PrajNa เขียน:อ่านรีวิวของคุณRain แล้วได้ความรู้อีกเยอะเลย ที่สำคัญก็ไม่ต้องกลัวว่าจะซื้ออะไหล่มาผิดแล้วใช้ไม่ได้ เดิมที่ตอนที่รอเฟรมอยู่ก็เกือบซื้อตะเกียบคาร์บอนมาเหมือนกันแต่ถ้าต้องโมเยอะอย่างนี้ขอใช้ของเดิมไปก่อนดีก่าครับ
อีกประเด็นนึงถ้าเป็นไปได้อยากขอริวิวจากคุณ Rain เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ทำให้กระเทือนน้อยลงขี่สบายขึ้น(ไม่ใช้เฉพาะswift ล้อเล็กส่วนใหญ่ก็เป็นกันหมด) โดยเฉพาะสามอย่างนี้ครับ Cane creek Thudbuster seatpost, Schwalbe big apple และก็ Brooks B17 ครับ

อะครับ คุณ Prajna ขอมา จัดไปครับฮะๆ แต่อย่าเรียกรีวิวเลยครับ เอาเป็นแบบเล่าสู่กันฟังดีกว่า
เริ่มจาก Canecreek Thudbuster ก่อนนะครับ
จริงๆ ผมเป็นโรคปวดหลังอยู่แล้วนะครับ พอมาขี่จักรยานพับซี่งล้อเล็กความสะเทือนสูง เจอสภาพบนถนนเมืองไทยนี่ มันยิ่งคูณความรู้สีกกระแทกกระทั้นออกมาจากพื้นถนนกันเลยทีเดียว แล้วทำให้ตอนขี่จักรยาน มักจะขี่ไม่ค่อยได้นาน ขี่ๆไปเริ่มปวดหลังก็ต้องหยุดครับ
ตอนที่ทำ Swift นี่อย่างที่เล่าให้ฟังไปแล้วว่า เป้าหลักเป้านีงของผมก็เลยเป็นเรื่องความสบายเป็นหลัก ตอนนั้นก็เลยดูพวก โช้คเบาะไว้หลายตัวพอควร ตัวหลักๆที่เคยดูก็จะมี Canecreek, Rockshox, White Brother Air AP-1 และก็ Nitropro Gas ครับ
ตอนที่ดูนี่ รีวิวบนเน็ตนี่ Canecreek มันเรตติ้งขี้นมาเป็นอันดับแรกๆเลยครับ แถมยังสั่งตรงกับ Swift ได้อีก แต่ถ้าจะสั่งแยกนี่เส้นผ่าศูนย์กลางตาม Spec คือ 34 mm นะครับ ต้องสั่ง 33.9 mm จาก Cancreek แทน
แต่สิ่งที่น่าสนใจของ Canecreek ที่ทำให้ผมตัดสินใจเลือกก็คือมันใช้ suspension แบบ Parallelogram ครับ หรือถ้าแปลเป็นไทยแบบตรงตัวก็คือ สี่เหลี่ยมคางหมู หรืออาจจะเรียกได้ว่า การออกแบบ suspension แบบ ลิ้งคู่ขนานก็ได้ ซี่งน่าจะเรียกว่าเป็น suspension แบบอินดี้พอสมควร ในโลกของจักรยานเคยมีการออกแบบใช้กันกับ จักรยาน ยี่ห้อ Whyte Design โดยเล่นออกแบบกันเอาไปไว้ใน frame กันเลยทีเดียว หรือ เจ้าโช้คอภิมหาสุดยอดอย่าง German-A ก็ใช้นะครับ เจ้าโช้ค German-A นี่เคยมีใช้กันใน Dahon รุ่น Jetstream EX ซี่งเป็นรถอีกคันนีงที่ถือเป็นสุดยอดเทคโนโลยี่ของ Dahon ครับ
แปะรูป Whyte Design หน่อยครับ กล้าออกแบบมากๆ

- FJY_0550-1.jpg (78.99 KiB) เข้าดูแล้ว 768 ครั้ง
ส่วนนี่ German-A บน Jetstream ครับ

- 2010__detail_jetstreamex2.jpg (46.38 KiB) เข้าดูแล้ว 768 ครั้ง
Canecreek ขี้โม้ไว้ว่า "The patented Thudbuster technology stays in the direct path of the natural travel of the rear wheel. As a bump lifts the back of a bicycle, the rear wheel pushes up and foward into the rider. The Thudbuster works by compressing along the exact opposite path -- down and rearward -- absorbing force at the same rate: The net movement of the saddle is zero."
แปลกันลูกทุ่งๆก็คือว่า มันออกแบบมาให้การเคลื่อนตัวอยู่ในแนวเดียวกับล้อหลัง เพราะฉน้ัน เวลามีแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ล้อหลัง เด้งขี้นมา เจ้าตัว thudbuster นี่มันจะ บีบตัวแล้วดูดซับแรงในทิศทางตรงข้ามคือย้อนลงไป เท่าๆกัน ทำให้ อานไม่มีการเคลื่อนที่ ซี่งจะทำให้ระยะอานไปบันไดมีการเคลื่อนที่น้อยมากๆไปด้วย

- tb_technology.jpg (26.37 KiB) เข้าดูแล้ว 768 ครั้ง
อา ฟังดูเริ่มน่าสนใจแล้วนะครับ เพราะโช้คอานตัวอื่นที่ผมดูมานี่มันจะเป็นแบบ มีโช้คมาอยู่แทรกอยุ่ในแกนหลังอานแบบในรูป ซี่งเวลามันเด้งขี้นลง มันน่าจะทำให้ระยะของอานเปลี่ยนไปทำให้ระยะขาของเรากับ บันใด เปลี่ยนไปด้วย

- 1np_post_sm.jpg (6.78 KiB) เข้าดูแล้ว 768 ครั้ง
ตัว Thudbuster เองมี สองรุ่นครับ รุ่น LT กับ รุ่น ST ซี่งย่อมาจาก Long Travel กับ Short Travel นั่นเอง ตัวแรก นี่ระยะยุบมีได้ถีง 3 นิ้วเลยทีเดียว หรือ 76 mm ครับ นี่ก็น้องๆ ระยะยุบของพวก mountain bike แบบ XC ที่ 100 mm แล้ว รุ่นนี้พวกที่ใช้ Hardtail MTB ก็จะนิยมกันเป็นพิเศษครับ รุ่น ST นั้น ถูกออกแบบมาให้มีระยะยุบ 1.6 น้ิว หรือ 33 mm และมีน้ำหนักแค่ 460 กรัมครับ

- cranecreekpost.jpg (6.18 KiB) เข้าดูแล้ว 768 ครั้ง
ตัว Thudbuster เองก็ยังสามารถปรับความแข็งอ่อนได้โดยการเปลี่ยน ตัวอีลาสโตเมอร์ (Elastomer) ที่ไว้ใช้ดูดซับแรง โดย ถ้าเป็นรุ่น ST จะมี อยู่ตัวเดียวนะครับติดอยุ่ตรงกลางเลย ซี่งจะมีมาแถมมาให้กับตัวโช้คแค่สองตัว คือ เบอร์ 3 กับ เบอร์ 5 ซี่งเทียบได้คือ อ่่อน (soft) กับ ปานกลาง (medium) โดยสามารถสั่ง อีลาสโตเมอร์รุ่นนิ่ม (extra soft) กับ รุ่นแข็ง (hard) มาใช้ได้ ของรุ่น LT นี่เด็ดกว่าครับ คือรุ่น LT จะมี Elastomer สองตัว ในขณะที่ จะมี rating ของอีลาสโตเมอร์ สี่ระดับเหมือนกัน แต่เนื่องจากสามารถผสมผสานชนิดของ อีลาสโตเมอร์ได้ ก็จะทำให้ปรับความแข็งอ่อนได้ถีง 15 ระดับด้วยกันตามตารางของ Canecreek โดยจะแบ่งมาเป็นสีๆครับ ขาว เทา ฟ้า และก็ดำ ขาวก็นุ่มสุด ดำก็แข็งสุด ตัวที่ให้มาด้วยจะเป็นสีเทากับฟ้าเท่านั้น ขาวกับดำต้องสั่งเพิ่มเอง
จริงๆฟังดูรุ่น ST นี่น่าจะเหมาะกับรถพับมากกว่า แต่ตัวผมเอง เลือกรุ่น LT ครับเพราะคิดว่าเผื่อจะต้องปรับอีกแยะ ทดลองใส่มาทั้งหมดแล้ว ก็จบที่ตอนนี้ใส่ สีฟ้าสองอัน ให้ความรู้สีกแน่นดีครับ แต่ในเวลาเดียวกันถ้าเจอหลุม หรือสิ่งขรุขระ มันก็ทำงานได้ดีทีเดียว หลังผมที่ปรกติจะเริ่มเจ็บหลังจากขี่คันอื่นได้สักสิบกิโลนี่ ใช้ Thudbuster มันจะรู้สีกน้อยกว่ากันแยะครับ ก็ถือว่าใช่ได้ตามที่ตั้งใจ ตอนนี้มีความคิดจะลองสั่งตัวอีลาสโตเมอร์สีดำมาดูครับ จะลองดูว่าถ้าใส่สีดำกับสีฟ้าคู่กันแล้วจะดีขี้นกว่านี้อีกมั้ย
มันต้องลองครับของพวกนี้ ตอนนี้ใช้มาสักพักแล้วก็ยังใช้ได้ดีอยู่ครับ รูดพวกสะพานไม้นี่ รูดกันอย่างมั่นใจไม่ต้องกลัวฟันสั่นตอนรูดกันเลยทีเดียว
สุดท้ายต้องบอกนิดนะครับ ว่า รถที่มีอานโช้ค กับ รถที่มีโช้คหลัง นี่มันต่างกันนะครับ เจ้าอานโช้คต่อให้มีระยะยุบพอๆกับโช้ค มันก็ทำหน้าที่แค่คอยกำจัดความสะเทือนที่จะวิ่งขี้นมาหาเราเท่านั้นครับ ยังๆไงอานโช้ค ก็จะสู้โช้คหลังไม่ใด้เพราะพวกนั้นทำงานได้หลายอย่างพร้อมกัน หน้าที่หลักของโช้คหลังก็คือทำให้ล้ออยู่ติดถนนตลอดเวลาเพื่อช่วยการทรงตัว ส่วนการที่การซับแรงสั่นสะเทือนบนโช้คหลังนี่จริงๆมันเป็นผลพลอยได้ของการออกแบบนะครับ เพราะฉนั้นอย่าเข้าใจผิดว่าถ้าติดหลังอานมีโช้ค แล้วรถจะทรงตัวดีขี้น มันแค่สบายขี้นเฉยๆครับ
จริงๆผมสนใจเรื่อง suspension พอสมควร เรื่องการออกแบบ suspension บนจักรยานนี่มันยังต้องคำนีงเรืี่องระยะยืดของ โซ่เวลา ตัวแกนของโช้คมันยุบหรือหดตัวด้วยนะครับ แล้วยังมี พวก bob ให้ต้องจัดการกันอีก
วันนี้ เล่าสู่กันฟังเรื่อง Cancreek ก็คงขอลาครับ ติดเรื่อง ยางบัลลูน แบบ Bigapple กับ Brooks ไว้ก่อนครับ