เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

:) :D สวัสดีปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงคุ้มครองทุกท่าน ที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้ ให้ได้รับความสุข สดชื่น สมหวัง คิดสิ่งใดให้สมปราถนาจงทุกประการ ขอให้อย่าเจ็บ อย่าไข้และอย่าจน ทุกคน ๆ ครับ สวัสดีปีใหม่ครับ :) :D

:lol: :roll: มีความรู้มาฝากการที่เราจะปั่นกับคุณผู้หญิง เขาเล่าว่าให้มาศึกษา นิสสัยใจคอกันสักนิด เพื่อความสุขในการออกไปไหนมาไหนร่วมกัน รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามครับ :lol: :lol:

รูปภาพ

:lol: :lol: ไม่รู้นะ บางทีพวกผู้หญิงที่จะกล่าวถึงอาจจะทำให้บางคนมีความสุขมากก็ได้ เลือกเอาครับ

1. ผู้หญิงไวไฟ

ผู้หญิงประเภทนี้พอเจอกับคนที่ถูกใจได้ไม่เท่าไหร่ ก็พยายามเข้าใกล้เขาเกินไปจนน่ากลัว อย่างเช่น ไลน์หรือส่งข้อความให้เขาบ่อยเกินไป ไม่ก็วางแผนออกเดท ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่เอ่ยปากชวนคุณเลยแม้แต่ครั้งเดียว หรือต้องการจะอยู่กับเขาตลอดเวลา ทำแบบนี้ผู้ชายยิ่งขยาดนะรู้ไว้

2. ผู้หญิงชอบผู้ชายเจ้าชู้

หลาย ๆ คนมักจะพูดว่าขอแค่ผู้ชายดี ๆ สักก็พอแล้ว แต่เอาเข้าจริงก็อดเผลอใจไปกับผู้ชายเจ้าชู้ไม่ได้ และปล่อยให้เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยน นอกจากนี้ บางคนก็คิดว่าตัวเองจะสามารถถอดเขี้ยวเล็บผู้ชายเจ้าชู้ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครหยุดความเจ้าชู้ของเขาได้ นอกจากตัวเขาเองที่คิดจะหยุดจริง ๆ

3. ผู้หญิงทำตัวเหมือนเจ้าหญิง

หรือผู้หญิงที่ชอบเพ้อฝันถึงผู้ชายเพอร์เฟคท์ ที่จะคอยติดตามปกป้องและดูแลเธอได้ทุกที่ชั่วชีวิต แต่คงไม่มีใครทำแบบนั้นได้แน่ ๆ เพราะคนเราก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวกันบ้าง และที่สำคัญผู้ชายชอบความอิสระ ซึ่งเขาคงไม่ชอบพฤติกรรมแบบปาท่องโก๋ ที่ต้องทำอะไรด้วยกันตลอดเวลาหรอกนะ

4. ผู้หญิงเจ้าชู้

ความไว้ใจหรือความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญของความรัก เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นผู้หญิงเจ้าชู้เขาคงไว้ใจคุณไม่ได้ และความรักของคุณคงเดินต่อไปได้ยาก อีกทั้งเขาคงรู้สึกเหนื่อยและท้อที่จะต้องเป็นฝ่ายตามคุณไปตลอดเวลา เขาก็เลยเลือกที่ปล่อยให้คุณไปเจอกับคนที่คุณรักจริง ๆ ดีกว่า

5. ผู้หญิงเข้าถึงยาก

ถึงแม้คุณจะเป็นคนสวยหรือหน้าตาดี แต่ก็อาจจะโสดได้หากคุณเป็นผู้หญิงประเภทที่เข้าถึงตัวยาก ฉะนั้น หากมีคนกำลังสนใจคุณอยู่ และคุณก็รู้สึกสนใจเขาเหมือนกัน ควรเล่นตัวแต่พองาม และส่งสายตาหรือส่งรอยยิ้มเป็นสัญญาณตอบรับให้เขารู้ตัวบ้าง เปิดทางให้เขาได้เข้าใกล้คุณมากขึ้น

6. ผู้หญิงช่างเลือก

ผู้หญิงโสดหลายคนอาจจะตั้งสเปคผู้ชายไว้สูงเกินไป ทั้งหน้าตา การศึกษา ฐานะ หรือปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งคงจะหาได้ยากในความเป็นจริง ฉะนั้น หากมีคนเข้ามาในชีวิตของคุณก็ลองศึกษาข้อดีและข้อเสียของเขาไปก่อน หากเขาไม่มีตามที่คุณต้องการทุกข้อ แต่เขาก็เป็นคนดีที่รักคุณ และดูแลคุณได้ ก็คงไม่เสียหายอะไรถ้าจะตอบรับรักเขาบ้าง


7. ผู้หญิงขี้เมา

ถึงแม้ตอนนี้ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ควรดื่มในระดับที่พอดี ไม่มากจนเกินไปจนแสดงพฤติกรรมแย่ ๆ ออกมา เช่น ตะโกนเสียงดัง เอะอะโวยวาย หรือกล้าแสดงออกแบบผิด ๆ ฯลฯ เป็นแบบนี้ถึงเขาจะรักคุณแต่คงก็รับสิ่งที่คุณทำไม่ไหวเหมือนกันนะคะ ฉะนั้น หากจะดื่มก็ควรดื่มแบบพอดี ในระดับที่สามารถควบคุมสติตัวเองได้ดีที่สุด

8. ผู้หญิงฉลาดเกินไป

ผู้หญิงที่รอบรู้และคิดอย่างฉลาดอาจจะดูเท่ในสายตาของใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับผู้ชายบางคนอาจจะไม่ชอบให้ผู้หญิงที่เขาควงเก่งกว่า เพราะเขาจะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าลงทันที ฉะนั้น หากคุณเจอผู้ชายประเภทนี้ไม่ควรลดค่าตัวเองลงและพูดซ้ำเติมความสามารถของเขา แต่ควรพูดให้เขารู้สึกดี ด้วยคำชมหรือให้กำลังใจเขาดีกว่า

9. ผู้หญิงก้าวร้าว

เพราะภาพลักษณ์ของผู้หญิงเป็นเพศที่มีความอ่อนโยน เพื่อใช้ลบความแข็งกระด้างของผู้ชาย ดังนั้น หากเขามาเจอผู้หญิงก้าวร้าว หรือผู้หญิงที่มีนิสัยแข็งกระด้าง เขาคงรับได้ยากเหมือนกัน เพราะเมื่อทะเลาะกันต่างฝ่ายต่างก็ต้องการที่จะเอาชนะ คงไม่มีใครยอมให้ง่าย ๆ ดังนั้น ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยแบบนี้ ควรปรับลดความแรงลงมาสักหน่อย ฟังเหตุผลฝ่ายตรงข้ามดูบ้าง แล้วจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้น

10. ผู้หญิงสนใจแต่เรื่องตัวเอง

ผู้หญิงที่สนใจพูดแต่เรื่องตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การงาน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งเรื่องแฟนเก่า โดยไม่สนใจที่จะถามไถ่ความเป็นไปของเขาบ้างเลย หรือมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองก็คงจะรักกันได้ยาก เพราะความรักเป็นการแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน ฉะนั้น หากคุณไม่อยากโสด ควรสนใจเรื่องราวความเป็นไปของเขาบ้าง หรืออาจจะเริ่มถามไถ่จากคนรอบ ๆ ตัว อย่างเพื่อนหรือคนในครอบครัวก่อนก็ได้

11. ผู้หญิงติดบ้าน

คือผู้หญิงที่ไม่เคยออกไปเปิดหูเปิดตารับรู้ความเป็นไปนอกบ้านบ้างเลย เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน ไม่เคยออกไปเจอผู้คนข้างนอกเลย ก็เตรียมตัวโสดได้เลย ฉะนั้น หากคุณอยากจะมีคนเดินจับมือควงแขนบ้าง ก็ควรออกไปเที่ยวนอกบ้านบ้าง ไม่แน่นะความสวยของคุณอาจจะเตะตาใครบ้างคนเข้าก็ได้

12. ผู้หญิงเล่นตัวเกินไป

ตามสัญชาตญาณของผู้ชายมักจะชอบเป็นผู้ล่าหรือเป็นฝ่ายตามมากกว่า แต่บางครั้งอะไรที่ได้มายากเกินไปเขาก็อาจจะหมดความสนใจได้ง่าย ๆ เช่นกัน ฉะนั้น หากเขาชวนคุณออกไปเดท ลองออกไปเดทกับเขาดูบ้าง หรือถ้าเขาส่งยิ้มมาให้ ก็ควรยิ้มตอบกลับไป เพื่อเปิดโอกาสให้เขาและคุณได้เรียนรู้นิสัยใจคอกัน หากไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยคุณก็ยังได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมานะ


13. ผู้หญิงติดหรู

ผู้หญิงหลาย ๆ คนมักจะวาดเดทในฝันด้วยสถานที่หรู ๆ ร้านอาหารแพง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงเดททั่ว ๆ ไปนั้น น่าประทับมากกว่าอีก เช่น ทำกับข้าวทานด้วยกัน พากันไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือนั่งจิบกาแฟที่ร้านน่ารัก ๆ สักร้าน เพียงเท่านี้ก็จากสถานที่ธรรมดา ๆ ก็กลายเป็นสถานที่สุดพิเศษในความทรงจำของคุณได้แล้วล่ะ

14. ผู้หญิงปิดตัวเอง

เชื่อว่าอาการอกหักเคยเกิดขึ้นกับใครหลาย ๆ คนมาแล้ว ซึ่งหลังจากโดนหักอกก็เริ่มเกิดอาการกลัว จากนั้นคุณก็เริ่มปฏิเสธความหวังดีของเขา เพราะไม่อยากรู้สึกเจ็บแบบเดิม ๆ อีก ทำแบบนี้เขาคงรู้สึกเจ็บไปต่างจากคุณ และทำให้เขาคิดว่าคุณคงลืมคนเก่าไม่ได้ เป็นแบบนี้เขาก็เลยไม่อยากฝืนใจคุณเลยเป็นฝ่ายถอยเสียเองดีกว่า ดังนั้น หากคุณชอบใครสักคนหนึ่งอย่ากลัวที่จะรัก เพราะเขาอาจจะเป็นตัวจริงชองคุณก็ได้นะ

15. ผู้หญิงขาดความยืดหยุ่น

คือทุกอย่างต้องเป็นไปตามความคิดของเธอ และไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เช่น หากคุณกับเขานัดกันออกไปเที่ยวเสาร์นี้ แต่บังเอิญเขาติดธุระทำให้ออกไปหาคุณไม่ได้ คุณก็ระเบิดอารมณ์ใส่เขาโดยไม่ฟังเหตุผล คงไม่มีผู้ชายคนไหนทนได้หรอก เพราะในชีวิตจริงไม่มีใครสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ฉะนั้น หากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือไม่เป็นไปอย่างที่คุณคิด ก็ควรทำใจให้สงบแล้วหาทางแก้ไขกันดีกว่า


:lol: :lol: ที่สำคัญไปกับใคร ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา รับรองแค่นี้ก็มีความสุขได้แล้วครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :o :) วันนี้มีโอกาสนำความสุข ในทัศนะของคุณหมอกันนะครับ....บทสัมภาษณ์พิเศษนี้ อ่านจบแล้วมีความสุข อมยิ้มไปได้หลายวัน :lol: :lol:

ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อดีตที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลก(WHO) วันนี้ในวัย 79 ปี ได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจในการดำเนินชีวิตผ่าน"มติชนออนไลน์" พร้อมสะท้อน 4 นิสัยเน่าเสียของคนไทยในยุคปัจจุบัน ที่ทำให้คุณหมอประเสริฐรับไม่ได้ ?

คุณหมออายุใกล้ 80 ปี ทำอย่างไรถึงมีสุขภาพแข็งแรง และอารมณ์เบิกบานได้ตลอดเวลา ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันต้องได้กิน ได้นอนพอ ถ่ายอุจจาระ ไม่ท้องผูก ไม่ท้องเสีย และได้ออกกำลังกาย หลายคนมักพูดว่า ไม่มีเวลา ผมก็ไม่มีเวลา แต่ผมอาศัยเดิน เช่น การเดินจากป้ายรถเมล์มาบ้าน ก็ได้เหงื่อบ้าง เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้ามีลูกก็ชวนลูกเดิน ไม่ต้องไปออกกำลังกายหักโหม หรือเดินขึ้นบันได ช่วยทำให้หัวใจได้ออกกำลัง แต่ถ้าหากมีโรคหัวใจ ไม่ควรหักโหมอย่างนั้น ผมเผอิญไปทดสอบหัวใจยังดีอยู่

ถัดไปเรื่องความเครียด พยายามอย่าเครียด อะไรลืมได้ลืม อะไรทิ้งได้ทิ้ง ความเครียดสำหรับตัวผมเอง มีความเครียดจากการเดินทาง ผมไปทำงานที่ศิริราชทุกวัน ก็แก้ปัญหาด้วยการออกแต่เช้าตี 5.45 น.ออกจากบ้าน จะไม่พบความเครียดในการเดินทาง และเวลากลับบ้านก็กลับเร็วหน่อย เพราะไปแต่เช้า กลับเวลา15.00 น. หรือหาก 15.00 น.เปิดวิทยุฟังบอกรถติด ก็อาจจะกลับช้าหน่วยสัก 1 ทุ่ม 2 ทุ่ม ค่อยกลับ ลดความเครียดในการเดินทาง ลดความเครียดในการใช้ชีวิตประจำวัน

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างระมัดระวัง ผมกินบำนาญ รายได้ทั้งเดือนมาเฉลี่ยว่า ต่อวันมีรายได้เท่าไหร่ ผมพยายามใช้ให้อยู่ในกรอบอันนั้น เช่น ผมมีวงเงินใช้ 100 บาท ต่อวัน หากวันนี้ผมใช้เกินไป 120 บาท พรุ่งนี้ผมจะใช้เพียง 80 บาท ให้ถัวเฉลี่ยกันไปให้ได้ อย่าขนาดว่า เคร่งครัดกับตัวเองจนขยับตัวเองไม่ได้ ถ้าเราไม่สุรุ่ยสุร่ายใช้จ่ายมากไปพออยู่ได้ หากเย็นนี้ทำกับข้าวเหลือ พรุ่งนี้ก็ห่อไปทานกลางวันที่ทำงานได้ เมื่อก่อนแม่ให้ห่อข้าวไปโรงเรียน อายเพื่อน กลัวเพื่อนจะว่า พ่อแม่ไม่มีสตางค์ไปซื้อข้าวกิน อายเขา แต่ทุกวันนี้ผมกลับภูมิใจว่า พ่อแม่หัดเราไว้

ผมไปอยู่เจนีวา ก็เอาข้าวกล่องไปกิน ผมมีความรู้ในการปรุงอาหารอยู่บ้าง ผมไม่มีความเดือดร้อนการกิน การอยู่ ผมไม่เที่ยวกลางคืนมานานแล้ว นอนสัก 6 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่ได้ 6 ชั่วโมง ไม่ต้องไปเคร่งเครียด ถ้ามีเวลาว่างมีงานอดิเรกด้วยการเขียนหนังสือ เขียนทิ้ง ๆ ไปบ้างก็ได้ เปิดคอมพิวเตอร์ดูข้อมูล ดูข่าว ดูอีเมลล์บ้าง ในอินเตอร์เน็ตข่าว ทุกอย่างอัพเดท ทำให้เรามีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน
จะไม่เครียด ต้องรู้จักปล่อยว่าง

การเสพสื่อในยุคนี้ มีข้อควรพิจารณาอย่างไร ต้องระมัดระวัง เพราะสื่อบางอย่างช่วยให้เครียดมากกว่าคลายเครียด ต้องเลือกสื่อ

ความเหมาะสมของการดื่มในช่วงสูงวัย การดื่ม ถ้าสมมติจะดื่มบ้าง พอให้เจริญอาหาร สดชื่นบ้าง ไม่ควรบังคับ หรือห้าม ยกเว้นถ้าไม่ชอบดื่ม ถ้าอยากจะดื่มก็ให้ดื่มบ้าง มีคนที่ผมรู้จักคนหนึ่งดื่มบรั่นดี วันละ 1 เป็ก และดื่มมา 30 ปีแล้ว อยู่มาวันหนึ่งตรวจพบความดันโลหิตสูง ลูกชายและลูกเขยซึ่งเป็นหมอห้ามไม่ให้ดื่ม แต่ปรากฎว่า ความดันก็ไม่ลดลง วันหนึ่งมาคุยกับผม ผมบอกให้ลูกชายและลูกเขยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และให้ดื่มได้ตามปกติ ปรากฎว่า ผ่านไป 1 สัปดาห์ความดันลดลง การที่ความดันเพิ่มจากความเครียด บังคับจิตใจกันมากความดันเลยไม่ลด พวกที่มีสตางค์ดื่มไวน์ยังไงก็ไม่เมา

เทคนิคการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี การห่วงลูกห่วงหลานต้องห่วงพ่อแม่ก่อน ต้องสอนพ่อแม่ให้เลี้ยงลูกอยู่ในกรอบ อย่าปล่อยตามใจ ผมมีลูก 3 คน ผมเลี้ยง และมีการลงโทษ หากบอกว่า อย่าแล้วยังทำ จะต้องถูกทำโทษ ผมบอกตะเกียบกายสิทธิ์ ฝ่ามือผัดเผ็ดก็มีแต่การทำโทษต้องมีเหตุผล ถามเขาว่าทราบใช่มั๊ยว่า ทำไมต้องถูกลงโทษ เขาก็บอกอย่างนั้นอย่างนี้ก็รู้ตัว ผมบอกลูกเสมอว่า เลี้ยงลูกต้องมีเหตุผล ปัจจุบันเด็ก ๆ คุยโทรศัพท์มือถือนาน เราเตือนบอกคุยโทรศัพท์นานเสียเงินมาก พ่อแม่ต้องทำงานหนัก และการคุยโทรศัพท์นานมีผลกระทบต่อคลื่นสมอง นักวิจัยยังถกเถียงกันเรื่องนี้ว่า มีผลกระทบต่อสมอง และให้มีการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว

คุณหมอทำงานแบบไม่มีวันเกษียณ

ถ้ายังทำงานไหว แม้จะต้องนั่งรถเข็นไป ก็ยังอยากไปทำอยู่ เพราะผมถือว่า คนเราจะเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อเมื่อเราทำประโยชน์ ถ้าหากเราไม่ได้ทำประโยชน์ ก็เท่ากับเราไม่มีประโยชน์ คนเราจะนึกว่า ตัวเองวิเศษไปคนเดียวไม่ได้หรอก ต้องทำประโยชน์ต้องเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน อยู่ที่ทำงานเดือนหนึ่ง 1-2 ครั้ง ผมจะทำกับข้าวให้กับผู้ร่วมงานรับประทาน คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน เราจะพยายามปรับให้เข้าหากัน เช่นว่า คนนี้คิดถูกแล้ว แล้วคุณจะว่าอย่างไร คุณคิดใหม่สิ จะได้ไม่ทะเลาะกัน ทุกวันนี้แตกแยกกัน ที่ผมเคยเห็นสามี-ภรรยา 2 คู่ ทำงานอยู่ที่เดียวกัน สามีของฝ่ายหนึ่งได้เลื่อน 2 ขั้น ภรรยา 2 คนทะเลาะกัน ทำไมสามีเธอได้ 2 ขั้น สามีเธอเสนอหน้า เลียเจ้านายใช่หรือไม่ แต่ถ้าหากได้กินข้าวด้วยกัน แชร์ความรู้สึกกัน มันจะไม่ทะเลาะกัน

ผมมีความสุขในการที่ได้ไปทำงาน เด็ก ๆ ยังยอมรับนับถือเรา อันนั้นอันนี้เป็นอย่างไร อาจารย์คิดว่าอย่างไร ผมบอกผมคิดอย่างนี้ ผมอาจจะคิดผิดก็ได้ อย่าไปคิดว่า ลื้อคิดผิด อั๊วคิดถูก คนเราทำไมจะคิดผิดไม่ได้ คนเราทำไมจะล้มเหลวไม่ได้ ผมไม่ถือเลย เช่น เด็ก ๆ ตั้งไข่ ต้องหกล้มหลายครั้ง กว่าจะเดินได้ ตอนหกล้มไม่ใช่ความผิดของเด็ก ผมก็พยายามพูดอย่างนี้

หลานผม สมัยที่เกิดการชุมนุนเสื้อเหลือง ผมบอกหลานว่า ฟังได้ แต่อย่าเพิ่งปักใจ 100% ว่า คนนั้นผิด คนนี้ถูก คนที่เราคิดว่า ถูกอาจจะผิด คนที่เราคิดว่า ผิดอาจจะถูก เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งปักใจ ดูเหตุแวดล้อมอะไรต่าง ๆ ก่อน หลานก็บอกผมว่า เขาฟังสนธิ(ลิ้มทองกุล) พูดก็น่าฟัง พูดเก่ง แต่ว่า เขาไม่รู้ว่า เขาจะเชื่อได้หมดหรือเปล่า เขาพูดอย่างนี้ ผมพอใจแล้ว ให้เขาแบ่งใจไว้สักนิดว่า อาจจะจริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้ เราก็ชมหลานว่า ถูกต้อง ต้องคิดอย่างนี้ เราต้องคิดว่า เราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ได้ทราบเรื่องมาแต่ต้น เราฟังสิ่งที่เขาเล่ามา บางประโยคเขาอาจจะเล่าไม่หมดก็ได้ เขาอาจจะเล่าไม่จบก็ได้ เขาอาจจะทิ้งไว้ให้เราคิดต่อ แล้วเราก็คิดต่อ ไปในทางที่ผิดเอง
เราต้องค่อย ๆ สอนเขาอย่างนี้ เขาก็เดินต่อไปได้

คนไทยเชื่ออะไรง่ายๆ จริงไม่จริงก็ไม่รู้ แต่เชื่อไปแล้ว ผมมีความรู้สึกไม่ดีกับคนไทย 4 เรื่อง

1) คนไทยเชื่อง่าย เชื่อข่าวลือ ไม่สอบสวนว่า ต้นตอมาอย่างไร เช่น ถ้ามีคนไปลือว่า คุณยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร) เป็นผู้ชายแปลงเพศมา อาจจะมีคนเชื่อ และบอกว่า ปกติ ตระกูลนี้ต้องคางเหลี่ยม จะสวยได้อย่างไร คนไทยเชื่อข่าวลือมาก เชื่อง่าย เชื่อข่าวลือ ของจริงมีคนชี้แจงจะไม่ฟัง ข่าวร้ายมาที่ 1 ข่าวลือมาที่ 2

2) สิ่งที่ผมไม่ชอบมากขณะนี้คือ อยากได้ของฟรี คนขายหวยถึงรวย กล้วยออกปลี กลางต้น ก็ไปขูดเลข ไหว้ต้นไทรมีอะไรออกมาผิดปกติ ก็ไปไหว้แล้ว เมื่อไหร่จะเลิกนิสัย อยู่เฉย ๆ แล้วรวย ผมว่า ไม่มี ตอนนี้ผมนั่งดูอีเมลล์และเก็บพวก Spam ทุกวัน ผมกำลังเก็บไว้ พวกต้มตุ๋นทั้งหลาย เช่น ท่านถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 10 ล้านดอลลาร์ ผมก็ถามตัวเองว่า ผมไปทำอะไรถึงถูกหวย Yahoo โปรโมชั่น ผมก็ไม่เคยใช้ Yahoo เขาจะให้โปรโมชั่นผมได้อย่างไร บางทีมีเรื่องธนาคารในอัฟริกาจะโอนเงินมาให้ ผมจะนำมาวิเคราะห์ และพิมพ์แจกว่า ผมไม่เชื่อเพราะอะไร ตอนนี้มีเมียคนที่ 2 ของกัดดาฟี จะเอาเงินออกจากประเทศอย่างไร ช่วยรับไว้หน่อยได้หรือไม่
ภรรยาคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจก็มี เป็นลูกสาวคุณวัฒนา อัศวเหมก็มี ผมจะวิเคราะห์ให้ฟัง ว่าคนพวกนี้เขาไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหรอก เขาจะลงทุนโยกย้ายอะไรเขามีวิธีทำ ถ้าเขาเชื่อให้ผมทำ แสดงว่า เขาอยากจะเจ๊งเร็ว ๆ ผมจะมีปัญญาไปทำอะไร ประโยคชอบขึ้นว่า Can I trust you ถ้ามึงเชื่อกู ก็โง่เต็มที่

3) เรื่องไม่ดีของคนไทยเรื่องที่สามคือ วิสัยทัศน์มองใกล้ ไม่ค่อยมองไกล ผมไม่ได้ว่า ทุกคน คนส่วนหนึ่งชอบชักจูงคนส่วนใหญ่ให้เชื่อตาม คือ คนมองใกล้ไม่มองไกล

4) เรื่องไม่ดีเรื่องที่สี่ของคนไทยคือ คนไทยนับถือคนรวย เห็นว่า คนรวยเป็นคนดี แม้แต่พระในวัดดังองค์หนึ่ง ที่ผมทราบเรื่องนี้ เพราะพ่อเพื่อนผมเป็นคนนำมาบวช จนได้เป็นพระดังอยู่ในเขตกรุงเทพฯ มีโยมอุปัฏฐากไปเรื่อย จนกระทั่งตอนหลัง คุณพ่อพระไม่ไป เวลาคนจะมาหา ให้ลูกศิษย์ไปดูว่า คนที่จะมาพบนั่งรถอะไรมา เสียพระไปแล้ว คนเขาจะเดินมา หรือพายเรือมาก็เป็นเรื่องของเขา มันจะมาหาที่พึ่งทางใจ ก็ให้เขาพบสิ นี่ขนาดเป็นพระ แล้วคนธรรมดา.......ผมเคยด่าพระในใจครั้งหนึ่ง ทนไม่ไหว สมัยที่ใครต่อใครไปรุมที่วัดพระธรรมกาย มีพระผู้ใหญ่องค์หนึ่งที่อยู่วัดนี้ ได้รับรถเบนซ์จากวัดพระธรรมกาย ก็มีหนังสือพิมพ์ไปสัมภาษณ์ว่า จริงหรือไม่ว่า วัดดังกล่าวเอารถมาถวายท่าน พระองค์นั้นตอบว่า ผิดด้วยหรือที่อาตมาจะนั่งรถเบนซ์ ผมดูทีวีแล้ว หลุดปากออกมาทันที่ว่า ผิดตั้งแต่แม่เอ็งคลอดเอ็งออกมา ทำไมไม่ให้สำลักน้ำคร่ำตาย ไม่ใช่ผิดวันนี้ มันผิดตั้งแต่ตอนเกิดแล้ว เป็นพระผู้ใหญ่พูดอย่างนั้นได้อย่างไร ควรจะพูดว่า ได้รับกิจนิมนต์ต้องเดินทางบ่อย ปลอดภัยดี ผมก็ไม่ว่าอะไร แต่กลับตอบว่า ผิดด้วยหรือ ที่อาตมานั่งรถเบนซ์ ผมรับไม่ได้ คือ มันแสดงให้เห็นว่า คนรวยคือ คนดี บางคนอาจจะรวยขึ้นมาด้วยการค้าของผิดกฎหมาย ฟอกเงิน

ตลอด 79 ปีปรัชญาชีวิตที่ตกผลึกแล้วคืออะไร

ช่วยตัวเองให้ได้ แล้วเราจะมีแรงช่วยคนอื่น การที่จะช่วยให้ตัวเองอยู่รอดได้ เป็นเรื่องของความมัธยัสถ์ สมถะ เรื่องของความเอาใจใส่ ดูแลตัวเอง ให้เรารอดปลอดภัยได้ ถ้าเรามีความรู้ เราสามารถที่จะช่วยคนอื่นได้ อันนี้ถือสิ่งที่ผมทำ เมื่อผมแต่งงาน ยังไม่มีเงิน เวลาผมทำอะไร ผมต้องบอกภรรยาก่อนว่า อย่าหวังได้เงิน ได้กล่องก็ยังดี เมื่อก่อนผมทำคลินิกที่บ้าน เพื่อนบ้านผมไม่เคยเก็บสตางค์ อย่างน้อยช่วยดูแลบ้านกัน หรือเราเลี้ยงสุนัขอาจไปทำเสียงดังให้รำคาญ เขาก็เกรงใจไม่ว่าเรา บ้านผมมีอาหารอะไรก็ทำแบ่งกันกินให้เพื่อนบ้าน

นี่คือ ปรัชญาและความคิดที่ตกผลึกแล้วของคุณหมอประเสริฐ ผู้ใดจะเอาแนวคิดดี ๆ ไปใช้ คุณหมอไม่สงวนลิขสิทธิ์


:) :D หวังใจเป็นอย่างยิ่งจะได้ข้อคิดกับชีวิตที่ดี ๆ ในปีใหม่กับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ขอประเทศสยามนามว่า ไทย จงพ้นภัยมีแต่สุขทุกวันคืน นักปั่นทุกท่านครับ จิตใจที่ สงบ คือ ความสุขที่แท้จริงครับ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง จิตใจไม่สับสน วุ่นวาย ความสุขมันก็เกิดที่ ใจ ปั่นไปพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น ๆ ดีกว่านะครับ..หน้าที่ใครหน้าที่มันอย่าให้บกพร่อง กรรมใครกรรมมัน เช่นกันครับ "ทำดีได้ดี - ทำชั่วได้ชั่ว" ก็แค่นั้นเอง ปั่นต่อไปครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:o :o เรื่องสั้นสอนใจ ~ "บันทึกของนักโทษประหาร"

รูปภาพ

ผมคือนักโทษประหารคนหนึ่ง เช้าวันนี้ผมและเพื่อนนักโทษอีกคนจะถูกนำไปลานประหาร แล้ว ไม่ช้าห่ากระสุนก็จะจบชีวิตอันชั่วร้ายของผม แต่ก่อนผมและพรรคพวกอยู่ท่ามกลางตีรันฟันแทงหลายครั้ง ต่างคิดว่าไม่กลัวตาย ไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตมีค่าอะไร แต่ขณะนี้ความตายกำลังจะมาถึง กลับรู้สึกหวาดกลัวและรักชีวิตขึ้นมา ตอนนี้ถ้าสามารถให้ผมมีชีวิตยืดต่อไปอีกหน่อยแม้จะเพ ียงไม่กี่นาที จะให้แลกกับอะไรผมยอมทั้งนั้นก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมก๊วนคนหนึ่งได้ถูกจับ ทำให้โอกาสที่จะยืดชีวิตต่อไปสิ้นหวัง ตั้งแต่ถูกศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ทำให้ความหวังของผมทุกอย่างพังทลายหมด เสียงฝีเท้าของพญามัจจุราชคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ ทุกครั้งที่คิดถึงว่าจะถูกนำไปลานประหาร ทำให้ร่างกายสั่นสะท้านทุกที ทุกคืนนอนไม่ค่อยหลับ เรื่องความหวังที่จะได้ยืดชีวิตต่อไปหรือได้รับอิสรภ าพ แม้จะรู้ว่า เป็นเรื่องเพ้อฝัน เพราะทุกอย่างสายไปแล้ว ผมสำนึกผิดและเสียใจกับเรื่องราวในอดีตทั้งหมด ถ้ารู้แต่แรกว่าจะลงเอยแบบนี้ผมคงไม่กล้าทำ

เมื่อไม่นานมานี้ ผมเริ่มเชื่อเรื่องผีสางเทวดามีจริง ตั้งแต่ผมถูกจับกุมอยูในเรือนจำ ได้อ่านหนังสือธรรมะไม่น้อยแต่ก่อนหนังสือเหล่านี้ผม ไม่เคยสนใจเลย ซ้ำยังหาว่าเป็นเรื่องงมงาย ไร้ สาระ ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ระหว่างที่ผมหลบหนีคดีแล้ วถูกวิญญาณพยาบาทตามรังควานจนถึงเดี่ยวนี้ก็ยังมีอยู ่เป็นข้อพิสูจน์อย่างดีตามที่หนังสือธรรมะว่าไว้ไม่ม ีผิด ผมคิดว่า ถ้าผมเชื่อเรื่องราวในหนังสือธรรมะตั้งแต่แรก ความชั่วร้ายเหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้นเป็นแน่ อยู่ในคุกผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ?ท่องเมืองนรก? ทำให้ผมรู้สึกเสียใจและหวาดกลัวมาก ที่แท้คนเราตายแล้วไม่ใช่จบสิ้นทุกอย่างนักโทษประหารเช่นผมที่ได้สร้างบาปกรรมไว้มากมาย ในภายหน้าคงไม่อาจหนีพ้นการลงโทษจากนรก ไม่รู้ว่าจะได้พ้นทุกข์เมื่อไหร่ และเมื่อไหร่จึงจะได้มาเกิดเป็นคนอีก

เมื่อวานลูกเมียได้มาเยี่ยม เราต่างรู้ว่านี่เป็นการพบหน้าครั้งสุดท้าย ผมได้หลั่งน้ำตาแห่งความสำนึกผิด เวลา 15วินาทีของการเยี่ยม เราต่างนิ่งเงียบ ผมจะพูดอะไรได้ภรรยาอุ้มลูกน้อยไร้เดียงสา ผมจะทอดทิ้งพวกเขาลงคอได้อย่างไร แต่ผมจะทำอะไรได้ เวลา 15 นาทีผ่านไปเร็วมาก ผมบอกเมียว่าให้ถนอมสุขภาพ เพราะความประพฤติของผมที่ผ่านมาแท้ๆ จึงทำให้ลูกเมียต้องพลอยลำบาก ขอให้เธอให้อภัย และย้ำแล้วย้ำอีก ต่อไปเธอจงอบรมลูกให้ดีควรดูการทำชั่วของพ่อเป็นบทเร ียน อย่าได้เจริญรอยตาม ครั้นลูกเมียเดินจากไป ผมมองตามหลังจนลับสายตา ผมปวดร้าวในหัวใจ ร้องไห้จนสลบไปแต่ก่อนผมไม่เคยสนใจลูกเมียเลย ภรรยาแต่งกับผมมาหลายปี ไม่รู้ว่าต้องทนกับการด่าว่าและเตะถีบจากผมเท่าไหร่ ผมไม่เคยทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีเลย ผมไม่สมควรเป็นคน ผมตำหนิตัวเอง ผมสำนึกผิดเมื่อใกล้จะถูกประหารน้ำมันตะเกียงกำลังจะ หมด ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว

ไม่นานมานี้ได้ความรู้จากหนังสือธรรมะ ผมยอมรับว่าตอนนี้ผมกลัวตายที่สุด เพราะผมเชื่อแน่ว่าตายแล้วไม่สูญหมด แต่เป็นเพียงวิญญาณหลุดออกจากกายเนื้อเท่านั้น แล้วไปเริ่มต้นอีกมิติหนึ่ง โดยผมจะต้องไปรับโทษอีกตามที่หนังสือ ?ท่องเมืองนรก? บันทึกไว้ ซึ่งเป็นการลงโทษที่โหดร้ายทารุณยิ่งกว่ากฎหมายเมือง มนุษย์หลายร้อยหลายพันเท่า โอ... แล้วจะมีใครช่วยผมได้นี่ ! ขณะนี้ผมกำลังก้าวไปหาความตาย แม้ผมจะสำนึกผิดแล้ว แต่ในตัวผมเต็มไปด้วยบาปกรรม ตอนนี้ผมไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะกลับตัวใหม่ หรือไถ่บาปได้เลย ได้แต่ใช้เวลาและลมหายใจอันจำกัดเล่าบาปกรรมที่ทำมาท ั้งหมดอย่างหมดเปลือกหนึ่งนั้นเป็นการสารภาพบาปสองนั้นเพื่อเป็นบทเรียนอุทาหรณ์เตือนใจแก่ผู้หลงผิด ให้กลับตัวใหม่ ขอพระโพธิสัตว์โปรดเมตตา ลดโทษทัณฑ์ที่นรกให้บ้างเถิด

ผมเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย ผมเป็นลูกเพียงคนเดียวของพ่อแม่ ดังนั้นตั้งแต่เด็กผมจึงได้รับการตามใจทุกอย่างผมอยา กได้อะไรก็จะได้เสมอ พ่อวุ่นอยู่กับธุรกิจทั้งวัน ส่วนแม่ก็เอาแต่เล่นไพ่นกกระจอก ผมนั้นพ่อแม่รู้แต่เอาใจน้อยนักที่จะอบรม เมื่อนานเข้าทำให้ผมติดนิสัยเที่ยวเตร่เสเพลวันๆ เอาแต่กินดื่มหาความสำราญู ไม่รู้จักความยากลำบากของชีวิต ตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมก็กลายเป็นแก๊งวัยรุ่นที่ เป็นขาประจำของโรงพักแล้ว ซึ่งทุกครั้งพ่อแม่ก็ไปประกันตัวผมออกมา อย่างมากก็แค่ว่าสั่งสอนผมไม่กี่คำ ไม่นานผมก็ประพฤติเหมือนเดิมอีก ตำรวจพอเห็นผมก็ส่ายหัวด้วยความ เอือมระอา

เมื่อผมเรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้ว ไม่ได้ทำงานทำการอะไร ไปมั่วสุมเสพสารเสพติดกับพวกนักเลง รู้สึกสะใจเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น บางครั้งก็รวมกลุ่มกันไปก่อเรื่องวิวาท ถ้าใครมามองหน้าก็จะถูกผมจัดการทันที มีหลายครั้งที่เกิดการยกพวกตีกันโดยมีผมนำหน้า จนได้รับตำแหน่ง ?พี่ใหญ่? ตอนนั้นผมอายุราว 25 ในวงการนักเลงคนที่จะเป็นพี่ใหญ่ไมใช่เป็นได้ง่ายๆ นอกจากต้องใจเ้ยมแล้วยังต้องมีเงินเพื่อเลี้ยงลูกน้อง ดังนี้ผมจึงมักจะยื่นมือขอเงินกับพ่อแม่ ถ้าไม่ให้หรือชักช้า ผมก็จะด่าใหญ่อย่างไม่เกรงใจหรือข่มขู่ว่าเดี๋ยวน่าด ู มาถึงตอนนี้พ่อแม่เสียใจมากที่แต่ก่อนปล่อยปละละเลยไ ม่ได้อบรม ต่อมาผมได้เปิดบ่อนการพนันครั้งหนึ่งขณะที่ไปทวงหนี้การพนันแทนพรรคพวกได้ทำร้า ยร่างกายฝ่ายตรงข้ามจนบาดเจ็บสาหัส จึงต้องเผ่นหนีไปอยู่ที่อื่น ต่อมาถูกตำรวจจับตัวได้ที่ภาคเหนือ ถูกศาลตัดสินจำคุก 2 ปี พ่อแม่เสียใจมาก ได้แต่หวังว่าผมจะเข็ดหลาบหรือกลับตัวใหม่ คืนผมออกจากคุก มิเพียงไม่ได้กลับตัว แต่กลับร้ายยิ่งกว่าเก่า พ่อแม่จนปัญญาได้แต่บอกให้ผมแต่งงาน และตั้งใจจะมอบธุรกิจของท่านแก่ผม

โดยหวังว่าภาระหน้าที่ทางธุรกิจและครอบครัวจะทำให้ผม กลับตัวได้ ต่อมาผมได้แต่งงาน ภรรยาผมเป็นยอดหญิงที่ดีมาก ผมนั้นก่อนแต่งงานเที่ยวผู้หญิงจนเคยตัว จึงไม่เห็นเธออยู่ในสายตา โดยมักจะด่าว่าเธอเสมอ พอมีอะไรไม่สบอารมณ์ ก็มักจะลงมือลงเท้ากับเธอ ปกติเธอเป็นคนยอดกตัญญู ด้วยเกรงพ่อแมจะเสียใจ เธอจึงมักแอบร้องไห้อยู่คนเดียว ผมแต่งงานไมถึงปีก็ถูกตำรวจจับอีกในขณะไปเรียกเก็บค่ าคุ้มครองจากร้านค้า ครั้งนี้ถูกตัดสินจำคุก 2 ปี ติดคุกได้ไม่นาน ภรรยาให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ในวันที่ผมออกจากคุก พ่อแม่และภรรยาได้มารับ เย็นวันนั้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ภรรยาผมอุ้มลูกน้อยต่อหน้าพ่อแม่ผม เธอร้องไห้คุกเข่าตรงหน้าผม อ้อนวอนผมให้ตัดสินใจกลับตัวใหม่ ขอให้ผมนึกถึงบุญคุณของพ่อแม่และเห็นใจลูกเมียบ้าง อย่างน้อยที่สุดก็ให้ทำตัวสมเป็นลูกผู้ชายบ้าง เพื่อให้พ่อแม่ ลูกเมียได้เงยหน้าอ้าปาก ผมมองดูลูกชายรู้สึกจะเป็นเด็กฉลาดน่ารัก พลันเกิดความละอายใจและเสียใจระคนกัน ได้อยู่ในเส้นทางมืดมากว่า 10ปี ที่จริงก็เบื่อเหมือนกัน จึงรับปากว่าจะกลับตัวใหม่ ทำให้ใบหน้าภรรยาปรากฏรอยยิ้มทั้งน้ำตา พูดตามตรงผมไม่ได้เห็นภรรยายิ้มมานานแล้ว เพราะหลายปีมานี้ ผมไม่เคยมีสีหน้าที่ดีกับเธอ และไม่รู้ว่า ได้ด่าว่าและลงมือลงเท้ากับเธอกี่ครั้งแล้ว พอเห็นรอยยิ้ม ผมรู้สึกว่าภรรยาเป็นหญิงที่สวยมาก ไฉนแต่ก่อนผมจึงไม่เห็น คงเป็นเพราะถูกบดบังด้วยความเศร้าหมองกระมังต่อมาคุณพ่อให้ไปทำงานที่โรงงานของท่าน คุณพ่อเห็นว่า ผมยังด้อยประสบการณ์จึงไม่กล้าให้ตำแหน่งหน้าที่ที่ส ูงนัก โดยให้ทำหน้าที่ระดับธรรมดาเท่านั้น เนื่องจากผมเป็นลูกเถ้าแก่ ทุกคนจึงเกรงใจเป็นพิเศษ โบราณว่า ?แผ่นดินเปลี่ยนง่าย สันดานเปลี่ยนยาก? ผมอยู่ในวงการนักเลง เป็นผู้นำจนเคยตัว คิดดูตอนนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน มาบัดนี้ต้องถูกคนอื่นชี้นิ้วบงการ เป็นไปได้อย่างไร

ผมมักจะโต้เถียงกับผู้จัดการเสมอ โดยเฉพาะขู่ว่าจะให้คน ?จัดการ? เนื่องจากผมเป็นลูกเถ้าแก่ ผู้จัดการไม่อาจทำอะไรได้ เขาถูกกดดันหนักเข้าก็เลยลาออกจากงาน เป็นแบบเดียวกันนี้ติดต่อกันหลายคน ไม่นานผู้บริหารระดับสูงของโรงงานต่างพากันลาออกเกือ บหมด โรงงานอันใหญ่โตถูกผมป่วนจนแทบเป็นโรงงานร้าง เรื่องนี้ทำให้คุณพ่อคิดมากจนล้มป่วย ส่วนผมโรงงานก็ไม่ไปทำแล้ว เมื่อไม่มีอะไรทำก็กลับไปเป็น ?พี่ใหญ่? ในวงการนักเลงเหมือนเดิม รอยยิ้มบนใบหน้าภรรยาเป็นอยู่ไม่ถึงสองเดือนก็กลับมา เศร้าสร้อยอีก คุณพ่อช่วยอยู่หลายเดือน ธุรกิจก็ห่างเหิน ไม่ค่อยได้ดูแลประกอบกับภาวะเศรฐกิจไม่ค่อยดี ธุรกิจทุกอย่างจึงเจ๊งหมดแหล่งเงินส่วนใหญ่ของผมจึงไ ม่มีอีก คุณพ่อถูกกดดันจากเหตุนี้ ทำให้ความดันโลหิตขึ้นสูงจนเสียชีวิต คุณแม่ก็เครียดจากเหตุนี้จนล้มป่วยไปด้วย ส่วนผมก็หลงมัวเมาไม่กลับบ้าน ในใจคิดว่าพวกเขาไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ส่วนภรรยาก็เอาลูกไปฝากแม่เขาเลี้ยง แล้วเช็ดน้ำตากลับมาทำหน้าที่ของลูกสะใภ้ คอยปรนนิบัติดูแลแม่ผม ทุกวันเธอจะตื่นแต่เช้า ทำงานฝีมือจนดึกดื่น เพื่อหาเงินมารักษาแม่ผม คอยดูแลแม่ผมอย่างไม่มีที่ติคนบ้านใกล้เคียงประทับใจ มาก จึงมักจะให้สิ่งของสงเคราะห์ คนชั่วร้ายอกตัญญูไร้คุณธรรมอย่างผม ไม่รู้ว่าถูกคนแช่งชักหักกระดูกแค่ไหน เพื่อรักษาตำแหน่ง ?พี่ใหญ่? เอาไว้ ผมจงจำเป็นต้องตั้งบ่อนการพนัน และเรียกเก็บค่าคุ้มครองรายเดือนจากร้านค้าต่างๆ หากใครไม่รู้จักธรรมเนียมหรือทำอิดเอื้อน ผมก็จะให้ลูกน้อง ?สั่งสอน? ทำให้ร้านค้าต่างๆเกลียดผมเข้ากระดูกดำ ที่สุดทุกคนจึงลงรายชื่อเป็นหางว่าวร้องเรียนไปที่กร มตำรวจ หลังจากทางตำรวจสืบสวนแล้วว่าเป็นความจริง จึงออกหมายจับผมๆ จึงจำต้องหลบหนีอีกครั้ง ในระหว่างหลบหนีอยู่ ผมได้ข่าวว่าคุณแม่ถึงแก่กรรม ผมนี่นับว่าเป็นลูกอกตัญญูที่สุด ไม่รู้จักว่าความกตัญญูเป็นอย่างไร เพราะไม่มีน้ำใจกับคุณแม่และมีคดีติดตัว ฉะนั้นจึงไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะไปเยี่ยมคุณแม่ คิดแล้วเป็นบาปนักหนา ช่วงเวลาที่หลบหนี เพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายจึงออกทำการชิงทรัพย์หลายค รั้ง ซึ่งก็ทำสำเร็จทุกครั้งเมื่อ 6 เดือนก่อน ผมกับเพื่อนได้แฝงตัวเข้าไปในบ้านคนรวยหลังหนึ่ง ถือโอกาสไม่มีใครอยู่บ้าน รื้อค้นได้ทรัพย์เป็นจำนวนหนึ่ง และยังเปิดไวน์มาดื่มอย่างสำราญใจ ในขณะที่กำลังจะออกจากบ้าน พอดีหญิงเจ้าของบ้านจูงเด็กสองคนเข้ามา พอเห็นเราทั้งสองเป็นคนแปลกหน้า และเห็นข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้น ก็รู้ว่าโจรเข้าบ้าน จึงกรีดร้องด้วยความตกใจ แม้เราจะห้ามไม่ฟัง ผมเกิดบันดาลโทสะประกอบกับฤทธิ์สุรา จึงชักมีดแทงออกไป หญิงคนนั้นพอเห็นผมชักมีดก็ยิ่งตกใจร้องเสียงดังลั่น เมื่อถูกผมแทง แกกรีดร้อง ?ช่วยด้วย ช่วยด้วย? ผมแทงซ้ำไปอีกหลายที หญิงคนนั้นใบหน้าบิดเบี้ยวล้มลงสิ้นใจคากองเลือดหลังทำความผิดใหญ่หลวงแล้ว เราก็รีบหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ คดีฆ่าชิงทรัพย์รายนี้ เป็นข่าวครึกโครมอยู่พักหนึ่งพวกเรารู้ดีว่า หากถูกจับได้ต้องตายแน่นอน ดังนั้นเราจึงตกลงแยกย้ายกันหลบหนีช่วงนั้นผมได้แต่อ าศัยเหล้าดับความไม่สงบภายในจิตใจใบหน้าก่อนตายของหญ ิงคนนั้น ผมยังจำติดตาได้ดี

ต่อมาทุกคืนผมมักจะฝันเห็นผู้หญิงคนนั้น มีเลือดเต็มตัว หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวยืนอยู่ตรงหน้าผมแล้วพูดว่า ?ไอ้ฆาตกร เอาชีวิตคืนมา? พลางก้าวเข้ามาหาผม ผมกลัวมาก ถอยหลังไปติดมุมห้อง หญิงคนนั้นปรี่เข้ามาบีบคอจนผมสะดุ้งตื่น พอตื่นขึ้นผมไม่กล้านอนหลับอีก เกือบทุกคืนหญิงคนนั้นมักมาปรากฏในฝันของผม หลอกหลอนจนผมขวัญหนีดีฝ่อ ต่อมายิ่งร้ายใหญ่โดยปรากฏร่างให้เห็นขณะยังตื่นอยู่ ไม่ว่าบนเตียงหรือในห้องน้ำ โดยเฉพาะปรากฏอยู่ในแก้วเหล้า ผมถูกหลอกหลอนจนร้องเสียงหลง เนื่องจากตอนนั้นผมอยู่ระหว่างหลบหนีคดี จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนที่อยู่บ่อย ๆ แต่วิญญาณหญิงคนนั้นก็ไม่ยอมเลิกราผมหนีไปอยู่ที่ไหน วิญญาณเขาก็ติดตามไปทีนั่น ทุกครั้งที่ผมเดินอยู่บนถนนจะรู้สึกเหมือนมีคนติดตาม อยู่ข้างหลังทั้ง ๆที่ไม่เห็นมีใคร แต่กลับได้ยินเสียงฝีเท้า ระยะหลังนอกจากได้ยินเสียงฝีเท้าแล้ว ยังได้ยินเสียงโซ่ตรวนกระทบกัน เสียงนั้นทำให้ผมหวนนึกถึงครั้งที่ผมติดคุกที่ขาถูกต ีตรวน หรือว่ายมบาลจะมาเอาตัวผมแล้ว ทำให้ผมหวาดกลัวมาก3 เดือนต่อมาผมเริ่มปรากฏอาการทางประสาทสะลึมสะลือทั้ง วัน ปากบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์เสื้อผ้าขาดวิ่น หน้าตามอมแมม สารรูปดูไม่ได้มีอยู่วันหนึ่งเงินในกระเป๋าผมหมด ด้วยความหิวโหยจนทนไม่ไหว จึงหยิบฉวยของกินที่เขาวางขายอยู่ริมถนนเจ้าของเหลือ บมาเห็นเข้าร้อง ?ขโมย ขโมย? ผมตกใจวิ่งหนีเข้าไปในตรอก ไม่รู้ว่าสาเหตุใด ผมเกิดหกล้มจึงถูกพลเมืองดีช่วยกันจับส่งโรงพัก เมื่อตรวจสอบประวัติทางตำรวจก็รู้ว่าผมเป็นใคร มีพลังบางอย่างกดดันบังคับให้ผมต้องสารภาพออกมาเอง ถึงการทำผิดกฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งคดีฆาตกรรมด้วย หลังจากเจ้าทุกข์ชี้ตัว ผมถูกตั้งข้อหาแล้วส่งเข้าเรือนจำ โดยห้ามติดต่อกับุคคลภายนอก ตำรวจออกตามล่าเพื่อนร่วมก๊วนที่กำลังหลบหนีคืนวันนั้นขณะที่ผมอยู่ในเรือนจำ หญิงคนนั้นก็มาปรากฏตัวให้ผมเห็นอีก ในสภาพหน้าตาเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกกว้าง มีเลือดโทรมกาย คล้ายผีดิบ มือถือเหล็กแหลมพลางร้องว่า ?ไอ้ฆาตกร แกควรจะถึงวันนี้นานแล้ว คราวนี้ต่อให้มีปีกก็หนีไม่พ้น ฉันจะไปรอแกที่ลานประหาร? พลางทำท่าจะปรี่เข้ามาหา ทำให้ผมตกใจถอยหนีล้มลุกคลุกคลาน หญิงคนนั้นพูดอีกว่า ?ไอ้ชาติชั่ว ยมบาลรอแกมานานแล้ว อีกไม่ช้าแกจะได้รู้รสชาติของนรกบ้างละ? ผมคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เขาอภัย หญิงคนนั้นร้องไห้อย่างโหยหวนแล้วหายวับไปกับตา ผมอกสั่นขวัญผวา ในใจคิดว่าที่วันนั้นผมหกล้มอย่างไร้สาเหตุจนถูกจับได้ คงเป็นการกระทำของหญิงคนนั้นอย่างแน่นอน

ที่จริงถ้าเพื่อนอีกคนยังไม่ถูกจับ ผมอาจมีชีวิตต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่คงเป็นคราวเคราะห์เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนเพื่อนคู่หูของผมถูกจับได้ เราทั้งสองถูกส่งฟ้องศาลอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่ครึกโครม ศาลได้ลัดคิวพิจารณาตัดสินลงโทษประหารชีวิต กำหนดวันเวลาประหารก็คือเช้าวันนี้

ที่กล่าวมาข้างต้น ผมสารภาพโดยไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย เพื่อหวังว่าอาจทำให้จิตใจผมสงบลงบ้าง ช่วงที่อยู่ในเรือนจำผมได้อ่านหนังสือธรรมะไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่อง ?ท่องเมืองนรก? ผมอ่านแล้วเกิดความหวาดกลัวจนขนหัวลุกเป็นครั้งแรกใน ชีวิตที่ผมรู้สึกสำนึกผิด แม้จะเป็นสำนึกผิดที่เกิดจากใจจริง แต่ก็สายไปแล้ว ตามเนื้อเรื่องในหนังสือผมรู้ดีว่านอกจากผมจะทำผิดกฎ หมายบ้านเมืองแล้วยังทำผิดทางคุณธรรม และไม่เคยคิดจะกตัญูญูเลี้ยงดูพ่อแม่ หนำซ้ำยังใช้วาจาก้าวร้าวโต้เถียง ซึ่งผิดในข้ออกตัญญู เนรคุณใหญ่หลวง กับลูกเมียไม่เคยเหลียวแลหรือให้ค่าใช้จ่ายแม้แต่น้อย มีแต่ด่าว่าตบตี ซึ่งผิดในข้อไร้น้ำใจ และตัวเองก็ไม่เคยขยันอดทนในทางสัมมาอาชีวะ ซึ่งผิดในข้อเกียจคร้านเอาแต่กิน ดื่ม เที่ยว คนชั่วร้ายที่อกตัญญู ไม่ซื่อสัตย์ เอาแต่เที่ยวเตร่ทำความชั่วตามที่บันทึกใน ?ท่องเมืองนรก? ?ท่องอเวจี นอกจากนั้นจะต้องตกนรกกระทะทองแดงและนรกอื่นๆ แล้วยังอาจต้องตกนรกขุมอเวจี ซึ่งไม่มีวันได้ผุดเกิดตลอดกาลหรือถ้ามีบุญสักนิดได้ เกิด ไม่รู้ว่าต้องเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานถูกคนเขาแล่เนื้อ เฉือนหนังเจ็บปวดแสนสาหัสกี่ชาติ ถึงจะได้เกิดเป็นคนยากจนแขนขาพิการด้วยความเสียใจและ หวาดกลัวกรรมสนองในภายหน้าทำให้ผมคิดเพ้อฝันว่าจะได้ ยืดชีวิตออกไปอีกสักหน่อย เพื่อจะได้สร้างบุญกุศลไถ่บาป แต่ชีวิตผมกำลังจะสิ้นสุดในอีกไกี่นาทีข้างหน้านี้แล ้ว ไม่มีใรสามารถช่วยผมได้ ผมปวดร้าวและเสีใจ แต่จะมีประโยชน์อะไร ในขณะชีวิตกำลังจะสิ้นสุด จึงเพิ่งรู้สึกชีวิตมีค่ายิ่งนัก โอ...พ่อแม่ ลูกเมีย โลกอันสวยงาม ไหนผมจึงโง่เขลาเช่นนี้ เมื่อสิ้นกายสังขาร เมื่อไหร่จะมีอีก เขียนมาถึงแค่นี้ สมองผมมืดตื้อคิดอะไรไม่ออก เจ้าหน้าที่มาแล้ว เขากำลังจะนำผมไปที่ลานประหาร ผมขอร้องพวกเขาให้เวลาผมอีก 5 นาที เพื่อให้ผมได้เขียนบันทึกจนเสร็จ ผมอายุแค่ 30 กว่าปี แต่ได้ทำความผิดไว้มากมาย ผมกำลังจะถูกกฎหมายบ้านเมืองลงโทษ แล้วขอฝากถึงผู้ที่ทำผิดกฎหมายทุกคน ขอให้ดูผมเป็นบทเรียน แล้วรีบกลับตัวโดยเร็วอย่างลังเล ชีวิตเป็นของมีค่ากาลเวลาไม่คอยใคร อย่าเป็นเหมือนผมที่คิดจะอยู่ต่อไปอีกสักหน่อยเพื่อไ ถ่บาปก็ยังทำไม่ได้เจ้าหน้าที่เร่งผมแล้ว แม้จะมีความในใจอีกมากที่คิดจะเขียนแต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่หวังให้ทุกท่านจงเชื่อ กฎแห่งกรรมมีจริง และหวังว่าผู้ที่ไอ่านบันทึกนี้แล้ว ได้ใช้เป็นบทเรียนเตือนใจ อย่าได้เจริญรอยตาม หากใครอ่านแล้วสามารถกลับตัวใหม่เป็นคนดี ก็ถือเป็นกุศลอย่างหนึ่งหรือทางยมโลกอาจลดโทษให้ผมบ้าง ซึ่งเป็นความหวังอันเลือนลางของผม
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
ขวัญใจ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2561
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2011, 17:07
Tel: 0823974409
team: รักรถรักธรรม
Bike: scoot, fuji araya

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย ขวัญใจ »

ทำไมต้องอโหสิกรรม
การปั่นทัวริ่งค์ทางไกลหลายวันติดต่อกัน ทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเป็นธรรมดา เปรียบเสมือนลิ้นกับฟันย่อมมีการกระทบกันบ้าง หรือสามั-ภรรยา บางครั้งยังคุยกันไม่รู้เรื่อง มีการโต้เถียง ขัดแย้ง ถ้าอดใจไม่ไหวถึงขั้นลงไม้ลงมือกันก็มี รักรถรักธรรมไม่มีการขัดแย้งแบบรุนแรงถึงขั้นวงแตก อาจจะมีการกระทบเรื่องของจิต/ของความคิดเห็นบ้างเล็กน้อย จะยกตัวอย่างเรื่องของจิตที่คิดไปต่าง ๆ นา ๆ เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปที่เกิดขึ้นกับทุกทีม เช่น การปั่นช้า/ปั่นไว คนขาแข็งขาแรงขึ้นไปข้างหน้าแล้วก็ไปรอ จิตก็จะคิดว่าทำไมปั่นช้าจังเดี๊ยวจะมืดซะก่อน ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังจิตก็จะคิดว่าเอ๊ทำไมปั่นกันเร็วจัง ทำไมไม่รอกันบ้าง สรุปว่าจิตของคนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอคิดว่าตัวเองถูกต้อง เขาเรียกว่า "อัตตะ/อัตตา" ยึดตัวเองเป็นใหญ่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานของนักทัวร์ริ่ง คือ การลดอัตตา นอกจากนั้นแล้ว การเอื้อเฟื้อ/การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน/การแบ่งปัน เป็นหัวใจสำตัญในการปั่นทัวร์ริ่งเป็นทีม ทุก ๆ ครัั้งที่จบทริป จะมีการล้อมวงเพื่อที่จะกล่าวอโหสิกรรม โดยผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า หรือ คนที่อาวุโสน้อยกว่าในทีม เป็นตัวแทนกล่าวคำอโหสิกรรม เพื่อเป็นการชำระล้างของจิตอย่าให้คิดติดค้าง อาจจะพลาดเรื่องกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ก็ขอให้อโหสิกรรมซึ่่งกันและกัน ทริปหน้าเราคงได้ร่วมเดินทางไกลกันใหม่ด้วยความสบายใจ
กายกรรม คือ การแสดงออกทางกาย
วจีกรรม คือ การแสดงออกทางวาจา (ต้องพูดจาให้ไพเราะเสนาะหู)
มโนกรรม คือ ความคิดด้านลบ (มองไม่เห็น)ข้อนี้น่ากลัวที่สุด
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย rainbow »

ปั่นเดี่ยวเสียก็หมดเรื่อง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
รูปประจำตัวสมาชิก
เหนียวครับ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1193
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2012, 07:54
Tel: 0892363974
team: SON OF THE KING
Bike: ท่านเขียว กับ เสือเผ่น

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย เหนียวครับ »

ขวัญใจ เขียน:ทำไมต้องอโหสิกรรม
การปั่นทัวริ่งค์ทางไกลหลายวันติดต่อกัน ทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเป็นธรรมดา เปรียบเสมือนลิ้นกับฟันย่อมมีการกระทบกันบ้าง หรือสามั-ภรรยา บางครั้งยังคุยกันไม่รู้เรื่อง มีการโต้เถียง ขัดแย้ง ถ้าอดใจไม่ไหวถึงขั้นลงไม้ลงมือกันก็มี รักรถรักธรรมไม่มีการขัดแย้งแบบรุนแรงถึงขั้นวงแตก อาจจะมีการกระทบเรื่องของจิต/ของความคิดเห็นบ้างเล็กน้อย จะยกตัวอย่างเรื่องของจิตที่คิดไปต่าง ๆ นา ๆ เป็นเรื่องทั่ว ๆ ไปที่เกิดขึ้นกับทุกทีม เช่น การปั่นช้า/ปั่นไว คนขาแข็งขาแรงขึ้นไปข้างหน้าแล้วก็ไปรอ จิตก็จะคิดว่าทำไมปั่นช้าจังเดี๊ยวจะมืดซะก่อน ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังจิตก็จะคิดว่าเอ๊ทำไมปั่นกันเร็วจัง ทำไมไม่รอกันบ้าง สรุปว่าจิตของคนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองเสมอคิดว่าตัวเองถูกต้อง เขาเรียกว่า "อัตตะ/อัตตา" ยึดตัวเองเป็นใหญ่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานของนักทัวร์ริ่ง คือ การลดอัตตา นอกจากนั้นแล้ว การเอื้อเฟื้อ/การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน/การแบ่งปัน เป็นหัวใจสำตัญในการปั่นทัวร์ริ่งเป็นทีม ทุก ๆ ครัั้งที่จบทริป จะมีการล้อมวงเพื่อที่จะกล่าวอโหสิกรรม โดยผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า หรือ คนที่อาวุโสน้อยกว่าในทีม เป็นตัวแทนกล่าวคำอโหสิกรรม เพื่อเป็นการชำระล้างของจิตอย่าให้คิดติดค้าง อาจจะพลาดเรื่องกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ก็ขอให้อโหสิกรรมซึ่่งกันและกัน ทริปหน้าเราคงได้ร่วมเดินทางไกลกันใหม่ด้วยความสบายใจ
กายกรรม คือ การแสดงออกทางกาย
วจีกรรม คือ การแสดงออกทางวาจา (ต้องพูดจาให้ไพเราะเสนาะหู)
มโนกรรม คือ ความคิดด้านลบ (มองไม่เห็น)ข้อนี้น่ากลัวที่สุด
ขอบบทความนี้ครับ การอยู่ร่วมกันในสังคม ก็ต้องฝึกตนเอง ให้อยู่ร่วมกลุ่มกับเขาให้ได้
ต้องมีกฏกติกา ที่ทุกคนต้องยอมรับ และต้องเป็นกฏกติกาที่ดี และ ถูกต้อง
ขอบคุณครับ มีโอกาสจะนำไปใช้
หนังสือไร้สาระ "ตีนถีบ" เรื่องราวของสองคู่หูขวางนรก นักปั่นจอมกาก
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285



อ่านกันให้สนุกนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: ปั่นเดี่ยว..ซะก็หมดเรื่อง :lol: :lol: เรื่องนี้พวกเราทราบมานานแล้วว่า จักรยานคือ "ปัจเจกชน" เพราะความเป็นปัจเจกชนนี่เองที่ไม่สามารถนำพาให้ประชาชน หันมาใช้จักรยานกันให้เต็มบ้านเต็มเมือง และนักจักรยานที่มีหลายหมื่นคนก็ไม่สามารถรวมตัวกันให้เป็นหนึ่งเดียว จัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมืองที่เป็นชิ้นเป็นอันได้

:idea: :idea: ใคร่ทำความเข้าใจในแนวทางของการ ปั่นจักรยานให้มีความสุขของพวกเราที่เรียกตัวเองว่า "รักรถรักธรรมทีม" ในขณะที่เราเข้าใจและตระหนักดีว่า นักจักรยานคือปัจเจกชน แต่พวกเราซึ่งนับถือพุทธศาสนา เรากำลังศึกษาแนวทางอันพระบรมศาสดาได้ตรัสอบรมสั่งสอนไว้ กิจกรรม "อโหสิกรรม" เป็นกิจกรรมของ อริยชน คือ บุคคลผู้เจริญแล้ว คนที่หมดกิเลส ตัณหาเขาปฏิบัติกัน สังคมนี้ได้แก่สังคมของ พระอริยะ เราซึ่งประกาศตัวเป็นลูกพระพุทธเจ้า(พระอริยะ) จึงมีความจำเป็นที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตามแนวที่ พ่อ สอนไว้ (สมมุติสงฆ์ก็ทำแบบนี้)

ในทางปรัชญา : มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ชอบรวมตัวกันเป็นหมู่เป็นพวก เพื่อความ อุ่นใจ เพื่อรวมกำลังป้องกันอันตรายต่าง ๆ และทำงานใหญ่

ในทางพุทธศาสนา : ถือว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ แยกจาก คน ที่ว่าประเสริฐ ๆ เพราะ สอนได้ ฝึกได้ อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด มีศีลธรรม จริยธรรมกำกับ ไม่ประพฤติล่วงละเมิดศีล ๕ อันเป็นบาทฐานของความเป็น มนุษย์ ใครที่ประพฤติไม่ได้ก็เป็นแค่ คน ยิ่งขาดมากข้อเข้าจนไม่เหลือ คน ๆ นั้นก็ไม่แตกต่างกับ สัตว์ ทั่ว ๆ ไปก็แค่นั้นเองเรียกว่า กิน กาม เกียรติ :) :)

ในกลุ่มคนแบ่งคนออกเป็น ๒ ประเภท ๑.โลกียบุคคล ๒.อริยบุคคล

ในโลกียบุคคลยังแบ่งออกเป็น ๕ จำพวก คือ ๑.อันธพาลชน ๒.พาลชน ๓.ปุถุชน ๔.กัลยาณปุถุชน ๕.กัลยาณชน พระพุทธองค์สอนไว้ในหลาย ๆ ที่ว่า ให้คบแต่กัลยาณชน เท่านั้นเพราะ กัลยาณชน คือ กัลยาณมิตร และกัลยาณมิตรเป็นทั้งหมดของการดำเนินชีวิต :idea: :idea:


:lol: :lol: เพราะ ฝึกได้ สอนได้ พวกเราจึงยินดี เต็มใจ ที่จะให้ฝึก ให้สอน และเราก็ฝึก จนสามารถฝึกได้ในระดับหนึ่ง เราจึงได้มานำเสนอ(ไม่ใช่สอนนะ) เพื่อจะได้ให้ คน ต่อ ๆ ไปได้เห็น หนทาง และปฏิบัติตามอันจะนำความสุข สงบ ร่มเย็นให้บังเกิด ขึ้นกับเขา ส่วนใครจะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของเราไม่ไปเรียกร้อง ขอร้อง บังคับ ฯ อะไรอย่างไร ใครทำใครได้ ใครกินใครอิ่ม พระพุทธเจ้าท่านกำชับนักหนา และไม่ง้อแม้ใครจะไม่นับถือหรือไม่เลื่อมใสในพระพุทธองค์ เรียกว่า "สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม" ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทุกคนมี กรรม เป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นผู้ติดตาม มีกรรมเป็นผู้ให้ผล จักต้องได้รับผลของกรรมนั้น ๆ สืบไป(ไม่ช้าก็เร็ว..แน่นอน) และการอโหสิกรรมเป้าหมายคือ การให้ "อภัย" พระพุทธองค์สอนว่า ทาน คือ การ ให้ การให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การให้ อภัย การให้ที่ดีสุดคือ การให้ ธรรมทาน เมื่อ อภัย ให้กันแล้ว ก็จะไม่ได้เป็น นิวรณ์ หมายถึง การขวางกั้นหนทางการปฏิบัติธรรมให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็นแค่ คน ไม่ต้องไปปฏิบัติหรอกครับ เพราะ "ปั่นคนเดียวซะก็หมดเรื่อง" จะได้ไม่ต้องคิด ไม่ต้องฝึก อะไรทั้งสิ้น ตามกิเลส ตัณหา ของตน ๆ :lol: :lol:

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285 :lol: :lol: จะค้นจะหา..อะไร ก็ขอให้ค้นหา ธรรม อันพระพุทธองค์ได้ทรงค้นหาค้นพบ และนำมาอบรมสั่งสอน อย่าเสียทีที่เกิดมาเป็น คน และได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ยอมฝึกตัวฝึกตนตามแนวของพระศาสดา ชื่นชม ๆ ชื่นชมครับ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
เหนียวครับ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1193
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2012, 07:54
Tel: 0892363974
team: SON OF THE KING
Bike: ท่านเขียว กับ เสือเผ่น

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย เหนียวครับ »

Deang-sarapee เขียน::
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285 :lol: :lol: จะค้นจะหา..อะไร ก็ขอให้ค้นหา ธรรม อันพระพุทธองค์ได้ทรงค้นหาค้นพบ และนำมาอบรมสั่งสอน อย่าเสียทีที่เกิดมาเป็น คน และได้พบพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ยอมฝึกตัวฝึกตนตามแนวของพระศาสดา ชื่นชม ๆ ชื่นชมครับ :) :D
ขอบคุณ คุณอา Deang-sarapee ครับ ที่แนะนำทางสว่างให้
ขอบคุณอีกครั้งครับ
หนังสือไร้สาระ "ตีนถีบ" เรื่องราวของสองคู่หูขวางนรก นักปั่นจอมกาก
ที่มาโชว์แต่ความห่วยขั้นเทพของการปั่นจักรยาน ท่องเที่ยว
ติดเรทเรื่องภาษานิดนึง ขอให้อ่านเอาสนุกเป็นพอนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=618285



อ่านกันให้สนุกนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

***สมาธิ ทำให้สดใส***

เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมคนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมหรือทำสมาธิเป็นประจำ จึงดูผุดผ่องอ่อนกว่าวัย งานวิจัยนี้มีคำตอบสำหรับข้อสงสัยของคุณ

การศึกษานี้ทำโดย ทอนย่า เจค็อบ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอาสาสมัคร 30 คน ได้ฝึกทำสมาธิในสถานที่ฝึกสมาธิในรัฐโคไลราโดวันละ 6 ชั่วโมง นานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน วิธีการทำสมาธิคือ การทำจิตให้รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่กับปัจจุบันขณะด้วยการเฝ้าดูลมหายใจและการเจริญเมตตาภาวนา

เอลิซาเบท แบล็กเบิร์น ผู้ร่วมวิจัยซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลปี ค.ศ. 2009 เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องเทโลเมียร์ กล่าวถึงการศึกษาครั้งนี้ว่า

“ผลบางอย่างจากการฝึกสมาธินานสามเดือนได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงจำนวนเอนไซม์เทโลเมอเรสในร่างกายของกลุ่มอาสาสมัคร”

หลังจากสามเดือนผ่านไป นักวิจัยพบว่า การทำงานของเอนไซม์เทโลเมอเรส ของอาสาสมัครที่ทำสมาธิทำงานได้ดีขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังเพิ่มปริมาณการหลั่งเอนไซม์ดังกล่าวขึ้นด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการชะลอวัยและการมีอายุยืน เนื่องจากทุกครั้งที่มีการถอดแบบดีเอ็นเอที่โครโมโซม ส่วนที่เรียกว่าเทโลเมียร์ ซึ่งเป็นทางของดีเอ็นเอจะสั้นลงเรื่อย เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมคนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมหรือทำสมาธิเป็นประจำ จึงดูผุดผ่องอ่อนกว่าวัย งานวิจัยนี้มีคำตอบสำหรับข้อสงสัยของคุณ

การศึกษานี้ทำโดย ทอนย่า เจค็อบ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในเดวิส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอาสาสมัคร 30 คน ได้ฝึกทำสมาธิในสถานที่ฝึกสมาธิในรัฐโคไลราโดวันละ 6 ชั่วโมง นานต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน วิธีการทำสมาธิคือ การทำจิตให้รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่กับปัจจุบันขณะด้วยการเฝ้าดูลมหายใจและการเจริญเมตตาภาวนา

เอลิซาเบท แบล็กเบิร์น ผู้ร่วมวิจัยซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลปี ค.ศ. 2009 เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องเทโลเมียร์ กล่าวถึงการศึกษาครั้งนี้ว่า

“ผลบางอย่างจากการฝึกสมาธินานสามเดือนได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงจำนวนเอนไซม์เทโลเมอเรสในร่างกายของกลุ่มอาสาสมัคร”

หลังจากสามเดือนผ่านไป นักวิจัยพบว่า การทำงานของเอนไซม์เทโลเมอเรส ของอาสาสมัครที่ทำสมาธิทำงานได้ดีขึ้นโดยเฉลี่ยถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังเพิ่มปริมาณการหลั่งเอนไซม์ดังกล่าวขึ้นด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการชะลอวัยและการมีอายุยืน
เนื่องจากทุกครั้งที่มีการถอดแบบดีเอ็นเอที่โครโมโซม ส่วนที่เรียกว่าเทโลเมียร์ ซึ่งเป็นทางของดีเอ็นเอจะสั้นลงเรื่ๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันโครโมโซมจะลดน้อยลงเรื่อยๆ ด้วย ซึ่งที่นักวิจัยเชื่อว่ากระบวนการนี้เองเป็นสาเหตุของความแก่และความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ ทว่าเอนไซม์เทโลเมอเรสจะตอบสนองต่อการซ่อมแซมเทโลเมียร์ที่ถูกทำลายดังกล่าว ดังนั้นเมื่อเอนไซม์เทโลเมอเรสทำงานได้เต็มที่ จึงสามารถช่วยลดผลกระทบหรือหยุดเซลล์ไม่ให้แก่ลงได้

อยากเป็นหนุ่มเป็นสาวไปนานๆ ลองหันมาทำสมาธิเป็นประจำกันดีไหม


(ที่มา : นิตยสารชีวจิต/by สาระแห่งสุขภาพ)

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

...อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป...
สุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีนแนะไว้ดังนี้

1. ไข่เยี่ยวม้า : ไข่เยี่ยวม้ามี ตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ

... 2. ปาท่องโก๋ : กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย

3. เนื้อย่าง : กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

4. ผักดอง : ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูง และโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

5. ตับหมู : ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง(อัมพฤกษ์-อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

6. ผักขม ปวยเล้ง : ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า... มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้

7. บะหมี่สำเร็จรูป : บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหาร และการสะสมสารพิษได้

8. เมล็ดทานตะวัน : เมล็ดทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทว่า... การกินมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ เพิ่มขึ้น

9. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ : กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย... ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย

10. ผงชูรส : คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา... การกินผงชูรสมากเกิน หรือบ่อยเกินทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูง อาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
ข้อมูล: women thaiza


รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ :) :D อรุณสวัสดิ์ ยามเช้าครับ ไม่ได้มาอัพเดตในกระทู้นี้จนเกือบลืม เช้านี้มีบทความการ์ตูนดี ๆ มีสาระเกี่ยวกับการปั่นจักรยานมาฝากครับ ก็ศึกษาและพิจารณานำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และความสุข ตามจริตของแต่ละคน ๆ กันนะครับ อ่านแล้วอ่านเลยก็แค่ได้อ่าน อ่านแล้วพินิจพิจารณานำไปปรับปรุงแก้ไขกับตัวเอง ความสุขความสำเร็จก็จะเป็นของเราอย่างแน่นอน ขอให้รักการใช้จักรยานและชวนคนรอบข้างมาปั่น เพื่อความสุขปลอดโรคปลอดภัยกันครับ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ[/url

[url=http://image.ohozaa.com/view2/wUFgaiTiOtUoO07J]รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D ดื่มกินอย่างไรให้เป็นสุข นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เรามาศึกษากันนะครับควรทำอย่างไรหรือจะตามกระแสโลกให้หมดเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ พิจารณากันนะครับ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: เทคนิคการปั่นจักรยานแบบท่องเที่ยว (ทัวริ่งค์) /กับการปั่นอย่างไรให้มีความสุข

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”