มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ขอเสนอความเห็นเรื่องอื่นๆครับ
กระเป๋าแขวนข้างตะแกรง ควรเลือกใช้แบบกันน้ำ
ผู้ที่ต้องใช้งานหนักแนะนำให้ใช้ของดี เพราะอายุการใช้งานยาวนานกว่า และตัดปัญหาระหว่างการเดินทาง
กระเป๋ากันน้ำจะลดความยุ่งยากหลายอย่างเมื่อต้องอยู่ที่โล่งท่ามกลางฝนตกหนัก ในขณะเดินทางหรือพักผ่อน
ส่วนการจะใช้กระเป๋าคู่หน้าหรือไม่อยากให้ลองใช้คู่หลังเดินทางจริงดูก่อน เพราะเท่าที่เห็นมา
คนส่วนใหญ่มักจะใส่น้ำหนักมากเกินจำเป็นในช่วงแรกของการเดินทาง
ส่วนตัวถ้าไม่ต้องการทำอาหารกินเอง และ ขนคอมพิวเตอร์พกพาไปด้วย ผมไม่ใช้กระเป๋าคู่หน้า
การเพิ่มกระเป๋าคู่หน้าโดยใส่ของน้อยจะเพิ่มน้ำหนักโดยไม่คุ้ม
ถ้ากระเป๋าหลังเต็มเกินไปบ้างเล็กน้อย ย้ายเต๊นออกมาไว้บนตะแกรงแล้วใช้กระเป๋าหลังให้เต็มที่ก่อนดีกว่า
กระเป๋าแขวนข้างตะแกรง ควรเลือกใช้แบบกันน้ำ
ผู้ที่ต้องใช้งานหนักแนะนำให้ใช้ของดี เพราะอายุการใช้งานยาวนานกว่า และตัดปัญหาระหว่างการเดินทาง
กระเป๋ากันน้ำจะลดความยุ่งยากหลายอย่างเมื่อต้องอยู่ที่โล่งท่ามกลางฝนตกหนัก ในขณะเดินทางหรือพักผ่อน
ส่วนการจะใช้กระเป๋าคู่หน้าหรือไม่อยากให้ลองใช้คู่หลังเดินทางจริงดูก่อน เพราะเท่าที่เห็นมา
คนส่วนใหญ่มักจะใส่น้ำหนักมากเกินจำเป็นในช่วงแรกของการเดินทาง
ส่วนตัวถ้าไม่ต้องการทำอาหารกินเอง และ ขนคอมพิวเตอร์พกพาไปด้วย ผมไม่ใช้กระเป๋าคู่หน้า
การเพิ่มกระเป๋าคู่หน้าโดยใส่ของน้อยจะเพิ่มน้ำหนักโดยไม่คุ้ม
ถ้ากระเป๋าหลังเต็มเกินไปบ้างเล็กน้อย ย้ายเต๊นออกมาไว้บนตะแกรงแล้วใช้กระเป๋าหลังให้เต็มที่ก่อนดีกว่า
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
-
สนั่น อันทเกตุ
- ขาประจำ
- โพสต์: 2779
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 14:51
- ติดต่อ:
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ถ้าน้ำหนักมาก
บางทีผมจะใส่กระเป๋าคู่หน้าด้วย
รู้สึกว่าน้ำหนักมันบาลานซ์-ควบคุมรถง่าย ครับ
บางทีผมจะใส่กระเป๋าคู่หน้าด้วย
รู้สึกว่าน้ำหนักมันบาลานซ์-ควบคุมรถง่าย ครับ
"ลูกอิสานพลัดถิ่น จากแดนดินไหปลาแดก เร่ร่อนรอนแรมเดินทางดั้นด้น มาสู่โคนต้นสะตอ ณ เรือนเวียงวิมาน(รูปประจำตัว)คือที่มั่นสุดท้ายของข้าฯ"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ
คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ
คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
-
Rit by Tanin
- ขาประจำ
- โพสต์: 1977
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2012, 08:33
- ติดต่อ:
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
สวัสดีตอนบ่ายพร้อมกาแฟร้อนๆ แต่คุยกันเรื่องเย็นๆ เหมือนว่าจะได้ไปปั่นเที่ยว ตอนนี้บ้านผมฝนกำลังตก
เข้าเรื่องด้วยคน จริงก็เห็นด้วยกับทั้งสองท่าน พี่อำนาจกับอ.สนั่น
แต่ผมว่าหากเป็นไปได้ กระเป๋าคู่หลังคู่เดียวก็ไปได้เป็นเดือนสบายๆ
ตอนนี้ผมไม่เอา NB ติดตัวแล้วแต่พก iPad mini ไปแทน
กระเป๋าคู่หน้าผมจะได้ใช้ก็ต่อเมื่อเป็นทริปที่อากาศหนาวๆ มีถุงนอนหรือเต้นท์ด้วย
คือต้องเอาชุดกันหนาวไปด้วย เพราะมันกินพื้นที่มาก ไม่ได้หนักอะไรมากขึ้นนัก
แต่มันกินพื้นที่ กระเป๋าคู่หลังไม่มีที่เพียงพอ แต่จริงๆ หากเป็นทริปภูเขาสูงชันตลอด
มีกระเป๋าคู่หน้าก็ทำให้รถมั่นคงดีเหมือนกันครับ โดยเฉพาะตอนขึ้นเขาชันๆ
กระเป๋าคู่หน้าทำให้รถนิ่งขึ้นเยอะ และล้อหน้าก็ไม่ลอย
เข้าเรื่องด้วยคน จริงก็เห็นด้วยกับทั้งสองท่าน พี่อำนาจกับอ.สนั่น
แต่ผมว่าหากเป็นไปได้ กระเป๋าคู่หลังคู่เดียวก็ไปได้เป็นเดือนสบายๆ
ตอนนี้ผมไม่เอา NB ติดตัวแล้วแต่พก iPad mini ไปแทน
กระเป๋าคู่หน้าผมจะได้ใช้ก็ต่อเมื่อเป็นทริปที่อากาศหนาวๆ มีถุงนอนหรือเต้นท์ด้วย
คือต้องเอาชุดกันหนาวไปด้วย เพราะมันกินพื้นที่มาก ไม่ได้หนักอะไรมากขึ้นนัก
แต่มันกินพื้นที่ กระเป๋าคู่หลังไม่มีที่เพียงพอ แต่จริงๆ หากเป็นทริปภูเขาสูงชันตลอด
มีกระเป๋าคู่หน้าก็ทำให้รถมั่นคงดีเหมือนกันครับ โดยเฉพาะตอนขึ้นเขาชันๆ
กระเป๋าคู่หน้าทำให้รถนิ่งขึ้นเยอะ และล้อหน้าก็ไม่ลอย
Rit จักรยานทัวริ่งไว้ปั่นเที่ยวทางไกล Rit
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ขอเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่นะครับ
อยากถามต่อ เราทัวร์ริ่งโดยทั่วไปแล้วต้องแบกทุกสัมภาระกันทุกคน จะมากน้อยก็อยู่ที่ความจำเป็น
ของแต่ละบุคคล สมมุติว่าบรรทุกนน. 30 กิโล อยากทราบว่า
1. จะแบ่งบรรทุกด้านหน้าเท่าไร ด้านหลังเท่าไร การปั่นจะสมดุลย์ที่สุดทั้งทางราบและทางภูเขา หรือ
ทางราบบรรทุกอย่างหนึ่ง ทางขึ้นเขาบรรทุกอีกอย่างหนึ่ง
2. จุดศูนย์ถ่วงหน้า - หลัง
ด้านหน้าก่อน มีกระเป๋าหน้าแฮนด์ , ตะแกรงหน้า , และตะแกรงข้างล้อหน้า (ผมสังเกตถ้าใส่ของ-
ในกระเป๋าหน้าแฮนด์มากเวลาขึ้นเขาบังคับรถยาก) ถึงคำถาม
จากข้อหนึ่งเมื่อแบ่งน้ำหนักมาด้านหน้าแล้ว การกระจ่ายน้ำหนัก ไปยังสามจุด ควรกระจ่ายน้ำหนัก
อย่างไร (กระเป๋าหน้าแฮนด์ , ตะแกรงหน้า , ตะแกรงข้างล้อ)
3.จุดศูนย์ถ่วงหลัง
ตั้งบนตะแกรงหลัง , เกี่ยวด้านข้าง ซ้าย-ขวา คำถามที่หนึ่ง
จะแบ่งน้ำหนักอย่างไร ระหว่าง ตั้งบนตะแกรง กับกระเป๋าซ้าย-ขวา
3.1 เกี่ยวกับตะแกรงหลัง จะมีอยู่ ๒ แบบ คือตะแกรงชั้นเดียว กับสองชั้น คำถาม
ตะแกรงแบบไหน ให้ความสมดุลย์ในการปั่นดีกว่ากัน
ผมลองค้นคว้าหาคำตอบดู จึงพบบทความนี้และลองแปลแบบงูๆปลาๆดูหากผิดพลาดประการใด
ต้องขออภัยด้วยนะครับ
จะบรรทุกสัมภาระที่ไหนดี ทางเลือกที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับจักรยานของคุณ เขียนโดย Jan Heine
ถ้าท่านต้องการจะแลกเปลี่ยน, ถามกลุ่มนักจักรยานทัวร์ริ่ง ว่าจะบรรทุกสัมภาระอย่างไรที่ดีที่สุด , ตะแกรงหน้าหรือตะแกรงหลังดี
ตะแกรงสูงหรือต่ำดี แล้วรถพ่วงเป็นอย่างไร แบกเป้จะดีไหม ทุกๆคำตอบจะมีผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน ทุกทางเลือกสามารถทำได้
แต่เราจะทำอย่างไรดี เราควรทำความเข้าใจกฎเกณท์ทางฟิสิกส์เพื่อช่วยอธิบายทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะบรรทุกสัมภาระของคุณ
ให้จักรยานแบกน้ำหนัก
นักเดินป่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแบกเป้ แต่บนจักรยานแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำสร้างภาระให้กับร่างกายของเราอย่างนั้น
ให้จักรยานขนสัมภาระทั้งหมดให้คุณ มีข้อยกเว้นก็คือ การขี่เสือภูเขาในทางป่าซึ่งใช้จักรยานน้ำหนักเบาและง่ายที่จะแบกเป้หลังไปด้วย
เราทรงตัวบนจักรยานได้อย่างไร
เราควรเอาสัมภาระไว้ที่ไหนบนจักรยาน ต้องดูว่าเรารักษาสมดุลย์ในขณะปั่นจักรยานได้อย่างไร นั้นคือ จุดศุนย์ถ่วงสมดุลย์อยู่บนล้อทั้งสอง
ถ้าจักรยานเริ่มเอียงมาทางด้านซ้าย จุดศูนย์ถ่วงก็จะเลื่อนออกมาด้านข้างซ้ายของล้อ เราก็จะหันล้อหน้าเคลื่อนมาทางซ้าย จนกระทั่งจุดศูนย์ถ่วง
กลับเข้ามาที่ภาวะสมดุลย์ เราทำอย่างนี้ตลอดเวลาในขณะขี่จักรยาน แม้ว่าท่านแทบจะไม่สังเกตุ เมื่อเราต้องการเลี้ยวรถ เราก็ทำกลับกัน
โดยการหันล้อหนีจุดศูนย์ถ่วง เราทำให้จักรยานเอนออก จนกระทั่งมันเอียงไปตามส่วนโค้งของถนน (ระหว่างอยู่ในโค้ง เราเคลื่อนล้อให้สัมพันธ์
กับแรงเหวี่ยงสู่ศูนย์กลาง และจุดศูนย์ถ่วงเพื่อรักษาสมดุลย์ของจักรยานให้เอียงอยู่ได้ตามที่เราต้องการ)
สัมภาระหน้า , หลัง หรือ ลากพ่วง
มีเหตุผล 2 อย่างว่า ทำไมสัมภาระด้านหน้าจึงง่ายที่จะรักษาสมดุลย์ เมื่อเทียบกับ ด้านหลัง หรือ ลากพ่วง
1) เวลาที่เร็วกว่า เมื่อเราหันแฮนด์ขณะปั่นจักรยาน เราเคลื่อนล้อหน้าไปทางขวาหรือซ้าย ล้อหลังก็จะเคลื่อนตามไปทีหลัง เมื่อสัมภาระหน้าเสียสมดุลย์
เราขยับล้อหน้าไปด้านข้างเพื่อรักษาสมดุลย์กลับคืนมาได้ง่าย เทียบกับการรักษาสมดุลย์ของสัมภาระหลัง เราต้องเคลื่อนล้อหน้าก่อน แล้วรอจนกระทั่ง
ล้อหลังเคลื่อนตามมาเพื่อแก้ไขให้สมดุลย์กลับคืนมา สำหรับรถลากพ่วงการรักษาสมดุลย์ ต้องการขั้นตอนเพิ่มอีกหนึ่งขั้นตอน การใช้เวลาที่นานขึ้นก็ทำให้
สัมภาระออกจากสมดุลย์ไกลขึ้นเช่นกัน
2) ผลของการหันล้อเพื่อแก้สมดุลย์ หมายถึงการรักษาสมดุลย์ของสัมภาระหน้าต้องใช้การหันล้อน้อยกว่าเพื่อแก้ไข
เวลาที่เราขี่จักรยานผ่านทางที่เป็นโคลน เราจะเห็นรอยล้อหน้าแกว่งไปมามากกว่าล้อหลัง นั่นคือ ขณะที่สัมภาระหน้าเคลื่อนออกด้านข้าง 1 นิ้ว
เราจำเป็นต้องเคลื่อนล้อหน้าออกไปทางนั้น 1 นิ้ว เพื่อแก้ไขให้จุดศูนย์ถ่วงกลับคืนมา อย่างไรก็ตาม เมื่อสัมภาระหลังเอียงออก 1 นิ้วเราต้องเคลื่อนล้อหน้ามากกว่านั้น
อาจจะถึง 2 นิ้ว เพื่อให้ล้อหลังเคลื่อนออก 1 นิ้วแล้วสมดุลย์
ที่อธิบายมาทั้งหมดหมายความว่า ทางทฤษฏีแล้ว สัมภาระหน้าจะทำให้สมดุลย์ได้ง่ายกว่าสัมภาระหลัง และ สัมภาระหลัง ก็รักษาสมดุลย์ได้ง่ายกว่าการลากพ่วง
นอกจากนั้น การบรรทุกสัมภาระหน้าก็ช่วยลดการเสียรูปของล้อหลังที่รับแรงมากเกินไป ซึ่งปกติล้อหน้ารับน้ำหนักเพียง 1ในสามเท่านั้นในจักรยานส่วนมาก
จักรยานในโลกที่เป็นจริง
หมายความว่าจักรยานทุกคันควรจะบรรทุกสัมภาระหน้าหรือ มันไม่ใช่ทั้งหมด สัมภาระหน้าเป็นเพียงตัวแปรเดียวเท่านั้น
เพราะมันมีผลกระทบโดยตรงกับการควบคุมทิศทางของจักรยาน คงจะมีเนื้อที่ไม่เพียงพอถ้าจะลงในรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะสรุปว่า
ผลของสัมภาระหน้าต่อการควบคุมทิศทางของจักรยาน ดีกว่าการไม่มีสัมภาระหน้า
ผู้ผลิตจักรยานทัวร์ริ่งส่วนใหญ่ ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดในเรื่องรูปทรงของจักรยาน จักรยานทัวร์ริ่งที่ผลิตขึ้นมาส่วนใหญ่ลอกแบบจาก มุมองศาที่สบายๆ
ของจักรยานทัวร์ริ่งแบบเก่าของอังกฤษ ซึ่งออกแบบสำหรับขนสัมภาระที่ตะแกรงหลัง ดังนั้น จักรยานที่ขนสัมภาระด้านหลังจะมาบังคับให้ขนของหนักทางด้านหน้าคงไม่ดี
สัมภาระหน้าและหลัง
สำหรับการทัวร์ริ่งที่มีการพักค้างแรม นักจักรยานส่วนมากจะขนสี่กระเป๋า และคำถามเริ่มเปลี่ยนไปจาก จะวางกระเป๋าที่ไหน แต่กลายเป็น
จะกระจายสัมภาระอย่างไร มีวิธีการอย่างไรที่จะตอบว่าเราควรใช้จักรยานขนของทางด้านหน้าหรือด้านหลังดี
สนามทดสอบที่มีเส้นทางตรง เส้นทางโค้ง ไต่เขา และลงเขา ในรอบเดียว รอบแรกบรรทุกน้ำหนักส่วนใหญ่ที่ด้านท้าย รอบที่สองสลับกระเป๋าที่หนัก
มาไว้ด้านหน้า ทำซ้ำๆกันจนกระทั่งเราจับความรู้สึกของการควบคุมในแต่ละรูปแบบ การทดสอบกลับไปมาจะทำให้เราค้นหารูปแบบที่ทำได้ดีที่สุด
สำหรับเราและจักรยานของเรา
รถพ่วงท้าย
ถึงแม้ว่าตามทฤษฏี รถพ่วงมีข้อเสียเปรียบแต่ก็มีประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะนักจักรยานที่ไม่มีรถทัวร์ริ่ง เพราะรถพ่วงสามารถติดตั้งกับ
จักรยานอื่นๆได้ง่าย และจักรยานบางชนิดมีรูปทรงที่ใช้งานได้ดีกับรถพ่วง จักรยานที่ขี่สองคน มีที่แขวนกระเป๋าเพียงครึ่งเดียวของปกติ
สามารถใช้ประโยชน์ของรถพ่วงได้ แต่อย่างไรก็ตามรถพ่วงที่เบาๆก็เพิ่มน้ำหนักถึง 4 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับชุดตระแกรงดีๆ
แขวนกระเป๋าสูง หรือ ต่ำดี
จุดศุนย์ถ่วงต่ำทำให้ง่ายที่จะรักษาสมดุลย์ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ การที่เราเอนจักรยานออก 1 องศา สัมภาระที่อยู่ต่ำจะเคลื่อนตัวด้านข้างน้อยกว่าสัมภาระที่อยู่สูง
หมายถึงล้อไม่ต้องเคลื่อนออกห่างมากเพื่อรักษาภาวะสมดุลย์ กระเป๋าตะแกรงท้ายด้านบน วางอยู่สูงเกินจำป็นและส่วนใหญ่ตะแกรงถูกยึดไว้ด้านล่าง
นั่นหมายถึงจะมีน้ำหนักจำนวนมากที่แกว่งตัวออกด้านข้าง ถ้าคุณใช้กระเป๋าบนตะแกรงท้ายให้ใส่น้ำหนักน้อยที่สุดและวางของหนักไว้ด้านล่างสุดของกระเป๋า
กระเป๋าข้างทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงได้อย่างชัดเจน และกระเป๋าข้างเป็นทางเลือกมาตราฐานในการขนสัมภาระทัวร์ริ่ง นับตั้งแต่ปี 1930 นักประดิษฐ์
ชาวฝรั่งเศสทดลองใช้ร่วมกับตระแกรงแบบต่ำ ทำให้การแขวนกระเป๋าทำได้ต่ำลงไปอีก
ทางด้านหน้า ตะแกรงแขวนแบบต่ำ ไม่เพียงแต่ทำให้สัมภาระต่ำลงแต่ทำให้สัมภาระถอยกลับมาอยู่ใกล้แกนบังคับล้อของจักรยาน ทำให้แฮนหมุนไปมาได้
ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับตะแกรงหน้าที่อยู่ด้านบนล้อ
สำหรับตะแกรงท้าย เป็นเรื่องยากที่จะทำให้สัมภาระอยู่ต่ำ เพราะมันจะชนกับส้นเท้าเมื่อปั่นบันได เราสามารถเลื่อนสัมภาระหลบไปด้านหลังได้
แต่มันก็สร้างปัญหาเมื่อน้ำหนักอยู่ด้านท้ายมากเกินไป ถ้าลองใช้ที่แขวนกระเป๋าแบบต่ำกับกระเป๋าหน้าและหลัง จะพบว่าการจัดน้ำหนักจะใช้ได้ดี
เมื่อน้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ทางด้านหน้า และการจัดแบบนี้การเลี้ยวมุมแคบจะทำได้ดีจากศูนย์ถ่วงที่ต่ำ แต่ต้องระวังและหลีกเลี่ยงการใส่ของในกระเป๋าหลังมากเกินไป
มันจึงไม่คุ้มค่านักเมื่อเทียบกลับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
บทสรุป
สัมภาระด้านหน้าทำให้การรักษาสมดุลย์ได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับด้านหลัง แต่มีจักรยานทัวร์ริ่งจำนวนน้อยที่ออกแบบสำหรับขนของหนักทางด้านหน้า
ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับจักรยานส่วนใหญ่ที่ใช้งานบนถนนราดยางก็คือการใช้ร่วมกันของตะแกรงแขวนด้านหน้าแบบต่ำ และตะแกรงแขวนข้างท้ายทั่วไป
ทดลองและพิจารณาเรื่องการกระจายน้ำหนักที่ใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับจักรยานของคุณเอง
แปลจาก Where to cary a load , the best option for you depent on your bicycle by Jan Heine

Uploaded with ImageShack.us

Uploaded with ImageShack.us
ผมขอเสริมความเห็นส่วนตัวเล็กน้อย คือ การบันทุกสัมภาระที่ตะแกรงหน้า จำเป็นต้องทำให้แน่นหนา ถ้าผูกไว้หลวมๆจะมีผลเสียต่อการควบคุมรถมาก ต้องระวังครับ อันตราย
หวังว่าบทความนี้คงจะตอบคำถาม นะครับ
อยากถามต่อ เราทัวร์ริ่งโดยทั่วไปแล้วต้องแบกทุกสัมภาระกันทุกคน จะมากน้อยก็อยู่ที่ความจำเป็น
ของแต่ละบุคคล สมมุติว่าบรรทุกนน. 30 กิโล อยากทราบว่า
1. จะแบ่งบรรทุกด้านหน้าเท่าไร ด้านหลังเท่าไร การปั่นจะสมดุลย์ที่สุดทั้งทางราบและทางภูเขา หรือ
ทางราบบรรทุกอย่างหนึ่ง ทางขึ้นเขาบรรทุกอีกอย่างหนึ่ง
2. จุดศูนย์ถ่วงหน้า - หลัง
ด้านหน้าก่อน มีกระเป๋าหน้าแฮนด์ , ตะแกรงหน้า , และตะแกรงข้างล้อหน้า (ผมสังเกตถ้าใส่ของ-
ในกระเป๋าหน้าแฮนด์มากเวลาขึ้นเขาบังคับรถยาก) ถึงคำถาม
จากข้อหนึ่งเมื่อแบ่งน้ำหนักมาด้านหน้าแล้ว การกระจ่ายน้ำหนัก ไปยังสามจุด ควรกระจ่ายน้ำหนัก
อย่างไร (กระเป๋าหน้าแฮนด์ , ตะแกรงหน้า , ตะแกรงข้างล้อ)
3.จุดศูนย์ถ่วงหลัง
ตั้งบนตะแกรงหลัง , เกี่ยวด้านข้าง ซ้าย-ขวา คำถามที่หนึ่ง
จะแบ่งน้ำหนักอย่างไร ระหว่าง ตั้งบนตะแกรง กับกระเป๋าซ้าย-ขวา
3.1 เกี่ยวกับตะแกรงหลัง จะมีอยู่ ๒ แบบ คือตะแกรงชั้นเดียว กับสองชั้น คำถาม
ตะแกรงแบบไหน ให้ความสมดุลย์ในการปั่นดีกว่ากัน
ผมลองค้นคว้าหาคำตอบดู จึงพบบทความนี้และลองแปลแบบงูๆปลาๆดูหากผิดพลาดประการใด
ต้องขออภัยด้วยนะครับ
จะบรรทุกสัมภาระที่ไหนดี ทางเลือกที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับจักรยานของคุณ เขียนโดย Jan Heine
ถ้าท่านต้องการจะแลกเปลี่ยน, ถามกลุ่มนักจักรยานทัวร์ริ่ง ว่าจะบรรทุกสัมภาระอย่างไรที่ดีที่สุด , ตะแกรงหน้าหรือตะแกรงหลังดี
ตะแกรงสูงหรือต่ำดี แล้วรถพ่วงเป็นอย่างไร แบกเป้จะดีไหม ทุกๆคำตอบจะมีผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน ทุกทางเลือกสามารถทำได้
แต่เราจะทำอย่างไรดี เราควรทำความเข้าใจกฎเกณท์ทางฟิสิกส์เพื่อช่วยอธิบายทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะบรรทุกสัมภาระของคุณ
ให้จักรยานแบกน้ำหนัก
นักเดินป่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแบกเป้ แต่บนจักรยานแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำสร้างภาระให้กับร่างกายของเราอย่างนั้น
ให้จักรยานขนสัมภาระทั้งหมดให้คุณ มีข้อยกเว้นก็คือ การขี่เสือภูเขาในทางป่าซึ่งใช้จักรยานน้ำหนักเบาและง่ายที่จะแบกเป้หลังไปด้วย
เราทรงตัวบนจักรยานได้อย่างไร
เราควรเอาสัมภาระไว้ที่ไหนบนจักรยาน ต้องดูว่าเรารักษาสมดุลย์ในขณะปั่นจักรยานได้อย่างไร นั้นคือ จุดศุนย์ถ่วงสมดุลย์อยู่บนล้อทั้งสอง
ถ้าจักรยานเริ่มเอียงมาทางด้านซ้าย จุดศูนย์ถ่วงก็จะเลื่อนออกมาด้านข้างซ้ายของล้อ เราก็จะหันล้อหน้าเคลื่อนมาทางซ้าย จนกระทั่งจุดศูนย์ถ่วง
กลับเข้ามาที่ภาวะสมดุลย์ เราทำอย่างนี้ตลอดเวลาในขณะขี่จักรยาน แม้ว่าท่านแทบจะไม่สังเกตุ เมื่อเราต้องการเลี้ยวรถ เราก็ทำกลับกัน
โดยการหันล้อหนีจุดศูนย์ถ่วง เราทำให้จักรยานเอนออก จนกระทั่งมันเอียงไปตามส่วนโค้งของถนน (ระหว่างอยู่ในโค้ง เราเคลื่อนล้อให้สัมพันธ์
กับแรงเหวี่ยงสู่ศูนย์กลาง และจุดศูนย์ถ่วงเพื่อรักษาสมดุลย์ของจักรยานให้เอียงอยู่ได้ตามที่เราต้องการ)
สัมภาระหน้า , หลัง หรือ ลากพ่วง
มีเหตุผล 2 อย่างว่า ทำไมสัมภาระด้านหน้าจึงง่ายที่จะรักษาสมดุลย์ เมื่อเทียบกับ ด้านหลัง หรือ ลากพ่วง
1) เวลาที่เร็วกว่า เมื่อเราหันแฮนด์ขณะปั่นจักรยาน เราเคลื่อนล้อหน้าไปทางขวาหรือซ้าย ล้อหลังก็จะเคลื่อนตามไปทีหลัง เมื่อสัมภาระหน้าเสียสมดุลย์
เราขยับล้อหน้าไปด้านข้างเพื่อรักษาสมดุลย์กลับคืนมาได้ง่าย เทียบกับการรักษาสมดุลย์ของสัมภาระหลัง เราต้องเคลื่อนล้อหน้าก่อน แล้วรอจนกระทั่ง
ล้อหลังเคลื่อนตามมาเพื่อแก้ไขให้สมดุลย์กลับคืนมา สำหรับรถลากพ่วงการรักษาสมดุลย์ ต้องการขั้นตอนเพิ่มอีกหนึ่งขั้นตอน การใช้เวลาที่นานขึ้นก็ทำให้
สัมภาระออกจากสมดุลย์ไกลขึ้นเช่นกัน
2) ผลของการหันล้อเพื่อแก้สมดุลย์ หมายถึงการรักษาสมดุลย์ของสัมภาระหน้าต้องใช้การหันล้อน้อยกว่าเพื่อแก้ไข
เวลาที่เราขี่จักรยานผ่านทางที่เป็นโคลน เราจะเห็นรอยล้อหน้าแกว่งไปมามากกว่าล้อหลัง นั่นคือ ขณะที่สัมภาระหน้าเคลื่อนออกด้านข้าง 1 นิ้ว
เราจำเป็นต้องเคลื่อนล้อหน้าออกไปทางนั้น 1 นิ้ว เพื่อแก้ไขให้จุดศูนย์ถ่วงกลับคืนมา อย่างไรก็ตาม เมื่อสัมภาระหลังเอียงออก 1 นิ้วเราต้องเคลื่อนล้อหน้ามากกว่านั้น
อาจจะถึง 2 นิ้ว เพื่อให้ล้อหลังเคลื่อนออก 1 นิ้วแล้วสมดุลย์
ที่อธิบายมาทั้งหมดหมายความว่า ทางทฤษฏีแล้ว สัมภาระหน้าจะทำให้สมดุลย์ได้ง่ายกว่าสัมภาระหลัง และ สัมภาระหลัง ก็รักษาสมดุลย์ได้ง่ายกว่าการลากพ่วง
นอกจากนั้น การบรรทุกสัมภาระหน้าก็ช่วยลดการเสียรูปของล้อหลังที่รับแรงมากเกินไป ซึ่งปกติล้อหน้ารับน้ำหนักเพียง 1ในสามเท่านั้นในจักรยานส่วนมาก
จักรยานในโลกที่เป็นจริง
หมายความว่าจักรยานทุกคันควรจะบรรทุกสัมภาระหน้าหรือ มันไม่ใช่ทั้งหมด สัมภาระหน้าเป็นเพียงตัวแปรเดียวเท่านั้น
เพราะมันมีผลกระทบโดยตรงกับการควบคุมทิศทางของจักรยาน คงจะมีเนื้อที่ไม่เพียงพอถ้าจะลงในรายละเอียดมากกว่านี้ แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะสรุปว่า
ผลของสัมภาระหน้าต่อการควบคุมทิศทางของจักรยาน ดีกว่าการไม่มีสัมภาระหน้า
ผู้ผลิตจักรยานทัวร์ริ่งส่วนใหญ่ ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดในเรื่องรูปทรงของจักรยาน จักรยานทัวร์ริ่งที่ผลิตขึ้นมาส่วนใหญ่ลอกแบบจาก มุมองศาที่สบายๆ
ของจักรยานทัวร์ริ่งแบบเก่าของอังกฤษ ซึ่งออกแบบสำหรับขนสัมภาระที่ตะแกรงหลัง ดังนั้น จักรยานที่ขนสัมภาระด้านหลังจะมาบังคับให้ขนของหนักทางด้านหน้าคงไม่ดี
สัมภาระหน้าและหลัง
สำหรับการทัวร์ริ่งที่มีการพักค้างแรม นักจักรยานส่วนมากจะขนสี่กระเป๋า และคำถามเริ่มเปลี่ยนไปจาก จะวางกระเป๋าที่ไหน แต่กลายเป็น
จะกระจายสัมภาระอย่างไร มีวิธีการอย่างไรที่จะตอบว่าเราควรใช้จักรยานขนของทางด้านหน้าหรือด้านหลังดี
สนามทดสอบที่มีเส้นทางตรง เส้นทางโค้ง ไต่เขา และลงเขา ในรอบเดียว รอบแรกบรรทุกน้ำหนักส่วนใหญ่ที่ด้านท้าย รอบที่สองสลับกระเป๋าที่หนัก
มาไว้ด้านหน้า ทำซ้ำๆกันจนกระทั่งเราจับความรู้สึกของการควบคุมในแต่ละรูปแบบ การทดสอบกลับไปมาจะทำให้เราค้นหารูปแบบที่ทำได้ดีที่สุด
สำหรับเราและจักรยานของเรา
รถพ่วงท้าย
ถึงแม้ว่าตามทฤษฏี รถพ่วงมีข้อเสียเปรียบแต่ก็มีประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะนักจักรยานที่ไม่มีรถทัวร์ริ่ง เพราะรถพ่วงสามารถติดตั้งกับ
จักรยานอื่นๆได้ง่าย และจักรยานบางชนิดมีรูปทรงที่ใช้งานได้ดีกับรถพ่วง จักรยานที่ขี่สองคน มีที่แขวนกระเป๋าเพียงครึ่งเดียวของปกติ
สามารถใช้ประโยชน์ของรถพ่วงได้ แต่อย่างไรก็ตามรถพ่วงที่เบาๆก็เพิ่มน้ำหนักถึง 4 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับชุดตระแกรงดีๆ
แขวนกระเป๋าสูง หรือ ต่ำดี
จุดศุนย์ถ่วงต่ำทำให้ง่ายที่จะรักษาสมดุลย์ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ การที่เราเอนจักรยานออก 1 องศา สัมภาระที่อยู่ต่ำจะเคลื่อนตัวด้านข้างน้อยกว่าสัมภาระที่อยู่สูง
หมายถึงล้อไม่ต้องเคลื่อนออกห่างมากเพื่อรักษาภาวะสมดุลย์ กระเป๋าตะแกรงท้ายด้านบน วางอยู่สูงเกินจำป็นและส่วนใหญ่ตะแกรงถูกยึดไว้ด้านล่าง
นั่นหมายถึงจะมีน้ำหนักจำนวนมากที่แกว่งตัวออกด้านข้าง ถ้าคุณใช้กระเป๋าบนตะแกรงท้ายให้ใส่น้ำหนักน้อยที่สุดและวางของหนักไว้ด้านล่างสุดของกระเป๋า
กระเป๋าข้างทำให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงได้อย่างชัดเจน และกระเป๋าข้างเป็นทางเลือกมาตราฐานในการขนสัมภาระทัวร์ริ่ง นับตั้งแต่ปี 1930 นักประดิษฐ์
ชาวฝรั่งเศสทดลองใช้ร่วมกับตระแกรงแบบต่ำ ทำให้การแขวนกระเป๋าทำได้ต่ำลงไปอีก
ทางด้านหน้า ตะแกรงแขวนแบบต่ำ ไม่เพียงแต่ทำให้สัมภาระต่ำลงแต่ทำให้สัมภาระถอยกลับมาอยู่ใกล้แกนบังคับล้อของจักรยาน ทำให้แฮนหมุนไปมาได้
ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับตะแกรงหน้าที่อยู่ด้านบนล้อ
สำหรับตะแกรงท้าย เป็นเรื่องยากที่จะทำให้สัมภาระอยู่ต่ำ เพราะมันจะชนกับส้นเท้าเมื่อปั่นบันได เราสามารถเลื่อนสัมภาระหลบไปด้านหลังได้
แต่มันก็สร้างปัญหาเมื่อน้ำหนักอยู่ด้านท้ายมากเกินไป ถ้าลองใช้ที่แขวนกระเป๋าแบบต่ำกับกระเป๋าหน้าและหลัง จะพบว่าการจัดน้ำหนักจะใช้ได้ดี
เมื่อน้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ทางด้านหน้า และการจัดแบบนี้การเลี้ยวมุมแคบจะทำได้ดีจากศูนย์ถ่วงที่ต่ำ แต่ต้องระวังและหลีกเลี่ยงการใส่ของในกระเป๋าหลังมากเกินไป
มันจึงไม่คุ้มค่านักเมื่อเทียบกลับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
บทสรุป
สัมภาระด้านหน้าทำให้การรักษาสมดุลย์ได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับด้านหลัง แต่มีจักรยานทัวร์ริ่งจำนวนน้อยที่ออกแบบสำหรับขนของหนักทางด้านหน้า
ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับจักรยานส่วนใหญ่ที่ใช้งานบนถนนราดยางก็คือการใช้ร่วมกันของตะแกรงแขวนด้านหน้าแบบต่ำ และตะแกรงแขวนข้างท้ายทั่วไป
ทดลองและพิจารณาเรื่องการกระจายน้ำหนักที่ใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับจักรยานของคุณเอง
แปลจาก Where to cary a load , the best option for you depent on your bicycle by Jan Heine

Uploaded with ImageShack.us

Uploaded with ImageShack.us
ผมขอเสริมความเห็นส่วนตัวเล็กน้อย คือ การบันทุกสัมภาระที่ตะแกรงหน้า จำเป็นต้องทำให้แน่นหนา ถ้าผูกไว้หลวมๆจะมีผลเสียต่อการควบคุมรถมาก ต้องระวังครับ อันตราย
หวังว่าบทความนี้คงจะตอบคำถาม นะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย APM เมื่อ 06 มิ.ย. 2013, 08:42, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
-
Rit by Tanin
- ขาประจำ
- โพสต์: 1977
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2012, 08:33
- ติดต่อ:
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ
ผมให้ข้อสังเกตุนิดหนึ่ง ดูพวกรถ "คาร์โก้" จักรยานนะครับ
จะเห็นได้ว่าบรรทุกของไว้ข้างหน้าเป็นส่วนใหญ่ ที่เขาออกแบบกันใหม่ในปัจจุบัน
ล้อหน้าก็เล็กลงกว่าล้อหลังด้วย
พี่อำนาจเขียนมาดีไม่ค่อยจะมีอะไรให้เสริมเลย
ขอเพียงคนที่ชอบเอาของที่รกบนตะแกรงท้ายหรือห้อยท้าย
ผมว่าเอาออกไปบ้างน่าจะปลอดภัย และเรื่องขวดน้ำที่หาซื้อเพิ่มขวดใหญ่ๆ
หากเอาลงต่ำได้จะดีเรื่องการทรงตัวมาก แถมบางขวดที่เปิดดื่มไปแล้วแต่ยังไม่หมด
มันจะเป็นตัวทำให้แกว่ง เสียการทรงตัวได้เป็นอย่างดี
ผมให้ข้อสังเกตุนิดหนึ่ง ดูพวกรถ "คาร์โก้" จักรยานนะครับ
จะเห็นได้ว่าบรรทุกของไว้ข้างหน้าเป็นส่วนใหญ่ ที่เขาออกแบบกันใหม่ในปัจจุบัน
ล้อหน้าก็เล็กลงกว่าล้อหลังด้วย
พี่อำนาจเขียนมาดีไม่ค่อยจะมีอะไรให้เสริมเลย
ขอเพียงคนที่ชอบเอาของที่รกบนตะแกรงท้ายหรือห้อยท้าย
ผมว่าเอาออกไปบ้างน่าจะปลอดภัย และเรื่องขวดน้ำที่หาซื้อเพิ่มขวดใหญ่ๆ
หากเอาลงต่ำได้จะดีเรื่องการทรงตัวมาก แถมบางขวดที่เปิดดื่มไปแล้วแต่ยังไม่หมด
มันจะเป็นตัวทำให้แกว่ง เสียการทรงตัวได้เป็นอย่างดี
Rit จักรยานทัวริ่งไว้ปั่นเที่ยวทางไกล Rit
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
พูดคุยกับ Rit Bicycle Touring Club ใน ThaiMTB
ติดตามพูดคุยทาง Facebook.com/RitBicycle
การโอนเงิน: ธานินทร์ ฤตวิรุฬห์ ธ.ไทยพาณิชย์ 364 2345 034
- อยากรู้เช็คIPจิอิอิ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1705
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 09:21
- Tel: I am Gary Fisher
- team: PTT Bike Race
- Bike: Gary Fisher Bigsur 2000 / Gary Fisher X-Caliber 1998 / Surly Troll / Trek Madone 2.3 (2013) / Bianchi Sampre 2011
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ถ้าผมจำไม่ผิด พี่อำนาจ ทำหูดิส ตะเกียบเองใช่มั๊ยครับ?
ผลการทดสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ
ผลการทดสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ
Dirt road adventures across the world.
"ถ้าใจถึง.....ก็ไปถึง"
"ถ้าใจถึง.....ก็ไปถึง"
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ขอรีวิว ผลการใช้งานที่ผ่านมา ขี่ตัวเปล่าลงเขา ปกติดีเหมือนของที่ออกมาจากโรงงานทุกประการ
มีเพียงแต่ใบดิสที่จะชิดกับขาตะเกียบหน่อยตั้งแต่แรก แต่ไม่เป็นปัญหากับการใช้งานเพราะระยะห่างของใบดิสกับเสื้อเบรคก็ใกล้เคียงกัน
คงจะไม่มีอะไรเข้าไปขัดได้ง่ายๆเพราะมี เบรคคาริบเปอร์บังไว้อยู่

การนำชิ้นส่วนที่เป็นสแตนเลส มาเชื่อมติดกับ โครโมรี่ โดยใช้ลวดเชื่อมสแตนเลส เชื่อม TIG
ความแข็งแรงอยู่ที่ขนาดรอยเชื่อมและน้ำหนักที่ต้องการใช้งาน ผมเผื่อไว้มากเกินพอ

ตะเกียบดิส DIY ผมทำเฉพาะชิ้นส่วน รอยเชื่อมสวยๆนี่ผมไปจ้างเขาเชื่อมเช่นเดียวกับตะแกรง
ผู้สนใจรายละเอียด ติดตาม ได้ครับ ที่นี่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2&start=15
ระบบเบรคจับขอบล้อมีจุดอ่อนเรื่องความร้อนจากการเบรคอาจทำให้ยางรั่วได้
ในทริป จะมีการเจ็บตัวเรื่องนี้ประจำ แม้นว่าจะเตือนไว้แล้วทุกปี ผมจึงคิดว่าตัวเราเองหลีกเลี่ยงได้ก็น่าพอใจแล้วครับ
แต่ความยุ่งยากที่ตามมาของ ดิสเบรคสำหรับรถทัวร์ริ่ง ก็คือหาตะแกรงยาก จนบางคนล้มเลิกความคิด

มีเพียงแต่ใบดิสที่จะชิดกับขาตะเกียบหน่อยตั้งแต่แรก แต่ไม่เป็นปัญหากับการใช้งานเพราะระยะห่างของใบดิสกับเสื้อเบรคก็ใกล้เคียงกัน
คงจะไม่มีอะไรเข้าไปขัดได้ง่ายๆเพราะมี เบรคคาริบเปอร์บังไว้อยู่

การนำชิ้นส่วนที่เป็นสแตนเลส มาเชื่อมติดกับ โครโมรี่ โดยใช้ลวดเชื่อมสแตนเลส เชื่อม TIG
ความแข็งแรงอยู่ที่ขนาดรอยเชื่อมและน้ำหนักที่ต้องการใช้งาน ผมเผื่อไว้มากเกินพอ

ตะเกียบดิส DIY ผมทำเฉพาะชิ้นส่วน รอยเชื่อมสวยๆนี่ผมไปจ้างเขาเชื่อมเช่นเดียวกับตะแกรง
ผู้สนใจรายละเอียด ติดตาม ได้ครับ ที่นี่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2&start=15
ระบบเบรคจับขอบล้อมีจุดอ่อนเรื่องความร้อนจากการเบรคอาจทำให้ยางรั่วได้
ในทริป จะมีการเจ็บตัวเรื่องนี้ประจำ แม้นว่าจะเตือนไว้แล้วทุกปี ผมจึงคิดว่าตัวเราเองหลีกเลี่ยงได้ก็น่าพอใจแล้วครับ
แต่ความยุ่งยากที่ตามมาของ ดิสเบรคสำหรับรถทัวร์ริ่ง ก็คือหาตะแกรงยาก จนบางคนล้มเลิกความคิด

ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
เตรียมเดินทางไปเที่ยวงาน"ปั่นไปกินไปผลไม้ปราจีนบุรี ครั้งที่ 6"
การเดินทางระยะสั้น นอนเต๊น ไม่ทำอาหาร กระเป๋าแขวนตะแกรงหลัง กระเป๋าบนตะแกรง
- ใบแรกใส่ของเปียกชื้นได้ เช่น เต๊น,ผ้ารองเต๊น,เตาสนาม,ก๊าซกระป๋อง 1,กาแฟสดและหม้อชง,ผงซักฟอก,เชือกราวตากผ้าและไม้หนีบ ,
ถังซักผ้า,ถุงตาข่ายตากผ้าชื้น,รองเท้าแตะ+ถุงใส่รองเท้า ,สายยางในเสือหมอบ+ที่รัดเพื่ออาบน้ำจากก๊อก,เป้ถุงผ้าเบาๆ,สายยางรัดขอเกี่ยว
-อีกใบใส่ของแห้ง เช่น เสื้อผ้าถุงเท้า 2 ชุด ,ผ้าขาวม้า ,ถุงนอน,หมอนเล็ก,TAB,สายพ่วงไฟและที่ชารต์ต่างๆ,
ยางใน2 แผ่นผ้าใบ เคเบิลไทร์และชุดปะยาง ,ยาประจำและฉุกเฉิน,กระดาษชำระ,สบู่ยาสีฟันแปรงแชมพูที่โกนหนวดยาทากันยุง,สมุดบันทึก
-กระเป๋าบนตะแกรง ใส่ของที่ต้องการหยิบใช้ง่ายรวดเร็ว อื่นๆ เช่น เสื้อกันฝน,กล้องถ่ายรูป,โทรศัพท์,แว่นตา,ถ้วยกาแฟ, ช้อนซ่อม ,
มีดพับ ,พวงกุญแจ,ที่จุดเตาก๊าซ ,ปากกา
-ชุดเครื่องมือฉุกเฉิน น้ำมันโซ่ และ ผ้าเช็ดมือ เก็บในที่หยิบมาใช้ได้ง่าย
รายการที่ระบุเป็นรายการที่น้อยที่สุดสำหรับการเดินทางของผม

-เสื้อผ้ารวมที่ใส่ปั่น 3ชุด ควรเป็นผ้าแห้งไวเพราะระหว่างการเดินทางเรามีเวลาซักและตากผ้าให้แห้งช่วงบ่ายสัก1ถึง2ชั่วโมงเท่านั้น
จึงควรซักผ้าทุกวัน ถ้าฝนตกก็ตากในร่มและเก็บไว้ตากเมื่อแดดดีๆ ช่วงพักกินข้าวเที่ยง , หลีกเลี่ยงผ้าฝ้าย หนัก ,แห้งช้า,ซักรอยเปื้อนยากและสะสมกลิ่น
-ภาชนะใส่น้ำดื่ม ควรจะทืบแสงเนื่องจากการเดินทางระยะเวลานาน กลางแสงแดด ภาชนะที่โปร่งแสงจะทำให้เกิดตะไคร่น้ำเกาะ
ต้องใช้แปรงล้างขวด ล้างบ่อยๆ แต่ล้างออกยาก
-ที่ใส่กระบอกน้ำอาจจะนำมาใช้ใส่ของอื่นๆได้ เช่น ข้าวสาร,เครื่องมือ
-การใช้กระเป๋าคู่หน้าควรประเมินตัวเองว่า ในสภาพเส้นทางที่จะไป ท่านพอใจการควบคุมรถที่ง่ายขึ้น หรือ การเหนื่อยที่มากขึ้นเมื่อต้องแบกน้ำหนักตะแกรงและกระเป๋าเพิ่ม
การขนเต็มที่ของแต่ละคนย่อมมีข้อจำกัด ต้องลองหาน้ำหนักที่ขนได้ของตนเอง
เรื่องเครื่องมือจะขอไว้เขียนต่อไป
การเดินทางระยะสั้น นอนเต๊น ไม่ทำอาหาร กระเป๋าแขวนตะแกรงหลัง กระเป๋าบนตะแกรง
- ใบแรกใส่ของเปียกชื้นได้ เช่น เต๊น,ผ้ารองเต๊น,เตาสนาม,ก๊าซกระป๋อง 1,กาแฟสดและหม้อชง,ผงซักฟอก,เชือกราวตากผ้าและไม้หนีบ ,
ถังซักผ้า,ถุงตาข่ายตากผ้าชื้น,รองเท้าแตะ+ถุงใส่รองเท้า ,สายยางในเสือหมอบ+ที่รัดเพื่ออาบน้ำจากก๊อก,เป้ถุงผ้าเบาๆ,สายยางรัดขอเกี่ยว
-อีกใบใส่ของแห้ง เช่น เสื้อผ้าถุงเท้า 2 ชุด ,ผ้าขาวม้า ,ถุงนอน,หมอนเล็ก,TAB,สายพ่วงไฟและที่ชารต์ต่างๆ,
ยางใน2 แผ่นผ้าใบ เคเบิลไทร์และชุดปะยาง ,ยาประจำและฉุกเฉิน,กระดาษชำระ,สบู่ยาสีฟันแปรงแชมพูที่โกนหนวดยาทากันยุง,สมุดบันทึก
-กระเป๋าบนตะแกรง ใส่ของที่ต้องการหยิบใช้ง่ายรวดเร็ว อื่นๆ เช่น เสื้อกันฝน,กล้องถ่ายรูป,โทรศัพท์,แว่นตา,ถ้วยกาแฟ, ช้อนซ่อม ,
มีดพับ ,พวงกุญแจ,ที่จุดเตาก๊าซ ,ปากกา
-ชุดเครื่องมือฉุกเฉิน น้ำมันโซ่ และ ผ้าเช็ดมือ เก็บในที่หยิบมาใช้ได้ง่าย
รายการที่ระบุเป็นรายการที่น้อยที่สุดสำหรับการเดินทางของผม

-เสื้อผ้ารวมที่ใส่ปั่น 3ชุด ควรเป็นผ้าแห้งไวเพราะระหว่างการเดินทางเรามีเวลาซักและตากผ้าให้แห้งช่วงบ่ายสัก1ถึง2ชั่วโมงเท่านั้น
จึงควรซักผ้าทุกวัน ถ้าฝนตกก็ตากในร่มและเก็บไว้ตากเมื่อแดดดีๆ ช่วงพักกินข้าวเที่ยง , หลีกเลี่ยงผ้าฝ้าย หนัก ,แห้งช้า,ซักรอยเปื้อนยากและสะสมกลิ่น
-ภาชนะใส่น้ำดื่ม ควรจะทืบแสงเนื่องจากการเดินทางระยะเวลานาน กลางแสงแดด ภาชนะที่โปร่งแสงจะทำให้เกิดตะไคร่น้ำเกาะ
ต้องใช้แปรงล้างขวด ล้างบ่อยๆ แต่ล้างออกยาก
-ที่ใส่กระบอกน้ำอาจจะนำมาใช้ใส่ของอื่นๆได้ เช่น ข้าวสาร,เครื่องมือ
-การใช้กระเป๋าคู่หน้าควรประเมินตัวเองว่า ในสภาพเส้นทางที่จะไป ท่านพอใจการควบคุมรถที่ง่ายขึ้น หรือ การเหนื่อยที่มากขึ้นเมื่อต้องแบกน้ำหนักตะแกรงและกระเป๋าเพิ่ม
การขนเต็มที่ของแต่ละคนย่อมมีข้อจำกัด ต้องลองหาน้ำหนักที่ขนได้ของตนเอง
เรื่องเครื่องมือจะขอไว้เขียนต่อไป
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
-
รถทัวร์
- สมาชิก
- โพสต์: 53
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2013, 08:20
- team: BT
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
สวัสดีพี่ๆทุกท่าน ตามอ่านเก็บรายละเอียดแทบไม่ทัน เพิ่งจะได้จองเฟรมไปอย่างเป็นทางการ เพราะเขาลดพิเศษช่วงนี้
ขอบคุณสำหรับข้อมูล เรื่องราวดีๆที่พี่ๆได้ลงให้ไว้ จะเข้ามาติดตามเรื่อยๆ ใครมีเรื่องอะไรก็คุยกันต่อ ผมมีเวลาก็จะตามดูอยู่ครับ
ขอบคุณสำหรับข้อมูล เรื่องราวดีๆที่พี่ๆได้ลงให้ไว้ จะเข้ามาติดตามเรื่อยๆ ใครมีเรื่องอะไรก็คุยกันต่อ ผมมีเวลาก็จะตามดูอยู่ครับ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
เมื่อก่อน จักรยานมีปัญหา ก็ยกใส่รถยนต์ไปร้านประจำ แต่หลังจากมาปั่นแบบทัวร์ริ่ง
จึงเริ่มมีความคิดที่จะหัดซ่อมรถเอง คิดเสียว่าเอาค่าแรงจ้างช่างไปสะสม
เครื่องมือซ่อมจักรยาน อยากทำอะไรก็หาความรู้ก่อน ดูความคุ้มค่า และลงมือทำ
DIY ควรจะเริ่มที่การซ่อมจักรยาน ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนเพราะเราได้ใช้บ่อยที่สุด
เดี่ยวนี้อยากจะเปลี่ยนอะไร แต่งแบบไหน ก็ไม่ต้องคิดมาก
ช่วงเวลาว่างจากการเดินทาง หน้าร้อนและฝน เป็นเวลาที่เพลินกับการดัดแปลงจักรยานด้วยตนเอง
การมีความสามารถที่จะซ่อมแซมจักรยานเอง จะสร้างความมั่นใจในการเดินทางและช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย
ชีวิตของคนเราก็จะวนเวียนไปตามวัย
สมัยเด็กวัยรุ่น มีแรงพละกำลัง แต่ไม่มีเวลา และไม่มีรายได้
วัยทำงาน มีรายได้มากขึ้น พละกำลังเริ่มลดลง ก็ยังไม่มีเวลา
วัยเกษียณ มีเวลา รายได้เริ่มจำกัด พละกำลังเสื่อมถอยลงทุกวัน
จึงเริ่มมีความคิดที่จะหัดซ่อมรถเอง คิดเสียว่าเอาค่าแรงจ้างช่างไปสะสม
เครื่องมือซ่อมจักรยาน อยากทำอะไรก็หาความรู้ก่อน ดูความคุ้มค่า และลงมือทำ
DIY ควรจะเริ่มที่การซ่อมจักรยาน ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนก่อนเพราะเราได้ใช้บ่อยที่สุด
เดี่ยวนี้อยากจะเปลี่ยนอะไร แต่งแบบไหน ก็ไม่ต้องคิดมาก
ช่วงเวลาว่างจากการเดินทาง หน้าร้อนและฝน เป็นเวลาที่เพลินกับการดัดแปลงจักรยานด้วยตนเอง
การมีความสามารถที่จะซ่อมแซมจักรยานเอง จะสร้างความมั่นใจในการเดินทางและช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย
ชีวิตของคนเราก็จะวนเวียนไปตามวัย
สมัยเด็กวัยรุ่น มีแรงพละกำลัง แต่ไม่มีเวลา และไม่มีรายได้
วัยทำงาน มีรายได้มากขึ้น พละกำลังเริ่มลดลง ก็ยังไม่มีเวลา
วัยเกษียณ มีเวลา รายได้เริ่มจำกัด พละกำลังเสื่อมถอยลงทุกวัน
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
เครื่องมือซ่อมจักรยานสำหรับการเดินทาง ผมจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 แบ่งไว้ภายนอกกระเป๋าเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอยได้ง่าย
ได้แก่ ไขควง,หกเหลี่ยมชุดเล็ก,ที่ตัดโซ่,ข้อต่อโซ่เร็ว2,ลวดเกี่ยวโซ่,ที่งัดยาง,น้ำมันโซ่,ที่วัดโซ่,ไขควงดิสเบรค,ประแจปากตาย #8,#10 และผ้าเช็ดมือ

ส่วนที่2 แยกเก็บไว้เมื่อจำเป็นต้องมีใช้สำหรับการเดินทางระยะสั้น
ได้แก่ ยางในสำรอง 2เส้น ,ชุดปะยาง ,แผ่นผ้าใบ2แผ่นใช้รองกรณียางนอกฉีกขาดจากเศษแก้ว,เคเบิลไทร์5-10เส้น

ส่วนที่ 3 แยกเก็บไว้เมื่อจำเป็นต้องมีใช้ในการเดินทางระยะยาว
ได้แก่ ชุดถอดกระโหลก,ชุดถอดเฟืองหลัง,ประแจถอดดุมล้อ,ประแจถอดน๊อตใบจาน,ชุดขันซี่ลวด+ปรับขอบล้อพกพา,ที่ถอดลูกปืนบันได,
ยางรองขอบล้อ ,ผ้าเบรคสำรอง ,เฟืองเล็กสำรอง,สายในเบรคและเกียร์, จารบี ,น๊อตยึดตะแกรง สำรอง ,ปิดปลอกนอกสายเกียร์-เบรค

-แผ่นผ้าใบทำง่ายๆจากยางนอกเสือหมอบที่มีดอกบางๆเก่าที่ทิ้งแล้ว นำมาตัดขอบลวดออก ยาวประมาณ 1.5-2นิ้ว ใช้รองรอยฉีกขนาดใหญ่
จนกว่าจะหายางใหม่ในตัวเมืองได้ ไม่จำเป็นต้องพกยางสำรอง
ส่วนที่ 1 แบ่งไว้ภายนอกกระเป๋าเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้สอยได้ง่าย
ได้แก่ ไขควง,หกเหลี่ยมชุดเล็ก,ที่ตัดโซ่,ข้อต่อโซ่เร็ว2,ลวดเกี่ยวโซ่,ที่งัดยาง,น้ำมันโซ่,ที่วัดโซ่,ไขควงดิสเบรค,ประแจปากตาย #8,#10 และผ้าเช็ดมือ

ส่วนที่2 แยกเก็บไว้เมื่อจำเป็นต้องมีใช้สำหรับการเดินทางระยะสั้น
ได้แก่ ยางในสำรอง 2เส้น ,ชุดปะยาง ,แผ่นผ้าใบ2แผ่นใช้รองกรณียางนอกฉีกขาดจากเศษแก้ว,เคเบิลไทร์5-10เส้น

ส่วนที่ 3 แยกเก็บไว้เมื่อจำเป็นต้องมีใช้ในการเดินทางระยะยาว
ได้แก่ ชุดถอดกระโหลก,ชุดถอดเฟืองหลัง,ประแจถอดดุมล้อ,ประแจถอดน๊อตใบจาน,ชุดขันซี่ลวด+ปรับขอบล้อพกพา,ที่ถอดลูกปืนบันได,
ยางรองขอบล้อ ,ผ้าเบรคสำรอง ,เฟืองเล็กสำรอง,สายในเบรคและเกียร์, จารบี ,น๊อตยึดตะแกรง สำรอง ,ปิดปลอกนอกสายเกียร์-เบรค

-แผ่นผ้าใบทำง่ายๆจากยางนอกเสือหมอบที่มีดอกบางๆเก่าที่ทิ้งแล้ว นำมาตัดขอบลวดออก ยาวประมาณ 1.5-2นิ้ว ใช้รองรอยฉีกขนาดใหญ่
จนกว่าจะหายางใหม่ในตัวเมืองได้ ไม่จำเป็นต้องพกยางสำรอง
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
การเตรียมพร้อมในด้านเครื่องมือ ไม่ได้หมายความว่าก่อนการเดินทางจะไม่ต้องทำอะไรเลย
การเดินทางไกลระยะยาว จะต้องเตรียมรถให้พร้อมทุกอย่างก่อนการเดินทางโดยเฉพาะรถที่ผ่านงานหนักมาแล้ว 1-2 ปี
เช่น ลูกปืนของจุดหมุนต่างๆควรจะตรวจสอบและล้างเปลี่ยนจาระบีทั้งหมดเช่นดุมล้อ,กระโหลก,ลูกปืนคอ,บันได,ลูกรอกตีนผี,มือเกียร์
ปลอกสายเกียร์,ปลอกสายเบรค,โซ่และเฟืองหลัง ควรจะเปลี่ยนใหม่ปีละครั้ง หรือ ประมาณ 8,000-10,000 กิโลเมตร
ตรวจสอบรอยร้าวของขอบล้อ ,เทปรองขอบล้อ,ปรับตั้งความตึงของซี่ลวดและศูนย์ล้อ
ยางนอกและผ้าเบรค ประเมินจากการสึกหรอและตัดสินใจว่าจะใช้ไปก่อนแล้วหาเปลี่ยนกลางทางแต่เลือกยี่ห้อไม่ได้ หรือ เปลี่ยนใหม่เลย
ยางที่ใช้ในการเดินทางเส้นทางที่เป็นลูกรังและหินลอยบนเขาควรจะต้องมีขนาดใหญ่ และมีดอกยางมากกว่า ยางทางเรียบ
ยางในเส้นหน้าควรเป็นยางใหม่เพื่อความมั่นใจเมื่อลงเขายาว
การเตรียมเครื่องมือเป็นการเตรียมเพื่อการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่เสียเวลาเที่ยว
ที่เขียนรายการขึ้นมาทั้งหมดก็เพื่อให้ผู้เดินทางทำการประเมินสภาพของจักรยานที่ใช้และวางแผนรับมือในกรณีที่มีปัญหา
การเดินทางเป็นกลุ่มซึ่งมีกำหนดการที่แน่นอนจำเป็นต้องมีความพร้อมสูง หากเดินทางคนเดียวจะหยุดรอซ่อมรถสักกี่วันก็คงไม่มีปัญหา
การเดินทางไกลระยะยาว จะต้องเตรียมรถให้พร้อมทุกอย่างก่อนการเดินทางโดยเฉพาะรถที่ผ่านงานหนักมาแล้ว 1-2 ปี
เช่น ลูกปืนของจุดหมุนต่างๆควรจะตรวจสอบและล้างเปลี่ยนจาระบีทั้งหมดเช่นดุมล้อ,กระโหลก,ลูกปืนคอ,บันได,ลูกรอกตีนผี,มือเกียร์
ปลอกสายเกียร์,ปลอกสายเบรค,โซ่และเฟืองหลัง ควรจะเปลี่ยนใหม่ปีละครั้ง หรือ ประมาณ 8,000-10,000 กิโลเมตร
ตรวจสอบรอยร้าวของขอบล้อ ,เทปรองขอบล้อ,ปรับตั้งความตึงของซี่ลวดและศูนย์ล้อ
ยางนอกและผ้าเบรค ประเมินจากการสึกหรอและตัดสินใจว่าจะใช้ไปก่อนแล้วหาเปลี่ยนกลางทางแต่เลือกยี่ห้อไม่ได้ หรือ เปลี่ยนใหม่เลย
ยางที่ใช้ในการเดินทางเส้นทางที่เป็นลูกรังและหินลอยบนเขาควรจะต้องมีขนาดใหญ่ และมีดอกยางมากกว่า ยางทางเรียบ
ยางในเส้นหน้าควรเป็นยางใหม่เพื่อความมั่นใจเมื่อลงเขายาว
การเตรียมเครื่องมือเป็นการเตรียมเพื่อการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างเดินทาง ถ้าไม่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไม่เสียเวลาเที่ยว
ที่เขียนรายการขึ้นมาทั้งหมดก็เพื่อให้ผู้เดินทางทำการประเมินสภาพของจักรยานที่ใช้และวางแผนรับมือในกรณีที่มีปัญหา
การเดินทางเป็นกลุ่มซึ่งมีกำหนดการที่แน่นอนจำเป็นต้องมีความพร้อมสูง หากเดินทางคนเดียวจะหยุดรอซ่อมรถสักกี่วันก็คงไม่มีปัญหา
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ
- ไม่เฒ่าNominee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1222
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:21
- team: Deep
- Bike: Wheeler
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
ถ้าจขกท.ไซ้ส์ได้ ลองดูคันนี้ไหมครับ? ผมไม่มีเอี่ยวนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=719426
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=719426
- optimus prime
- สมาชิก
- โพสต์: 50
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 12:53
- team: twin dragon
- Bike: KHS T3,THORN nomad,SURLY lht,VELO ORANGE campeur,STRIDA
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
สุดยอด เลย ครับ
beware of false khowledge, it is more dangerous than ignorance.
- APM
- ขาประจำ
- โพสต์: 549
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ค. 2009, 15:11
- Tel: 0819143591
- Bike: Trek, Surly LHT, Rit
Re: มีงบ "ร้อยพัน" จะทำรถทัวริ่งดีๆ แนะนำหน่อยครับ
การตระเตรียมพละกำลังก่อนเดินทาง แนะนำให้ปั่นจักรยาน ทำระยะทาง 40-50กิโลเมตรต่อวัน
หรือลองขนสัมภาระจริงดูบ้าง ปั่นให้ได้ 2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 3-4วัน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น จะขนอะไรไปด้วยดี
ปกติกล้ามเนื้อของเราจะใช้งานหนักได้มากกว่าการ ซ้อมประจำวันประมาณ 4-5 เท่าตัว
หรือ ถ้าเราขี่รถตัวเปล่า ก็จะขนน้ำหนักสัมภาระปานกลางได้ระยะทาง 3 เท่าของการขี่ตัวเปล่า
ผลของการซ้อมไม่เพียงพอ ก็คือ ตะคริว
สำหรับทริปคนเกษียณ มีสมาชิกใหม่หลายคนที่มาร่วมปั่นช้าเกินไป ทำให้กำลังไม่แข็งแรงพอที่จะปั่นขึ้นเขา
จากการสังเกตุ ของนักปั่นท่องเที่ยว ที่เกิด โอเวอร์เทรนนิ่ง มักจะเกิดขึ้นในช่วงแรกการปั่นต่อเนื่อง 25 วัน
ซึ่งถ้าการเดินทางในทางราบก็คงปรับตัวได้ทัน แต่ถ้าเป็นช่วงขึ้นเขาก็จะลำบากต่อผู้เดินทางใหม่มาก
จึงอยากเน้นให้เริ่มที่บททดสอบง่ายๆ ปรับปรุงเรื่องน้ำหนักบรรทุก ก่อนที่จะพบกับโจทย์ยากในทางเขาต่อไป
บทความที่เขียนนี้มุ่งถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับทัวร์ริ่งใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการตระเตรียม
อาจจะมีข้อที่ไม่ถูกต้องเพราะมุมมองของคนเพียงคนเดียวไม่จำเป็นต้องถูกทุกเรื่อง
หากท่านใดที่มีประสบการณ์ดีๆก็ขอให้มาช่วยกัน แลกเปลี่ยนนะครับ เพื่อประโยชน์ของวงการจักรยานทัวร์ริ่ง
หรือลองขนสัมภาระจริงดูบ้าง ปั่นให้ได้ 2 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 3-4วัน ก็จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น จะขนอะไรไปด้วยดี
ปกติกล้ามเนื้อของเราจะใช้งานหนักได้มากกว่าการ ซ้อมประจำวันประมาณ 4-5 เท่าตัว
หรือ ถ้าเราขี่รถตัวเปล่า ก็จะขนน้ำหนักสัมภาระปานกลางได้ระยะทาง 3 เท่าของการขี่ตัวเปล่า
ผลของการซ้อมไม่เพียงพอ ก็คือ ตะคริว
สำหรับทริปคนเกษียณ มีสมาชิกใหม่หลายคนที่มาร่วมปั่นช้าเกินไป ทำให้กำลังไม่แข็งแรงพอที่จะปั่นขึ้นเขา
จากการสังเกตุ ของนักปั่นท่องเที่ยว ที่เกิด โอเวอร์เทรนนิ่ง มักจะเกิดขึ้นในช่วงแรกการปั่นต่อเนื่อง 25 วัน
ซึ่งถ้าการเดินทางในทางราบก็คงปรับตัวได้ทัน แต่ถ้าเป็นช่วงขึ้นเขาก็จะลำบากต่อผู้เดินทางใหม่มาก
จึงอยากเน้นให้เริ่มที่บททดสอบง่ายๆ ปรับปรุงเรื่องน้ำหนักบรรทุก ก่อนที่จะพบกับโจทย์ยากในทางเขาต่อไป
บทความที่เขียนนี้มุ่งถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับทัวร์ริ่งใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการตระเตรียม
อาจจะมีข้อที่ไม่ถูกต้องเพราะมุมมองของคนเพียงคนเดียวไม่จำเป็นต้องถูกทุกเรื่อง
หากท่านใดที่มีประสบการณ์ดีๆก็ขอให้มาช่วยกัน แลกเปลี่ยนนะครับ เพื่อประโยชน์ของวงการจักรยานทัวร์ริ่ง
แก้ไขล่าสุดโดย APM เมื่อ 18 มิ.ย. 2013, 10:20, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ปั่นในเส้นทางใหม่ๆ ไปกับเพื่อน...สบายใจ