เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

รายงานตัว พี่ๆน้องๆที่ปั่นด้วยกัน อาจเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันก็ได้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
riding
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 230
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 10:24
team: ริมหาด
Bike: merida

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย riding »

ไม่รู้อีท่าไหนเหมือนกันครับ ถึงมาอยู่ไกลบ้านขนาดนี้ เกิดคอนถม (นครปฐม) แถวห้วยพลู เรียนจบมหาลัย ที่ชลบุรี ทำงานที่แรกที่กรุงเทพๆ รอบรรจุอยู่ปีกว่าๆ ได้บรรจุที่แรกไปจังหวัดเลยอยู่ 4-5 ปี สอนหนังสืออยู่กับเด็กๆใสซื่อ แต่จำไม่ได้ว่าไปทำอะไรเข้า เส้นดี เลยขอย้ายกลับมานครปฐมได้ อยู่บ้านเกิดอีก 10กว่าปี ก็ไปสมัครรักใคร่กับสาวสวยยางที่กระบี่ ก็หนีตามเขาไป ทิ้งบ้านทิ้งงาน ไปอาสาเป็นเขยเขาที่กระบี่มาจนบัดนี้ ตอนนี้ไม่ได้รับราชการ แต่มารับใช้ลูกของภรรยา นอกนั้นก็ทำโน้นนี้กร็อกเกร็กเกี่ยว กับทำสวนอยุ่เป็นงานเสริมอีกหน่อย ว่างๆก็ขี่รถถีบเล่นครับคุณนก


ขอแก้ข้อมูลแหลมแท่นหน่อยครับ ภาพที่มีชายหนุ่ม (น้อย ตอนนี้แก่มาก) นั่งบนโขดหินตรงข้ามกับเขาสามมุข ไม่น่าจะเป็นภาพในช่วง 2500 - 2510 แน่ๆ มีภาพหนึ่งที่เพิ่งพบมาน่าจะเก่ากว่าปีดังกล่าว และมีสิ่งก่อสร้างที่สร้างไว้แล้ว ย้อนไปก่อนปี 2500 ครับ

น่าจะลำดับตามนี้ครับ

1 ชายที่นั่งบนก้อนหินภาพแรก

รูปภาพ

2 ภาพที่ 2 เป้นอาคารสิ่งก่อสร้างที่มีขึ้นในเวลาต่อมา
รูปภาพ

3 รุ่นต่อมาเป็นศาลาเรือนไม้ที่คุณเสือสมันกล่าวถึง และเป็นศาลาเรือนเดียวกับรุ่นผม
รูปภาพ

4 ภาพปัจจุบัน เป็นอาคารเก๋งขนาดใหญ่
รูปภาพ



ผิดถูกอย่างไร ขออนุญาตโปรดตรวจสอบ และหากมีท่านที่ทราบกรุณาให้ความกระจ่างจะเป็นพระคุณอย่างมากครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย NOKNICE »

เรื่องมันยาวจริงๆพี่ :lol: :lol: ผมเองก็แม่ของลูกเป็นคนท่าลี่ จ.เลยเหมือนกันครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
riding
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 230
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 10:24
team: ริมหาด
Bike: merida

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย riding »

ตำนานที่มาของหาดบางแสนและเขาสามมุข


ประวัติคร่าวๆของบางแสย

บางแสน เป็นหาดทรายทะเลขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพ มากที่สุด เป็นสถานตากอากาศชายทะเลยอดนิยมมาตั่งแต่ พ.ศ. 2486 จนถูกขนานนามว่า "บางแสนดินแดนสุขขี" ผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวกันจำนวนมาก.
ประวัติของหาดบางแสน เดิมเป็นชายทะเลรกร้าง อยู่ในตำบลชื่อ "แสนสุข" จนกระทั่ง พ.ศ. 2486 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ริเริ่มให้มีการสร้างสถานตากอากาศขึ้นมีการสร้าง โรงแรม และ ที่พักต่างๆ ดำเนินการโดยบริษัทแสนสำราญ จึงเรียกว่าสถานตากอากาศแสนสำราญตามชื่อบริษัท ต่อมาใน พ.ศ. 2503 จึงโอนให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็น สถานตากอากาศบางแสน ชายหาของ ต. แสนสุข จ. ชลบุรี.


ประวัติเขาสามมุขและศาลเจ้าแม่

“เขาสามมุก” เป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน ขับรถไปตามถนนเลียบริมหาดจากอ่างศิลาเป็นทางลาดขึ้นไปนั่นก็คือบริเวณที่ เรียกกันว่าเขาสามมุก และเขาสามมุกเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงจำนวนมาก ส่วนศาลเจ้าแม่สามมุกตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา และ ที่มุมหนึ่งของศาลฯ มีผู้เขียนถึงตำนานความรักของท่านไว้ดังนี้

‘เมื่อปลายรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาบริเวณบางแสนและ เขาสามมุข ยังไม่มีบ้านเรือนและผู้คนหนาแน่นเหมือนปัจจุบันนี้ ชื่อบางแสนและเขาสามมุขก็ยังไม่ปรากฏ จะมีก็แต่ตำบลอ่างหิน ในปัจจุบันก็คือตำบลอ่างศิลาอันเป็นชุมชนของชาวประมงริมทะเล’

‘ณ ตำบลอ่างหินนี่เอง (อ่างศิลา) มีเจ้าของชื่อโป๊ะ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามว่า “กำนันบ่าย” มีลูกชายชื่อว่า “แสน” ห่างจากตำบลอ่างหินออกไปพอประมาณมียายหลานอาศัยกันอยู่คู่หนึ่ง ยายมีชื่อเสียงเรียงนามใดไม่ได้ปรากฏไว้ ส่วนหลานสาวนั้นมีชื่อว่า “สามมุข” อาศัยอยู่ในเมืองปลาสร้อย (จังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน) เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตลง ก็ได้มาอาศัยอยู่กับยายจนกระทั่งโต “สามมุข” มักจะชอบมานั่งเล่นดูหนุ่มสาวรวมทั้งเด็กที่มาเล่นว่าวในหน้าลมว่าวอยู่ริม เชิงเขาเป็นประจำ และมีเพื่อนที่คอยหยอกล้อเล่นเป็นประจำก็คือลิงป่าที่ลงมาจากเขา’

‘อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ “สามมุข” กำลังนั่งเล่นอยู่ ก็ได้มีว่าวตัวหนึ่งขาดลอยลงมาตกอยู่ที่หน้าของสามมุข เธอจึงเก็บว่าวตัวนั้นไว้และมีเด็กหนุ่มชื่อแสนวิ่งตามว่าวที่ขาดลอยมาจึง ได้พบกับสามมุข เขาทั้งสองได้รู้จักกันและแสนก็ได้มอบว่าวตัวนั้นไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พบปะกันเรื่อยมาจนเกิดเป็นความรัก และได้สาบานต่อหน้าขุนเขาแห่งนี้ว่า’ “ทั้งสองจะครองรักกันชั่วนิรันดร หากใครผิดคำสาบานนี้จะกระโดดหน้าผาแห่งนี้ตายตามกัน” และแสนได้มอบแหวนวงหนึ่งให้แก่สามมุขไว้เพื่อเป็นพยาน’

‘เมื่อกำนันบ่ายซึ่ง เป็นพ่อของแสนได้ทราบเรื่องเข้าก็เกิดความไม่พอใจ แสนได้พยายามขอร้องผู้เป็นพ่อให้ไปสู่ขอสามมุข แต่กำนันบ่ายก็กีดกันและกักบริเวณแสนไว้ จึงทำให้ทั้งสองไม่ได้พบหน้ากัน หลังจากนั้นกำนันบ่ายก็ได้ไปสู่ขอลูกสาวคนทำโป๊ะให้กับแสนและกำหนดพิธีการ แต่งงานขึ้น ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอ่างหิน (อ่างศิลา) จนสามมุขเองก็ได้รับรู้ถึงข่าวนี้ด้วย ในวันแต่งงานของแสนได้มีการจัดงานกันอย่างใหญ่โตสมเกียรติกับที่เป็นงานของ กำนันบ่าย’ ‘ตลอดระยะเวลาที่แขกได้ทยอยเข้ามารดน้ำสังข์อวยพรให้คู่ บ่าวสาวทั้งสอง แสนได้แต่ก้มหน้านิ่งเสียใจอยู่กับตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จนกระทั่งแสนรู้สึกว่ามีน้ำสังข์ลดลงมาพร้อมกับแหวนวงหนึ่งตกลงมาด้วย แสนจำได้ดีว่าแหวนวงนี้เขาเป็นคนมอบให้สามมุขแต่พอเงยหน้าขึ้นสามมุขก็ได้ วิ่งจากออกไปแล้ว แสนได้หวนคิดถึงคำสาบานที่ได้ให้กับสามมุขไว้ จึงรีบวิ่งไปที่เชิงเขาแต่ก็สายไปเสียแล้ว สามมุขได้ขึ้นไปที่หน้าผานั้นแล้วทิ้งร่างที่ไร้หัวใจลงดิ่งสู่ก้นผาสิ้น ชีพอยู่ริมทะเล แสนผู้ที่ให้คำสาบานไว้กับสามมุขเขาจึงกระโดดลงหน้าผาตามสามมุขหญิงสาวสุด ที่รักไป’


......................................................รูปปั่น อนุสรณ์ ในถ่ำเขาสามมุข....................................................


“เขาสามมุข”“หาดบางแสน” เป็นอนุสรณ์รักแด่คนทั้งสองจนถึงปัจจุบัน ‘จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันเศร้าสลดใจเป็นอย่าง มาก จึงพากันสาปแช่งกำนันบ่าย ต่อมากำนันบ่ายได้นำถ้วยชามสิ่งของต่างๆ มาไว้ในถ้ำตรงหน้าผาแห่งนั้นและตั้งชื่อภูเขาลูกนี้ว่า “เขาสามมุข” และชายหาดที่ติดกันว่า “หาดบางแสน” เพื่อเป็นอนุสรณ์รักแด่คนทั้งสองจนถึงปัจจุบัน’ ต่อมาชาวบ้านในแถบนั้นเล่าว่า “เมื่อตกดึกได้พบ เห็นร่างของหญิงสาวมายืนอยู่ตรงหน้าผานั้นเป็นประจำทุกคืน” ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างศาลนี้ขึ้น เพื่อเป็นที่สิงสถิตและเป็นที่เคารพสักการะแก่ชาวบ้านและชาวประมงเมื่อเวลา ที่จะออกเรือไปหาปลามักจะมีการมาจุดประทัดบนบานขอให้ได้ปลากลับมาเต็มลำเรือ อย่าต้องเผชิญกับลมพายุบางครั้งเจอลมพายุกลางทะเลก็จุดธูปบนเจ้าแม่สามมุข ให้รอดปลอดภัยจากอันตรายก็สัมฤทธิ์ผลเรื่อยมา จากนั้นเมื่อเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของเจ้าแม่สาม มุขนั้นแพร่กระจายออกไป ก็มักมีคู่รักชายหญิง มาอธิษฐานขอให้ความรักของตนสมหวัง โดยเขียนชื่อตนกับคนรักไว้บน “ว่าว” แล้วแขวนไว้บริเวณศาลโดยเชื่อกันว่าเจ้าแม่สามมุกจะดลบันดาลให้ทุกคู่รักสม หวัง และไม่พลัดพรากจากกันเหมือนดังในตำนาน
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย NOKNICE »

riding เขียน:ตำนานที่มาของหาดบางแสนและเขาสามมุข


ประวัติคร่าวๆของบางแสย

บางแสน เป็นหาดทรายทะเลขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กรุงเทพ มากที่สุด เป็นสถานตากอากาศชายทะเลยอดนิยมมาตั่งแต่ พ.ศ. 2486 จนถูกขนานนามว่า "บางแสนดินแดนสุขขี" ผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวกันจำนวนมาก.
ประวัติของหาดบางแสน เดิมเป็นชายทะเลรกร้าง อยู่ในตำบลชื่อ "แสนสุข" จนกระทั่ง พ.ศ. 2486 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ริเริ่มให้มีการสร้างสถานตากอากาศขึ้นมีการสร้าง โรงแรม และ ที่พักต่างๆ ดำเนินการโดยบริษัทแสนสำราญ จึงเรียกว่าสถานตากอากาศแสนสำราญตามชื่อบริษัท ต่อมาใน พ.ศ. 2503 จึงโอนให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนชื่อเป็น สถานตากอากาศบางแสน ชายหาของ ต. แสนสุข จ. ชลบุรี.


ประวัติเขาสามมุขและศาลเจ้าแม่

“เขาสามมุก” เป็นเนินเขาเตี้ยๆ อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านอ่างศิลาและหาดบางแสน ขับรถไปตามถนนเลียบริมหาดจากอ่างศิลาเป็นทางลาดขึ้นไปนั่นก็คือบริเวณที่ เรียกกันว่าเขาสามมุก และเขาสามมุกเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงลิงจำนวนมาก ส่วนศาลเจ้าแม่สามมุกตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา และ ที่มุมหนึ่งของศาลฯ มีผู้เขียนถึงตำนานความรักของท่านไว้ดังนี้

‘เมื่อปลายรัชสมัยกรุงศรีอยุธยาบริเวณบางแสนและ เขาสามมุข ยังไม่มีบ้านเรือนและผู้คนหนาแน่นเหมือนปัจจุบันนี้ ชื่อบางแสนและเขาสามมุขก็ยังไม่ปรากฏ จะมีก็แต่ตำบลอ่างหิน ในปัจจุบันก็คือตำบลอ่างศิลาอันเป็นชุมชนของชาวประมงริมทะเล’

‘ณ ตำบลอ่างหินนี่เอง (อ่างศิลา) มีเจ้าของชื่อโป๊ะ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามว่า “กำนันบ่าย” มีลูกชายชื่อว่า “แสน” ห่างจากตำบลอ่างหินออกไปพอประมาณมียายหลานอาศัยกันอยู่คู่หนึ่ง ยายมีชื่อเสียงเรียงนามใดไม่ได้ปรากฏไว้ ส่วนหลานสาวนั้นมีชื่อว่า “สามมุข” อาศัยอยู่ในเมืองปลาสร้อย (จังหวัดชลบุรีในปัจจุบัน) เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตลง ก็ได้มาอาศัยอยู่กับยายจนกระทั่งโต “สามมุข” มักจะชอบมานั่งเล่นดูหนุ่มสาวรวมทั้งเด็กที่มาเล่นว่าวในหน้าลมว่าวอยู่ริม เชิงเขาเป็นประจำ และมีเพื่อนที่คอยหยอกล้อเล่นเป็นประจำก็คือลิงป่าที่ลงมาจากเขา’

‘อยู่มาวันหนึ่งขณะที่ “สามมุข” กำลังนั่งเล่นอยู่ ก็ได้มีว่าวตัวหนึ่งขาดลอยลงมาตกอยู่ที่หน้าของสามมุข เธอจึงเก็บว่าวตัวนั้นไว้และมีเด็กหนุ่มชื่อแสนวิ่งตามว่าวที่ขาดลอยมาจึง ได้พบกับสามมุข เขาทั้งสองได้รู้จักกันและแสนก็ได้มอบว่าวตัวนั้นไว้เป็นที่ระลึก หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้พบปะกันเรื่อยมาจนเกิดเป็นความรัก และได้สาบานต่อหน้าขุนเขาแห่งนี้ว่า’ “ทั้งสองจะครองรักกันชั่วนิรันดร หากใครผิดคำสาบานนี้จะกระโดดหน้าผาแห่งนี้ตายตามกัน” และแสนได้มอบแหวนวงหนึ่งให้แก่สามมุขไว้เพื่อเป็นพยาน’

‘เมื่อกำนันบ่ายซึ่ง เป็นพ่อของแสนได้ทราบเรื่องเข้าก็เกิดความไม่พอใจ แสนได้พยายามขอร้องผู้เป็นพ่อให้ไปสู่ขอสามมุข แต่กำนันบ่ายก็กีดกันและกักบริเวณแสนไว้ จึงทำให้ทั้งสองไม่ได้พบหน้ากัน หลังจากนั้นกำนันบ่ายก็ได้ไปสู่ขอลูกสาวคนทำโป๊ะให้กับแสนและกำหนดพิธีการ แต่งงานขึ้น ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วอ่างหิน (อ่างศิลา) จนสามมุขเองก็ได้รับรู้ถึงข่าวนี้ด้วย ในวันแต่งงานของแสนได้มีการจัดงานกันอย่างใหญ่โตสมเกียรติกับที่เป็นงานของ กำนันบ่าย’ ‘ตลอดระยะเวลาที่แขกได้ทยอยเข้ามารดน้ำสังข์อวยพรให้คู่ บ่าวสาวทั้งสอง แสนได้แต่ก้มหน้านิ่งเสียใจอยู่กับตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ จนกระทั่งแสนรู้สึกว่ามีน้ำสังข์ลดลงมาพร้อมกับแหวนวงหนึ่งตกลงมาด้วย แสนจำได้ดีว่าแหวนวงนี้เขาเป็นคนมอบให้สามมุขแต่พอเงยหน้าขึ้นสามมุขก็ได้ วิ่งจากออกไปแล้ว แสนได้หวนคิดถึงคำสาบานที่ได้ให้กับสามมุขไว้ จึงรีบวิ่งไปที่เชิงเขาแต่ก็สายไปเสียแล้ว สามมุขได้ขึ้นไปที่หน้าผานั้นแล้วทิ้งร่างที่ไร้หัวใจลงดิ่งสู่ก้นผาสิ้น ชีพอยู่ริมทะเล แสนผู้ที่ให้คำสาบานไว้กับสามมุขเขาจึงกระโดดลงหน้าผาตามสามมุขหญิงสาวสุด ที่รักไป’


......................................................รูปปั่น อนุสรณ์ ในถ่ำเขาสามมุข....................................................


“เขาสามมุข”“หาดบางแสน” เป็นอนุสรณ์รักแด่คนทั้งสองจนถึงปัจจุบัน ‘จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันเศร้าสลดใจเป็นอย่าง มาก จึงพากันสาปแช่งกำนันบ่าย ต่อมากำนันบ่ายได้นำถ้วยชามสิ่งของต่างๆ มาไว้ในถ้ำตรงหน้าผาแห่งนั้นและตั้งชื่อภูเขาลูกนี้ว่า “เขาสามมุข” และชายหาดที่ติดกันว่า “หาดบางแสน” เพื่อเป็นอนุสรณ์รักแด่คนทั้งสองจนถึงปัจจุบัน’ ต่อมาชาวบ้านในแถบนั้นเล่าว่า “เมื่อตกดึกได้พบ เห็นร่างของหญิงสาวมายืนอยู่ตรงหน้าผานั้นเป็นประจำทุกคืน” ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันสร้างศาลนี้ขึ้น เพื่อเป็นที่สิงสถิตและเป็นที่เคารพสักการะแก่ชาวบ้านและชาวประมงเมื่อเวลา ที่จะออกเรือไปหาปลามักจะมีการมาจุดประทัดบนบานขอให้ได้ปลากลับมาเต็มลำเรือ อย่าต้องเผชิญกับลมพายุบางครั้งเจอลมพายุกลางทะเลก็จุดธูปบนเจ้าแม่สามมุข ให้รอดปลอดภัยจากอันตรายก็สัมฤทธิ์ผลเรื่อยมา จากนั้นเมื่อเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของเจ้าแม่สาม มุขนั้นแพร่กระจายออกไป ก็มักมีคู่รักชายหญิง มาอธิษฐานขอให้ความรักของตนสมหวัง โดยเขียนชื่อตนกับคนรักไว้บน “ว่าว” แล้วแขวนไว้บริเวณศาลโดยเชื่อกันว่าเจ้าแม่สามมุกจะดลบันดาลให้ทุกคู่รักสม หวัง และไม่พลัดพรากจากกันเหมือนดังในตำนาน


ขอบคุณความรู้ดีๆที่เอามาฝากบ่อยๆครับพี่ :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสมัน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 222
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2010, 13:19
Tel: 086 - 892 3746
team: เสือสำออย
Bike: เสือภูเขาเก่าๆ

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย เสือสมัน »

แหม.....เพิ่งได้รู้จักชื่อรุ่นต่างๆเกือบทั้งหมดเลยครับ ผมเองอยู่รุ่นชฎายุ ( ปี 2526 ) ห่างจากฉัททันต์ ตั้ง 6 รุ่น คงไม่มีโอกาสเดินสวนกันในมอ.แน่ๆ ตอนผมเข้ามหาวิทยาลัย พี่ไรดิ้งคงไปอยู่ที่จังหวัดเลยแล้วแน่ๆ

ขอบคุณสำหรับภาพดีๆ ข้อมูลเก่าๆที่น่าสนใจที่พี่นำมาให้ทราบ จึงอยากเสนอแนะพี่ๆน้องๆท่านใดมีภาพเก่าๆสมัยเรียนมาลงให้ชมกันก็จะดีไม่น้อยนะครับ สถานที่หลายแห่งในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก บางครั้งเปลี่ยนจนเราลืมภาพเดิมของมันไปหมดแล้ว หากใครมีภาพดีๆมาแบ่งปันกัน อาจทำให้ความรู้สึกดีๆ สดชื่นๆสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาหวนกลับคืนมาชโลมใจบ้างไม่มาก็น้อยครับ ผมคาดว่าจะลองหาเวลานั่งค้นอัลบัมเก่าๆมาลงภาพให้ชมบ้างครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย NOKNICE »

เสือสมัน เขียน:แหม.....เพิ่งได้รู้จักชื่อรุ่นต่างๆเกือบทั้งหมดเลยครับ ผมเองอยู่รุ่นชฎายุ ( ปี 2526 ) ห่างจากฉัททันต์ ตั้ง 6 รุ่น คงไม่มีโอกาสเดินสวนกันในมอ.แน่ๆ ตอนผมเข้ามหาวิทยาลัย พี่ไรดิ้งคงไปอยู่ที่จังหวัดเลยแล้วแน่ๆ

ขอบคุณสำหรับภาพดีๆ ข้อมูลเก่าๆที่น่าสนใจที่พี่นำมาให้ทราบ จึงอยากเสนอแนะพี่ๆน้องๆท่านใดมีภาพเก่าๆสมัยเรียนมาลงให้ชมกันก็จะดีไม่น้อยนะครับ สถานที่หลายแห่งในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก บางครั้งเปลี่ยนจนเราลืมภาพเดิมของมันไปหมดแล้ว หากใครมีภาพดีๆมาแบ่งปันกัน อาจทำให้ความรู้สึกดีๆ สดชื่นๆสมัยที่ยังเป็นนักศึกษาหวนกลับคืนมาชโลมใจบ้างไม่มาก็น้อยครับ ผมคาดว่าจะลองหาเวลานั่งค้นอัลบัมเก่าๆมาลงภาพให้ชมบ้างครับ :D

ตอนผมเข้าพี่ก็คงซ้อมรับปริญญาแล้วเช่นกันครับ :mrgreen: :mrgreen: ส่วนรูปของผมไม่มีแน่ๆครับ ถ้าขวดเหล้าเก่าอาจจะมีบ้าง :mrgreen: :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
riding
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 230
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 10:24
team: ริมหาด
Bike: merida

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย riding »

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน วันนี้มีโอกาสได้เจะเจอภาพหนึ่งที่เพื่อนเอามาให้ดู และพึ่งมาทราบว่าเป็นบริเวณแยกเฉลิมไทย ทางยกที่จะเลี้ยวออกพนัสๆ เห็นภาพบรรยากาศย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว เปรียบเทียบกับพื้นที่ในปัจจุบัน ผมว่าคนรุ่นทวดรุ่นปู่ของเรา คงจินตนาการไม่ออกแน่ๆครับ เพราะผมเองก็จินตนาการกลับไปไม่ถึงว่าถนนสุขุมวิทช่วงที่วิ่งผ่าเมืองชลฯ จะมีสภาพแบบในภาพนี้


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย NOKNICE »

riding เขียน:สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน วันนี้มีโอกาสได้เจะเจอภาพหนึ่งที่เพื่อนเอามาให้ดู และพึ่งมาทราบว่าเป็นบริเวณแยกเฉลิมไทย ทางยกที่จะเลี้ยวออกพนัสๆ เห็นภาพบรรยากาศย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว เปรียบเทียบกับพื้นที่ในปัจจุบัน ผมว่าคนรุ่นทวดรุ่นปู่ของเรา คงจินตนาการไม่ออกแน่ๆครับ เพราะผมเองก็จินตนาการกลับไปไม่ถึงว่าถนนสุขุมวิทช่วงที่วิ่งผ่าเมืองชลฯ จะมีสภาพแบบในภาพนี้


รูปภาพ

บ้านน๊อกกกก.....บ้านนอกนะท่านพี่ :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
riding
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 230
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 10:24
team: ริมหาด
Bike: merida

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย riding »

รูปภาพ

ภาพอาจารย์ที่เคยประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ ภาพถ่ายนี้เป็นภาพที่ฉายร่วมกันในโอกาสใดไม่ทราบได้ แต่คาดว่าเป็นเวลาในช่วงต้นของการเป็นวิทยาลัยการศึกษา ซึ่งอาจารย์ในภาพบางท่าน ผมยังมีโอกาสได้เข้าห้องเรียนด้วย ซึ่งเวลานั้นท่านก็อยู่ในช่วงปลายปัจฉิมวัยแล้ว บางท่านสอนผมอยู่ไม่กี่ปีก็เกษียณ บางท่านได้จากพวกเราไปแล้ว จึงขอโอกาสนี้น้อมระลึกพระคุณของท่านมาในที่นี้ด้วย


รูปภาพ

บริเวณทุ่งกระทิง ต่อมามีการปรับที่ถมทางและสร้างสระว่ายน้ำมาตราฐานของมหาวิทยาลัย ปัจจุบันมีตึกอาคาจำนวนมากขึ้นเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีภาพเก่าให้เห็นแล้ว


รูปภาพ

ดูหากบางแสนในบรรยากาศเก่าๆ ย้อนไปสักเกือบ 50 ปีก่อนครับ


หวังว่าเพื่อนๆ คงไม่เบื่อกับภาพเก่าๆ โบราณๆ นะครับ อาจจะดูยึดติดหรือจมกับอดีต แต่สารภาพตามตรงครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้สนใจหรือมีโอกาสคิดถึงมหาลัยเลย นี้เป็นที่วาระแรกๆ ที่ได้กลับมาหานคิดถึงความหลังเก่า แม้ไม่มีราคาค่างวดอะไร คร่ำครวญไปก็หากลับคืนมาไม่ แต่มันเป็นความสุขในใจที่ลึกซึ้งครับ ผมยังไม่เคยมีโอกาสติดต่อเพื่อนในมหาลัยมาก่อนเลย มีเพียงท่านเดียว แต่เพื่อนก็ไม่ได้ติดต่อคนอื่นเช่นกัน ลองดูในเวปต่างๆ ก็ไม่มี ไม่เห็น จะมีก็แต่ในที่นี้ที่พอจะให้มีเวลา สถานที่ให้กลับมาระลึกถึงความสุขเก่าๆครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสมัน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 222
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2010, 13:19
Tel: 086 - 892 3746
team: เสือสำออย
Bike: เสือภูเขาเก่าๆ

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย เสือสมัน »

ขอบคุณสำหรับภาพที่หาดูไม่ได้ง่ายๆอย่างนี้ครับ. รับรองไม่เบื่อแน่นอนครับพี่. รุ่นผมเองมีโอกาสได้นัดเจอกันบ่อยๆ. ปีหนึ่งมีพบปะกัน 2ถึง 3 ครั้ง. ล่าสุดเมื่อต้นปีเพิ่งจัดทัวร์ไปเที่ยวเขมรมาด้วยกัน. นอกนั้นก็พบปะกันแบบมุ้งเล็กทุกเดือน. ขอให้พี่ได้พบกับเพื่อนๆในรุ่นทุกๆท่าน ตามที่ปรารถนาครับ

ยืนยันอีกทีว่าไม่เบื่อครับ. ไม่เชื่อลองถามพี่ นก noknice ได้ครับ. จริงไหมครับพี่นก
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสมัน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 222
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2010, 13:19
Tel: 086 - 892 3746
team: เสือสำออย
Bike: เสือภูเขาเก่าๆ

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย เสือสมัน »

NOKNICE เขียน:ตามมาครับ เทาทองน้องพี่ เลิกกินเหล้าหันมาปั่นเพื่อสุขภาพดีกว่า รหัส 25xxxxxxxxxxxxครับผม

ท่าน riding น่าจะเอารูปหล่อๆมาลงบ้างนะครับ เผื่อว่าจะเคยเห็นหน้าเห็นตากันบ้าง พูดถึงเรื่องปีนต้นมะพร้าวไปแล้ว(ผมไม่ได้ปีน ให้เพื่อนปีนแทน เพราะมันปีนเร็วมากกก) ที่ขาดไม่ได้เลยอีกเรื่องก็คือ ขโมยตกปลาที่บ่อหลังยิม โดยมี รปภ.ขี่จักรยาน+ไฟฉายมาตรวจรอบๆเส้นทางวิ่งยามที่ต้องการเสบียงฟรี :lol: :lol: :lol:
ย้อนกลับไปดูึหน้าแรก ถึงเห็นกระทู้ที่พี่นก ลงเลขรหัสประจำตัวไว้ ขึ้นต้นด้วย 25 xxxxxx แสดงว่าพี่นก รุ่นภุมรินทร์ รุ่นพี่ผม 1 ปีครับ อย่างนี้น่าจะรู้จักพี่นกแน้ๆ เชื่อว่าต้องเคยเจอพี่แน่นอนครับ ไม่ทราบพี่อยู่คณะอะไรครับ ผมอยู่สังคม ๆ เอกประวัติ ๆ ครับ ผมดูภาพ log in ที่พี่ใส่ชุดจักรยาน สวนแว่น เรียนตรงๆ ว่าดูไม่ออก นึกไม่ออกครับ ว่างๆพี่เอารูปเปลือยๆ ชุดธรรมดา ไม่ใช่โป๊นะครับ มาลงให้ชมหน่อยครับ จะได้จำพี่ได้ ขอบคุณครับพี่
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสมัน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 222
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2010, 13:19
Tel: 086 - 892 3746
team: เสือสำออย
Bike: เสือภูเขาเก่าๆ

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย เสือสมัน »

:o อ้าว.....นึกว่าคลิ๊กไปที่ PM ดันไปกดผิดครับ เลยออกหน้ากระทู้เลย :lol: :lol: :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
NOKNICE
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10236
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย NOKNICE »

เสือสมัน เขียน:
NOKNICE เขียน:ตามมาครับ เทาทองน้องพี่ เลิกกินเหล้าหันมาปั่นเพื่อสุขภาพดีกว่า รหัส 25xxxxxxxxxxxxครับผม

ท่าน riding น่าจะเอารูปหล่อๆมาลงบ้างนะครับ เผื่อว่าจะเคยเห็นหน้าเห็นตากันบ้าง พูดถึงเรื่องปีนต้นมะพร้าวไปแล้ว(ผมไม่ได้ปีน ให้เพื่อนปีนแทน เพราะมันปีนเร็วมากกก) ที่ขาดไม่ได้เลยอีกเรื่องก็คือ ขโมยตกปลาที่บ่อหลังยิม โดยมี รปภ.ขี่จักรยาน+ไฟฉายมาตรวจรอบๆเส้นทางวิ่งยามที่ต้องการเสบียงฟรี :lol: :lol: :lol:
ย้อนกลับไปดูึหน้าแรก ถึงเห็นกระทู้ที่พี่นก ลงเลขรหัสประจำตัวไว้ ขึ้นต้นด้วย 25 xxxxxx แสดงว่าพี่นก รุ่นภุมรินทร์ รุ่นพี่ผม 1 ปีครับ อย่างนี้น่าจะรู้จักพี่นกแน้ๆ เชื่อว่าต้องเคยเจอพี่แน่นอนครับ ไม่ทราบพี่อยู่คณะอะไรครับ ผมอยู่สังคม ๆ เอกประวัติ ๆ ครับ ผมดูภาพ log in ที่พี่ใส่ชุดจักรยาน สวนแว่น เรียนตรงๆ ว่าดูไม่ออก นึกไม่ออกครับ ว่างๆพี่เอารูปเปลือยๆ ชุดธรรมดา ไม่ใช่โป๊นะครับ มาลงให้ชมหน่อยครับ จะได้จำพี่ได้ ขอบคุณครับพี่


แหะๆๆๆ.....ขออภัยท่านพี่ ผมรุ่นพิหเคนทร์ 31 จำผิดครับ ต้องเป็นรุ่นน้องทุกท่านแน่ๆ คณะพละครับ :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสมัน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 222
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2010, 13:19
Tel: 086 - 892 3746
team: เสือสำออย
Bike: เสือภูเขาเก่าๆ

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย เสือสมัน »

NOKNICE เขียน:
เสือสมัน เขียน:
NOKNICE เขียน:ตามมาครับ เทาทองน้องพี่ เลิกกินเหล้าหันมาปั่นเพื่อสุขภาพดีกว่า รหัส 25xxxxxxxxxxxxครับผม

ท่าน riding น่าจะเอารูปหล่อๆมาลงบ้างนะครับ เผื่อว่าจะเคยเห็นหน้าเห็นตากันบ้าง พูดถึงเรื่องปีนต้นมะพร้าวไปแล้ว(ผมไม่ได้ปีน ให้เพื่อนปีนแทน เพราะมันปีนเร็วมากกก) ที่ขาดไม่ได้เลยอีกเรื่องก็คือ ขโมยตกปลาที่บ่อหลังยิม โดยมี รปภ.ขี่จักรยาน+ไฟฉายมาตรวจรอบๆเส้นทางวิ่งยามที่ต้องการเสบียงฟรี :lol: :lol: :lol:
ย้อนกลับไปดูึหน้าแรก ถึงเห็นกระทู้ที่พี่นก ลงเลขรหัสประจำตัวไว้ ขึ้นต้นด้วย 25 xxxxxx แสดงว่าพี่นก รุ่นภุมรินทร์ รุ่นพี่ผม 1 ปีครับ อย่างนี้น่าจะรู้จักพี่นกแน้ๆ เชื่อว่าต้องเคยเจอพี่แน่นอนครับ ไม่ทราบพี่อยู่คณะอะไรครับ ผมอยู่สังคม ๆ เอกประวัติ ๆ ครับ ผมดูภาพ log in ที่พี่ใส่ชุดจักรยาน สวนแว่น เรียนตรงๆ ว่าดูไม่ออก นึกไม่ออกครับ ว่างๆพี่เอารูปเปลือยๆ ชุดธรรมดา ไม่ใช่โป๊นะครับ มาลงให้ชมหน่อยครับ จะได้จำพี่ได้ ขอบคุณครับพี่


แหะๆๆๆ.....ขออภัยท่านพี่ ผมรุ่นพิหเคนทร์ 31 จำผิดครับ ต้องเป็นรุ่นน้องทุกท่านแน่ๆ คณะพละครับ :mrgreen:
รุ่น 31 ก็ใกล้เคียงกันครับ ตอนจบมา 1 - 2 ปี แรกยังกลับไปช่วยงานรับน้องทุกปี อาจมีโอกาสได้เจอกันครับ พูดถึงรับน้อง เมื่อก่อนเรารับน้องกันโหดมาก ทั้งน้องมหาลัยและน้องคณะ ต่างสร้างวีรชนกันมาแทบทุกรุ่น เป็นเรื่องเล่าที่ยกมาคุยกันกับเพื่อนทีไร เป็นได้เม้าท์กันหนุกหนาน อำกันไม่จบ

ตอนรับน้องมหาลัย ซุ้มที่น้องๆทุกคณะแหยงที่สุดก็เป็นของคณะพละ ที่น้องๆทุกคนโดนรับกันแทบคลาน แม้จะมีอาจารย์ยืนมองตาเขียวอยู่ข้างๆ แต่ก็ได้แค่มอง เพราะที่พี่ๆทำไปก็ด้วยบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ทำเพราะเหตุร้ายหรือเกลียดชัง น้องๆก็เต็มใจ เหมือนได้ผ่านด่านอรหันต์เพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่อีกขั้นหนึ่งของชีวิต ฝึกใจฝึกจิตให้รับความอดทน ละลายพฤติกรรมเพื่อหล่อหลอมเข้ากับวัยใหม่ สังคมใหม่ วัฒนธรรมใหม่ๆ

ผมมีเพื่อนๆและ พี่ๆคณะพละหลายคนที่สนิทรักใคร่กัน ทั้งพี่ยักษ์ พี่เจษ พี่บัง เพื่อนก็มี เจ้าหน่องปรือ ไอ้กิต โหน่ง มิ้ม ๆลๆ แม้ตอนแรกที่โดนให้อยู่หอหนึ่ง (เรือนไม้ เป็นหอชายหอเดียวที่ยังเป็นอาคารไม้ อยู่ใกล้กับสหกรณ์เก่า ติดกับแคนทีนครับ) ซึ่งเป็นหอที่เด็กพละคุมอยู่ จะโดนรับน้องหอจนอ่วมทุกวัน โดนปลุกตั้งแต่ตีห้า ขึ้นมาวิ่ง ฝึกแถว ร้องเพลงมหาลัย คลานศอก หรือกินเงาะสามัคคีแทบทุกวัน เหนื่อยแทบตาย เป็นระยะเวลาร่วมเดือนเต็มๆ แต่เมื่อผ่านมาแล้ว ก็ได้แต่นั่งอมยิ้มยามที่มีเวลามานั่งหวนคิดถึงครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือสมัน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 222
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2010, 13:19
Tel: 086 - 892 3746
team: เสือสำออย
Bike: เสือภูเขาเก่าๆ

Re: เพื่อนพ้องน้องพี่ มศว.บางแสน เทาทองคู่มะพร้าวล้อลมและเจ้บ๋วยแห่งแคนทีน

โพสต์ โดย เสือสมัน »

อ้อ..ขอกล่าวสวัสดีพี่ ไรดิ้งด้วยครับ ลืมว่าจะเพิ่มเติมรูปอาจารย์ที่พี่ไรดิ้งลงมาให้ชมครับ ขออนุาตเรียนว่า ผมมีโอกาสได้เรียนกับ อาจารย์ หม่อม โฉมฉาย ( ใส่เสื้อดำ ท่านที่สามจากซ้าย) ด้วยครับ แต่เวลานั้น ท่านเองก็คงใกล้เกษียนแล้วครับ เพราะเป็นอาจารย์อาวุโสของคณะสังคมศาสตร์ ปัจจุบันไม่ทราบข่าวท่านเลย ดีใจครับ เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เห็นภาพของท่านที่เรารู้จัก สมัยยังสาวๆ ดูแปลกตาดีครับ ผมว่าเวลานี้ท่านน่าจะอายุราวๆ 80 ปีแล้วกระมังครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ห้องคืนสู่เหย้า”