ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ)
- TU_77
- ขาประจำ
- โพสต์: 152
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:45
- team: The Lover Bike
- Bike: CANYON Aeroad, COLNAGO CLX 3.0, COLNAGO Master, Alex Moulton, Brompton
ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ)
ภรรยาผมเป็นเบาหวานประเภทที่1 โดยเฉียบพลันถึงขั้นโคม่าเมื่อ 12 ปีก่อน และเป็นผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 1 ที่ปัจจุบันต้องฉีดอินซูลินทุกวันวันละ 5 ครั้ง (Humalog และ Humulin-N) ปัจจุบันเธออายุ 36 นอกจากนั้น ยังเป็นโรคภูมิแพ้ค่อนข้างรุนแรงอีกด้วย
ผมมีความคิดที่จะชวนภรรยาไปปั่นจักรยาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และลดภาวะแทรกซ้อนจากอาการเบาหวาน โดยความที่อยู่ใกล้พุทธมณฑล ก็วางแผนจะพาไปปั่นบนถนน ก - ข - ค รอบพุทธมณฑล ซึ่งถ้าไม่ออกถนนใหญ่ก็จะได้ประมาณรอบละ 6 กม. แต่จากการศึกษาทราบว่าในช่วงครึ่งชั่วโมง - หนึ่งชั่วโมงของการออกกำลังกาย ร่างกายจะเอาไกลโคเจนจากกล้ามเนื้อมาใช้ และเมื่อหมดแล้วคราวนี้จะดึงน้ำตาลจากกระแสเลือดซึ่งตรงนี้ค่อนข้างเป็นห่วงมาก เพราะจะเกิดอาการ Hypoglycemia ซึ่งอาจหมดสติไปกลางอากาศเลยได้ (ผมมีประสบการณ์ภรรยาเกิดอาการนี้มาหลายครั้ง และทราบดีว่าน่ากลัวมาก) ปัจจุบันภรรยาผมพกเครื่องวัดค่าน้ำตาลติดตัว และถ้าจะออกไปปั่นก็คงจะให้วัดค่าน้ำตาลก่อนปั่น แต่ปัญหาคือไม่มีทางทราบเลยว่าผ่านไป 20 นาที หรือครึ่งชั่วโมงแล้ว ร่างกายเริ่มเอาน้ำตาลจากเลือดมาใช้หรือยัง
ในอเมริกามีทีมนักปั่น ชื่อ Team Type 1 ที่มีนักปั่นในทีมเป็น Type 1 หลายคน และพก Continuous Glucose Monitor ซึ่งจะมี Sensor วัดค่าน้ำตาลจากพลาสมา (โดยติด sensor กับแขนหรือหน้าท้อง) แต่ถามแพทย์แล้ว ในเมืองไทยยังไม่มีการนำมาใช้ และราคา(ในอเมริกาก็สูงมาก เครื่องวัดราคาประมาณ 10000 บาท ส่วน sensor ที่ใช้ได้ครั้งละ 5 วัน แบบถูกที่สุดราคาประมาณ 1000 บาท)
ที่มาตั้งกระทู้นี้ เนื่องจากทราบว่าสมาชิกท่านหนึ่งชื่อคุณ เอส-เมอร์ริด้า คือผู้หนึ่งที่เป็น Type 1 (ผิดพลาดกราบขออภัยด้วยครับ) และยังเป็นนักปั่นทางไกลระดับอาจารย์ เลยอยากทราบคำแนะนำ/แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นวิทยาทานต่อไปครับ ท่านสมาชิกอื่นจะกรุณาให้ข้อคิดเห็นก็ขอน้อมรับด้วยความยินดีครับ
ปล.ผมไม่กล้า PM ถึงคุณเอสโดยตรง เกรงว่าจะเสียมารยาทครับ
ผมมีความคิดที่จะชวนภรรยาไปปั่นจักรยาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และลดภาวะแทรกซ้อนจากอาการเบาหวาน โดยความที่อยู่ใกล้พุทธมณฑล ก็วางแผนจะพาไปปั่นบนถนน ก - ข - ค รอบพุทธมณฑล ซึ่งถ้าไม่ออกถนนใหญ่ก็จะได้ประมาณรอบละ 6 กม. แต่จากการศึกษาทราบว่าในช่วงครึ่งชั่วโมง - หนึ่งชั่วโมงของการออกกำลังกาย ร่างกายจะเอาไกลโคเจนจากกล้ามเนื้อมาใช้ และเมื่อหมดแล้วคราวนี้จะดึงน้ำตาลจากกระแสเลือดซึ่งตรงนี้ค่อนข้างเป็นห่วงมาก เพราะจะเกิดอาการ Hypoglycemia ซึ่งอาจหมดสติไปกลางอากาศเลยได้ (ผมมีประสบการณ์ภรรยาเกิดอาการนี้มาหลายครั้ง และทราบดีว่าน่ากลัวมาก) ปัจจุบันภรรยาผมพกเครื่องวัดค่าน้ำตาลติดตัว และถ้าจะออกไปปั่นก็คงจะให้วัดค่าน้ำตาลก่อนปั่น แต่ปัญหาคือไม่มีทางทราบเลยว่าผ่านไป 20 นาที หรือครึ่งชั่วโมงแล้ว ร่างกายเริ่มเอาน้ำตาลจากเลือดมาใช้หรือยัง
ในอเมริกามีทีมนักปั่น ชื่อ Team Type 1 ที่มีนักปั่นในทีมเป็น Type 1 หลายคน และพก Continuous Glucose Monitor ซึ่งจะมี Sensor วัดค่าน้ำตาลจากพลาสมา (โดยติด sensor กับแขนหรือหน้าท้อง) แต่ถามแพทย์แล้ว ในเมืองไทยยังไม่มีการนำมาใช้ และราคา(ในอเมริกาก็สูงมาก เครื่องวัดราคาประมาณ 10000 บาท ส่วน sensor ที่ใช้ได้ครั้งละ 5 วัน แบบถูกที่สุดราคาประมาณ 1000 บาท)
ที่มาตั้งกระทู้นี้ เนื่องจากทราบว่าสมาชิกท่านหนึ่งชื่อคุณ เอส-เมอร์ริด้า คือผู้หนึ่งที่เป็น Type 1 (ผิดพลาดกราบขออภัยด้วยครับ) และยังเป็นนักปั่นทางไกลระดับอาจารย์ เลยอยากทราบคำแนะนำ/แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นวิทยาทานต่อไปครับ ท่านสมาชิกอื่นจะกรุณาให้ข้อคิดเห็นก็ขอน้อมรับด้วยความยินดีครับ
ปล.ผมไม่กล้า PM ถึงคุณเอสโดยตรง เกรงว่าจะเสียมารยาทครับ
It's all about bike, journey and life.
-
chrisking
- สมาชิก
- โพสต์: 27
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 23:02
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
ซื้อจักรยานปั่นอยู่กับที่ดีกว่าครับปลอดภัยไม่ต้องกลัวล้มเป็นแผลน่ากลัวอีก
-
Kami@GT
- ขาประจำ
- โพสต์: 2363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 18:23
- Tel: 0991650425
- team: Agalico Team
- Bike: 99 GT Avanche, 02 Schwinn Moab 3 , 94Challenger Professional,BridgeStone Wild West,Miyata Taco Cro-mo,Panasonic GC-E,96 GT Karakoram
- ติดต่อ:
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
ผมบอกให้แล้วครับอีกซักพักคงมาตอบให้ เท่าที่ออกทริปด้วยกันมา จะเห็นท่านประธานจะฉีดอินซูลินแค่วันละ 2 ครั้งก่อนทานข้าวเช้าและ ก่อนทานข้าวเย็น
การตรวจน้ำตาลระหว่างปั่นก็มีบ้าง แต่ไม่บ่อย จะคอยสังเกตุอาการของตัวเองมากกว่าว่าขาดหรือเกิน ถ้าแนวโน้วน้ำตาลลดลงก็กินเพิ่ม ถ้าเกินก็เบิร์นทิ้ง ถ้าเกิดอาการไฮโปก็ควรหยุดและทานน้ำรอท่านประธานมาตอบจะละเอียดว่า แต่การปั่นจักรยานไม่ได้อันตรายเกินไปสำหรับคนเป็นเบาหวานครับ เรื่องอุบัติเหตุตรงนี้ท่านประธานระวังมาก
แต่ก็เคยกลิ้งเหมือนกันเป็นแพลถลอก ๆ ก็ยังไม่เป็นไรครับ
การตรวจน้ำตาลระหว่างปั่นก็มีบ้าง แต่ไม่บ่อย จะคอยสังเกตุอาการของตัวเองมากกว่าว่าขาดหรือเกิน ถ้าแนวโน้วน้ำตาลลดลงก็กินเพิ่ม ถ้าเกินก็เบิร์นทิ้ง ถ้าเกิดอาการไฮโปก็ควรหยุดและทานน้ำรอท่านประธานมาตอบจะละเอียดว่า แต่การปั่นจักรยานไม่ได้อันตรายเกินไปสำหรับคนเป็นเบาหวานครับ เรื่องอุบัติเหตุตรงนี้ท่านประธานระวังมาก
แต่ก็เคยกลิ้งเหมือนกันเป็นแพลถลอก ๆ ก็ยังไม่เป็นไรครับ
" Life is like riding a bicycle to keep your balance you must keep moving "
-Einstein-
ถ้าหากวันนั้นไม่ลองดู วันนี้ คงไม่รู้ว่าเราจะยืนอยู่ที่ใด ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสียดาย ที่ไม่ได้ทำ
https://www.facebook.com/darkressident
-Einstein-
ถ้าหากวันนั้นไม่ลองดู วันนี้ คงไม่รู้ว่าเราจะยืนอยู่ที่ใด ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสียดาย ที่ไม่ได้ทำ
https://www.facebook.com/darkressident
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
เดี๋ยวผมมาตอบครับ กำลังเดินทางมาขึ้นรถทัวร์ไปลาว รอขึ้นรถก่อนครับ ซัก 3 ทุ่ม
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- TU_77
- ขาประจำ
- โพสต์: 152
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:45
- team: The Lover Bike
- Bike: CANYON Aeroad, COLNAGO CLX 3.0, COLNAGO Master, Alex Moulton, Brompton
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
มารออ่านครับ ขอบคุณครับ
It's all about bike, journey and life.
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
สวัสดีครับ
ผมเป็นเบาหวานเกือบ 13 ปี ใกล้เคียงกับแฟนคุณเลย แฟนคุณ ต้องฉีดยา 5 ครั้งต่อ จะคุมเบาหวานด้วยประสิทธิภาพดีกว่าแบบ ก่อนอาหารเช้า เย็นเพียงสองครั้งต่อวัน ทำให้ร่ายกายเกิดภาวะน้ำตาลต่ำได้ง่าย เพราะยาทำการลดระดับน้ำตาลทันที หลังจากทานอาหารแล้ว เข้าใจว่าเป็นแบบออกฤทธ์ทันทีภายใน 1 ชม.
การออกกำลังกายแบบผม ซึ่งฉีดก่อนอาหารเช้า และ ก่อนอาหารเย็น รวม 2 ครั้งต่อวัน ผมจะคอยตรวจก่อนทาน ซึ่งผมก็คำนวณว่าฉีดเช้า 28 หน่วย และคอยดูว่าน้ำตาลจะลดลงเท่าไร ทุกๆ 30 นาที เมื่อก่อนตอนปั่นจักรยานใหม่ๆ น้ำตาลลดแเร็วมาก ผมจะพกผลไม้ไว้เติมทุก 30 นาที เคยเช็คว่าทุกๆ 30 นาที ปั่นแล้วจะลด 100 มก/ดล. ครับ
แฟนพี่อาจจะต้องคอยเช็คถี่ๆ หน่อย เพื่อให้เรารู้ระดับน้ำตาลได้ อาจจะเติมน้ำหวานก็ดี ดื่มง่ายครับ
ผมจะบอกสิ่งที่ผมทำตอนปั่นใหม่ๆ เพราะช่วงหลังคุมไม่ค่อยดีครับ
มีเวลาจะมาตอบเพิ่มเติมครับ นั่งรถทัวร์พิมพ์ไม่คล่องเลย อิๆ
ผมเป็นเบาหวานเกือบ 13 ปี ใกล้เคียงกับแฟนคุณเลย แฟนคุณ ต้องฉีดยา 5 ครั้งต่อ จะคุมเบาหวานด้วยประสิทธิภาพดีกว่าแบบ ก่อนอาหารเช้า เย็นเพียงสองครั้งต่อวัน ทำให้ร่ายกายเกิดภาวะน้ำตาลต่ำได้ง่าย เพราะยาทำการลดระดับน้ำตาลทันที หลังจากทานอาหารแล้ว เข้าใจว่าเป็นแบบออกฤทธ์ทันทีภายใน 1 ชม.
การออกกำลังกายแบบผม ซึ่งฉีดก่อนอาหารเช้า และ ก่อนอาหารเย็น รวม 2 ครั้งต่อวัน ผมจะคอยตรวจก่อนทาน ซึ่งผมก็คำนวณว่าฉีดเช้า 28 หน่วย และคอยดูว่าน้ำตาลจะลดลงเท่าไร ทุกๆ 30 นาที เมื่อก่อนตอนปั่นจักรยานใหม่ๆ น้ำตาลลดแเร็วมาก ผมจะพกผลไม้ไว้เติมทุก 30 นาที เคยเช็คว่าทุกๆ 30 นาที ปั่นแล้วจะลด 100 มก/ดล. ครับ
แฟนพี่อาจจะต้องคอยเช็คถี่ๆ หน่อย เพื่อให้เรารู้ระดับน้ำตาลได้ อาจจะเติมน้ำหวานก็ดี ดื่มง่ายครับ
ผมจะบอกสิ่งที่ผมทำตอนปั่นใหม่ๆ เพราะช่วงหลังคุมไม่ค่อยดีครับ
มีเวลาจะมาตอบเพิ่มเติมครับ นั่งรถทัวร์พิมพ์ไม่คล่องเลย อิๆ
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
-
art2.1
- สมาชิก
- โพสต์: 80
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ธ.ค. 2012, 15:10
- Bike: Trek Domane 2, Giant TCR Advance
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
มาให้กำลังใจครับ และรออ่านครับ
ไม่รู้ว่าเว็บนี้จะให้ประโยชน์มากน้อยหรือเปล่า เผอิญผมติดตามห่างๆผ่าน facebook ครับ
http://tour.diabetes.org/site/PageServe ... C_homepage
ไม่รู้ว่าเว็บนี้จะให้ประโยชน์มากน้อยหรือเปล่า เผอิญผมติดตามห่างๆผ่าน facebook ครับ
http://tour.diabetes.org/site/PageServe ... C_homepage
- TU_77
- ขาประจำ
- โพสต์: 152
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:45
- team: The Lover Bike
- Bike: CANYON Aeroad, COLNAGO CLX 3.0, COLNAGO Master, Alex Moulton, Brompton
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
แฟนผมเคยเจออาการน้ำตาลต่ำบ้างเป็นบางครั้ง เคยทำสถิติต่ำสุด 18 ! ต้องฉีดน้ำหวานเข้าปากเลยครับ แต่หลายปีมาแล้ว ปัจจุบันน้ำผลไม้กล่องๆเป็นอุปกรณ์ยังชีพที่ต้องไม่ห่างมือ
ช่วงแรกที่จะไปปั่นสงสัยจะต้องเจาะตรวจน้ำตาลทุกครึ่งชั่วโมงหรือเปล่าครับ คุณเอสเคยน้ำตาลต่ำระหว่างปั่นไหมครับ มีอาการเตือนไหมครับ
ช่วงแรกที่จะไปปั่นสงสัยจะต้องเจาะตรวจน้ำตาลทุกครึ่งชั่วโมงหรือเปล่าครับ คุณเอสเคยน้ำตาลต่ำระหว่างปั่นไหมครับ มีอาการเตือนไหมครับ
แก้ไขล่าสุดโดย TU_77 เมื่อ 30 พ.ค. 2013, 10:36, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
It's all about bike, journey and life.
- เอส-เมอร์ริด้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 10763
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
- Tel: 087-818-9071
- team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
- Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
น่าตกใจมากๆ ที่ระดับน้ำตาลต่ำถึง 18 เลยเหรอครับTU_77 เขียน:แฟนผมเคยเจออาการน้ำตาลต่ำบ้างเป็นบางครั้ง เคยทำสถิติต่ำสุด 18 ! ต้องฉีดน้ำหวานเข้าปากดาวนเลยครับ แต่หลายปีมาแล้ว ปัจจุบันน้ำผลไม้กล่องๆเป็นอุปกรณ์ยังชีพที่ต้องไม่ห่างมือ
ช่วงแรกที่จะไปปั่นสงสัยจะต้องเจาะตรวจน้ำตาลทุกครึ่งชั่วโมงหรือเปล่าครับ คุณเอสเคยน้ำตาลต่ำระหว่างปั่นไหมครับ มีอาการเตือนไหมครับ
สำหรับผมแรกๆ ก็ไม่รู้ว่าน้ำตาลต่ำเป็น อย่างไร กระวนกระวายมาก จนศึกษาอาการ ว่าน้ำตาลต่ำกว่า 70 ก็ถือว่ามีอาการแล้ว
แต่คนเป็นเบาหวานจะรู้สึกเมื่อระดับต่ำถึง 50 แล้ว ผมเคยต่ำสุด 43 ตอนนั้นตื่นนอนตี2 ฉีดลูกอมแทบไไม่ได้ ต้องรีบเอาปาก
กัด สำหรับการปั่นร่างกายรู้สึกตัว ทำให้ทันที่จะไม่ต่ำจนเกินไปแค่ 60 ผมก็รู้สึกได้แล้ว ก็จะรีบเติมน้ำหวานทันที
เรื่องการวัดช่องแรกๆก็บ่อยๆ ก็ดีครีบ ถ้าจะให้ดีมีความรู้สึกต่อน้ำตาลต่ำไว ก็คอยเติมทุก 30 นาทีไปเลย แล้วคอยตรวจภาวะน้ำตาล
เกินแทน เพพราะอาจจะเติมจนเกิน 200 มก. ไปได้แเหมือนกัน
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
- TU_77
- ขาประจำ
- โพสต์: 152
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:45
- team: The Lover Bike
- Bike: CANYON Aeroad, COLNAGO CLX 3.0, COLNAGO Master, Alex Moulton, Brompton
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
ขอบคุณนะครับ จะขอเอาเรื่องคุณเอสไปเล่าให้ภรรยาฟังเป็นกำลังใจในการออกกำลังครับ
ถ้ามีปัญหาอะไรจะมาขอรบกวนอีกนะครับ
ถ้ามีปัญหาอะไรจะมาขอรบกวนอีกนะครับ
It's all about bike, journey and life.
- tamvader
- ขาประจำ
- โพสต์: 937
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 15:58
- team: 99 Craft / storm bike / CMDF line: tamvader
- Bike: TREK BIANCHI
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
มาร่วมปั่นที่ 99city bike สิครับ มีคนเป็นเบาหวานกันหลายคน
บริการบ้านพัก@เกาะสีชัง
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... 8#p4561448
http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php? ... 8#p4561448
-
montri96
- ขาประจำ
- โพสต์: 103
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2013, 23:27
- team: Bang saphan Cycling Club
- Bike: Nich L2RS 2014
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
เพิ่งเข้ามาเห็นกระทู้ครับ ขอแชร์ความรู้ด้วยนิดนึงนะครับ
การออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานนั้นเป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วครับ ว่าทำให้ควบคุมเบาหวานดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (ซึ่งในการทางการแพทย์ถือว่าผู้ป่วยเบาหวานนั้นมีความเสี่ยงเท่ากับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองแล้ว) แต่อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยเบาหวานที่จะออกกำลังกายนั้นมีข้อควรระวังบางประการครับ เช่น
1. การเกิดบาดแผลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "แผลที่เท้า"
2. ภาวะระดับน้ำตาลผิดปกติ โดยปกติเรามักจะแนะนำให้ผู้ป่วยตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนและหลังออกกำลังกายครับ ถ้าต่ำกว่า 100 หรือมากกว่า 300 ควรงดการออกกำลังกายในวันนั้นครับ เนื่องจากเสี่ยงที่จะมีภาวะแทรกซ้อนในระหว่างการออกกำลังกาย ส่วนการตรวจระหว่างการออกกำลังกายโดยปกติไม่ต้องทำครับ ยกเว้นจะมีอาการอะไรผิดปกติขึ้นมา อาจจะตรวจก็ไม่ผิดกติกา
ในเรื่่องของการใช้ insulin นั้น เราต้องทราบก่อนครับว่า insulin มีหลายประเภท แบ่งตามความเร็วและระยะเวลาการออกฤทธิ์ เป็น basal insuline (ออกฤทธิ์เรื่อยๆ ทั้่งวัน ไม่มีช่วง peak สูงสุดของการออกฤทธิ์), rapid acting (ออกฤทธิ์เร็วมาก มักจะภายใน 15-30 นาทีหลังฉีด แต่อยู่ไม่นาน คนที่ใช้แบบนี้จึงต้องฉีดบ่อย วันนึงอาจจะ 3-5 ครั้ง และมักจะใช้ร่วมกับ Basal insulin เช่น Lantus หรือ Levemier), short acting (ออกฤทธิ์เร็ว มักจะออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาทีหลังฉีก peak สูงสุดที่ประมาณ 2 ชั่วโมง และมีฤทธ์อยู่ประมาณ 4 ชั่วโมง), intermediate acting (ออกฤทธิ์ช้า อยู่ได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง) และ long acting insulin (ออกฤทธิ์นานมากเกิน เดี๋ยวนี้ไม่ใช้กันแล้ว)
คุณภรรยาของ จขกท ใช้ Humalog และ Humulin-N ซึ่งเป็น rapid acting และ intermediate acting ตามลำดับ เดาว่าน่าจะฉีด Humalog ระหว่างววัน และ Humulin-N ก่อนนอน หรือเช้าใช่มั๊ยครับ
ภาวะแทรกซ้อนสำคัญของการรักษาเบาหวานคือ ภาวะน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) ที่นี้เราต้องรู้ว่าคนเราจะตอบสนองต่อภาวะนี้เป็น 2 ลักษณะครับ คือ
1. Sympathetic overactivity ถ้ามันต่ำไม่มาก เช่น 45-70 mg% คนไข้จะมีอาการมึนๆงงๆ เหงื่อแตก ใจสั่น หิว กระวนกระวาย หงุดหงิด คือง่ายๆ อาการเหมือนคนโมโหหิวนั่นเองครับ เหตุที่กำหนดค่ระดับน้ำตาลไว้เป็นยช่วงก็เนื่งอจากแต่ละคนมีระดับความทนทานต่อภาวะนี้ไม่เท่ากัน แต่ถ้าหนักกว่านี้จะเข้าสูอีก stepคือ
2. NeuroGlycopenic คนไข้จะหมดสติหรือชักได้ครับซึ่งอันตรายมากๆ ถ้าแก้ไขไม่ทันอาจทำให้คนไข้คนนั่นเสียชีวิตหรือไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยก็ได้
ในกรณีที่คนไข้ต้องตกอยู่ในสภาวะน้ำตาลต่ำบ่อยๆ คนไข้จะไม่มี sympathetic overactivityครับ แต่มันจะเป็น neuroglycopenic เลย (อันนี้น่ากลัวมาก)
อย่าเพิ่งกลัวการออกกำลังกายนะครับ เพราะโดยปกติ ถ้าระดับน้ำตาลคนไข้ไม่แกว่งมากนัก และออกกำลังกายไม่นานเกิน 30-60 นาที โดยที่ก่อนออกอกำลังกาย ระดับน้ำตาลอยู่ในระดับที่เหมาะสม มักจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นครับ และเมื่อเราอออกกำลังกายอยู่ตัวเเล้ว ก็สามารถค่อยๆเพิ่มความหนักของการออกกำลังกายได้อีกด้วยครับ
ในเรื่องของการปรับ insulin ในคนออกกำลังกายนั้นมีหลายวิธีครับ และมีความยืดหยุ่นมากพอสมควร ตั้งแต่ฉีดวันละ 2 ครั้ง แบบคุณ เอส, ฉีด 5 ครั้งแบบคุณภรรยา จขกท และรวมถึงการใช้ continuous insulin pump ซึ่งจะใช้วิธีใดก็ขึ้นกับความเหมาะสมของคนไข้แต่ละคนครับ ส่วน dose ของ insulin อันนี้ต้องสังเกตมากหน่อยครับ เริ่มจากใช้เท่าเดิมตามที่เคยใช้ ออกกำลังกายไปแล้วสังเกตดูว่ามีอาการผิดปกติมั๊ย น้ำตาลหลังปั่นเป็นไง ถ้าต่ำมากก็ลดยาลง ถ้าสูงมากก็ค่อยๆเพิ่ม (ลด-เพิ่มทีละน้อยนะครับ ประมาณ 2 unit ก็พอเเล้ว) แล้วค่อยสังเกตกันต่อ
ทิ้งท้ายอีกนิดครับ เครื่องตรวจระดับน้ำตาลส่วนใหญ่จะมี spec ของมันครับ คือมีช่วงที่น่าเชื่อถือได้ครับ โดยมากมักอยู่ในช่วง 40-400 mg% หรือบางยี่ห้ออาจได้กว้างกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าค่ามันสูงเกิน 400 หรือต่ำกว่า 40 มักจะเกิดจาก error ไ้ด้ แนะนำให้ check ด้วยเรื่องตรวจตาม รพ ทั่วไปอีกครั้งเพื่อยืนยันครับ
*** หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ อย่ากลัวการออกกำลังกายนะครับ เพราะมันจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หัวใจแข็งแรง คุมเบาหวานได้ดีขึ้น ลดหรือชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆจากโรคได้ดีขึ้นนะครับ ***
การออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานนั้นเป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วครับ ว่าทำให้ควบคุมเบาหวานดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (ซึ่งในการทางการแพทย์ถือว่าผู้ป่วยเบาหวานนั้นมีความเสี่ยงเท่ากับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองแล้ว) แต่อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยเบาหวานที่จะออกกำลังกายนั้นมีข้อควรระวังบางประการครับ เช่น
1. การเกิดบาดแผลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "แผลที่เท้า"
2. ภาวะระดับน้ำตาลผิดปกติ โดยปกติเรามักจะแนะนำให้ผู้ป่วยตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนและหลังออกกำลังกายครับ ถ้าต่ำกว่า 100 หรือมากกว่า 300 ควรงดการออกกำลังกายในวันนั้นครับ เนื่องจากเสี่ยงที่จะมีภาวะแทรกซ้อนในระหว่างการออกกำลังกาย ส่วนการตรวจระหว่างการออกกำลังกายโดยปกติไม่ต้องทำครับ ยกเว้นจะมีอาการอะไรผิดปกติขึ้นมา อาจจะตรวจก็ไม่ผิดกติกา
ในเรื่่องของการใช้ insulin นั้น เราต้องทราบก่อนครับว่า insulin มีหลายประเภท แบ่งตามความเร็วและระยะเวลาการออกฤทธิ์ เป็น basal insuline (ออกฤทธิ์เรื่อยๆ ทั้่งวัน ไม่มีช่วง peak สูงสุดของการออกฤทธิ์), rapid acting (ออกฤทธิ์เร็วมาก มักจะภายใน 15-30 นาทีหลังฉีด แต่อยู่ไม่นาน คนที่ใช้แบบนี้จึงต้องฉีดบ่อย วันนึงอาจจะ 3-5 ครั้ง และมักจะใช้ร่วมกับ Basal insulin เช่น Lantus หรือ Levemier), short acting (ออกฤทธิ์เร็ว มักจะออกฤทธิ์ภายใน 30-60 นาทีหลังฉีก peak สูงสุดที่ประมาณ 2 ชั่วโมง และมีฤทธ์อยู่ประมาณ 4 ชั่วโมง), intermediate acting (ออกฤทธิ์ช้า อยู่ได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง) และ long acting insulin (ออกฤทธิ์นานมากเกิน เดี๋ยวนี้ไม่ใช้กันแล้ว)
คุณภรรยาของ จขกท ใช้ Humalog และ Humulin-N ซึ่งเป็น rapid acting และ intermediate acting ตามลำดับ เดาว่าน่าจะฉีด Humalog ระหว่างววัน และ Humulin-N ก่อนนอน หรือเช้าใช่มั๊ยครับ
ภาวะแทรกซ้อนสำคัญของการรักษาเบาหวานคือ ภาวะน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) ที่นี้เราต้องรู้ว่าคนเราจะตอบสนองต่อภาวะนี้เป็น 2 ลักษณะครับ คือ
1. Sympathetic overactivity ถ้ามันต่ำไม่มาก เช่น 45-70 mg% คนไข้จะมีอาการมึนๆงงๆ เหงื่อแตก ใจสั่น หิว กระวนกระวาย หงุดหงิด คือง่ายๆ อาการเหมือนคนโมโหหิวนั่นเองครับ เหตุที่กำหนดค่ระดับน้ำตาลไว้เป็นยช่วงก็เนื่งอจากแต่ละคนมีระดับความทนทานต่อภาวะนี้ไม่เท่ากัน แต่ถ้าหนักกว่านี้จะเข้าสูอีก stepคือ
2. NeuroGlycopenic คนไข้จะหมดสติหรือชักได้ครับซึ่งอันตรายมากๆ ถ้าแก้ไขไม่ทันอาจทำให้คนไข้คนนั่นเสียชีวิตหรือไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยก็ได้
ในกรณีที่คนไข้ต้องตกอยู่ในสภาวะน้ำตาลต่ำบ่อยๆ คนไข้จะไม่มี sympathetic overactivityครับ แต่มันจะเป็น neuroglycopenic เลย (อันนี้น่ากลัวมาก)
อย่าเพิ่งกลัวการออกกำลังกายนะครับ เพราะโดยปกติ ถ้าระดับน้ำตาลคนไข้ไม่แกว่งมากนัก และออกกำลังกายไม่นานเกิน 30-60 นาที โดยที่ก่อนออกอกำลังกาย ระดับน้ำตาลอยู่ในระดับที่เหมาะสม มักจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นครับ และเมื่อเราอออกกำลังกายอยู่ตัวเเล้ว ก็สามารถค่อยๆเพิ่มความหนักของการออกกำลังกายได้อีกด้วยครับ
ในเรื่องของการปรับ insulin ในคนออกกำลังกายนั้นมีหลายวิธีครับ และมีความยืดหยุ่นมากพอสมควร ตั้งแต่ฉีดวันละ 2 ครั้ง แบบคุณ เอส, ฉีด 5 ครั้งแบบคุณภรรยา จขกท และรวมถึงการใช้ continuous insulin pump ซึ่งจะใช้วิธีใดก็ขึ้นกับความเหมาะสมของคนไข้แต่ละคนครับ ส่วน dose ของ insulin อันนี้ต้องสังเกตมากหน่อยครับ เริ่มจากใช้เท่าเดิมตามที่เคยใช้ ออกกำลังกายไปแล้วสังเกตดูว่ามีอาการผิดปกติมั๊ย น้ำตาลหลังปั่นเป็นไง ถ้าต่ำมากก็ลดยาลง ถ้าสูงมากก็ค่อยๆเพิ่ม (ลด-เพิ่มทีละน้อยนะครับ ประมาณ 2 unit ก็พอเเล้ว) แล้วค่อยสังเกตกันต่อ
ทิ้งท้ายอีกนิดครับ เครื่องตรวจระดับน้ำตาลส่วนใหญ่จะมี spec ของมันครับ คือมีช่วงที่น่าเชื่อถือได้ครับ โดยมากมักอยู่ในช่วง 40-400 mg% หรือบางยี่ห้ออาจได้กว้างกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าค่ามันสูงเกิน 400 หรือต่ำกว่า 40 มักจะเกิดจาก error ไ้ด้ แนะนำให้ check ด้วยเรื่องตรวจตาม รพ ทั่วไปอีกครั้งเพื่อยืนยันครับ
*** หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ อย่ากลัวการออกกำลังกายนะครับ เพราะมันจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น หัวใจแข็งแรง คุมเบาหวานได้ดีขึ้น ลดหรือชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆจากโรคได้ดีขึ้นนะครับ ***
****ยกตนเองให้สูงขึ้น โดยไม่ลดผู้อื่นให้ต้อยต่ำลง****
- RAYICE
- ขาประจำ
- โพสต์: 1201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 19:30
- Tel: 0891913839
- team: CHAIBURE
- Bike: S WORK
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
Continuous Glucose Monitor
ตัวนี้เมืองไทยมีนำเข้ามาจำหน่าย ที่ไหนบ้างครับ
ตัวนี้เมืองไทยมีนำเข้ามาจำหน่าย ที่ไหนบ้างครับ
ยินดีต้อนรับ "แม่จันไบค์"
พบกันที่ ล้านนาไบค์ทริป ( สองแรงน่องท่องล้านนา )
http://www.lannabiketrip.com/Webboard/i ... board=40.0
อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
พบกันที่ ล้านนาไบค์ทริป ( สองแรงน่องท่องล้านนา )
http://www.lannabiketrip.com/Webboard/i ... board=40.0
อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
- kiat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1089
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:05
- Tel: 08-3255-4321
- team: RANONGMTB
- Bike: voodoo,mini zyden,ARAYA,JAVA X1
- soonchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 1188
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2013, 21:22
Re: ขอคำแนะนำในการปั่นจักรยาน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานแบบที่ 1 Type 1 Diabetes (ถ้าคุณ เอส-เมอร์ริด้า ผ่านมาเห็นขอความกรุณาด้วยครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ แต่ยังไงผมก็ว่าออกกำลังกายดีกว่าอยู่เฉยๆครับ ออกกำลังกายไม่หายแต่ช่วยให้มีชีวิตอยู่นานมากขึ้นครับ
แม่ผมเป็นเบาหวาน เสียชีวิตอายุ56
น้องสาวเสียชีวิตอายุ 40
น้องชายเสียชีวิตอายุ 35
ล้วนแต่เสียชีวิตด้วยเบาหวาน แต่น้องสาวผมไม่ค่อยออกกำลังกายครับ แต่เห็นเธอฉีดยาประจำ แม่ผมก็ฉีด แต่น้องชายไม่ฉีดไม่ค่อยสนใจตัวเอง
ผมเองคงมีความเสี่ยงมาก เหมือนกันตอนนี้อายุ47 แล้วยังไม่พบเบาหวานก็เลยต้องออกกำลังกายปั่นจักรยานคุมไว้ก่อน
ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า การออกกำลังกายประจำ สามารถช่วยไม่ให้เบาหวานเกิดขึ้นได้หรือเปล่าครับ ในกรณีที่ยังไม่ไม่เป็นแต่มีปัจจัยเสี่ยงเพราะครอบครัวเป็นกันหลายคนครับ ขอบคุณครับ
แม่ผมเป็นเบาหวาน เสียชีวิตอายุ56
น้องสาวเสียชีวิตอายุ 40
น้องชายเสียชีวิตอายุ 35
ล้วนแต่เสียชีวิตด้วยเบาหวาน แต่น้องสาวผมไม่ค่อยออกกำลังกายครับ แต่เห็นเธอฉีดยาประจำ แม่ผมก็ฉีด แต่น้องชายไม่ฉีดไม่ค่อยสนใจตัวเอง
ผมเองคงมีความเสี่ยงมาก เหมือนกันตอนนี้อายุ47 แล้วยังไม่พบเบาหวานก็เลยต้องออกกำลังกายปั่นจักรยานคุมไว้ก่อน
ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า การออกกำลังกายประจำ สามารถช่วยไม่ให้เบาหวานเกิดขึ้นได้หรือเปล่าครับ ในกรณีที่ยังไม่ไม่เป็นแต่มีปัจจัยเสี่ยงเพราะครอบครัวเป็นกันหลายคนครับ ขอบคุณครับ