18.00น. คือเวลาที่ผมลงจากเขาเขียว ความเร็ว ไม่ต้องพูดถึงครับ จำได้ว่าบางเนิน ลากผมไปตั้ง 72 กม./ชม. เสียว แต่มันส์
ผมถึงประตูด่าน 19.00 น. พอดิบพอดี

....
...

.
.
.
.
.
นี่คือระยะทางเมื่อถึงด่าน....
1ทุ่มกว่าๆ ผมเริ่มปั่นออกจ่ากด่าน มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ แน่นอนครับ อาการเหนื่อยล้ามี แต่ใจยังสู้อย
ในขณะทีู่่ ปั่นกลับ กิโลแล้ว กิโลเล่า บวกกับความมืด หมาวิ่งไล่ รถวิ่งแซง มีบีบแตรไล่บ้าง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายทั้งสิ้น ถ้าประมาท

23 กม/ชม. คือความเร็วที่ผมทำได้ตลอดเส้นทางจนไปถึงนครนายกและจนไปถึง อ.องครักษ์ เก๊กพักเหนื่อยครับ
.
.
.
.
.
.
.
คำถาม......
ปั่นไกลขนาดนี้ รู้สึก เหนื่อย ล้า ท้อ ปวดขา ปวดก้น บ้างมั๊ย
คำตอบ....
ทุกอาการที่กล่าวมาข้างต้น ผมประสบมาหมดแล้วครับ เจอแบบ ถึงขีดสุดของมนุษย์เลยแทบจะว่าได้
แต่ผมยังมี ใจ....ที่ยังสู้ครับ ผมขีดเป้าหมายไว้ยังไง ผมต้องทำให้ได้
คำถาม....
แล้วปั่นไกลขนาดนี้ จะได้อะไรมาล่ะ......มันจะไม่เหนื่อยเปล่าเหรอ
คำตอบ....
ที่ผมปั่นแบบนี้ มันเหมือนเป็นการฝึกจิตใจครับ เป็็นการฝึกจิตใจแบบสถานการณ์จริง มีเป้าหมาย และใช้ทุกอย่างที่มีในตัวเรา เอาชนะมัน และจัดการให้บรรลุเป้าหมายให้ได้ ซึ่งจะสามารถประยุกต์ใช้กับหน้าที่การงานของเราในทุกๆวันได้ อย่างมีสมรรถภาพ
.
.
.ถึง มศว. องครักษ์ครับ




