หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ในกทม. มีทางจักรยานบนฟุตบาทหลายเขต มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาแต่ ชาวจักรยานไม่สามารถใช้ทางจักรยานที่ กทม.ทำได้เลย เพราะมีการตั้งป้าย ย้ายวิน ขายของในช่องทางจักรยานกันเต็มไปหมด
ส่วนชมรมสมาคมจักรยานเพื่อ.....อะไรก็แล้วแต่ในประเทศไทย ตั้งโครงการ ทำวิจัย จัดงานขี่จักรยานเพื่อ สถิติต่างๆ แต่ไม่เคยไปทวงถามทางจักรยานจากกทม.เลย ทั้งที่ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย แค่จัดกิจกรรมนัดคนขี่จักรยานในวันหยุดไปทวงถามทางจักรยานคืนจาก กทม. แต่ก็ไม่ทำกัน
โดยส่วนตัวผมคิดนะครับว่า ชมรมหรือสมาคม เวลาจัดงานกิจกรรมใหญ่ๆ จะมีคนของกทม. มาเปิด หรือไม่เวลา กทม. จัดงานเกี่ยวกับจักรยานก็จะมี คนของ สมาคมและชมรมไปร่วม ในบางครับเห็นกทม. สนับสนุนการจัดกิจกรรมของชมรมหรือสมาคมด้วย ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมครับที่ ทางจักรยานบนเราถึงไม่เกิดเป็นรูปธรรมสักที เพราะเวลาจัดกิจกรรมอะไรก็จะได้การสนับสนุนจากกทม. และเวลากทม. จะทำโครงการอะไรที่ผลาญงบ ก็อาศัยคนของชมรมหรือสมาคมไปสนับสนุน นี้คือ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าแบบไทยๆ ใช่หรือป่าวครับ ปล. ผมตั้งกระทู้นี้เพื่อทวงถามทางจักรยานคืน และทวงถามจิตสำนึกที่ถูกต้องของคนที่รักจักรยานครับเพื่อไม่อยากเห็นชาวจักรยานต้องไปขับขี่แบบเสี่ยงๆบนถนน เพื่อเด็กตัวเล็กๆจะได้ขี่จักรยานไปโรงเรียน เพื่อผู้ที่อยากจะขี่จักรยานไปทำงานจะได้กล้าออกมาขี่และมีทางจักรจักรยานสำหรับนักขี่หน้าใหม่ครับ แต่ถ้าทางผู้ดูแลweb เห็นว่า สิ่งที่ผมทวงถามเป็นไม่เป็นประโยชน์กับชาวจักรยาน ลบกระทู้ผมได่้เลยครับ หรือถ้าทางชมรมหรือสมาคมเห็นกรุณาชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ
ในกทม. มีทางจักรยานบนฟุตบาทหลายเขต มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลาแต่ ชาวจักรยานไม่สามารถใช้ทางจักรยานที่ กทม.ทำได้เลย เพราะมีการตั้งป้าย ย้ายวิน ขายของในช่องทางจักรยานกันเต็มไปหมด
ส่วนชมรมสมาคมจักรยานเพื่อ.....อะไรก็แล้วแต่ในประเทศไทย ตั้งโครงการ ทำวิจัย จัดงานขี่จักรยานเพื่อ สถิติต่างๆ แต่ไม่เคยไปทวงถามทางจักรยานจากกทม.เลย ทั้งที่ไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย แค่จัดกิจกรรมนัดคนขี่จักรยานในวันหยุดไปทวงถามทางจักรยานคืนจาก กทม. แต่ก็ไม่ทำกัน
โดยส่วนตัวผมคิดนะครับว่า ชมรมหรือสมาคม เวลาจัดงานกิจกรรมใหญ่ๆ จะมีคนของกทม. มาเปิด หรือไม่เวลา กทม. จัดงานเกี่ยวกับจักรยานก็จะมี คนของ สมาคมและชมรมไปร่วม ในบางครับเห็นกทม. สนับสนุนการจัดกิจกรรมของชมรมหรือสมาคมด้วย ด้วยเหตุนี้ใช่ไหมครับที่ ทางจักรยานบนเราถึงไม่เกิดเป็นรูปธรรมสักที เพราะเวลาจัดกิจกรรมอะไรก็จะได้การสนับสนุนจากกทม. และเวลากทม. จะทำโครงการอะไรที่ผลาญงบ ก็อาศัยคนของชมรมหรือสมาคมไปสนับสนุน นี้คือ น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าแบบไทยๆ ใช่หรือป่าวครับ ปล. ผมตั้งกระทู้นี้เพื่อทวงถามทางจักรยานคืน และทวงถามจิตสำนึกที่ถูกต้องของคนที่รักจักรยานครับเพื่อไม่อยากเห็นชาวจักรยานต้องไปขับขี่แบบเสี่ยงๆบนถนน เพื่อเด็กตัวเล็กๆจะได้ขี่จักรยานไปโรงเรียน เพื่อผู้ที่อยากจะขี่จักรยานไปทำงานจะได้กล้าออกมาขี่และมีทางจักรจักรยานสำหรับนักขี่หน้าใหม่ครับ แต่ถ้าทางผู้ดูแลweb เห็นว่า สิ่งที่ผมทวงถามเป็นไม่เป็นประโยชน์กับชาวจักรยาน ลบกระทู้ผมได่้เลยครับ หรือถ้าทางชมรมหรือสมาคมเห็นกรุณาชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ถูกต้องเลยครับ แต่ไม่เกี่ยวกับชมรมฯหรือสมาคมใด เพราะชมรมฯหรือสมาคม
กลุ่มบุคคลใดก็ตั้งขึ้นมาได้ภายใต้ข้อบัญญัติ อยากตั้งอีก 10 ชมรมฯ 10 สมาคม ก็ยังได้ไม่มีใคร
ห้ามตั้งอยู่แล้วครับ ส่วนจะไปโคกับเขต กับ กทม.กับจังหวัดได้หรือไม่ก็อยู่ที่ความสามารถของชมรมฯ
หรือสมาคม นั้นๆ
.
แต่ถ้าถกเรื่องการทวงคืนเลนจักรยาน อันนี้ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าแน่นอน ครับถ้าพ่อค้าแม่ค้าเค้าถามมาว่า
ทำไมจุดที่ผ่อนผันให้เขาขายของได้ซึ่งขายอยู่ประจำมาก่อน กลับไม่ให้ขาย เขาก็ประชาชนเหมือนกัน อาจจะใช้
จักรยานด้วยก็ได้ ภาครัฐก็คงหาทางแก้ไขและตอบคำถามเขาเหมือนกัน ดังนั้นผมว่าเอาให้เด็ดขาดต้องแก้
ที่กฎหมาย เพราะทำให้เอาผิดได้ชัดเจน เช่นความเห็นที่เคยโพสท์แล้วอีกกระทู้ ยกมาตรงนี้อีกแล้วกันนะครับ
.
กลุ่มบุคคลใดก็ตั้งขึ้นมาได้ภายใต้ข้อบัญญัติ อยากตั้งอีก 10 ชมรมฯ 10 สมาคม ก็ยังได้ไม่มีใคร
ห้ามตั้งอยู่แล้วครับ ส่วนจะไปโคกับเขต กับ กทม.กับจังหวัดได้หรือไม่ก็อยู่ที่ความสามารถของชมรมฯ
หรือสมาคม นั้นๆ
.
แต่ถ้าถกเรื่องการทวงคืนเลนจักรยาน อันนี้ น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่าแน่นอน ครับถ้าพ่อค้าแม่ค้าเค้าถามมาว่า
ทำไมจุดที่ผ่อนผันให้เขาขายของได้ซึ่งขายอยู่ประจำมาก่อน กลับไม่ให้ขาย เขาก็ประชาชนเหมือนกัน อาจจะใช้
จักรยานด้วยก็ได้ ภาครัฐก็คงหาทางแก้ไขและตอบคำถามเขาเหมือนกัน ดังนั้นผมว่าเอาให้เด็ดขาดต้องแก้
ที่กฎหมาย เพราะทำให้เอาผิดได้ชัดเจน เช่นความเห็นที่เคยโพสท์แล้วอีกกระทู้ ยกมาตรงนี้อีกแล้วกันนะครับ
.
Chayut Ratanapong เขียน:ยังเป็นกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ทุนมากนัก สำหรับการศึกษาค้นคว้าว่า กฎหมายเกี่ยวกับการใช้จักรยานฉบับใดที่ยังมีเหตุติดขัดเรื่องหลักๆ แต่
หากจะผลักดันไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยคลายเหตุติดขัด ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้ทุนจัดกระบวนการให้เกิดพลังความรู้
ความเข้าใจร่วมกัน เพื่อผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน
… ทุกวันนี้เราเน้นแบบเดิม คือ รณรงค์ส่งเสริมให้คนออกมาใช้จักรยาน แต่ยังไม่เกิดการเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.จราจรทางบก
พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการใช้จักรยานโดยตรง กล่าวคือ
1. มาตรา 4 ควรเพิ่มเติมนิยามศัพท์คำว่า "ทางจักรยาน"
2. มาตรา 79 ควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ จาก "ทางใดที่ได้จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน" เป็นว่า "ทางจักรยาน หรือทางใดที่ได้จัดทำไว้
สำหรับรถจักรยาน"
3. มาตรา 80 ถึงมาตรา 83 ควรแก้ไขเพิ่มข้อความ จาก "ทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน" เป็นว่า "ทางเดินรถ
ไหล่ทาง ทางจักรยาน หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน"
... ตราบเท่าที่ยังไม่มีความชัดเจนปรากฏในกฎหมายเกี่ยวกับการใช้จักรยาน ตำรวจนครบาล และ กทม. ก็ยังโยนกันไปโยนกันมาเรื่อง
"ทางจักรยาน" อย่างที่เห็นต่อไปครับ
.
การที่พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ยังไม่ได้รับการแก้ไขความเก้ๆ กังๆ มันมีผลให้กายภาพของทางจักรยานที่กทม.ทาสี
ตีเส้น นั้น ไม่มีกฎหมายที่ชัดเจนรับรอง
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับการตำรวจจราจร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร จึงมีเครื่องมือทางกฎหมายที่ไม่
ชัดเจน การใช้อำนาจออกประกาศข้อบังคับ หรือ
ระเบียบ ตามมาตรา ๑๓๙ (การประกาศให้ผิวจราจรที่ได้รับการทาสีตีเส้น ให้เป็น "ทางจักรยาน") จึงไม่ชัดเจน
.
หาก พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 4 ได้รับการเพิ่มเติมให้มีนิยามศัพท์คำว่า "ทางจักรยาน" แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้อง
เพิ่มเติมคำว่า "ทางจักรยาน" เข้าไปในอนุมาตราใดของมาตรา 139 อีก
มาตรา ๑๓๙ ในทางสายใดหรือเฉพาะทางตอนใดที่เจ้าพนักงานจราจรเห็นว่าถ้าได้ออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบ
เกี่ยวกับการจราจรแล้วจะเป็นการปลอดภัย และสะดวกในการจราจร ให้เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อ
บังคับ หรือระเบียบดังต่อไปนี้
(๑) ห้ามรถทุกชนิดหรือบางชนิดเดิน
(๒) ห้ามหยุดหรือจอด
(๓) ห้ามเลี้ยวรถ กลับรถ หรือถอยหลังรถ
(๔) กำหนดให้รถเดินได้ทางเดียว
(๕) กำหนดระยะเวลาจอดรถในทางแคบหรือที่คับขัน
(๖) กำหนดอัตราความเร็วของรถในทางภายในอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๗) กำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่อง
(๘) กำหนดทางเดินรถทางเอกและทางเดินรถทางโท
(๙) กำหนดการจอดรถหรือที่จอดพักรถ
(๑๐) กำหนดระเบียบการใช้ทางหรือช่องเดินรถสำหรับรถบางประเภท
(๑๑) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการใช้รถโรงเรียน
(๑๒) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถจักรยาน
(๑๓) ควบคุมขบวนแห่หรือการชุมนุมสาธารณะ
(๑๔) ควบคุมหรือห้ามเลี้ยวรถในทางร่วมทางแยก
(๑๕) ขีดเส้นหรือทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง หรือติดตั้งสัญญาณจราจร หรือเครื่องหมายจราจร
(๑๖) กำหนดระยะทางตอนใดให้ขับรถล้ำเข้าไปในเส้นกึ่งกลางของทางที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดไว้ได้
(๑๗) กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการจอดรถที่ชำรุด หักพัง ตลอดจนรถที่ซ่อมแซมในทาง
(๑๘) กำหนดระเบียบการข้ามทางของคนเดินเท้าบนทางที่ไม่มีทางข้าม
(๑๙) กำหนดการใช้โคมไฟ
(๒๐) กำหนดการใช้เสียงสัญญาณ
(๒๑) กำหนดระเบียบการอนุญาตและการใช้รถที่มีล้อหรือส่วนที่สัมผัสกับผิวทางไม่ใช่ยาง
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ไปทวงถามกับ กทม สิครับ เส้นเรียบด่วนปล่อยให้มาตั้งขายของทับทางจัดรยาน ในราชดำเนินก็มีที่ให้ขายสลากกินแบ่งอยู่อล้วยังมาตั้งขวางทางจักรยาน กฏหมายถ้ากทม บังคับใช้ตั้งแต่แรกคือห้ามขายอย่างเด็ดขาดก็จะไม่มีภาพที่มาขายทับทางจักรยานอยู่แน่นอน มาผ่อนปรนทุกอยู่ความเป็นระเบียบวินัยก็ไม่เกิด ที่คุณพูดว่าโคกับใครก็ได้ เพราะหวังเงินกทม มาเข้าชมรมมาจัดกิจกรรมในที่สุดก็ยอมรับว่าหวังเงินหวังงบ ที่ทำได้เลยคือนำผู้ว่ามันขี่ดูทางเลยครับว่ามันมีปัญหาตรงไหน ตรงไหนต้องแก้ คราวที่แล้วก็เห็นไปร่วมงานเปิดโครงการปันปั่นของกทม มันไม่ใช่เกรอครับ เห็นมันผลาญงบภาษีมาไม่รู้สึกบ้างเหรอครับ ให้คนมีจัดรยาน้ช่าแต่ไม่มีทางให้ขี่ ไม่มีกมวกกันน๊อคให้ใส่ เห็นคนทำเรื่องทำอย่างไรก่อนลงถนน แต่กม่ทัดท่วงหละครับ หรือเพราะงบขิงกทม จึงทำลืมๆมันไป
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลยveenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ในส่วนที่แสดงความเห็นในนามชมรมฯผมขอบอกเลยว่าชมรมฯไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือไปมีส่วนร่วมกับเงินของbigod_10 เขียน:ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลยveenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
กทม.เลยสักครั้ง (ตรงนี้พูดในนามชมรมฯนะครับ)
ในส่วนตัวที่แสดงความเห็นก็ส่วนตัวนะครับ ไปงานเปิดปันปั่น ผมไปทำข่าวเพราะถูกเชิญ แล้วการไปร่วมงาน
ก็ไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมทำคลิ๊บปันปั่นออกมาก็ไม่ได้บอกว่าสนับสนุน เพียงเพื่อสื่อโครงการ
สาธารณะออกมาให้ส่วนรวมเห็นและช่วยวิจารณ์
ต่อไปพูดในนามส่วนตัวนะครับ ขอความเห็นเรื่องควรรู้อะไรก่อนออกถนน ผมอยากกระตุ้นให้สังคมจักรยานพูด
ถึงเรื่องการหัดขี่จักรยานให้คล่องๆและรู้จักกฏจราจรและตามมาด้วยอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งได้รับฟังความเห็นเพื่อนๆ
ในแง่มุมกว้างๆ เพราะหลังๆเห็นพูดกันเยอะว่าต้องใส่หมวกกันน๊อคทุกครั้ง แต่ไม่พูดถึงทักษะการใช้จักรยานเลย
ทริปลุงโทเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆคือสอนเรื่องการใช้จักรยานสำหรับมือใหม่ ก่อนที่จะบังคับใส่หมวก เพราะเราจะเห็น
ผู้ใช้จักรยานที่ใส่หมวกกันน๊อกเป็นภาระสังคมบนท้องถนนมากมาย
ส่วนสวนสาธารณะ ก็เป็นที่สาธารณะและมีวิธีออกกำลังกายแบบอื่นๆเช่น วิ่ง เดิน ไม่ใช่มีแต่จักรยาน ลองย้อนกลับ
ไปดูกรณีสวนลุมเป็นต้น ว่าเกิดอะไรขึ้น และผลออกมาเป็นเช่นไร
มาถึงข้อที่ใครที่มีประสบการณ์ การจัดกิจกรรมเพื่อมวลชนจะรู้ว่า งานที่ไม่ใช้เงินเลยแทบไม่มี ถ้าไม่หาสปอนเซอร์
ให้ได้ ไม่มีข้าว ไม่มีน้ำ ไม่มีเสื้อ ไม่มีฯลฯ คิดว่าจะรวมตัวกันเป็นมวลชนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
ถึงมีวิธีรวมตัวกันได้ แต่ไม่มีหลักการในการจัดทำหนังสือยื่นอย่างเป็นทางการ มีหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว แต่
ไม่ตรงนโยบาย ภาครัฐในปีนั้นๆ จะเกิดประโยชน์อะไร นอกจากทำให้รถติดเพิ่มมากขึ้น การจะเปลี่ยนแปลงสังคม
ไม่ใช่โวยวายแล้วสังคมจะเปลี่ยน มันต้องเป็นไปตามขั้นตอน จักรยานไม่ใช่มวลชนส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯหรือของ
ประเทศ จักรยานไม่ได้ผลักดันเศรษฐกิจให้ประเทศเจริญฮวบฮาบ ฉะนั้นเท่าทุกวันนี้ผมว่าคนก็ตื่นตัวเรื่องจักรยาน
กันมากในระดับที่น่าพอใจแล้วนะครับ ซึ่งตามกระแสมาด้วยผู้ใช้จักรยานที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้อีกเยอะ หนักที่สุด
ตอนนี้คือ ผู้ใช้จักรยานที่เอาแต่อารมณ์ตัวเป็นใหญ่ โดยไม่ศึกษาและไม่รับฟังวิธีการอื่นๆ
-
Kino
- ขาประจำ
- โพสต์: 132
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 มิ.ย. 2012, 11:48
- team: mtb, รถพับ, Touring
- ติดต่อ:
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ขอรับทราบแนวทาง "ทำอย่างจริงจังและถูกต้อง" ของคุณหน่อยสิbigod_10 เขียน:ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลยveenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ผมปั่นบนไบค์เลนในกทม ว่าเสี่ยงกว่าปั่นข้างล่างอีก น่ากลัวอิ๋บอ๋าย กระเบื้องเป็นลอนไม่สม่ำเสมอ ปั่นทีเผลอไม่ได้แฉลบล้มได้ง่ายๆ ยิ่งตอนฝนตก พื้นกระเบื้องแบบมันปลาบ
เคยปั่นเจอสายไฟระโยงระยางลงมาจากต้นไม้ (คือเขาประดับไฟรอบๆ ราชดำเนิน แล้วคงเก็บไม่หมด ลงมาเป็นบ่วงบาศเลย ดีไม่คล้องคอห้อยโตงเตง)
กระเบื้องบางแห่งก็เหลือเกิน คนเดินถนนก็ทราบกันดี แค่ระวังไม่ให้น้ำสกปรกมันดีดเวลาเหยียบกระเบื้องบางแผ่นนี่ ต้องอาศัยทักษะวิชาตัวเบากัน หรือไม่ก็ต้องจดจำให้ได้ว่ากระเบื้องแผ่นใดบ้าง จะได้ก้าวข้ามไป
ไบค์เลนบางแห่ง ก็ทำแบบปูดนูนยกตัวสูง ปั่นข้างๆ เสียวเหมือนกัน มีทางขึ้นทางลง ตัดทางขึ้นลงสะพานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้น่าเบื่อ
ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยากได้ (เห็นพ้องกับหลายท่านที่บอกว่าไม่ค่อยอยากได้)ไบค์เลนแล้วครับ อยากได้ที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยมากกว่า
ทุกวันนี้ มีใครปั่นบนไบค์เลนได้ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องลงพื้นผิวจราจรบ้าง.....ไม่มีเลยครับ
ไหนๆ ก็ไหนๆ คนปั่นควรฝึกหรือมีทักษะในการปั่นด้วย ถ้าปั่นอย่างมีสติ มีประสบการณ์ ก็น่าจะรอดปลอดภัย(ยกเว้นซวยจริงๆ เช่นไปปั่นขวางทางรถเมล์สาย 8 ที่เพิ่งทะเลาะกับเมียมา)
ที่เหลือก็ไปปลูกจิตสำนึกคนขับรถชนิดอื่น กำจัดพวกอันธพาลบนท้องถนน คนขับประเภทขยะบนท้องถนน สักแต่มีรถ มีใบขับขี่แต่ไม่มีสมองให้ลดน้อยลง
เคยปั่นเจอสายไฟระโยงระยางลงมาจากต้นไม้ (คือเขาประดับไฟรอบๆ ราชดำเนิน แล้วคงเก็บไม่หมด ลงมาเป็นบ่วงบาศเลย ดีไม่คล้องคอห้อยโตงเตง)
กระเบื้องบางแห่งก็เหลือเกิน คนเดินถนนก็ทราบกันดี แค่ระวังไม่ให้น้ำสกปรกมันดีดเวลาเหยียบกระเบื้องบางแผ่นนี่ ต้องอาศัยทักษะวิชาตัวเบากัน หรือไม่ก็ต้องจดจำให้ได้ว่ากระเบื้องแผ่นใดบ้าง จะได้ก้าวข้ามไป
ไบค์เลนบางแห่ง ก็ทำแบบปูดนูนยกตัวสูง ปั่นข้างๆ เสียวเหมือนกัน มีทางขึ้นทางลง ตัดทางขึ้นลงสะพานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้น่าเบื่อ
ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยากได้ (เห็นพ้องกับหลายท่านที่บอกว่าไม่ค่อยอยากได้)ไบค์เลนแล้วครับ อยากได้ที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยมากกว่า
ทุกวันนี้ มีใครปั่นบนไบค์เลนได้ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องลงพื้นผิวจราจรบ้าง.....ไม่มีเลยครับ
ไหนๆ ก็ไหนๆ คนปั่นควรฝึกหรือมีทักษะในการปั่นด้วย ถ้าปั่นอย่างมีสติ มีประสบการณ์ ก็น่าจะรอดปลอดภัย(ยกเว้นซวยจริงๆ เช่นไปปั่นขวางทางรถเมล์สาย 8 ที่เพิ่งทะเลาะกับเมียมา)
ที่เหลือก็ไปปลูกจิตสำนึกคนขับรถชนิดอื่น กำจัดพวกอันธพาลบนท้องถนน คนขับประเภทขยะบนท้องถนน สักแต่มีรถ มีใบขับขี่แต่ไม่มีสมองให้ลดน้อยลง
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
อย่างโครงการปันปั่น เป็นโครงการที่ดีครับ น่าจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวมากกว่าคนทั่วไป
แต่อุปสรรคคือ มีจักรยานให้ยืมปั่น แต่ไม่มีที่ให้เขาปั่น แค่คนไทย คือ คนกทม เองยังหวาดๆ กับการปั่นบนถนนพระราม 1 หน้าสยามเลย ผมปั่นทีไร ปวดหัวกับสารพัดรถ ทั้งแท๊กซี่ รถตู้ รถตุ๊กตุ๊ก ยิ่งไปทางสนามกีฬา มาบุญครองแล้วนี่ โห จะบ้าตาย
จะปั่นบนฟุตปาทหน้าสยาม พระเจ้าช่วยกล้วยคุณชาย มีแต่แผงค้าเต็มไปหมด แล้วจะให้เขาเอาจักรยานแม่บ้านหนักๆ ไปปั่นยังไง ยกขึ้นสะพานบีทีเอสมาลงอีกฝั่งก็หนัก
ถ้าจะทำให้เหมือนเมืองนอก ก็ต้องทำให้เหมือนทุกอย่างทุกรายละเอียด ทำอย่างญี่ปุ่น โคเปนฮาเกน ฯลฯ แต่สภาพบ้านเมืองเหมือนโฮจิมินห์ซิตี้ มันจะไหวเหรอ?
แต่อุปสรรคคือ มีจักรยานให้ยืมปั่น แต่ไม่มีที่ให้เขาปั่น แค่คนไทย คือ คนกทม เองยังหวาดๆ กับการปั่นบนถนนพระราม 1 หน้าสยามเลย ผมปั่นทีไร ปวดหัวกับสารพัดรถ ทั้งแท๊กซี่ รถตู้ รถตุ๊กตุ๊ก ยิ่งไปทางสนามกีฬา มาบุญครองแล้วนี่ โห จะบ้าตาย
จะปั่นบนฟุตปาทหน้าสยาม พระเจ้าช่วยกล้วยคุณชาย มีแต่แผงค้าเต็มไปหมด แล้วจะให้เขาเอาจักรยานแม่บ้านหนักๆ ไปปั่นยังไง ยกขึ้นสะพานบีทีเอสมาลงอีกฝั่งก็หนัก
ถ้าจะทำให้เหมือนเมืองนอก ก็ต้องทำให้เหมือนทุกอย่างทุกรายละเอียด ทำอย่างญี่ปุ่น โคเปนฮาเกน ฯลฯ แต่สภาพบ้านเมืองเหมือนโฮจิมินห์ซิตี้ มันจะไหวเหรอ?
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ก็อย่างที่บอกครับมีการทวง ถามไหมครับ กับทางกทม. ที่เอางบมาทำแล้วได้ใช้กันไหมทางจักรยาน นี่คือการเอางบมาใช้โดยใช้ชาวจักรยานเป็นเครื่องมือ เรียกร้องให้กทม ปิดถนนนึ่งเส้นในทุกหนึ่งเดือน หรือหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้จักรยานได้ออกมาขี่ แล้วค่อยขยายวงกว้างออกไป สวนสาธารณะมีหนึ่งวันให้จักรยานเข้าไปขี่ได้ทุกสวน สวนคนที่ออกกำลังกายอย่างอื่นก็ทำต่อไปขอเพียงวันเดียว คนที่เห็นคนขี่จักรยานก็จะอยากขี่และมีเพิ่มขึ้น ผมเห็นทุกชมรมทำแบบไฟไหม้ฟางทำแล้วก็หายไป กี่สิบปีแล้วที่วนเวียนอยู่แบบนี้ ที่ผมคิดคือหยุดให้กทม เลิกหาเงินกับชาวจักรยาน เพราะมันเสียงบโดยใช่เหตุและไม่มีประโยชน์ เช่นโครงการปันปั่น ทำแล้วมีที่ขี่ไหม มีคนใช้กี่คนKino เขียน:ขอรับทราบแนวทาง "ทำอย่างจริงจังและถูกต้อง" ของคุณหน่อยสิbigod_10 เขียน:ถ้าทำิย่างจืงจังและถูกต้องผมว่าสำเร็จไปนานแล้วครับเรื่ืงทางจักรยานในประเทศไทย แต่มันมีสิ่งแอบแฝง บางอย่างที่ลงตัวแล้วกินอิ่มนอนหลับ้งินตุงดระเป๋ากันทุกฝ่าย ยกตัวิย่างที่ไม่ใช้้งินนะครัับ รวมตัวชาวจักรยานยืนหนังสือให้กทม ขับไล่พวกที่ลุกล้ำทางจักรยาน นำ้สนอกทม ปิดสวนสาธรณะกนึ่งวันให้จักรยานได้ใช้ทุกสวน หรือ ปิดถนนเส้นระกว่างสวนรถไฟกับสวนจตุจักรไม่ให้รถผ่าน1วัน เพื่อชาวจักรยาน ไม่เห็นต้องใช้งบเลยveenono เขียน:อีกอย่างที่ข้องใจมานาน อยากรู้ว่าการจัดอีเว้นท์ในปัจจุบัน ทำอย่างไรครับที่ไม่ต้องใช้เงิน
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
วีธีการแนะนำวิธีการขี่ที่ถูกต้องดีครับ เห็นด้วย แต่ที่ทางชมรมมีโครงการทำใบขับขี่จักรยานผมไม่เห็นด้วย ผมเชื่อว่าชมรมคิดจะให้มีใบขับขี่จักรยานจริงๆ การจสร้างคนขี่จักรยาน มห้เพิ่มขึ้น ต้องเริ่มจากการขี่จักรยานไปโรงเรียน ปลูกฟังตั้งแต่เด็ก มีทางจักรยานหรือฟุตบาทให้เด็กขี่จักรยานไปเรียน มีทางจักรยานที่ปลอดภัยให้เขาขี่ แต่ถ้ากทม มาให้คนขายของบนทางจักรยานจะเริ่มต้นได้อย่างไรครับ เส้นรัชดามีโรงเรียนอยู่หลายโรงเรียน แต่ฟุตบาทโดนขายของหมดตั้งวินหมด แล้วเด็กๆหรือผู้ปกครองจะกล้าให้ขี่จักรยานลงถนนเกรอครับ คนขี่จักรยานเพิ่มขึ้นเพราะกระแสสังคมแต่ไม่มีการสร้างหรือปลูกฝังตั้งแต่เด็กให้เด็กรักการขี่ หวังแต่จะสร้างคนขี่หน้าใหม่นี่คือวิถีที่ถูกเหรอครับ นักขี่กน้าใหม่ก็จะออกมารวมตัวกันวันคาร์ฟรีเดย์ขับรถมาจอดแล้วไปร่วมกิจดรรมมีกี่คนที่จะขี่มาจากบ้าน เราต้องสร้างคนจากจิตสำนึกที่รักการปั่นครับไม่ใช่สร้างคนจากกระแส พวกเด็กฟิกไงครับกระแสขี่ไม่ใส่หมวก ไม่ติดเบรค ปาดซ้ายปาดขวา ถึงเกิดปัญหา ทำมห้เขาหมั่นไส้คนขี่จักรยาน ผมไม่ได้ว่าเด็กฟิกทั้งหมดนะครับบางคนที่ติดเบรคใส่หมวกก็มี
- เนี้ยงมารุ
- ขาประจำ
- โพสต์: 268
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2012, 20:26
- team: Neangmaru
- Bike: Suzuki SV650A 2016
- ตำแหน่ง: กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
Dhandranunda เขียน:ผมปั่นบนไบค์เลนในกทม ว่าเสี่ยงกว่าปั่นข้างล่างอีก น่ากลัวอิ๋บอ๋าย กระเบื้องเป็นลอนไม่สม่ำเสมอ ปั่นทีเผลอไม่ได้แฉลบล้มได้ง่ายๆ ยิ่งตอนฝนตก พื้นกระเบื้องแบบมันปลาบ
เคยปั่นเจอสายไฟระโยงระยางลงมาจากต้นไม้ (คือเขาประดับไฟรอบๆ ราชดำเนิน แล้วคงเก็บไม่หมด ลงมาเป็นบ่วงบาศเลย ดีไม่คล้องคอห้อยโตงเตง)
กระเบื้องบางแห่งก็เหลือเกิน คนเดินถนนก็ทราบกันดี แค่ระวังไม่ให้น้ำสกปรกมันดีดเวลาเหยียบกระเบื้องบางแผ่นนี่ ต้องอาศัยทักษะวิชาตัวเบากัน หรือไม่ก็ต้องจดจำให้ได้ว่ากระเบื้องแผ่นใดบ้าง จะได้ก้าวข้ามไป
ไบค์เลนบางแห่ง ก็ทำแบบปูดนูนยกตัวสูง ปั่นข้างๆ เสียวเหมือนกัน มีทางขึ้นทางลง ตัดทางขึ้นลงสะพานเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้น่าเบื่อ
ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยากได้ (เห็นพ้องกับหลายท่านที่บอกว่าไม่ค่อยอยากได้)ไบค์เลนแล้วครับ อยากได้ที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยมากกว่า
ทุกวันนี้ มีใครปั่นบนไบค์เลนได้ตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องลงพื้นผิวจราจรบ้าง.....ไม่มีเลยครับ
ไหนๆ ก็ไหนๆ คนปั่นควรฝึกหรือมีทักษะในการปั่นด้วย ถ้าปั่นอย่างมีสติ มีประสบการณ์ ก็น่าจะรอดปลอดภัย(ยกเว้นซวยจริงๆ เช่นไปปั่นขวางทางรถเมล์สาย 8 ที่เพิ่งทะเลาะกับเมียมา)
ที่เหลือก็ไปปลูกจิตสำนึกคนขับรถชนิดอื่น กำจัดพวกอันธพาลบนท้องถนน คนขับประเภทขยะบนท้องถนน สักแต่มีรถ มีใบขับขี่แต่ไม่มีสมองให้ลดน้อยลง
เห็นด้วยกับพี่ "Dhandranunda" สุดๆครับ จากประสพการณ์ในกทม.จริงๆเลยครับ ผมโดนกับระเบิด (กระเบื้องที่ลอยและมีน้ำขัง) กระเด็นเข้าหน้าเลยครับ นับครั้งไม่ถ้วน อายอิ๊บอ๋าย เลยครับ
รับปรับแต่งจักรยานวินเทจ+เซอร์วิส (จรัญฯ13)
LINE ID : Neangmaru_Bike
Facebook ID : Songporn Bangwaek , https://www.facebook.com/blacky.neangmaru
Facebook Page >>> https://www.facebook.com/neangmaru.bike.service
LINE ID : Neangmaru_Bike
Facebook ID : Songporn Bangwaek , https://www.facebook.com/blacky.neangmaru
Facebook Page >>> https://www.facebook.com/neangmaru.bike.service
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
pixela2523
วันนี้, 10:14
โพสต์: 3
team: LOYLOM CYCLING Nakhonpathom
Bike: GT Series 3 2012
สถิติออนไลน์: 3h 8m 3s
กิจกรรม car free day เป็นสิ่งที่ดีครับ
แต่กิจกรรมนี้ จะให้ได้ผลในเมืองไทย ต้องเรียนรู้พฤติกรรมพื้นฐานของคนไทยก่อน จากที่เคยทำวิจัยเล็ก ๆ น้อย ๆ มาบ้าง สรุปปัญหาหลัก
นั่นก็คือ คนไทยรักสบาย และ ขี้โอ่ สองอย่างนี้ ทำให้รถยนต์แพง ๆ ขายดิบขายดีในเืมืองไทย ทั้งที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้เฟื่องฟูอย่างที่ควรเป็น
ทุกวันนี้ คนส่วนมาก มองคนใช้จักรยาน เป็นบุคคลชั้น 2 - 3 ไม่มีที่รองรับ ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม ตรงนี้เป็นปัญหาหลักที่ควรจะได้รับการแก้ไขแรกสุด
ดังนั้น สิ่งแรก ต้องเริ่มจากการปลูกฝังค่านิยมการใช้ัจักรยาน "ในชีวิตประจำวัน" ให้เป็นที่ยอมรับ เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว
ที่มองผู้ใช้จักรยานเป็นคนสมัยใหม่ อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ใช่แห่กันปั่นเฉพาะช่วงที่รณรงค์ ปั่นถ่ายรูป ทำกิจกรรมเท่านั้น
ดังนั้น ถ้าต้องเริ่ม ควรเริ่มที่เด็กประถม - มัธยมก่อน จะเป็นไปได้มั้ย ถ้ามีที่จอดจักรยานห่างจากหน้าโรงเรียนสัก 0.5-1 กิโล และทางจักรยานเรียบ ๆ ดี ๆ
ไม่มีไฟแดง ให้เด็กฝากจักรยาน แล้วผู้ปกครองส่งเด็กที่จุดนี้ แล้วให้ปั่นไปโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดหน้าโรงเรียน ที่เป็นปัญหาระดับชาติ
และไม่มีทางแก้ไขจาก กิโลละ 15 นาที บนรถยนต์ จะเหลือไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น และประหยัดค่าน้ำมันทั้งปีเป็นเงินมหาศาล
พอทั้งผู้ปกครอง บุคคลทั่วไป และเด็ก เห็นประโยชน์ของจักรยาน ความนิยมจะเพิ่มขึ้นเป็นอัตโนมัติ แล้วจึงขยายไปเรื่อย ๆ รอบเมือง
พอเด็กคุ้นเคยการใช้จักรยาน จนติดเป็นนิสัย สามารถไปไหนมาไหนได้เอง ความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ก็จะลดลง
และมีกิจกรรมท่องเที่ยว ในทุกวันหยุด โดยมีการรวมกลุ่มกันปั่นเพื่อออกกำลังกาย หรือท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมสันทนาการ ที่ควรมีอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกลุ่มย่อย ๆ เช่น โรงเรียน บริษัทขนาดใหญ่ และกลุ่มผู้ชื่นชอบจักรยาน เพราะการปั่นในกลุ่มเพื่อน จะสร้างสัมพันธไมตรีอันดีได้ง่ายกว่า ผูกพันกว่าการจัดแบบกลุ่มใหญ่ แบบไฟไหม้ฟาง เริ่มไว มอดเร็ว แล้วจบ
การแก้ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นคำว่า "ไฟไหม้ฟาง" ไปได้ครับ ฝากไว้ตรงนี้
นี่คืออีกแนวทางนึงที่แก้ปัญหาอย่างถูกวิธีครับ การรณรงค์ที่ถูกวิถีต้องแบบนี้ครับ ของพี่ท่านนี้ใช่เลย
วันนี้, 10:14
โพสต์: 3
team: LOYLOM CYCLING Nakhonpathom
Bike: GT Series 3 2012
สถิติออนไลน์: 3h 8m 3s
กิจกรรม car free day เป็นสิ่งที่ดีครับ
แต่กิจกรรมนี้ จะให้ได้ผลในเมืองไทย ต้องเรียนรู้พฤติกรรมพื้นฐานของคนไทยก่อน จากที่เคยทำวิจัยเล็ก ๆ น้อย ๆ มาบ้าง สรุปปัญหาหลัก
นั่นก็คือ คนไทยรักสบาย และ ขี้โอ่ สองอย่างนี้ ทำให้รถยนต์แพง ๆ ขายดิบขายดีในเืมืองไทย ทั้งที่เศรษฐกิจไทยไม่ได้เฟื่องฟูอย่างที่ควรเป็น
ทุกวันนี้ คนส่วนมาก มองคนใช้จักรยาน เป็นบุคคลชั้น 2 - 3 ไม่มีที่รองรับ ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม ตรงนี้เป็นปัญหาหลักที่ควรจะได้รับการแก้ไขแรกสุด
ดังนั้น สิ่งแรก ต้องเริ่มจากการปลูกฝังค่านิยมการใช้ัจักรยาน "ในชีวิตประจำวัน" ให้เป็นที่ยอมรับ เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว
ที่มองผู้ใช้จักรยานเป็นคนสมัยใหม่ อนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ใช่แห่กันปั่นเฉพาะช่วงที่รณรงค์ ปั่นถ่ายรูป ทำกิจกรรมเท่านั้น
ดังนั้น ถ้าต้องเริ่ม ควรเริ่มที่เด็กประถม - มัธยมก่อน จะเป็นไปได้มั้ย ถ้ามีที่จอดจักรยานห่างจากหน้าโรงเรียนสัก 0.5-1 กิโล และทางจักรยานเรียบ ๆ ดี ๆ
ไม่มีไฟแดง ให้เด็กฝากจักรยาน แล้วผู้ปกครองส่งเด็กที่จุดนี้ แล้วให้ปั่นไปโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดหน้าโรงเรียน ที่เป็นปัญหาระดับชาติ
และไม่มีทางแก้ไขจาก กิโลละ 15 นาที บนรถยนต์ จะเหลือไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น และประหยัดค่าน้ำมันทั้งปีเป็นเงินมหาศาล
พอทั้งผู้ปกครอง บุคคลทั่วไป และเด็ก เห็นประโยชน์ของจักรยาน ความนิยมจะเพิ่มขึ้นเป็นอัตโนมัติ แล้วจึงขยายไปเรื่อย ๆ รอบเมือง
พอเด็กคุ้นเคยการใช้จักรยาน จนติดเป็นนิสัย สามารถไปไหนมาไหนได้เอง ความจำเป็นต้องใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ก็จะลดลง
และมีกิจกรรมท่องเที่ยว ในทุกวันหยุด โดยมีการรวมกลุ่มกันปั่นเพื่อออกกำลังกาย หรือท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมสันทนาการ ที่ควรมีอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกลุ่มย่อย ๆ เช่น โรงเรียน บริษัทขนาดใหญ่ และกลุ่มผู้ชื่นชอบจักรยาน เพราะการปั่นในกลุ่มเพื่อน จะสร้างสัมพันธไมตรีอันดีได้ง่ายกว่า ผูกพันกว่าการจัดแบบกลุ่มใหญ่ แบบไฟไหม้ฟาง เริ่มไว มอดเร็ว แล้วจบ
การแก้ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นคำว่า "ไฟไหม้ฟาง" ไปได้ครับ ฝากไว้ตรงนี้
นี่คืออีกแนวทางนึงที่แก้ปัญหาอย่างถูกวิธีครับ การรณรงค์ที่ถูกวิถีต้องแบบนี้ครับ ของพี่ท่านนี้ใช่เลย
- iN2
- ขาประจำ
- โพสต์: 2441
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มิ.ย. 2012, 00:12
- Bike: Trek
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
ผมไม่เห็นด้วยนะกับการสร้างทางจักรยานบนทางเท้า ส่วนหนึ่งเพราะทางเท้าบ้านเราคับแคบอยู่แล้ว แถมอุปสรรคบนทางเท้าก็มากมาย ไม่ต้องพูดถึงการขี่จักรยานนะ เอาแค่คุณเดินธรรมดาๆ ก็ยากลำบากพออยู่แล้วล่ะ เราไม่ต้องพูดถึงพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของบนทางเท้า แค่วัสดุปูพื้น ก็เป็นอุปสรรค เสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์ ตู้ชุมสาย และทางเดินที่ไม่ราบเรียบ นี่ผมว่ามันยังมีอีกมากที่เป็นอุปสรรค เอาเข้าจริงๆ เรื่องทางจักรยานมันควรจะเป็น ความร่วมมือของรัฐบาลกลาง และผู้บริหารท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันทำ ที่คุณมาโวยวายกันว่าทางจักรยานที่มีอยู่ในกรุงเทพ ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ มีรถมาจอดทับเส้นทางบ้าง มอไซด์มาวิ่งในช่องทางบ้าง เอาเข้าจริงๆ ช่องจักรยานตรงนั้นมันถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริงหรือยัง เท่าที่ผมเคยอ่านเจอ ทางจักรยานใน กรุงเทพ ที่มีการรับรองจากกรมตำรวจให้เป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายจริงๆมีอยู่ไม่กี่แห่ง ถ้าจะเรียกร้องผมว่าเริ่มต้นจาก เรียกร้องให้ตำรวจประกาศรับรองทางจักรยานเหล่านี้ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ให้มันเป็นช่องทางจักรยานที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนน่าจะง่ายกว่า ส่วนการจะทำช่องทางจักรยานเพิ่มขึ้นหรือไม่ประการใดอันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องสู้กันต่อไปอีกยาวนานครับ
แค่ออกปั่นให้สนุกก็พอ
- เนี้ยงมารุ
- ขาประจำ
- โพสต์: 268
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2012, 20:26
- team: Neangmaru
- Bike: Suzuki SV650A 2016
- ตำแหน่ง: กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: หรือจะเป็นเพราะผลประโยชน์ที่ลงตัว
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับiN2 เขียน:ผมไม่เห็นด้วยนะกับการสร้างทางจักรยานบนทางเท้า ส่วนหนึ่งเพราะทางเท้าบ้านเราคับแคบอยู่แล้ว แถมอุปสรรคบนทางเท้าก็มากมาย ไม่ต้องพูดถึงการขี่จักรยานนะ เอาแค่คุณเดินธรรมดาๆ ก็ยากลำบากพออยู่แล้วล่ะ เราไม่ต้องพูดถึงพ่อค้าแม่ค้า ที่ขายของบนทางเท้า แค่วัสดุปูพื้น ก็เป็นอุปสรรค เสาไฟฟ้า เสาโทรศัพท์ ตู้ชุมสาย และทางเดินที่ไม่ราบเรียบ นี่ผมว่ามันยังมีอีกมากที่เป็นอุปสรรค เอาเข้าจริงๆ เรื่องทางจักรยานมันควรจะเป็น ความร่วมมือของรัฐบาลกลาง และผู้บริหารท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันทำ ที่คุณมาโวยวายกันว่าทางจักรยานที่มีอยู่ในกรุงเทพ ที่ใช้ร่วมกับรถยนต์ มีรถมาจอดทับเส้นทางบ้าง มอไซด์มาวิ่งในช่องทางบ้าง เอาเข้าจริงๆ ช่องจักรยานตรงนั้นมันถูกต้องตามกฎหมายอย่างแท้จริงหรือยัง เท่าที่ผมเคยอ่านเจอ ทางจักรยานใน กรุงเทพ ที่มีการรับรองจากกรมตำรวจให้เป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมายจริงๆมีอยู่ไม่กี่แห่ง ถ้าจะเรียกร้องผมว่าเริ่มต้นจาก เรียกร้องให้ตำรวจประกาศรับรองทางจักรยานเหล่านี้ ซึ่งมันมีอยู่แล้ว ให้มันเป็นช่องทางจักรยานที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนน่าจะง่ายกว่า ส่วนการจะทำช่องทางจักรยานเพิ่มขึ้นหรือไม่ประการใดอันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องสู้กันต่อไปอีกยาวนานครับ
รับปรับแต่งจักรยานวินเทจ+เซอร์วิส (จรัญฯ13)
LINE ID : Neangmaru_Bike
Facebook ID : Songporn Bangwaek , https://www.facebook.com/blacky.neangmaru
Facebook Page >>> https://www.facebook.com/neangmaru.bike.service
LINE ID : Neangmaru_Bike
Facebook ID : Songporn Bangwaek , https://www.facebook.com/blacky.neangmaru
Facebook Page >>> https://www.facebook.com/neangmaru.bike.service