วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
- a lone wolf
- ขาประจำ
- โพสต์: 443
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2010, 01:57
- Bike: kona sutra
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ช่วงนี้หน้าฝนครับ รู้สึกว่าถนนลื่น
เวลาขี่รถที่ใช้เฟืองหลังเล็ก เช่นที่จานสอง เฟือง 7 ผมมีความรู้สึกว่ายางมันเกาะถนนมากกว่าใช้เฟืองใหญ่กว่าเช่นเฟือง 5
การใช้เฟืองหลังเล็กกว่าจะทำให้ยางเกาะถนนดีกว่าไหมครับ?
หรือเป็นเพียงเพราะว่ามันกินแรงขึ้นทำให้ขาผมหนืดขึ้นตอนถีบกระไดแล้วผมก็นึกไปเองว่าล้อเกาะถนนได้ดีกว่า
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบเกี่ยวกับแรงเสียดทาน แรงบิด หรือแรงอื่นๆที่เกิดกับล้อและผิวถนนในเฟืองที่ต่างขนาดกันได้ไหมครับ
สมมติว่าผมหนัก 60 กก. รถผมพร้อมสัมภาระหนักรวมกัน 25 กก. ยาง 700C จานสองมี 39 ฟัน เฟืองหลังมี 9 เฟืองขนาด 11-32 ขี่ที่ความเร็ว 25 กม.ต่อชม.
ด้วยน้ำหนักรถ ขนาดจานหน้าเฟืองหลัง และความเร็วดังว่า มันมีความแตกต่างแบบมีนัยยะสำคัญไหมครับ หรือเป็นเพียงประสาทสัมผัสมันหลอกลวงผม
ผมเรียนจบบัญชีเลยตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองไม่ได้น่ะครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ
เวลาขี่รถที่ใช้เฟืองหลังเล็ก เช่นที่จานสอง เฟือง 7 ผมมีความรู้สึกว่ายางมันเกาะถนนมากกว่าใช้เฟืองใหญ่กว่าเช่นเฟือง 5
การใช้เฟืองหลังเล็กกว่าจะทำให้ยางเกาะถนนดีกว่าไหมครับ?
หรือเป็นเพียงเพราะว่ามันกินแรงขึ้นทำให้ขาผมหนืดขึ้นตอนถีบกระไดแล้วผมก็นึกไปเองว่าล้อเกาะถนนได้ดีกว่า
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบเกี่ยวกับแรงเสียดทาน แรงบิด หรือแรงอื่นๆที่เกิดกับล้อและผิวถนนในเฟืองที่ต่างขนาดกันได้ไหมครับ
สมมติว่าผมหนัก 60 กก. รถผมพร้อมสัมภาระหนักรวมกัน 25 กก. ยาง 700C จานสองมี 39 ฟัน เฟืองหลังมี 9 เฟืองขนาด 11-32 ขี่ที่ความเร็ว 25 กม.ต่อชม.
ด้วยน้ำหนักรถ ขนาดจานหน้าเฟืองหลัง และความเร็วดังว่า มันมีความแตกต่างแบบมีนัยยะสำคัญไหมครับ หรือเป็นเพียงประสาทสัมผัสมันหลอกลวงผม
ผมเรียนจบบัญชีเลยตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองไม่ได้น่ะครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ
It's not the years in your life but the life in your years that counts
หมาป่าเดียวดาย สวนหลวงร.9 - พระธาตุดอยสุเทพ
หมาป่าเดียวดายกับ "ความไม่รู้" เรื่องเขาใหญ่
หมาป่าเดียวดาย สวนหลวงร.9 - พระธาตุดอยสุเทพ
หมาป่าเดียวดายกับ "ความไม่รู้" เรื่องเขาใหญ่
- golfyrider
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 เม.ย. 2013, 19:29
- team: ยะลาฮาเฮ คนบ้าปั่นจักรยาน
- Bike: cannondale Killer V (copy ไทยทำ) - เสือหมอบแฮนด์ตรงมือสองจากญี่ปุ่น
- ตำแหน่ง: ยะลา
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ตะลึงงัน


กำลังมองหาซื้อจานเสือหมอบพร้อมกะโหลก กับแฮนด์โอเวอร์ไซส์ ยกเล็กน้อย ไม่เน้นหรูขอแค่ใช้งานได้ก็พอครับ
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
- golfyrider
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 เม.ย. 2013, 19:29
- team: ยะลาฮาเฮ คนบ้าปั่นจักรยาน
- Bike: cannondale Killer V (copy ไทยทำ) - เสือหมอบแฮนด์ตรงมือสองจากญี่ปุ่น
- ตำแหน่ง: ยะลา
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
การใช้เฟืองใหญ่ก็มีส่วนa lone wolf เขียน:ช่วงนี้หน้าฝนครับ รู้สึกว่าถนนลื่น
เวลาขี่รถที่ใช้เฟืองหลังเล็ก เช่นที่จานสอง เฟือง 7 ผมมีความรู้สึกว่ายางมันเกาะถนนมากกว่าใช้เฟืองใหญ่กว่าเช่นเฟือง 5
การใช้เฟืองหลังเล็กกว่าจะทำให้ยางเกาะถนนดีกว่าไหมครับ?
หรือเป็นเพียงเพราะว่ามันกินแรงขึ้นทำให้ขาผมหนืดขึ้นตอนถีบกระไดแล้วผมก็นึกไปเองว่าล้อเกาะถนนได้ดีกว่า
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบเกี่ยวกับแรงเสียดทาน แรงบิด หรือแรงอื่นๆที่เกิดกับล้อและผิวถนนในเฟืองที่ต่างขนาดกันได้ไหมครับ
สมมติว่าผมหนัก 60 กก. รถผมพร้อมสัมภาระหนักรวมกัน 25 กก. ยาง 700C จานสองมี 39 ฟัน เฟืองหลังมี 9 เฟืองขนาด 11-32 ขี่ที่ความเร็ว 25 กม.ต่อชม.
ด้วยน้ำหนักรถ ขนาดจานหน้าเฟืองหลัง และความเร็วดังว่า มันมีความแตกต่างแบบมีนัยยะสำคัญไหมครับ หรือเป็นเพียงประสาทสัมผัสมันหลอกลวงผม
ผมเรียนจบบัญชีเลยตอบคำถามนี้ด้วยตัวเองไม่ได้น่ะครับ
ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ
กำลังมองหาซื้อจานเสือหมอบพร้อมกะโหลก กับแฮนด์โอเวอร์ไซส์ ยกเล็กน้อย ไม่เน้นหรูขอแค่ใช้งานได้ก็พอครับ
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
เปิดตำนานเสือหมอบแฮนด์ยก คันใหม่ คันเก่าเก็บเข้ากรุเพราะซ่อมไม่ไหวแล้ว 5555 >>>คลิ๊ก<<<
รีวิวโปรแกรมจดบันทึกสถิติการปั่น สำหรับคนที่ใช้ไมล์ธรรมดา >>>คลิ๊ก<<<
- น้องหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 10662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
- Tel: 0891441866
- ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
- ติดต่อ:
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ตอบได้ว่าไม่ต่างครับ
ความหนึบในการเกาะถนน = น้ำหนักที่ตกลงบนล้อ x สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้น (ค่าคงที่)
จากสูตรข้างต้นเห็นได้ว่าไม่มีเกียร์มาเกี่ยวข้อง ถ้าอยากให้รถหนึบขึ้นก็ต้อง
- เพิ่มน้ำหนักกด แต่ก็จะไปเสียเรื่องอัตราเร่ง อัตราเบรค และแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ตอนเลี้ยว
- เปลี่ยนยางดีๆ อันนี้เราทำได้ เลือกยางดี เติมลมยางให้เหมาะกับน้ำหนักตัว
- หาถนนดีๆ อันนี้คงเลือกยากหน่อย
ส่วนเรื่องใช้ "เกียร์เบา" แล้วรู้สึกลื่น เพราะตอนที่ล้อวิ่งไปเจออุปสรรค์ต่างๆ เราออกแรงนิดเดียวก็ชนะอุปสรรค์นั้นแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ถนนลื่นล้อไม่เกาะถนน เรากดบันไดนิดเดียวล้อก็หมุนฟรี* แต่เกียร์หนักเราออกแรงเอาชนะความฝืดของถนนไม่ได้
สรุป เราหลอกตัวเองครับ
* มีที่มาจาก "แรงเสียดทานสถิต" กับ "แรงเสียดทานจลน์" อยากอธิบายแต่ยาวครับ วันไหนว่างโทรมาหรือแวะมานั่งที่ร้าน เดี๋ยวเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องเดียวกับที่เบรค "ABS เบรคได้สั้นกว่า" แต่คนมักเชื่อว่าเบรคล้อตายสั้นกว่าครับ
ความหนึบในการเกาะถนน = น้ำหนักที่ตกลงบนล้อ x สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้น (ค่าคงที่)
จากสูตรข้างต้นเห็นได้ว่าไม่มีเกียร์มาเกี่ยวข้อง ถ้าอยากให้รถหนึบขึ้นก็ต้อง
- เพิ่มน้ำหนักกด แต่ก็จะไปเสียเรื่องอัตราเร่ง อัตราเบรค และแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ตอนเลี้ยว
- เปลี่ยนยางดีๆ อันนี้เราทำได้ เลือกยางดี เติมลมยางให้เหมาะกับน้ำหนักตัว
- หาถนนดีๆ อันนี้คงเลือกยากหน่อย
ส่วนเรื่องใช้ "เกียร์เบา" แล้วรู้สึกลื่น เพราะตอนที่ล้อวิ่งไปเจออุปสรรค์ต่างๆ เราออกแรงนิดเดียวก็ชนะอุปสรรค์นั้นแล้ว โดยเฉพาะตอนที่ถนนลื่นล้อไม่เกาะถนน เรากดบันไดนิดเดียวล้อก็หมุนฟรี* แต่เกียร์หนักเราออกแรงเอาชนะความฝืดของถนนไม่ได้
สรุป เราหลอกตัวเองครับ
* มีที่มาจาก "แรงเสียดทานสถิต" กับ "แรงเสียดทานจลน์" อยากอธิบายแต่ยาวครับ วันไหนว่างโทรมาหรือแวะมานั่งที่ร้าน เดี๋ยวเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องเดียวกับที่เบรค "ABS เบรคได้สั้นกว่า" แต่คนมักเชื่อว่าเบรคล้อตายสั้นกว่าครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
- JADE555
- ขาประจำ
- โพสต์: 7581
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2009, 06:31
- Tel: อยากรู้ให้โทรมาถาม (- -")
- team: CARBON ASS!!!
- Bike: เหล็กมาร
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
แรงที่เกิดจากการเหยียบลูกบันได เอามาคิดได้ไหมครับ โมเมนตั้มของขาที่พุ่งลงไป (แต่น่าจะเกิดจากจิตใจผู้ขี่มากกว่า )
สำหรับผม เกียร์อะไรมันก็ลื่นไปหมด จะหาเรื่องอัพอีกแล้วเนี่ย โช๊คไม่ดี ยางไม่เกาะ เฟรม stiff ไปนิด
สำหรับผม เกียร์อะไรมันก็ลื่นไปหมด จะหาเรื่องอัพอีกแล้วเนี่ย โช๊คไม่ดี ยางไม่เกาะ เฟรม stiff ไปนิด
ปั่นต่อไป จนกว่าตูดจะไหม้เป็นเถ้าถ่าน CARBON ASS TEAM
เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
เฟรมบุบกลาง ยางก็แบน แฮนด์ก็หลุด
โซ่สะดุด ล้อสะบัด เฟืองก็แหลม
ยางนอกโล้น ขอบล้อแตก ยางในแพลม
สนิมแจม ลูกปืนร้าว รองเท้าพัง!!
- น้องหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 10662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
- Tel: 0891441866
- ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
- ติดต่อ:
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
คิดไม่ได้ครับ เพราะขานึงพุ่งลงอีกขานึงก็พุ่งขึ้น แรงลัพธ์เป็นศูนย์JADE555 เขียน:แรงที่เกิดจากการเหยียบลูกบันได เอามาคิดได้ไหมครับ โมเมนตั้มของขาที่พุ่งลงไป
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ผมนึกไปถึงเรื่องที่เคยอ่านใน Pocket book เกี่ยวกับทหารเรือครับ เขาเล่าว่าการนำเรือรบที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเรือทั่วไปเทียบท่าเป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องกะการใช้แรงเครื่องยนต์ให้ดี การปล่อยให้เรือไหลเทียบท่าเอง กราบเรือใหญ่ขนาด "เรือรบ" พังมานักต่อนักแล้ว พี่ทหารเรือที่ผมรู้จักก็เล่าเหมือนกันว่าถ้าบังคับเรือเทียบท่าแล้ว "กราบพัง" ถือเป็นเรื่องเสียหน้ามาก การเดินเครื่องด้วยกำลังที่เหมาะสมจะช่วยผลักให้เรือตรงทิศทางได้ง่ายกว่าปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำแล้วบังคับแก้หางเสือเอา (ความผิดพลาดเรื่องทิศทางจะสูงกว่า)
การใช้เกียร์จักรยานก็เช่นกันครับ เกียร์เบาหากนำมาเทียบกับ "รอบขา" ที่เป็นไปได้จะเห็นว่าครอบคลุมย่านความเร็วได้น้อยกว่าเกียร์หนัก "ปานกลาง" อย่างเกียร์ต่ำบางเกียร์แม้จะคลุมความเร็วตั้งแต่ 10 ไปถึง 20 กม./ชม. โดยการควบคุมรอบขาอย่างเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ แต่เกียร์หนักที่ครอบคลุมความเร็วช่วง 15 - 25 กม./ชม. จะทำให้เราปั่นฯ ด้วยความรู้สึกมั่นคงกว่าเมื่ออยู่ที่ความเร็วราวๆ 20 กม./ชม.ครับ ยิ่งมีน้ำหนักบรรทุกมาเป็นตัวเสริมเกียร์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าจักรยานตัวเปล่าที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกครับ
เกียร์แรกนั้น "หมดปลาย" ที่ีความเร็ว 20 กม./ชม. ไปแล้ว
ดังนั้นหากเราต้องการเร่งความเร็วเพื่อสร้างแรงบิด/แรงฉุดเพื่อให้จักรยานบังคับทิศทางได้ง่ายขึ้นในสถานะ "กำลัง(จะ)ลื่นไถล" มันจะทำได้ยากกว่าเกียร์หนักที่แรงบิดยังเหลือครับ ในสถานการณ์ "ถนนลื่น" นั้น ผมคิดว่าเกียร์ที่สามารถควบคุม "แรงบิด" สำคัญมากกว่าเกียร์ที่ควบคุมได้แต่เฉพาะ "ความเร็ว" โดยไม่มีแรงบิดหรือแรงบิดน้อยมากครับ
ถ้าจะถามว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปลี่ยนเกียร์เอา การเปลี่ยนเกียร์นั้นใช้ได้ในสถานการณ์ปรกติครับ ลองเทียบดูก็ได้ว่าหากเราต้องออกตัวให้คล่องที่สุดเมื่ออยู่หน้าเส้นตรงแยกไฟจราจร ระหว่างเลือกเกียร์หนักที่สามารถออกตัวได้คล่องและลากความเร็วไปที่ "ความเร็วสูง" โดยไม่ต้องพะวงกับการเปลี่ยนเกียร์เลย (บางทีลนลานเข้าเกียร์ผิดอีกต่างหาก
) กับการเปลี่ยนเกียร์ 3 ถึง 4 จังหวะ อย่างใหนจะทำให้เรา "พ้นแยกนรก" ได้เร็วกว่ากัน
สรุปว่าสถานการณ์แบบนี้ "แรงบิด" เป็นพระเอกครับ
การใช้เกียร์จักรยานก็เช่นกันครับ เกียร์เบาหากนำมาเทียบกับ "รอบขา" ที่เป็นไปได้จะเห็นว่าครอบคลุมย่านความเร็วได้น้อยกว่าเกียร์หนัก "ปานกลาง" อย่างเกียร์ต่ำบางเกียร์แม้จะคลุมความเร็วตั้งแต่ 10 ไปถึง 20 กม./ชม. โดยการควบคุมรอบขาอย่างเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ แต่เกียร์หนักที่ครอบคลุมความเร็วช่วง 15 - 25 กม./ชม. จะทำให้เราปั่นฯ ด้วยความรู้สึกมั่นคงกว่าเมื่ออยู่ที่ความเร็วราวๆ 20 กม./ชม.ครับ ยิ่งมีน้ำหนักบรรทุกมาเป็นตัวเสริมเกียร์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าจักรยานตัวเปล่าที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกครับ
เกียร์แรกนั้น "หมดปลาย" ที่ีความเร็ว 20 กม./ชม. ไปแล้ว
ถ้าจะถามว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปลี่ยนเกียร์เอา การเปลี่ยนเกียร์นั้นใช้ได้ในสถานการณ์ปรกติครับ ลองเทียบดูก็ได้ว่าหากเราต้องออกตัวให้คล่องที่สุดเมื่ออยู่หน้าเส้นตรงแยกไฟจราจร ระหว่างเลือกเกียร์หนักที่สามารถออกตัวได้คล่องและลากความเร็วไปที่ "ความเร็วสูง" โดยไม่ต้องพะวงกับการเปลี่ยนเกียร์เลย (บางทีลนลานเข้าเกียร์ผิดอีกต่างหาก
สรุปว่าสถานการณ์แบบนี้ "แรงบิด" เป็นพระเอกครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
-
phupaa
- สมาชิก
- โพสต์: 96
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2012, 10:02
- Tel: 022574880
- team: -
- Bike: Giant Propel, TCR 1, Giant XTC 29er
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
golfyrider เขียน:ตะลึงงัน![]()
+1 ตะลึงงัน ด้วยคน
- NOKNICE
- ขาประจำ
- โพสต์: 10236
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
- team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
- Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ผมคิดเอาว่าน่าจะมีผลเหมือนกันนะครับ เช่นเวลาขับรถ(ผมใช้รถกระบะ) ปกติออกตัวด้วยเกียร์ 1 สบายๆ แต่ถ้าถนนลื่นๆ,ถนนยางมะตอย,ลูกรัง ผมเลือกที่จะออกตัวด้วยเกียร์ 2 เพราะถ้าออกด้วยเกียร์ 1 เดินคันเร่งมากไปนิดเดียวจะกลายเป็นดริฟท์ไปเลยครับ 
- J0hnnie
- ขาประจำ
- โพสต์: 1022
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2013, 14:13
- Tel: -------------
- team: CW All The Mountain
- Bike: Santa Cruz Blur LT Carbon
- ตำแหน่ง: ทองหล่อ - เอกมัย - ปรีดี
วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ผมเห็นด้วยครับNOKNICE เขียน:ผมคิดเอาว่าน่าจะมีผลเหมือนกันนะครับ เช่นเวลาขับรถ(ผมใช้รถกระบะ) ปกติออกตัวด้วยเกียร์ 1 สบายๆ แต่ถ้าถนนลื่นๆ,ถนนยางมะตอย,ลูกรัง ผมเลือกที่จะออกตัวด้วยเกียร์ 2 เพราะถ้าออกด้วยเกียร์ 1 เดินคันเร่งมากไปนิดเดียวจะกลายเป็นดริฟท์ไปเลยครับ
Sent from my iPhone5 using Tapatalk
_________________
ชีวิตมันต้อง X-TREME
- wuttichairc
- ขาประจำ
- โพสต์: 179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ธ.ค. 2012, 11:09
- team: SuperHighway Cyclist's Club , ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพและรักษาสิ่งแวดล้อมวิชัยยุทธ
- Bike: ฺBianchiฺ 1885 B4P, Bianchi Nirone 7 , Trek 4300 , Vintage Bridgestone 550 racing series
- ตำแหน่ง: เตาปูน,บางซื่อ
- ติดต่อ:
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
ใช่เลยครับ.J0hnnie เขียน:ผมเห็นด้วยครับNOKNICE เขียน:ผมคิดเอาว่าน่าจะมีผลเหมือนกันนะครับ เช่นเวลาขับรถ(ผมใช้รถกระบะ) ปกติออกตัวด้วยเกียร์ 1 สบายๆ แต่ถ้าถนนลื่นๆ,ถนนยางมะตอย,ลูกรัง ผมเลือกที่จะออกตัวด้วยเกียร์ 2 เพราะถ้าออกด้วยเกียร์ 1 เดินคันเร่งมากไปนิดเดียวจะกลายเป็นดริฟท์ไปเลยครับ
Sent from my iPhone5 using Tapatalk
หากบางท่านเคยขับรถยนต์บนพื้นทราย หรือชายทะเล ท่านจะต้องค่อยๆออกตัวหรือไม่ก็ใช้เกียร์ 2-3 เลี้ยงคลัทเอา... ขืนออกตัวแรงเกียร์ 1 มีหวังติดหล่มเป็นแน่แท้.
อันนี้ก็พอจะอนุมาณได้ว่า... แรงบิดต่างกันเกียร์ต่างกันทำให้มั่นคงแต่กต่างกันครับ. (เกียร์ต่ำแรงบิดมากทำให้เกิดการสไลด์...เกียร์สูงแรงบิดน้อยทำให้ล้อเกาะถนนมีผิวสัมผัสที่มั่นคงกว่า.)
- BlackBody
- ขาประจำ
- โพสต์: 485
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2010, 08:11
- team: ปั่นเล่นชิวๆ เช้าๆ ณ เขายายเที่ยง
- Bike: เสือหมอบเก่าๆ
- ตำแหน่ง: KORAT
- ไก่กินลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2010, 21:16
- Tel: 089-9803343
- Bike: Mongoose
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
แล้วปกติเกียร์จักรยานนั้นมีสุดเกียร์ไหมครับเสือ Spectrum เขียน:ผมนึกไปถึงเรื่องที่เคยอ่านใน Pocket book เกี่ยวกับทหารเรือครับ เขาเล่าว่าการนำเรือรบที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับเรือทั่วไปเทียบท่าเป็นเรื่องยาก เพราะเราต้องกะการใช้แรงเครื่องยนต์ให้ดี การปล่อยให้เรือไหลเทียบท่าเอง กราบเรือใหญ่ขนาด "เรือรบ" พังมานักต่อนักแล้ว พี่ทหารเรือที่ผมรู้จักก็เล่าเหมือนกันว่าถ้าบังคับเรือเทียบท่าแล้ว "กราบพัง" ถือเป็นเรื่องเสียหน้ามาก การเดินเครื่องด้วยกำลังที่เหมาะสมจะช่วยผลักให้เรือตรงทิศทางได้ง่ายกว่าปล่อยให้เรือลอยไปตามกระแสน้ำแล้วบังคับแก้หางเสือเอา (ความผิดพลาดเรื่องทิศทางจะสูงกว่า)
การใช้เกียร์จักรยานก็เช่นกันครับ เกียร์เบาหากนำมาเทียบกับ "รอบขา" ที่เป็นไปได้จะเห็นว่าครอบคลุมย่านความเร็วได้น้อยกว่าเกียร์หนัก "ปานกลาง" อย่างเกียร์ต่ำบางเกียร์แม้จะคลุมความเร็วตั้งแต่ 10 ไปถึง 20 กม./ชม. โดยการควบคุมรอบขาอย่างเดียวโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ แต่เกียร์หนักที่ครอบคลุมความเร็วช่วง 15 - 25 กม./ชม. จะทำให้เราปั่นฯ ด้วยความรู้สึกมั่นคงกว่าเมื่ออยู่ที่ความเร็วราวๆ 20 กม./ชม.ครับ ยิ่งมีน้ำหนักบรรทุกมาเป็นตัวเสริมเกียร์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าจักรยานตัวเปล่าที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกครับ
เกียร์แรกนั้น "หมดปลาย" ที่ีความเร็ว 20 กม./ชม. ไปแล้วดังนั้นหากเราต้องการเร่งความเร็วเพื่อสร้างแรงบิด/แรงฉุดเพื่อให้จักรยานบังคับทิศทางได้ง่ายขึ้นในสถานะ "กำลัง(จะ)ลื่นไถล" มันจะทำได้ยากกว่าเกียร์หนักที่แรงบิดยังเหลือครับ ในสถานการณ์ "ถนนลื่น" นั้น ผมคิดว่าเกียร์ที่สามารถควบคุม "แรงบิด" สำคัญมากกว่าเกียร์ที่ควบคุมได้แต่เฉพาะ "ความเร็ว" โดยไม่มีแรงบิดหรือแรงบิดน้อยมากครับ
ถ้าจะถามว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปลี่ยนเกียร์เอา การเปลี่ยนเกียร์นั้นใช้ได้ในสถานการณ์ปรกติครับ ลองเทียบดูก็ได้ว่าหากเราต้องออกตัวให้คล่องที่สุดเมื่ออยู่หน้าเส้นตรงแยกไฟจราจร ระหว่างเลือกเกียร์หนักที่สามารถออกตัวได้คล่องและลากความเร็วไปที่ "ความเร็วสูง" โดยไม่ต้องพะวงกับการเปลี่ยนเกียร์เลย (บางทีลนลานเข้าเกียร์ผิดอีกต่างหาก) กับการเปลี่ยนเกียร์ 3 ถึง 4 จังหวะ อย่างใหนจะทำให้เรา "พ้นแยกนรก" ได้เร็วกว่ากัน
![]()
สรุปว่าสถานการณ์แบบนี้ "แรงบิด" เป็นพระเอกครับ
- ไก่กินลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2010, 21:16
- Tel: 089-9803343
- Bike: Mongoose
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
แล้วส่วนมากพี่ๆสมาชิกนักปั่น ออกตัวจากแยกใช้เกียร์ไหน(หนักหรือเบา) ผมใช้ 2x4 ครับ(MTB)
- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: วิชาฟิสิกส์ช่วยตอบคำถามนี้ได้ไหมครับ?
นักปั่นฯ แต่ละคนมีสภาพความพร้อมของร่างกายไม่เหมือนกันครับ ในเกียร์แต่ละเกียร์มีย่านความเร็วที่ "ปั่นฯ สบาย" อยู่ช่วงหนึ่ง ส่วนมากในคนทั่วไปก็ประมาณ +- 10 กม./ชม. ครับ แต่บางท่านที่กล้ามเนื้อแข็งแรงอาจจะทำได้ถึง +- 15 หรือ 20 กม./ชม. สำหรับจักรยานมีเกียร์ถ้าเราไม่เปลี่ยนเกียร์เลย ในเกียร์หนักจะพบว่าที่ความเร็วช้ากว่าปรกติต้องออกแรงกล้ามเนื้อมากเพราะรอบขาช้า แต่ต้องใช้แรงกดบันใดหนักมาก มือใหม่ที่ไม่ใหวอาจจะปวดขาไปเลย ส่วนที่ความเร็วสูง รอบขาที่เราทำได้จะเป็นตัวกำหนดเพดานหรือตำแหน่งที่เป็นความเร็วปลาย/สุดเกียร์ครับไก่กินลม เขียน:แล้วปกติเกียร์จักรยานนั้นมีสุดเกียร์ไหมครับ
ในคนที่ไม่ได้เป็นนักกีฬา ฝึกฝนการปั่นฯ มาเฉพาะ รอบขาที่เกินกว่า 100 รอบต่อนาทีนอกจากจะทำให้ควบคุมความนิ่งของร่างกายไม่ได้แล้ว ยังมีผลต่อชีพจรอีกด้วยครับ HR ที่ขึ้นสูงมากเวลาผ่อนเพื่อให้ชีพจรลง เพื่อลดความเหนื่อย มันจะลงช้ามาก ยิ่งเรายังต้องออกแรงปั่นฯ ต่อเนื่องอยู่จะพาลหน้ามืดเอาครับ
รอบขาระดับนี้ซึ่งอาจจะเป็น 110 หรือ 120 รอบ/นาทีในบางท่าน อาจจะทำให้ความ "คงที่" ของรอบขาลดลง แรงกดบันใดลดลง พูดง่ายๆ คือประสิทธิภาพการปั่นฯ ลดลง หาก "ลากรอบ" เป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ ครับ ซึ่งอาจจะอนุโลมเรียกว่าเป็นตำแหน่งที่ "สุดเกียร์" ได้มังครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"