สิงคโปร์และมาเลเซียมีความเหมือนกันอย่างหนึ่ง เป็นความโชคดีของทั้ง 2 ประเทศ คือสภาพอากาศที่นี่มีฝนตกเกือบทุกวัน อย่างที่ว่าว่าโชคดี
คือคล้ายกับสภาพอากาศทางภาคใต้ตอนล่างของบ้านเรา ในมุมมองของผมถือว่าเป็นประโยชน์ คือ ปริมาณน้ำฝนเหล่านี้ทำให้บ้านเมืองของเค้ามีแต่
ความเขียวขจี ไม่เคยเห็นตรงไหนแห้งแล้ง ในที่นี้ขอเน้นที่สิงคโปร์เป็นหลัก ต้นไม้ ต้นหญ้าตามข้างถนนเป็นสีเขียวตลอดทาง เห็นแล้วสดชื่น
ผ่อนคลาย สวนสาธาณะที่มีปริมาณมากเมื่อเทียบกับพื้นที่และจำนวนประชากร เป็นประเทศที่มีการวางผังเมือง การจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้เกิดขึ้นได้ก็ด้วยผู้นำประเทศที่บริหารประเทศได้ดีจนเห็นผลในปัจจุบัน นอกจากนั้นก็ควรกล่าวถึงประเทศตะวันตกที่เคยเข้ามาปกครองก่อนที่ได้รับอิสรภาพ
ต้องยอมรับว่าด้วยคุณภาพคนทำให้คนในประเทศนี้มีคุณภาพ มีความรู้ และได้แผ่อำนาจทางด้านงานเงินออกสู่นอกประเทศ เข้าไปลงทุน ซื้อกิจการ ควบรวมบริษัท
โดยเฉพาะจุดแข็ง คือ ทางด้านการเงิน เช่น ธนาคาร UOB และ DBS เป็นต้น บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ Kimheng เป็นต้น ยังมีบริษัททางด้านอสังหาริมทรัพย์
อีกจำนวนหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศของเราต้องรีบเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะการเปิดเสรีด้านต่าง ๆ ในอาเซียน ที่เรียกว่า
AEC หรือ Asean Economics Community ดูได้จาก
http://www.thai-aec.com/41
ภาษาอังกฤษถือเป็นสิงสำคัญเบื้องต้นของคนไทย ผมเดินทางไปครั้งนี้ ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร และภาษาจีนกลางบ้าง ทำให้รู้ว่าภาษาอังกฤษที่เรียนมา
แทบจะใช้ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ต้องปรับตัว ฟังคำศัพท์ที่เค้าใช้ แล้วก็ใช้ย้อนกลับไป เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
ในภาพเป็นสถานนี้รถไฟฟ้า ไปไหนมาไหนสะดวกสบาย
ระบบขนส่งแบบราง ที่นี่เรียกว่า MRT (Mass Rapid Transit)
ถ้าอยากเดินทางจากสนามบินเราสามารถโดยสาร MRT สายสีเขียว (East West Line) สู่ย่านใจกลางเมืองและจุดอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
ได้ลองนั่งจากฝั่งขวาไปฝั่งซ้ายของสายนี้ ใช้เวลาชั่วโมงกว่า ทุกสิ่งทุกอย่างตรงเวลา รถเมล์ก็เช่นกัน ทำให้วางแผ่นการเดินทางได้แม่นยำ
บอกนัดกันได้ว่าจะไปถึงเวลาเท่าไหร่ ที่สำคัญนิสัยของคนที่นี่ตรงเวลาครับ ส่วนผมไปสายครับ
