lop023 เขียน:lotus เขียน:เคยมีใบจาน 53 ผมไม่มีปัญญาลงเฟือง 2 ตัวสุดท้าย เพราะมันหนักไป แม้ปั่นไล่ความเร็วถึง 50 กม/ชม ก็ยังไม่จำเป็นต้องลงเฟืองหลังสุดท้ายสองเฟือง
เมื่อต้นปี เปลี่ยนเป็น 50 ก็ยังไม่มีปัญญาลงเฟืองสุดท้าย เพราะมันหนักไป แต่ก็ไล่ปั่นความเร็วได้ถึง 50 กม/ชม
สรุปนะครับ ถ้าไม่ใช่นักปั่นระดับ Tour de France ไม่จำเป็นต้องใช้เฟือง 53 เลย ผมรับรองว่า ฝีมือนักปั่นไทยเราเก่งสุดๆ เฟือง 50 ก็ยังอัดไปที่ความเร็ว 60 ได้ครับ
ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะเคยดูดหนุ่มปั่นเสือภูเขา เฟืองแค่ 44 ยังอัดไปที่ความเร็ว 50 กม/ชมได้เลยครับ
คหสต เท่านั้น ไม่ใช่เป็นนักแข่ง และพึงปั่นหมอบมาได้แค่ 7 ปีเอง มีความสามารถอัดดูดตามได้สูงสุดแค่ 50 กม/ชม เท่านั้น ปั่นเองทำได้แค่ 28-35 แล้วแต่สภาพลม
คิดแบบนี้แล้วฟันธงก็ไม่ใช่เสมอไปนะครับ ผมนักปั่นระดับตำบลก็ใช้ 53 หมดเฟืองได้ครับ ความเร็วก็ 60 ต้นๆ
ภูเขา 46 ฟัน ความเร็วก็ 60 ต้นๆเหมือนกัน
ความเร็วแค่ตอนสปิ๊นนะครับ
ในสถานการณ์ทางราบตามลมมาเป็นกลุ่ม แล้วเรามีแค่ 50 ฟัน คนอื่นๆมี 53
หน้าเส้นอยู่ตรงหน้าแล้ว ขอบอกว่าซอยให้ตายก็ไม่ทันครับ
50 กับ 53 อยู่กับสถานการณ์ และความเหมาะสมในการใช้แต่ละคนมากกว่าครับ
ผมนักแข่งระดับจังหวัดคับ คือจังหวัดไหนเค้าจัดเราก็ไปลงด้วยน่ะ
เส้นที่ผมและเพื่อนๆปั่นกันประจำซึ่งจะมีทางลงส่งประมาณ -2-3 % อัดกันมันส์ๆคับ ลากกันมาเป็นแถวๆ ส่งกันไปทีละตัวๆ แช่กันอยู่ที่ประมาณ 55-60 ระยะก็น่าจะประมาณกิโลกว่าๆได้ แล้วช่วงสุดท้ายก็จะเป็นช่วงสปรินทร์ประเพณีก็เคยจบกันที่ 64 ก็มีเพื่อนในกลุ่มใช้ใบ 50 คับ แต่ขอบอกเลยมันซอยกันง่อยแทบจับ ส่วนตัวที่ใช้ 53 ยังมีกระตุกต่อได้อีกน่ะ ส่วนเสือภูเขาไม่ทานหรอกคับไปลองด้วยกันหลายคันแล้ว เจอแช่ๆเข้าไปรอบมันหมดคับ กระตุก 2 ทีก็บ๊ายบายแล้ว นี่แหละความต่างของใบจานที่ใหญ่กว่า
และอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ ใบหน้าใหญ่แล้วเล่นเฟื่องหลังที่ใหญ่ตามขึ้นไปปั่นสบายกว่าใบหน้าที่เล็กกับเฟืองหลังที่เล็กตามไปคับ เช่น 53-17 กับ 50-15(อันนี้ผมรู้สึกเองน่ะ)ไม่ได้มีอะไรไปวัด ไม่ขอพูดถึง 39 เวลาขึ้นเขายาวๆน่ะ
