ใช้แรงเท่ากันและเหนื่อยเท่ากันครับ ที่รอบ100 ความเร็ว35เท่ากันtoesuke เขียน:ขอเพิ่มเติมคำถามหน่อยนะครับ จากข้อมูลของคุณ super bikesuper bike เขียน:ใช่ครับ ถ้ารถคันเดิมแล้วคุณเปลี่ยนแต่ล้อ จาก406เป็น451 451ใช้รอบขาน้อยกว่า406 ครับCookiebike เขียน:ในเรื่องระยะทาง 451 ใช้รอบขาน้อยกว่า 406 หน่อย ไม่ต่างกันมาก แต่ก็รู้สึกได้
แต่ 406 ก็เปลี่ยนขาจานให้ใหญ่ขึ้นได้ เช่น 451ใช้ขาจาน53 เฟืองหลัง11 406ใส่ขาจาน56 เฟืองหลัง11 คนขี่คนเดียวกัน
ผมว่า 406น่าจะใช้รอบขาน้อยกว่า451แล้วนะครับ ถ้าใช้แรงเท่ากันและรอบขาเดียวกัน ล้อเล็กหมุนได้เร็วกว่าล้อใหญ่
ดังนั้นล้อเล็กจึงถ่ายเทพลังงานสู่พื้นได้เร็วกว่าล้อใหญ่ ถ่ายเทพลังงานเร็วย่อม เร็วกว่า ถ่ายเทพลังงานช้าครับ
ถ้ามองว่าล้อเล็กแพ้ล้อใหญ่ เท่ากับ คิดลบกับล้อเล็ก จะไม่มีโอกาสสู้ล้อใหญ่ได้เลย
ส่วน Dr.Alex Moulton คิดบวก ผลคือรถ Alex Moulton เป็นเจ้าของสถิติรถจักรยานที่เร็วที่สุดและเป็นรถจักรยานที่แพงที่สุดด้วย
ส่วนผมคิด win-win ครับ คือผมเล่นรถคันไหนคันนั้นต้องแต่งให้แรง
เล่นหมอบ เคยทำทีมแข่งได้ถ้วยชนะเลิศหลายใบ
เล่นภูเขา เคยทำทีมแข่ง เป็นแช้มป์ประเทศไทย ภายใน1ปี
เล่นรถเล็ก เคยได้ถ้วยชนะเลิศสนามจ้าวความเร็วทางเรียบ ชนะเสือหมอบและเสือภูเขา
อยากถามว่า ถ้าเราทดรอบใบจาน หรือเฟืองหลังเพื่อให้สามารถทำความเร็วให้เท่ารถใหญ่เนี่ยผมเข้าใจอยู่ครับว่ามันสามารถทำได้
แต่ในข้อสงสัยของผมก็คือ ถ้าเราเซ็ทรถเล็กให้สามารถมี องศาการขี่ที่เทียบเท่ากับเสือหมอบ และใบจานกับเฟืองหลังสามารถชดเชยความเล็กของล้อ
จนทำให้รอบขาการปั่นที่เท่ากันกับรถใหญ่ สมมุติว่าคนคนเดียวกัน
-ขี่รถเล็กที่รอบขา100ในเกียรใดๆก็ตามได้ความเร็วที่35
-และขี่รถใหญ่สมมุติว่าเป็นเสือหมอบ ขี่ที่รอบขา100เหมอนกันในเกียรใดๆก็ตามที่ได้ความเร็ว35
ระหว่าง2ตัวอย่างที่ยกมานี้ คนๆนั้นจะใช้แรงเท่ากันไหมครับ
ผมเคยเข้าใจว่าคนที่ขี่รถเล็กจะเหนื่อยกว่าและใช้แรงขาในการควงบันไดเยอะกว่าผมเข้าใจถูกไหมครับ
แต่ถ้ารถเล็กใช้เกียร์และเฟืองท้ายเดียวกันกับรถใหญ่ รถเล็กที่ความเร็วสูงๆเกิน40ขึ้นไป
ใช้เกียร์หมดก็จะใช้รอบขาสูงขึ้น จะเหนื่อยกว่าตรงนี้ครับ
แต่นักแข่งรู้ จึงเปลี่ยนจานหน้าเป็น56,58หรือ60เพื่อชดเชยรอบขา บางคนก็ลดเฟืองท้ายลงเหลือ9แต่อันหลังคนไม่นิยมเพราะเกรดต่ำ และ
(ที่GIเดียวกันเฟืองท้ายยี่งเล็ก ยิ่งถ่ายเทพลังงานยากกว่าเฟืองท้ายใหญ่)