โจทย์คือปกติ พี่ๆเขาปั่นทางราบ ระยะ ไม่เกิน 80 กม ความเร็วเดินทาง 30 ก็เต็มกลืนแล้ว
เพราะจักรยานเป็น วินเท็จหนักสิบกว่าโล จานหน้า 50/42 เฟืองหลัง 12/25
เป็นไงครับ หนัก ทั้งรถ ทั้งเกียร์ ใช่ใหมครับ
จานหน้าก็ไม่ใช่จาน คอมเพ็ค
ไปดูกันว่า เราเตรียมตัวเช่นไร กับ ภาระกิจ ปั่นขึ้นเขาใหญ่ในครั้งนี้
เช็คสภาพรถพร้อม อบอุ่นร่างกายก่อนปั่น 5 นาที ปั่นทางราบเกียร์เบาๆ อีก 5 นาที
จากนั้นเช็คของส่วนตัว ยางใน ที่สูบ ครบ ก็พร้อมปั่นขึ้นเขาครับ

หากเพิ่งขึ้นเขาใหญ่ครั้งแรก แนะนำให้ขึ้นจากฝั่งปราจีน ที่ถึงแม้จะมีระยะทางยาวกว่าฝั่งปากช่องมาก แต่ความชันจะมีต่อเนื่อง และ ชันน้อยกว่า เหมาะที่จะใช้เริ่มต้นในการฝึกปั่นขึ้นเขาครับ
ปั่นขึ้นเขา ในการเริ่ม เราจะเริ่มปั่นด้วยเกียร์ที่เราปั่นสบายที่สุด ไม่ต้องสนใจความเร็ว แต่ในเน้นที่เราออกแรงแล้ว เรารู้สึกไม่อึดอัดมากนัก ปั่นไปแบบนี้ สักครึ่งชั่วโมงก่อน เพื่อเป็นการประเมิน พลัง และ ความสามารถของ ทั้งคน และ รถ ในการปั่นให้จบ ระยะทางที่ได้วางแผนไว้
โดยในการปั่น เราจะให้ ผู้ที่มี ร่างกายแข็งแรงน้อยกว่า และ รถหนักกว่า ปั่นอยู่ ด้านหน้ากลุ่ม เพื่อให้เป็นการ ควบคุมความเร็ว มิให้ขาแรง เป็นผู้ตั้งความเร็วในการเดินทาง มิเช่นนั้นแล้ว หากความเร็วมากจนเกินไป ก็จะทำให้ผู้ตามที่ทั้ง แรงน้อยกว่า หรือ รถหนักกว่า ทรมาน จากการปั่นที่หนักหน่วงเกินความจำเป็น



โดยที่เราจะนั่งไปด้านท้ายเบาะ นิดนึง และ เหยียดแขนตึง สักนึดนึง
เพื่อ ให้ช่วงลำตัว ที่ความมั่นคง เวลาออกแรง ถีบ ดันลูกปันไดไปข้างหน้า
จะทำให้หัวเข่า และ กล้ามเนื้อท่อนบนด้านหน้าของขาเรา ทำงานหนักมาก เกิดอาการปวดเข่า และ ตะคิวรับประทานได้
เราจึงนิยม ใช้การดันลูกบันได จากการออกแรงกล้ามเนื้อท่อนขาบนด้านหลัง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ติดตัวทุกคนตามปกติ มาช่วยสร้างแรงดันลูกบัน ช่วยลดการทำงาน ของหัวเข่า และ กล้ามเนื้อขาท่อนบนด้านหน้า เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อย่าไปปเน้นดันมากจนเกินความพอดี มิเช่นนั้นแล้ว ตะคิวจะถามหา)
ครั้งแรกอย่าเพิ่งห้าว ปั่นจานหน้าใบเล็กไปเรื่อยๆก่อน และใช้การเปลี่ยนเกียร์ด้านหลัง เป็นการควบคุมระดับการออกแรง ให้คงที่และ สม่ำเสมอ
จุดนี้ สำคัญมาก เพราะร่างกายจะทำงานได้ดี ไม่เหนื่อยมาก หากเราควบคุมระดับการออกแรงให้ คงเส้นคงวาได้ตลอดรอดฝั่ง
เวลาเจอเนินที่ชันจริงๆ เราจะได้มีแรงเหลือไว้ ค่อยๆพาตัวเราผ่านไปได้อย่างใจเย็นๆ ดูหอยทากในป่าเป็นตัวอย่างได้

ภาพจากใครก็ไม่รู้ในกูเกิล
การปั่นขึ้นเขา เนื่องจากความเร็วไม่มาก แต่มีการออกแรงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้อง นั่งปั่นท่าหมอบก้มต่ำ ให้ลู่ลม
แต่ให้นั่งปั่นหลังไม่ต้องก้มมาก นอกจากจะหายใจสะดวก ในด้านการระบายความร้อนของร่างกายก็ทำได้ดี เพราะ ลำตัวผู้ปั่นสัมผัสอากาศเย็นได้ดีกว่าการนั่งหลบลม
อีกทั้ง การนั่งปั่นไม่ก้มหลังมาก เราจะสามารถออกแรงดันลูกบันไดได้ดี
เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณ หลัง เอว และ สะโพก ทำงานได้ต่อเนื่องเกื้อกูลกัน
ส่งผลให้ ลำตัวผู้ปั่นมีความมั่นคง ไม่โยกเยก การออกแรงดันลูกบันไดของขาทั้งสองข้าง จึงถ่ายทอดสู่จักรยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่สูญเสียแรงปั่นไปซ้ายที ขวาที กับลำตัวที่ โยกเยก



ปั่นขึ้นเขาใหญ่ ปั่นง่ายๆ ปั่นสบายๆ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ครับ


จบทริป เขาใหญ่ มือใหม่ ปั่นสบาย ไม่ลงเข็น ไม่เป็น ตะคิว
ปล
ควรทานน้ำ ทุก 5-10 นาที ตามสะดวก ในการดึงกระติกน้ำดื่ม ควรกระทำบริเวณเส้นทางที่ชันไม่มาก ปั่นได้สบายๆ
จะได้ปลอดภัยจากการเสียการทรงตัว หากอากาศร้อน ลมไม่โกรก เนื่องจากปั่นทำความเร็วไม่ได้ จากเนินชัน
แนะนำ รูดซิบเสื้อลง รับลม ลดความร้อนแก่ร่างกายครับ
แต่ สุภาพสตรี หากรูดซิปลงมาก อาจทำให้ ฮาร์ตเร็ต เพื่อนร่วมทางที่เป็นสุภาพบุรุษ ขึ้นสูง เป็นอัตรายต่อผู้ปั่นได้
ลืมบอก ตอนขากลับ ลงเขา เวลาเบรค ให้เบรคก่อนถึงโค้ง ด้วยการกำเบรคทั้งสองข้าง
หากอยู่ในโค้ง แล้วรถยังเร็วอยู่อย่าตกใจ
ให้เบรคเบาๆ ค่อยๆเลี้ยว ก้มตัวต่ำๆ จุดศูนย์ถ่วงจะได้ต่ำ ช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น
และ ถ้าไม่ชัวร์ ก็อย่าลงเร็ว จบ......