ทีแรกกะว่า ไปถึง KL ค้างสักคืนค่อยกลับ แต่ระหว่างทาง แม่นังหนูโทรมาบอกลูกสาวไม่สบาย มีแนวโน้มจะเป็นไข้เลือดออก
เลยบอกเพื่อน "กลับคืนนี้เหอะวะ ร้อนใจ" เพื่อนก็ดีใจหาย "เออ กลับเหอะ ลูกไม่สบาย รอบหน้าค่อยว่ากัน"
เลยตีตั๋วกลับหาดใหญ่คืนนั้นเลย รถออก 4 ทุ่มครึ่ง เป็นรถ VIP 18 ที่นั่ง ราคา 50 RM ของบริษัท KKKL (เคาน์เตอร์เบอร์ 3 )
ใครจะกลับจาก KL มาหาดใหญ่แบบมีจักรยาน แนะนำเลยครับ ที่นั่งน้อย ทำให้สัมภาระรวมไม่เยอะ ใส่จักรยานสบายๆ
ได้ตั๋วเสร็จเอารถไปฝากที่ร้านรับฝากของเอกชน โดยถอดล้อหน้าออก แยกสัมภาระ คิดชิ้นละ 2 RM
รวมสองคน กระเป๋า 5 ใบ รถ 2 คัน เค้าคิด 10 RM อ่ะไม่แพง ร้อยเดียว จัดไป

หน้าสถานีขนส่ง Pudu raya ในกัวลา ลัมปูร์

ร้านรับฝากสัมภาระ อยู่ชั้น 1 ส่วนที่จำหน่ายตั๋ว เชิญชั้น 2 ครับ
เสร็จเรื่องบ่ายสาม เวลาเหลือเฟือ จัดการหาข้าวกิน แล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าโมโนเรล ที่สถานี Pasar Seni
เพื่อไปถ่ายรูปกับโลเคชันบังคับ เมื่อมา กัวลา ลัมปูร์ ใช่แล้วครับ ตึกแฝดเปโตรนาสอันเลื่องชื่อระบือนามนั่นเอง
ไปลงโมโนเรลที่สถานี KLCC โผล่ขึ้นมาจากใต้ดินก็เจอตึกแฝดเลยครับ

เดินจากขนส่งไปขึ้นรถไฟฟ้า ราวๆ 700-800 เมตรครับ

ประติมากรรมฝานัง แถวสถานี

เข้าคิวรอซื้อตั๋ว เพื่อไปตึกแฝดเปโตรนาส

ระบบการขายตั๋วคล้ายๆกับ MRT บ้านเราครับ เข้าใจไม่ยาก

จากสถานี Pasar Seni ไปยัง KLCC ราคา 1.6 RM หรือประมาณ 16 บาท ตีแบบกลมๆนะครับ

ขึ้นไปบนชานชลา มีป้ายบอกสถานีซ้ายขวา ชัดเจน

มาถึงแล้ว หอคอยคู่แห่งกัวลา ลัมปูร์
สามทุ่มครึ่ง เราย้อนกลับไปยังสถานีขนส่ง Puduraya ซึ่งก็คือหมอชิต ของมาเลเซียนั่นเอง จัดการยกรถลงไปที่ท่ารถ
สี่ทุ่มครึ่ง รถเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่ง มุ่งหน้าขึ้นเหนือ กลับประเทศไทยบ้านเรา
เวลาอาจน้อยไปนิด ใจจริงอยากปั่นไปจนถึงกัวลา ลัมปูร์ แต่เวลาที่มีไม่เป็นใจ แต่สิ่งที่ได้ อิ่มเอมใจ เต็มความรู้สึกมากมาย
ขอบคุณเพื่อน ที่ทำหน้าที่หัวลาก คอยประคองกันไป แบบไม่เร่งรีบ และเป็นตากล้องถ่ายรูปตลอดทริป
ขอบคุณ ผบ.ทบ. ที่อนุญาตให้ไปทำในสิ่งที่ชอบ (แม้จะไม่เต็มใจนัก ด้วยความเป็นห่วง) 555+
Selamat jalan Malaysia, ลาก่อนมาเลเซีย พบกันใหม่ทริปหน้า...สวัสดีครับ

รอแพ็คขึ้นรถบัส กลับบ้าน

เมืองไทยจ๋า เรากลับมาแล้วววว
กลับเข้าเขตประเทศไทย ที่ด่านสะเดา