การเดินทางในทริปนี้ เริ่มจากเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป. ลาว เมืองมะหาไชย เมืองนากาย หมู่บ้านท่าลั่ง
เช้าวันแรกของการเดินทางเราลงรถไฟที่สถานีรถไฟ อุดรธานี ราว ๆ 9.00 น
แล้วปั่่นมาต่อรถโดยสาร ป2. อุดรธานี สกนนคร นครพนม รถออก 9.40 น ถึงนครพรมราว ๆ 14.00น
นอนบนรถไฟมาทั้งคืน มาต่อรถโดยสารอีก 4 ชั่งโมง พอจะถึงนครพนม ฝนก็เทลงมาอย่างแรงเราต้องปั่นกลางสายฝนปรอยๆ
ออกมาหาที่พัก เราปั่นรอบ ๆ เมืองดูบ้านเมือง ชาวนครพนม ต่างทำมาหากินตามอาชีพ เมืองชายแดนริมโขง
ผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง เรามองหาที่พักเผื่อไว้ขากลับกะว่าจะจองล่วงหน้าไว้เลยถามอยู่หลายที่เต็มหมด เรามาได้โรงแรม เค เอส
ตรงข้ามหอสมุดฯ เพราะขากลับจะได้ไม่ต้องมาเดินหาอีกวันหยุดยาวที่พักดีๆ มักเต็มหมด ได้ที่พักแล้ว
เราปั่นมาตามถนนเลียบริมน้ำโขงก่อนถึงท่าเรือข้ามฝาก เราแวะสั่งซื้อกล่องกระดาษใส่จักรยานขากลับ เอาแบบใส่ล้อ26 นะเน้น
เวลามีไม่มานัก เราเตรียมเสบียงอาหารกลางวัน
และอาหารเย็น รวมมื้อเดียวเลย ข้ามไปทานฝั่ง สปป. ลาวดีกว่า ได้ไก่ยาง ข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม ผลไม้ ขนม น้ำเปล่า
ถามที่ด่าน ทราบมาว่าด่านปิด 18.00 น ค่าเรือคนละ 60 บาท ค่าระวางจักรยานคันละ 60 บาท แพงโคตร ผ่านขั้นตอน
พิธีการข้ามแดน เรือออกตลอดเวลา ชั่วอึดใจเดียวเราก็ข้ามมา สปป.ลาว ก็ต้องผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็ออก
มุ่งหน้าหาที่พักสำหรับเย็นนี้ ตามริมน้ำโขง และในเมืองมีให้เลือกหลายราคา หลายทำเลแล้วแต่ชอบ เราได้ที่พักริมโขง
เพราะชอบบรรยากาศยามเย็นนั้งชมพระอาทิตย์ลับขอบฝ้าเมืองไทย พร้อมอาหารเย็น หน้าโรงแรมที่เราพัก
นั้งคุยกันไปถึงปัญหาของวันนี้ และทบทวนวางแผนการเดินทางของวันพรุ่งนี้ ว่าต้องเตรียมไรบ้าง
รายละเอียดเรืองค่าใช้จ่าย
ค่ารถไฟ กรุงเทพ อุดรธานี รถด่วน รถออก 20.00 น ถึง อุดรธานี 6.59 น รถนอนปรับอากาศ ชั้นล่าง ราคาคนละ 700บาท
ค่าระวาง จักรยาน คันละ 90 บาท
ค่าเรือข้ามฝากคนละ 60 บาท
ค่าระวางจักรยานข้ามฝาก คันละ 60 บาท
ค่ายกจักรยานลงเรือคันละ 20 บาท
ค่าธรรมเนียมเข้า สปป.ลาวคนละ 40 บาท สำหรับบัตรผ่านแดนชั่วคราวพักใน สปป.ลาว ได้ 3 วัน
พักที่ไหนต้องประทับตราท่ี่พักมาด้วย
ค่าที่พักมีราคาต้ังแต่ 400 ถึง 700 บาท เราได้ราคา 520 บาท แอร์ น้ำอุ่น จอดจักรยานด้านในอาคารได้มี รปภ ดูแล ให้
ข้อเสนอแนะ
ถ้าขากลับ นั้่งเครื่องบินต้องหากล่องกระดาษใส่ให้เรียบร้อยหาซื้อได้ในเมืองมีร้านจักรยานหลายแห่งราคา 30 บาท
ควรมีขนาดเท่ากับล้อ รถของเรา ถ้า ขนาดล้อ 24 เล็กไปหน่อยครับ ถ้าไม่มีเครื่องมือถอดมาด้วยทางร้ามมีบริการให้ราคาก็
ตามตกลง ราว 100 บาทต่อคัน และถ้ายังปรับสภาพการทานอาหารไม่ได้ควรเตรียมไปจากนครพนมสักมื้อจะดีกว่าครับ
ที่ท่าเรือมีบริการทำบัตรผ่านแดน 30 บาท รวดเร็วมากใช้บัตรประชาชนใบเดียว
หมายเหตุ
ที่เราไม่ไปข้ามสะพานมิตรภาพไทย ลาว แห่งที่ 3 เนื่องจากมีกฎระเบียบห้ามรถจักรยานยนต์ รถถีบ คนเดินเท้า ข้ามสะพาน
โดยเด็ดขาดต้องนำขึ้นรถบรรทุก หรือใส่รถประจำทางข้าม ซึ่งเสียเวลายุ่งยากมาก และระยะทาง จามในเมืองมาที่สะพาน
ต้องปั้นราวๆ 10 กม ดังนั้นตัดสินใจข้ามเรือดีกว่าจ่ายค่าขนมเด็กยกจักรยานขึ้น ลง ครั้ง ละ 20 บาท
บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
-
teera1000
- ขาประจำ
- โพสต์: 776
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 14:25
- Tel: 0922467564
- team: สวนหลวง ร.๙
- Bike: Bainchi 1885/ surly LHT
บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
- ไฟล์แนบ
-
- 10004.jpg (97.14 KiB) เข้าดูแล้ว 1352 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย teera1000 เมื่อ 04 ส.ค. 2013, 16:32, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง
-
kang32
- สมาชิก
- โพสต์: 22
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ค. 2011, 12:10
- Tel: 0813584328
- team: กำลังมองหา
- Bike: JAVA MOKA
- ตำแหน่ง: 83/1 ม1 อ.พังโคน จ.สกลนคร
Re: บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
รอดูครับผมเคยไปทำงานที่นั่นปีกว่าที่เที่ยวเยอยะครับ
-
teera1000
- ขาประจำ
- โพสต์: 776
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 14:25
- Tel: 0922467564
- team: สวนหลวง ร.๙
- Bike: Bainchi 1885/ surly LHT
Re: บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ขอบคุณครับ ที่เที่ยวส่วนใหญ่ จะเป็นพวกถ้ำ น้ำตก หมุ่บ้านตามเขื่อนน้ำเทิน
มีเวลาน้อยครับไม่ค่อยได้เที่ยวมากนัก สักครู่จะมาเล่าต่อครับ
มีเวลาน้อยครับไม่ค่อยได้เที่ยวมากนัก สักครู่จะมาเล่าต่อครับ
- Gemini
- ขาประจำ
- โพสต์: 300
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2010, 10:31
- Tel: 087-784-9069
- team: ไร้สังกัด
- Bike: TREK 4500 / K2ZEED TEAM
Re: บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ให้รายละเอียดในค่าใช้จ่ายดีมากครับ เป็นความรู้ของผู้ที่ต้องการผ่านไปเที่ยว รอชมต่อครับ

-
teera1000
- ขาประจำ
- โพสต์: 776
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 14:25
- Tel: 0922467564
- team: สวนหลวง ร.๙
- Bike: Bainchi 1885/ surly LHT
Re: บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
หน้าโรงแรมมีร้านกาแฟเล็กๆ หลังอาหารเย็น มานั่งจิกกาแฟเวียดนามใสน้ำก้อน ราคาแก้วละ 8000 กีบ ประมาณ 32 บาท แอบถามทราบมาว่าที่
ร้านนี้ใช้เงินสกุลเวียดนามได้ด้วย
ถนนริมโขงหน้าโรงแรมที่พัก มักเป็นสถาที่สำหรับพักผ่อนสำหรับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว หมดเวลาสำหรับวันนี้แล้วครับ
ก่อนเข้านอนเราหวังว่าพรุ่งนี้เช้าท้องฟ้าอากาศคงสดใสเหมือนวันที่ผ่านมา
ร้านนี้ใช้เงินสกุลเวียดนามได้ด้วย
ถนนริมโขงหน้าโรงแรมที่พัก มักเป็นสถาที่สำหรับพักผ่อนสำหรับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว หมดเวลาสำหรับวันนี้แล้วครับ
ก่อนเข้านอนเราหวังว่าพรุ่งนี้เช้าท้องฟ้าอากาศคงสดใสเหมือนวันที่ผ่านมา
แก้ไขล่าสุดโดย teera1000 เมื่อ 01 ส.ค. 2013, 14:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
teera1000
- ขาประจำ
- โพสต์: 776
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 14:25
- Tel: 0922467564
- team: สวนหลวง ร.๙
- Bike: Bainchi 1885/ surly LHT
Re: บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
เช้าวันที่สองของการเดินทาง
เราแต่เช้าออกมาสูดอากาศยามเช้าริมโขง ไม่ได้เร่งรีบอะไร เรามาเที่ยวมาพักผ่านมาปั่นจักรยาน หาโอกาศแบบไม่ค่อยได้
นั่งลั่นลา จิปกาแฟที่เดิม ดูวิถีชีวิตชาวท่าแขก ออกทำมาหากินแบบบ้านๆ ที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นนัก สักครู่เราก็เตรียมตัวเดินทางกันดีกว่า
เพราะวันนี้เราต้องปั่นระยะทางราวๆ 80 กม ตรวงสภาพความพร้อมอีกครั้งก่อนการเดินทาง
จากที่พักเราปั่นเลียบริมน้ำโขงลัดเลาะไปตามถนนผ่านสถานที่ราชการหลายแห่ง ถึงวงเวียน
เลี้ยวซ้ายไปท่ารถโดยสารเพื่อสอบถามตารางเวลารถขากลับจากเมืองนากาย มาท่าแขก ที่ท่ารถแห่งนี้เราสามารถต่อรถไป
ที่ต่างๆ ใน สปป.ลาว และ เวียดนามได้สะดวกมาก เราทานโจ็กเวียดนาม ก่อนออกเดินทางที่หมายแรก เมืองมะหาไช
ระยะทางประมาณ 55 กม เป็นถนนลาดยางดำ มีไหล่ทางให้ปั่นได้สบายๆ รถโดยสารไปเมืองต่างๆ ของแขวงคำม่วนวิ่งขึ้นลงเป็นระยะ
รถบรรทุกสินค้าจากไทยไปเวียดนามผ่านด่านไจโล ระยะทางท่าแขก ไปด่านเวียดนามประมาณ 145 กม. สองข้างทางผ่านไปตามช่องเขา
สลับท้องทุ่งนา รถที่ผ่านไปมาต้องคอยหลบวัว กระบือ และแกะที่ชาวบ้านปล่อยมาหากินริมถนนมีให้
เห็นตลอดสองข้างทางไปเมืองนากาย เราจอดพักเป็นระยะๆ มีช่วงหนึ่งเราเจอนักปันต่างชาติ จากการสนทนา วันนี้่ที่หมาย
เดียวกัน เราก็เลยปั่นตามๆ กันไป เรามาถึงแยกเมืองมะหาไช เป็นแยกง่ามหนังกะติก ทางซ้ายไปเวียดนาม อีกราวๆ 90 กม
ทางขาวไป เมืองมะหาราช เมืองนายาก เขื่อนน้ำเทิน2 ไปถึงเมืองหลักสอง เราพักทานกลางวันกันที่เมืองมะหาราช นั่งสักพัก
เดียวสายฝนก็ต้อนรับเราทันที่ บรรยากาศ ขนมปัง ข้าวเหนียว ไข่เจียว พริกน้ำปลา ฝนหยุดก็อิ่มพอดี ออกเดินทางต่อเหลือ
ระยะทางอีกประมาณ 16 กม ถึงเมืองนากาย 10 กม แรกจนถึงเขื่อนน้ำเทิน 2 เป็นทางราบ จากนั้นอีก 6 กม ขึ้นเนินอย่างเดียว
จนถึงด่านเข้าเมืองนากาย ความสูงของภูจะเหมือนปันขึ้นเขาใหญ่อาราณ์ประมาณนั้น ถึงด่านเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะสอบถาม
นิดหน่อย ไปเทียวไหนกัน เราเลยขอคำแนะนำที่พักในเมืองนากาย มีอยู่ 2- 3 แห่ง ถนนราคาพอๆ กัน ตั้งแต่ 200 ถึง 350บาท
พักเหนื่อยแล้วออกไปหามื้อเย็นทานกันในเมืองเล็กๆ เงียบๆ เราปั่นมาเจอร้านอาหารที่เจ้าของเป็นฝรั่ง มีสลัดลาว ลาบปลา
เขยลาว ให้เลือกมากมาย เราเลยสั่งอาหารเช้าพรุ่งนี้ไปพร้อมกัน เหนือยมาทั้งวันปั่นกลับทามกลางความมืดสนิท
สุนัขเจ้าถิ่นวิ่งไล่ตามมาตลอดทางจนถึงที่พัก โอ้ยหมดไปอีกหนึ่งวัน
.
เราแต่เช้าออกมาสูดอากาศยามเช้าริมโขง ไม่ได้เร่งรีบอะไร เรามาเที่ยวมาพักผ่านมาปั่นจักรยาน หาโอกาศแบบไม่ค่อยได้
นั่งลั่นลา จิปกาแฟที่เดิม ดูวิถีชีวิตชาวท่าแขก ออกทำมาหากินแบบบ้านๆ ที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นนัก สักครู่เราก็เตรียมตัวเดินทางกันดีกว่า
เพราะวันนี้เราต้องปั่นระยะทางราวๆ 80 กม ตรวงสภาพความพร้อมอีกครั้งก่อนการเดินทาง
จากที่พักเราปั่นเลียบริมน้ำโขงลัดเลาะไปตามถนนผ่านสถานที่ราชการหลายแห่ง ถึงวงเวียน
เลี้ยวซ้ายไปท่ารถโดยสารเพื่อสอบถามตารางเวลารถขากลับจากเมืองนากาย มาท่าแขก ที่ท่ารถแห่งนี้เราสามารถต่อรถไป
ที่ต่างๆ ใน สปป.ลาว และ เวียดนามได้สะดวกมาก เราทานโจ็กเวียดนาม ก่อนออกเดินทางที่หมายแรก เมืองมะหาไช
ระยะทางประมาณ 55 กม เป็นถนนลาดยางดำ มีไหล่ทางให้ปั่นได้สบายๆ รถโดยสารไปเมืองต่างๆ ของแขวงคำม่วนวิ่งขึ้นลงเป็นระยะ
รถบรรทุกสินค้าจากไทยไปเวียดนามผ่านด่านไจโล ระยะทางท่าแขก ไปด่านเวียดนามประมาณ 145 กม. สองข้างทางผ่านไปตามช่องเขา
สลับท้องทุ่งนา รถที่ผ่านไปมาต้องคอยหลบวัว กระบือ และแกะที่ชาวบ้านปล่อยมาหากินริมถนนมีให้
เห็นตลอดสองข้างทางไปเมืองนากาย เราจอดพักเป็นระยะๆ มีช่วงหนึ่งเราเจอนักปันต่างชาติ จากการสนทนา วันนี้่ที่หมาย
เดียวกัน เราก็เลยปั่นตามๆ กันไป เรามาถึงแยกเมืองมะหาไช เป็นแยกง่ามหนังกะติก ทางซ้ายไปเวียดนาม อีกราวๆ 90 กม
ทางขาวไป เมืองมะหาราช เมืองนายาก เขื่อนน้ำเทิน2 ไปถึงเมืองหลักสอง เราพักทานกลางวันกันที่เมืองมะหาราช นั่งสักพัก
เดียวสายฝนก็ต้อนรับเราทันที่ บรรยากาศ ขนมปัง ข้าวเหนียว ไข่เจียว พริกน้ำปลา ฝนหยุดก็อิ่มพอดี ออกเดินทางต่อเหลือ
ระยะทางอีกประมาณ 16 กม ถึงเมืองนากาย 10 กม แรกจนถึงเขื่อนน้ำเทิน 2 เป็นทางราบ จากนั้นอีก 6 กม ขึ้นเนินอย่างเดียว
จนถึงด่านเข้าเมืองนากาย ความสูงของภูจะเหมือนปันขึ้นเขาใหญ่อาราณ์ประมาณนั้น ถึงด่านเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จะสอบถาม
นิดหน่อย ไปเทียวไหนกัน เราเลยขอคำแนะนำที่พักในเมืองนากาย มีอยู่ 2- 3 แห่ง ถนนราคาพอๆ กัน ตั้งแต่ 200 ถึง 350บาท
พักเหนื่อยแล้วออกไปหามื้อเย็นทานกันในเมืองเล็กๆ เงียบๆ เราปั่นมาเจอร้านอาหารที่เจ้าของเป็นฝรั่ง มีสลัดลาว ลาบปลา
เขยลาว ให้เลือกมากมาย เราเลยสั่งอาหารเช้าพรุ่งนี้ไปพร้อมกัน เหนือยมาทั้งวันปั่นกลับทามกลางความมืดสนิท
สุนัขเจ้าถิ่นวิ่งไล่ตามมาตลอดทางจนถึงที่พัก โอ้ยหมดไปอีกหนึ่งวัน
.
แก้ไขล่าสุดโดย teera1000 เมื่อ 07 ส.ค. 2013, 17:20, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
-
teera1000
- ขาประจำ
- โพสต์: 776
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 14:25
- Tel: 0922467564
- team: สวนหลวง ร.๙
- Bike: Bainchi 1885/ surly LHT
Re: บันทึกการเดินทางเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
วันที่สามของการเดินทางเมื่อคืนกก่อนนอนฝนก็ตก ตื่่นเช้ามายังตกอยู่เลย เช้านี้อากาศมึดๆ ครึ้มๆ ยังไงไม่รู้ ไปดูผ้าที่ตากไว้
ก็ไม่แห้ง เก็บข้าวของออกจากที่พัก นัดที่ร้านอาหารไว้ว่าจะไปทานอาหารเช้าตอน 8โมง จากเราปั่นไปร้านอาหารราวๆ 2 กม
สายฝนเริ่มโปรยลงมาเล็กน้อย ถึงหน้าร้านฝนตกหนักพอดี นั่งทานอาหาร จิบกาแฟ ดุฝนที่ตกอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด ผ่านไป
1 ชั่วโมงก็ยังเหมือนเดิม อาหารที่สั่งมาก็ทานไปคุยกันไปต่างๆ นานา 2 ชั่วโมงผ่านไปฝนก็ยังตกอยู่แต่มองออกไปด้านนอก
ก็ยังมีความหวังว่าวันนี้เราคงได้ปั่นไปเทียวกันที่ บ้านท่าลั่งห่างจากที่นี้ราวๆ 15 กม เป็นทางราดยางดำประมาณ 5 กม จากนั้น
ไปเป็นถนนที่มีหินลอย ขึ้นๆ ลงๆ เนินสลับไปมา ผ่านหมู่บ้าน ตามริมน้ำเนิน ปั่นมาได้สักพักมาเจอเพื่อนต่างชาติๆ คนเดิม
เราก็ปั่นตามๆ กันไป ฟ้าเริ่มครึ้มอีกแล้ว ยังไม่ถึงไหนเลย สภาพถนนค่อยๆ เปลี่ยนไป เป็นดินแดงๆ ดินลูลังบดอัดบ้าง หลุมบ่อ
พอมีให้เห็นเป็นระยะๆ นานทีมีรถชาวบ้านและรถเจ้าหน้าที่เขื่อนน้ำเนินวิ่งสวนไปมา สอบถามชาวบ้านนากาย ทราบมาว่าถนน
เส้นนี้ จากบ้านนากาย ไป เมืองหลักซาว ถนนกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างคาดว่าอีกราว 2 ถึง 3 ปีน่าจะเสร็จสมบูรณ์ ดังน้ันใน
หน้าฝนถนนเส้นทางนี้รถถนนไม่สามารถไปได้หรือไปได้ลำบากมาก แต่รถถีบอย่างพวกเราพอผ่านไปได้ไม่ยากนัก พวกเรา
เมื่อถึงบ้านท่าลั่ง นั่งพักสักครู่ก็ปั้่นกลับบ้านนากาย ท้องฟ้าไม่เป็นใจ ฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว เอายังไงดี ตัดสินใจทันที่ หารถ
ชาวบ้านโดยสารไปลงที่บ้านนากาย ช่วยค่าน้ำมันเขาบ้างตามสมควร เส้นทางนี้ไม่มีรถประจำทาง มีแค่นากาย ท่าแขกเท่าน้ัน
โชดดีที่มีชาวบ้านกำลงจะเขาไปบ้านนากายพอดีก็เลยได้อาศัยมาลงที่ ท่ารถขนส่ง นากาย ท่าแขก ถึงท่ารถฝนเทลงมาอย่าง
แรง มีรถออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ไป ท่าแขก ค่ารถ คนละ 160 บาท ค่าจักรยานคันละ 60 บาท ใช้เวลาเดินทางราวๆ 2 ชมครึ่ง
เราก็ถึงท่าแขก ฝนตกตลอดทางจนถึงท่ารถขนส่งเมืองท่าแขก เรามาถึงราวๆ 4 โมงเย็น ก็ปั่นมาท่าเรือข้ามกลับมา นครพนม
ก็ไม่แห้ง เก็บข้าวของออกจากที่พัก นัดที่ร้านอาหารไว้ว่าจะไปทานอาหารเช้าตอน 8โมง จากเราปั่นไปร้านอาหารราวๆ 2 กม
สายฝนเริ่มโปรยลงมาเล็กน้อย ถึงหน้าร้านฝนตกหนักพอดี นั่งทานอาหาร จิบกาแฟ ดุฝนที่ตกอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด ผ่านไป
1 ชั่วโมงก็ยังเหมือนเดิม อาหารที่สั่งมาก็ทานไปคุยกันไปต่างๆ นานา 2 ชั่วโมงผ่านไปฝนก็ยังตกอยู่แต่มองออกไปด้านนอก
ก็ยังมีความหวังว่าวันนี้เราคงได้ปั่นไปเทียวกันที่ บ้านท่าลั่งห่างจากที่นี้ราวๆ 15 กม เป็นทางราดยางดำประมาณ 5 กม จากนั้น
ไปเป็นถนนที่มีหินลอย ขึ้นๆ ลงๆ เนินสลับไปมา ผ่านหมู่บ้าน ตามริมน้ำเนิน ปั่นมาได้สักพักมาเจอเพื่อนต่างชาติๆ คนเดิม
เราก็ปั่นตามๆ กันไป ฟ้าเริ่มครึ้มอีกแล้ว ยังไม่ถึงไหนเลย สภาพถนนค่อยๆ เปลี่ยนไป เป็นดินแดงๆ ดินลูลังบดอัดบ้าง หลุมบ่อ
พอมีให้เห็นเป็นระยะๆ นานทีมีรถชาวบ้านและรถเจ้าหน้าที่เขื่อนน้ำเนินวิ่งสวนไปมา สอบถามชาวบ้านนากาย ทราบมาว่าถนน
เส้นนี้ จากบ้านนากาย ไป เมืองหลักซาว ถนนกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างคาดว่าอีกราว 2 ถึง 3 ปีน่าจะเสร็จสมบูรณ์ ดังน้ันใน
หน้าฝนถนนเส้นทางนี้รถถนนไม่สามารถไปได้หรือไปได้ลำบากมาก แต่รถถีบอย่างพวกเราพอผ่านไปได้ไม่ยากนัก พวกเรา
เมื่อถึงบ้านท่าลั่ง นั่งพักสักครู่ก็ปั้่นกลับบ้านนากาย ท้องฟ้าไม่เป็นใจ ฝนทำท่าจะตกอีกแล้ว เอายังไงดี ตัดสินใจทันที่ หารถ
ชาวบ้านโดยสารไปลงที่บ้านนากาย ช่วยค่าน้ำมันเขาบ้างตามสมควร เส้นทางนี้ไม่มีรถประจำทาง มีแค่นากาย ท่าแขกเท่าน้ัน
โชดดีที่มีชาวบ้านกำลงจะเขาไปบ้านนากายพอดีก็เลยได้อาศัยมาลงที่ ท่ารถขนส่ง นากาย ท่าแขก ถึงท่ารถฝนเทลงมาอย่าง
แรง มีรถออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ไป ท่าแขก ค่ารถ คนละ 160 บาท ค่าจักรยานคันละ 60 บาท ใช้เวลาเดินทางราวๆ 2 ชมครึ่ง
เราก็ถึงท่าแขก ฝนตกตลอดทางจนถึงท่ารถขนส่งเมืองท่าแขก เรามาถึงราวๆ 4 โมงเย็น ก็ปั่นมาท่าเรือข้ามกลับมา นครพนม