ทำเองนั้นถูกใจ
แต่ขีดจำกัดด้านเทคนิคและอุปกรณ์นั้นมีอยู่
งานที่ได้ ต้องทำใจว่าอยู่ในระดับ OTOP
ที่เคยทำจึงจ้างเขาในขั้นตอนสุดท้าย
เพื่ออาศัยแลคเกอร์หนาและห้องอบสี
งานก็พอกล้อมแกล้ม...
เริ่มงานด้วยการโทรหา "เฮียคากิ"
ได้รับคำตอบว่ารถที่รอทำ เท่าที่มีอยู่ตอนนี้
สิ้นปีไม่รู้จะเสร็จหรือเปล่า
ซึ่งแม้จะปฏิเสธมาอย่างสุภาพ แต่ก็ให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เป็นอย่างดี
ทั้งเรื่องงานสี และกลไกต่างๆ (รถกระผมเป็นเกียร์ดุม)
เริ่มจากถอดชิ้นส่วนรถ ถอดทั้งหมด บันได กระโหลก ถ้วยคอ
จนเหลือแต่โครงตัวถัง
จากนั้นก็เริ่มขัดหยาบด้วยกระดาษทรายเบอร์หนึ่งร้อยแปดสิบ
ขัดจุดที่พองโป่งให้เรียบ ส่วนไหนเรียบอยู่เดิมแล้วก็ขัดพอให้เป็นขนแมว
ไม่ต้องถึงเนื้อโลหะ
ของเดิมจากโรงงานทำสีพาวเดอร์โค้ทมาดี สีเกาะโลหะแน่นอยู่แล้ว
ขัดออกเสีย จะทำได้ไม่ดีอย่างเดิม
บริเวณที่เป็นสนิมจนถึงเนื้อโลหะ
ให้ขัดเป็นวงกว้างจนดูเรียบเสมอกันไม่เป็นหลุม
บริเวณสติ๊กเกอร์ หากเป็นรุ่นหายาก อยากรักษาไว้
ให้ปิดด้วยกระดาษกาว
แต่หากต้องการเปลี่ยนสี ต้องทำใจ
ถ่ายรูปไว้ทำสติ๊กเกอร์ใหม่ทีหลัง
ขัดเสร็จแล้วล้างด้วยผงซักฟอก ตากไว้ให้แห้ง แล้วตรวจดูความเรียบร้อยอีกที
ทำอย่างนี้สักสองสามรอบ
ต่อจากนั้นขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียด ลูบผิวแล้วเรียบเนียน ไม่สะดุด
ขัดสักสองสามรอบ แม้ยังไม่เรียบ แต่ก็จะหยุดขัดไปเอง เหนื่อย
ไม่เรียบนิดหน่อย โดยรวมดูดี ก็โอเค
อย่าลืมล้างผงซักฟอก ล้างคราบมัน คราบจาระบีต่างๆ ให้หมด
หาวันแดดดีๆ พ่นสีรองพื้นใจเย็นๆ
พ่นบางๆ ให้ทั่ว รอจนแห้งแล้วพ่นซ้ำ ทำหลายๆ รอบ
สีกระป๋องนั้นเนื้อสีน้อย พ่นบางๆ หลายชั้น เนื้อสีจะเกาะกันละเอียดสวย
พ่นหนาทีเดียวก็หนาสมใจ แต่ก็หลุดง่ายเป็นแผ่นๆ เหมือนกัน
พ่นเสร็จแล้วตากแดดจัดๆ หาที่ไม่มีลมก็จะวิเศษ
ทำห้องอบสี DIY อย่างของคุณเป้งก็เจ๋งมาก
เสียดายเพิ่งได้เห็นเหมือนกัน
อย่าได้คิดไปอบในรถยนต์ แล้วขับรถยนต์ไปจอดตากแดด
กลิ่นทินเนอร์จะติดอยู่ในรถนานเป็นเดือน
ยกเว้นว่าชอบกลิ่นนี้ ก็ตามใจ
หากพ่นรองพื้นแล้วพบว่าผิวยังไม่เรียบเนียนสาแก่ใจ
ขัดละเอียดแล้วพ่นใหม่อีกที
ทุกครั้งที่ขัด อย่าลืมล้างผงซักฟอกทุกครั้ง
จนเรียบสาแก่ใจดี สีพ่นทั่ว ไม่ด่าง
จึงเริ่มพ่นสีจริง
หลักการเดียวกันกับสีรองพื้น พ่นบางๆ หลายๆ รอบ
เมื่อเสร็จงานใส่สีกันสาใจแล้ว
ติดสติ๊กเกอร์ในบริเวณที่ต้องการ
ก่อนติด พ่นด้านกาวของสติ๊กเกอร์ด้วยน้ำยาเช็ดกระจกเสียก่อน
สติ๊กเกอร์จะสามารถปรับขยับตำแหน่งได้
เสร็จแล้วรีดไล่ฟองอากาศออกด้วยบัตรเครดิตแพลทินั่ม หรือบัตรเอทีเอ็มออมสินก็ได้
ไม่มีเครดิต ไม่มีเอทีเอ็ม
ใช้ไม้โปรแทรคเตอร์ก็ยังไหว ไม่ต่างกัน
ขั้นตอนสุดท้าย การพ่นเคลือบเงา
ต้องใจเย็นมีสมาธิ เนื่องจากใสไม่มีสี
จำไม่ดี ไม่รู้ว่าพ่นตรงไหนไปแล้วบ้าง
ยังไม่ทันแห้ง เผลอพ่นซ้ำเข้าไป
สีเก่าสีใหม่จะละลายปนกัน หัวใจก็ละลายไปด้วย
ทั้งหมดที่ว่ามา ไม่รวมเวลา
กระผมจ่ายไปพันสี่ขอรับ...
เอ่อ...
ระเบิดจองตะแกรงหน้านะ...