถเฟรมธรรมดาว่าแตกต่างกันอย่างไร
ต่อมาก็ทดลองไม่ใช้ชุดกันกระเทือนทั้งหน้าหลัง เพื่อดูว่าการทรงตัว การกระเทือนแตกต่างกับรถธรรมดาอย่างไรครับ
อันนี้อยากรู้จริงๆครับ
สำหรับรถรุ่นนี้ส่วนใหญ่เจ้าของมีกำลังเงินมาก ดังนั้นอุปกรณ์แต่ละชิ้นที่ใช้ระดับสุดยอดของโลกอยู่แล้วครับ ถ้าไปทดลองขี่ต้องดีอยู่แล้วครับ
คงต้องดูรายละเอียดอุปกรณ์ที่ใช้ สามารถใช้ร่วมกับอุปกรณ์ของ Mu P24 หรือไม่ ถ้าได้น่าซื้อมาทดสอบครับ จะได้หายสงสัยครับ
ปัญหามันคงอยู่ที่ว่าจะไม่ใช้ชุดกันสะเทือนทั้งหน้่าหลังยังไงนะครับ พี่พิสิฐ เพราะจุดเชื่อมของ เฟรมด้านหน้ามันดูที่จะเอาตะเกียบธรรมดาตัวอื่นมาใส่ลำบากอยู่พอควรครับ ในขณะที่ข้างหลังถ้าไม่มีตัว Cone ของ Moulton ก็คงต้องหาทางเชื่อม frame กับสามเหลี่ยมหลังให้ได้ซี่งถ้าจะให้ทำจริงๆก็น่าจะพอมีทาง แต่ดูโหดหินและน่าจะเสียรถพอสมควรครับ

คงต้องหาทางทำตัวล็อคให้เขายุบตัวน้อยที่สุดครับ
ผมมองว่า เต้ายางมีส่วนช่วยมากครับ เท่าที่ขับรถช่วงล่างระบบนี้ กระเทือนกว่าแบบสปริง แต่การวิ่งดีครับ
สำหรับเต้ายางแบบใส่ของเหลว สมัยก่อนรถมินิใช้ครับ นิ่มกว่าแบบเต้ายางอย่างเดียว
แต่ปัญหาที่เลิกใช้ เนื่องจากเวลาน้ำยารั่ว ล้อจะทรุดลงจนติดกับบังโคลน ทำให้ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ครับ
ตอนหลังเปลี่ยนมาใช้เต้ายางแบบไม่มีน้ำยาครับ
อีกจุดหนึ่งคือเต้ายางแบบมีน้ำยาราคาแพงกว่าเต้ายางแบบไม่มีน้ำยามากครับ ตอนนี้หาซื้อยากด้วย รถมินิที่ใช้ก็เปลี่ยนมาใช้แบบไม่มีน้ำยากันครับ
เท่าที่ผมขับมา ดีครับ ยิ่งขับบนภูเขา หารถที่จะไล่ยากครับ

ตอนนี้กำลังหาเฟรมราคาไม่แพงสักเฟรมครับ คงเอาตัว TSR ครับ

เต้ายางที่ใช้กับรถมินิครับ
รูปภาพ

มีบางคนอยากให้นุ่มกว่า จะเปลี่ยนเป็นแบบมีสปริง ตามภาพด้านล่างครับ แต่สุดท้ายฟิลลิ่งสู้เต้ายางไม่ได้ครับ

รูปภาพ

สำหรับผมเคยซื้อชุดตามภาพด้านล่างมาใส่ครับ สุดท้ายต้องกลับมาใช้ระบบเดิมของเขาครับ แต่ตัวโช็คอัพยังใช้ตัวนี้อยู่ครับ โดยถอดสปริงเก็บครับ

รูปภาพ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย rain_mx2 »

ผมค้นพบว่าถ้่าเราจะเข้าใจ Flexitor ในจักรยาน Moulton นี่เราต้องเข้าใจการออกแบบก่อนหน้าของ ด้อกเตอร์ Alex Moulton ก่อนครับ เอาสั้นๆนะครับ ก่อนจะมาทำจักรยานโมลตัน คุณโมลตั้นนี่ แกเป็นวิศวกรช่วงล่างชื่อดังของอังกฤษครับ พื้นฐานที่บ้านของคุณโมลตันประกอบธุรกิจขายส่งยาง แกเลยมีความฝังใจเกี่ยวกับการใช้ยางมาทำ ช่วงล่างรถยนต์เป็นพิเศษ รถที่ถือว่าดังที่สุดที่แกมีส่วนร่วมในการออกแบบก็คือ รถมินิ ที่เรารู้จักกันดีครับ ผมจะไม่กล่าวถีงประวัติว่าทำไงแกถีงได้ไป ทำรถมินินะครับ ใครที่สนใจคงพอหาอ่านกันได้ แต่ ที่สำคัญคือ เนื่องจากรถมินิมีขนาดเล็ก ถ้าต้องการจะทำให้รถสามารถ มีพื้นที่ภายในกว้่างขวางแล้วละก็ ช่วงล่างก็ควรจะมีขนาดเล็กไปด้วย โดยในตอนเริ่มต้น แกเอายางเป็นก้อนเหลี่ยมๆตันๆ ไปหนุนอยู่เป็นตัวกันกระแทกเฉยๆครับ แต่ก็มีการทำออกมาใช่้งานเพียงรุ่นเดียว มินิรุ่นถัดมา ได้นำยางมาขี้นรูปเป็นกรวย หรือ ที่เราเรียกว่า Rubber Cone แทนตามรูปครับ
moulton1.jpg
moulton1.jpg (4.61 KiB) เข้าดูแล้ว 760 ครั้ง
โดยมีการออกแบบกันอยู่สองแบบด้วยกัน แบบแรกมีตัวยีดด้านบนกับตัวรถแข็งแรงกว่าเป็นรูปตัว V และมีจุดยีดสองจุดและใช้ กรวยยางทรงแหลม (Cone type) ส่วนตรงที่เห็นเป็นกลมๆ มีรูตรงกลางอีกข้างหนึ่งนั่นก็คือจุดยีดล้่อรถนะครับสังเกตว่าแบบนี้ตัวโคนมันมีแท่งยึด ยื่นขี้นมา และมีจุดติดอยู่ข้่างๆตัวโช้คอัพรถ ซึ่งถ้าเปรียบก็คล้ายกับรถหลายๆรุ่นในปัจจุบันที่แยกตัวสปริงออกจากตัวโช้ค การออกแบบ แบบแรกนี่มีปัญหาเรื่องความสั่นสะเทือนวิ่งเข้ามาถีงจุดยีดด้านในทำให้ข่วงล่างโยกเอียงไปมา เวลาเจอแรงกระแทกด้านข้างครับ คุณโมลตันแกเลยไปออกแบบช่วงล่างแบบที่สองมา (รูปด้านขวา) โดยมีแขนด่้านบนเป็นแท่งตรงมาที่ตัวจุดยีดล้อเลยครับซี่งก็น่าจะน้ำหนักเบากว่า และใช้่การออกแบบตัวยางให้เป็นรูปเหมือนแตร (Trumpet type) แทน และย้ายจุดติดยางเข้าไปด้านในเพื่อรองรับกับการสั่นสะเทือนด้านในครับ สังเกตว่าที่ตัวยางรูปแตรนี่มุมการติดจะเอียงๆคอยรับแรงที่ส่งเข้ามาครับ จากรูปจะเห็นว่าถ้าเป็นช่วงล่างรถมินินี่ยังมีโช้คอยู่อีกตัวเสมอนะครับ ดังนั้นลูกยางจึงทำตัวเป็นสปริงเท่านั้น

ทั้งสองแบบนี่ถ้ามองดีๆก็เป็น Parallogram ครับ โดยมีตัวโคนยางคอยรับแรงอยู่ด้านบนของคานบน ซี่งถ้าเราลองหมุนเป็นภาพตัดขวางนี่ มันคือ ช่วงล่างหน้าของจักรยานโมลตั้นเลยครับหน้าตา หลักการเหมือนกันสุดๆ

หลังจากทำช่วงล่างให้กับรถมินิแล้ว คุณโมลตันแกก็ไปออกแบบช่วงล่างให้รถอีกหลายคันครับ โดยแกมองว่าการที่ใช้ช่วงล่างเป็นลูกยางโคนนี่ มันยังจำเป็นต้องมีโช้คอีกตัวซี่งจากมุมของคุณโมลตันเองแกคงมองว่ามันยังทำให้ดีกว่านั้นได้ และเนื่องจากยางเสื่อมได้ง่ายเวลากดเข้าออกทำให้มีเสียงดังเป็นที่บ่นกันของผู้ใช้งาน แกเลยคิดเปลี่ยนตัวโคน ออกมาอีกแบบ ก็คือ Flexitor ครับโดย แทนที่จะใช้การกดยาง ซี่งมีพื้นที่หน้าตัดเล็ก แกใช้ทำการเฉือนแทน หลักการทำงานก็จะเป็น แบบนี้ครับดูตามรูปง่ายกว่าครับ

รุปแรกเป็นรูปของการติดตั้งบน คานรถนะครับ อันนี้่ดูก็คงเข้าใจได้
images.jpeg
images.jpeg (7.16 KiB) เข้าดูแล้ว 760 ครั้ง
torsion_normal.gif
torsion_normal.gif (23.4 KiB) เข้าดูแล้ว 760 ครั้ง
torsion_axles.jpg
torsion_axles.jpg (21.85 KiB) เข้าดูแล้ว 760 ครั้ง
รูปที่สอง และสาม คือชิ้นส่วนภายในครับ หลักการง่ายก็คือมีแกนหมุนอยู่ภายใน และก็มียางติดตั้งอยู่สี่มุมเลย โดยยางทำหน้าที่เป็นตัวต้านการหมุน ตัวแกนการหมุนนี่ก็ไปต่อกับจุดยีดล้อ หรือจุดหมุนที่ต้องการรับแรงอีกทีครับ พอทำแบบนี้ ก็ขี้นอยู่กับจำนวนชิ้นยางที่มีอยู่ข้างในและความยาวของ หน้าสัมผัสของแกนการหมุน กับตัวยางแล้วครับ อยากนิ่มก็ใส่ยางนิ่ม หรือน้อย หรือ แกนสั้น อยากแข็งก็กลับกัน อยากจะล้อคระยะ rebound ก็อาจจะใช้วิธีการคุมองศาการหมุนของแท่งโดยการมีตัว stopper มาไว้ด้านนอก (แบบที่คุณ Tonger เล่าให้ฟังเรื่องดีงการปรับ rebound ครับ) แถมยังเบาด้่วยครับ

สรุบว่าอัจฉริยะครับ คิดได้แบบนี้ ฮ่าๆ สุดยอดครับๆ ข้อดีของการทำแบบนี้ก็คือเนื่องจากระยะการเคลื่อนของยางน้อยมากๆ เสียงที่เกิดแยะๆแบบที่ใช้พวก Rubber Cone ก็น้อยลงไปมากครับ

นี่ละครับ Flexitor ในปัจจุบันบางทีเขาก็เรียกว่า Rubber Torsion ครับ ตอนนี้พวกรถลากทั้งหลายที่ต้องการความนิ่มและไม่ใด้ไปลุยใหนแยะก็จะใช้กันแยะครับ เพราะอยากให้รับน้ำหนักได้แยะก็แค่เพิ่มความยาวของตัวยางและ แกนเท่านั้น

ในเวลาเดียวกันนี้ ซีตรองก็เริ่มคิดระบบช่วงล่างรถที่ใช้ Hydropnematic ครับ คุณโมลตันไปเห็นเข้า ติดใจก็เลยเอามาออกแบบ ตัว Hydrolastic ให้่ทำงานได้เหมือนกันแต่เบากว่าอีกทีครับ

พอดีต้องออกไปข้างนอกครับ เดี๋ยวค่อยมาเล่า Hydrolastic ต่อนะครับ แถมด้วยรูป คุณโมลตันขี่ Bridgestone Moulton ครับ เป็นรุ่นพิเศษใช้ช่วงล่างหน้าเป็น leading link ครับ โดยมีแกนโช้คด่้านบนเป็น Flexitor สุดยอดจริงๆครับคนนี้ น่าเสียดายนะครับที่แกจากไปแล้ว ผมขอคารวะจากใจมา ณ ที่นี้ครับ
alex_on_bs_moulton.jpg
alex_on_bs_moulton.jpg (57.7 KiB) เข้าดูแล้ว 760 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
รูปประจำตัวสมาชิก
OMG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3224
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2010, 21:58
Bike: ไม่มีเหลือแล้ว

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย OMG »

Rubber torsion Suspension system แบบนี้ผมมีโปรเจคจะทำเมื่อเดือนที่แล้ว พอศึกษาแล้วไม่ง่ายเลยทีเดียวที่จะทำ ติดอยู่อย่างเดียวตอนใส่ rubber rod ลงไปในกระบอกยากมาก.... :( :(
รูปประจำตัวสมาชิก
Cookiebike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2368
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2012, 19:58
team: Bkkwheels
Bike: รถที่ผ่านมือ Trek 4300 /Dahon P8/Dahon Dove/Tern Verge Duo /Dr. hon MU Duo/Bike Friday tikit/กำลังทำรถพับทัวร์ริ่งปีนเขา/Crius 14"

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย Cookiebike »

mini bike เขียน:อ่านกระทู้นี้แล้วทำให้ผมผู้ชื่นชอบการออกแบบรถจักรยาน มีความรู้และความเข้าใจในวิธีการออกแบบมากขึ้นเยอะครับ ขอบคุณ คุณrainที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมานะครับ
เรื่องวัสดุอลูและท่อเรโนล์ ขอบคุณสำหรับคำตอบจากทุกๆท่านนะครับ. แต่ผมมีคำถามที่สงสัยเพิ่มเติมจะขอรบกวนถามสักนิดครับว่า
วัสดุแสตนเลส ที่ใช้ทำเฟรมจักรยานมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ อย่างที่ทำดาฮอนคลาสสิคแสตนเลส กับที่ทำmoultonสแตนเลสครับ
และเท่าที่พอทราบmoultonก็เคยมีการทำด้วยtitanium. มันจะมีความแตกต่างในการใช้วัสดุต่างชนิดกันทำรึเปล่าครับ อ่านแล้วอาจจะงงในคำถามคือผมอยากทราบว่าเฟรมของmoultonรุ่นเดียวกันถ้าทำจากวัสดุต่างกันจะให้ความรู้สึกหรือผลในการขี่ต่างกันหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ :D
ต่างกันสิครับ แต่มันเป็นไปได้ยากที่จะเป็นเฟรมเดียวกันเพราะการรับกดแรงเค้นของโลหะมันมีค่าต่างกัน มวลสารและการขึ้นรูปเพื่อให้รถมีมาตรฐานเดิมมันทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเอาท่่ออะไรก็ได้มาเชื่อมต่อกันเป็นโครงแบบนั้นแล้วจะขี่ได้ อาจจะมีฉีกหักกลางลำได้ครับ ลักษณะรถอลูเลยมักจะแบนๆ กว้าง หนาๆ รถเหล็กท่อเล็กเพรียวๆ ไงครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=839658
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
รูปประจำตัวสมาชิก
manja
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 77
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2013, 01:10

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย manja »

ระบบกันสะเทือนแบบนี้มีใช้ในอุตสาหกรรม บ้านเรามีขายครับไปหาซื้อมาใส่จะง่ายกว่าครับตามลิ้งค์
http://www.virtus.co.th/product/oscilla ... ating.html
รูปประจำตัวสมาชิก
Pisit sirichote
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4206
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2011, 09:28
Tel: 085 534 1078
team: ไม่มี
Bike: Trek 930 , Da Bike USA , Giant morph , Dahon Mu P24 , KHS F20t3f
ตำแหน่ง: เดอะนอร์ทเทิร์นทาร์วรังสิต

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย Pisit sirichote »

mini bike เขียน:อ่านกระทู้นี้แล้วทำให้ผมผู้ชื่นชอบการออกแบบรถจักรยาน มีความรู้และความเข้าใจในวิธีการออกแบบมากขึ้นเยอะครับ ขอบคุณ คุณrainที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมานะครับ
เรื่องวัสดุอลูและท่อเรโนล์ ขอบคุณสำหรับคำตอบจากทุกๆท่านนะครับ. แต่ผมมีคำถามที่สงสัยเพิ่มเติมจะขอรบกวนถามสักนิดครับว่า
วัสดุแสตนเลส ที่ใช้ทำเฟรมจักรยานมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ อย่างที่ทำดาฮอนคลาสสิคแสตนเลส กับที่ทำmoultonสแตนเลสครับ
และเท่าที่พอทราบmoultonก็เคยมีการทำด้วยtitanium. มันจะมีความแตกต่างในการใช้วัสดุต่างชนิดกันทำรึเปล่าครับ อ่านแล้วอาจจะงงในคำถามคือผมอยากทราบว่าเฟรมของmoultonรุ่นเดียวกันถ้าทำจากวัสดุต่างกันจะให้ความรู้สึกหรือผลในการขี่ต่างกันหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ :D

ผมว่าวัสดุที่ทำเขาอาจจะสั่งผลิตมาโดยเฉพาะครับ ถ้าดูโครงสร้างแล้ว เขาโชว์ขนาดของเหล็กแต่ละท่อนชัดเจน มุมต่างๆเห็นชัด
แต่ผมว่า คนที่มีฝีมือในเมืองไทย ทำตามแบบที่เขาใช้ขนาดเหล็กเท่ากัน สัดส่วนเท่ากัน ผมยังคิดฟิลลิ่งการขี่ไม่เหมือนกันครับ
เหมือนกับไวโอลิน เห็นขนาด รูปร่าง แต่พอทำมาแล้ว คุณภาพก็ไม่เท่ากันครับ
The Fold
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 63
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2011, 22:56

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย The Fold »

ปกติปั่นไม่ได้เร็วมากครับประมาณ 25-30 เท่าที่รู้สึกว่ามันปลอดภัยคือเวลาเราไปในที่ๆไม่รู้จักเวลาเลี้ยวทางข้างหน้ามีหลุมหรือถนนไม่เรียบ เจ้าMoultonมักจะเอาตัวรอดได้เสมอครับ หลับหูหลับตาปั่นไปก็ยังไม่เป็นอะไรครับ อีกอย่างที่ชอบคือปั่นนานๆแล้วมือไม่ชาเหมือนคันอื่นที่มีครับ ปั่นกับหมอบก็ได้นะครับถ้าเค้าไม่ได้บ้าพลังมาก 30-35 ซัก 20,30 km.ไปได้สบายกว่าด้วยครับเพราะไม่สะเทือนเลยมองดูทิวทัศน์ข้างทางได้มากกว่า และใช้แรงไม่เยอะไปกว่าหมอบด้วยครับ เติมบ่อยกว่าแต่ใช้แรงเติมน้อยกว่าครับ ข้อเสียคือมันทำให้ไม่อยากปั่นคันอื่นๆในบ้านอีกเลยครับ
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย rain_mx2 »

mini bike เขียน:อ่านกระทู้นี้แล้วทำให้ผมผู้ชื่นชอบการออกแบบรถจักรยาน มีความรู้และความเข้าใจในวิธีการออกแบบมากขึ้นเยอะครับ ขอบคุณ คุณrainที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมานะครับ
เรื่องวัสดุอลูและท่อเรโนล์ ขอบคุณสำหรับคำตอบจากทุกๆท่านนะครับ. แต่ผมมีคำถามที่สงสัยเพิ่มเติมจะขอรบกวนถามสักนิดครับว่า
วัสดุแสตนเลส ที่ใช้ทำเฟรมจักรยานมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ อย่างที่ทำดาฮอนคลาสสิคแสตนเลส กับที่ทำmoultonสแตนเลสครับ
และเท่าที่พอทราบmoultonก็เคยมีการทำด้วยtitanium. มันจะมีความแตกต่างในการใช้วัสดุต่างชนิดกันทำรึเปล่าครับ อ่านแล้วอาจจะงงในคำถามคือผมอยากทราบว่าเฟรมของmoultonรุ่นเดียวกันถ้าทำจากวัสดุต่างกันจะให้ความรู้สึกหรือผลในการขี่ต่างกันหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ :D

คือ Stainless Steel นี่มันย่อมาจาก "stain" รอยเปื้่อน + "less" ที่แปลว่าน้อย หรือไม่มีครับ ดังนั้นจะแปลตรงตัวก็ต้องบอกว่า คือ เหล็กที่ไม่เปื้อน หรือเป็นรอยได้ยาก คำจำกัดความด่้านวัสดุศาสตร์คือ เหล็กที่มี โครเมี่ยม แยะกว่า 10% ขึ้นไปครับ เหล็ก Reynolds ที่พูดๆกัน นี่เป็น Stainless Steel ทั้งนั้นครับ นอกจาก Reynolds แล้วบริษัทผลิตท่อ Stainless สำหรับทำเฟรมจักรยานมีอีกสองเจ้า คือ โคลัมบัส กับ KVA เจ้า โคลัมบัสนี่ดังมากครับสมัยก่อน เสือหมอบตัดมือ นี่ส่วนใหญ่ใช้แต่ท่อโคลัมบัสทั้งนั้นครับ

สำหรับไททาเนี่ยมผมไม่ค่อยมีความรู้มากครับ เพราะว่าไม่ใด้ทำงานเกี่ยวข้องด้วยเลย แต่ราคาของไททาเนี่ยมถ้าเป็นเกรดใช้ทำจักรยานได้นี่มันก็จะเป็นเกรดที่เขาไว้ทำขาเครื่องบินด้วยนะครับ ซี่งปรกติ หายากและแพงพอสมควร บริษัททั้งสามที่พูดถีงถ้าจำไม่ผิดก็ขาย ท่อตัวไททาเนี่ยมด้วยครับ ตัวโลหะไททาเนี่ยมจะแข็งแรงน้อยกว่าเหล็ก แต่ มากกว่าอลูมิเนียม ครับเพราะฉนั้นถ้าจะใช้ ไททาเนี่ยมมาทำเฟรมก็ต้องใช้ตัวที่ความหนาท่อใหญ่กว่าเหล็กถีงจะให้ความแข็งแรงได้พอๆกัน

ผมตอบไม่ได้หรอกครับเรื่องความต่างของเฟรมที่ใช้วััสดุต่างๆของ Moulton เพราะไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง อันนั้นก็ต้องถามพี่ๆ ที่มีเฟรมโมลตันหลายๆตัวให้มาเทียบกัน แต่เฟรมตัวเดียวกันนี่้ใส่ยางคนละชุด หรือ สูบลมไม่เท่ากัน ความรู้สีกก็ต่างกันแล้วนะครับ และโดยปรกติโครงสร้่างทางวิศวกรรมเคลื่อนไหวทางกลแบบนี้ เราสามารถปรับแต่งค่าของวัสดุได้อยู่แล้วครับ ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถทำเฟรมอลูมิเนียมให้มีค่า Yield point (เทียบเป็นค่าความเหนียวแล้วกันนะครับ) ขี้นมาสูงไม่ห่างจากเหล็กมาก (โดยปรกติห่างกันแยะ) ได้จากการทำ Hydroforming แล้วเอาไปทำ heat treatment cycle (อบความร้อนแล้วปล่อยให้เย็นเป็นช่วงๆ) ต่อได้ ซึ่งก็ขึ้นกับการออกแบบของวิศวกรด้านวัตถุศาสตร์ของบริษัทนั้นๆครับ เพราะฉนั้น ถ้า Moulton ตั้งมาตรฐานการผลิตของเฟรมไว้ ให้มีค่าต่างๆล่วงหน้า ต่อให้ใช้วัสดุต่างกันก็สามารถปรับแต่งให้เข้่ามาใกล้เคียงกันได้ครับ ตัวโช้คอัพ หรือ ช่วงล่างก็ถือว่าส่งผลต่อ ค่าความยืดหยุ่นของเฟรมเช่นกัน โช้คปรับความดันไม่เท่ากัน ความยืดหยุ่นก็ไม่เท่ากันแล้วนะครับ พอตามผมทันนะครับ ว่ามันมีค่าอื่นๆที่ส่งผลต่อการใช้งานอยู่สูงพอสมควร รูปร่างของเฟรม ความยาวของ Chainstay หรือระยะช่วงล้อก็ส่งผลทั้งนั้นครับ

สรุบคือว่าจริงๆมันขี้นกับขบวนการผลิตและออกแบบแยะครับ แต่ถ้าตัดเฟรมเหมือนกัน แบบซื่อๆ ตามที่ คุณ Mini Bike ถามนี่ ผมว่า พวกเหล็ก ก็จะให้ผลดีสุดครับ รองลงมาก็คือ ไททาเนี่ยม และก็ อลูมิเนียมตามลำดับครับ อันนี้ไม่ใด้พูดถีงน้ำหนักนะครับ แค่ความรู้สีกของ เฟรม

เพิ่มเติมนิดหน่อยนะครับ ว่าโดยปรกติถ้าจะให้ค่าขี้นมาไกล้เคียงกันนี่หน้าตัดของวัสดุทำเฟรมหรือขนาดอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงด้วยนะครับ ไม่ใช่เอาไปอบๆอย่างเดียว อบมันเปลี่ยนรูปแบบการเรียงตัวของผลีกโลหะครับ แต่ไม่มีทางทำให้อลูมิเนียมแข็งขี้นมาเท่าเหล็กได้ ดังนั้นถ้าจะทำ เฟรมออกมาต่อให้ต่อกันเป็น Truss เหมือนรถ Moulton นี่ขนาดท่อคงไม่เท่ากัน และหน้าตาคงไม่เหมือนกันด้วยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย rain_mx2 เมื่อ 11 ส.ค. 2013, 00:04, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
rain_mx2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 456
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2012, 09:56

Re: ทำไมเขาถีงว่ารถ Moulton ขับขี่ดีที่ความเร็วสูงๆครับ?

โพสต์ โดย rain_mx2 »

ใหนๆจะเล่าเรื่องโมลตัน ขอลากต่อให้จบนะครับ จากตอนที่แล้วผมเกริ่นไปนิดว่า คุณโมลตันนี่ไปเห็น ระบบ Hydropneumatic ของซีตรองเข้าครับ ประทับใจมากก็เลยกลับมาออกแบบระบบโช้คที่เขาเองเรียกว่า Hydrolastic หน้่าตาการทำงานเป็นแบบนี้ครับ
hydrolastic.gif
hydrolastic.gif (33.01 KiB) เข้าดูแล้ว 617 ครั้ง
โดยมีหลักการง่ายๆคือว่ามีโช้คทำจากลูกยางที่มีของเหลวอยู่ข้างในและมีการต่อท่อเชื่อมของเหลวจากลูกยางล้อหน้่าไปยังล้อหลัง ดัังนั้นถ้า มีเนินที่ล้อหน้า ก็จะหนุนดันลูกยางให้ดันของเหลวให้ใหลไปทางด้านหลังดังนั้นก็จะทำให้ด้านหลังของรถสูงขี้นตามด้านหน้าครับ พอลงหลุม มันก็จะกลับกันโดยล้อหน้าที่ลงหลุมก็จะมีของเหลวใหลเข้ามาแทนที่จากด้านหลัง ทำให้ดันล้อหน้าสูงขี้น ในขณะที่ของเหลวใหลออกมาจากล้อหลังก็จะทำให้ล้อหลังลดความสูงลงครับ ลองดูตามรูปนะครับเป็น animated gif การออกแบบลักษณะนี่ก็จะทำให้รถก็จะเคลื่อนที่เสถียรเป็นระนาบไม่เด้งขี้นลงมาก ผลพลอยได้คือเกาะถนนและวิ่งได้เร็วขี้น แต่น่าเสียดายนะครับ ระบบนี้่ไม่มีการผลิตออกใช้งานจริง

ในปีถัดๆมาคุณโมลตันก็ออกแบบ Hydrolastic ใหม่ครับ ให้ใช้อากาศความดันสูงแทน เรียกขี่อใหม่ว่า Hydrogas ซี่ง มีข้อเสียคืออากาศมันไม่ให้ตัวเท่ากับของเหลวครับทำให้คุณสมบัติยังสู้ไม่ใด้ในตอนขี้นสุดลงสุด แต่ที่สะดวกกว่าคือสามารถปรับมาตรฐานอ่อนแข็งได้โดยการปรับความดันอากาศเท่านั้นครับ แต่พอจะผลิตลงใส่ในรถธรรมดาแทนที่จะมีท่อเชื่อมต่อระหว่างช่วงล่างหน้ากับหลัง ก็ลดลงแค่ให้มีน้ำมันอยู่ภายในกรวยยางและมีท่อให้ปรับความดันลมในตัวเดียวกันได้เท่านั้น โดยเจ้า Hydrolastic/Hydrogas รุ่นท้่ายๆนี้ถูกนำมาทดแทนอยู่ในรถ มินิและรถอื่นๆอีกหลายรุ่นครับ
hydragas_displacers.jpg
hydragas_displacers.jpg (41.55 KiB) เข้าดูแล้ว 617 ครั้ง
ในจักรยาน Moulton ในส่วนของโช้คหลังเลยมีสองแบบครับ แบบเป็นโคนกรวยยาง เหมือนรถมินิรุ่นแรกๆ และแบบ Hydrolastic ซี่งจะเห็นจากรูปของคุณ Tonger แบบละเอียดๆนะครับ โดย โคนกรวยยาง จะจับคู่กันมากับ Leading Link ในขณะที่ Hydrolastic มักจะมากับรถที่มีช่วงหน้่าเป็น Flexitor ครับ

มีแถมนิดหน่อยนะครับว่า Leading Link มาจากใหน ปรากฏว่า คุณโมลตันนี่นอกจากเป็นนักออกแบบช่วงล่างแล้ว ยังชอบขี่มอเตอร์ไซค์มากครับ ยี่ห้อที่เป็นที่นิยมในอังกฤษตอนนั้นก็คือยี่ห้อ Chater Lee ครับ ซี่งออกแบบช่วงล่างหน้่าที่น่าสนใจครับ ดูตามรูปนะครับ
chater_lee.jpg
chater_lee.jpg (25.86 KiB) เข้าดูแล้ว 617 ครั้ง
ส่วนนี่ Leading Link ครับ
apb suspension small.jpg
apb suspension small.jpg (61.85 KiB) เข้าดูแล้ว 617 ครั้ง
จะเห็นว่า มันเหมือนกันครับ สรุบว่า Leading Link ได้อิทธิพลมากจาก Chater Lee อย่างแน่นอนครับ แต่ส่วนระยะ Trail ที่เพิ่มลดได้ตามความสั่นสะเทือนนี่ก็คงเป็นส่วนที่ทางคุณโมลตันออกแบบเองครับ เพราะ จากรูปอื่นๆของ Chater Lee นี่ตัวช่วงล่างหน้่าของ Chater Lee ไม่สามารถเพิ่มระยะเทรลตอนเบรคหรือตอนกระแทกได้ครับ
เรื่องเบาะๆ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=789947
วิธีอ่านค่ายางและวงล้อ + รายชื่อยาง 451 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9#p9528969
ตอบกลับ

กลับไปยัง “รถพับ”