ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ผู้ดูแล: Jumnoi
กฏการใช้บอร์ด
99 City Bike
หัวหน้ากลุ่ม คือ เสือเมือง เบอร์โทร 081-6418595
ผู้ดูแลบอร์ด คือ Jum เบอร์โทร 081-93-93-191 (jakapan9393)
ขอบ
99 City Bike
หัวหน้ากลุ่ม คือ เสือเมือง เบอร์โทร 081-6418595
ผู้ดูแลบอร์ด คือ Jum เบอร์โทร 081-93-93-191 (jakapan9393)
ขอบ
- Iondrive
- สมาชิก
- โพสต์: 84
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 22:14
- Tel: 090-4597865
- Bike: Bridgestone Roadman สับถัง
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอความช่วยเหลือครับ
ผมได้เฟรมหมอบมือสองสภาพเก่าพอสมควรมาคันนึง ต้องการถอดชิ้นส่วนทั้งหมดเพื่อทำสีเฟรมใหม่ อย่างอื่นถอดหมดแล้วเหลือแต่ คอเสียบ กับ หลักอาน เป็นอลูทั้งคู่ ถอดยังไม่ออกครับ ตอกแล้วก็ไม่ขยับซักนิดเลยไม่ว่าจะตอกเข้าหรือตอกออก ผมควรทำยังไงดีครับ
เฟรมเป็นโครโมลีครับ ที่อยากทำให้ได้เพราะเฟรมตัวนี้ขนาดพอดีกับตัวผมครับ ถ้าใช้ไฟเป่าจะออกใหม จะมีผลเสียอะไรกับเฟรมมั๊ยครับ หรือมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ก็ช่วยบบอกด้วยครับ
ผมได้เฟรมหมอบมือสองสภาพเก่าพอสมควรมาคันนึง ต้องการถอดชิ้นส่วนทั้งหมดเพื่อทำสีเฟรมใหม่ อย่างอื่นถอดหมดแล้วเหลือแต่ คอเสียบ กับ หลักอาน เป็นอลูทั้งคู่ ถอดยังไม่ออกครับ ตอกแล้วก็ไม่ขยับซักนิดเลยไม่ว่าจะตอกเข้าหรือตอกออก ผมควรทำยังไงดีครับ
เฟรมเป็นโครโมลีครับ ที่อยากทำให้ได้เพราะเฟรมตัวนี้ขนาดพอดีกับตัวผมครับ ถ้าใช้ไฟเป่าจะออกใหม จะมีผลเสียอะไรกับเฟรมมั๊ยครับ หรือมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ก็ช่วยบบอกด้วยครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
สงสัยต้องใช้วิธีไปไล่ตามอ่านจากกระทู้เก่า แล้วละครับ ผมก็เคยผ่านตาเรื่องเอาหลักอานไม่ออก แต่ก็จำไม่ได้ครับว่าเขาใช้วิธีฉีด พวก WD40 หรือ Sonax ค้างคืนไว้หรืออย่างไรนี่แหละครับ WD 40 มีทั้ง Detergent และสารหล่อลื่นเล็กน้อยครับก็เลยพอจะกัดสนิมที่ค้างอยู่ด้านในได้บ้างเล็กน้อย
ส่วนวิธีใช้ความร้อนก็คงต้องลองดูแหละครับ แต่น่าจะเป็นที่เป่าลมร้อนมากกว่าการเอาไฟลนหรือเป่าตัวเฟรมครับ
ตรงคอเสียบไม่ทราบว่าน๊อตล๊อคสามารถคลายออกได้หรือไม่ครับลองหยอดน้ำมันหล่อลื่นลงไปด้านข้างสักนิดหนึ่งสิครับบางที่ด้านในมันเป็นสนิมก็เลยทำให้ติดแน่นนะครับ
ส่วนวิธีใช้ความร้อนก็คงต้องลองดูแหละครับ แต่น่าจะเป็นที่เป่าลมร้อนมากกว่าการเอาไฟลนหรือเป่าตัวเฟรมครับ
ตรงคอเสียบไม่ทราบว่าน๊อตล๊อคสามารถคลายออกได้หรือไม่ครับลองหยอดน้ำมันหล่อลื่นลงไปด้านข้างสักนิดหนึ่งสิครับบางที่ด้านในมันเป็นสนิมก็เลยทำให้ติดแน่นนะครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- Iondrive
- สมาชิก
- โพสต์: 84
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 22:14
- Tel: 090-4597865
- Bike: Bridgestone Roadman สับถัง
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับท่านเสือ แต่ตอนนี้ผมเสียเฟรมนั้นไปเรียบร้อยแล้วครับ
ทีแรกผมจับเฟรมหงายขึ้นแล้วเอาน้ำมันก๊าดกรอกลงในท่อนั่งแล้วเอาค้อนทุบที่หลักอาน ก็ไม่ปรากฏว่ามีน้ำมันไหลซึมออกมาด้านข้างหลักอานแต่อย่างใด มันเหมือนเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว ผมเลยตัดสินใจเสี่ยงด้วยการตัดหลักอานให้สั้นเสมอท่อนั่งเพื่อคิดจะคว้านท่อหลักอานที่เหลือด้วยเครื่องมือเท่าที่มี
แต่พอตัดออกมาแล้วแทบเป็นลมครับ เพราะหลักอานที่ตัดนั้นขอบมันหนามาก ประมาณ 6-7 มม. ไม่บางเหมือนหลักอานสมัยนี้ ผมทั้งเลื่อยทั้งคว้านด้วยสว่านจนต้องยอมตัดใจทิ้งเฟรมไปครับ เพราะเหมือนว่าเขาเอาหลักอานขนาดใหญ่กว่าไซส์ของมันตอกอัดลงไปในท่อนั่ง ปลายหลักอานที่ตอกลงไปในท่อนั่งลึกประมาณ 5 นิ้ว ถ้าลึกแค่ 1-2 นิ้วยังมีลุ้นว่าจะเลื่อยได้ครับ แบบนี้ต่อให้ใช้ไฟเป่าก็คงไม่ออกหรอกครับ
ตอนนี้ผมเข็ดเรื่องเฟรมมือสองแล้วครับ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายจริงๆ เก็บเงินซื้อของใหม่ไปเลยดีกว่า
ทีแรกผมจับเฟรมหงายขึ้นแล้วเอาน้ำมันก๊าดกรอกลงในท่อนั่งแล้วเอาค้อนทุบที่หลักอาน ก็ไม่ปรากฏว่ามีน้ำมันไหลซึมออกมาด้านข้างหลักอานแต่อย่างใด มันเหมือนเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว ผมเลยตัดสินใจเสี่ยงด้วยการตัดหลักอานให้สั้นเสมอท่อนั่งเพื่อคิดจะคว้านท่อหลักอานที่เหลือด้วยเครื่องมือเท่าที่มี
แต่พอตัดออกมาแล้วแทบเป็นลมครับ เพราะหลักอานที่ตัดนั้นขอบมันหนามาก ประมาณ 6-7 มม. ไม่บางเหมือนหลักอานสมัยนี้ ผมทั้งเลื่อยทั้งคว้านด้วยสว่านจนต้องยอมตัดใจทิ้งเฟรมไปครับ เพราะเหมือนว่าเขาเอาหลักอานขนาดใหญ่กว่าไซส์ของมันตอกอัดลงไปในท่อนั่ง ปลายหลักอานที่ตอกลงไปในท่อนั่งลึกประมาณ 5 นิ้ว ถ้าลึกแค่ 1-2 นิ้วยังมีลุ้นว่าจะเลื่อยได้ครับ แบบนี้ต่อให้ใช้ไฟเป่าก็คงไม่ออกหรอกครับ
ตอนนี้ผมเข็ดเรื่องเฟรมมือสองแล้วครับ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายจริงๆ เก็บเงินซื้อของใหม่ไปเลยดีกว่า
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ใหนๆ ก็ทำไปแล้ว ลองอีกทีก็คงไม่เสียหายอะไร เรื่องบางเรื่องก็อาจจะต้อง(เสี่ยง)ใช้เทคนิคเฉพาะบางอย่าง
ผมเคยเจอปัญหารูกูญแจเซฟแบบโบราณโดนคนเอาตะปูตอกปิดรูไว้แทบเป็นเนื้อเดียวกันเลยครับ ก็เลยปรึกษาปัญหากับช่างซ่อมรถเจ้าประจำผม ปรากฏว่าช่างแก้ปัญหาด้วยการเอาสว่านตั้งแต่ดอกเล็กไปถึงดอกใหญ่ "ล้าง" เอาเนื้อตะปูออกครับ (สว่าน+เครื่องดูดฝุ่น) ซึ่งท้ายที่สุดก็สามารถไช้กุญแจไขเซฟเก่านั้นได้ตามปรกติ
ผมว่าหากแท่งอลูนั้นขนาดไม่ยาวเกินกว่าดอกสว่านเจาะผนัง เทคนิคนี้ก็น่าจะเอามาใช้ได้ครับคือเอาสว่านเจาะเข้าไปในแท่งอลูเพื่อทำลายเนื้อหรือมวลของมันจนสามารถดึงเอาแท่งอลูออกมาได้ครับ
ใหนๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเฟรมแล้วก็น่าจะลองเผื่อได้ความรู้หรือเทคนิคเพิ่มเติมนะครับ
คำว่า "ผิดเป็นครู" ยังใช้ได้เสมอครับ ผมเองช่วงแรกๆก็ทำอะไหล่จักรยานพังคามือมาหลายชิ้นแล้วเหมือนกันครับ บางชิ้นก็น่าเจ็บใจตรงที่ว่า "เมื่อวาน" มันยังเป็นของที่มีราคาอยู่เลยครับ
อีกวิธีหนึ่งที่อาจจะทำได้ก็คือฝังน๊อตเกลียวลงในเนื้ออลูแล้วยึดเฟรมให้แน่นหนา อีกฝั่งก็ใช้เครื่องมือดึงลวดหรือสลิงที่ผูกไว้ปลายน๊อต (เครื่องมือแบบรอกทดแรง) หากมีพื้นที่พอก็น่าจะดึงหลักอานกลับออกมาได้ครับ
ผมเคยเจอปัญหารูกูญแจเซฟแบบโบราณโดนคนเอาตะปูตอกปิดรูไว้แทบเป็นเนื้อเดียวกันเลยครับ ก็เลยปรึกษาปัญหากับช่างซ่อมรถเจ้าประจำผม ปรากฏว่าช่างแก้ปัญหาด้วยการเอาสว่านตั้งแต่ดอกเล็กไปถึงดอกใหญ่ "ล้าง" เอาเนื้อตะปูออกครับ (สว่าน+เครื่องดูดฝุ่น) ซึ่งท้ายที่สุดก็สามารถไช้กุญแจไขเซฟเก่านั้นได้ตามปรกติ
ผมว่าหากแท่งอลูนั้นขนาดไม่ยาวเกินกว่าดอกสว่านเจาะผนัง เทคนิคนี้ก็น่าจะเอามาใช้ได้ครับคือเอาสว่านเจาะเข้าไปในแท่งอลูเพื่อทำลายเนื้อหรือมวลของมันจนสามารถดึงเอาแท่งอลูออกมาได้ครับ
ใหนๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเฟรมแล้วก็น่าจะลองเผื่อได้ความรู้หรือเทคนิคเพิ่มเติมนะครับ
คำว่า "ผิดเป็นครู" ยังใช้ได้เสมอครับ ผมเองช่วงแรกๆก็ทำอะไหล่จักรยานพังคามือมาหลายชิ้นแล้วเหมือนกันครับ บางชิ้นก็น่าเจ็บใจตรงที่ว่า "เมื่อวาน" มันยังเป็นของที่มีราคาอยู่เลยครับ
อีกวิธีหนึ่งที่อาจจะทำได้ก็คือฝังน๊อตเกลียวลงในเนื้ออลูแล้วยึดเฟรมให้แน่นหนา อีกฝั่งก็ใช้เครื่องมือดึงลวดหรือสลิงที่ผูกไว้ปลายน๊อต (เครื่องมือแบบรอกทดแรง) หากมีพื้นที่พอก็น่าจะดึงหลักอานกลับออกมาได้ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- Iondrive
- สมาชิก
- โพสต์: 84
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 22:14
- Tel: 090-4597865
- Bike: Bridgestone Roadman สับถัง
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ผมกำลังพยายามอยู่ครับ ยังเสียดายอยู่เพราะเสียตังไปแล้ว เจาะไปแล้วหลายรูจนทะลุออกข้างท่อนั่งไปนิดนึง ส่วนคอเสียบยังเอาไม่ออกครับ สนิมจับแน่นมาก ตอกเป็นครึ่งวันยังไม่เขยื้อนเลยปล่อยไว้ยังงั้นก่อน คงใช้เวลาอีกสักพักล่ะครับ
มีคำถามเพิ่มครับ
ท่านเสือคงเคยไปร่วมปั่นกับทริปต่างๆแน่ใช่ใหมครับ จะถามว่าเวลาเขาไปปั่นทริปกันนี่เขาใช้ความเร็วเฉลี่ยเท่าไรครับ และที่ความเร็วนั้นเป็นเวลาต่อเนื่องนานเท่าไร พักบ่อยแค่ใหน คือผมเป็นมือใหม่ครับ เห็นเขาไปปั่นทริปกันแล้วก็อยากไปมั่ง แต่ต้องแน่ใจก่อนว่าเราปั่นทัน ไม่อยากเป็นตัวถ่วงครับ
มีคำถามเพิ่มครับ
ท่านเสือคงเคยไปร่วมปั่นกับทริปต่างๆแน่ใช่ใหมครับ จะถามว่าเวลาเขาไปปั่นทริปกันนี่เขาใช้ความเร็วเฉลี่ยเท่าไรครับ และที่ความเร็วนั้นเป็นเวลาต่อเนื่องนานเท่าไร พักบ่อยแค่ใหน คือผมเป็นมือใหม่ครับ เห็นเขาไปปั่นทริปกันแล้วก็อยากไปมั่ง แต่ต้องแน่ใจก่อนว่าเราปั่นทัน ไม่อยากเป็นตัวถ่วงครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
เรื่องปั่นฯ ออกทริปนี่มันมี 2 ฝั่งครับ
ฝั่งเราที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก็คือทริปส่วนมากเป็นการปั่นฯ เดินทางแบบ "ต่อเนื่อง" ครับ ระยะทางที่ปั่นฯ กันก็มีตั้งแต่ ไป-กลับ 30 กม. / 50 กม. / 80 กม. ถ้าเราปั่นฯ แล้วหยุดบ่อยๆ เป็นระยะก็จะไม่ทันกลุ่มครับ ดังนั้นการซ้อมพื้นฐานเบื้องต้นคือหัดปั่นฯ เดินทาง (ความเร็วที่เราทำได้เช่น 15 - 16 กม./ชม. ไปจนถึง 20 - 25 กม./ชม.) ให้ได้ระยะทางสัก 5 - 10 กม. โดยพักกลางทางให้น้อยที่สุด ถ้าทำได้โดยไม่เหนื่อย หอบ โทรม ไปเสียก่อนก็ไปออกทริปได้ครับ เรื่องสำคัญคือปั่นฯ แบบนี้มันจะเสียเหงื่อมากทำให้ร่างกายขาดน้ำง่ายจึงจำเป็นต้องมีกระติกน้ำหรือเป้น้ำเอาไว้สำหรับดื่มหรือจิบน้ำระหว่างปั่นฯ เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำครับ
เรื่องที่เหลือเมื่อเราปั่นฯ ต่อเนื่องระยะทางยาวๆ ใหวแล้วก็คือเลือกกลุ่มปั่นฯ ที่ถูกกับนิสัยการปั่นฯ ของเรา กลุ่มปั่นฯ บางกลุ่มออกทริปกันระยะทางยาว ไป-กลับ 80 - 100 กม. จึงต้องปั่นฯ ทำความเร็วสูง (25 - 30 กม./ชม.) หากเรารู้ตัวว่าปั่นฯ ความเร็วระดับนี้ไม่ใหวก็เลือกกลุ่มปั่นฯ ระยะทางปานกลาง (25 - 50 กม. ) ซึ่งมักจะใช้ความเร็วเดินทางไม่สูงมากเช่น 15 - 16 กม./ชม. อย่างนี้ก็ได้ครับ
*******************************
ส่วนเรื่องคอเสียบก็อาจจะต้องใช้เทคนิคและเครื่องมือช่วยอย่างที่ผมเล่าไปเหมือนกันครับเช่นใช้เชือกหรือลวดมัดเฟรมไว้กับเสาบ้าน แล้วเอาลวดดึงรั้งคอเสียบออกด้วยเครื่องมือรอกทดแรง เพราะหากแน่นมากแรงแขนเราอย่างเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ครับ
ป.ล. - ลองตอกหรือบิดคอเสียบให้มันหมุนรอบตัวเองหรือยังครับ
ฝั่งเราที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก็คือทริปส่วนมากเป็นการปั่นฯ เดินทางแบบ "ต่อเนื่อง" ครับ ระยะทางที่ปั่นฯ กันก็มีตั้งแต่ ไป-กลับ 30 กม. / 50 กม. / 80 กม. ถ้าเราปั่นฯ แล้วหยุดบ่อยๆ เป็นระยะก็จะไม่ทันกลุ่มครับ ดังนั้นการซ้อมพื้นฐานเบื้องต้นคือหัดปั่นฯ เดินทาง (ความเร็วที่เราทำได้เช่น 15 - 16 กม./ชม. ไปจนถึง 20 - 25 กม./ชม.) ให้ได้ระยะทางสัก 5 - 10 กม. โดยพักกลางทางให้น้อยที่สุด ถ้าทำได้โดยไม่เหนื่อย หอบ โทรม ไปเสียก่อนก็ไปออกทริปได้ครับ เรื่องสำคัญคือปั่นฯ แบบนี้มันจะเสียเหงื่อมากทำให้ร่างกายขาดน้ำง่ายจึงจำเป็นต้องมีกระติกน้ำหรือเป้น้ำเอาไว้สำหรับดื่มหรือจิบน้ำระหว่างปั่นฯ เป็นระยะ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำครับ
เรื่องที่เหลือเมื่อเราปั่นฯ ต่อเนื่องระยะทางยาวๆ ใหวแล้วก็คือเลือกกลุ่มปั่นฯ ที่ถูกกับนิสัยการปั่นฯ ของเรา กลุ่มปั่นฯ บางกลุ่มออกทริปกันระยะทางยาว ไป-กลับ 80 - 100 กม. จึงต้องปั่นฯ ทำความเร็วสูง (25 - 30 กม./ชม.) หากเรารู้ตัวว่าปั่นฯ ความเร็วระดับนี้ไม่ใหวก็เลือกกลุ่มปั่นฯ ระยะทางปานกลาง (25 - 50 กม. ) ซึ่งมักจะใช้ความเร็วเดินทางไม่สูงมากเช่น 15 - 16 กม./ชม. อย่างนี้ก็ได้ครับ
*******************************
ส่วนเรื่องคอเสียบก็อาจจะต้องใช้เทคนิคและเครื่องมือช่วยอย่างที่ผมเล่าไปเหมือนกันครับเช่นใช้เชือกหรือลวดมัดเฟรมไว้กับเสาบ้าน แล้วเอาลวดดึงรั้งคอเสียบออกด้วยเครื่องมือรอกทดแรง เพราะหากแน่นมากแรงแขนเราอย่างเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ครับ
ป.ล. - ลองตอกหรือบิดคอเสียบให้มันหมุนรอบตัวเองหรือยังครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- Iondrive
- สมาชิก
- โพสต์: 84
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 22:14
- Tel: 090-4597865
- Bike: Bridgestone Roadman สับถัง
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
เสือ Spectrum เขียน: ส่วนเรื่องคอเสียบก็อาจจะต้องใช้เทคนิคและเครื่องมือช่วยอย่างที่ผมเล่าไปเหมือนกันครับเช่นใช้เชือกหรือลวดมัดเฟรมไว้กับเสาบ้าน แล้วเอาลวดดึงรั้งคอเสียบออกด้วยเครื่องมือรอกทดแรง เพราะหากแน่นมากแรงแขนเราอย่างเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ครับ
ป.ล. - ลองตอกหรือบิดคอเสียบให้มันหมุนรอบตัวเองหรือยังครับ
ลองแล้วครับทั้งตอกทั้งบิด จับเฟรมหงายตอกใต้คอเสียบก็แล้ว เอาไม้ค้ำที่คอเสียบแล้วตอกตรงถ้วยคอก็แล้ว วางเฟรมบนพื้นแล้วเหยียบเอาประแจคอม้าลองบิดก็แล้ว ไม่ขยับสักนิดเลยครับ ตรงถ้วยคอนี่ผมต้องระวังกว่าตรงท่อนั่งเยอะเพราะกลัวเกลียวของตะเกียบจะรูดหรือกลัวขาตะเกียบหน้าจะเบี้ยวครับ
ลองคลายเกลียวตรงถ้วยคอออกมาดูแล้วก็พบว่าสนิมจับระหว่างคอเสียบกับท่อตะเกียบแน่นเลยครับ จะหงายเฟรมแล้วเอาเหล็กตอกคอเสียบออกจากด้านล่างก็ทำไม่ได้เพราะว่าคอเสียบเป็นแบบมีเหล็กรูปถ้วยอยู่ด้านล่าง และเจ้าเหล็กรูปถ้วยที่ไว้บานปลายคอเสียบนี่ก็ยังกลิ้งอยู่ในท่อ เฮ้อ ตอนนี้ยังจนปัญญาครับ กะจะเอาไปให้เขาเอาไฟเป่าออกอยู่แต่ก็กลัวอยู่เหมือนกันโดยเฉพาะตรงเกลียวคอนิ้วน่ะครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
อย่างนี้ลำบากหน่อยครับ
ขอไปตั้งหลักหาวิธีก่อนครับว่าจะเอาอย่างไรดี
ขอไปตั้งหลักหาวิธีก่อนครับว่าจะเอาอย่างไรดี
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- Iondrive
- สมาชิก
- โพสต์: 84
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2009, 22:14
- Tel: 090-4597865
- Bike: Bridgestone Roadman สับถัง
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ท่านเสือไม่ต้องคิดมากหรอกนะครับ
วันนี้ผมใช้สว่านเจาะ ไขควงงัด สกัดงัด หลักอานอลูที่ติดคาอยู่ในท่อนั่งจนปลายไขควงกับปลายสกัดหักไปอย่างละนิด ก็ขุดลงไปได้ประมาณ 2 นิ้ว จากขอบบนของท่อนั่ง ที่เหลือติดคาอยู่ข้างล่างนั่นคิดว่าคงเอาออกยากแล้วเพราะปลายดอกสว่านยาวไม่พอและไม่เหลือพื้นที่ให้งัด ลองตอกให้มันจมลึกลงไปในท่อมันก็ไม่ขยับเลย ใช้หลักอานขนาด 26.8 ครับ ไม่รู้ว่าถ้าเอาไปให้เขาเป่าไฟแล้วตอกให้จมลงไปลึกๆจะได้ผลรึเปล่า
ส่วนคอเสียบ พรุ่งนี้ผมจะลองขยับดูครับ วันนี้ก็พ่นน้ำมันไปหลายรอบแล้ว เฟรมตัวนี้ผมได้มาก็คิดจะเอามาแทนตัวเดิมที่เล็กไปนิด ถ้าทำได้ก็ดี ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องปล่อยวางครับ
ขอถามท่านเสือ(ขออภัยที่คำถามเยอะ มือใหม่ก็งี้แหละ)ครับว่า ผมเคยวัดมาตราส่วนร่างกายผมใน Competitives Cyclist มาว่าผมควรใช้จักรยานไซส์ 56-57 ซม.(ท่อนั่ง) แต่จักรยานคันที่ผมใช้ขี่ทุกวันตอนนี้มันไซส์ 53 ซม. ถามว่ามันมีผลเสียอะไรมั๊ยนอกจากว่าขี่แล้วมันไว วูบไปวูบมา ถ้าไม่งั้นผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับเจ้าเฟรมใหม่ทีมีปัญหาอยู่นี้
จะว่าไปเจ้าเฟรมไซส์ 53 นี่ก็ดีอย่างตรงขึ้นขี่ไม่ยากเพราะท่อบนไม่สูงมาก ถ้าไซส์ 57 ก็ต้องยกขาสูงอีก 4 ซม.(หมอบทัวริ่ง) และมันก็ซิกแซกได้ไวดีครับ
วันนี้ผมใช้สว่านเจาะ ไขควงงัด สกัดงัด หลักอานอลูที่ติดคาอยู่ในท่อนั่งจนปลายไขควงกับปลายสกัดหักไปอย่างละนิด ก็ขุดลงไปได้ประมาณ 2 นิ้ว จากขอบบนของท่อนั่ง ที่เหลือติดคาอยู่ข้างล่างนั่นคิดว่าคงเอาออกยากแล้วเพราะปลายดอกสว่านยาวไม่พอและไม่เหลือพื้นที่ให้งัด ลองตอกให้มันจมลึกลงไปในท่อมันก็ไม่ขยับเลย ใช้หลักอานขนาด 26.8 ครับ ไม่รู้ว่าถ้าเอาไปให้เขาเป่าไฟแล้วตอกให้จมลงไปลึกๆจะได้ผลรึเปล่า
ส่วนคอเสียบ พรุ่งนี้ผมจะลองขยับดูครับ วันนี้ก็พ่นน้ำมันไปหลายรอบแล้ว เฟรมตัวนี้ผมได้มาก็คิดจะเอามาแทนตัวเดิมที่เล็กไปนิด ถ้าทำได้ก็ดี ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องปล่อยวางครับ
ขอถามท่านเสือ(ขออภัยที่คำถามเยอะ มือใหม่ก็งี้แหละ)ครับว่า ผมเคยวัดมาตราส่วนร่างกายผมใน Competitives Cyclist มาว่าผมควรใช้จักรยานไซส์ 56-57 ซม.(ท่อนั่ง) แต่จักรยานคันที่ผมใช้ขี่ทุกวันตอนนี้มันไซส์ 53 ซม. ถามว่ามันมีผลเสียอะไรมั๊ยนอกจากว่าขี่แล้วมันไว วูบไปวูบมา ถ้าไม่งั้นผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับเจ้าเฟรมใหม่ทีมีปัญหาอยู่นี้
จะว่าไปเจ้าเฟรมไซส์ 53 นี่ก็ดีอย่างตรงขึ้นขี่ไม่ยากเพราะท่อบนไม่สูงมาก ถ้าไซส์ 57 ก็ต้องยกขาสูงอีก 4 ซม.(หมอบทัวริ่ง) และมันก็ซิกแซกได้ไวดีครับ
-
PAIRAT_BMA
- สมาชิก
- โพสต์: 93
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2008, 19:01
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
เรียนพี่ spectrum cyclocross ,เสือหมอบ ,touring แตกต่างกันอย่างไร เนื่องจากผมขี่เสือภูเขายาง 1.5 ไล่หัวลากไม่ทัน มีคนแนะนำว่าให้ใช้ cyclocross กรณีเสือหมอบยางเล็กไป อันตรายเวลาขี่ touring มีตะแกรงหนักไป เกะกะ จุดประสงค์ออกกำลังขี่ทางไกลไล่หัวลาก อยากได้ใส่กำลังเท่าเสือ ระยะทางเท่าหมอบ ไม่แข่งตามหัวลาก99ห่างๆพอเห็นหลังไวๆก็พอ
เบียงฉี้ ซีทูซีพี่ว่ายังไง
เบียงฉี้ ซีทูซีพี่ว่ายังไง
-
PAIRAT_BMA
- สมาชิก
- โพสต์: 93
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2008, 19:01
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ลืมขอบคุณพี่pec ขอบคุณครับ
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
ตอบคุณ Iondrive ครับ
Size ของจักรยานในปัจจุบันไม่ถึงกับเจาะจงตายตัวมากนักครับเพราะเนื่องจากมันสามารถปรับแต่งได้ด้วยอุปกรณ์เช่นช่วงตัวรถสั้นไปก็ใช้ Stem และ หลักอานที่ยาวหน่อย หรือช่วงรถยาวไปนิดก็หด Stem ให้สั้นลงมา แต่โดยรวมๆ แล้วเล็กไว้ดีกว่าใหญ่เกินครับ
รถ Size เล็กให้ความรู้สึก ว่องไว คล่องตัว แต่ทางตรง ยาวๆ หากหน้าไวมากก็ต้องตั้งสมาธิมาก นานๆ ไปจะกลายเป็นปั่นฯ แบบเกร็งๆ ดังนั้นจักรยาน Size เล็กบางทีก็ไม่เหมาะกับการปั่นฯ เดินทางไกลมากครับ ในมุมกลับทริประยะทางปานกลาง ถึงทริปสั้นๆ อาจจะให้ความรู้สึกสนุกก็ได้นะครับ
ส่วนรถ Size ใหญ่มักให้ความรู้สึก ง่าย เสถียรในทางตรงยาวๆ ทำให้ไม่ต้องใช้สมาธิมาก บางช่วงจังหวะก็ปั่นฯ โดยใช้มือเดียวจับแฮนด์ได้ซึ่งส่วนมากไม่สามารถทำแบบนี้ได้กับจักรยาน Size เล็กครับ จักรยาน Size ใหญ่มีปัญหานิดเดียวครับคือคานบนหากสูงเกินกว่าระดับเป้ากางเกงเวลาเรายื่นคร่อมจักรยานบนพื้นดิน มันจะเป็นอันตรายเวลาเบรคแรงๆ แล้วเราตกจากเบาะกะทันหันนะครับ และหากมองเรื่องนี้เป็นองค์ประกอบ จักรยาน Size ใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการปั่นฯ ขึ้นเนิน สะพาน หรือภูเขาบ่อยๆ ครับ
ในเวปวัดตัวนั้นเขาใช้ค่ากลางหรือพูดแบบง่ายๆ คือประมาณว่าเราน่าจะเหมาะกับจักรยาน Size นี้ แต่ในความเป็นจริงจักรยานที่เข้ากันได้กับตัวเรา ต้องลองปั่นฯ และประเมินจากความรู้สึกครับว่า "ใช่" หรือไม่ด้วย และบางที่คันที่ "ใช่" ก็อาจจะเป็น Size เล็กก็ได้ครับ
ตอบ พี่ไพรัชครับ
คร่าวๆ
Cyclocross เป็นเสือหมอบ "ยางใหญ่" ที่เอาไว้ปั่นฯ หรือใช้แข่งบนทางวิบากครับ แต่ไม่เหมือนเสือภูเขาตรงที่เส้นทางมักไม่โหดระดับเสือภูเขาครับเนื่องจากไม่มีระบบกันสะเทือนแบบเสือภูเขา มักเป็นทางดิน ลุยโคลน หรือทางลูกรัง แต่ก็เหมือนจะเป็นทางที่เรียบกว่าเสือภูเขาที่บางทีก็เอาไปปีนรากไม้ โขดหินได้บ้างนะครับ พูดง่ายๆ คือเอาไว้ปั่นฯ "ทำความเร็ว" บนทางวิบากนะครับ
ส่วน Touring นั้นจากลักษณะยางที่แม้จะเป็นยางหน้ากว้างกว่าเสือหมอบ แต่ก็ยังเน้นเส้นทางเรียบเหมือนเสือหมอบครับ เพียงแต่เอาไว้ปั่นฯ เดินทางไกลมากกว่าจะเอาไว้สำหรับปั่นฯ ทำความเร็ว รูปร่างและแฮนด์ที่เหมือนเสือหมอบนั้นเอาไว้สำหรับทำความเร็วเดินทางและช่วยเวลาปั่นฯ ทวนลมครับ ถ้าพี่ไพรัชเคยทดลองปั่นฯ เสือหมอบจะเจอว่าที่ความเร็วเดียวกันอย่างเช่น 25 หรือ 30 กม./ชม. แฮนด์แบบเสือหมอบช่วยให้ปั่นฯ ได้เบาแรงและสบายกว่าแฮนด์แบบเสือภูเขาครับ พอเราก้มตัวลงไปจับแฮนด์ชุดล่างลำตัวเราก็จะไม่ปะทะกับลมที่พัดสวนมาทำให้ไม่ต้องออกแรงมากในการกดบันใดครับ ดังนั้นในระยะทางยาวๆ เราก็เหลือ "พลังงาน" เอาไว้สำหรับทำความเร็ว แซง ไล่กวด คันอื่นได้อย่างสบายๆ ครับ
พอเป็นเสือหมอบคราวนี้ยิ่งสบายใหญ่เลยครับเพราะน้ำหนักจักรยานที่เบาและระบบเกียร์ที่เป็นแบบ Close Ratio ทำให้การเร่งความเร็ว ออกตัวหรือแซงจักรยานคันอื่นทำได้โดยไม่ลำบาก แต่ก็ต้องแลกด้วยขนาดยางที่เล็กจนต้องใช้สมาธิและประสาทสัมผัสที่ไวในการปั่นฯ ครับ ตาไม่ไวปั่นฯ ความเร็วระดับ 30 + นี่ พลาดตกหลุมที คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าไม่คิดว่าจะต้องบรรทุกอะไรก็เสือหมอบใส่ยางใหญ่หน่อยเช่น 25C หรือ 28C ก็ได้ครับ ปลอดภัยขึ้นมานิดนึงสำหรับคนตาไม่ไว แต่ก็เหนื่อยเพิ่มมาอีกนิดหน่อยครับเวลาไล่กวดเสือหมอบตัวจริง
ยังไงๆ สำหรับเส้นทางยาว ไกล + ปั่นฯ ทำความเร็ว โดยมีเงื่อนไขว่าเหนื่อยน้อยหน่อย เสือหมอบก็เหมาะกว่าเพื่อนอยู่แล้วครับ เคยมีกระทู้สอบถามเรื่องว่าที่ความเร็ว 30 กม./ชม. ขึ้นไป เสือหมอบต่างกับเสือภูเขายังไง มีสมาชิกท่านหนึ่งตอบไว้สั้นๆ แต่ "โดน" มากครับ
คำอธิบายคือที่ความเร็วปั่นฯ ต่อเนื่องระดับ 30 กม./ชม. เสือหมอบปั่นฯ ได้โดยลิ้นยังอยู่ในปากตามปรกติ แต่เสือภูเขาปั่นฯ ความเร็วเดียวกัน "ลิ้นห้อยออกมาอยู่นอกปาก" ครับ
แต่หากพี่ไพรัชยังเลือกจักรยานคันที่ถูกใจไม่ได้ระหว่างนี้ลองเอาเสือภูเขาคันเดิมใส่ยาง 26 X 1.25 ซึ่งหน้ายางพอจะเทียบเท่ากับยางเสือหมอบขนาด 700 X 32C ได้ครับ หรือยาง 26 X 1.0 (กระดาน Yokobike.com มีขายครับ) อย่างหลังนี้ก็มีขนาดเทียบเท่ายาง 700 X 28C ของเสือหมอบครับ แค่นี้ก็พอไล่กวดหัวลาก ระยะทางสั้นๆ ได้บ้างแล้วครับ ส่วนระยะทางยาวๆ นั้นลองสอบถามเทคนิคการ "ซุก" จากคุณ Iceskate 05 ดูสิครับ

Size ของจักรยานในปัจจุบันไม่ถึงกับเจาะจงตายตัวมากนักครับเพราะเนื่องจากมันสามารถปรับแต่งได้ด้วยอุปกรณ์เช่นช่วงตัวรถสั้นไปก็ใช้ Stem และ หลักอานที่ยาวหน่อย หรือช่วงรถยาวไปนิดก็หด Stem ให้สั้นลงมา แต่โดยรวมๆ แล้วเล็กไว้ดีกว่าใหญ่เกินครับ
รถ Size เล็กให้ความรู้สึก ว่องไว คล่องตัว แต่ทางตรง ยาวๆ หากหน้าไวมากก็ต้องตั้งสมาธิมาก นานๆ ไปจะกลายเป็นปั่นฯ แบบเกร็งๆ ดังนั้นจักรยาน Size เล็กบางทีก็ไม่เหมาะกับการปั่นฯ เดินทางไกลมากครับ ในมุมกลับทริประยะทางปานกลาง ถึงทริปสั้นๆ อาจจะให้ความรู้สึกสนุกก็ได้นะครับ
ส่วนรถ Size ใหญ่มักให้ความรู้สึก ง่าย เสถียรในทางตรงยาวๆ ทำให้ไม่ต้องใช้สมาธิมาก บางช่วงจังหวะก็ปั่นฯ โดยใช้มือเดียวจับแฮนด์ได้ซึ่งส่วนมากไม่สามารถทำแบบนี้ได้กับจักรยาน Size เล็กครับ จักรยาน Size ใหญ่มีปัญหานิดเดียวครับคือคานบนหากสูงเกินกว่าระดับเป้ากางเกงเวลาเรายื่นคร่อมจักรยานบนพื้นดิน มันจะเป็นอันตรายเวลาเบรคแรงๆ แล้วเราตกจากเบาะกะทันหันนะครับ และหากมองเรื่องนี้เป็นองค์ประกอบ จักรยาน Size ใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการปั่นฯ ขึ้นเนิน สะพาน หรือภูเขาบ่อยๆ ครับ
ในเวปวัดตัวนั้นเขาใช้ค่ากลางหรือพูดแบบง่ายๆ คือประมาณว่าเราน่าจะเหมาะกับจักรยาน Size นี้ แต่ในความเป็นจริงจักรยานที่เข้ากันได้กับตัวเรา ต้องลองปั่นฯ และประเมินจากความรู้สึกครับว่า "ใช่" หรือไม่ด้วย และบางที่คันที่ "ใช่" ก็อาจจะเป็น Size เล็กก็ได้ครับ
ตอบ พี่ไพรัชครับ
คร่าวๆ
Cyclocross เป็นเสือหมอบ "ยางใหญ่" ที่เอาไว้ปั่นฯ หรือใช้แข่งบนทางวิบากครับ แต่ไม่เหมือนเสือภูเขาตรงที่เส้นทางมักไม่โหดระดับเสือภูเขาครับเนื่องจากไม่มีระบบกันสะเทือนแบบเสือภูเขา มักเป็นทางดิน ลุยโคลน หรือทางลูกรัง แต่ก็เหมือนจะเป็นทางที่เรียบกว่าเสือภูเขาที่บางทีก็เอาไปปีนรากไม้ โขดหินได้บ้างนะครับ พูดง่ายๆ คือเอาไว้ปั่นฯ "ทำความเร็ว" บนทางวิบากนะครับ
ส่วน Touring นั้นจากลักษณะยางที่แม้จะเป็นยางหน้ากว้างกว่าเสือหมอบ แต่ก็ยังเน้นเส้นทางเรียบเหมือนเสือหมอบครับ เพียงแต่เอาไว้ปั่นฯ เดินทางไกลมากกว่าจะเอาไว้สำหรับปั่นฯ ทำความเร็ว รูปร่างและแฮนด์ที่เหมือนเสือหมอบนั้นเอาไว้สำหรับทำความเร็วเดินทางและช่วยเวลาปั่นฯ ทวนลมครับ ถ้าพี่ไพรัชเคยทดลองปั่นฯ เสือหมอบจะเจอว่าที่ความเร็วเดียวกันอย่างเช่น 25 หรือ 30 กม./ชม. แฮนด์แบบเสือหมอบช่วยให้ปั่นฯ ได้เบาแรงและสบายกว่าแฮนด์แบบเสือภูเขาครับ พอเราก้มตัวลงไปจับแฮนด์ชุดล่างลำตัวเราก็จะไม่ปะทะกับลมที่พัดสวนมาทำให้ไม่ต้องออกแรงมากในการกดบันใดครับ ดังนั้นในระยะทางยาวๆ เราก็เหลือ "พลังงาน" เอาไว้สำหรับทำความเร็ว แซง ไล่กวด คันอื่นได้อย่างสบายๆ ครับ
พอเป็นเสือหมอบคราวนี้ยิ่งสบายใหญ่เลยครับเพราะน้ำหนักจักรยานที่เบาและระบบเกียร์ที่เป็นแบบ Close Ratio ทำให้การเร่งความเร็ว ออกตัวหรือแซงจักรยานคันอื่นทำได้โดยไม่ลำบาก แต่ก็ต้องแลกด้วยขนาดยางที่เล็กจนต้องใช้สมาธิและประสาทสัมผัสที่ไวในการปั่นฯ ครับ ตาไม่ไวปั่นฯ ความเร็วระดับ 30 + นี่ พลาดตกหลุมที คงไม่ต้องอธิบายนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าไม่คิดว่าจะต้องบรรทุกอะไรก็เสือหมอบใส่ยางใหญ่หน่อยเช่น 25C หรือ 28C ก็ได้ครับ ปลอดภัยขึ้นมานิดนึงสำหรับคนตาไม่ไว แต่ก็เหนื่อยเพิ่มมาอีกนิดหน่อยครับเวลาไล่กวดเสือหมอบตัวจริง
ยังไงๆ สำหรับเส้นทางยาว ไกล + ปั่นฯ ทำความเร็ว โดยมีเงื่อนไขว่าเหนื่อยน้อยหน่อย เสือหมอบก็เหมาะกว่าเพื่อนอยู่แล้วครับ เคยมีกระทู้สอบถามเรื่องว่าที่ความเร็ว 30 กม./ชม. ขึ้นไป เสือหมอบต่างกับเสือภูเขายังไง มีสมาชิกท่านหนึ่งตอบไว้สั้นๆ แต่ "โดน" มากครับ
คำอธิบายคือที่ความเร็วปั่นฯ ต่อเนื่องระดับ 30 กม./ชม. เสือหมอบปั่นฯ ได้โดยลิ้นยังอยู่ในปากตามปรกติ แต่เสือภูเขาปั่นฯ ความเร็วเดียวกัน "ลิ้นห้อยออกมาอยู่นอกปาก" ครับ
แต่หากพี่ไพรัชยังเลือกจักรยานคันที่ถูกใจไม่ได้ระหว่างนี้ลองเอาเสือภูเขาคันเดิมใส่ยาง 26 X 1.25 ซึ่งหน้ายางพอจะเทียบเท่ากับยางเสือหมอบขนาด 700 X 32C ได้ครับ หรือยาง 26 X 1.0 (กระดาน Yokobike.com มีขายครับ) อย่างหลังนี้ก็มีขนาดเทียบเท่ายาง 700 X 28C ของเสือหมอบครับ แค่นี้ก็พอไล่กวดหัวลาก ระยะทางสั้นๆ ได้บ้างแล้วครับ ส่วนระยะทางยาวๆ นั้นลองสอบถามเทคนิคการ "ซุก" จากคุณ Iceskate 05 ดูสิครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
-
iceskate05
- ขาประจำ
- โพสต์: 502
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2008, 20:22
- Tel: 02-9349253
- team: Freelance
- Bike: Freestyle
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
สวัสดี ครับ เรื่อง ซุก......... หรือว่า อยุ่ในกลุ่มนำ อาจ จะมิใช่เรื่องเทคนิคของจักรยานและสมรรถนะเพียงอย่างเดียว คงจะอยู่ที่พลังงาน สะสม ระหว่างทริป ด้วย นะครับ คุณ พี่.................. เมื่อก่อน ก็ ไม่ได้เป็น นักซุก มืออาชีพหรอก ครับ แต่มันมาจากแรงบันดาลใจมากกว่า ครับ................ ( รถไม่ค่อยแรง แต่แรงคน แรงกว่าเยอะ)
- โชค
- ขาประจำ
- โพสต์: 192
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 12:49
- Tel: 081 5509142
- ตำแหน่ง: sschok@hotmail.com
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
พี่Spec พี่ไพรัตน์ ครับ
ปัจจุบัน Iceskeate05 เปลี่ยนสถานะเป็นหัวลากแย้ว.....
ซุกกิ้ง ตัวจริงคือผมเอง............ 55555
ปัจจุบัน Iceskeate05 เปลี่ยนสถานะเป็นหัวลากแย้ว.....
ซุกกิ้ง ตัวจริงคือผมเอง............ 55555
- กระดิ่งทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:47
- Tel: ๐ ๘ ๑ - ๗ ๕ ๐ ๓ ๒ ๘ ๑
- team: ๙๙ City Bike (หมายเลข ๑๓) | กลุ่มตาโชค
- Bike: ควายแดงปี ๐๘ | Bike Friday: NW
- ตำแหน่ง: บัานพัชราพร
- ติดต่อ:
Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum
แต่ดันชอบซุกไม่เลือกคน เลยเหนื่อยกว่าเดิมแถมน้อง Q โทรหาประจำละพี่ .....โชค เขียน:พี่Spec พี่ไพรัตน์ ครับ
ปัจจุบัน Iceskeate05 เปลี่ยนสถานะเป็นหัวลากแย้ว.....
ซุกกิ้ง ตัวจริงคือผมเอง............ 55555
