ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ข้าพเจ้ามักตื่นเช้ามานั่งจิบกาแฟอุ่นหอมละไม ยามอรุนรุ่งพร้อมกับนั่งฟัง เสียงนกร้องเซ็งแซ่ ภายในสวนเล็กๆ ที่อบอุ่นข้างบ้าน
ชีวิตเป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว ข้าพเจ้าเคยคิดถึงสวนยามเช้าของข้าพเจ้ามากเมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่
ข้าพเจ้าห่างจากมันไปเป็นเดือน วันนี้ข้าพเจ้ายังนั่งอยู่ในสวนที่เดิม จิบกาแฟดื่มนม ก่อนจะออกไปกับจักรยานคู่ใจ กว่าจะกลับเอาอีกครั้งก็ตะวันสายโด่ง
ข้าพเจ้านึกย้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ในมุมของคนปั่นจักรยาน วันที่ข้าพเจ้าพบเห็นคนขี่จักรยาน มีกระเป๋าพ่วงข้าง หน้าหลัง พะรุงพะรัง ข้าพเจ้ารู้สึกชอบใจ
ย้อนคิดถึงตอนเป็นเด็กที่ได้ปั่นจักรยาน หนีออกไปเที่ยวไกลๆ ข้าพเจ้าเข้ามาเปิดบอร์ดนี้ อ่าน อ่าน อ่าน จนพบว่า นี่แหละข้าพเจ้าจะเป็นแบบนี้
แล้ววันนึงความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้า อ้อ คงไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงสินะ น่าจะเป็น เรื่องของการคบหาหนทางแห่งความสุขบนอานจักรยานแบบใหม่ในตัวข้าพเจ้า เพิ่มขึ้นจากเดิมๆ ที่เคยเป็นอยู่แล้ว
เพื่อนๆ อดที่จะแปลกใจกับสิ่งที่ข้าพเจ้าทำไม่ได้ มันสวนทางกับสันดานข้าพเจ้าสิ้นเชิง แต่สาบาน ข้าพเจ้ารัก ชื่นชม หลงไหล ทัวริ่ง เข้าเต็มเปา
ชีวิตเป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว ข้าพเจ้าเคยคิดถึงสวนยามเช้าของข้าพเจ้ามากเมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่
ข้าพเจ้าห่างจากมันไปเป็นเดือน วันนี้ข้าพเจ้ายังนั่งอยู่ในสวนที่เดิม จิบกาแฟดื่มนม ก่อนจะออกไปกับจักรยานคู่ใจ กว่าจะกลับเอาอีกครั้งก็ตะวันสายโด่ง
ข้าพเจ้านึกย้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ในมุมของคนปั่นจักรยาน วันที่ข้าพเจ้าพบเห็นคนขี่จักรยาน มีกระเป๋าพ่วงข้าง หน้าหลัง พะรุงพะรัง ข้าพเจ้ารู้สึกชอบใจ
ย้อนคิดถึงตอนเป็นเด็กที่ได้ปั่นจักรยาน หนีออกไปเที่ยวไกลๆ ข้าพเจ้าเข้ามาเปิดบอร์ดนี้ อ่าน อ่าน อ่าน จนพบว่า นี่แหละข้าพเจ้าจะเป็นแบบนี้
แล้ววันนึงความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นกับตัวข้าพเจ้า อ้อ คงไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงสินะ น่าจะเป็น เรื่องของการคบหาหนทางแห่งความสุขบนอานจักรยานแบบใหม่ในตัวข้าพเจ้า เพิ่มขึ้นจากเดิมๆ ที่เคยเป็นอยู่แล้ว
เพื่อนๆ อดที่จะแปลกใจกับสิ่งที่ข้าพเจ้าทำไม่ได้ มันสวนทางกับสันดานข้าพเจ้าสิ้นเชิง แต่สาบาน ข้าพเจ้ารัก ชื่นชม หลงไหล ทัวริ่ง เข้าเต็มเปา
- ไฟล์แนบ
-
- C360_2013-05-08-18-29-26.jpg (108.12 KiB) เข้าดูแล้ว 2108 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 13:19, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ทุกวี่วันข้าพเจ้าเป็นแบบนี้ บนอานจักรยาน
- ไฟล์แนบ
-
- niGsnh.jpg (56.73 KiB) เข้าดูแล้ว 2107 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ชื่นชอบหลงไหลความเร็ว ปีนป่ายภูเขาสูง
- ไฟล์แนบ
-
- อออออ.jpg (86.82 KiB) เข้าดูแล้ว 2107 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ผองเพื่อนที่รักความเร็วแห่งทีมสามสี่เจ็ด
- ไฟล์แนบ
-
- aNuzgq.jpg (53.98 KiB) เข้าดูแล้ว 2107 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
เมื่อได้รถ Surly มาใหม่ ข้าพเจ้าทำตัวเป็นเด็กได้ของเล่น จับแต่งโน่นนี่นั่น ตามใจปรารถนา จนคิดว่ามันหล่อ เท่ห์ ข้าพเจ้าตั้งชื่อมันว่า เจ้าม้าสีหมอก
ข้าพเจ้ามีรถถนนทางเรียบราคาคันละราวแสนกว่าบาทจนถึงสองแสนกว่าจอดอยู่ที่บ้านอีกสามคัน ตอนที่ข้าพเจ้าเอาเจ้าม้าสีหมอกเข้าบ้าน คนในครอบครัวต่างชื่นชอบและเจ้าม้าสีหมอกตัวนี้
ภรรยาให้เอาจอดไว้ที่ห้องรับแขก เพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยียนต่างได้ชื่นชม ภรรยาและลูกลูกของ ข้าพเจ้ารักมัน ชอบมันแม้ไม่เคยได้ขึ้นขี่ปั่นควงขาเล่น
เธอมีรถคันเก่งของเธอ ชื่อ จาว่า สีแดงสด เป็นรถจักรยานที่เธอใช้ขี่เล่น วันนึงที่ข้าพเจ้าพาเจ้าสีหมอก ไปตรวจความพร้อมเพื่อการเดินทางไกลครั้งแรกกับข้าพเจ้า
เราได้พบและได้รับการแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่ท่านหนึ่งที่ร่วมเดินทางไปในทริพ ลาวด้วยกัน
เพียงนาทีแรกที่เห็นม้าสีหมอกของข้าพเจ้า เขาก็ดูถูกดูแคลนซะแล้ว ว่าเรื่องการติดขาตั้งที่ข้างรถข้าพเจ้าแปลกประหลาด ใครเขาทำกัน
รถทัวริ่งคันนี้เป็นคันแรกที่เขาเห็น ว่าติดขาตั้งข้าง และเขาว่ามันตลก มันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับใครบางคนแต่กับข้าพเจ้าแล้ว รู้สึกสะเทือนใจ นี่เหรอ
คนทัวริ่งที่ข้าพเจ้าเคยรู้สึกและเคยเขียนไว้ที่ไหนสักแห่งว่า จิตใจสวยงาม แต่ทำไมคนที่บอกว่าขี่ทัวริ่งมานานเช่นชาย คนนี้
เพียงนาทีแรกแรกที่พบเจอก็ทำเอาข้าพเจ้านิ่งอึ้ง แน่นอก ยิ่งนัก แถมว่ากล่าวเจ้าสีหมอกของข้าพเจ้าด้วยอารมณ์ดุดัน ราวโกรธเกลียดมันมาแรมปีทั้งที่เพิ่งพบเจอ
ชายคนนั้นถามข้าพเจ้าต่ออีกว่า ไอ้นั่นซื้อที่ไหน ไอ้นี่ซื้อร้านใคร ข้าพเจ้าตอบไปตามซื่อ
ทุกครั้งชายคนนั้นก็จะสวนกลับมาว่า แพง โดนฟันมาแล้ว ร้านโน้นก็รู้จัก ร้านนี้ก็รู้จัก เรียกว่ารู้ไปซะหมด แม้กระทั่งรู้ว่าจะเอาจักรยานขึ้นเครื่องอย่างไร
แถมคุยข่มถมใส่อีกว่า ถ้าเขาไปแข่งต่างจังหวัด จักรยานของเขาจะได้ตู้ใส่เฉพาะส่วนตัวด้วย เขาบอกข้าพเจ้าว่าทำงานอยู่การบินไทย ได้สิทธิพิเศษ
แต่แม่เจ้า พอข้าพเจ้าเห็นจักรยานเขาที่นอนซุกอยู่ในกระบะหลังรถปิคอัพที่เขาขับมา ข้าพเจ้า นึกขำ และเวทนา
ข้าพเจ้าหันไปมองชายผู้นั้น ผู้ที่พูดจากับข้าพเจ้าว่ารู้ทุกอย่างรู้ทุกเรื่อง ในวงการทัวริ่ง ข้าพเจ้า รู้สึกสลดใจ
ถ้ารถจักรยานของตัวเองมีเท่านั้น ทำไมต้องมาจิกกัด เจ้าสีหมอกของข้าพเจ้า
มันคือ ม้าสีหมอกที่ครอบครัวข้าพเจ้ารัก ถึงมันมีค่าตัวแค่ราวเจ็ดหมื่นบาท แต่มันก็ได้สิทธิ์ จอดอวดความสวยงาม อยู่ในห้องรับแขก เคียงคู่รถคันอื่นที่ราคาค่าตัวสองแสนอย่างสง่าผ่าเผย
บอกตรงข้าพเจ้าสงสารมันจัง
ข้าพเจ้ามีรถถนนทางเรียบราคาคันละราวแสนกว่าบาทจนถึงสองแสนกว่าจอดอยู่ที่บ้านอีกสามคัน ตอนที่ข้าพเจ้าเอาเจ้าม้าสีหมอกเข้าบ้าน คนในครอบครัวต่างชื่นชอบและเจ้าม้าสีหมอกตัวนี้
ภรรยาให้เอาจอดไว้ที่ห้องรับแขก เพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยียนต่างได้ชื่นชม ภรรยาและลูกลูกของ ข้าพเจ้ารักมัน ชอบมันแม้ไม่เคยได้ขึ้นขี่ปั่นควงขาเล่น
เธอมีรถคันเก่งของเธอ ชื่อ จาว่า สีแดงสด เป็นรถจักรยานที่เธอใช้ขี่เล่น วันนึงที่ข้าพเจ้าพาเจ้าสีหมอก ไปตรวจความพร้อมเพื่อการเดินทางไกลครั้งแรกกับข้าพเจ้า
เราได้พบและได้รับการแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่ท่านหนึ่งที่ร่วมเดินทางไปในทริพ ลาวด้วยกัน
เพียงนาทีแรกที่เห็นม้าสีหมอกของข้าพเจ้า เขาก็ดูถูกดูแคลนซะแล้ว ว่าเรื่องการติดขาตั้งที่ข้างรถข้าพเจ้าแปลกประหลาด ใครเขาทำกัน
รถทัวริ่งคันนี้เป็นคันแรกที่เขาเห็น ว่าติดขาตั้งข้าง และเขาว่ามันตลก มันอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับใครบางคนแต่กับข้าพเจ้าแล้ว รู้สึกสะเทือนใจ นี่เหรอ
คนทัวริ่งที่ข้าพเจ้าเคยรู้สึกและเคยเขียนไว้ที่ไหนสักแห่งว่า จิตใจสวยงาม แต่ทำไมคนที่บอกว่าขี่ทัวริ่งมานานเช่นชาย คนนี้
เพียงนาทีแรกแรกที่พบเจอก็ทำเอาข้าพเจ้านิ่งอึ้ง แน่นอก ยิ่งนัก แถมว่ากล่าวเจ้าสีหมอกของข้าพเจ้าด้วยอารมณ์ดุดัน ราวโกรธเกลียดมันมาแรมปีทั้งที่เพิ่งพบเจอ
ชายคนนั้นถามข้าพเจ้าต่ออีกว่า ไอ้นั่นซื้อที่ไหน ไอ้นี่ซื้อร้านใคร ข้าพเจ้าตอบไปตามซื่อ
ทุกครั้งชายคนนั้นก็จะสวนกลับมาว่า แพง โดนฟันมาแล้ว ร้านโน้นก็รู้จัก ร้านนี้ก็รู้จัก เรียกว่ารู้ไปซะหมด แม้กระทั่งรู้ว่าจะเอาจักรยานขึ้นเครื่องอย่างไร
แถมคุยข่มถมใส่อีกว่า ถ้าเขาไปแข่งต่างจังหวัด จักรยานของเขาจะได้ตู้ใส่เฉพาะส่วนตัวด้วย เขาบอกข้าพเจ้าว่าทำงานอยู่การบินไทย ได้สิทธิพิเศษ
แต่แม่เจ้า พอข้าพเจ้าเห็นจักรยานเขาที่นอนซุกอยู่ในกระบะหลังรถปิคอัพที่เขาขับมา ข้าพเจ้า นึกขำ และเวทนา
ข้าพเจ้าหันไปมองชายผู้นั้น ผู้ที่พูดจากับข้าพเจ้าว่ารู้ทุกอย่างรู้ทุกเรื่อง ในวงการทัวริ่ง ข้าพเจ้า รู้สึกสลดใจ
ถ้ารถจักรยานของตัวเองมีเท่านั้น ทำไมต้องมาจิกกัด เจ้าสีหมอกของข้าพเจ้า
มันคือ ม้าสีหมอกที่ครอบครัวข้าพเจ้ารัก ถึงมันมีค่าตัวแค่ราวเจ็ดหมื่นบาท แต่มันก็ได้สิทธิ์ จอดอวดความสวยงาม อยู่ในห้องรับแขก เคียงคู่รถคันอื่นที่ราคาค่าตัวสองแสนอย่างสง่าผ่าเผย
บอกตรงข้าพเจ้าสงสารมันจัง
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0013.jpg (69.62 KiB) เข้าดูแล้ว 2096 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 13:22, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- เหนียวครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1193
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2012, 07:54
- Tel: 0892363974
- team: SON OF THE KING
- Bike: ท่านเขียว กับ เสือเผ่น
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ต่อเลยครับกำลังมันส์ เขียนมันส์ดี เอาเรื่องจริงมาพูดชอบฟังครับ
แต่งรถ ได้ หล่อมาก...ครับ ขอบอก
แต่งรถ ได้ หล่อมาก...ครับ ขอบอก
หนังสือไร้สาระ "ตีนถีบ" เรื่องราวของสองคู่หูขวางนรก นักปั่นจอมกาก
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285
อ่านกันให้สนุกนะครับ
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285
อ่านกันให้สนุกนะครับ
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ข้าพเจ้าเกือบถอดใจ ไม่ไปลาวเสียตั้งแต่หันหลังกลับออกมาจากร้านเจ้ายอร์จ หลังโดนชายคนนั้นคุยข่มถมใส่
เพราะคนที่แนะนำบอกไปว่า ข้าพเจ้าเป็นมือใหม่ทัวริ่งและทริพนี้เป็นทริพแรกของการออก ทัวริ่งของข้าพเจ้า
กลับมานั่งทำใจก็เอาวะ คนชวนอุตส่าชวนและคนชวนก็ไม่ใช่คนนี้คนที่ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกไม่ดีด้วยเอาเสียมากๆ
ภรรยาข้าพเจ้าปลอบใจ บอกให้ข้าเจ้าเดินหน้าต่อไป เดินไปกับความตั้งใจที่มีแต่แรกกับเจ้าสีหมอก ลืมความรู้สึกที่ไม่ดีไปซะก้าวขาขึ้นคร่อมควงตีนหมุนลูกบันได
ไปกับเจ้าสีหมอก ท่องเที่ยวบนหลังมัน ชื่นชมความสวยงามธรรมชาติสองข้างทาง สักพักก็คงลืมเรื่องราวหม่นหมองได้เอง
ในวันเดินทางบนรถไฟ จากรังสิตมุ่งสู่อุดรธานี บนรถนอนขบวนยาวเหยียด ข้าพเจ้าเหมือนคนเพิ่งหัดเดิน
จำได้ว่าขึ้นรถไฟเพียงระยะสั้นๆ กับป้าเมื่อตอนเด็กเท่านั้น ครั้งนี้จึงเป็นการนั่งรถไฟแบบตู้นอนครั้งแรก ตื่นเต้น แกมหวาดกลัว ตอนรถไฟโยกโยน แม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำ
ข้าพเจ้าเคยได้ยินหรือพบเห็นงานเขียนเกี่ยวกับห้องน้ำบนรถไฟ มาบ้าง เรื่องความเหม็นของห้องส้วม จริงดังว่า
เหม็นบรรลัยจริงๆ เมื่อครั้งแรกที่เข้าไปเยือน ด้านหนึ่งของห้องน้ำมีหน้าต่าง ข้าพเจ้ายืนฉี่ พร้อมเอาหน้ายื่นไปจนติดลูกกรงเหล็กขอบหน้าต่าง สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกตามคำแนะนำที่เคยอ่านพบมา
และกำลังนึกเพลินๆ ชื่นชมวิวทิวทัศน์ข้างทาง จังหวะหนึ่งรถไฟโยกหน้าผากของข้าพเจ้าโขกเข้ากับซี่ลูกกรงอย่างแรงเสียงดังโป๊ก
เช็ดแม่ ข้าพเจ้าสบทเสียงดัง อยาบคาย กรูเจ้บนะ ขำตัวเองก็ขำ โมโหคนขับด้วย
แต่ช่างมัน เดินออกมาแบบอารมณ์ ขุ่นมัวจริงๆ เลยกรู
รถไฟเมืองไทย
ส้วมเหม็นชิบหาย สาบานใครเข้าส้วมบนรถไฟควรยื่นหน้าออกไปที่หน้าต่างแบบข้าพเจ้า หากไม่อยากดูดดมความเหม็นของโถส้วม แต่ระวังอย่าโง่เอาหัวโขกลูกกรงเช่นข้าพเจ้า แมร่งเจ็บ จริงๆ บ่องตง
เพราะคนที่แนะนำบอกไปว่า ข้าพเจ้าเป็นมือใหม่ทัวริ่งและทริพนี้เป็นทริพแรกของการออก ทัวริ่งของข้าพเจ้า
กลับมานั่งทำใจก็เอาวะ คนชวนอุตส่าชวนและคนชวนก็ไม่ใช่คนนี้คนที่ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกไม่ดีด้วยเอาเสียมากๆ
ภรรยาข้าพเจ้าปลอบใจ บอกให้ข้าเจ้าเดินหน้าต่อไป เดินไปกับความตั้งใจที่มีแต่แรกกับเจ้าสีหมอก ลืมความรู้สึกที่ไม่ดีไปซะก้าวขาขึ้นคร่อมควงตีนหมุนลูกบันได
ไปกับเจ้าสีหมอก ท่องเที่ยวบนหลังมัน ชื่นชมความสวยงามธรรมชาติสองข้างทาง สักพักก็คงลืมเรื่องราวหม่นหมองได้เอง
ในวันเดินทางบนรถไฟ จากรังสิตมุ่งสู่อุดรธานี บนรถนอนขบวนยาวเหยียด ข้าพเจ้าเหมือนคนเพิ่งหัดเดิน
จำได้ว่าขึ้นรถไฟเพียงระยะสั้นๆ กับป้าเมื่อตอนเด็กเท่านั้น ครั้งนี้จึงเป็นการนั่งรถไฟแบบตู้นอนครั้งแรก ตื่นเต้น แกมหวาดกลัว ตอนรถไฟโยกโยน แม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำ
ข้าพเจ้าเคยได้ยินหรือพบเห็นงานเขียนเกี่ยวกับห้องน้ำบนรถไฟ มาบ้าง เรื่องความเหม็นของห้องส้วม จริงดังว่า
เหม็นบรรลัยจริงๆ เมื่อครั้งแรกที่เข้าไปเยือน ด้านหนึ่งของห้องน้ำมีหน้าต่าง ข้าพเจ้ายืนฉี่ พร้อมเอาหน้ายื่นไปจนติดลูกกรงเหล็กขอบหน้าต่าง สูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกตามคำแนะนำที่เคยอ่านพบมา
และกำลังนึกเพลินๆ ชื่นชมวิวทิวทัศน์ข้างทาง จังหวะหนึ่งรถไฟโยกหน้าผากของข้าพเจ้าโขกเข้ากับซี่ลูกกรงอย่างแรงเสียงดังโป๊ก
เช็ดแม่ ข้าพเจ้าสบทเสียงดัง อยาบคาย กรูเจ้บนะ ขำตัวเองก็ขำ โมโหคนขับด้วย
แต่ช่างมัน เดินออกมาแบบอารมณ์ ขุ่นมัวจริงๆ เลยกรู
ส้วมเหม็นชิบหาย สาบานใครเข้าส้วมบนรถไฟควรยื่นหน้าออกไปที่หน้าต่างแบบข้าพเจ้า หากไม่อยากดูดดมความเหม็นของโถส้วม แต่ระวังอย่าโง่เอาหัวโขกลูกกรงเช่นข้าพเจ้า แมร่งเจ็บ จริงๆ บ่องตง
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0009.jpg (51.94 KiB) เข้าดูแล้ว 2076 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 13:25, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
เช้าวันเดินทางแห่งการทัวริ่งจิงจังในอารมณ์ที่ขุ่นมัวของท้องฟ้า เมฆหนาจับตัวทมึน ทุกทิศทาง เต็มท้องฟ้าจังหวัดอุดรธานี
มีเรื่องราวมากมายหลายอย่างถ้าเขียนเล่าทั้งวันคงไม่จบไม่สิ้น เพราะคนทั้งสิบเอ็ดคนย่อมมีธุระปะปังล้นเหลือ
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยความรู้สึกที่ดีดี ข้าพเจ้าขึ้นขี่เจ้าสีหมอก มุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคายตามอารมณ์ฝันที่อยากจะเป็นคนเล็กๆคนหนึ่งในบ้านทัวริ่งหลังใหญ่
ข้าพเจ้าแต่งตัวแบบที่คิดว่าตัวเองหล่อลากไส้ที่สุด เสื้อผ้าหน้าผมนี่เดินผ่านกระจกร้านซะดวกซื้อคราใด ต้องหันกลับไปมอง
นั่นกรูเหรอ แอบยิ้มน้อยๆ หล่อ ลงตัวหรือไม่อย่างไร ข้าพเจ้าไม่สนใจ แต่สาบาน ข้าพเจ้า ชอบ
มันสบายดีนะกางเกงรัดรูปที่เคยใส่เวลาปั่นก็ไม่ต้องใส่ เสื้อเชิ็ตแขนยาวใส่สบายกว่า เสื้อจักรยานรัดติ้วแถมมีถุงแขนกันแดดอีก ช่างบางเบาบนหลังจักรยานเหลือเกิน เป็นความสุขในการปั่นอย่างบอกไม่ถูก
แต่รองเท้าที่ข้าพเจ้าใส่นี่สิ มันจะหล่อไปถึงไหน ข้าพเจ้าซื้อมาจากในเวปจักรยานนี่แหละ หุ้มข้อซะด้วย
เพื่อนข้าเจ้าแวะมาหาที่บ้าน ข้าพเจ้ารีบคว้ามาอวด นี่เว้ย รองเท้าทัวริ่งของแท้ หุ้มข้อด้วย
เพื่อนข้าพเจ้ามอง และนิ่ง มันหัวเราะเสียงดัง ข่มขู่ บอกข้าพเจ้าว่าเฮ้ย พี่ เมิงจะบ้าเหรอวะ
ทัวริ่งเขาแต่งตัว สบาย สบาย ชิวชิว รองเท้าก็ต้อง เบาเบา บางบาง
นี่เมิงซื้ออะไรมา เมิงจะไปปั่นในธิเบตรึไง จะไปเดินจูงจักรยานลุยหิมะเหรอ
โอว แมร่งเล่นซะชุดใหญ่ ชิบหาย ข้าพเจ้ายิ้ม แห้งๆ โห กรูอุตส่าเอามาอวด ดันสวดใส่กรูซะยับ
มันบอกต้องประมาณแบบนี้ เปิดเวปดูกันเลยทีเดียว แมร่เจ้า มันแนะนำ รองเท้าถักไขว้ไปมายี่ห้อหนึ่ง
ดูงานแล้วราคาสี่พันกรู ไม่เอารอหาซื้อมือสองละกัน
ข้าพเจ้าบอกงั้นกรูใส่ผ้าใบ ไม่ต้องใช้ครีทก็ได้ เพื่อนหัวเราะบอก ซื้อมาแล้วก็ใส่ไปเหอะ
มันก็หล่อดี เข้ากันกับคนบ้าๆ แบบพี่ จบลงที่การการหลอกด่าข้าพเจ้าอีกรอบ สรุปข้าพเจ้าก็ใช้รองเท้าหุ้มข้อปั่นแมร่งทั้งวัน จากอุดรจนถึงเวียงจันทร์
วันแรกบนความเป็นทัวริ่ง ข้าพเจ้าพยายาม ควบคุมความเร็วบนไมล์เจ้าสีหมอกไม่ให้เกินยี่สิบห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง
เป็นความจริงที่ว่ามันมีอะไรต่ออะไรสองข้างทางที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ เหลียวมองชื่นชม
ผิดไปจากการปั่นแบบเรสซิ่งโดยสิ้นเชิง ถ้ามัวแต่มองสองข้างทางเพลิดเพลิน รับรองได้ลงไปนอนกลิ้งวัดพื้นถนน
ได้แวะดื่มกินน้ำมะพร้าวสดสดจากแม่ค้าริมทาง จอดเยี่ยวริมถนนอย่างปลอดโปร่ง
ซื้อหัวมันเผากัดกินเรื่อยเปื่อย เจอศาลาริมทาง จอดหลบฝน นอนมองรถยนต์วิ่งผ่าน น้ำกระจาย
บางทีเผลอหลับไหล จนเพื่อนๆ ร่วมทางตามมาทัน ข้าพเจ้าคิดถึง นิยาย ตอนเด็ก เรื่อง กระต่ายกับเต่า
สาบานได้ ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นเต่าตัวที่พูดจาเหยียดหยามม้าสีหมอก ของข้าพเจ้า โผล่มาในครรลองสายตาพร้อมใครๆ
ข้าพเจ้าเชื่ออย่างเหลือเกินว่า คนคนนี้เห็นหลังข้าพเจ้าได้นานถึงห้าร้อยเมตรของการเริ่มเดินทางนับข้าพเจ้าจะนับว่าเก่ง
ข้าพเจ้าเริ่มเปลี่ยนจากโกรธแค้นชิงชัง เป็น เวทนา และ สงสาร เมื่อทุกครั้งที่เห็นเขาปั่นรถใกล้เข้ามา
มีเรื่องราวมากมายหลายอย่างถ้าเขียนเล่าทั้งวันคงไม่จบไม่สิ้น เพราะคนทั้งสิบเอ็ดคนย่อมมีธุระปะปังล้นเหลือ
แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยความรู้สึกที่ดีดี ข้าพเจ้าขึ้นขี่เจ้าสีหมอก มุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคายตามอารมณ์ฝันที่อยากจะเป็นคนเล็กๆคนหนึ่งในบ้านทัวริ่งหลังใหญ่
ข้าพเจ้าแต่งตัวแบบที่คิดว่าตัวเองหล่อลากไส้ที่สุด เสื้อผ้าหน้าผมนี่เดินผ่านกระจกร้านซะดวกซื้อคราใด ต้องหันกลับไปมอง
นั่นกรูเหรอ แอบยิ้มน้อยๆ หล่อ ลงตัวหรือไม่อย่างไร ข้าพเจ้าไม่สนใจ แต่สาบาน ข้าพเจ้า ชอบ
มันสบายดีนะกางเกงรัดรูปที่เคยใส่เวลาปั่นก็ไม่ต้องใส่ เสื้อเชิ็ตแขนยาวใส่สบายกว่า เสื้อจักรยานรัดติ้วแถมมีถุงแขนกันแดดอีก ช่างบางเบาบนหลังจักรยานเหลือเกิน เป็นความสุขในการปั่นอย่างบอกไม่ถูก
แต่รองเท้าที่ข้าพเจ้าใส่นี่สิ มันจะหล่อไปถึงไหน ข้าพเจ้าซื้อมาจากในเวปจักรยานนี่แหละ หุ้มข้อซะด้วย
เพื่อนข้าเจ้าแวะมาหาที่บ้าน ข้าพเจ้ารีบคว้ามาอวด นี่เว้ย รองเท้าทัวริ่งของแท้ หุ้มข้อด้วย
เพื่อนข้าพเจ้ามอง และนิ่ง มันหัวเราะเสียงดัง ข่มขู่ บอกข้าพเจ้าว่าเฮ้ย พี่ เมิงจะบ้าเหรอวะ
ทัวริ่งเขาแต่งตัว สบาย สบาย ชิวชิว รองเท้าก็ต้อง เบาเบา บางบาง
นี่เมิงซื้ออะไรมา เมิงจะไปปั่นในธิเบตรึไง จะไปเดินจูงจักรยานลุยหิมะเหรอ
โอว แมร่งเล่นซะชุดใหญ่ ชิบหาย ข้าพเจ้ายิ้ม แห้งๆ โห กรูอุตส่าเอามาอวด ดันสวดใส่กรูซะยับ
มันบอกต้องประมาณแบบนี้ เปิดเวปดูกันเลยทีเดียว แมร่เจ้า มันแนะนำ รองเท้าถักไขว้ไปมายี่ห้อหนึ่ง
ดูงานแล้วราคาสี่พันกรู ไม่เอารอหาซื้อมือสองละกัน
ข้าพเจ้าบอกงั้นกรูใส่ผ้าใบ ไม่ต้องใช้ครีทก็ได้ เพื่อนหัวเราะบอก ซื้อมาแล้วก็ใส่ไปเหอะ
มันก็หล่อดี เข้ากันกับคนบ้าๆ แบบพี่ จบลงที่การการหลอกด่าข้าพเจ้าอีกรอบ สรุปข้าพเจ้าก็ใช้รองเท้าหุ้มข้อปั่นแมร่งทั้งวัน จากอุดรจนถึงเวียงจันทร์
วันแรกบนความเป็นทัวริ่ง ข้าพเจ้าพยายาม ควบคุมความเร็วบนไมล์เจ้าสีหมอกไม่ให้เกินยี่สิบห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง
เป็นความจริงที่ว่ามันมีอะไรต่ออะไรสองข้างทางที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ เหลียวมองชื่นชม
ผิดไปจากการปั่นแบบเรสซิ่งโดยสิ้นเชิง ถ้ามัวแต่มองสองข้างทางเพลิดเพลิน รับรองได้ลงไปนอนกลิ้งวัดพื้นถนน
ได้แวะดื่มกินน้ำมะพร้าวสดสดจากแม่ค้าริมทาง จอดเยี่ยวริมถนนอย่างปลอดโปร่ง
ซื้อหัวมันเผากัดกินเรื่อยเปื่อย เจอศาลาริมทาง จอดหลบฝน นอนมองรถยนต์วิ่งผ่าน น้ำกระจาย
บางทีเผลอหลับไหล จนเพื่อนๆ ร่วมทางตามมาทัน ข้าพเจ้าคิดถึง นิยาย ตอนเด็ก เรื่อง กระต่ายกับเต่า
สาบานได้ ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นเต่าตัวที่พูดจาเหยียดหยามม้าสีหมอก ของข้าพเจ้า โผล่มาในครรลองสายตาพร้อมใครๆ
ข้าพเจ้าเชื่ออย่างเหลือเกินว่า คนคนนี้เห็นหลังข้าพเจ้าได้นานถึงห้าร้อยเมตรของการเริ่มเดินทางนับข้าพเจ้าจะนับว่าเก่ง
ข้าพเจ้าเริ่มเปลี่ยนจากโกรธแค้นชิงชัง เป็น เวทนา และ สงสาร เมื่อทุกครั้งที่เห็นเขาปั่นรถใกล้เข้ามา
- ไฟล์แนบ
-
- B7asHw.jpg (74.94 KiB) เข้าดูแล้ว 2063 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 16:37, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ในความเปลี่ยนแปลงแห่งเวียงจันทร์ ก่อนที่จะเดินทางมาข้าพเจ้าหยิบหาหนังสือท่องเที่ยวบางเล่ม
ที่มีเรื่องราวของ เวียงจันทร์ มาอ่านเพื่อเป็นความรู้ เมื่อเท้าก้าวข้ามผ่านพรมแดน แห่งเวียงจันทร์
มันมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือนดั่งที่รู้มา รถรายังวิ่งขวักไขว่ ถนนหนทางอบอวลไปด้วยละอองฝุ่นคละคลุ้ง
ผู้คนขับรถขับรากันแบบ ทางของกรูตามใจกรูโดยเฉพาะ แมงกะไซด์
ข้าพเจ้ายังไม่คุ้นเคยกับการถีบปั่นรถทางด้านขวาของถนน บางครั้งขี่เพลินๆ ก็ตกสะดุ้งว่าตัวเองขี่ผิดแถบผิดทาง
ใช่หรือ กรูขี่ผิด หรือเมิงขี่ถูก สับสน งุนงง เอามากๆ ยิ่งเรามาถึงตอนบ่ายเป็นเวลานักเรียนชาวลาวเลิกเรียน รถราขวักไขว่
แมงกะไซด์สวนเลน มามองหน้าตาขวาง อ้าวรึกรูขี่ผิด ปวดหัว ปวดจริงๆ
ข้าพเจ้าแวะจอดดื่มน้ำ ล้วงกระเป๋าหยิบพาราเซตามอลโยนใส่ปากสองเม็ด เช็ดเขร้ จนไปถึงโรงแรมแห่งพักนั่นแหละ
จึงเริ่มรู้สึกเป็นสุข กระดี๊กระด๊า เป็นปลากระดี่ได้น้ำ เมื่อพบเจอพนักงานต้อนรับสาวสวยชาวเวียดนาม มาพูดคุยด้วย
ความเหนื่อยเมื่อยล้าที่หมักหมม มาจากอุดรธานี หายเป็นปลิดทิ้ง พาเจ้าสีหมอกที่ลุยฝนกันมาทั้งวันเข้าที่เข้าทาง ก่อนรีบอาบน้ำแต่งตัว ฉีดพรหมน้ำหอม
กะว่าจะเข้าตีเมืองลาว เสียแต่หัววัน ก่อนที่ข้าศึกจะรู้ตัวและกะเกณฑ์ไพร่พลทหารสาวตั้งรับทัน สาบานวันนี้ขอตีเมืองจันทร์ให้แตกยับ

ที่มีเรื่องราวของ เวียงจันทร์ มาอ่านเพื่อเป็นความรู้ เมื่อเท้าก้าวข้ามผ่านพรมแดน แห่งเวียงจันทร์
มันมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือนดั่งที่รู้มา รถรายังวิ่งขวักไขว่ ถนนหนทางอบอวลไปด้วยละอองฝุ่นคละคลุ้ง
ผู้คนขับรถขับรากันแบบ ทางของกรูตามใจกรูโดยเฉพาะ แมงกะไซด์
ข้าพเจ้ายังไม่คุ้นเคยกับการถีบปั่นรถทางด้านขวาของถนน บางครั้งขี่เพลินๆ ก็ตกสะดุ้งว่าตัวเองขี่ผิดแถบผิดทาง
ใช่หรือ กรูขี่ผิด หรือเมิงขี่ถูก สับสน งุนงง เอามากๆ ยิ่งเรามาถึงตอนบ่ายเป็นเวลานักเรียนชาวลาวเลิกเรียน รถราขวักไขว่
แมงกะไซด์สวนเลน มามองหน้าตาขวาง อ้าวรึกรูขี่ผิด ปวดหัว ปวดจริงๆ
ข้าพเจ้าแวะจอดดื่มน้ำ ล้วงกระเป๋าหยิบพาราเซตามอลโยนใส่ปากสองเม็ด เช็ดเขร้ จนไปถึงโรงแรมแห่งพักนั่นแหละ
จึงเริ่มรู้สึกเป็นสุข กระดี๊กระด๊า เป็นปลากระดี่ได้น้ำ เมื่อพบเจอพนักงานต้อนรับสาวสวยชาวเวียดนาม มาพูดคุยด้วย
ความเหนื่อยเมื่อยล้าที่หมักหมม มาจากอุดรธานี หายเป็นปลิดทิ้ง พาเจ้าสีหมอกที่ลุยฝนกันมาทั้งวันเข้าที่เข้าทาง ก่อนรีบอาบน้ำแต่งตัว ฉีดพรหมน้ำหอม
กะว่าจะเข้าตีเมืองลาว เสียแต่หัววัน ก่อนที่ข้าศึกจะรู้ตัวและกะเกณฑ์ไพร่พลทหารสาวตั้งรับทัน สาบานวันนี้ขอตีเมืองจันทร์ให้แตกยับ
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 13:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
แต่ในความวุ่นวายแห่งท้องถนน ของเวียงจันทร์ บางตรอก ซอกมุมข้าพเจ้าพบความสงบเงียบ สวยงาม ลุ่มลึก แอบซ่อนอยู่
ข้าพเจ้าหยุดรถถ่ายภาพ จากโทรศัพท์มือถือตามอำเภอใจ คนอื่นเขาจะปั่นวนไปเที่ยวไหน ก็เป็นเรื่องของความชอบใจแต่ละคน
ยังไงเสียตอนเย็นย่ำก็ต้องมาพบเจอกัน ที่โรงแรมที่พักอยู่แล้ว เจอมุมถูกใจก็แวะผ่าน ไม่ถูกใจก็ผ่านเลย แต่สาบาน บางทีเหมือนอยู่เมืองไทย
บ้านเรือนคล้ายคลึง สถาปัตยกรรม ตึกเก่าตึกใหม่ คล้ายคลึงเมืองไทย ในหลายๆ แห่งที่เคยผ่านตาข้าพเจ้า
ใช่หรือไม่ ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า ลาวกับไทย ไม่แปลกแยก แม้นใน ก้นบึ้งแก่นแท้ของ จิตใจผู้คน ยังคงความสวยงาม เป็นมิตรไมตรี
ข้าพเจ้าหยุดรถถ่ายภาพ จากโทรศัพท์มือถือตามอำเภอใจ คนอื่นเขาจะปั่นวนไปเที่ยวไหน ก็เป็นเรื่องของความชอบใจแต่ละคน
ยังไงเสียตอนเย็นย่ำก็ต้องมาพบเจอกัน ที่โรงแรมที่พักอยู่แล้ว เจอมุมถูกใจก็แวะผ่าน ไม่ถูกใจก็ผ่านเลย แต่สาบาน บางทีเหมือนอยู่เมืองไทย
บ้านเรือนคล้ายคลึง สถาปัตยกรรม ตึกเก่าตึกใหม่ คล้ายคลึงเมืองไทย ในหลายๆ แห่งที่เคยผ่านตาข้าพเจ้า
ใช่หรือไม่ ข้าพเจ้าคิดเอาเองว่า ลาวกับไทย ไม่แปลกแยก แม้นใน ก้นบึ้งแก่นแท้ของ จิตใจผู้คน ยังคงความสวยงาม เป็นมิตรไมตรี
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0002.jpg (85.38 KiB) เข้าดูแล้ว 2053 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 13:36, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
แต่ละซอกซอย บางมุมรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเรา จริงๆ ไม่แปลกแยก ไม่แตกต่างหากแต่เพียงความเป็นเมืองที่มีประเทศยุโรปเคยครอบครอง วัฒนธรรม
แบบแผน อาจแปลกแยกไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง วัฒนธรรมการกิน บางเรื่องราวแนบชิดติดความเป็นไทย บางเรื่องราวแนบชิดความเป็นยุโรป
ใช่หรือไม่ มันก็คือไม่มีอะไรผิด แต่ในมุมมองแห่งความภาคภูมิใจ ในความเป็นคนไทย
ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณบรรพบุรุษของเรา ที่ปกป้องเอกราชไว้ได้โดยที่ประเทศของเรา ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร
เราจึงมีวัฒนธรรม ที่เป็นรูปแบบ เป็นตัวตนของชาติไทยสืบมาทุกวันนี้ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ว่าเราเป็น ประชาชน ชาวไทย
ข้าพเจ้าจึงรักประเทศไทย ข้าพเจ้าสอนลูกลูก ให้รักประเทศไทย ทุกนาที
แบบแผน อาจแปลกแยกไปบ้าง โดยเฉพาะเรื่อง วัฒนธรรมการกิน บางเรื่องราวแนบชิดติดความเป็นไทย บางเรื่องราวแนบชิดความเป็นยุโรป
ใช่หรือไม่ มันก็คือไม่มีอะไรผิด แต่ในมุมมองแห่งความภาคภูมิใจ ในความเป็นคนไทย
ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณบรรพบุรุษของเรา ที่ปกป้องเอกราชไว้ได้โดยที่ประเทศของเรา ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร
เราจึงมีวัฒนธรรม ที่เป็นรูปแบบ เป็นตัวตนของชาติไทยสืบมาทุกวันนี้ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ว่าเราเป็น ประชาชน ชาวไทย
ข้าพเจ้าจึงรักประเทศไทย ข้าพเจ้าสอนลูกลูก ให้รักประเทศไทย ทุกนาที
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0003.jpg (54.25 KiB) เข้าดูแล้ว 2053 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 16:39, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ที่โรงแรมพักสาวเวียตนามยืนเคียงข้าพเจ้าเธอเอง ก็ยังชื่นชอบความเงียบสงบ เมืองลาว
รอนแรมจากพ่อจากแม่มาไกล คิดการค้าขายเสียตั้งแต่อายุย่างเข้ายี่สิบเศษ ข้าพเจ้าชื่นชม
ในความกว้างไกลของสายตาเจ้าหล่อน มากกว่าความสวยงามและรอยยิ้ม บนใบหน้า
เมื่อเทียบกับข้าพเจ้าในวัยยี่สิบเช่นนั้น แค่คิดอะไรยังคิดไม่เป็น ใช่หรือไม่ว่า คนเวียตนามถูกหล่อหลอมให้แข็งแกร่งมาตั้งแต่แรกเกิด
มากกว่ามาหล่อหลอมกันตอนโตเต็มวัย เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เคยรับมา บางทีเรื่องราวที่พบเจอก็เหมือนกระจกที่ส่อง กลับมา
ให้เราได้มองเห็นตัวตนในความเป็นเรา ให้เราได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง ข้าพเจ้าเชื่อว่า บางประเทศจำเป็น
ที่จะต้องสอนให้ลูกหลานกล้าแกร่ง บางประเทศก็ไม่จำเป็น เราอยู่แบบไหน เราโชคดี หรือไม่อย่างไร ที่เกิดมาในประเทศไทย
ที่สุดแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่า การที่ข้าพเจ้าเกิด มาในประเทศไทย นั้น โชคดี
รอนแรมจากพ่อจากแม่มาไกล คิดการค้าขายเสียตั้งแต่อายุย่างเข้ายี่สิบเศษ ข้าพเจ้าชื่นชม
ในความกว้างไกลของสายตาเจ้าหล่อน มากกว่าความสวยงามและรอยยิ้ม บนใบหน้า
เมื่อเทียบกับข้าพเจ้าในวัยยี่สิบเช่นนั้น แค่คิดอะไรยังคิดไม่เป็น ใช่หรือไม่ว่า คนเวียตนามถูกหล่อหลอมให้แข็งแกร่งมาตั้งแต่แรกเกิด
มากกว่ามาหล่อหลอมกันตอนโตเต็มวัย เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เคยรับมา บางทีเรื่องราวที่พบเจอก็เหมือนกระจกที่ส่อง กลับมา
ให้เราได้มองเห็นตัวตนในความเป็นเรา ให้เราได้เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง ข้าพเจ้าเชื่อว่า บางประเทศจำเป็น
ที่จะต้องสอนให้ลูกหลานกล้าแกร่ง บางประเทศก็ไม่จำเป็น เราอยู่แบบไหน เราโชคดี หรือไม่อย่างไร ที่เกิดมาในประเทศไทย
ที่สุดแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อว่า การที่ข้าพเจ้าเกิด มาในประเทศไทย นั้น โชคดี
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0005.jpg (31.07 KiB) เข้าดูแล้ว 2050 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 16:40, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
มาถึงเวียงจันทร์ ได้มีโอกาสชื่นชมสถาปัตยกรรม งดงาม อย่าง ประตูชัย ยิ่งใหญ่อลังกาล
ไหว้พระเจดีย์สีทองอร่ามตาแห่งวัดพระธาตุหลวงนับว่าคุ้มกับการเดินทาง
ยังมินับเรื่องการเที่ยวชมความงาม เงียบสงบยามค่ำคืน แต่เชื่อไหมในความเวียบงัน
กลับฝังแฝง เรื่องราวชวนตื่นตาตื่นใจ ที่หนุ่มๆ เมืองไหนก็ตามที่ได้แวะผ่านเข้ามาเวียงจันทร์อดเสียมิได้ที่จะถามถึง
มันคงไม่เหมาะไม่ควรหากนำมาบอกกล่าวในทีนี้ สาบานว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจ เกินห้ามหักทีเดียวแหละ
เพียงค่ำคืนแรกที่เหยียบย่างเข้ากรุงเวียง จันทร์ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ข้าพเจ้าบุกเดี่ยวเข้าตี เมืองหลวงอย่างเงียบ ๆ
ด้วยกำลังชาที่ถดถอยจากการเดินทางไกล ข้าพเจ้ากวาดต้อนสาวเวียงจันทร์มาเป็นสนมกำนัลในคืน นี้ได้เพียงสองคน
ข้าพเจ้า นิ่งคิด ตรึกตรอง ว่าคืนเดียวสองคน มันน้อยไปไหม อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกล แต่ถึงที่สุด มันก็ทำได้แค่เท่านั้น
ข้าพเจ้าหลับไหลไปกับ แสงจันทร์ สีทอง ที่ สาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง อย่างเป็นสุข สาบาน เพียงคืนแรก แห่งการทัวริ่ง เวียงจันทร์ ข้าพเจ้าปั่นหลงทางเลยเถิด ไปถึงสรวงสวรรค์ แม่เจร้า
ไหว้พระเจดีย์สีทองอร่ามตาแห่งวัดพระธาตุหลวงนับว่าคุ้มกับการเดินทาง
ยังมินับเรื่องการเที่ยวชมความงาม เงียบสงบยามค่ำคืน แต่เชื่อไหมในความเวียบงัน
กลับฝังแฝง เรื่องราวชวนตื่นตาตื่นใจ ที่หนุ่มๆ เมืองไหนก็ตามที่ได้แวะผ่านเข้ามาเวียงจันทร์อดเสียมิได้ที่จะถามถึง
มันคงไม่เหมาะไม่ควรหากนำมาบอกกล่าวในทีนี้ สาบานว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจ เกินห้ามหักทีเดียวแหละ
เพียงค่ำคืนแรกที่เหยียบย่างเข้ากรุงเวียง จันทร์ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง ข้าพเจ้าบุกเดี่ยวเข้าตี เมืองหลวงอย่างเงียบ ๆ
ด้วยกำลังชาที่ถดถอยจากการเดินทางไกล ข้าพเจ้ากวาดต้อนสาวเวียงจันทร์มาเป็นสนมกำนัลในคืน นี้ได้เพียงสองคน
ข้าพเจ้า นิ่งคิด ตรึกตรอง ว่าคืนเดียวสองคน มันน้อยไปไหม อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกล แต่ถึงที่สุด มันก็ทำได้แค่เท่านั้น
ข้าพเจ้าหลับไหลไปกับ แสงจันทร์ สีทอง ที่ สาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง อย่างเป็นสุข สาบาน เพียงคืนแรก แห่งการทัวริ่ง เวียงจันทร์ ข้าพเจ้าปั่นหลงทางเลยเถิด ไปถึงสรวงสวรรค์ แม่เจร้า
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0001.jpg (83.08 KiB) เข้าดูแล้ว 2040 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 16:43, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
ความอะลังกาลของพระธาตุหลวง ที่ข้าพเจ้าได้พบเห็น พร้อมกับ เจ้าสีหมอกคู่ใจ ติดตรึง ติดตา ติดใจ ได้กราบไหว้ ขอพร เป็นศิริกับตัวเอง
ใช่หรือไม่ บางทีอายุมากขึ้น ทำไมรู้สึกดีกับการกราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ตอนเป็นเด็กไม่เคยทำ
ใช่หรือไม่ บางทีอายุมากขึ้น ทำไมรู้สึกดีกับการกราบไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ตอนเป็นเด็กไม่เคยทำ
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0008.jpg (64.93 KiB) เข้าดูแล้ว 2038 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 13:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวริ่งมือใหม่ หัวใจ ชิวชิว เวียงจันทร์วังเวียง
เพียงข้ามคืน ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนเนิ่นนาน เวียงจันทร์อาจดูคล้ายคลึงเกินไปในความเป็นจริง ทั้งภาษาวัฒนธรรม อาหาร
ความเป็นอยู่และวิถีชิวิต แบ่งแยกไม่ออก ข้าพเจ้าเดินทางไปกับเจ้าสีหมอกอีกร้อยห้าสิบกว่าโล
ก่อนจะถึง วังเวียง ว่ากันว่าสวยงามเหลือเกิน ตามที่ข้าพเจ้าได้พบเห็นมาบ้างจากทางหนังสือและเวปไซด์ท่องเที่ยว
ด้วยเวลาเริ่มเดินทาง สายโด่ง รวมกับเวลาถามไถ่หาหนทางออกนอกเมืองมุ่งสู่วังเวียง จนกลายเป็นวังวน
คือวกวนจนแทบงงงวย กว่าจะจับถนนสายหลักได้ก็นานโข แดดร้อนเปรี้ยงปร้างผิดแผกไปจากวันวานที่ปั่นตากฝนมาจากเมืองไทย
ข้าพเจ้าแวะซื้อขนมปังสไตล์ฝรั่งเศษที่สามแยกแห่งหนึ่ง คนที่นี่ชอบกินขนมปังนะ สนนราคาสิบกว่าบาท
คุยกันอยู่ตั้งนาน ทั้งที่ภาษาก็ใกล้เคียงกัน คือเรื่องมันอยู่ที่ข้าพเจ้าคิดตัวเลขเชื่องช้า เงินกีบกับเงินบาทมันต่างกันเยอะมาก
จนครั้งต่อๆ มาซื้อหาอะไรกินตามริมทางข้าพเจ้าจะหยิบเงินกีบออกมา จับกางกางออกไปเหมือนถือไพ่ แล้วให้แม่ค้าเลือกหยิบเอา หมดเรื่องไป
เออว่าไปแล้ว แต่ถ้าเขาโกงล่ะ ข้าพเจ้าฉุกคิดในบางครั้ง แต่ถึงที่สุดแล้ว หากเราส่งให้แบบนี้เมิงจะโกงไปสักเท่าไรก็ช่างเมิง มันก็แค่ไม่กี่บาท
ขี่จักรยานมาเหนื่อยๆ ยังต้องมายืนคิดเลขอีก สาบาน เมิงหยิบเอาเลย
ระหว่างเดินทางข้าพเจ้าควบเจ้าสีหมอกไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบอะไรในความคิดของข้าพเจ้านะ
แต่หันหลังไปก็ไม่พบเห็นใคร แต่ถือเป็นโอกาสที่ดี ผ่านโน่นนี่ อะไรสองข้างทางที่ไม่เคยเห็นก็หยุดก็จอดดูให้สาใจ
กว่าจะถึงวังเวียงคงเย็นพอดี สาบาน ข้าพเจ้าคิดผิด และผิดมาก เอาเข้าจริงบนหลักกิโลบอกว่ายังเหลือระยะทางอีกเกือบสามสิบกิโลจะถึงวังเวียง
ข้าพเจ้าล้วนต้องปั่นเจ้าสีหมอกผ่านป่าเขาลำเนาไพร ข้าพเจ้าเริ่มหวาดกลัว
คิดจะเร่งทำเวลาควงขาปั่นฉิวตามแต่แรงที่เหลือจะควบไปได้ คงถึงทันก่อนมืดค่ำ แต่ด้วยความที่มี ปุ้ย คลองสามตามติดมาด้วย
หากเร่งมากไปเกรงเพื่อนร่วมทางจะตามไม่ทันพาลด่าเอาเสียอีก
เลยพากันขี่เรื่อยเรียงเคียงคู่ ชมความงดงามธรรมชาติสองข้างทางได้เต็มอิ่ม
พอมืดค่ำแสงแห่งราตรีเข้ามาบดบังเส้นทาง ดีที่เราเตรียมไฟติดรถกันมาการเดินทางจึงปลอดโปร่ง รถราบนถนนเบาบางลงไป
พระจันเริ่มฉายแสงเรืองรอง ข้าพเจ้าอุ่นใจคืนนี้พระจันทร์ข้างขึ้นฟ้าคงสว่างไสว
พอให้เดินทางต่อได้อย่างไม่ลำบากนัก พอใกล้วังเวียงเราพบว่ามีท้องทุ่งนาสองข้างทางที่เราขี่ผ่าน
ฝูงหิ่งห้อยบินวน ขวักไขว่ตัดไปมา มันเป็นภาพที่ในชีวิตของการขี่จักรยานไม่เคยพบเจอ ความเมื่อล้าหายเป็นปลิดทิ้ง
เสียงล้อเจ้าสีหมอกบดกับ ถนนดังกรวบกราบผ่านความเงียบงัน บนท้องถนนที่นานนาน จะมีรถผ่านมาสักคัน
เสียงหรีดหริ่งเรไร ดังเซ็งแซร่ รอบทิศรอบทาง
ชั่วขณะ ข้าพเจ้าลืมวังเวียง จุดหมายปลายทาง อยากหยุดจักรยานดื่มด่ำบรรยากาศ เช่นนี้เหลือเกิน
แต่มันค่ำมาก แถมท้องไส้เริ่มโหยหิว จากคิดที่จะหยุดเปลี่ยนควงเท้าควบเจ้าสีหมอก เบาเบา แผ่วเบา
จนปุ้ย ปั่นเข้ามาเทียบหลัง ข้าพเจ้าหันไปถาม เห็นหิ่งห้อยมั้ย ปุ้ยตอบว่า สวยจังพี่ แต่ผมเหนื่อยจัง

ความเป็นอยู่และวิถีชิวิต แบ่งแยกไม่ออก ข้าพเจ้าเดินทางไปกับเจ้าสีหมอกอีกร้อยห้าสิบกว่าโล
ก่อนจะถึง วังเวียง ว่ากันว่าสวยงามเหลือเกิน ตามที่ข้าพเจ้าได้พบเห็นมาบ้างจากทางหนังสือและเวปไซด์ท่องเที่ยว
ด้วยเวลาเริ่มเดินทาง สายโด่ง รวมกับเวลาถามไถ่หาหนทางออกนอกเมืองมุ่งสู่วังเวียง จนกลายเป็นวังวน
คือวกวนจนแทบงงงวย กว่าจะจับถนนสายหลักได้ก็นานโข แดดร้อนเปรี้ยงปร้างผิดแผกไปจากวันวานที่ปั่นตากฝนมาจากเมืองไทย
ข้าพเจ้าแวะซื้อขนมปังสไตล์ฝรั่งเศษที่สามแยกแห่งหนึ่ง คนที่นี่ชอบกินขนมปังนะ สนนราคาสิบกว่าบาท
คุยกันอยู่ตั้งนาน ทั้งที่ภาษาก็ใกล้เคียงกัน คือเรื่องมันอยู่ที่ข้าพเจ้าคิดตัวเลขเชื่องช้า เงินกีบกับเงินบาทมันต่างกันเยอะมาก
จนครั้งต่อๆ มาซื้อหาอะไรกินตามริมทางข้าพเจ้าจะหยิบเงินกีบออกมา จับกางกางออกไปเหมือนถือไพ่ แล้วให้แม่ค้าเลือกหยิบเอา หมดเรื่องไป
เออว่าไปแล้ว แต่ถ้าเขาโกงล่ะ ข้าพเจ้าฉุกคิดในบางครั้ง แต่ถึงที่สุดแล้ว หากเราส่งให้แบบนี้เมิงจะโกงไปสักเท่าไรก็ช่างเมิง มันก็แค่ไม่กี่บาท
ขี่จักรยานมาเหนื่อยๆ ยังต้องมายืนคิดเลขอีก สาบาน เมิงหยิบเอาเลย
ระหว่างเดินทางข้าพเจ้าควบเจ้าสีหมอกไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบอะไรในความคิดของข้าพเจ้านะ
แต่หันหลังไปก็ไม่พบเห็นใคร แต่ถือเป็นโอกาสที่ดี ผ่านโน่นนี่ อะไรสองข้างทางที่ไม่เคยเห็นก็หยุดก็จอดดูให้สาใจ
กว่าจะถึงวังเวียงคงเย็นพอดี สาบาน ข้าพเจ้าคิดผิด และผิดมาก เอาเข้าจริงบนหลักกิโลบอกว่ายังเหลือระยะทางอีกเกือบสามสิบกิโลจะถึงวังเวียง
ข้าพเจ้าล้วนต้องปั่นเจ้าสีหมอกผ่านป่าเขาลำเนาไพร ข้าพเจ้าเริ่มหวาดกลัว
คิดจะเร่งทำเวลาควงขาปั่นฉิวตามแต่แรงที่เหลือจะควบไปได้ คงถึงทันก่อนมืดค่ำ แต่ด้วยความที่มี ปุ้ย คลองสามตามติดมาด้วย
หากเร่งมากไปเกรงเพื่อนร่วมทางจะตามไม่ทันพาลด่าเอาเสียอีก
เลยพากันขี่เรื่อยเรียงเคียงคู่ ชมความงดงามธรรมชาติสองข้างทางได้เต็มอิ่ม
พอมืดค่ำแสงแห่งราตรีเข้ามาบดบังเส้นทาง ดีที่เราเตรียมไฟติดรถกันมาการเดินทางจึงปลอดโปร่ง รถราบนถนนเบาบางลงไป
พระจันเริ่มฉายแสงเรืองรอง ข้าพเจ้าอุ่นใจคืนนี้พระจันทร์ข้างขึ้นฟ้าคงสว่างไสว
พอให้เดินทางต่อได้อย่างไม่ลำบากนัก พอใกล้วังเวียงเราพบว่ามีท้องทุ่งนาสองข้างทางที่เราขี่ผ่าน
ฝูงหิ่งห้อยบินวน ขวักไขว่ตัดไปมา มันเป็นภาพที่ในชีวิตของการขี่จักรยานไม่เคยพบเจอ ความเมื่อล้าหายเป็นปลิดทิ้ง
เสียงล้อเจ้าสีหมอกบดกับ ถนนดังกรวบกราบผ่านความเงียบงัน บนท้องถนนที่นานนาน จะมีรถผ่านมาสักคัน
เสียงหรีดหริ่งเรไร ดังเซ็งแซร่ รอบทิศรอบทาง
ชั่วขณะ ข้าพเจ้าลืมวังเวียง จุดหมายปลายทาง อยากหยุดจักรยานดื่มด่ำบรรยากาศ เช่นนี้เหลือเกิน
แต่มันค่ำมาก แถมท้องไส้เริ่มโหยหิว จากคิดที่จะหยุดเปลี่ยนควงเท้าควบเจ้าสีหมอก เบาเบา แผ่วเบา
จนปุ้ย ปั่นเข้ามาเทียบหลัง ข้าพเจ้าหันไปถาม เห็นหิ่งห้อยมั้ย ปุ้ยตอบว่า สวยจังพี่ แต่ผมเหนื่อยจัง
- ไฟล์แนบ
-
- IMG-20130527-WA0000.jpg (69.69 KiB) เข้าดูแล้ว 2025 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย nop_master เมื่อ 01 มิ.ย. 2013, 16:46, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง