เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
Road Bike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1632
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
team: Family Bike
Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย Road Bike »

roychob เขียน::lol: :lol: :lol:
คนใช้จักรยานบ้านๆไม่เคยมีการรวมตัวกันออกมาให้สังคมได้เห็นหน้าหรอก
:lol: :lol: :lol:
ขอแย้งนิดนึง อย่างน้องก็มีเราสองคนที่ใช้จักรยานบ้านๆทุกวันไปรวมตัวให้สังคมเห็นหน้าด้วยนะครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

"..ปี ๒๕๑๐ ถึง ๒๕๒๓ ผมขึ้นรถเมล์จากโพธิ์สามต้น ฝั่งธน ไปทำงานที่โรงงานมักกะัน ประตูน้ำ ลำบากมาก ไม่มีที่นั่ง ยืนเบียดเสียด รถติดเสียสุขภาพกายและสุขภาพจิต..ปี ๒๕๒๔ เลิกขึ้นรถเมล์ ซื้อจักรยานมาปั่นไปทำงาน โดยไม่สนใจว่าบนถนนมีรถวิ่งกันอยู่มากมายเพียงใด ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปั่นจนออกจากงาน ปี ๒๕๔๓ และจนปัจจุบัน ก็ยังปั่นอยู่ทั้งใน กทม.และ ตจว.

..การปั่นจักรยานไปทำงานหรือไปทำภาระกิจ เพียงไม่สบายกายเท่านั้น แต่สะดวก สบายใจ กายลำบากเท่ากับได้ออกกำลังกาย แล้วสุขภาพดี

..จากประสบการณ์ที่ปั่นจักรยานบนถนนหลวงมา ๓๑ ปี ผมอนุมาณได้ว่า รถทุกชนิด ทุกคัน ที่ขับกันอยู่บนถนนขวักไขว่ไปมาบางถนนหนาแน่นตัดขัด บางถนนโล่งลื่นไหล ต่างขับกันอยู่บนพื้นฐานการระวังไม่ให้ชนกับรถคันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถอะไร แม้แต่จักรยาน หรือสิ่งกีดขวางใด ๆ ที่ตกหล่นอยู่บนถนน ต่างต้องเบรคชลอความเร็ว แล้วหลบเลี่ยงไป

..อุบัติเหตุรถชนกันนั้น เป็น % น้อยมากในแต่ละวัน บริษัทประกันภัยรถยนต์รวยกันเละมานานแล้ว เพราะคนขับรถทุกคันต่างระวังกันอย่างยิ่งในการบังคับรถเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ให้ชนกับคันอื่น

..เมื่อจักรยานลงไปเป็นส่วนหนึ่งของถนน ผู้ขี่ต้องมีความสามารถควบคุมรถได้เป็นอย่างดีรู้ว่าปั่นอย่างไรจึงอยู่ในภาวะปลอดภัย รู้ว่ารถแต่ละชนิดบนถนนเขาขับกันอยู่อย่างไร เราจะต้องปั่นในลักษณะไหน ต้องปฏิบัติตามกฏจราจร และให้สัญญาณมือทุกครั้งที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางหรือหยุด เท่านั้นแหละครับที่ผมปั่นอยู่ได้ถึงวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ เีสียวอยู่ประจำ ถึงขนาดสวดมนต์ปลอบใจไปพลาง ๆ ด้วยเชียวแหละ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่ง่าย แต่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

..จากประสบการณ์ดังกล่่าวข้างต้น ลองคิดตามดูนะครับว่า ถ้าเช้าขึ้นชาวจักรยานจากจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน ๓๐ คน/คัน ปั่นกันเป็นขบวนแถวตอนเรียงสามไปตลอดทาง ใช้พื้นที่ ๑ ช่องทางจราจร ใช้ความเร็ว ๑๕ - ๒๐ ก.ม./ช.ม. ใส่ชุดปั่นสีเห็นไกล เข้าไปยังท้องสนามหลวง ย่อมทำได้ เพราะอยู่ในหลักการข้างต้นที่คนขับรถทุกคันต่างระวังไม่ให้ขับรถชนสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั่นเอง เขาต่างต้องชลอความเร็ว เบี่ยงหลบแซงไป หลบไม่ได้ก็ต้องขับตามอยู่ข้างหลัง

..ในทำนองเดียวกัน หากมีจำนวนมากขึ้นเป็น ๑๐๐ หรือ ๑๐๐๐ คัน หรือหมื่นคัน (ดังเช่นวันคาร์ฟรีเดย์ปีที่ผ่านมา) ทุกถนน ของช่วงเช้าและเย็น รถยนต์ทุกชนิดก็ต้องขับอยู่ในลักษณะดังกล่าวข้างต้น

..ในอนาคตเมื่อมีจักรยานปั่นอยู่บนถนนในลักษณะดังกล่าวมาก ๆ รถยนต์เคลื่อนตัวไปได้ช้าเท่ากับความเร็วของจักรยาน คนขับรถยนต์ก็คงจะได้คิดสักวันว่า "ขายรถยนต์คันละ ๕ แสน แล้วซื้อจักรยานคันละ ๑ แสน ปั่นทำงานบ้างดีกว่า ยังเหลือเงินเก็บอีกตั้ง ๔ แสน แล้วได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดีทั้งกายและใจอีกด้วย

..ในอนาคต ถนนใน กทม.ก็จะเต็มไปด้วยจักรยาน รถยนต์ก็จะเหลือน้อยลง ทางเฉพาะจักรยานมีขึ้นแล้วจากน้ำมือ น้ำพัก น้ำแรง ของชาวจักรยาน ถึงวันนัี้นชาวจักรยานจะได้รับความภูมิใจและุสุขภาพดี ที่ไม่มีชายที่ไหน

..เมื่อมีขบวนจักรยานปั่นอยู่บนถนนหลวงใน กทม.เช่นดังกล่าวนั้น ทุกเช้า - เย็น ตำรวจจราจรต้องคิดก่อนเลยว่าจะทำอย่่างไร ต่อจากนั้นสารวัตรจราจรทุกท้องที่ต้องคิด ต่อจากนั้นหน่วยงานกฏหมายจราจรต้องคิด ท้ายที่สุดผู้บริหารประเทศต้องคิด เพื่อรองรับผู้ที่ปั่นจักรยานที่เสียภาษีให้รัฐเหมือนกับผู้ที่ขับรถยนต์

..การมีประชาชนปั่นจักรยานไปทำภาระกิจประจำวันมาก ๆ นั้น มีส่วนดีหลายอย่าง แก้ปัญหาได้หลายประการ.


(ความเห็นส่วนตัว..วิจารย์ได้เต็มที่..ขออนุญาตบอกล่วงหน้า "ผมขอไม่โต้แย้ง" ยอมรับในความเห็นต่างโดยดุษฎี..(ผู้ที่คิดหรือทำมีโอกาสผิด..ผู้ไม่คิดไม่ทำไม่มีโอกาสผิด)..)
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย bigod_10 »

ลุงเนตร เขียน:"..ปี ๒๕๑๐ ถึง ๒๕๒๓ ผมขึ้นรถเมล์จากโพธิ์สามต้น ฝั่งธน ไปทำงานที่โรงงานมักกะัน ประตูน้ำ ลำบากมาก ไม่มีที่นั่ง ยืนเบียดเสียด รถติดเสียสุขภาพกายและสุขภาพจิต..ปี ๒๕๒๔ เลิกขึ้นรถเมล์ ซื้อจักรยานมาปั่นไปทำงาน โดยไม่สนใจว่าบนถนนมีรถวิ่งกันอยู่มากมายเพียงใด ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปั่นจนออกจากงาน ปี ๒๕๔๓ และจนปัจจุบัน ก็ยังปั่นอยู่ทั้งใน กทม.และ ตจว.

..การปั่นจักรยานไปทำงานหรือไปทำภาระกิจ เพียงไม่สบายกายเท่านั้น แต่สะดวก สบายใจ กายลำบากเท่ากับได้ออกกำลังกาย แล้วสุขภาพดี

..จากประสบการณ์ที่ปั่นจักรยานบนถนนหลวงมา ๓๑ ปี ผมอนุมาณได้ว่า รถทุกชนิด ทุกคัน ที่ขับกันอยู่บนถนนขวักไขว่ไปมาบางถนนหนาแน่นตัดขัด บางถนนโล่งลื่นไหล ต่างขับกันอยู่บนพื้นฐานการระวังไม่ให้ชนกับรถคันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถอะไร แม้แต่จักรยาน หรือสิ่งกีดขวางใด ๆ ที่ตกหล่นอยู่บนถนน ต่างต้องเบรคชลอความเร็ว แล้วหลบเลี่ยงไป

..อุบัติเหตุรถชนกันนั้น เป็น % น้อยมากในแต่ละวัน บริษัทประกันภัยรถยนต์รวยกันเละมานานแล้ว เพราะคนขับรถทุกคันต่างระวังกันอย่างยิ่งในการบังคับรถเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ให้ชนกับคันอื่น

..เมื่อจักรยานลงไปเป็นส่วนหนึ่งของถนน ผู้ขี่ต้องมีความสามารถควบคุมรถได้เป็นอย่างดีรู้ว่าปั่นอย่างไรจึงอยู่ในภาวะปลอดภัย รู้ว่ารถแต่ละชนิดบนถนนเขาขับกันอยู่อย่างไร เราจะต้องปั่นในลักษณะไหน ต้องปฏิบัติตามกฏจราจร และให้สัญญาณมือทุกครั้งที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางหรือหยุด เท่านั้นแหละครับที่ผมปั่นอยู่ได้ถึงวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ เีสียวอยู่ประจำ ถึงขนาดสวดมนต์ปลอบใจไปพลาง ๆ ด้วยเชียวแหละ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่ง่าย แต่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

..จากประสบการณ์ดังกล่่าวข้างต้น ลองคิดตามดูนะครับว่า ถ้าเช้าขึ้นชาวจักรยานจากจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน ๓๐ คน/คัน ปั่นกันเป็นขบวนแถวตอนเรียงสามไปตลอดทาง ใช้พื้นที่ ๑ ช่องทางจราจร ใช้ความเร็ว ๑๕ - ๒๐ ก.ม./ช.ม. ใส่ชุดปั่นสีเห็นไกล เข้าไปยังท้องสนามหลวง ย่อมทำได้ เพราะอยู่ในหลักการข้างต้นที่คนขับรถทุกคันต่างระวังไม่ให้ขับรถชนสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั่นเอง เขาต่างต้องชลอความเร็ว เบี่ยงหลบแซงไป หลบไม่ได้ก็ต้องขับตามอยู่ข้างหลัง

..ในทำนองเดียวกัน หากมีจำนวนมากขึ้นเป็น ๑๐๐ หรือ ๑๐๐๐ คัน หรือหมื่นคัน (ดังเช่นวันคาร์ฟรีเดย์ปีที่ผ่านมา) ทุกถนน ของช่วงเช้าและเย็น รถยนต์ทุกชนิดก็ต้องขับอยู่ในลักษณะดังกล่าวข้างต้น

..ในอนาคตเมื่อมีจักรยานปั่นอยู่บนถนนในลักษณะดังกล่าวมาก ๆ รถยนต์เคลื่อนตัวไปได้ช้าเท่ากับความเร็วของจักรยาน คนขับรถยนต์ก็คงจะได้คิดสักวันว่า "ขายรถยนต์คันละ ๕ แสน แล้วซื้อจักรยานคันละ ๑ แสน ปั่นทำงานบ้างดีกว่า ยังเหลือเงินเก็บอีกตั้ง ๔ แสน แล้วได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดีทั้งกายและใจอีกด้วย

..ในอนาคต ถนนใน กทม.ก็จะเต็มไปด้วยจักรยาน รถยนต์ก็จะเหลือน้อยลง ทางเฉพาะจักรยานมีขึ้นแล้วจากน้ำมือ น้ำพัก น้ำแรง ของชาวจักรยาน ถึงวันนัี้นชาวจักรยานจะได้รับความภูมิใจและุสุขภาพดี ที่ไม่มีชายที่ไหน

..เมื่อมีขบวนจักรยานปั่นอยู่บนถนนหลวงใน กทม.เช่นดังกล่าวนั้น ทุกเช้า - เย็น ตำรวจจราจรต้องคิดก่อนเลยว่าจะทำอย่่างไร ต่อจากนั้นสารวัตรจราจรทุกท้องที่ต้องคิด ต่อจากนั้นหน่วยงานกฏหมายจราจรต้องคิด ท้ายที่สุดผู้บริหารประเทศต้องคิด เพื่อรองรับผู้ที่ปั่นจักรยานที่เสียภาษีให้รัฐเหมือนกับผู้ที่ขับรถยนต์

..การมีประชาชนปั่นจักรยานไปทำภาระกิจประจำวันมาก ๆ นั้น มีส่วนดีหลายอย่าง แก้ปัญหาได้หลายประการ.


(ความเห็นส่วนตัว..วิจารย์ได้เต็มที่..ขออนุญาตบอกล่วงหน้า "ผมขอไม่โต้แย้ง" ยอมรับในความเห็นต่างโดยดุษฎี..(ผู้ที่คิดหรือทำมีโอกาสผิด..ผู้ไม่คิดไม่ทำไม่มีโอกาสผิด)..)
ผมก็เห็นด้วยครับถ้ามีจักรยานคนขี่จักรยานเต็มไปหมดแล้วทำให้คนมาขี่จักรยาน แต่ทำไมในเมื่อทางจักรยานมีอยู่แล้ว ทางกทม.สร้างทางจักรยานมาแล้วใช้งบประมาณไม่ใช่น้อย ทางกทม.ทำป้ายทางจักรยานบนฟุตบาท เสียงบประมาณปรับปรุง โดยอาศัยพวกเราชาวจักรยานเป็นเครื่องมือ ผลาญกินค่านายหน้าค่างบประมาณกี่มากน้อย แต่ทาง กทม.ไม่ทำหน้าที่ขับไล่ พวกวินมอเตอร์ไซด์ พวกหาบเร่แผงลอย อาศัยฟุตบาทมาขายของ ทั้งที่เป็นน่าที่รับผิดชอบโดยตรง และทำได้เลย ถ้ามีฟุตบาทที่ทำทางจักรยาน เด็กๆนักเรียน ก็สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย ในระยะทางที่ใกล้บ้าน เท่ากับเราปลูกฝังการใช้จักรยานตั้งแต่เด็ก ส่วนที่จะคิดบนถนนนั้นเลิกคิดดีกว่าครับ เพราะมันผิดตั้งแต่การวางผังเมืองแล้วครับ ส่วนที่ผมเห็นขัดแย้งเรื่องจัดงาน car free day นี่ผมแค่มีข้อขัดแย้งตรงที่ว่า ทำไมต้องร่วมกับ กทม. ทั้งที่พวกมันไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาของพวกเราชาวจักรยานเลย และอย่าให้เจ้าหน้าที่กทม. มายืนเสนอหน้าตัดริบบิ้นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ ชาวจักรยานเลยคับ มันน่าด้านไม่มียางอายที่มาบอกเห็นความสำคัญกับจักรยาน แต่มันก็ยังไม่ไปเคลียฟุตบาทโดยตรง ที่มีทางจักรยานอยู่แล้ว แล้วไอ้พวกเทศกิจ ก็ต้องคอยไล่ไม่ให้ขายของไม่ให้ตั้งมาวินบนฟุตบาท แค่ตรงฟุตบาทบนถนนราชดำเนิน มันยังปล่อยให้มาขายสลากกินแบ่งบนทางจักรยานเลยครับ แล้วคนของกทม.เป็นแบบนี่เลวแบบนี้ สันดานสุนัขแบบนี้ คุณยังจะให้มันมาเปิดงานทำงานร่วมกับคนสับปรับ สันดานเลวไม่มีความจริงใจอีกเหรอครับ แค่นี่เราก็ใช้จักรยานไปได้ทุกที่โดยไม่ต้องไปยุ่งกับผิวจราจรเขาแล้วครับ
ปล. ขอโทษนะครับที่ผมใช้คำแรงไป แต่มันสมควรแล้วครับ ที่พวกเจ้าหน้าที่กทม.มันควรได้รับ เพราะมันอาศัยพวกเราชาวจักรจักรยานนี่หละครับมาผลาญงบเงินภาษีของพวกเรา ผมย้ำนะครับแค่มันไล่พวกขายของออกไปมันก็จบแล้วครับ ไล่พวกวินมอเตอร์ไซด์ออกไปจากฟุตบาท
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย bigod_10 »

อีกเรื่องที่ควรรณรงค์นะครับ คือการสร้างห้องอาบน้ำกับที่จอดจักรยานในแต่ละบริษัทและโรงเรียนครับ เพื่อคนที่ขี่จักรยานมาทำงานหรือนักเรียนที่ขี่จักรยานจะได้อาบน้ำก่อนทำงานหรือเข้าเรียน เพราะเมืองไทยเมืองร้อนครับ ผมไม่ได้บอกว่าความคิดผมผิดหรือถูกนะครับ ผมแค่เสนอแนะครับ ประสบการณ์ผมยังน้อย อายุน้อย ความรู้น้อย พวกพ้องมีน้อย แนะนำได้แค่นี้ครับ ตามภาษาของคนโง่ๆที่คิดได้ครับ แต่ถ้าคนฉลาดๆ มีประสบการณ์เยอะ ติดกับวิชาการแล้วทำไม่ประสบความสำเร็จแล้วหละก็ ลองทำวิธีบ้านบ้านของคนโง่ๆบ้างก็ได้นะครับ เพราะผมเชื่อว่า ความคิดที่ไม่มี่เรื่องเงินๆทองๆ มาเกี่ยวข้องจะมองได้ทะลุปุโปร่งกว่าสายตานักวิชาการที่มีความรู้เต็มหัวแต่เงินมันบังตานะครับ จะได้ไม่ต้องแตกแยกจาก ชมรม เป็นสมาคมเป็นกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ อะไรแบบนี้ คนโง่อย่างผมฟังแล้วปวดหมองมีแต่คนอยากแย่งงบโอ้ยไม่ใช่สิแย่งกันทำงาน55 ความรู้ผมไม่มี มีแต่ความจริงใจกับชาวจักรยานครับผม
รูปประจำตัวสมาชิก
ลุงเนตร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 19650
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 19:20
Tel: 0898133936
team: อิสระ
Bike: Trek 3900, Dark Rock ทัวร์ริ่ง
ตำแหน่ง: ๔๖๕ ซอยจ่าโสด ถนนทางรถไฟเก่า แขวง,เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐
ติดต่อ:

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย ลุงเนตร »

"..เห็นด้วยกับความคิดของคุณ..bigod_10 ครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*
bikemmm
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 384
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 09:10
team: TCC
Bike: MTB futirism

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย bikemmm »

:D
รูปประจำตัวสมาชิก
wichaiyainirut
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 22
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2012, 11:18
team: ชมรมขาสั้นปั่นเล่น
Bike: trek 8500,bianchi impulso

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย wichaiyainirut »

ผมขอแสดงความคิดเห็นสักนิด เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ควรจะอยู่บนพื้นฐานของคำว่าสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งมันก็บอกความหมายในตัวของมันเองอยู่แล้วการที่จะมีใครจะมานำหรือไม่มานำมันก็อยู่บนมุมมองของแต่ละคนจะคิด ถ้าเราคิดบวกทุกอย่างมันก็จบไม่ว่าใครจะใช้พื้นที่ตรงไหนทำอะไรโดยเคารพซึ่งกันและกันมันก็จบ พื้นที่ทุกพื้นที่มันก็อยู่ของมันที่เดิมตลอด24ชั่วโมงอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไรก็เท่านั้น อยู่ที่การจะบริหารจัดการให้มันมีประโยชน์สูงสุดกับทุกกลุ่มโดยใช้ร่วมกันอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อย่าไปว่าใครเลยครับเพียงแต่ถ้าเรามีมุมมองที่ดีๆจะเสนอก็เสนอไปเพื่อพัฒนาเมืองไทยให้เจริญขึ้นครับ[/size]
รูปประจำตัวสมาชิก
oopmtb
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 157
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2009, 11:10
Tel: 08-0945-2251
team: จักรยานเพื่อสุขภาพไทย
Bike: เสือหมอบ
ตำแหน่ง: สุขสวัสดิ์

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย oopmtb »

ลุงเนตร เขียน:"..ปี ๒๕๑๐ ถึง ๒๕๒๓ ผมขึ้นรถเมล์จากโพธิ์สามต้น ฝั่งธน ไปทำงานที่โรงงานมักกะัน ประตูน้ำ ลำบากมาก ไม่มีที่นั่ง ยืนเบียดเสียด รถติดเสียสุขภาพกายและสุขภาพจิต..ปี ๒๕๒๔ เลิกขึ้นรถเมล์ ซื้อจักรยานมาปั่นไปทำงาน โดยไม่สนใจว่าบนถนนมีรถวิ่งกันอยู่มากมายเพียงใด ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปั่นจนออกจากงาน ปี ๒๕๔๓ และจนปัจจุบัน ก็ยังปั่นอยู่ทั้งใน กทม.และ ตจว.

..การปั่นจักรยานไปทำงานหรือไปทำภาระกิจ เพียงไม่สบายกายเท่านั้น แต่สะดวก สบายใจ กายลำบากเท่ากับได้ออกกำลังกาย แล้วสุขภาพดี

..จากประสบการณ์ที่ปั่นจักรยานบนถนนหลวงมา ๓๑ ปี ผมอนุมาณได้ว่า รถทุกชนิด ทุกคัน ที่ขับกันอยู่บนถนนขวักไขว่ไปมาบางถนนหนาแน่นตัดขัด บางถนนโล่งลื่นไหล ต่างขับกันอยู่บนพื้นฐานการระวังไม่ให้ชนกับรถคันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถอะไร แม้แต่จักรยาน หรือสิ่งกีดขวางใด ๆ ที่ตกหล่นอยู่บนถนน ต่างต้องเบรคชลอความเร็ว แล้วหลบเลี่ยงไป

..อุบัติเหตุรถชนกันนั้น เป็น % น้อยมากในแต่ละวัน บริษัทประกันภัยรถยนต์รวยกันเละมานานแล้ว เพราะคนขับรถทุกคันต่างระวังกันอย่างยิ่งในการบังคับรถเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ให้ชนกับคันอื่น

..เมื่อจักรยานลงไปเป็นส่วนหนึ่งของถนน ผู้ขี่ต้องมีความสามารถควบคุมรถได้เป็นอย่างดีรู้ว่าปั่นอย่างไรจึงอยู่ในภาวะปลอดภัย รู้ว่ารถแต่ละชนิดบนถนนเขาขับกันอยู่อย่างไร เราจะต้องปั่นในลักษณะไหน ต้องปฏิบัติตามกฏจราจร และให้สัญญาณมือทุกครั้งที่จะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องทางหรือหยุด เท่านั้นแหละครับที่ผมปั่นอยู่ได้ถึงวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ เีสียวอยู่ประจำ ถึงขนาดสวดมนต์ปลอบใจไปพลาง ๆ ด้วยเชียวแหละ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่ง่าย แต่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

..จากประสบการณ์ดังกล่่าวข้างต้น ลองคิดตามดูนะครับว่า ถ้าเช้าขึ้นชาวจักรยานจากจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน ๓๐ คน/คัน ปั่นกันเป็นขบวนแถวตอนเรียงสามไปตลอดทาง ใช้พื้นที่ ๑ ช่องทางจราจร ใช้ความเร็ว ๑๕ - ๒๐ ก.ม./ช.ม. ใส่ชุดปั่นสีเห็นไกล เข้าไปยังท้องสนามหลวง ย่อมทำได้ เพราะอยู่ในหลักการข้างต้นที่คนขับรถทุกคันต่างระวังไม่ให้ขับรถชนสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั่นเอง เขาต่างต้องชลอความเร็ว เบี่ยงหลบแซงไป หลบไม่ได้ก็ต้องขับตามอยู่ข้างหลัง

..ในทำนองเดียวกัน หากมีจำนวนมากขึ้นเป็น ๑๐๐ หรือ ๑๐๐๐ คัน หรือหมื่นคัน (ดังเช่นวันคาร์ฟรีเดย์ปีที่ผ่านมา) ทุกถนน ของช่วงเช้าและเย็น รถยนต์ทุกชนิดก็ต้องขับอยู่ในลักษณะดังกล่าวข้างต้น

..ในอนาคตเมื่อมีจักรยานปั่นอยู่บนถนนในลักษณะดังกล่าวมาก ๆ รถยนต์เคลื่อนตัวไปได้ช้าเท่ากับความเร็วของจักรยาน คนขับรถยนต์ก็คงจะได้คิดสักวันว่า "ขายรถยนต์คันละ ๕ แสน แล้วซื้อจักรยานคันละ ๑ แสน ปั่นทำงานบ้างดีกว่า ยังเหลือเงินเก็บอีกตั้ง ๔ แสน แล้วได้ออกกำลังกาย มีสุขภาพดีทั้งกายและใจอีกด้วย

..ในอนาคต ถนนใน กทม.ก็จะเต็มไปด้วยจักรยาน รถยนต์ก็จะเหลือน้อยลง ทางเฉพาะจักรยานมีขึ้นแล้วจากน้ำมือ น้ำพัก น้ำแรง ของชาวจักรยาน ถึงวันนัี้นชาวจักรยานจะได้รับความภูมิใจและุสุขภาพดี ที่ไม่มีชายที่ไหน

..เมื่อมีขบวนจักรยานปั่นอยู่บนถนนหลวงใน กทม.เช่นดังกล่าวนั้น ทุกเช้า - เย็น ตำรวจจราจรต้องคิดก่อนเลยว่าจะทำอย่่างไร ต่อจากนั้นสารวัตรจราจรทุกท้องที่ต้องคิด ต่อจากนั้นหน่วยงานกฏหมายจราจรต้องคิด ท้ายที่สุดผู้บริหารประเทศต้องคิด เพื่อรองรับผู้ที่ปั่นจักรยานที่เสียภาษีให้รัฐเหมือนกับผู้ที่ขับรถยนต์

..การมีประชาชนปั่นจักรยานไปทำภาระกิจประจำวันมาก ๆ นั้น มีส่วนดีหลายอย่าง แก้ปัญหาได้หลายประการ.


(ความเห็นส่วนตัว..วิจารย์ได้เต็มที่..ขออนุญาตบอกล่วงหน้า "ผมขอไม่โต้แย้ง" ยอมรับในความเห็นต่างโดยดุษฎี..(ผู้ที่คิดหรือทำมีโอกาสผิด..ผู้ไม่คิดไม่ทำไม่มีโอกาสผิด)..)
เห็นภาพเลยครับ ทุกวันนี้รถเยอะขึ้น ถ้ามีคนคิดอย่างนี้สึก 1 ใน 4 ผมว่าก็น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงไปบ้างล่ะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
bigod_10
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 898
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
team: ไม่มี
Bike: specailized rockhopper

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย bigod_10 »

wichaiyainirut เขียน:ผมขอแสดงความคิดเห็นสักนิด เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ควรจะอยู่บนพื้นฐานของคำว่าสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งมันก็บอกความหมายในตัวของมันเองอยู่แล้วการที่จะมีใครจะมานำหรือไม่มานำมันก็อยู่บนมุมมองของแต่ละคนจะคิด ถ้าเราคิดบวกทุกอย่างมันก็จบไม่ว่าใครจะใช้พื้นที่ตรงไหนทำอะไรโดยเคารพซึ่งกันและกันมันก็จบ พื้นที่ทุกพื้นที่มันก็อยู่ของมันที่เดิมตลอด24ชั่วโมงอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไรก็เท่านั้น อยู่ที่การจะบริหารจัดการให้มันมีประโยชน์สูงสุดกับทุกกลุ่มโดยใช้ร่วมกันอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อย่าไปว่าใครเลยครับเพียงแต่ถ้าเรามีมุมมองที่ดีๆจะเสนอก็เสนอไปเพื่อพัฒนาเมืองไทยให้เจริญขึ้นครับ[/size]
ใช่ครับแต่การบริหารจัดการ ของ กทม มันทุจริต เก็บเงินค่าขายของจากแม่ค้าไม่ได้เข้างบแผ่นดิน กินใต้โต๊ะกัน แถม ตั้งงบประมาณ มาสร้างทางจักรยานมาปรับปรุงทางจักยาน ผมไม่ได้บอกว่าคาร์ฟรีเดย์ไม่ดี เพียงแต่ว่าทำมาทุกปีแล้วกทม มันไม่ปรับปรุงอะไรเลย แถมมาเลยหน้าลอยตาให้สัมภาษย์อีกอย่างงี้ผมรับไม่ได้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือเอ๋ฅน...ครยก
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2176
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 09:02
Tel: 089-9025110
team: ฅน...ครยก , ชมรมจักรยานฯนครนายก
Bike: GT Outport

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย เสือเอ๋ฅน...ครยก »

wichaiyainirut เขียน:ผมขอแสดงความคิดเห็นสักนิด เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ แต่ควรจะอยู่บนพื้นฐานของคำว่าสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งมันก็บอกความหมายในตัวของมันเองอยู่แล้วการที่จะมีใครจะมานำหรือไม่มานำมันก็อยู่บนมุมมองของแต่ละคนจะคิด ถ้าเราคิดบวกทุกอย่างมันก็จบไม่ว่าใครจะใช้พื้นที่ตรงไหนทำอะไรโดยเคารพซึ่งกันและกันมันก็จบ พื้นที่ทุกพื้นที่มันก็อยู่ของมันที่เดิมตลอด24ชั่วโมงอยู่แล้ว เพียงแต่ใครจะใช้ประโยชน์จากมันอย่างไรก็เท่านั้น อยู่ที่การจะบริหารจัดการให้มันมีประโยชน์สูงสุดกับทุกกลุ่มโดยใช้ร่วมกันอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด อย่าไปว่าใครเลยครับเพียงแต่ถ้าเรามีมุมมองที่ดีๆจะเสนอก็เสนอไปเพื่อพัฒนาเมืองไทยให้เจริญขึ้นครับ[/size]
+10 ครับ
วาดฝันบนหลังอาน ปั่นผ่านคืนและวัน หลงไหลบนโลกกว้าง สุดทางคือ........บ้านเรา!!!!
รักธรรมชาติ สวนเกษตร ชอบความสงบ ที่พักสบาย ลานกางเต้นท์ติดเขา กิจกรรมผจญภัย คิดถึงเรา"บ้านสวนชญานันทน์โฮมสเตย์" นครนายก
https://www.facebook.com/bansuanchayanan
รูปประจำตัวสมาชิก
veenono
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 15565
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
Tel: 089 776-9110
team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย veenono »

มันเป็นวัฎจักรครับ

แรกๆจักรยานต้องเกาะกระแสทุกอย่างเพื่อให้คนสนใจ
ทั้งกิจกรรม สื่อ ดารา ข้าราชการ หรือแม้แต่นักการเมือง

เวลาผ่านไป
กิจกรรม สื่อ ดารา ข้าราชการ หรือแม้แต่นักการเมือง
ต้องมาเกาะกระแสจักรยานเพื่อให้คนสนใจ



.
ตอนนี้คนหมู่มากต่างหันมาสนใจจักรยานเพิ่มมากขึ้น
ทุกการรณรงค์ต่างมีผลทั้งนั้นครับ ทั้งบุคคล กลุ่มคน
ข้าราชการ สื่อ ดารา นักการเมือง ทุนวิจัย
การจัดกิจกรรมผมว่าก็อยู่ที่ความคุ้มทุนที่ลงไปครับ
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
รูปประจำตัวสมาชิก
บังโหลด
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2610
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:38
Tel: 0611758765
team: Setoi Ethanol & BikE CorneR ShoP SatuN/เสือสะโตย เอธานอล E85
Bike: TREK520#2014
ตำแหน่ง: BIKE CORNER 181 ม.7 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล 91000
ติดต่อ:

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย บังโหลด »

ความคิดพี่bigod_10 นี่แซ่บเว่อร์ จริง ๆ :idea:
ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร__ มารยาทส่อสันดาน...ชาติเชื้อ
โคลงโลกนิติ


LINE ID:bungload
รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

รายงานความคืบหน้าค่ะ....

วันศุกร์ 14 มิ.ย.56
จังหวัด พิษณุโลก

ณ ห้องประชุมรร.อนุบาลโรจนวิทย์ พิษณุโลก http://www.rojanawit.com/
เวลา 13.00 น.

คุณอนุวัฒน์ สร้อยนาค 081-888-3665 ประสานงาน

รับความร่วมมือ ร่วมปรึกษาหารือ รับฟังปัญหา ข้อเสนอขอแต่ละพื้นที่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมความร่วมมือกัน
ขอขอบคุณ ชมรมจักรยานเพื่อสขุภาพพิษณุโลก , ชมรมจักรยานพิษณุโลก , ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพอำเภอกงไกรลาส สุโขทัย , ชมรมชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก , ชมรมจักรยานโกรกพระ นครสวรรค์ , ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพพิจิตร , ชมรมจักรยานพิจิตร , ชมรมจักรยานเทศบาลตำบลหัวรอ, ชมรมจักยานสี่สายน้ำ นครสวรรค์, ชมรมจักรยานแอร์พอร์ตกรุ๊ป พิษณุโลก , ชมรมจักรยานกำแพงเพชร , ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพด่านช้าง จ. เลย

ขอขอบพระคุณ คุณอัคนี ศุขโรจน์ ผู้บริหารโรงเรียนนอุบาลโรจนวิทย์ พิษณุโลก เปิดห้องประชุม รับรองดูแลอาหารเครื่องดื่มเป็นอย่างดี

พรุ่งนี้พบกันทึ่จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ...


รูปภาพ

รูปภาพ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

วันเสาร์ 15 มิ.ย.56
จังหวัด เชียงใหม่
ณ ห้องประชุมสถาบันแมคเคน
เวลา 13.00 น.
คุณกฤษดา กำแพงแก้ว 081-881-5621 ประสานงาน


รับความร่วมมือ ร่วมปรึกษาหารือ รับฟังปัญหา ข้อเสนอขอแต่ละพื้นที่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมความร่วมมือกัน
ขอขอบคุณ สถาบันแมคเคน ชมรมจักรยานรักเชียงใหม่ใช้จักรยาน ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ ชมรมส,สะพานดำน้ำกวง ชมรมจักรยานริมปิง ลำพูน ชมรมจักรยานรบพิเศษค่ายขุนเณร ดรีมทีมสันทราย เสือสันทรายเครือข่ายจักรยานสันทราย สันป่าตอง ดอยสะเก็ด สันทราย สันกำแพง ลำพูน แม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง เชียงราย

ขอขอบพระคุณ ผู้บริหารสถาบัน อาจารย์อัจฉรา เชียรวิชัย สนับสนุนสถานที่ประชุม รับรองดูแลอาหารเครื่องดื่มเป็นอย่างดี



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

Re: เริ่มแล้ว!!Car Free Day 2013 ร่วมระดมความร่วมมือทั่วประเทศ 14 มิ.ย -7 ก.ค.56

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

อาทิตย์ 16 มิถุนายน 2556
จังหวัด ขอนแก่น
ณ ห้องประชุม ศูนย์เยาวชนและครอบครัว เทศบาลนครขอนแก่น
เวลา 13.00 น.
คุณเก่ง 081-544-7799 ประสานงาน


รับความร่วมมือ ร่วมปรึกษาหารือ รับฟังปัญหา ข้อเสนอขอแต่ละพื้นที่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมความร่วมมือกัน
ขอขอบคุณ เครือข่ายชมรมจักรยานจังหวัดขอนแก่น ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดขอนแก่น ชมรมเขาสวนกวง ชมรม Tool Toul To ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพมหาสารคาม ชมรมจักรยานแก้งคร้อ ชัยภูมิ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดหนองบัวลำภู สพช, หนองบัวลำภู ตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดเลย ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดร้อยเอ็ด ชมรมจักรยานไดโนไบค์กาฬสินธุ์

ขอขอบพระคุณ คุณเก่งนครินทร์แหล่งรถ สุรพงศ์ ใจเมือง สนับสนุนประสานสถานที่ประชุม รับรองดูแลอาหารเครื่องดื่มเป็นอย่างดี


รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”