บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
RideforLife
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2013, 21:00
Tel: 0836308543
team: RideforLife
Bike: -

บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย RideforLife »

__________________________________________________'เชียงใหม่' แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย__________________________________________________

รูปภาพ

___________________'เชียงใหม่' แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย____________________

รูปภาพ

ผิดแพลน
_______การเดินทางครั้งนี้ เป็นการเดินทางครั้งแรกของพวกเรา ซึ่งมีกันทั้งหมด
สามคน พวกเราชอบอะไรที่คล้ายกันๆ พูดเรื่องเดียวกัน มีอุดมการณ์ร่วมกัน
พวกเราจึงมารวมตัวกันและมีความฝันร่วมกันว่า เราจะปั่นจักรยานไปทุกที่ที่สองล้อ
ของจักรยานจะสามารถพาเราไปได้
_______แพลนของเราตอนแรกคือการนำจักรยานขึ้นรถไฟจากพิจิตรไปเชียงใหม่
ปั่นเที่ยวชมเมืองเชียงใหม่ให้สมใจอยากนอนพักสักคืนจากนั้นปั่นขึ้นดอยสุเทพ
แล้วปล่อยรถให้ไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วงโลก โดนลมปะทะจนหน้าชาแล้วอยู่เที่ยว
ตลาดท่าแพมันอีกสักคืนหลังจากนั้นจึงปั่นกลับลงมาพิจิตร แต่การนำจักรยานขึ้น
รถไฟนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟบอกกับเราว่าถ้าหากจะนำ
จักรยานขึ้นรถไฟต้องขึ้นจากสถานีต้นทางเท่านั้น เพราะว่าไม่สามารถบอกได้ว่าตู้
สัมภาระจะเต็มหรือเปล่า แต่พวกเรายังมีความหวังที่จะรอให้รถไฟมาเพื่อที่จะดูว่า
มันสามารถขนจักรยานของพวกเราไปได้ไหม สรุปคือไม่สามารถนำขึ้นไปได้
หน้าของพวกเราซีดเผือดไม่รู้จะรับมือกับปัญหานี้อย่างไรเพราะขณะนั้นฟ้าก็มืดลงแล้ว
ใจหนึ่งก็อยากไปมันซะวันนี้อีกใจก็อยากรอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าก่อนแล้วค่อยคิดหาทางอื่น
แต่ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นใจร้อนพวกเราจึงตัดสินใจเดินทางกันภายในคืนนั้น ...

ประสบการณ์ที่ไม่มีรูปถ่ายมายืนยัน
_______หลังจากที่เราตกลงกันแล้วว่าจะออกปั่นกันตอนกลางคืน เมื่อตั้งโซ่ตรวจ
ลมยางเรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทาง เราปั่นออกมาทางพิจิตรสามง่าม ผมหันหลังกลับ
ไปมองต้นยางใหญ่สูงชะลูดข้างทางที่คอยต้อนรับคนที่เดินทางผ่านไปมาบนถนนเส้นนี้
พลางนึกว่าต้นไม้คงอวยพรให้เราโชคดี
_______เรายิ้มแย้มคุยกันสนุกสนานและตื่นเต้นกับการปั่นจักรยานทางไกลครั้งแรก
พวกเราไม่สนอะไรทั้งนั้นใจพวกเราอยู่เชียงใหม่กันแล้ว
_______เข้าเขตพิษณุโลกผมได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาจากทางด้านหลังผม
ประมาณไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ที่ขี่ผ่านพวกเราไป แต่บอกได้เลยว่ามีจำนวนเยอะมาก
พวกเขาขี่มากันเป็นกลุ่มใหญ่เลยทีเดียว ในฐานะนักเดินทางเหมือนกันผมไม่ได้คิดอะไร
นอกเหนือซะจากว่าพวกเขาขี่กันเหมือนงูเลื้อยไม่แน่ใจว่าไปเมาอะไรที่ไหนกันมาหรือเปล่า
ผมกลัวว่านักเดินทางซดน้ำมันพวกนั้นจะมาปะทะเข้ากับนักเดินทางขาปั่นอย่างพวกเรา
แต่นั่นยังไม่แย่พอเมื่อผมสังเกตเห็นไฟสว่างจ้ามาจากทางด้านหน้ามีรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง
ย้อนศรมุ่งตรงมาที่ผมหัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ คืนนั้นถ้าผมหักหลบไม่ทันอะไรจะเกิดขึ้น
ผมไม่รู้แน่ชัด แต่นาทีนั้นผมคิดว่าตัวเองรอดมาได้อย่างไร
_______ท่ามกลางถนนที่ไฟจากข้างทางมีบ้างไม่มีบ้างสลับกันไป เราอาศัยไฟดวงน้อย
จากหน้ารถเราที่สว่างพอที่จะเห็นทางข้างหน้าในระยะสองสามเมตร เราปั่นกันมาถึง
มหาวิทยาลัยนเรศวรแล้ว และที่นี่คือจุดหมายของเราในคืนนี้ (ผมมีหอพักอยู่ข้างมหาวิทยาลัย)
เมื่อมาถึงผมคิดอะไรไม่ออกนอกจากจะเข้าไปกราบไหว้อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเป็นอันดับแรก เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจในเวลานี้ ผมเริ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อย
พวกเราพูดคุยกันสนุกสนานเหมือนเดิมและช่วยกันขนของเข้าที่พักตรวจดูสภาพรถสำหรับการเดินทาง
ในวันถัดไปพร้อมเข้านอน ก่อนหลับผมนึกในใจว่าวันนี้พวกเราโชคดีเหลือเกินที่ผ่านพ้นอันตรายมาได้
มันทำให้ผมอุ่นใจเพราะได้อยู่ในที่ที่คุ้นเคย ผมยิ้มที่มุมปากแล้วก็หลับไปพร้อมกับความเหนื่อย ...

รูปภาพ

เมืองในความทรงจำ
_______ผมตื่นเช้าขึ้นมาปลุกทุกคนให้ตื่นจากความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์เมื่อคืน
พวกเราช่วยกันยกสัมภาระเตรียมตัวออกเดินทางต่อ เมื่อจัดการเรื่องอาหารการกิน
เรียบร้อยแล้วเราจึงเข้าไปปั่นเล่นรอบๆ มหาวิทยาลัยกันก่อนเพื่อผ่อนคลาย
หลังจากนั้นเราก็เริ่มปั่นออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์
ระหว่างทางพวกเราคนหนึ่งดันเกิดอุบัติเหตุยางรั่วขึ้นมา เราหาร้านปะยางกันจ้าระหวั่น
เมื่อเจอร้านปะยางเรียบร้อยแล้วเลยคิดกันว่า “นี่เรายังไม่มียางอะไหล่กันเลยนี่หว่า”
เราปั่นหาร้านจักรยานกันทั่วเมืองพิษณุโลกแต่ก็ไม่มีร้านไหนที่มียางขนาดที่เราต้องการ
แต่แล้วก็ได้มีผู้หวังดีแนะนำให้เราไปร้านหนึ่งที่อยู่แถวตำบลปากโทก เราปั่นไปถึงที่นั่นเกือบเที่ยงวัน
เมื่อเราจัดแจงซื้อของกันเสร็จเรียบร้อยทางร้านก็ตรวจดูสภาพรถเราอย่างละเอียดพร้อม
ปล่อยลงถนนอีกครั้งเพื่อออกเดินทางกันต่อ
_______เส้นทางที่เราใช้เดินทางไปนั้นต้องผ่านอำเภอวัดโบสถ์และเข้าอุตรดิตถ์โดยใช้เส้นทางเขาขาด
ขณะปั่นไปจากร้านจักรยานไปอำเภอวัดโบสถ์ระหว่างทางผมเห็นภาพลวงตาแบบ “มิราจ” เกิดขึ้นตลอดทาง
ทุกคนคงเคยเห็นใช่ไหมครับที่ข้างหน้าเราจะมีอะไรบ้างอย่างคล้ายๆกับน้ำเจิ่งนองบนพื้นถนน
ซึ่งมันเกิดจากการหักเหของแสงที่ไม่เท่ากันทำให้เกิดการสะท้อนเข้าตาเรา
ซึ่งหมายความว่าสภาพอากาศขณะนั้นร้อนคล้ายกับการที่เรายืนอยู่ใกล้ๆ เตาถ่านเลยทีเดียว

รูปภาพ

_______เรามาถึงทางขึ้นเขาขาดตอนที่โลกหมุนรอบตัวเองเกินครึ่งรอบมาหกชั่วโมง
นั่นแปลว่าวันนี้เราต้องถึงอุตรดิตถ์ตอนค่ำแน่นอน
_______ตามคาดหมายพวกเรามาถึงอุตรดิตถ์กันช่วงหัวค่ำ ผู้คนยังขวักไขว่กันอยู่ตามท้องถนน
เรารีบหาที่พักกันก่อนเพื่อที่จะนำสัมภาระไปเก็บและออกมาปั่นหาอะไรอร่อยๆ กินกัน
ที่พักของเราเป็นโรงแรมใหม่ดูสะอาดสะอ้านทีเดียว แล้วยังอนุญาตให้เรานำจักรยานเข้าไปเก็บในห้องพักได้อีกด้วย
พวกเราออกมาหาของกินแถวตัวเมือง จำได้ว่าของหวานที่อุตรดิตถ์อร่อยมาก ร้านนั้นอยู่แถวๆ
ห้างฟรายเดย์ในตัวจังหวัด ผู้อ่านคนไหนผ่านมาก็อย่าลืมแวะมาชิมกันนะครับ
_______เนื่องจากเราเป็นนักปั่นมือใหม่เส้นทางวันนี้ถือได้ว่าเป็นการปั่นขึ้นเขาครั้งแรกของพวกเรา
มันสาหัสเอาเรื่องเหมือนกันแต่ก็คุ้มค่ากับการที่ได้มากินของอร่อยๆ และได้กลับมาในเมือง
ที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ช่วงวัยเด็กอีกครั้ง ความทรงจำของผมบอกผมว่าพรุ่งนี้ผมควรพาตัวเองกับจักรยานไปที่ไหนบ้าง ...

รูปภาพ

รักเขาข้างเดียว
_______เช้าวันใหม่ที่อุตรดิตถ์ผมตื่นเช้ากว่าเวลาปกติเนื่องจากนอนในที่ที่ไม่เคยชิน
และต้องทำเวลาให้ทันเพื่อที่จะถึงที่หมายก่อนมืดค่ำ เราตื่นมาพร้อมออกไปกินอาหารเช้าที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ให้
หลังจากนั้นก็ได้เวลาเข้าห้องไปจัดระเบียบสัมภาระให้เข้าที่เข้าทางเพื่อเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทาง
เท้าเราแตะบันไดถีบดันขาจานให้ล้อหมุนออกจากที่พักตอนเวลาเช้าตรู่

รูปภาพ

_______ผมมีสถานที่ที่จะต้องไปให้ได้ในวันนี้สามที่ คือ สถานีรถไฟ (ตอนเด็กๆผมชอบมานั่งดูรถไฟที่นี่)
โรงเรียนเก่าที่เคยเรียน และ ศาลากลางจังหวัดเพื่อไปกราบไหว้อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักเอาฤกษ์เอาชัยก่อนออกเดินทาง
ในที่สุดผมก็ได้ไปครบทุกที่สมใจอยาก เนื่องจากอุตรดิตถ์เป็นจังหวัดที่ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในช่วงวัยเด็ก
พอผมได้กลับไปมันทำให้ผมมีความรู้สึกว่าวัยเด็กที่หอมหวานของผมได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
แม้มันจะอยู่ในช่วงเวลาที่ต่างกันก็ตาม

รูปภาพ

รูปภาพ

_______เราออกจากอุตรดิตถ์และทิ้งความทรงจำวัยเด็กของผมไว้เบื้องหลัง ผมสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาหามันอีกครั้งแน่นอน
เราพักดื่มเครื่องดื่มเย็นๆกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในปั๊มน้ำมันข้างทางก่อนที่จะทำใจกับการปั่นขึ้น “เขาพลึง”
ที่นับว่าเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังจากปั่นมาได้ไม่นานรถของพวกเราคันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุยางรั่วระหว่างทาง
ทำให้เราต้องมาเสียเวลากับการเปลี่ยนยางอะไหล่อีกครั้ง การเปลี่ยนยางครั้งแรกของเราน่าตื่นเต้นแปลกๆพิลึกดีเหมือนกัน

รูปภาพ

รูปภาพ

_______พวกเราทั้งสามคนมาถึงทางขึ้นเขาพลึง พร้อมกับป้ายบอกระยะทางว่า “ขึ้นเขายาว 3 กม.” เราเริ่มปั่นขึ้นไปเรื่อยๆ
ยังไม่ทันถึงหลักกิโลแรกก็เริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับต้นขา เนื่องจากพวกเราต้องรับหน้าที่แบกสัมภาระที่หนักกว่า 20 กก.
และด้วยความที่เป็นตีนใหม่หัดถีบเลยทำให้การขึ้นเขาระยะทางแค่ 3 กม. ทำเอาพวกเราลมจับ
ผมเปลี่ยนเกียร์จนไม่มีเกียร์ให้เปลี่ยนปั่นจนไม่มีแรงให้ปั่น จากนั้นขาของผมก็เริ่มแตะพื้น
สุดท้ายผมยอมรับอย่างไม่อายว่าผมจูงรถขึ้นเขา พวกเราปั่นบ้างจูงบ้างจนในที่สุดเราก็ถึงจุดพักชมวิวจนได้

รูปภาพ

_______พอขึ้นมาได้ต่างคนต่างไม่พูดอะไรนอกจากกระดกน้ำเข้าปากกันอย่างต่อเนื่อง
แล้วพาร่างอันอิดโรยไปหาอาหารกินกันอย่างไม่ปริปากพูดกันสักคำ หลังจากท้องอิ่มได้ที่
พวกเราผลัดกันเล่าถึงความเหน็ดเหนื่อยของแต่ละคนระหว่างทางขึ้นอย่างสนุกสนาน
และเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ‘เราต้องเปลี่ยนจุดหมายจากเชียงใหม่เป็นเชียงรายแทน’
_______สาเหตุที่เปลี่ยนจุดหมายเพราะว่าพวกเราคนหนึ่งต้องกลับไปทำธุระที่ต่างจังหวัดและได้มีรถยนต์
มานัดรับเราที่จังหวัดแพร่เพื่อที่จะขึ้นไปยังจังหวัดเชียงราย ผมรู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน แต่ทำอย่างไงได้
“ผมยังอยู่บนโลกนี้อีกนานและผมจะมาอีกครั้งก็ไม่เสียหายอะไร” นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

รูปภาพ

_______หลังจากปรึกษาหารือกันเสร็จก็ถึงเวลาที่เราจะปล่อยให้สองล้อของเราไหลลงเขาตามแรงโน้มถ่วงของโลก
ผมปล่อยมันไหลตามทางลงไปเรื่อยๆพลางคิดว่าการขึ้นลงเขาก็คงเหมือนกับชีวิตของคนเราที่คนเก่าแก่เขาสอนกันไว้ว่า
“ลำบากวันนี้สบายวันหน้า” ก็เห็นจะจริงอย่างทีปู่ย่าตายายท่านสอนไว้ทุกอย่าง
ผมขึ้นเขามาอย่างเหน็ดเหนื่อยสิ่งที่ได้ก็คือการไหลลงเนินอย่างสบายอารมณ์ที่สุด
หากใครถามผมว่าผมเป็นเสือทางเรียบหรือเสือภูเขาผมตอบอย่างไม่อายเลยว่า ผมเสือทางลงครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

_______พวกเราถึงแพร่กันก่อนค่ำ พร้อมไปรอรถที่จะมารับที่จุดนัดพบ เรานัดกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองแพร่
แพร่เป็นเมืองเล็กๆที่มีเสน่ห์ เสียดายที่ผมไม่ได้ปั่นจักรยานชมได้ทั่วเมือง

รูปภาพ

_______การขึ้นเขาวันนี้ทำให้ผมน้อยใจนิดๆ ทั้งๆที่วัยเด็กผมเป็นคนรักต้นไม้กับภูเขาเป็นไหนๆ
รักมากเสียจนอยากปลูกบ้านอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ สักลูกหนึ่งผมคิดว่าถ้าผมรักมันมันก็คงรักผมเหมือนกัน แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่า
“ผมรักเขาข้างเดียว” ...

รูปภาพ

จุดหมายของนักเดินทาง
_______หลังจากที่เรานั่งรถกันมาถึงจังหวัดเชียงราย เราแวะเที่ยวกันก่อนหนึ่งวันที่วัดร่องขุ่น
วัดนี้ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะสร้างเสร็จตอนไหน มาทีไรก็มีสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นมันซะทุกครั้ง
วัดร่องขุ่นเป็นวัดที่สร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2540
และคนสร้างเองก็คาดว่าจะไม่เสร็จในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ซะด้วย วัดร่องขุ่นจึงเป็นวัดที่น่าตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเยือน

รูปภาพ

รูปภาพ

_______เรานอนพักเชียงรายหนึ่งคืนพอวันรุ่งขึ้นอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า พวกเราขนจักรยานขึ้นรถยนต์มุ่งตรงไปยังเมืองเชียงใหม่
เพื่อที่จะได้ใช้บริการรถไฟกลับบ้านกันสักที คิดไปคิดมาเราก็ประสบความสำเร็จสำหรับการนำจักรยานขึ้นรถไฟได้สมใจอยากสักที
และยังมาถึงเชียงใหม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้อีกต่างหาก แต่เสียดายที่ล้อจักรยานของเราสัมผัสพื้นของเชียงใหม่ได้แค่บริเวณสถานีรถไฟ
“สักวันเราจะมาเที่ยวรอบเมืองเชียงใหม่” จักรยานผมคงพูดอย่างนั้นเพราะผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ‘เรามาถึงเชียงใหม่แค่ครึ่งเดียวยังไม่เต็มร้อย’
เจ้าหน้าที่ตีระฆังเป็นสัญญาณให้เรามุ่งหน้าสู่เมืองชาละวันแล้วเราก็เดินทางกันอีกครั้ง
_______แม้ว่า “บ้าน” จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางแต่สุดท้ายแล้วจุดหมายปลายทางของนักเดินทางทุกคน
ก็คงไม่พ้นกับสถานที่เล็กๆภายในโลกใบใหญ่ที่ชื่อว่า “บ้าน” ผมถึงบ้านแล้วครับ

รูปภาพ

________________________________________________________________________________________________________________RIDE_FOR_LIFE
รูปประจำตัวสมาชิก
อ้วนค้าบ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3670
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 10:22
Tel: 086 715 3757
Bike: น้องหนิมเก่าๆ

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย อ้วนค้าบ »

ขอบคุณกับเรื่องราวดีๆ ที่เอามาแบ่งปันครับ

เขียนถ่ายทอดอารมณ์ได้เก่งจังครับ :mrgreen: :mrgreen:
อยากให้คนไทยรักกัน ^^
อ้วนค้าบ, ตรวจสอบพัสดุ/ไปรษณีย์
Imo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 268
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2013, 01:02
ติดต่อ:

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย Imo »

คันซ้าย ใช่เพื่อนร่วมทีมหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ ไม่แพ้ ชัวนี โสภา แตรก ตรอน เลยนะนี่ :lol: :lol: :lol:
RideforLife
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2013, 21:00
Tel: 0836308543
team: RideforLife
Bike: -

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย RideforLife »

Imo เขียน:คันซ้าย ใช่เพื่อนร่วมทีมหรือเปล่าครับ ถ้าใช่ ไม่แพ้ ชัวนี โสภา แตรก ตรอน เลยนะนี่ :lol: :lol: :lol:
:lol: :lol: :lol:
RideforLife
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2013, 21:00
Tel: 0836308543
team: RideforLife
Bike: -

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย RideforLife »

อ้วนค้าบ เขียน:ขอบคุณกับเรื่องราวดีๆ ที่เอามาแบ่งปันครับ

เขียนถ่ายทอดอารมณ์ได้เก่งจังครับ :mrgreen: :mrgreen:
ขอบคุณครับ :D
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย rainbow »

ต่อไปนี้เป็นความเห็น....ไม่ใช่คำแนะนำ

Over Night Ride ควรมีกระเป๋า Pannier เพราะเข้าที่พักแล้วจะเอาของอะไรใช้
ของมันต้องมีอยู่บ้าง ที่จำเป็นแต่ละคน ไม่ใช่ไม่มีเสียเลย พอไม่มี Pannier สัมภาระน้อยๆ
เหล่านั้นจึงต้องถ่ายไปบนหลังสะพาย อันมีผลต่อความเพิ่มดีกรีเมื่อยล้าเร็วกว่าที่ควร

ถ้า Over Night Ride แล้วบอกว่าไม่ต้องใช้ ผลสุดท้ายมันจะมีผลต่อเงินงบประมาณใช้จ่ายที่มากกว่า
โดยอัตโนมัติ และอีกทางหนึ่งที่เป็นทางออกไม่น่าทำ คือ ของๆเราจะไปปรากฏในกระเป๋าเพื่อนที่ใช้ Pannier
อยากจะตั้งเป็นกฎว่า "ไม่ควรทำ"

อาการที่บอกเล่า โดยเฉพาะในการขึ้นเนิน แสดงว่ายังไม่เชี่ยวชาญการเกลี่ยกำลังงาน
อันนี้เป็นคุณลักษณะที่จำเป็นสิ่งแรกๆสำหรับจักรยานทางไกลที่ต้องเรียนรู้ทีเดียว
โลกกว้างใหญ่ไพศาล เนินเขาแรก แค่ 3 โล เขาในอนาคตเขาที่เราเจอจะไกลเป็นวันๆที่ดูเหมือนไม่รู้จบ
แล้ว โน อินฟอร์เมชั่นซะด้วยว่ากี่กิโลจะจบสิ้น

ที่ว่าเผื่อๆแรงแล้ว ต้องลงแรงให้น้อยไว้ แบบเผื่อของเผื่อ ก็ต้องทำ
นี่คือสิ่งที่คุณควรเรียนรู้เป็นเรื่องแรกๆพอๆกับต้องรู้จักเอาอะไหล่มาด้วย
มากัน 3 คน ไม่มียางอะไหล่เลย!!!!!!!
สิ่งที่เสียไปคือเวลาและกำลังแรงที่ตะลอนหายางอะไหล่โดยไม่จำเป็นต้องเสียไป

บทเรียนที่ยังไม่ได้เรียนวันนี้ คือ ปั่นกลางคืนมันเพิ่มอัตราเสี่ยง เพิ่มอันตราย
พึงหลีกเลี่ยง ต้องเจอสักวัน..จะซึ้งมากกว่าถ้อยคำ

ตะนี้จะได้รู้แล้วนะว่า จักรยานตัวที่ีมี 3 จาน จะมีความหมายกับทริปอย่างไร
เราต้องประเมินเส้นทางภูมิประเทศ และความสามารถผู้ขี่ปั่นที่จะ Hold ไปได้
กับจักรยานตัวนี้ตลอดรอดฝั่ง

อย่าละอายในการลงจูงเดิน
ไม่มีนักทัวริ่งคนใดไม่เคยลงจูง
ยิ่งระดับพระกาฬ ยิ่งเดินลงจูงมากกว่าใคร จนจำไม่ได้ว่างั้นเหอะ

ทุกทริปมีบทเรียน
อยู่ที่จัดหาข้อสรุป ทริปต่อไปจะมีคุณภาพขึ้น หมั่นจดจำ อย่าทวนซ้ำที่ผิดพลาดมาแล้ว


โลกภายนอกคอยพวกคุณอยู่
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
hotmale
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 537
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2011, 12:58
Tel: 0865537119
Bike: specialized e5, meridaTFS300, specialized sl3

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย hotmale »

ชอบครับ ซักวันผมจะปั่นไปบ้าง
รูปประจำตัวสมาชิก
foresthang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1571
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 16:13
Tel: 088-7687291
team: เพียง๒ล้อกับ๑ใจก็ไปได้
Bike: Surly LHT
ติดต่อ:

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย foresthang »

ชอบแนวการถ่ายภาพ....
การบอกเล่าเรื่องราวสนุก-ตื่นเต้นดีครับ
ออกแนวถ่อมตัวนิดๆ... :D
ปัญหาที่คุณเล่ามาให้พวกเราฟัง
ผมเชื่อว่ามันไม่ได้ติดอยู่ในใจของพวกคุณหรอก...ทริปต่อไป
ที่ไหนดี... :D
รูปประจำตัวสมาชิก
อยากรู้เช็คIPจิอิอิ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1705
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 09:21
Tel: I am Gary Fisher
team: PTT Bike Race
Bike: Gary Fisher Bigsur 2000 / Gary Fisher X-Caliber 1998 / Surly Troll / Trek Madone 2.3 (2013) / Bianchi Sampre 2011

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย อยากรู้เช็คIPจิอิอิ »

รวมเล่มได้เลยนะครับ ^^
ชอบครับ เหมือนได้เกาะตะแกรงติดไปด้วย ^^
Dirt road adventures across the world.


"ถ้าใจถึง.....ก็ไปถึง"
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย oldhippie »

จูงเป็นเรื่องธรรมชาติของนักจักรยานทัวริ่ง อย่างที่คุณ rainbow บอกไว้ ไม่มีนักทัวริ่งด้วยจักรยานคนใดไม่เคยลงจูง

ขออนุญาตเป็น"เสือทางลง" ด้วยคนครับ ชอบจุงเบย :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
mitron
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 85
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2011, 22:25
Tel: 0895534422

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย mitron »

เป็นกำลังใจให้นักสู้ครับ รอติดตามผลงานตอนต่อไปครับ ;)
สนั่น อันทเกตุ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2779
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ค. 2009, 14:51
ติดต่อ:

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย สนั่น อันทเกตุ »

อืมส์ อย่างน้อย
ก็น่าจะปะยางเองได้นะครับ
ผมเองก่อนจะบินเดี่ยว ก็ศึกษา
การซ่อมแซม-ปรับแต่งรถโดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน
และลองประกอบรถ สองสามคัน ครับ
"ลูกอิสานพลัดถิ่น จากแดนดินไหปลาแดก เร่ร่อนรอนแรมเดินทางดั้นด้น มาสู่โคนต้นสะตอ ณ เรือนเวียงวิมาน(รูปประจำตัว)คือที่มั่นสุดท้ายของข้าฯ"
รถก็ไม่แพง-แรงก็ไม่มี เลยรั้งท้ายทีม หึ หึ


คลิ๊ก ทริป "บินเดี่ยว ทางไกล ตามใจฝัน"
รูปประจำตัวสมาชิก
S.watchara
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 156
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2011, 22:22
Tel: 08184162xx
team: Bang Pa-In Cycling Club
Bike: Giant, Araya, Miyata

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย S.watchara »

ชอบมาก ประสบการณ์ที่ไม่มีรูปถ่ายมายืนยัน อย่างน้อยคุณเองก็รู้ว่ามันเป็นอย่างไรใช่ป่ะ

ที่หลายๆท่านเขียนแนะนำเป็นสิ่งที่ดีครับ น่าจดจำ และนำไปใช้

แต่ที่สำคัญคือ กล้าที่จะไป ทริปต่อไปที่ไหนล่ะครับ

แต่ ปลอดภัยไว้ก่อนก็ดีนะ :lol: :lol: :lol:
การมีความหวังเป็นสิ่งที่ดี และสิ่งที่ดีๆมันก็ไม่มีวันมลาย
การปั่นจักรยานเปรียบเหมือนได้ร่ำสุรากับคนรู้ใจ แม้เพียงหนึ่งจอกก็สุขใจ
รูปประจำตัวสมาชิก
Samartch
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 86
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 เม.ย. 2012, 20:37
team: กำลังหา
Bike: KHS 900/GIOS Steel Master
ตำแหน่ง: รามคำแหง 150

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย Samartch »

เขียนเก่ง เขียนได้น่าติดตาม และเพลิดเพลินด้วย เขียนอีกนะครับ ชอบอ่าน
รูปประจำตัวสมาชิก
somyorcht
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1026
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 09:31
Tel: 0819875862
team: ในฝัน
Bike: utility all around
ติดต่อ:

Re: บันทึกการเดินทาง ตอน "เชียงใหม่แค่ครึ่งไม่ถึงร้อย" by RideforLife

โพสต์ โดย somyorcht »

รูปสวย :mrgreen: :mrgreen:
"ชื่อเสียง เงินทองล้วนมายา ส่วนข้าวปลาสิของจริง"
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”