จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
- เสี่ยวภูธร
- ขาประจำ
- โพสต์: 4212
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:46
- Tel: 0847-9505-20
- team: พังโคนทีม
- Bike: CHALLENGER
- ติดต่อ:
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
แจ้งข่าว ป๋าเสริฐ เฮียบุ้ง กลับถึงไทยเมื่อวานนี้ตอน บ่าย 16.00น
ส่าวพี่ชาตรี ปั่นต่อไปนครพนม เพื่อข้ามฝากที่ท่าแขก ขับรถที่ฝากไว้กลับพิษณุโลก
ส่าวพี่ชาตรี ปั่นต่อไปนครพนม เพื่อข้ามฝากที่ท่าแขก ขับรถที่ฝากไว้กลับพิษณุโลก
- ไฟล์แนบ
-
- นี่แหละหม้อน้ำแตก ของจริง หมดสภาพเลยครับ
- DSCF1244_1.jpg (72.19 KiB) เข้าดูแล้ว 796 ครั้ง
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
พี่เสี่ยว รับทราบ สามเสือแน่นอนมาก วันนี้จะส่ง cd ไปให้ พร้อมกับเบรค ซื้อให้ใหม่เลย ไม่ใช่ประชดนะ อย่าคิดมาก ถ้าไม่ได้เบรคพี่เสี่ยว คงตีลังกา ตกเขาตายโหงไปแล้ว
มาต่อดีกว่า จะได้จบเร็วๆ
พวกเราคิดผิด 53 กม.นึกว่าจะหมู ขึ้นเขาอีกหลายลูกแล้วก็ยาวๆทั้งนั้น แถมต้องลุยโคลนอีก 4-5 กม. ตรงนี้แหละที่กินเวลา แล้วก็ช่วงนี้โพล่เพล้ด้วย ปั่นยากมาก ต้องให้พี่เสี่ยวเล่า
เพราะทีมพี่เสี่ยวจะอยู่ข้างหลังเป็นชั่วโมงก็น่าจะมือ เราจะโทร.คุยกันเกือบตลอดเวลา ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ตรงขี้โคลน อ.โกไม่รอแล้ว คราวนี้เป็น อ.Go Went ผมโชคไม่ดี ยางแตก
ผ้าเบรคหมด นึกว่าไม่รอดแล้ว มืดก็มืด ฝนก็ตกหนัก ที่นี้ก็ปั่นๆอย่างเดียว ผ่านภูเขา ผ่านดินโคลนหลาย กม. ถึงหมู่บ้านชาวเขาประมาณ 1 ทุ่ม ยังพอมองเห็น รถผมดันมายางแตก คราวนี้เรื่องใหญ่เพราะเบรคหมด มืดตึดตื้อ ได้ชาวเขามาช่วยให้กำลังใจและมาช่วยตรวจยางนอก มีบางคนพูดลาวได้บ้าง บอกว่าไม่ต้องตกใจแล้ว นับจากนี้ไปลงเขาตลอดจนถึงเมืองเล ผมให้เสื้อฝนชาวเขาไปหนึ่งตัวเพราะคิดว่าฝนคงไม่ตกแล้ว แดดตลอดทาง หลังจากนั้นฝนตกหนักทันที พอปะยางเสร็จพี่โสก็ลงไปก่อนเลย เหลือผมกับเสือดมอยู่สองคน ผมตะโกนเบรคไม่กิน เสือดมบอกใช้เท้าเบรคที่ล้อ จนรถค่อยๆหยุด เสือดมมีความรู้ทางช่าง ปรับแต่งได้ เบรคพอกินบ้าง ฝนก็ตกหนัก ไฟก็มีดวงเดียวคือของรถเสือดม คราวนี้ไหลไป กลัวไป กำเบรคตลอด ยกเท้าคอยแตะล้อหน้า ลงไปเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นแสงไฟ เหลืออีก 3 กม.เข้าเมือง คราวนี้ขึ้นๆลงๆ เบาๆ สลับบ้าง ถนนเริ่มกว้าง สบายใจ เลยไปเรื่อยๆ มีชาวเวียดนามหนุ่มสาว ขับรถเครื่องตามมาข้างหลังและชลอคุย ผมบอกให้พาไปโรงแรม เขาก็นำไปเรื่อยๆ จนถึง ต้องขอบคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะทั้งหนาวทั้งหิว ถึงที่พัก เจอลุงนิงกับเสืออู๊ดรออยู่แล้ว ฝนหยุดพอดี คืนนั้นผมไม่ได้กินข้าว หิวจนหายหิว แล้วก็เป็นห่วงชุดหลัง พออาบน้ำเสร็จก็มาคุยกับร้านอาหารตรงข้ามโรงแรม แกสือสารเข้าใจเพราะเป็นคนไต ผมกับเสือดมขอยืมรถเครื่องเพื่อจะไปรับชุดหลัง ก้องโทร.บอกว่าให้สั่งอาหารเลยเพราะหิวมากแล้วก็หนาว เจ้าของร้านใจดีรับอาสาขับรถเครื่องเอง พาเสือดมไป แต่ไม่เจอ เพราะชุดหลังลงมาถึงที่ราบแล้วและแวะกินข้าว ทำให้ไม่เห็น ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกคนปลอดภัย ก่อนเข้านอน ผมยืนดูท้องฟ้า ใสมาก แบบคริสตัลเคลียร์ เห็นทางช้างเผือก สวยงาม แล้วเข้านอน ยังตื่นเต้นไม่หาย
มาต่อดีกว่า จะได้จบเร็วๆ
พวกเราคิดผิด 53 กม.นึกว่าจะหมู ขึ้นเขาอีกหลายลูกแล้วก็ยาวๆทั้งนั้น แถมต้องลุยโคลนอีก 4-5 กม. ตรงนี้แหละที่กินเวลา แล้วก็ช่วงนี้โพล่เพล้ด้วย ปั่นยากมาก ต้องให้พี่เสี่ยวเล่า
เพราะทีมพี่เสี่ยวจะอยู่ข้างหลังเป็นชั่วโมงก็น่าจะมือ เราจะโทร.คุยกันเกือบตลอดเวลา ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ตรงขี้โคลน อ.โกไม่รอแล้ว คราวนี้เป็น อ.Go Went ผมโชคไม่ดี ยางแตก
ผ้าเบรคหมด นึกว่าไม่รอดแล้ว มืดก็มืด ฝนก็ตกหนัก ที่นี้ก็ปั่นๆอย่างเดียว ผ่านภูเขา ผ่านดินโคลนหลาย กม. ถึงหมู่บ้านชาวเขาประมาณ 1 ทุ่ม ยังพอมองเห็น รถผมดันมายางแตก คราวนี้เรื่องใหญ่เพราะเบรคหมด มืดตึดตื้อ ได้ชาวเขามาช่วยให้กำลังใจและมาช่วยตรวจยางนอก มีบางคนพูดลาวได้บ้าง บอกว่าไม่ต้องตกใจแล้ว นับจากนี้ไปลงเขาตลอดจนถึงเมืองเล ผมให้เสื้อฝนชาวเขาไปหนึ่งตัวเพราะคิดว่าฝนคงไม่ตกแล้ว แดดตลอดทาง หลังจากนั้นฝนตกหนักทันที พอปะยางเสร็จพี่โสก็ลงไปก่อนเลย เหลือผมกับเสือดมอยู่สองคน ผมตะโกนเบรคไม่กิน เสือดมบอกใช้เท้าเบรคที่ล้อ จนรถค่อยๆหยุด เสือดมมีความรู้ทางช่าง ปรับแต่งได้ เบรคพอกินบ้าง ฝนก็ตกหนัก ไฟก็มีดวงเดียวคือของรถเสือดม คราวนี้ไหลไป กลัวไป กำเบรคตลอด ยกเท้าคอยแตะล้อหน้า ลงไปเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นแสงไฟ เหลืออีก 3 กม.เข้าเมือง คราวนี้ขึ้นๆลงๆ เบาๆ สลับบ้าง ถนนเริ่มกว้าง สบายใจ เลยไปเรื่อยๆ มีชาวเวียดนามหนุ่มสาว ขับรถเครื่องตามมาข้างหลังและชลอคุย ผมบอกให้พาไปโรงแรม เขาก็นำไปเรื่อยๆ จนถึง ต้องขอบคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะทั้งหนาวทั้งหิว ถึงที่พัก เจอลุงนิงกับเสืออู๊ดรออยู่แล้ว ฝนหยุดพอดี คืนนั้นผมไม่ได้กินข้าว หิวจนหายหิว แล้วก็เป็นห่วงชุดหลัง พออาบน้ำเสร็จก็มาคุยกับร้านอาหารตรงข้ามโรงแรม แกสือสารเข้าใจเพราะเป็นคนไต ผมกับเสือดมขอยืมรถเครื่องเพื่อจะไปรับชุดหลัง ก้องโทร.บอกว่าให้สั่งอาหารเลยเพราะหิวมากแล้วก็หนาว เจ้าของร้านใจดีรับอาสาขับรถเครื่องเอง พาเสือดมไป แต่ไม่เจอ เพราะชุดหลังลงมาถึงที่ราบแล้วและแวะกินข้าว ทำให้ไม่เห็น ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกคนปลอดภัย ก่อนเข้านอน ผมยืนดูท้องฟ้า ใสมาก แบบคริสตัลเคลียร์ เห็นทางช้างเผือก สวยงาม แล้วเข้านอน ยังตื่นเต้นไม่หาย
- sღmnღng
- ขาประจำ
- โพสต์: 430
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:07
- Tel: -
- team: -
- Bike: Salsa Alacarte
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
มาตื่นเต้นกับลุงหงอยด้วยค่ะ
เป็นนู๋นะตายแหง๋ๆๆๆ
คิดแล้วใจสั่นเยยยยอ่ะ
♥ ♥ ♥ ท า ง ข อ ง เ สื อ แ ล ะ มิ ต ร ภ า พ ข อ ง เ ร า ♥ ♥ ♥
ร่วมเดินทางไปกับเราสองคนนะคะ><((((º> https://www.facebook.com/explorasia2012
ร่วมเดินทางไปกับเราสองคนนะคะ><((((º> https://www.facebook.com/explorasia2012
- ชนินทร์
- ขาประจำ
- โพสต์: 1327
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 17:28
- team: รวมมิตร
- Bike: Chaleger marida scott
- ติดต่อ:
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
ภาพสวย
บรรยากาศตื่นเต้น
อยากไปมั่งครับ
ขอขอบคุณที่นำภาพ และเรื่องราว มาเล่าสู่กันฟัง
นี่ถ้ามีแผนที่ด้วย จะดีมากๆ เลยครับ เผื่อมีใครอยากปั่นตามรอย คงสนุกน่าดู
ขอขอบคุณที่นำภาพ และเรื่องราว มาเล่าสู่กันฟัง
นี่ถ้ามีแผนที่ด้วย จะดีมากๆ เลยครับ เผื่อมีใครอยากปั่นตามรอย คงสนุกน่าดู
- ทิวากร
- ขาประจำ
- โพสต์: 6591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
- Tel: 081-977692สอง
- team: ขุนหาญทีม
- Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
เข้ามาตื่นเต้นด้วยคน ขอบคุณครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
- เสี่ยวภูธร
- ขาประจำ
- โพสต์: 4212
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:46
- Tel: 0847-9505-20
- team: พังโคนทีม
- Bike: CHALLENGER
- ติดต่อ:
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
..ต่อจากพี่เสือหงอย ทีมผมห่างจากพี่หงอยประมาณ 20 กม. มีพี่ศักดิ์ ก้อง พี่ชาตีร และผมเสือหงอย เขียน:พี่เสี่ยว รับทราบ สามเสือแน่นอนมาก วันนี้จะส่ง cd ไปให้ พร้อมกับเบรค ซื้อให้ใหม่เลย ไม่ใช่ประชดนะ อย่าคิดมาก ถ้าไม่ได้เบรคพี่เสี่ยว คงตีลังกา ตกเขาตายโหงไปแล้ว
มาต่อดีกว่า จะได้จบเร็วๆ
พวกเราคิดผิด 53 กม.นึกว่าจะหมู ขึ้นเขาอีกหลายลูกแล้วก็ยาวๆทั้งนั้น แถมต้องลุยโคลนอีก 4-5 กม. ตรงนี้แหละที่กินเวลา แล้วก็ช่วงนี้โพล่เพล้ด้วย ปั่นยากมาก ต้องให้พี่เสี่ยวเล่า
เพราะทีมพี่เสี่ยวจะอยู่ข้างหลังเป็นชั่วโมงก็น่าจะมือ เราจะโทร.คุยกันเกือบตลอดเวลา ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ตรงขี้โคลน อ.โกไม่รอแล้ว คราวนี้เป็น อ.Go Went ผมโชคไม่ดี ยางแตก
ผ้าเบรคหมด นึกว่าไม่รอดแล้ว มืดก็มืด ฝนก็ตกหนัก
ที่นี้ก็ปั่นๆอย่างเดียว ผ่านภูเขา ผ่านดินโคลนหลาย กม. ถึงหมู่บ้านชาวเขาประมาณ 1 ทุ่ม ยังพอมองเห็น รถผมดันมายางแตก คราวนี้เรื่องใหญ่เพราะเบรคหมด มืดตึดตื้อ ได้ชาวเขามาช่วยให้กำลังใจและมาช่วยตรวจยางนอก มีบางคนพูดลาวได้บ้าง บอกว่าไม่ต้องตกใจแล้ว นับจากนี้ไปลงเขาตลอดจนถึงเมืองเล ผมให้เสื้อฝนชาวเขาไปหนึ่งตัวเพราะคิดว่าฝนคงไม่ตกแล้ว แดดตลอดทาง หลังจากนั้นฝนตกหนักทันที พอปะยางเสร็จพี่โสก็ลงไปก่อนเลย เหลือผมกับเสือดมอยู่สองคน ผมตะโกนเบรคไม่กิน เสือดมบอกใช้เท้าเบรคที่ล้อ จนรถค่อยๆหยุด เสือดมมีความรู้ทางช่าง ปรับแต่งได้ เบรคพอกินบ้าง ฝนก็ตกหนัก ไฟก็มีดวงเดียวคือของรถเสือดม คราวนี้ไหลไป กลัวไป กำเบรคตลอด ยกเท้าคอยแตะล้อหน้า ลงไปเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นแสงไฟ เหลืออีก 3 กม.เข้าเมือง คราวนี้ขึ้นๆลงๆ เบาๆ สลับบ้าง ถนนเริ่มกว้าง สบายใจ เลยไปเรื่อยๆ มีชาวเวียดนามหนุ่มสาว ขับรถเครื่องตามมาข้างหลังและชลอคุย ผมบอกให้พาไปโรงแรม เขาก็นำไปเรื่อยๆ จนถึง ต้องขอบคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะทั้งหนาวทั้งหิว ถึงที่พัก เจอลุงนิงกับเสืออู๊ดรออยู่แล้ว ฝนหยุดพอดี คืนนั้นผมไม่ได้กินข้าว หิวจนหายหิว แล้วก็เป็นห่วงชุดหลัง พออาบน้ำเสร็จก็มาคุยกับร้านอาหารตรงข้ามโรงแรม แกสือสารเข้าใจเพราะเป็นคนไต ผมกับเสือดมขอยืมรถเครื่องเพื่อจะไปรับชุดหลัง ก้องโทร.บอกว่าให้สั่งอาหารเลยเพราะหิวมากแล้วก็หนาว เจ้าของร้านใจดีรับอาสาขับรถเครื่องเอง พาเสือดมไป แต่ไม่เจอ เพราะชุดหลังลงมาถึงที่ราบแล้วและแวะกินข้าว ทำให้ไม่เห็น ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกคนปลอดภัย
ก่อนเข้านอน ผมยืนดูท้องฟ้า ใสมาก แบบคริสตัลเคลียร์ เห็นทางช้างเผือก สวยงาม แล้วเข้านอน ยังตื่นเต้นไม่หาย
ปั่นไต่ระดับความสุงขึ้นไปเลี่อย ประมาณ 5 โมงเย็น ได้ยินเสียงพี่ศักดิ์ตะโกนให้รอด้วย เจ็บเท้า แสบเท้ามาก
ทั้งหมดหาที่จอดจักรยานรอพี่สักดิ์เข้ามารวมกลุ่ม พอแกมาทันก็ได้ถอดรองเท้าออก ทุกคนตกใจมากเมื่อเห็นมีเลือดไหล
ออกมาจากเท้าพี่ศักดิ์ทั้งสองข้างจนรองเท้าแดงไปด้วยเลือด ทุกคนช่วยกันใช้น้ำดื่มที่พกมาล้างเท้าพี่ศักดิ์ ใช้เสื่อเช็ดให้แห้ง
ผมเปิดกระเป๋านำยาใส่แผลสดให้ทา ทุกคนกลัวแกปั่นไม่ได้ แกยืนยันต้องไปให้ถึงด้วยหัวใจที่แกร่ง ผมจึงให้แกใส่รองเท้าสานของผมแทนรองเท้าจักรยานปั่นต่อไปให้ถึงจุดหมายผลที่เป็นแบบนี้เพราะทางต้องลุยโคลน ย้ำโคลน ตากฝน จึงมีทรายเข้ารองเท้าและปั่นทั้งวันอีก เรี่มเดินทางต่อปั่นไปได้อีก 5 กม. มีเสียงมาจากพี่ชาตรี ขอพักหน่อยครับ แสบตูด ปวดท้อง
ปวดหัว ต้องหยุดพักผมแบ่งยาให้ทาตูด ในระหว่างพักกินขนมรองท้อง ค่อยให้กินยาพาราไป 2 เม็ด แถมให้แกใส่กางเกงอีกตัวเพื่อบรรเทาอาการแสบตูด ผมก็ใส่สองตัวเหมือนกัน เพราะเจอฝน เจอแดด แสบจนต้องเดินถ่างขาแบบลิงกังเดิน
ฮิ.ฮิ ( สมน้ำหน้า) บรรยากาศเริ่มมึดลงจนจนมองไม่เห็นทางโทรหาพี่หงอย แกบอกทีมแกเหลือ 5 กม.
เข้าเมืองถ้าแถมบอกอีกว่าถ้าเจอหลัก กม.ที่ 71 จะลงอย่างเดียว ทีมผมถึงหลัก กม.ที่ 65 เอง เสียงน้องก้องตะโกน
หิวข้าว หิวข้าว ตอนนี้มีของกินเท่าไหล่ขนออกมาแบ่งกันกินเพื่อประทังความหิวของแต่ละคน
น้ำก็หมดเพราะใช้ล้างแผลที่เท้าพี่ศักดิ์ ดีแต่มีลูกอมพี่ชาตรีเอาไว้แจกเด็กเหลือนำมาแบ่งกันคนละกำมือ
พอประทังอาการหิวน้ำ ไฟที่ติดรถแต่ละคนก็ส่องสว่างได้ไม่ไกล มองเห็นระยะใกล้ ผมให้พี่สักดิ์ กับพี่ชาตรีนำทาง
ทั้งสองคนพูดพร้อมกันตาไม่ดี ให้ผมกับก้องปั่นจักรยานตีคู่กันนำทางลงเขาเพื่อไฟจะได้สว่างมากผมกับก้องจำต้องนำ
และได้เอ่ยปากยึมไฟฉายน้องก้องอีกอันที่สว่างดีแต่ไม่มีที่ยึด ใช้มือข้างหนึ่งจับไฟฉาย อีกข้างจับแฮนด์ มาเลื่อยเจอหลัก กม. ที่ 71 ดีใจมากจะลงเขาจนถึงเมือง เรี่มลงเขาจักรยานผมเริ่มเบรคไม่อยู่ บังคับจักรยานลำบาก ไม่ได้ใช้เบรคหน้าช่วย เพราะมืออีกข้างต้องจับไฟฉาย ผมตัดสินใจเอากระบอกไฟฉายยัดปากตัวเองเพื่อส่องทาง
(เค็มฉิบหาย) ต้องส่องสว่างให้ไกล ก้องจะได้มองสิ่งกีดขวางข้างหน้าเพื่อนเตือนคนข้างหลัง ลงด้วยความเร็ว 20 กม./ช.ม
ยังต้องพักเป็นช่วงเพราะผมเมื่อยปากที่คาบไฟฉาย ตลอกเส้นทางที่ลงทางหักศอกเยอะมากดีที่ลงมาด้วยสติ ช่วยกันดูแลกันอย่างไม่ประมาทลงมาด้วยความระม้ดระวังความปลอกภัยต้องมาก่อน ถึงทางเข้าเมือง 3 ทุ่มตรงไปหาข้าวกินกันเลยหิวมาก
เป็นวันที่โหดมากวันหนึ่งของทริปนี้ครับ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนร่วมมือกันช่วยเหลือชึ่งกันและกัน
- เสี่ยวภูธร
- ขาประจำ
- โพสต์: 4212
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:46
- Tel: 0847-9505-20
- team: พังโคนทีม
- Bike: CHALLENGER
- ติดต่อ:
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
เสี่ยวภูธร เขียน:..ต่อจากพี่เสือหงอย ทีมผมห่างจากพี่หงอยประมาณ 20 กม. มีพี่ศักดิ์ ก้อง พี่ชาตีร และผมเสือหงอย เขียน:พี่เสี่ยว รับทราบ สามเสือแน่นอนมาก วันนี้จะส่ง cd ไปให้ พร้อมกับเบรค ซื้อให้ใหม่เลย ไม่ใช่ประชดนะ อย่าคิดมาก ถ้าไม่ได้เบรคพี่เสี่ยว คงตีลังกา ตกเขาตายโหงไปแล้ว
มาต่อดีกว่า จะได้จบเร็วๆ
พวกเราคิดผิด 53 กม.นึกว่าจะหมู ขึ้นเขาอีกหลายลูกแล้วก็ยาวๆทั้งนั้น แถมต้องลุยโคลนอีก 4-5 กม. ตรงนี้แหละที่กินเวลา แล้วก็ช่วงนี้โพล่เพล้ด้วย ปั่นยากมาก ต้องให้พี่เสี่ยวเล่า
เพราะทีมพี่เสี่ยวจะอยู่ข้างหลังเป็นชั่วโมงก็น่าจะมือ เราจะโทร.คุยกันเกือบตลอดเวลา ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ตรงขี้โคลน อ.โกไม่รอแล้ว คราวนี้เป็น อ.Go Went ผมโชคไม่ดี ยางแตก
ผ้าเบรคหมด นึกว่าไม่รอดแล้ว มืดก็มืด ฝนก็ตกหนัก
ที่นี้ก็ปั่นๆอย่างเดียว ผ่านภูเขา ผ่านดินโคลนหลาย กม. ถึงหมู่บ้านชาวเขาประมาณ 1 ทุ่ม ยังพอมองเห็น รถผมดันมายางแตก คราวนี้เรื่องใหญ่เพราะเบรคหมด มืดตึดตื้อ ได้ชาวเขามาช่วยให้กำลังใจและมาช่วยตรวจยางนอก มีบางคนพูดลาวได้บ้าง บอกว่าไม่ต้องตกใจแล้ว นับจากนี้ไปลงเขาตลอดจนถึงเมืองเล ผมให้เสื้อฝนชาวเขาไปหนึ่งตัวเพราะคิดว่าฝนคงไม่ตกแล้ว แดดตลอดทาง หลังจากนั้นฝนตกหนักทันที พอปะยางเสร็จพี่โสก็ลงไปก่อนเลย เหลือผมกับเสือดมอยู่สองคน ผมตะโกนเบรคไม่กิน เสือดมบอกใช้เท้าเบรคที่ล้อ จนรถค่อยๆหยุด เสือดมมีความรู้ทางช่าง ปรับแต่งได้ เบรคพอกินบ้าง ฝนก็ตกหนัก ไฟก็มีดวงเดียวคือของรถเสือดม คราวนี้ไหลไป กลัวไป กำเบรคตลอด ยกเท้าคอยแตะล้อหน้า ลงไปเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นแสงไฟ เหลืออีก 3 กม.เข้าเมือง คราวนี้ขึ้นๆลงๆ เบาๆ สลับบ้าง ถนนเริ่มกว้าง สบายใจ เลยไปเรื่อยๆ มีชาวเวียดนามหนุ่มสาว ขับรถเครื่องตามมาข้างหลังและชลอคุย ผมบอกให้พาไปโรงแรม เขาก็นำไปเรื่อยๆ จนถึง ต้องขอบคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะทั้งหนาวทั้งหิว ถึงที่พัก เจอลุงนิงกับเสืออู๊ดรออยู่แล้ว ฝนหยุดพอดี คืนนั้นผมไม่ได้กินข้าว หิวจนหายหิว แล้วก็เป็นห่วงชุดหลัง พออาบน้ำเสร็จก็มาคุยกับร้านอาหารตรงข้ามโรงแรม แกสือสารเข้าใจเพราะเป็นคนไต ผมกับเสือดมขอยืมรถเครื่องเพื่อจะไปรับชุดหลัง ก้องโทร.บอกว่าให้สั่งอาหารเลยเพราะหิวมากแล้วก็หนาว เจ้าของร้านใจดีรับอาสาขับรถเครื่องเอง พาเสือดมไป แต่ไม่เจอ เพราะชุดหลังลงมาถึงที่ราบแล้วและแวะกินข้าว ทำให้ไม่เห็น ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกคนปลอดภัย
ก่อนเข้านอน ผมยืนดูท้องฟ้า ใสมาก แบบคริสตัลเคลียร์ เห็นทางช้างเผือก สวยงาม แล้วเข้านอน ยังตื่นเต้นไม่หาย
ปั่นไต่ระดับความสุงขึ้นไปเลี่อย ประมาณ 5 โมงเย็น ได้ยินเสียงพี่ศักดิ์ตะโกนให้รอด้วย เจ็บเท้า แสบเท้ามาก
ทั้งหมดหาที่จอดจักรยานรอพี่สักดิ์เข้ามารวมกลุ่ม พอแกมาทันก็ได้ถอดรองเท้าออก ทุกคนตกใจมาก
เมื่อเห็นมีเลือดไหลออกมาจากเท้าพี่ศักดิ์ทั้งสองข้างจนรองเท้าแดงไปด้วยเลือด ทุกคนช่วยกันใช้น้ำดื่มที่พกมา
ล้างเท้าพี่ศักดิ์ ใช้เสื่อเช็ดให้แห้งผมเปิดกระเป๋านำยาใส่แผลสดให้ทา ทุกคนกลัวแกปั่นไม่ได้
แกยืนยันต้องไปให้ถึงด้วยหัวใจที่แกร่ง ผมจึงให้แกใส่รองเท้าสานของผมแทนรองเท้าจักรยานปั่นต่อไปให้ถึง
จุดหมายผลที่เป็นแบบนี้เพราะทางต้องลุยโคลน ย้ำโคลน ตากฝน จึงมีทรายเข้ารองเท้าและปั่นทั้งวันอีก
เรี่มเดินทางต่อปั่นไปได้อีก 5 กม. มีเสียงมาจากพี่ชาตรี ขอพักหน่อยครับ แสบตูด ปวดท้อง
ปวดหัว ต้องหยุดพักผมแบ่งยาให้ทาตูด ในระหว่างพักกินขนมรองท้อง ค่อยให้กินยาพาราไป 2 เม็ด
แถมให้แกใส่กางเกงอีกตัวเพื่อบรรเทาอาการแสบตูด ผมก็ใส่สองตัวเหมือนกัน เพราะเจอฝน เจอแดด
แสบจนต้องเดินถ่างขาแบบลิงกังเดิน ฮิ.ฮิ ( สมน้ำหน้า) บรรยากาศเริ่มมึดลงจนจนมองไม่เห็นทางโทรหาพี่หงอย
แกบอกทีมแกเหลือ 5 กม. เข้าเมืองถ้าแถมบอกอีกว่าถ้าเจอหลัก กม.ที่ 71 จะลงอย่างเดียว
ทีมผมถึงหลัก กม.ที่ 65 เอง เสียงน้องก้องตะโกน หิวข้าว หิวข้าว ตอนนี้มีของกินเท่าไหล่ขนออกมาแบ่งกันกิน
เพื่อประทังความหิวของแต่ละคน น้ำก็หมดเพราะใช้ล้างแผลที่เท้าพี่ศักดิ์ ดีแต่มีลูกอมพี่ชาตรีเอาไว้แจกเด็กเหลือนำ
มาแบ่งกันคนละกำมือพอประทังอาการหิวน้ำ ไฟที่ติดรถแต่ละคนก็ส่องสว่างได้ไม่ไกล
มองเห็นระยะใกล้ ผมให้พี่สักดิ์ กับพี่ชาตรีนำทาง ทั้งสองคนพูดพร้อมกันตาไม่ดี ให้ผมกับก้องปั่นจักรยานตีคู่กัน
นำทางลงเขาเพื่อไฟจะได้สว่างมากผมกับก้องจำต้องนำ
และได้เอ่ยปากยึมไฟฉายน้องก้องอีกอันที่สว่างดีแต่ไม่มีที่ยึด ใช้มือข้างหนึ่งจับไฟฉาย อีกข้างจับแฮนด์
มาเลื่อยเจอหลัก กม. ที่ 71 ดีใจมากจะลงเขาจนถึงเมือง เรี่มลงเขาจักรยานผมเริ่มเบรคไม่อยู่
บังคับจักรยานลำบาก ไม่ได้ใช้เบรคหน้าช่วย เพราะมืออีกข้างต้องจับไฟฉาย ผมตัดสินใจเอากระบอกไฟฉายยัดปากตัวเองเพื่อส่องทาง(เค็มฉิบหาย) ต้องส่องสว่างให้ไกล ก้องจะได้มองสิ่งกีดขวางข้างหน้าเพื่อนเตือนคนข้างหลัง
ลงด้วยความเร็ว 20 กม./ช.มยังต้องพักเป็นช่วงเพราะผมเมื่อยปากที่คาบไฟฉาย ตลอกเส้นทางที่ลง
ทางหักศอกเยอะมากดีที่ลงมาด้วยสติ ช่วยกันดูแลกันอย่างไม่ประมาทลงมาด้วยความระม้ดระวังความปลอกภัยต้องมาก่อน ถึงทางเข้าเมือง 3 ทุ่มตรงไปหาข้าวกินกันเลยหิวมาก
เป็นวันที่โหดมากวันหนึ่งของทริปนี้ครับ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนร่วมมือกันช่วยเหลือชึ่งกันและกัน
- โอ่ง คนงาม
- ขาประจำ
- โพสต์: 20037
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:18
- ติดต่อ:
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
โอ้ย..อ่านไปก็ลุ้นช่วยตัวโก่งตัวงอเลย
- โส(เสือดำ)
- ขาประจำ
- โพสต์: 15712
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 11:26
- Tel: 086 - 205-9422
- team: *ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพตาก / เสือ 5 ภาค จังหวัดตาก*
- Bike: *VOO DOO*SOMA SAGA*TREK*
- ติดต่อ:
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
เสือหงอย เขียน:พี่เสี่ยว รับทราบ สามเสือแน่นอนมาก วันนี้จะส่ง cd ไปให้ พร้อมกับเบรค ซื้อให้ใหม่เลย ไม่ใช่ประชดนะ อย่าคิดมาก ถ้าไม่ได้เบรคพี่เสี่ยว คงตีลังกา ตกเขาตายโหงไปแล้ว
มาต่อดีกว่า จะได้จบเร็วๆ
พวกเราคิดผิด 53 กม.นึกว่าจะหมู ขึ้นเขาอีกหลายลูกแล้วก็ยาวๆทั้งนั้น แถมต้องลุยโคลนอีก 4-5 กม. ตรงนี้แหละที่กินเวลา แล้วก็ช่วงนี้โพล่เพล้ด้วย ปั่นยากมาก ต้องให้พี่เสี่ยวเล่า
เพราะทีมพี่เสี่ยวจะอยู่ข้างหลังเป็นชั่วโมงก็น่าจะมือ เราจะโทร.คุยกันเกือบตลอดเวลา ต่างคนต่างเป็นห่วงกัน ตรงขี้โคลน อ.โกไม่รอแล้ว คราวนี้เป็น อ.Go Went ผมโชคไม่ดี ยางแตก
ผ้าเบรคหมด นึกว่าไม่รอดแล้ว มืดก็มืด ฝนก็ตกหนัก ที่นี้ก็ปั่นๆอย่างเดียว ผ่านภูเขา ผ่านดินโคลนหลาย กม. ถึงหมู่บ้านชาวเขาประมาณ 1 ทุ่ม ยังพอมองเห็น รถผมดันมายางแตก คราวนี้เรื่องใหญ่เพราะเบรคหมด มืดตึดตื้อ ได้ชาวเขามาช่วยให้กำลังใจและมาช่วยตรวจยางนอก มีบางคนพูดลาวได้บ้าง บอกว่าไม่ต้องตกใจแล้ว นับจากนี้ไปลงเขาตลอดจนถึงเมืองเล ผมให้เสื้อฝนชาวเขาไปหนึ่งตัวเพราะคิดว่าฝนคงไม่ตกแล้ว แดดตลอดทาง หลังจากนั้นฝนตกหนักทันที พอปะยางเสร็จพี่โสก็ลงไปก่อนเลย เหลือผมกับเสือดมอยู่สองคน ผมตะโกนเบรคไม่กิน เสือดมบอกใช้เท้าเบรคที่ล้อ จนรถค่อยๆหยุด เสือดมมีความรู้ทางช่าง ปรับแต่งได้ เบรคพอกินบ้าง ฝนก็ตกหนัก ไฟก็มีดวงเดียวคือของรถเสือดม คราวนี้ไหลไป กลัวไป กำเบรคตลอด ยกเท้าคอยแตะล้อหน้า ลงไปเรื่อยๆ จนเริ่มเห็นแสงไฟ เหลืออีก 3 กม.เข้าเมือง คราวนี้ขึ้นๆลงๆ เบาๆ สลับบ้าง ถนนเริ่มกว้าง สบายใจ เลยไปเรื่อยๆ มีชาวเวียดนามหนุ่มสาว ขับรถเครื่องตามมาข้างหลังและชลอคุย ผมบอกให้พาไปโรงแรม เขาก็นำไปเรื่อยๆ จนถึง ต้องขอบคุณอย่างใหญ่หลวง เพราะทั้งหนาวทั้งหิว ถึงที่พัก เจอลุงนิงกับเสืออู๊ดรออยู่แล้ว ฝนหยุดพอดี คืนนั้นผมไม่ได้กินข้าว หิวจนหายหิว แล้วก็เป็นห่วงชุดหลัง พออาบน้ำเสร็จก็มาคุยกับร้านอาหารตรงข้ามโรงแรม แกสือสารเข้าใจเพราะเป็นคนไต ผมกับเสือดมขอยืมรถเครื่องเพื่อจะไปรับชุดหลัง ก้องโทร.บอกว่าให้สั่งอาหารเลยเพราะหิวมากแล้วก็หนาว เจ้าของร้านใจดีรับอาสาขับรถเครื่องเอง พาเสือดมไป แต่ไม่เจอ เพราะชุดหลังลงมาถึงที่ราบแล้วและแวะกินข้าว ทำให้ไม่เห็น ขอบคุณพระเจ้าที่ทุกคนปลอดภัย ก่อนเข้านอน ผมยืนดูท้องฟ้า ใสมาก แบบคริสตัลเคลียร์ เห็นทางช้างเผือก สวยงาม แล้วเข้านอน ยังตื่นเต้นไม่หาย
เรื่องลงเขาพี่โส..จะลงช้ากว่าเขาหมด ย่งเป็นกลางคืนฝนตกด้วยยิ่งต้องระวังอย่างมาก เพราะกลัวพลาด
♥♥ เวลาที่เหลืออยู่ มีน้อยกว่าเวลาที่ผ่านมา สิ่งไหนดีที่อยากทำ ทำไปเถิด ♥♥
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
♠♠♠ แวะเยี่ยม"กลุ่มจักรยานเสือ 5 ภาค" ที่นี่ครับ..http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=433 ♠♠♠
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
♠♠♠ แวะเยี่ยม"กลุ่มจักรยานเสือ 5 ภาค" ที่นี่ครับ..http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=433 ♠♠♠
- ทิวากร
- ขาประจำ
- โพสต์: 6591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
- Tel: 081-977692สอง
- team: ขุนหาญทีม
- Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
อ่านข้อความของเฮียเสี่ยว แล้วเสียวแทน มีทั้งสมาชิกเท้าเป็นแผล ตูดถลอก ปั่นกลางความมืดไม่พอต้องอมของเค็มๆอีก(ยาผีบอกก็ช่วยไม่ได้ครับ)โหดแบบนี้ สงสัยยาที่ให้หมดก่อนจบทริปแน่ครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
ที่พี่เสี่ยวเล่า ของจริงตื่นเต้นกว่านี้ ผมเองก็มองไม่เห็น ถนนไม่มีการตีเส้นเหมือนบ้านเรา วิ่งๆอาจจะตกเหวก็ได้ ไฟฉายของผม ของจีน รูปทรงสวย ใช้ไปเคาะไป เพิ่งเปลี่ยนถ่านก็ไม่สว่าง ไม่ได้เรื่อง น้ำฝนก็จับแว่น มองอะไรไม่เห็น ต้องให้เสือดมบอกระวังซ้ายระวังขวา ต้องโทษผมที่ดันทุรังจะเดินหน้าต่อ เพื่อให้วันรุ่งขึ้นจะได้สบาย มีแวลาเที่ยวในช่วงบ่าย เพราะผู้อาวุโสทั้งสองเองก็พักเมืองจา พอวันรุ่งขึ้น ออกเดินทางแต่เช้าแบบสบายๆ ถึงเดียนเบียนก็ประมาณ 5 โมงเย็น ไม่มีเรื่องตื่นเต้น
มาต่อครับ
วันรุ่งขึ้นเราตื่นสายได้เพราะเมืองเดียนเบียนอีกไม่ถึง 50 กม. อ.ก้อง โทร.บอกว่าไม่มีเขาแล้ว ทางราบ(ที่จริงยังมีจนถึงเมืองเดียนเบียน) ตอนเช้าเช็ครถ ล้างโซ่ เช็คเบรคกันทุกคน ผมก็ให้เสืออู๊ดดูแลอีก เสืออู๊ดบอกหมดความสามารถแล้วเพราะไม่มีผ้าเบรคเลย ผมลองปั่นดู ในโรงแรม เบาๆ มันเบรคได้ ก็เบาใจเพราะเขาบอกว่าทางราบ หลังจากนั้น เราไปกินอาหารเช้า ก็เฝออีกนั่นแหละ ตรงร้านตรงข้ามโรงแรม บางคนก็ปั่นย้อนเข้าไปในเมืองเพื่อหาซื้อของกินและน้ำดื่ม ลุงนิง ออกไปก่อนตามระเบียบ เพื่อไปหาที่พักให้ พวกที่เหลือก็อ่อยอิ่งไปเรื่อย พอออกจากโรงแรมก็ทางลงเขาเลย รถผมเบรคไม่อยู่เพราะมันทางลงเ ผมก็ใช้วิธีเดิม เอาเท้าแตะที่ล้อให้หยุด พอดีมีกองทรายข้างหน้า ผมหมายตาไว้แล้ว ถ้ามันไม่หยุดก็พุ่งเข้ากองทราย รถหยุดที่กองทราบพอดี ผมบอกว่าผมไม่ไปแล้ว จะโบกรถไป มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย สอบถามพี่โสดู แกบอกว่าพี่เสี่ยวน่าจะมีเบรคของเก่าอยู่ พี่โส ขอลงไปก่อน จะไปเรื่อยๆ ก็เลยโทร.หาก้อง พี่เสี่ยวก็ลงมาจัดการให้ ใช้เวลาเกือบครึ่ง ชม. โชคดีใช้ได้ แต่ยังไม่ค่อยดี โทร.หาพี่โส ให้จอดรดถรอหน่อย เพราะเบรคไม่คลายตัว คงเป็นเพราะขี้ดินติดอยู่ข้างใน
มาต่อครับ
วันรุ่งขึ้นเราตื่นสายได้เพราะเมืองเดียนเบียนอีกไม่ถึง 50 กม. อ.ก้อง โทร.บอกว่าไม่มีเขาแล้ว ทางราบ(ที่จริงยังมีจนถึงเมืองเดียนเบียน) ตอนเช้าเช็ครถ ล้างโซ่ เช็คเบรคกันทุกคน ผมก็ให้เสืออู๊ดดูแลอีก เสืออู๊ดบอกหมดความสามารถแล้วเพราะไม่มีผ้าเบรคเลย ผมลองปั่นดู ในโรงแรม เบาๆ มันเบรคได้ ก็เบาใจเพราะเขาบอกว่าทางราบ หลังจากนั้น เราไปกินอาหารเช้า ก็เฝออีกนั่นแหละ ตรงร้านตรงข้ามโรงแรม บางคนก็ปั่นย้อนเข้าไปในเมืองเพื่อหาซื้อของกินและน้ำดื่ม ลุงนิง ออกไปก่อนตามระเบียบ เพื่อไปหาที่พักให้ พวกที่เหลือก็อ่อยอิ่งไปเรื่อย พอออกจากโรงแรมก็ทางลงเขาเลย รถผมเบรคไม่อยู่เพราะมันทางลงเ ผมก็ใช้วิธีเดิม เอาเท้าแตะที่ล้อให้หยุด พอดีมีกองทรายข้างหน้า ผมหมายตาไว้แล้ว ถ้ามันไม่หยุดก็พุ่งเข้ากองทราย รถหยุดที่กองทราบพอดี ผมบอกว่าผมไม่ไปแล้ว จะโบกรถไป มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย สอบถามพี่โสดู แกบอกว่าพี่เสี่ยวน่าจะมีเบรคของเก่าอยู่ พี่โส ขอลงไปก่อน จะไปเรื่อยๆ ก็เลยโทร.หาก้อง พี่เสี่ยวก็ลงมาจัดการให้ ใช้เวลาเกือบครึ่ง ชม. โชคดีใช้ได้ แต่ยังไม่ค่อยดี โทร.หาพี่โส ให้จอดรดถรอหน่อย เพราะเบรคไม่คลายตัว คงเป็นเพราะขี้ดินติดอยู่ข้างใน
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
พี่โส (แพะภูเขา) เข้ามาพอดี ต้องขอโทษด้วยครับ ผมก็เล่าข้ามๆไป เพราะพิมพ์ไม่ค่อยคล่อง ใช้เวลานาน ตอนหน้าแรกผมก็บอกแล้วว่าถ้าไม่ได้พี่โสกับเสือดม ผมคงตกเขาตายห่าตายโหง เกิดเป็นคนเวียดนามไปแล้ว ลองย้อนไปดูก็ได้ และต้องต้องเพิ่มเติมตามที่พี่โสเขียนลงทุกประการและต้องขออภัยพี่โสอีกครั้งหนึ่ง
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
เสือหงอย 19 ก.ค. 2009, 19:58
โพสต์: 535
Tel: -
team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
Bike: challenger
สถิติออนไลน์: 2d 4h 41m 2s กลับมาแล้วครับ ถ้าไม่ได้เสือดม และเสือดำแห่งเมืองตากช่วย ก็คงตกเขาม้วยมรณาเกิดเป็นชาวเวียดไปแล้ว
สำหรับทริประนอง เสือดมและเสือโจเพิ่งโทร.คุยกัน อยากให้เลื่อน เหตุผล เสือดมไม่ว่าง เสือโจขาดซ้อม และข้อสำคัญช่วงนี้ฝนตกชุมพรหนัก ถนนที่ว่าคงจะอันตรายเพราะมีตะไคร้จับอยู่ตลอดสองข้างทางจากเขาค่ายไปละอุ่น เนื่องจากจะอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ตลอด วันที่เหมาะคือประมาณวันที่ 8-9 สิงหาคม เพราะ วันที่ 2 เสือ 90 ไม่อยู่ แต่ถ้าไม่เลื่อนก็ไม่เป็นไร ก็คงจะขาดเสือดม บ้านโป่ง ก็ให้เสือบุญชัยกับเสือยิ้มได้พิจารณา แต่ยังไงก็ตาม ชุมพรยินดีต้อนรับและพร้อมเสมอ
ผมมาถึงบ้านก็โพสให้พวกชุมพรทราบตามนี้ ข้อความไม่ได้ลงในสรุปทริป ผมจำคลาดเคลื่อน ขออภัยพี่โสอีกครั้งหนึ่ง
โพสต์: 535
Tel: -
team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
Bike: challenger
สถิติออนไลน์: 2d 4h 41m 2s กลับมาแล้วครับ ถ้าไม่ได้เสือดม และเสือดำแห่งเมืองตากช่วย ก็คงตกเขาม้วยมรณาเกิดเป็นชาวเวียดไปแล้ว
สำหรับทริประนอง เสือดมและเสือโจเพิ่งโทร.คุยกัน อยากให้เลื่อน เหตุผล เสือดมไม่ว่าง เสือโจขาดซ้อม และข้อสำคัญช่วงนี้ฝนตกชุมพรหนัก ถนนที่ว่าคงจะอันตรายเพราะมีตะไคร้จับอยู่ตลอดสองข้างทางจากเขาค่ายไปละอุ่น เนื่องจากจะอยู่ในร่มเงาของต้นไม้ตลอด วันที่เหมาะคือประมาณวันที่ 8-9 สิงหาคม เพราะ วันที่ 2 เสือ 90 ไม่อยู่ แต่ถ้าไม่เลื่อนก็ไม่เป็นไร ก็คงจะขาดเสือดม บ้านโป่ง ก็ให้เสือบุญชัยกับเสือยิ้มได้พิจารณา แต่ยังไงก็ตาม ชุมพรยินดีต้อนรับและพร้อมเสมอ
ผมมาถึงบ้านก็โพสให้พวกชุมพรทราบตามนี้ ข้อความไม่ได้ลงในสรุปทริป ผมจำคลาดเคลื่อน ขออภัยพี่โสอีกครั้งหนึ่ง
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
- เสือหงอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3484
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 18:28
- Tel: -
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดชุมพร
- Bike: surly lht,trek 520,spec.
Re: จากชุมพรสู่เดียนเบียนฟู เวียดนาม
ตาลายอีกแล้ว ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เดี๋ยวมาต่อใหม่