ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
Hoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 656
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:50
- team: true move-Rama9/347 cycling team,สวัสดี โฮเตล / ไบค์สเตชั่น.Soitan.
- Bike: Tarmac SL4,Nich Lengend,Trigon.
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่,กทม.
- ติดต่อ:
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
เกรงใจเจ้าของกระทู้! ถามเรื่องใบจานอย่างเดียว. เพื่อไม่ให้กระทู้ออกทะเลไปไกลกว่านี้
ผมว่าเรื่อง ความยาวก้านจาน หรือ รอบขา มีกระทู้ใน. Thaimtb. อยู่แล้วนะครับ
ผมว่าเรื่อง ความยาวก้านจาน หรือ รอบขา มีกระทู้ใน. Thaimtb. อยู่แล้วนะครับ
- OPTIMUT PRIME
- ขาประจำ
- โพสต์: 3670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:38
- ติดต่อ:
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
bbkokoo เขียน:ความแตกต่างระหว่างใบจานขนาด 53 กับ 50![]()
-แรงกด แรงกระทำ
-รอบขา
-ความเร็ว
มีความแตกต่างกันมากรึป่าวครับ และทำไมบางคนถึงเปลี่ยนไปใช้ใบ 53![]()
![]()
-
saroch paripaibool
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 20:12
- Tel: 042320375
- team: อิสระ
- Bike: road
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง
เมื่อก่อนช่วงปี ๑๖ ผมใช้จาน ๕๑ ฟัน ต่อมามีการพัฒนาจาน ๕๒ ฟันมาทดแทน ในช่วงนั้นชิมาโน่ก็ผลิตจาน ๕๐ ฟันและจานรูปไข่ออกมาใช้ก็ไม่ได้รับความนิยม
ต่อมาจานก็ขยับมาอยู่ที่ ๕๓ ฟันและใช้กันเรื่อยมา
ผมจึงหันมาใช้ ๕๓ ฟันมาจนกระทั้งกระแสร์ใช้ ๕๐ ฟันจึงหันมาใช้กับเค้าบ้างปรากฏว่าเมื่อใช้เฟืองหลังที่ฟันเท่ากัน จาน ๕๐ ฟันจะหนักกว่ารอบขาหายกลายเป็นว่าปั่น
กด (อาจเป็นความรู้สึก บวกกับอายุมั่ง) จึงกลับมาใช้ ๕๓ ฟันเหมือนเดิม และยังมีข้อสงสัยคาใจมาตลอดเพราะอะไรก็ในเมื่อหน้ามันเล็กลงก็น่าจะเบากว่า
เมื่อก่อนช่วงปี ๑๖ ผมใช้จาน ๕๑ ฟัน ต่อมามีการพัฒนาจาน ๕๒ ฟันมาทดแทน ในช่วงนั้นชิมาโน่ก็ผลิตจาน ๕๐ ฟันและจานรูปไข่ออกมาใช้ก็ไม่ได้รับความนิยม
ต่อมาจานก็ขยับมาอยู่ที่ ๕๓ ฟันและใช้กันเรื่อยมา
ผมจึงหันมาใช้ ๕๓ ฟันมาจนกระทั้งกระแสร์ใช้ ๕๐ ฟันจึงหันมาใช้กับเค้าบ้างปรากฏว่าเมื่อใช้เฟืองหลังที่ฟันเท่ากัน จาน ๕๐ ฟันจะหนักกว่ารอบขาหายกลายเป็นว่าปั่น
กด (อาจเป็นความรู้สึก บวกกับอายุมั่ง) จึงกลับมาใช้ ๕๓ ฟันเหมือนเดิม และยังมีข้อสงสัยคาใจมาตลอดเพราะอะไรก็ในเมื่อหน้ามันเล็กลงก็น่าจะเบากว่า
- โต้งหลังอนามัย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3542
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
- Tel: 0848507344
- team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
- Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
- ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ผมก็อาการประมาณนี้เหมือนกันคับ ใช้ 53 กับเฟืองหลังที่ใหญ่กว่าหรือพอๆกันรู้สึกว่ามันควงไปง่ายกว่าคับพี่ (แต่ดูจากปีที่ปั่นจักรยานมาน่าจะรุ่นพ่อแล้วแล้วล่ะ)saroch paripaibool เขียน:ผมสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง
เมื่อก่อนช่วงปี ๑๖ ผมใช้จาน ๕๑ ฟัน ต่อมามีการพัฒนาจาน ๕๒ ฟันมาทดแทน ในช่วงนั้นชิมาโน่ก็ผลิตจาน ๕๐ ฟันและจานรูปไข่ออกมาใช้ก็ไม่ได้รับความนิยม
ต่อมาจานก็ขยับมาอยู่ที่ ๕๓ ฟันและใช้กันเรื่อยมา
ผมจึงหันมาใช้ ๕๓ ฟันมาจนกระทั้งกระแสร์ใช้ ๕๐ ฟันจึงหันมาใช้กับเค้าบ้างปรากฏว่าเมื่อใช้เฟืองหลังที่ฟันเท่ากัน จาน ๕๐ ฟันจะหนักกว่ารอบขาหายกลายเป็นว่าปั่น
กด (อาจเป็นความรู้สึก บวกกับอายุมั่ง) จึงกลับมาใช้ ๕๓ ฟันเหมือนเดิม และยังมีข้อสงสัยคาใจมาตลอดเพราะอะไรก็ในเมื่อหน้ามันเล็กลงก็น่าจะเบากว่า
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
-
Nettio
- สมาชิก
- โพสต์: 78
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 เม.ย. 2013, 09:29
- ติดต่อ:
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
Hoon เขียน:เอ้า! ตั้งหลักใหม่ เอาจากประสพการณ์ล้วนๆแล้วกัน. และก็เอาเรืองจานอย่างเดียวเลยนะ. สมัยผมขี่แรกๆจักรยาน จานเล็ก44และ48จานใหญ่ 52-53 ก้าน170, 172.5,175. ก็ขี่มันหมดทุกชนิด เพราะไม่มีทางเลือก. สมัยนั้นอาหลั่ยหายาก. ต้องซื้อต่อๆกันเป็นมือ2,3,4,5,6,7,8,9,10 ขี่กันจนจำได้ว่าจานอันนี้เคยเป็นของใครมาก่อน. ใครขี่รถอะไรอาหลั่ยอะไรทุกคนรู้หมด. ช่วงคอมแพ๊กออกมาใหม่ ก็เคยเอาลงแข่งงานR1. 50/11 ก็ขี่ความเร็วสูงสุดได้62ก.ม. ในกลุ่มใหญ่โดยมีไอ้ก้ามปู(แชมป์ทามไทร์ ออสเตียเป็นหัวลาก)
พอมาอีกสองปี งานR1 เหมือนกัน เส้นชัยกว้างๆ. ถนนตรงๆ. ตามลม 5โลก่อนเส้นชัย ลากกัน60กว่า แล้วยกปรินทร์กันอีก ความเร็วแตะ70 เห็นความต่างเลยว่าคนที่ขี่จานคอมเเพ๊ค ไม่สามารถอัดให้ติดจนถึงหน้าเส้นได้ เรื่องซอยรอบขาไม่ต้องพูดถึง แรงอัดเกียร์หนักเท่านั้นที่จะติดกลุ่มไปถึงหน้าเส้นได้
ถ้ามือใหม่อะไรก็ขี่ไปเถอะ ถ้ามือเก่าก็ต้องมีให้ครบ กับการขี่ทุกสถานะการ ตอนนี้ที่ผมใช้อยู่คือใบ โรเตอร์50/36,11-28. ติดWatt meter ก้าน172.5 ก็ไปได้หมดทุกสถานะการ. แต่ถ้าต้องขี่แบบที่ว่าสปรินทร์หน้าเส้นยาวๆ ผมก็เปลี่ยนใบจานเป็น52-53ก็จบ
รถซ้อมผมใบจาน มีทั้งโรเตอร์ 53/34,50/36จานธรรมดา52/39ก้าน170. และ172.5ก็สลับขี่จนมันเคยชิน เวลาเปลี่ยนรถขี่มันจะได้ไม่รู้สึกว่ามันแตกต่างกันครับ ก็ไม่รู้ว่าที่เขียนไปนี่น้องๆจะเอาไปใช้ประโยชน์อะไรได้มั่ง
ขอบพระคุณครับที่แชร์ประสบการณ์ให้มือใหม่อย่างผมได้รู้ เป็นความรู้ที่ดีมาก ๆ เลยครับ
-
Hoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 656
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:50
- team: true move-Rama9/347 cycling team,สวัสดี โฮเตล / ไบค์สเตชั่น.Soitan.
- Bike: Tarmac SL4,Nich Lengend,Trigon.
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่,กทม.
- ติดต่อ:
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ใหนๆก็มีผู้สนใจกระทู้นี้กันค่อนข้างมาก. ขอต่ออีกนิด สำหรับนักปั่นรุ่นผม การคำนวนจานกับเฟืองแบบง่าย ขณะขี่คือ จานหน้า3ฟันจะเท่ากับเฟืองหลัง1ฟัน เมือเรารู้อยู่แล้วว่าเฟืองหลังเรากี่ฟัน ก็คำนวนได้เลย
แต่ผมขอเถียงสุดๆ ถ้าใครว่า เกียร์เรโชเท่ากัน ก็ขี่หนักเท่ากัน. ความรู้สึกของขามันบอกว่าขอเลือกจานหน้าใหญ่ไว้ก่อน จะขี่ขึ้นเนินได้แน่นรู้สึกใช้แรงน้อยกว่าใช้จานเล็กที่เรโชเท่ากัน
มีงานแข่งบางงาน ที่เป็นทางเนินขึ้นๆลง แล้วไปจบที่ทางราบ ท่านเชื่อไหม ผมไม่มีโอกาสใช้จานเล็กเลย ทั้งๆที่ตอนซ้อมเส้นทางเดียวกันนี้ ต้องใช้จานเล็กทุกครั้ง
เฟืองหลังก็ใช้แค่4เฟืองเท่านั้น คือ 11,12,13,และ27 เพราะแค่สตารท์ ก็อัดกัน50แล้ว. เนินที่เคยขี่จานเล็กตอนซ้อม ตอนแข่งกลุ่มขึ้นกันความเร็วเกือบ30 ขืนลงจานเล็กก็กลุดกลุ่มเท่านั้น
คงเข้าใจนะครับ บางครั้งมันไม่ได้อยู่ที่เรามันอยู่ที่กลุ่มขี่ความเร็วกันเท่าไร
แต่ผมขอเถียงสุดๆ ถ้าใครว่า เกียร์เรโชเท่ากัน ก็ขี่หนักเท่ากัน. ความรู้สึกของขามันบอกว่าขอเลือกจานหน้าใหญ่ไว้ก่อน จะขี่ขึ้นเนินได้แน่นรู้สึกใช้แรงน้อยกว่าใช้จานเล็กที่เรโชเท่ากัน
มีงานแข่งบางงาน ที่เป็นทางเนินขึ้นๆลง แล้วไปจบที่ทางราบ ท่านเชื่อไหม ผมไม่มีโอกาสใช้จานเล็กเลย ทั้งๆที่ตอนซ้อมเส้นทางเดียวกันนี้ ต้องใช้จานเล็กทุกครั้ง
เฟืองหลังก็ใช้แค่4เฟืองเท่านั้น คือ 11,12,13,และ27 เพราะแค่สตารท์ ก็อัดกัน50แล้ว. เนินที่เคยขี่จานเล็กตอนซ้อม ตอนแข่งกลุ่มขึ้นกันความเร็วเกือบ30 ขืนลงจานเล็กก็กลุดกลุ่มเท่านั้น
คงเข้าใจนะครับ บางครั้งมันไม่ได้อยู่ที่เรามันอยู่ที่กลุ่มขี่ความเร็วกันเท่าไร
แก้ไขล่าสุดโดย Hoon เมื่อ 05 ส.ค. 2013, 04:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- OPTIMUT PRIME
- ขาประจำ
- โพสต์: 3670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:38
- ติดต่อ:
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
มีงานแข่งบางงาน ที่เป็นทางเนินขึ้นๆลง แล้วไปจบที่ทางราบ ท่านเชื่อไหม ผมไม่มีโอกาสใช้จานเล็กเลย ทั้งๆที่ตอนซ้อมเส้นทางเดียวกันนี้ ต้องใช้จานเล็กทุกครั้ง
เฟืองหลังก็ใช้แค่4เฟืองเท่านั้น คือ 11,12,13,และ27 เพราะแค่สตารท์ ก็อัดกัน50แล้ว. เนินที่เคยขี่จานเล็กตอนซ้อม ตอนแข่งกลุ่มขึ้นกันความเร็วเกือบ30 ขืนลงจานเล็กก็กลุดกลุ่มเท่านั้น
คงเข้าใจนะครับ บางครั้งมันไม่ได้อยู่ที่เรามันอยู่ที่กลุ่มขี่ความเร็วกันเท่าไร
[/color][/size][/quote]
ตามนั้นเลยครับ
เฟืองหลังก็ใช้แค่4เฟืองเท่านั้น คือ 11,12,13,และ27 เพราะแค่สตารท์ ก็อัดกัน50แล้ว. เนินที่เคยขี่จานเล็กตอนซ้อม ตอนแข่งกลุ่มขึ้นกันความเร็วเกือบ30 ขืนลงจานเล็กก็กลุดกลุ่มเท่านั้น
คงเข้าใจนะครับ บางครั้งมันไม่ได้อยู่ที่เรามันอยู่ที่กลุ่มขี่ความเร็วกันเท่าไร
[/color][/size][/quote]
ตามนั้นเลยครับ
- vt..
- ขาประจำ
- โพสต์: 535
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 15:21
- Bike: CANNONDALE
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ขอบคุณน้าหุ่นกับพี่optimut prime รวมถึงท่านอื่นๆที่เข้ามาร่วมแชร์ให้ความรู้คับ 
- oporbakery
- ขาประจำ
- โพสต์: 168
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 เม.ย. 2012, 22:10
- team: Bianchi ราชบุรี
- Bike: Bianchi Sempre pro/Carbon Tech/FUJI Barracuda/BMC Rm01/FUJI Track1.0
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
lop023 เขียน:คิดแบบนี้แล้วฟันธงก็ไม่ใช่เสมอไปนะครับ ผมนักปั่นระดับตำบลก็ใช้ 53 หมดเฟืองได้ครับ ความเร็วก็ 60 ต้นๆlotus เขียน:เคยมีใบจาน 53 ผมไม่มีปัญญาลงเฟือง 2 ตัวสุดท้าย เพราะมันหนักไป แม้ปั่นไล่ความเร็วถึง 50 กม/ชม ก็ยังไม่จำเป็นต้องลงเฟืองหลังสุดท้ายสองเฟือง
เมื่อต้นปี เปลี่ยนเป็น 50 ก็ยังไม่มีปัญญาลงเฟืองสุดท้าย เพราะมันหนักไป แต่ก็ไล่ปั่นความเร็วได้ถึง 50 กม/ชม
สรุปนะครับ ถ้าไม่ใช่นักปั่นระดับ Tour de France ไม่จำเป็นต้องใช้เฟือง 53 เลย ผมรับรองว่า ฝีมือนักปั่นไทยเราเก่งสุดๆ เฟือง 50 ก็ยังอัดไปที่ความเร็ว 60 ได้ครับ
ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะเคยดูดหนุ่มปั่นเสือภูเขา เฟืองแค่ 44 ยังอัดไปที่ความเร็ว 50 กม/ชมได้เลยครับ
คหสต เท่านั้น ไม่ใช่เป็นนักแข่ง และพึงปั่นหมอบมาได้แค่ 7 ปีเอง มีความสามารถอัดดูดตามได้สูงสุดแค่ 50 กม/ชม เท่านั้น ปั่นเองทำได้แค่ 28-35 แล้วแต่สภาพลม
ภูเขา 46 ฟัน ความเร็วก็ 60 ต้นๆเหมือนกัน
ความเร็วแค่ตอนสปิ๊นนะครับ
ในสถานการณ์ทางราบตามลมมาเป็นกลุ่ม แล้วเรามีแค่ 50 ฟัน คนอื่นๆมี 53
หน้าเส้นอยู่ตรงหน้าแล้ว ขอบอกว่าซอยให้ตายก็ไม่ทันครับ![]()
50 กับ 53 อยู่กับสถานการณ์ และความเหมาะสมในการใช้แต่ละคนมากกว่าครับ
ผมเห็นด้วยกับพี่ ตุ้ย อิสระชล นะครับอันนี้
- บังเฮด
- ขาประจำ
- โพสต์: 192
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 08:35
- Tel: 0866257629
- team: บางกอกกล๊าส ,หมอบทางตัน
- Bike: Marin , ฺBianchi
- ตำแหน่ง: บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด แผนก Mould Shop 47/1 หมู่ 2 ถ.รังสิต-นครนายก ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมฯ
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ตรงนี้แหละครับที่ต้องการคำยืนยันจากผู้รู้ทั้งหลาย เพราะผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าจานใหญ่เบากว่า ขอบคุณพี่หุ่นมากครับHoon เขียน:
แต่ผมขอเถียงสุดๆ ถ้าใครว่า เกียร์เรโชเท่ากัน ก็ขี่หนักเท่ากัน. ความรู้สึกของขามันบอกว่าขอเลือกจานหน้าใหญ่ไว้ก่อน จะขี่ขึ้นเนินได้แน่นรู้สึกใช้แรงน้อยกว่าใช้จานเล็กที่เรโชเท่ากัน
หยาดเหงื่อที่เสียไป นำมาให้ซึ่งสุขภาพที่ดี
-
OSK 97
- ขาประจำ
- โพสต์: 13629
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
- team: ทุ่งสง
- Bike: focus max. neilpride bora
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ผมก็สว แต่ยังไงขอเลือก 53-39 ไว้ก่อน ความชอบล้วนๆ แต่ถ้าเลือกได้จริงๆอยากได้ 52-36
- OPTIMUT PRIME
- ขาประจำ
- โพสต์: 3670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:38
- ติดต่อ:
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
OSK 97 เขียน:ผมก็สว แต่ยังไงขอเลือก 53-39 ไว้ก่อน ความชอบล้วนๆ แต่ถ้าเลือกได้จริงๆอยากได้ 52-36
อาจารย์ลองเปลี่ยนเป็น 52-34 รับรองยอดเขาเอเวอเรส จิ๊ปๆ
- แม่อุ๊
- ขาประจำ
- โพสต์: 663
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 12:18
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
บังเฮด เขียน:ตรงนี้แหละครับที่ต้องการคำยืนยันจากผู้รู้ทั้งหลาย เพราะผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าจานใหญ่เบากว่า ขอบคุณพี่หุ่นมากครับHoon เขียน:
แต่ผมขอเถียงสุดๆ ถ้าใครว่า เกียร์เรโชเท่ากัน ก็ขี่หนักเท่ากัน. ความรู้สึกของขามันบอกว่าขอเลือกจานหน้าใหญ่ไว้ก่อน จะขี่ขึ้นเนินได้แน่นรู้สึกใช้แรงน้อยกว่าใช้จานเล็กที่เรโชเท่ากัน![]()
![]()

คำตอบน่าจะประมาณนี้
http://mountainbikingabout.weebly.com/kinematics.html
- โต้งหลังอนามัย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3542
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
- Tel: 0848507344
- team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
- Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
- ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
^^^^
ข้างบนที่แป๊ะเอาไว้มันคืออะไรคับ สารภาพอย่างไม่อายไม่รู้เรื่องคับ เอาแบบสั้นๆสรุปก็ได้ เพื่อเป็นความรู้ประดับสมองคับ
ของพี่หุ่นชัดเจนเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ใครจะเชื่อหรือไม่อันนั้นคงแล้วแต่ประสพการณ์หรือความถนัดส่วนตัว แต่ผมเองเชื่อตามนั้นฤฤ
ข้างบนที่แป๊ะเอาไว้มันคืออะไรคับ สารภาพอย่างไม่อายไม่รู้เรื่องคับ เอาแบบสั้นๆสรุปก็ได้ เพื่อเป็นความรู้ประดับสมองคับ
ของพี่หุ่นชัดเจนเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ใครจะเชื่อหรือไม่อันนั้นคงแล้วแต่ประสพการณ์หรือความถนัดส่วนตัว แต่ผมเองเชื่อตามนั้นฤฤ
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
- แม่อุ๊
- ขาประจำ
- โพสต์: 663
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 12:18
Re: ว่ากันเฉพาะใบจาน 53 กับ 50 ช่วยกันวิเคราะห์หน่อยครับ
ประมาณว่าถ้าต้องการความเร็วเท่าเดิม ที่รอบขาเท่าเดิม ก็ต้องใช้เกียร์เรโชที่เท่าเดิมด้วย โดยที่ทอร์คที่เกิดขึ้นก็ยังคงเท่าเดิม
ลองเปรียบเทียบที่ตำแหน่งจานหน้า/เฟืองหลัง 52/16 และ 39/12 ซึ่งอัตรา gear ratio = 3.25 เท่ากัน
ในเมื่อทอร์ค(มีค่าเท่ากับแรงXระยะที่แรงกระทำ)ที่เกิดขึ้นเท่ากัน ฉะนั้นแรงที่กระทำต่อเฟืองใหญ่ที่รัศมีมากกว่า(52/16) ย่อมน้อยกว่าแรงที่กระทำต่อเฟืองเล็ก(39/12)
ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของที่ว่าทำไมใช้ใบหน้าใหญ่เฟืองหลังใหญ่จึงเหนื่อยน้อยกว่าใบหน้าเล็กเฟืองหลังเล็กที่เกียร์เรโชเท่ากัน
ก็คงเหมือนหมุนพวงมาลัยรถนั่นละมั้ง ถ้าพวงมาลัยใหญ่ก็หมุนง่าย พวงมาลัยแต่งเล็กๆก็หมุนยากขึ้นมาหน่อย แต่สวยกว่า ประมาณนั้น
เปรีบง่ายๆก็คือหลักการของคานดีดคานงัดของอาร์คีมีดีสที่เคยเรียนกันตอนดเกๆนั่นเอง ตอนนี้แก่ตัวมาคงลืมเลือนไปบ้าง
ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย มือใหม่

ลองเปรียบเทียบที่ตำแหน่งจานหน้า/เฟืองหลัง 52/16 และ 39/12 ซึ่งอัตรา gear ratio = 3.25 เท่ากัน
ในเมื่อทอร์ค(มีค่าเท่ากับแรงXระยะที่แรงกระทำ)ที่เกิดขึ้นเท่ากัน ฉะนั้นแรงที่กระทำต่อเฟืองใหญ่ที่รัศมีมากกว่า(52/16) ย่อมน้อยกว่าแรงที่กระทำต่อเฟืองเล็ก(39/12)
ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของที่ว่าทำไมใช้ใบหน้าใหญ่เฟืองหลังใหญ่จึงเหนื่อยน้อยกว่าใบหน้าเล็กเฟืองหลังเล็กที่เกียร์เรโชเท่ากัน
ก็คงเหมือนหมุนพวงมาลัยรถนั่นละมั้ง ถ้าพวงมาลัยใหญ่ก็หมุนง่าย พวงมาลัยแต่งเล็กๆก็หมุนยากขึ้นมาหน่อย แต่สวยกว่า ประมาณนั้น
เปรีบง่ายๆก็คือหลักการของคานดีดคานงัดของอาร์คีมีดีสที่เคยเรียนกันตอนดเกๆนั่นเอง ตอนนี้แก่ตัวมาคงลืมเลือนไปบ้าง
ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย มือใหม่