ถ้ามีปุ่ม like ผมจะกด + ให้พี่เสือเลย เข้ามาอ่านอะไรที่พี่เสือตอบมานะ ความรู้ทั้งนั้นเลย ชอบ ๆเสือ Spectrum เขียน:นักปั่นฯ แต่ละคนมีสภาพความพร้อมของร่างกายไม่เหมือนกันครับ ในเกียร์แต่ละเกียร์มีย่านความเร็วที่ "ปั่นฯ สบาย" อยู่ช่วงหนึ่ง ส่วนมากในคนทั่วไปก็ประมาณ +- 10 กม./ชม. ครับ แต่บางท่านที่กล้ามเนื้อแข็งแรงอาจจะทำได้ถึง +- 15 หรือ 20 กม./ชม. สำหรับจักรยานมีเกียร์ถ้าเราไม่เปลี่ยนเกียร์เลย ในเกียร์หนักจะพบว่าที่ความเร็วช้ากว่าปรกติต้องออกแรงกล้ามเนื้อมากเพราะรอบขาช้า แต่ต้องใช้แรงกดบันใดหนักมาก มือใหม่ที่ไม่ใหวอาจจะปวดขาไปเลย ส่วนที่ความเร็วสูง รอบขาที่เราทำได้จะเป็นตัวกำหนดเพดานหรือตำแหน่งที่เป็นความเร็วปลาย/สุดเกียร์ครับไก่กินลม เขียน:แล้วปกติเกียร์จักรยานนั้นมีสุดเกียร์ไหมครับ
ในคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา ฝึกฝนการปั่นฯ มาเฉพาะ รอบขาที่เกินกว่า 100 รอบต่อนาทีนอกจากจะทำให้ควบคุมความนิ่งของร่างกายไม่ได้แล้ว ยังมีผลต่อชีพจรอีกด้วยครับ HR ที่ขึ้นสูงมากเวลาผ่อนเพื่อให้ชีพจรลง เพื่อลดความเหนื่อย มันจะลงช้ามาก ยิ่งเรายังต้องออกแรงปั่นฯ ต่อเนื่องอยู่จะพาลหน้ามืดเอาครับ
รอบขาระดับนี้ซึ่งอาจจะเป็น 110 หรือ 120 รอบ/นาทีในบางท่าน อาจจะทำให้ความ "คงที่" ของรอบขาลดลง แรงกดบันใดลดลง พูดง่ายๆ คือประสิทธิภาพการปั่นฯ ลดลง หาก "ลากรอบ" เป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ ครับ ซึ่งอาจจะอนุโลมเรียกว่าเป็นตำแหน่งที่ "สุดเกียร์" ได้มังครับ
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
- golfyrider
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 เม.ย. 2013, 19:29
- team: ยะลาฮาเฮ คนบ้าปั่นจักรยาน
- Bike: cannondale Killer V (copy ไทยทำ) - เสือหมอบแฮนด์ตรงมือสองจากญี่ปุ่น
- ตำแหน่ง: ยะลา
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
กำลังมองหาซื้อจานเสือหมอบพร้อมกะโหลก กับแฮนด์โอเวอร์ไซส์ ยกเล็กน้อย ไม่เน้นหรูขอแค่ใช้งานได้ก็พอครับ
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
- เอ หมวกฟาง
- ขาประจำ
- โพสต์: 7256
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ย. 2008, 18:10
- team: ทีมหอยทาก ปั่นเล่นๆ อยู่แถวสมุทรสงคราม
- Bike: DEAN
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
...เข้ามาอ่านโจทย์สนุกๆนะครับa lone wolf เขียน:...รู้สึกว่าถนนลื่น
เวลาขี่รถที่ใช้เฟืองหลังเล็ก เช่นที่จานสอง เฟือง 7 ผมมีความรู้สึกว่ายางมันเกาะถนนมากกว่าใช้เฟืองใหญ่กว่าเช่นเฟือง 5
การใช้เฟืองหลังเล็กกว่าจะทำให้ยางเกาะถนนดีกว่าไหมครับ?
...
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบเกี่ยวกับแรงเสียดทาน แรงบิด หรือแรงอื่นๆที่เกิดกับล้อและผิวถนนในเฟืองที่ต่างขนาดกันได้ไหมครับ
... ขี่ที่ความเร็ว 25 กม.ต่อชม.
...
- เวลาถนนลื่น รถคันเดิม ปั่นที่ด้วยความเร็ว 25 km/h และใช้จานหน้าใบกลางเหมือนกัน
ระหว่างเฟือง7(เล็กกว่า) และเฟือง5(ที่ใหญ่กว่า) จะมีผลด้านการเกาะถนน แตกต่างกันหรือไม่?
...ในความคิดผมคำตอบคือ "ด้านความเกาะถนนไม่ต่างกัน แต่ด้านการบังคับรถแตกต่างกันครับ"
- Kirov
- ขาประจำ
- โพสต์: 429
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2010, 14:44
- Bike: เหล็กดำ CrossCheck , อลูขาว ARAYA EX '95
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ผมยังมองว่าอาการ "เกาะถนน" เป็นเรื่องของความรู้สึกนะ
จักรยานหมุนล้อด้วยแรงขา .. การทำเฟืองหลังให้มากฟันขึ้นเพื่อให้ได้เปรียบเชิงกล พูดง่ายๆคือเบาขาขึ้น .. แต่ก็ต้องหมุนขามากขึ้นเช่นกัน
ในสภาพทางตามโจทย์คือ หน้าสัมผัสยางกับพื้นเปลี่ยนไปเป็น "ลื่น" มากขึ้น .. การหมุนขาที่น้อยลง ดูเหมือนจะควบคุมรถได้ดีขี้น
นั่นคือ ในความเร็วเดีัยวกัน ขาที่หมุนช้ากว่า(แสดงว่าอยู่บนเฟืองหลังที่เล็กกว่า) จะเกาะถนนมากกว่า
สรุปว่า การใช้เฟืองหลังที่เล็กลง ทำให้(รู้สึก)เกาะถนนดีขึ้น
นั่งทางในล้วนๆ
- wuttichairc
- ขาประจำ
- โพสต์: 179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ธ.ค. 2012, 11:09
- team: SuperHighway Cyclist's Club , ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพและรักษาสิ่งแวดล้อมวิชัยยุทธ
- Bike: ฺBianchiฺ 1885 B4P, Bianchi Nirone 7 , Trek 4300 , Vintage Bridgestone 550 racing series
- ตำแหน่ง: เตาปูน,บางซื่อ
- ติดต่อ:
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ลองดูรถ drift ก็น่าจะเป็นคำตอบได้อย่างหนึ่งนะครับ. พอเราอัดแรงลงไปที่ล้อมากๆ friction ระหว่างล้อกับถนนก็ไม่มีประโยชน์แล้วหละ. นั่นก็เป็นสาเหตุให้ตอนขับด้วยเกียรต่ำ(เฟืองใหญ่กว่า)รู้สึกไม่มั่นคงได้.
- rangyarn
- ขาประจำ
- โพสต์: 232
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 17:39
- Tel: 0634038795
- team: ไร้สังกัด
- Bike: โครโมเก่าๆ อยู่กันมา 34 ปี & Trek 2.1 & Trek Emonda Alr & Trek Madone9 & Chapter2 Tere TDF 13/17 & Cervelo P2sl
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
เรื่องของเรืออ่ะครับ การที่ใช้เครื่องยนต์ในระดับหนึ่ง แล้วปล่อยเรือให้ไหลไปตามกระแสน้ำ พอหยุดเครื่องเรือจะมีโมเมนตัมเข้ามาเกี่ยวข้อง การเทียบเรือในการเดินหน้าเข้าเทียบจึงนิยมใช้โมเมนตัมเรือ เป็นอันดับแรกๆ แล้วจึงใช้หางเสือ และเครื่องยนต์เป็นตัวแต่งให้เรือเทียบง่ายขึ้น โดยเฉพาะในสมัยก่อนที่นิยมการใช้โมเมนตัมเรือเป็นตัวช่วยในการเทียบเรือเพราะเนื่องจากว่าเรือในสมัยก่อนลักษณะเป็นเรือเป็นเรือไอน้ำ การสั่งจักร และอาการของเรือในการเดินหน้าและการถอยหลังจะช้ามากไม่ทันการณ์ในการจะใช้การสั่งจักร เดินหน้าหรือถอยหลังในการเทียบเรือ ทหารเรือรุ่นเก่าๆ จึงนิยมใช้โมเมนตัมของเรือในการเทียบเรือ แล้วใช้หางเสือแต่งช่วย ปัจจุบันเรือเป็นเครื่องยนต์ ดีเชล หรือ gas turbine หรือ นวัตกรรม อื่นๆ ระบบควบคุมเครื่องจักร การสั่งจักร ทันสมัยมากขึ้น เรืออาการในการเดินหน้าและถอยหลังเร็วขึ้น การใช้โมเมนตัมเรือจึงน้อยลง แต่ก็ยังใช้นะครับ เพราะจะสามารถเทียบเรือได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ต้องถึงขนาดสั่งหยุดเครื่องตั้งแต่ปากอ่าวนะครับเพื่อให้เรือไหลไป แบบสมัยก่อน ใกล้ๆ ท่าค่อยหยุด ตามโมเมนตัมของเรือ (ที่จะมีวิธีหาอยู่ครับ) หางเสือขวาหรือซ้าย ขวาหรือซ้ายเดินหน้าเบา หรือถอยหลังเบา เพื่อเป็นการแต่งหัวเรือให้เทียบท่าเสือ Spectrum เขียน:ผมนึกไปถึงเรื่องที่เคยอ่านใน Pocket book เกี่ยวกับทหารเรือครับ เขาเล่าว่าการนำเรือรบที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเรือทั่วไปเทียบท่าเป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องกะการใช้แรงเครื่องยนต์ให้ดี การปล่อยให้เรือไหลเทียบท่าเอง กราบเรือใหญ่ขนาด "เรือรบ" พังมานักต่อนักแล้ว พี่ทหารเรือที่ผมรู้จักก็เล่าเหมือนกันว่าถ้าบังคับเรือเทียบท่าแล้ว "กราบพัง" ถือเป็นเรื่องเสียหน้ามาก การเดินเครื่องด้วยกำลังที่เหมาะสมจะช่วยผลักให้เรือตรงทิศทางได้ง่ายกว่าปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำแล้วบังคับแก้หางเสือเอา (ความผิดพลาดเรื่องทิศทางจะสูงกว่า)
การใช้เกียร์จักรยานก็เช่นกันครับ เกียร์เบาหากนำมาเทียบกับ "รอบขา" ที่เป็นไปได้จะเห็นว่าครอบคลุมย่านความเร็วได้น้อยกว่าเกียร์หนัก "ปานกลาง" อย่างเกียร์ต่ำบางเกียร์แม้จะคลุมความเร็วตั้งแต่ 10 ไปถึง 20 กม./ชม. โดยการควบคุมรอบขาอย่างเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ แต่เกียร์หนักที่ครอบคลุมความเร็วช่วง 15 - 25 กม./ชม. จะทำให้เราปั่นฯ ด้วยความรู้สึกมั่นคงกว่าเมื่ออยู่ที่ความเร็วราวๆ 20 กม./ชม.ครับ ยิ่งมีน้ำหนักบรรทุกมาเป็นตัวเสริมเกียร์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าจักรยานตัวเปล่าที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกครับ
เกียร์แรกนั้น "หมดปลาย" ที่ีความเร็ว 20 กม./ชม. ไปแล้วดังนั้นหากเราต้องการเร่งความเร็วเพื่อสร้างแรงบิด/แรงฉุดเพื่อให้จักรยานบังคับทิศทางได้ง่ายขึ้นในสถานะ "กำลัง(จะ)ลื่นไถล" มันจะทำได้ยากกว่าเกียร์หนักที่แรงบิดยังเหลือครับ ในสถานการณ์ "ถนนลื่น" นั้น ผมคิดว่าเกียร์ที่สามารถควบคุม "แรงบิด" สำคัญมากกว่าเกียร์ที่ควบคุมได้แต่เฉพาะ "ความเร็ว" โดยไม่มีแรงบิดหรือแรงบิดน้อยมากครับ
ถ้าจะถามว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปลี่ยนเกียร์เอา การเปลี่ยนเกียร์นั้นใช้ได้ในสถานการณ์ปรกติครับ ลองเทียบดูก็ได้ว่าหากเราต้องออกตัวให้คล่องที่สุดเมื่ออยู่หน้าเส้นตรงแยกไฟจราจร ระหว่างเลือกเกียร์หนักที่สามารถออกตัวได้คล่องและลากความเร็วไปที่ "ความเร็วสูง" โดยไม่ต้องพะวงกับการเปลี่ยนเกียร์เลย (บางทีลนลานเข้าเกียร์ผิดอีกต่างหาก) กับการเปลี่ยนเกียร์ 3 ถึง 4 จังหวะ อย่างใหนจะทำให้เรา "พ้นแยกนรก" ได้เร็วกว่ากัน
![]()
สรุปว่าสถานการณ์แบบนี้ "แรงบิด" เป็นพระเอกครับ
สำหรับเรื่องแรง หรือการเข้าเกียร์รถ ในพื้นถนนที่ต่างกันไป ผมคิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน ระหว่างยางกับพื้นถนนลักษณะต่างๆ ครับ ถนนยางมะตอยเปียกน้ำ กับไม่เปียกน้ำ ถนนดิน ถนนทราย ค่าสัมประสิทธ์ต่างกันครับ
ดูตามสูตรฟิสิกส์
แรงเสียดทาน=สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน x น้ำหนัก
ฉนั้น แรงที่จะเอาชนะแรงเสียดทานครั้งแรกได้(แรงเสียดทานสถิตย์) จะต้องเท่ากับหรือมากกว่าแรงเสียดทานครับ
จักรยานเป็นเครื่องทุ่นแรงชนิดหนึ่ง เกียร์หรือเฟืองเป็นตัวช่วยทดแรง เพิ่มแรงเพื่อจะเอาชนะแรงเสียดทานครับ ยิ่งใส่แรงมากแรงเสียดทานสถิตย์ก็จะหมดไป เหลือแต่แรงเสียดทานจลน์ (แรงเสียดทานจลน์ คือแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ ในสภาวะที่วัตถุถูกแรงกระทำแล้วเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ (ความเร่ง=0)
ถ้าเราใส่แรงเพิ่มเข้าไป ความเร่งจะไม่คงที่แล้ว ความเร็วจะเพิ่มขึ้น ตามสูตร F=ma (F คือแรงที่ใส่เข้าไป , m คือ มวล , a คือความเร่ง)
ฉนั้น แรงเสียดทานจลน์ จะลดลงตามแรงที่เราใส่เข้าไปมากขึ้นครับ
ผิดถูกประการใดช่วยชี้แนะครับ ห่างเหิน การบ้านแบบนี้มานานมากแล้วครับ
Capt. @ Royal Thai Naval Dock Yard
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
คุณ rangyarn อธิบายเรื่องนี้ในมุมที่ละเอียดกว่าผม แต่อ่านทำความเข้าใจได้ยากนิดหนึ่งสำหรับมือใหม่นะครับ
จริงๆ คือต้องการสื่อในมุมปฏิบัติว่าการควบคุม "แรงบิด" เป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับ "ความเร็ว" ในบางสถานการณ์ครับ อย่างเช่นการปั่นฯ ลงเนิน มือใหม่บางท่านจะคิดว่าการปล่อยให้จักรยานใหลลงที่ความเร็ว 20 - 30 หรือ 40 - 50 กม./ชม. ก็พอเพียงแล้ว แต่ถ้าเราใส่แรงปั่นฯ ลงไปด้วยการใช้เกียร์หนักกลับทำให้การควบคุมทิศทางง่ายขึ้น (เพราะรถมี "แรงผลัก") เหมือนกับมี "ตัวช่วย" สำหรับในสภาวะฉุกเฉินนะครับ
นึกอยู่เหมือนกันครับว่าการเอาเรื่องของพาหนะคนละแบบมาเทียบอาจจะทำให้หลักการไม่ตรงกัน แต่ก็เอาแค่พอทำให้มองเห็นภาพครับ
ขอบคุณ คุณ rangyarn ชาวน้ำ "ตัวจริง" ที่มาช่วยเสริมข้อมูลให้ชัดเจนขึ้นครับ
จริงๆ คือต้องการสื่อในมุมปฏิบัติว่าการควบคุม "แรงบิด" เป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับ "ความเร็ว" ในบางสถานการณ์ครับ อย่างเช่นการปั่นฯ ลงเนิน มือใหม่บางท่านจะคิดว่าการปล่อยให้จักรยานใหลลงที่ความเร็ว 20 - 30 หรือ 40 - 50 กม./ชม. ก็พอเพียงแล้ว แต่ถ้าเราใส่แรงปั่นฯ ลงไปด้วยการใช้เกียร์หนักกลับทำให้การควบคุมทิศทางง่ายขึ้น (เพราะรถมี "แรงผลัก") เหมือนกับมี "ตัวช่วย" สำหรับในสภาวะฉุกเฉินนะครับ
นึกอยู่เหมือนกันครับว่าการเอาเรื่องของพาหนะคนละแบบมาเทียบอาจจะทำให้หลักการไม่ตรงกัน แต่ก็เอาแค่พอทำให้มองเห็นภาพครับ
ขอบคุณ คุณ rangyarn ชาวน้ำ "ตัวจริง" ที่มาช่วยเสริมข้อมูลให้ชัดเจนขึ้นครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- a lone wolf
- ขาประจำ
- โพสต์: 443
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2010, 01:57
- Bike: kona sutra
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ขอบพระคุณทุกท่านเลยนะครับ
ผมเรียนสายวิทย์มาแท้ๆ แต่พอเอนท์ติดบัญชีก็ทิ้งฟิสิกส์ไปเลย ใช้แต่บวกลบคูณหาร กับพวกลอการิทึมนิดหน่อย
(ความจริงตอนเรียนมัธยมก็เป็นเด็กเรียนเลวครับ เลยตัดสินใจไม่เลือกวิศวะ)
ถามโง่ๆอีกนิดนึงนะครับ เพราะอ่านคำตอบแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจถ่องแท้
จานหน้าเดียวกัน เฟืองหลังเล็ก กับเฟืองหลังใหญ่ แรงกดลูกบันไดเท่ากัน
เฟืองไหนมีแรงบิดส่งไปที่ล้อมากกว่าครับ เฟืองใหญ่ 5 หรือ เฟืองเล็ก 7?
ปล.คุณเอ หมวกฟาง ช่วยเคาะโจทย์ให้ได้ดีว่า มันอาจไม่ใช่แค่การเกาะถนน แต่รวมความถึงการบังคับรถเวลาที่แรงเสียดทานระหว่างล้อกับผิวถนนต่ำกว่าปกติด้วย (ยามถนนลื่น)
ผมเดาว่าผมยังไม่เห็นภาพรวมนะครับ สงสัยต้องมีเลคเชอร์ใหญ่ถ้าไม่เบื่อกันเสียก่อน
It's not the years in your life but the life in your years that counts
หมาป่าเดียวดาย สวนหลวงร.9 - พระธาตุดอยสุเทพ
หมาป่าเดียวดายกับ "ความไม่รู้" เรื่องเขาใหญ่
หมาป่าเดียวดาย สวนหลวงร.9 - พระธาตุดอยสุเทพ
หมาป่าเดียวดายกับ "ความไม่รู้" เรื่องเขาใหญ่
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ตอนนี้ในกระทู้มีหลายท่านเลยที่คล่องทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ "รอสักครู่" น่าจะมีคนมาเฉลยให้ได้ครับ
ผมเองพอทฤษฏีลึกๆ มากก็ ขี้เกียจจำ ขี้เกียจท่องเหมือนกันครับ
ตามที่หลายท่านอธิบายไปผมว่าจะเฟือง 5 หรือเฟือง 7 ปัจจัยขึ้นอยู่กับความเร็วที่กำลังใช้อยู่นะครับ เฟือง 5 ในความเร็วบางช่วงพอเร่งความเร็วบนถนนที่ลื่นล้ออาจจะ Spin ได้มันก็เลยรู้สึกไม่มั่นคงทั้งเรื่องการเกาะถนนและการบังคับทิศทาง ในขณะที่เฟือง 7 แรงบิดไม่สูงพอที่จะทำให้ล้อ Spin แต่ยังมีแรงพอสำหรับการเร่งหรือลดความเร็ว ทำให้รู้สึกว่าบังคับทิศทางง่ายกว่าและเหมือนว่าเกาะถนนมากกว่าซึ่งในทางทฤษฏีแล้วอาจจะเกาะถนนเท่ากันก็ได้ครับ
ผมเองพอทฤษฏีลึกๆ มากก็ ขี้เกียจจำ ขี้เกียจท่องเหมือนกันครับ
ตามที่หลายท่านอธิบายไปผมว่าจะเฟือง 5 หรือเฟือง 7 ปัจจัยขึ้นอยู่กับความเร็วที่กำลังใช้อยู่นะครับ เฟือง 5 ในความเร็วบางช่วงพอเร่งความเร็วบนถนนที่ลื่นล้ออาจจะ Spin ได้มันก็เลยรู้สึกไม่มั่นคงทั้งเรื่องการเกาะถนนและการบังคับทิศทาง ในขณะที่เฟือง 7 แรงบิดไม่สูงพอที่จะทำให้ล้อ Spin แต่ยังมีแรงพอสำหรับการเร่งหรือลดความเร็ว ทำให้รู้สึกว่าบังคับทิศทางง่ายกว่าและเหมือนว่าเกาะถนนมากกว่าซึ่งในทางทฤษฏีแล้วอาจจะเกาะถนนเท่ากันก็ได้ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- ไก่กินลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2010, 21:16
- Tel: 089-9803343
- Bike: Mongoose
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
เสือ Spectrum เขียน:คุณ rangyarn อธิบายเรื่องนี้ในมุมที่ละเอียดกว่าผม แต่อ่านทำความเข้าใจได้ยากนิดหนึ่งสำหรับมือใหม่นะครับ![]()
จริงๆ คือต้องการสื่อในมุมปฏิบัติว่าการควบคุม "แรงบิด" เป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับ "ความเร็ว" ในบางสถานการณ์ครับ อย่างเช่นการปั่นฯ ลงเนิน มือใหม่บางท่านจะคิดว่าการปล่อยให้จักรยานใหลลงที่ความเร็ว 20 - 30 หรือ 40 - 50 กม./ชม. ก็พอเพียงแล้ว แต่ถ้าเราใส่แรงปั่นฯ ลงไปด้วยการใช้เกียร์หนักกลับทำให้การควบคุมทิศทางง่ายขึ้น (เพราะรถมี "แรงผลัก") เหมือนกับมี "ตัวช่วย" สำหรับในสภาวะฉุกเฉินนะครับ
นึกอยู่เหมือนกันครับว่าการเอาเรื่องของพาหนะคนละแบบมาเทียบอาจจะทำให้หลักการไม่ตรงกัน แต่ก็เอาแค่พอทำให้มองเห็นภาพครับ
ขอบคุณ คุณ rangyarn ชาวน้ำ "ตัวจริง" ที่มาช่วยเสริมข้อมูลให้ชัดเจนขึ้นครับ
คุยกันไปคุยกันมา เริ่มลึกขึ้นแล้ว จะไปเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆซะแล้ว(ไป/ลงเรือ) ผู้อ่านต้องค่อยๆทำความเข้าใจนะครับ ดีครับได้ความรู้ดี แต่ว่ามันจะคล้ายๆกับที่เวลาเราขับรถยนต์ลงเขา ต้องใช้เกียร์ต่ำๆเพื่อให้รถมีแรงฉุด(หรือเปล่า) เพื่อช่วยในการควบคุมรถ
- rangyarn
- ขาประจำ
- โพสต์: 232
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2012, 17:39
- Tel: 0634038795
- team: ไร้สังกัด
- Bike: โครโมเก่าๆ อยู่กันมา 34 ปี & Trek 2.1 & Trek Emonda Alr & Trek Madone9 & Chapter2 Tere TDF 13/17 & Cervelo P2sl
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ประมาณนั้นเลยครับ มันเป็นลักษณะของประสิทธิภาพเชิงกลครับ มันสืบเนื่องกันมาครับ ซึ่งการขี่จักรยานอ่ะครับ ผมว่ามันมีสมการทาง ฟิสิกส์ หลายสมการเกี่ยวข้องด้วยกัน เป็นองค์ประกอบสืบเนื่องต่อกันมา ลองยกตัวอย่างกันขำๆ นะครับเสือ Spectrum เขียน:ตอนนี้ในกระทู้มีหลายท่านเลยที่คล่องทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ "รอสักครู่" น่าจะมีคนมาเฉลยให้ได้ครับ![]()
ผมเองพอทฤษฏีลึกๆ มากก็ ขี้เกียจจำ ขี้เกียจท่องเหมือนกันครับ![]()
ตามที่หลายท่านอธิบายไปผมว่าจะเฟือง 5 หรือเฟือง 7 ปัจจัยขึ้นอยู่กับความเร็วที่กำลังใช้อยู่นะครับ เฟือง 5 ในความเร็วบางช่วงพอเร่งความเร็วบนถนนที่ลื่นล้ออาจจะ Spin ได้มันก็เลยรู้สึกไม่มั่นคงทั้งเรื่องการเกาะถนนและการบังคับทิศทาง ในขณะที่เฟือง 7 แรงบิดไม่สูงพอที่จะทำให้ล้อ Spin แต่ยังมีแรงพอสำหรับการเร่งหรือลดความเร็ว ทำให้รู้สึกว่าบังคับทิศทางง่ายกว่าและเหมือนว่าเกาะถนนมากกว่าซึ่งในทางทฤษฏีแล้วอาจจะเกาะถนนเท่ากันก็ได้ครับ
จักรยานเป็นเครื่องทุ่นแรง มีลักษณะของเฟือง หรือเกียร์มาเกี่ยวข้อง (มีสูตรคำนวน) มีประสิทธิภาพเชิงกล มีแรงที่ใส่เข้าไป มีแรงที่ส่งกลับออกมา ให้ล้อหมุนเพื่อให้ชนะแรงเสียดทานสถิตย์ (มีสูตรคำนวนอีกครับ) เพราะแรงที่ออกมาจากล้อก็ไม่ต่างอะไรจากแรงบิดครับ อย่างที่ คุณเสือ Spectrum กล่าวไว้ครับ ในเรื่องเฟือง 5 หรือเฟือง 7 ครับ เพราะแรงที่ออกมามันเหมือนมีแรงบิดสูงมากทำให้ชนะแรงเสียดทานสถิตย์ อย่างรวดเร็ว (สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างถนนเปียกกับยางรถ ต่างกันกับสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างถนนแห้งกับยางรถครับ) ทำให้รถ spin แทนที่จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าครับ เอาแค่ขำๆ พอนะครับ
Capt. @ Royal Thai Naval Dock Yard
- ทินกร ไกรรักษ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 198
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 18:31
- Tel: 0817559238
- team: ทีม ลลิลบางใหญ่
- Bike: Merida road 880,Giant TCR1CD20,Argon18 Krypton carbon
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
แรงในแนวราบ F=ma(มวลxความเร่ง)
=(นน.คุณ+รถ)x6.9m/s * 25Km/HrsแปลงSI unit=6.9m/s
= 85Kg.x6.9m/s
= 586.5
แรงในแนวดิ่ง =85kg.x9.8m/s sqare
=833
สปส.=(F)แรงที่เกิดในแนวราบ/(N)แรงกดลงพื้นสัมผัสถนน
= 569.8/833
= 0.72
สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานจลน์ยิ่งมาก โอกาสลื่นก็น้อย ปัจจัยมันมาจากความเร็วในแนวราบกับแรงกดลงพื้นสัมผัสถนน เฟืองใหญ่เล็กไม่น่าเกี่ยวครับ มันเป็นความรู้สึกว่ามันเบามันลื่นขามากกว่า ไม่ใช่ถนนลื่น
หากพบน้ำมันเครื่องเรี่ยราดตามถนน ให้ระวังนะครับ ขอให้ปั่นด้วยความเร็วคงที่ไปก่อน

=(นน.คุณ+รถ)x6.9m/s * 25Km/HrsแปลงSI unit=6.9m/s
= 85Kg.x6.9m/s
= 586.5
แรงในแนวดิ่ง =85kg.x9.8m/s sqare
=833
สปส.=(F)แรงที่เกิดในแนวราบ/(N)แรงกดลงพื้นสัมผัสถนน
= 569.8/833
= 0.72
หากพบน้ำมันเครื่องเรี่ยราดตามถนน ให้ระวังนะครับ ขอให้ปั่นด้วยความเร็วคงที่ไปก่อน
- ทินกร ไกรรักษ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 198
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 18:31
- Tel: 0817559238
- team: ทีม ลลิลบางใหญ่
- Bike: Merida road 880,Giant TCR1CD20,Argon18 Krypton carbon
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
555 ขอแก้ไขความเร่ง จาก25Km/HrsแปลงSI unit=6.9m/s เป็น 25Km/HrsแปลงSI unit=0.14m/sทินกร ไกรรักษ์ เขียน:แรงในแนวราบ F=ma(มวลxความเร่ง)
=(นน.คุณ+รถ)x6.9m/s * 25Km/HrsแปลงSI unit=6.9m/s
= 85Kg.x6.9m/s
= 586.5
แรงในแนวดิ่ง =85kg.x9.8m/s sqare
=833
สปส.=(F)แรงที่เกิดในแนวราบ/(N)แรงกดลงพื้นสัมผัสถนน
= 569.8/833
= 0.72
สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานจลน์ยิ่งมาก โอกาสลื่นก็น้อย ปัจจัยมันมาจากความเร็วในแนวราบกับแรงกดลงพื้นสัมผัสถนน เฟืองใหญ่เล็กไม่น่าเกี่ยวครับ มันเป็นความรู้สึกว่ามันเบามันลื่นขามากกว่า ไม่ใช่ถนนลื่น
หากพบน้ำมันเครื่องเรี่ยราดตามถนน ให้ระวังนะครับ ขอให้ปั่นด้วยความเร็วคงที่ไปก่อน![]()
แทนค่าใหม่ จะได้คำตอบ