ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ลองคำนวณเล่นๆกับล้อ 406 จาน 39 เฟือง 2 ดูแล้ว
ล้อ 20" 406 เส้นผ่าศูนย์กลาง 18.5"
เท่ากับรัศมี 9.25" หาเส้นรอบวงด้วยสูตร 2พายr
จะได้เส้นรอบวง 147.675 cm
หากจานหน้า 39T เฟืองหลัง 32T
อัตราทด = 1:1.21875
GI = 22.55
1 วงรอบปั่นได้ระยะทาง 147.675 cm
1 กดบันได (ซ้ายสุด-ขวาสุด)ได้ระยะทาง 73.8375 cm
จากตัวเลขเปรียบเทียบ 29.2 GI ในคห.ข้างบน
1 วงรอบปั่นได้ระยะทาง 2.32 เมตร
เมื่อเปรียบเทียบกับ GI ที่เบาขึ้นระดับ 22.55
ในล้อ 406 (39/32) จะได้ระยะทางที่สั้นลงด้วยต่อ 1 รอบปั่น
คราวนี้ถ้าเอาไปไต่เขาจริง
ก็อยู่ที่จะเลือกรอบจัดเกียร์เบา
หรือกดหนักเกียร์หน่วง
ว่ากันตามกำลังศรัทธา
ทดลองคำนวณระยะทางที่ได้ในเฟืองต่างๆ
แต่บอกได้เลยว่า 406/39/32 ไต่เขาได้แน่
...
..
.
ล้อ 20" 406 เส้นผ่าศูนย์กลาง 18.5"
เท่ากับรัศมี 9.25" หาเส้นรอบวงด้วยสูตร 2พายr
จะได้เส้นรอบวง 147.675 cm
หากจานหน้า 39T เฟืองหลัง 32T
อัตราทด = 1:1.21875
GI = 22.55
1 วงรอบปั่นได้ระยะทาง 147.675 cm
1 กดบันได (ซ้ายสุด-ขวาสุด)ได้ระยะทาง 73.8375 cm
จากตัวเลขเปรียบเทียบ 29.2 GI ในคห.ข้างบน
1 วงรอบปั่นได้ระยะทาง 2.32 เมตร
เมื่อเปรียบเทียบกับ GI ที่เบาขึ้นระดับ 22.55
ในล้อ 406 (39/32) จะได้ระยะทางที่สั้นลงด้วยต่อ 1 รอบปั่น
คราวนี้ถ้าเอาไปไต่เขาจริง
ก็อยู่ที่จะเลือกรอบจัดเกียร์เบา
หรือกดหนักเกียร์หน่วง
ว่ากันตามกำลังศรัทธา
ทดลองคำนวณระยะทางที่ได้ในเฟืองต่างๆ
แต่บอกได้เลยว่า 406/39/32 ไต่เขาได้แน่
...
..
.
- Cookiebike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2012, 19:58
- team: Bkkwheels
- Bike: รถที่ผ่านมือ Trek 4300 /Dahon P8/Dahon Dove/Tern Verge Duo /Dr. hon MU Duo/Bike Friday tikit/กำลังทำรถพับทัวร์ริ่งปีนเขา/Crius 14"
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ผมเคยคิดว่าจะหาค่าที่ถูกต้องเพื่อคูณ GI กับล้อ 20/451 และล้อ 20/406 เหมือนกันครับ เพราะคิดว่า 406 มันเล็กกว่า แต่พอดูจากสเป็กรถซิงเกิลสปีดค่ายต่างๆ อย่าง dahon mu uno ค่า GI ที่เขาแสดงไว้ตรงกับสูตร 20 มากกว่า 18.5 ครับpoommm เขียน:ล้อ 20" (406) วัดเส้นผ่าศูนย์กลางรวมยางได้แค่ 18.5"
ถ้าจะคำนวณ GI น่าจะใช้ 18.5 เป็นตัวคูณ
นอกเหนือจากค่า GI แล้ว ต้องคำนวณเส้นรอบวงล้อด้วย
ว่า 1 รอบปั่นในค่าความหนัก GI ต่างๆเหล่านั้นได้ระยะทางเท่าไหร่
จากประสบการจริงที่ค่าความหนัก 29.2 GI ของ Brompton ยาง 16 x 1 3/8" (32-349)
1 วงรอบปั่นได้ระยะทาง 2.32 เมตร
1 ย่างเท้ากดบันได (ซ้ายสุด+ขวาสุด) เท่ากับครึ่งรอบ
ได้ระยะทาง 1.16 เมตร (Brompton 6 สปีด -12%)
ในการปั่นขึ้นดอยสารภี เส้นทางแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม ระยะทาง 2 กม.ใช้เวลาร่วมๆ 55 นาที ที่เกียร์เดียว
สืบเนื่องจากเป็นมือใหม่ ขาอ่อน ไม่เคยไต่เขามาก่อน กับจักรยานรวมสัมภาระ 40 กก.
ในการไต่ทางชันระดับนั้น หากได้เกียร์ที่เบากว่า แต่ระยะทางต่อรอบปั่นสั้นมาก น่าจะเข็นดีกว่า
ในทางกลับกัน 1 รอบปั่นกับระยะทางที่ได้ หากแลกแล้วคุ้ม ก็ต้องยอมกดบันไดที่หนักนั้น
ดีกว่าซอยเกียร์เบาจนตะคริวกินแต่ไม่ได้ระยะทาง เกียร์ต่ำกว่า 30GI ไต่เขาได้สบายครับ
แต่เป็นการกดบันไดที่หนักด้วยอุ้งเท้า แทนการปั่นเกียร์เบารอบจี๋ๆ กล้ามเนื้อที่ใช้จะเป็นต้นขาหลัง
ซึ่งการปั่นทางเรียบด้วยคลีทและตะกร้อ จะไม่เคยใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้น
ถ้าเป็นมือใหม่ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน กว่าจะเริ่มใช้เกียร์ที่หนักกว่า 30 GI ได้
จากการทดสอบ Brompton กว่าจะใช้เกียร์ 2 ที่ GI35 ได้ ต้องวอร์มอัพร่างกายกับการไต่เขาถึง 2 วัน
สำหรับนักขี่ขาแข็งแนวแข่งขัน อาจใช้เทคนิคการขี่ที่ต่างกัน
อันนี้เป็นเรื่องของขาอ่อนเล่าสู่กันฟังครับ
(ขออภัยที่อ้างอิงในขนาดล้อที่แตกต่าง)
...
..
.
พอดีมีรถซิงเกิลสองคันที่ขนาดล้อต่างกัน (18/355 กับ 20/406) ผมพยายามปรับ GI ให้เท่ากันด้วยตัวคูณนี้ก็พบว่าตรงกับแรงที่ใช้ไปเหมือนกันครับ เลยยึดตัวคูณนี้ไว้ก่อน ยกเว้นถ้าทำ ล้อ 451 คงปรับหน่อย
ตอนนี้ศึกษาชุดเกียร์จานเดียว sram xx1 อยู่ นักไต่เขาที่กังวลว่ามันไม่พอ แต่พอลองแล้วดีเลยเท่าๆ กับสามจาน อัตราทดสัก 0.6 พวกนี้ถึงยอมรับได้ว่าปั่นไหว ของ MTB แต่กับรถพับถ้าทดเท่านี้ GI มันจะต่ำกว่า แต่ระยะทางน้อยกว่าจนอาจจะไม่คุ้ม อันนี้ต้องลองทำแล้วไปทดสอบจริง ก่อนมาปรับแต่งอีกทีแล้วครับ พอดีเงื่อนไขมันต่างกันตามกำลังของคนและมีตัวแปรอื่นๆ ด้วย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=839658
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
- Cookiebike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2012, 19:58
- team: Bkkwheels
- Bike: รถที่ผ่านมือ Trek 4300 /Dahon P8/Dahon Dove/Tern Verge Duo /Dr. hon MU Duo/Bike Friday tikit/กำลังทำรถพับทัวร์ริ่งปีนเขา/Crius 14"
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ดูจากชาร์ทแล้ว สองจานกับ alfine 8 น่าจะคลอบคลุมหมดครับ เกียร์ปรับได้ละเอียดด้วย แต่พอดีผมต้องการรถที่เบาสุดๆ ด้วยเลยใช้พวกนี้ไม่ได้ ของคุณ PrajNa น่าจะไปได้ทุกที่แล้วล่ะPrajNa เขียน:ไม่มีประสพการณ์นะครับ แต่กำลังจะประกอบล้อ20แบบไปทุกที่เหมือนกัน
ทีคิดไว้ก็ alfine 8 ,cog 20 ได้ประมาณ 12-38
จานหน้า50/34 ได้GR~ 17-83
53/39ได้ GR~20-88
เมื่อต้นปีไปดอยอินทร์ใช้MTB 26" GR~25 พอได้ไม่จูงครับ
อันนี้ไม่รวมโหลดครับ
20"ประมาณไว้น่าจะหนัก 11โลกว่าๆมั้งครับ

จากชาร์ทนี้จะเห็นว่าเกียร์ดุมดีๆ อย่าง rohloff เน้นลงลึกละเอียดๆ มากกว่าข้างหน้า เหมือน MTB แบบสามจานด้านล่างสุด GI ต่ำสุด 17.8 ของคุณลุงศักดิ์เคยบอกว่า GI 15 ก็ยังแค่พอไหว แสดงว่าต้องทำรถให้เกียร์ละเอียดกว่านี้อีก ถึงจะเหมาะกับลุงครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=839658
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
- Cookiebike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2012, 19:58
- team: Bkkwheels
- Bike: รถที่ผ่านมือ Trek 4300 /Dahon P8/Dahon Dove/Tern Verge Duo /Dr. hon MU Duo/Bike Friday tikit/กำลังทำรถพับทัวร์ริ่งปีนเขา/Crius 14"
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ปัจจุบันผมเป็นคนขี่โคตรมหาเซฟตี้อยู่แล้วครับ (ตั้งแต่แขนหักต้นปี ที่หักจากขี่ธรรมดาๆ ในเมือง - -) ทางลงที่ไหนผมก็เบรคตลอด เป็นระยะแทบจะไม่เกิน 20 กิโลเลย ไม่น่ามีปัญหาอะไรแบบนี้ครับจำรัส ละหานทราย เขียน:ขอฝาก 1 เรื่องครับ มีเรื่องที่น่าห่วงมากกว่า การขึ้นเขาของรถพับในการไปทัวร์ริ่งคือ การลงเขา ล้อ 20 นิ้ว เหมาะกับการใช้ในทางเรียบ ไม่เหมาะ กับทางขรุขระ มีหินลอย มีหลุม ทางเขาทั่วไทยมักจะไม่ค่อยเรียบด้วย ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่า ล้อ 26เยอะ เคยเอารถพับ 20 นิ้ว (หน้า46 หลัง 34)ขึ้นเขาใหญ่ เขาเขียว ตอนขึ้นไม่มีปัญหา ตอนลงหวาดเสียวครับ เบรคมากขอบล้อร้อนมาก กลัวยางระเบิด ไม่เบรคก็ไม่ได้ทางไม่เรียบ รถเด้งมากกลัวเอาไม่อยู่ บอกตามตรงกลัวมาก จนยกเลิกเอารถพับไปทัวร์เหนือครับ
ที่จริงรถพับทัวร์ริ่งฝรั่งใช้กันมานานแล้วไม่น่าแปลกอะไร (Bike Friday ทำมาจะครบรอบสามสิบปีแล้ว) เรื่องทางไม่เรียบนี่ผมคิดว่าอยู่ที่ยางที่ใช้เป็นประเด็นมากกว่าขนาดของล้อครับ เราคงไม่ลงไปในหลุมลึกๆ หรอกถ้าใช้รถแบบนี้
เรื่องสะเทือนหรืออะไรนี่มี suspension ช่วยได้หลายอย่างครับ ปัจจุบันมีกระทั่ง suspension คอแฮนด์ด้วย ถ้าใครคิดว่ารถพับขี่ไม่นุ่มพวกนี้ช่วยได้ น้ำหนักไม่ได้เพิ่มมากด้วย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=839658
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
- Rookie.MTB
- ขาประจำ
- โพสต์: 396
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2012, 11:47
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ค่อนข้างเห็นด้วยเรื่องความร้อนสูงจากการใช้เบรคลงเขา ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าเจอทางลงเขาชันๆยาวๆแล้วเลียเบรคตลอดมันจะมีโอกาสผ้าเบรคไหม้แล้วเบรคไม่อยู่เหมือนรถยนต์มั๊ยครับ ผู้รู้ผู้มีประสบการณ์มาแชร์นิดครับผมจำรัส ละหานทราย เขียน:ขอฝาก 1 เรื่องครับ มีเรื่องที่น่าห่วงมากกว่า การขึ้นเขาของรถพับในการไปทัวร์ริ่งคือ การลงเขา ล้อ 20 นิ้ว เหมาะกับการใช้ในทางเรียบ ไม่เหมาะ กับทางขรุขระ มีหินลอย มีหลุม ทางเขาทั่วไทยมักจะไม่ค่อยเรียบด้วย ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่า ล้อ 26เยอะ เคยเอารถพับ 20 นิ้ว (หน้า46 หลัง 34)ขึ้นเขาใหญ่ เขาเขียว ตอนขึ้นไม่มีปัญหา ตอนลงหวาดเสียวครับ เบรคมากขอบล้อร้อนมาก กลัวยางระเบิด ไม่เบรคก็ไม่ได้ทางไม่เรียบ รถเด้งมากกลัวเอาไม่อยู่ บอกตามตรงกลัวมาก จนยกเลิกเอารถพับไปทัวร์เหนือครับ
Line ID : tor0871237859
____________________
จัดส่งของ ตามนี้เลยคับ
ไพรัช วงษ์เทียน
1/24 ม.4 ซอย วัดหงษ์ทอง ตำบล บางพูด อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี 11120
โทร. 0871237859
_________________________________________________
____________________
จัดส่งของ ตามนี้เลยคับ
ไพรัช วงษ์เทียน
1/24 ม.4 ซอย วัดหงษ์ทอง ตำบล บางพูด อำเภอ ปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี 11120
โทร. 0871237859
_________________________________________________
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
การคำนวณ GI เกี่ยวกับตัวคูณของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางล้อ
แม้แต่ในขนาด 406 เหมือนกัน เมื่อใช้ยางขนาดที่ต่างกัน เส้นผ่าศูนย์กลางก็จะต่างกันไปด้วย
จึงควรวัดขนาดรวมยางที่ใช่จริง ในตัวอย่าง 18.5" ของ 406 เป็นขนาดเมื่อวัดรวมยาง 20 x 1.25
ถ้าเป็น 20 x 1.5 หรือ 1.75 ขนาดก็จะเปลี่ยนไป
เป็นการยกตัวอย่างตัวคูณที่ควรวัดจากขนาดจริง ไม่งั้นค่า GI จะผิดเพี้ยนไปพอสมควร
ทดลองป้อนค่าในสูตรคำนวณขอวเวบ Sheldon Brown
จะช่วยให้คำนวณได้เร็วและสนุกขึ้น
http://sheldonbrown.com/gears/
...
..
.
แม้แต่ในขนาด 406 เหมือนกัน เมื่อใช้ยางขนาดที่ต่างกัน เส้นผ่าศูนย์กลางก็จะต่างกันไปด้วย
จึงควรวัดขนาดรวมยางที่ใช่จริง ในตัวอย่าง 18.5" ของ 406 เป็นขนาดเมื่อวัดรวมยาง 20 x 1.25
ถ้าเป็น 20 x 1.5 หรือ 1.75 ขนาดก็จะเปลี่ยนไป
เป็นการยกตัวอย่างตัวคูณที่ควรวัดจากขนาดจริง ไม่งั้นค่า GI จะผิดเพี้ยนไปพอสมควร
ทดลองป้อนค่าในสูตรคำนวณขอวเวบ Sheldon Brown
จะช่วยให้คำนวณได้เร็วและสนุกขึ้น
http://sheldonbrown.com/gears/
...
..
.
- Cookiebike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2012, 19:58
- team: Bkkwheels
- Bike: รถที่ผ่านมือ Trek 4300 /Dahon P8/Dahon Dove/Tern Verge Duo /Dr. hon MU Duo/Bike Friday tikit/กำลังทำรถพับทัวร์ริ่งปีนเขา/Crius 14"
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ละเอียดดี เดี๋ยวลองดู ขอบคุณครับ ^^
แต่ผมดูแล้ว ถ้าอยากได้แบบยิบๆ ทุกเกียร์เน้นจำนวนจริงๆ nuvinci จบเลย ไว้ขอลองแบบเฟืองให้ถึงที่สุดก่อน ถ้าไม่พอใจค่อยไปตัวนี้ ยอมหนักเพิ่มอีกหน่อยก็ได้
แต่ผมดูแล้ว ถ้าอยากได้แบบยิบๆ ทุกเกียร์เน้นจำนวนจริงๆ nuvinci จบเลย ไว้ขอลองแบบเฟืองให้ถึงที่สุดก่อน ถ้าไม่พอใจค่อยไปตัวนี้ ยอมหนักเพิ่มอีกหน่อยก็ได้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=839658
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
- Cookiebike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2012, 19:58
- team: Bkkwheels
- Bike: รถที่ผ่านมือ Trek 4300 /Dahon P8/Dahon Dove/Tern Verge Duo /Dr. hon MU Duo/Bike Friday tikit/กำลังทำรถพับทัวร์ริ่งปีนเขา/Crius 14"
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ผมลองใช้แล้วคุณ poommm แต่มันแปลกแฮะ ค่ามันเพี้ยนจากที่ผมคิด คือค่าไม่ตรงกันจากยางนี่เข้าใจ แต่มันมีกรณีแบบนี้ครับ ผมใช้ล้อ 18 355 ยาง 1.35 kenda ได้ค่า GI 55 คำนวนเองได้ 55 แต่ถ้าจากเว็บมันไม่มียางต่ำกว่า 1.5 ให้เลือก ตามความจริงเส้นผ่าศูนย์กลางมันมากกว่า GI ก็น่าจะมากขึ้นด้วย แต่มันกลับสวนทางให้น้อยกว่า ได้แค่ GI 52 ผมเลยลองใช้เว็บนี้คำนวนกับพวกสเป็ครถต่างๆ ที่ลงไว้ของดาฮอน สรุปมันไม่ตรงเลย แม้ขนาดยางและอะไรจะเท่าๆ กันหมด
ลองคำนวนจากชาร์ท GI ของ nuvinci เองก็ไม่ตรง ลองดูจาก MTB จานสามใบล่างสุดนะครับ เกียร์ต่ำสุดเขาลงไปที่ราวๆ 17 กับล้อ 26 ยางตั้งแต่ 1.5 ลงไป แต่พอใช้เว็บคำนวนกลับลงไม่ถึง คาอยู่ที่ 24 กว่าๆ ไม่ว่ายางจะขนาดลดลงไปแค่ไหนก็ตาม ผมว่าผิดปกติแล้ว เว็บทำสูตรนี่อาจจะตั้งสูตรไม่ละเอียดหรือมีเพี้ยนไปแน่ๆ ครับ เขาไม่ลงอัตราทดไว้ควบคู่กันด้วย ยังไงลองกดเองกับใช้เว็บเทียบแบบที่ผมลองดูครับ จะเห็นเลยว่ากดเองตรงกว่า
ลองคำนวนจากชาร์ท GI ของ nuvinci เองก็ไม่ตรง ลองดูจาก MTB จานสามใบล่างสุดนะครับ เกียร์ต่ำสุดเขาลงไปที่ราวๆ 17 กับล้อ 26 ยางตั้งแต่ 1.5 ลงไป แต่พอใช้เว็บคำนวนกลับลงไม่ถึง คาอยู่ที่ 24 กว่าๆ ไม่ว่ายางจะขนาดลดลงไปแค่ไหนก็ตาม ผมว่าผิดปกติแล้ว เว็บทำสูตรนี่อาจจะตั้งสูตรไม่ละเอียดหรือมีเพี้ยนไปแน่ๆ ครับ เขาไม่ลงอัตราทดไว้ควบคู่กันด้วย ยังไงลองกดเองกับใช้เว็บเทียบแบบที่ผมลองดูครับ จะเห็นเลยว่ากดเองตรงกว่า
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=839658
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
เทสต์กล้อง Gopro Hero 3+ Black Edition /Garmin Edge 510/DashWare
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
การคำนวณค่า GI มันมีตัวแปรหลายตัวในการคำนวณ ทั้งขนาดของยาง และความยาวขาจาน
สูตรสำเร็จรูปของแต่ละสำนัก บางทีก็มีตัวเลือกไม่ตรงกับที่เราต้องการ หรือมีตัวเลขที่ใช่คำนวณต่างกัน
ผมจึงแนะนำให้ใช้ตลับเมตรวัดเส้นผ่าศูนย์กลางรวมยางจริงเพื่อคำนวณจะใกล้เคียงกว่า
เหมือนการเซ็ทค่าเครื่องวัดตวามเร็ว เอาสูตร 2 พาย r คำนวนแล้ว บางทีก็ไม่เท่ากับเข็นล้อกลิ้งกับพื้นแล้วลากตบับเมตรวัด
การคำนวนค่าคร่าวๆของเกียร์ชั้นทำง่ายกว่าเพราะนับจำนวนฟันมาคำนวณ
ไม่เหมือนเกียร์ดุมที่ต้องหาสเป็คตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแต่ละเกียร์มาคำนวณด้วย
ถ้ามีแต่ลูกเกียร์เปล่าๆก็มืดแปดด้านกันเลยทีเดียว
ยกตัวอย่างอีกเวบหนึ่งที่มีสูตรคำนวณ GI ของ Brompton
http://xldev.co.uk/bgc.html
ตัวแปรมีให้เลือกตั้งแต่ขนาดจานหน้า เฟิองหลัง รุ่นของเกียร์
และที่ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
คือรุ่นของยางที่แตกต่าง แม้จะเป็น 16 x 1 3/8" เหมือนกัน
...
ร่ายมาซะยาว แค่อยากจะบอกว่า ล้อ 406 จาน 39 เฟือง 32
GI ต่ำพอที่จะไต่เขาได้แน่ๆ แต่อยากให้ลองหาระยะทางที่ได้ต้อ 1 รอบปั่น
ในความหนักของเกียร์แต่ละเกียร์เป็นข้อมูลไว้
เพราะ GI29.2 ของ Brompton 2.32 เมตรต่อรอบปั่น
มันเคยพารถพับหนัก 40 กก ลัดเลาะ 4,088 โค้ง เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนมาแล้ว
คันหนึ่งยิงลงมาถึงกทม อีกคันเลยไปยูเทิร์นถึงสตูล
รถพีบ 406 เกียร์ขั้น ทำได้แน่ๆ
...
..
.
สูตรสำเร็จรูปของแต่ละสำนัก บางทีก็มีตัวเลือกไม่ตรงกับที่เราต้องการ หรือมีตัวเลขที่ใช่คำนวณต่างกัน
ผมจึงแนะนำให้ใช้ตลับเมตรวัดเส้นผ่าศูนย์กลางรวมยางจริงเพื่อคำนวณจะใกล้เคียงกว่า
เหมือนการเซ็ทค่าเครื่องวัดตวามเร็ว เอาสูตร 2 พาย r คำนวนแล้ว บางทีก็ไม่เท่ากับเข็นล้อกลิ้งกับพื้นแล้วลากตบับเมตรวัด
การคำนวนค่าคร่าวๆของเกียร์ชั้นทำง่ายกว่าเพราะนับจำนวนฟันมาคำนวณ
ไม่เหมือนเกียร์ดุมที่ต้องหาสเป็คตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแต่ละเกียร์มาคำนวณด้วย
ถ้ามีแต่ลูกเกียร์เปล่าๆก็มืดแปดด้านกันเลยทีเดียว
ยกตัวอย่างอีกเวบหนึ่งที่มีสูตรคำนวณ GI ของ Brompton
http://xldev.co.uk/bgc.html
ตัวแปรมีให้เลือกตั้งแต่ขนาดจานหน้า เฟิองหลัง รุ่นของเกียร์
และที่ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
คือรุ่นของยางที่แตกต่าง แม้จะเป็น 16 x 1 3/8" เหมือนกัน
...
ร่ายมาซะยาว แค่อยากจะบอกว่า ล้อ 406 จาน 39 เฟือง 32
GI ต่ำพอที่จะไต่เขาได้แน่ๆ แต่อยากให้ลองหาระยะทางที่ได้ต้อ 1 รอบปั่น
ในความหนักของเกียร์แต่ละเกียร์เป็นข้อมูลไว้
เพราะ GI29.2 ของ Brompton 2.32 เมตรต่อรอบปั่น
มันเคยพารถพับหนัก 40 กก ลัดเลาะ 4,088 โค้ง เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนมาแล้ว
คันหนึ่งยิงลงมาถึงกทม อีกคันเลยไปยูเทิร์นถึงสตูล
รถพีบ 406 เกียร์ขั้น ทำได้แน่ๆ
...
..
.
แก้ไขล่าสุดโดย poommm เมื่อ 18 เม.ย. 2013, 10:26, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ลืมบอกไปเรื่อง ETRTO 451 กับ 406
มันมีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉพาะขอบล้อ ต่างกัน 45 mm หรือ 1.77"
451 รวมยาง 1 1/4 วัดได้ 20"
406 รวมยาง 1 1/4 วัดได้ 18.5
ถ้า 406 รวมยาง ได้ 20" ต้องเป็นยางอ้วนไม่รู้ว่าเท่าไหร่
เพราะไม่เคยใช้ 406 ยางใหญ่กว่า 1.25 เลย
...
..
.
มันมีเส้นผ่าศูนย์กลางเฉพาะขอบล้อ ต่างกัน 45 mm หรือ 1.77"
451 รวมยาง 1 1/4 วัดได้ 20"
406 รวมยาง 1 1/4 วัดได้ 18.5
ถ้า 406 รวมยาง ได้ 20" ต้องเป็นยางอ้วนไม่รู้ว่าเท่าไหร่
เพราะไม่เคยใช้ 406 ยางใหญ่กว่า 1.25 เลย
...
..
.
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ผ้าเบรคกับการลงเขา เป็นปัญหาคลาสสิคกับจักรยานมาก
โดยเฉพาะ V Brake ที่ทรงประสิทธิภาพ ก็ดันมีหน้าสัมผัสมากเป็นพิเศษ
ต่างกับเบรค Side Pull แบบเสือหมอบ ที่ขนาดผ้าเบรคเล็กกว่า จะร้อนน้อยกว่าด้วย
แต่เบรคก้ามปู Single Pivot แบบเก่า ก็น่าเป็นห่วงเรื่องแรงเบรค
ถ้าเป็น Dual Pivot รุ่นใหม่ๆ แรงเบรคเหลือเฟือ
ทั้งนี้ต้องตรวจเช็ค ดูแล ให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา และพกผ้าเบรคสำรองไว้ด้วย
การใส่ดุมปั่นไฟล้อหน้าแบบมีสวิทช์ปิดเปิด
จะช่วยได้พอสมควรในการเพิ่มความหนืดลดภาระของผ้าเบรคตอนลงเขา
แต่ก็แลกกับความหนืดเมื่อปั่นทางเรียบด้วย
ความสึกหรอที่เกิดขึ้นกับเส้นทางภูเขาจะมากกว่าขี่ทางเรียบพอสมควร
ทั้งโซ่ และผ้าเบรค 1 วงแม่ฮ่องสอน-กรุงเทพ
โซ่แปดย้วยเป็นงูเลย
ส่วนผ้าเบรค ทางเรียบยังพอได้
ถ้าต้องลงเขาอีก สมรรถนะเบรคลดลงไปถึงระดับมีหนาว
ถ้าจะทัวริ่ง ขี่หนัก โซ่หนาไว้ก่อนได้เปรียบ
เกียร์น้อยไม่เป็นไร ขอให้ Range หนักเบากว้างพอ
และการส่งถ่ายเกียร์เหมาะสม ในช่วงคาบเกี่ยวของการสับจานหน้า
ถ้าเล่นเกียร์ดุม จานหน้าใบเดียว ก็ลดเรื่องความยุ่งยากลงไป
ส่วนจะเป็นเกียร์ดุมลูกไหน คงต้องศึกษาและทดลองกันไป
...
ส่วนผมจบที่ Brompton 6 สปีด -12% ไปเรียบร้อย
จาน 44 หลัง 13/16 เกียร์ BWR (Brompton Wide Range) ของ SA (Sturmey Archur) ให้ค่า GI29.2-88
ทีม R&D Brompton วางสเป็คไว้เยี่ยม
เกียร์ดุมที่สปีดน้อยแค่ 3 สปีด ทำให้ชิ้นส่วนน้อยลง แต่แข็งแรงตามสไตล์ SA
น้ำหนักเกียร์ไม่แตกต่างกับ 3 สปีดลูกเดิมนัก แต่มีอัตราทดหนักเบามากกว่า BSR (Brompton Standard Range)
แล้วใส่เฟืองหลัง 2 ใบ น้ำหนักน้อยกว่าจานหน้า 2 ใบ
ให้อัตราการทดหนักเบาครอบคลุม และตัวเลือกในการใช้เกียร์ไม่มากเกินไปนัก (6 เกียร์)
การสับเปลี่ยนเฟืองหลังก็ทำได้ง่าย เพียง 1/4 รอบก็สับเปลี่ยนได้แล้ว
ทำให้ไม่เสียจังหวะในการใช้ขณะกำลังจะโล้เนิน
ทั้งนี้ต้องหัดใช้ชิฟเตอร์ซ้ายขวาให้คุ้นมือ และรู้รถ รู้คน ว่าเกียร์หนักเท่าไหร่ ขามีเท่าไหร่
ซึ่งก็ไม่พ้น GI50 มาตรฐานแรงมนุษย์(ทางเรียบ) เป็นตัวกำหนด ไอ้ที่เกิน 50 นี่แหละ ขึ้นอยู่กับว่าขี่บ่อย ซ้อมบ่อย ขนาดไหน
GI29 ไต่เขา บอกได้เลยว่าหนักกว่า GI100 ทางเรียบ
เส้นทางเขียงใหม่-กทม GI88 ไม่ได้ใช้เลย หนักเกิ๊นนน
แค่เกียร์ 5 GI71 ก็อ้วกแว้ววว
ส่วนมากทางเรียบปั่นที่ 3-4 GI45-56 มีลง 71 บ้างเป็นครั้งคราว
AV18-19 ปั่นวันละ 5-6 ชั่วโมง ทางเรียบได้ 100 บวก/ลบ
ช้าแต่ไม่เหนื่อย
...
..
.
โดยเฉพาะ V Brake ที่ทรงประสิทธิภาพ ก็ดันมีหน้าสัมผัสมากเป็นพิเศษ
ต่างกับเบรค Side Pull แบบเสือหมอบ ที่ขนาดผ้าเบรคเล็กกว่า จะร้อนน้อยกว่าด้วย
แต่เบรคก้ามปู Single Pivot แบบเก่า ก็น่าเป็นห่วงเรื่องแรงเบรค
ถ้าเป็น Dual Pivot รุ่นใหม่ๆ แรงเบรคเหลือเฟือ
ทั้งนี้ต้องตรวจเช็ค ดูแล ให้อยู่ในสภาพดีตลอดเวลา และพกผ้าเบรคสำรองไว้ด้วย
การใส่ดุมปั่นไฟล้อหน้าแบบมีสวิทช์ปิดเปิด
จะช่วยได้พอสมควรในการเพิ่มความหนืดลดภาระของผ้าเบรคตอนลงเขา
แต่ก็แลกกับความหนืดเมื่อปั่นทางเรียบด้วย
ความสึกหรอที่เกิดขึ้นกับเส้นทางภูเขาจะมากกว่าขี่ทางเรียบพอสมควร
ทั้งโซ่ และผ้าเบรค 1 วงแม่ฮ่องสอน-กรุงเทพ
โซ่แปดย้วยเป็นงูเลย
ส่วนผ้าเบรค ทางเรียบยังพอได้
ถ้าต้องลงเขาอีก สมรรถนะเบรคลดลงไปถึงระดับมีหนาว
ถ้าจะทัวริ่ง ขี่หนัก โซ่หนาไว้ก่อนได้เปรียบ
เกียร์น้อยไม่เป็นไร ขอให้ Range หนักเบากว้างพอ
และการส่งถ่ายเกียร์เหมาะสม ในช่วงคาบเกี่ยวของการสับจานหน้า
ถ้าเล่นเกียร์ดุม จานหน้าใบเดียว ก็ลดเรื่องความยุ่งยากลงไป
ส่วนจะเป็นเกียร์ดุมลูกไหน คงต้องศึกษาและทดลองกันไป
...
ส่วนผมจบที่ Brompton 6 สปีด -12% ไปเรียบร้อย
จาน 44 หลัง 13/16 เกียร์ BWR (Brompton Wide Range) ของ SA (Sturmey Archur) ให้ค่า GI29.2-88
ทีม R&D Brompton วางสเป็คไว้เยี่ยม
เกียร์ดุมที่สปีดน้อยแค่ 3 สปีด ทำให้ชิ้นส่วนน้อยลง แต่แข็งแรงตามสไตล์ SA
น้ำหนักเกียร์ไม่แตกต่างกับ 3 สปีดลูกเดิมนัก แต่มีอัตราทดหนักเบามากกว่า BSR (Brompton Standard Range)
แล้วใส่เฟืองหลัง 2 ใบ น้ำหนักน้อยกว่าจานหน้า 2 ใบ
ให้อัตราการทดหนักเบาครอบคลุม และตัวเลือกในการใช้เกียร์ไม่มากเกินไปนัก (6 เกียร์)
การสับเปลี่ยนเฟืองหลังก็ทำได้ง่าย เพียง 1/4 รอบก็สับเปลี่ยนได้แล้ว
ทำให้ไม่เสียจังหวะในการใช้ขณะกำลังจะโล้เนิน
ทั้งนี้ต้องหัดใช้ชิฟเตอร์ซ้ายขวาให้คุ้นมือ และรู้รถ รู้คน ว่าเกียร์หนักเท่าไหร่ ขามีเท่าไหร่
ซึ่งก็ไม่พ้น GI50 มาตรฐานแรงมนุษย์(ทางเรียบ) เป็นตัวกำหนด ไอ้ที่เกิน 50 นี่แหละ ขึ้นอยู่กับว่าขี่บ่อย ซ้อมบ่อย ขนาดไหน
GI29 ไต่เขา บอกได้เลยว่าหนักกว่า GI100 ทางเรียบ
เส้นทางเขียงใหม่-กทม GI88 ไม่ได้ใช้เลย หนักเกิ๊นนน
แค่เกียร์ 5 GI71 ก็อ้วกแว้ววว
ส่วนมากทางเรียบปั่นที่ 3-4 GI45-56 มีลง 71 บ้างเป็นครั้งคราว
AV18-19 ปั่นวันละ 5-6 ชั่วโมง ทางเรียบได้ 100 บวก/ลบ
ช้าแต่ไม่เหนื่อย
...
..
.
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_20130416_204055.jpg (90.07 KiB) เข้าดูแล้ว 320 ครั้ง
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่านแล้วงงว่าคุยอะไรกัน
กำลังถกถึงเรื่องค่าความหนักของเกียร์ที่คำนวณออกมาเป็น GI หรือ Gear Inch
วิธีคำนวณหยาบๆ ทำง่ายๆ โดย
เอาจำนวนฟันของจานหน้า ตั้ง
หารด้วยจำนวนฟันของ เฟืองหลัง
จะได้อัตราทดออกมา 1:X
เอา X ไปคูณเส้นผ่าศูนย์กลางล้อรวมยางที่เป็นนิ้ว
จะได้ค่าความหนักของเกียร์ที่เรียกว่า GI
ตัวเลข 50 คือค่าปานกลางที่มนุษย์ทั่วไปสามารถขึ้นไปปั่นได้
ลองนับฟันรถแม่บ้านแล้วคำนวณ GI ดู จะพบว่าต่ำกว่า GI50 แทบทั้งนั้น
เมื่อปั่นถึงรอบขาระดับหนึ่งความเร็วจะเริ่มอั้นเพราะรอบขาเกิน
จึงต้องเพิ่มขนาดจานหน้า หรือลดเฟืองหลัง ให้ได้ค่า GI สูงขึ้น
เกียร์จะหนักขึ้น รถจะเร็วขึ้น แต่ถ้าขาไม่แข็งแรงพอ GI สูงๆ ก็กดไม่ไหว
หรือรักษาระดับความเร็วไม่ได้ ต้องฝึกซ้อมจนกล้ามเนื้อพัฒนาแข็งแรงขึ้นจึงจะกดไหว
ในทางกลับกันเมื่อจะไต่เนิน เรากลับต้องการ GI ที่ตำ่ลง เพื่อต่อสู้แรงดึงดูดของโลก
จานหน้าต้องเล็กลง เฟืองหลังต้องใหญ่ขึ้น
...
รอบขา กับระยะทาง และความเร็ว
เราต้องกลิ้งล้อไปกับพื้น 1 รอบ และวัดระยะทางไว้
เมื่อเอาจานหน้าตั้ง เฟืองหลังการ จะได้อัตราทด
เช่น จานหน้า 48 หลัง 12 หารแล้วได้ 4
คือปั่น 1 รอบ ล้อหมุน 4 รอบ คูณระยะของวงล้อ
เราก็จะรู้ว่าปั่น 1 รอบ ได้ทางเท่าไหร่
เอารอบขาต่อนาทีคูณเข้าไป เราก็จะรู้ว่า 1 นาที ได้รัยะทางกี่เมตร
คูณ 60 นาที ก็จะกลายเป็น เมตรต่อชัวโมง
หาร 1,000 = km/H
...
การคำนวณ GI ด้วยสูตรพื้นฐานนี้ เป็นค่าหยาบๆเพื่อสมมติค่าความหนักเท่านั่น
ถ้าจะลงเป็นข้อมูลทางวิชาการจริงๆ ยังมีตัวแปรอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งขนาดหน้ายาง แรงดัน ความยาวขาจาน ฯลฯ
และถ้าจะคำนวณเกียร์ดุม ต้องหาสเป็คของทางโรงงานที่เป็น % บวกลบ ของแต่ละเกียร์มาใช้คำนวณ
คิดเล่นๆพอสนุก แนะนำให้ลองคำนวนจากเกียร์ชั้นก่อน
และลองเปรียบเทียบกับรถสองคันที่ล้อต่างกัน
GI เท่ากัน การส่งแรงจะแตกต่างที่ขนาดของหน้ายางเป็นเบื้องต้น
ยังไม่พูดถึงความรู้สึกในการ Handling
รถล้อเล็กกน้าไวกว่าล้อใหญ่พอสมควร
ขึ้นอยู่กับองศาดารดีไซน์ของรถแต่ละรุ่นและสรีระท่านั่งผู้ชับขี่ด้วย
...
ว่างๆจะหาพับ 406 มาลองเล่นสักคัน
..
.
กำลังถกถึงเรื่องค่าความหนักของเกียร์ที่คำนวณออกมาเป็น GI หรือ Gear Inch
วิธีคำนวณหยาบๆ ทำง่ายๆ โดย
เอาจำนวนฟันของจานหน้า ตั้ง
หารด้วยจำนวนฟันของ เฟืองหลัง
จะได้อัตราทดออกมา 1:X
เอา X ไปคูณเส้นผ่าศูนย์กลางล้อรวมยางที่เป็นนิ้ว
จะได้ค่าความหนักของเกียร์ที่เรียกว่า GI
ตัวเลข 50 คือค่าปานกลางที่มนุษย์ทั่วไปสามารถขึ้นไปปั่นได้
ลองนับฟันรถแม่บ้านแล้วคำนวณ GI ดู จะพบว่าต่ำกว่า GI50 แทบทั้งนั้น
เมื่อปั่นถึงรอบขาระดับหนึ่งความเร็วจะเริ่มอั้นเพราะรอบขาเกิน
จึงต้องเพิ่มขนาดจานหน้า หรือลดเฟืองหลัง ให้ได้ค่า GI สูงขึ้น
เกียร์จะหนักขึ้น รถจะเร็วขึ้น แต่ถ้าขาไม่แข็งแรงพอ GI สูงๆ ก็กดไม่ไหว
หรือรักษาระดับความเร็วไม่ได้ ต้องฝึกซ้อมจนกล้ามเนื้อพัฒนาแข็งแรงขึ้นจึงจะกดไหว
ในทางกลับกันเมื่อจะไต่เนิน เรากลับต้องการ GI ที่ตำ่ลง เพื่อต่อสู้แรงดึงดูดของโลก
จานหน้าต้องเล็กลง เฟืองหลังต้องใหญ่ขึ้น
...
รอบขา กับระยะทาง และความเร็ว
เราต้องกลิ้งล้อไปกับพื้น 1 รอบ และวัดระยะทางไว้
เมื่อเอาจานหน้าตั้ง เฟืองหลังการ จะได้อัตราทด
เช่น จานหน้า 48 หลัง 12 หารแล้วได้ 4
คือปั่น 1 รอบ ล้อหมุน 4 รอบ คูณระยะของวงล้อ
เราก็จะรู้ว่าปั่น 1 รอบ ได้ทางเท่าไหร่
เอารอบขาต่อนาทีคูณเข้าไป เราก็จะรู้ว่า 1 นาที ได้รัยะทางกี่เมตร
คูณ 60 นาที ก็จะกลายเป็น เมตรต่อชัวโมง
หาร 1,000 = km/H
...
การคำนวณ GI ด้วยสูตรพื้นฐานนี้ เป็นค่าหยาบๆเพื่อสมมติค่าความหนักเท่านั่น
ถ้าจะลงเป็นข้อมูลทางวิชาการจริงๆ ยังมีตัวแปรอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งขนาดหน้ายาง แรงดัน ความยาวขาจาน ฯลฯ
และถ้าจะคำนวณเกียร์ดุม ต้องหาสเป็คของทางโรงงานที่เป็น % บวกลบ ของแต่ละเกียร์มาใช้คำนวณ
คิดเล่นๆพอสนุก แนะนำให้ลองคำนวนจากเกียร์ชั้นก่อน
และลองเปรียบเทียบกับรถสองคันที่ล้อต่างกัน
GI เท่ากัน การส่งแรงจะแตกต่างที่ขนาดของหน้ายางเป็นเบื้องต้น
ยังไม่พูดถึงความรู้สึกในการ Handling
รถล้อเล็กกน้าไวกว่าล้อใหญ่พอสมควร
ขึ้นอยู่กับองศาดารดีไซน์ของรถแต่ละรุ่นและสรีระท่านั่งผู้ชับขี่ด้วย
...
ว่างๆจะหาพับ 406 มาลองเล่นสักคัน
..
.
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
ได้หนูทดลองมาตัวนึงแล้ว ล้อ 20 x 1.5" เส้นผ่าศูนย์กลางรวมยาง 19.25 " (วัดด้วยตลับเมตร)
เส้นรอบวงกลิ้งวัดได้ 153.5 cm ใช้สูตรคำนวณ 2 พาย r ได้ 153.67 cm
จานหน้าที่ติดมากับรถ 48 ฟัน เฟือง 8 สปีด 11/13/15/16/20/23/26/30
มาลองคำนวนหาค่า GI และระยะทางใน 1 วงรอบปั่นกันดูเล่นๆว่า จะได้ Gear Range เท่าไหร่
และจะโมจานหน้า เฟืองหลังเท่าไหร่ดี จึงจะน่าพาไปไต่เขา
เส้นรอบวงกลิ้งวัดได้ 153.5 cm ใช้สูตรคำนวณ 2 พาย r ได้ 153.67 cm
จานหน้าที่ติดมากับรถ 48 ฟัน เฟือง 8 สปีด 11/13/15/16/20/23/26/30
มาลองคำนวนหาค่า GI และระยะทางใน 1 วงรอบปั่นกันดูเล่นๆว่า จะได้ Gear Range เท่าไหร่
และจะโมจานหน้า เฟืองหลังเท่าไหร่ดี จึงจะน่าพาไปไต่เขา
- ไฟล์แนบ
-
- IMG_20130418_173302.jpg (68.22 KiB) เข้าดูแล้ว 309 ครั้ง
-
trongsak
- ขาประจำ
- โพสต์: 1866
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 พ.ย. 2010, 12:35
- Bike: giant
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
สวัสดีครับคุณ "poommm"poommm เขียน:ได้หนูทดลองมาตัวนึงแล้ว ล้อ 20 x 1.5" เส้นผ่าศูนย์กลางรวมยาง 19.25 " (วัดด้วยตลับเมตร)
เส้นรอบวงกลิ้งวัดได้ 153.5 cm ใช้สูตรคำนวณ 2 พาย r ได้ 153.67 cm
จานหน้าที่ติดมากับรถ 48 ฟัน เฟือง 8 สปีด 11/13/15/16/20/23/26/30
มาลองคำนวนหาค่า GI และระยะทางใน 1 วงรอบปั่นกันดูเล่นๆว่า จะได้ Gear Range เท่าไหร่
และจะโมจานหน้า เฟืองหลังเท่าไหร่ดี จึงจะน่าพาไปไต่เขา
ผมติดตามอ่านมาตลอดครับ.อ่านยังไง ๆ..ก็ยังสงสัยอยู่ดี..เพราะจากค่าที่คุณบอก.เมื่อคูณหารออกมาแล้ว.ค่ามันต่างกับล้อ 26 นิ้วอยู่มาก
แต่คุณสรุปไว้ว่า "ล้อ 406 =จานหน้า 39 เฟืองหลัง 32 GIต่ำพอที่จะไต่เขาได้แน่นอน.
จาน 39;32x20 = 24.375
รถล้อ 26 นิ้ว จานหน้า 22 เฟืองหลัง 34
จาน 22;34x26 = 16.82353
ผิดถูกเป็นอย่างไรไม่รู้นะครับ.แต่ค่า 24.375 กับค่า 16.82353 มันต่างกันมาก.
และที่สำคัญ.จานหน้า 22 เฟือง 34 รถล้อ 26 นิ้วไตร่เขาทุกวันเป็นเดือน โดยมีสำภาระยังถือว่าหนักอยู่ครับ.(ผมดูจากกลุ่มเกษียณปั่นกันมา
สามปีแล้ว.ทุกคนเปลี่ยนไปใช้เฟืองหลัง 36 หมดครับ).ถึงพอไปได้ไม่หนักเกินไป.สโลแกนของกลุ่ม."เก็บทุกดอย.สอยทุกภู".ใช้เวลาปั่นครั้ง
ละประมาณ 75 วัน.ปีละครั้ง.โดยไม่มีตัวช่วย.ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเองในทุกเรื่อง..นอกจากคุณจะจับกลุ่ม.จับคู่กันไปเอง..
ลุงศักดิ์
-
poommm
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 00:16
- Tel: 086-346-3360
- Bike: Brompton
- ติดต่อ:
Re: ขอถามผู้มีประสบการณ์ปึนเขาหน่อย เกียร์เรโช 20-27 (จากจาน 34 หรือ 39 เฟือง 32 รถพับล้อ 20 406) นี่ไหวกับภูเขาทั่วไทยยัง
สวัสดีครับพี่ทรงศักดิ์
GI ยิ่งต่ำยิ่งดีครับสำหรับไต่ทางชัน จาน 22 เฟือง 34-36 GI15-16 ประมาณนี้ไม่ผิดครับ
ที่ผมฝากเพิ่มคือระยะทางต่อเมตรใน 1 รอบปั่น GI ที่เบา ก็จะเสียระยะทางไปด้วย และการไต่ทางชันต้องสู้แรงดึงดูดของโลก
ก็ได้เปรียบเทียบให้ฟังแล้วว่า GI29 ทางชัน หนักกว่า GI100 ทางเรียบอยู่มาก
ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่มีประสบการเรื่องไต่เขามาก่อน การไปครั้งแรกก็ว่ากันแบบมวยวัด
แหงนหน้ามองเนินแล้วถามตัวเองว่าจะไต่ไหวเหรอ กับรถรวมสัมภาระ 40 โล
เนินยกครูเนินแรก 2 กม ขึ้นดอยสารภี ใช้เวลาปาเข้าไป 50-55 นาที
เรียกว่าต้องเริ่มจากยืนย่ำบันไดได้แค่ 4-5 ก้าวก็ต้องลงแล้ว
ต้องค่อยๆปรับตัวเองและกล้ามเนื้อเนื่องจากไม่เคยไต่เขามาก่อน
ต้องประคองตัวไม่ให้บาดเจ็บหรือเป็นตะคริว
จึงใช้อุ้งเท้าเป็นตัวกดบันไดแทนจุดคลีท ลดภาระข้อเท้าและน่่อง
โชคดีที่รองเท้า Keen Commutor II รุ่นใส่คลีท จะมีโครงพื้นรองเท้าแข็ง
ช่วยซัพพอร์ทอุ้งเท้าไม่ให้งอตามแรงกดบีนได ลดอาการตะคริวถามหาได้
ดอกของรองเท้าก็บังเอิญเข้าล็อคกับบันไดพอดี
ถ้าขืนใส่ผ้าใบหรือรองเท้าพื้นเรียบๆ มีหวัง ไม่ตะคริว ก็โบกสองแถว
วันแรกระยะทาง 65 กม ใช้เวลา 8 ชั่วโมง ไต่เนินชันได้แค่เกียร์ 1 GI29.2
นั่งบ้าง ยืนบ้าง ตามสภาพความชัน สภาพอากาศฝนตกเป็นระยะตลอดเส้นทาง (ช่วงกลาง ก.ย.)
ช่วงนั่งทางไม่ชันนัก บางช่วงกดบันไดได้แค่ 10 ก้าวก็ต้องลงแล้ว เพราะล้า
กล้ามเนื้อต้นขาหลังแสดงอาการว่าถูกใช้งานหนัก
และเป็นก้อนที่ไม่คยใช้เลยในการปั่นรถพับทางเรียบ หรือแม้แต่รถมินิล้อ 17" จาน 64T
หลังจากพัก 1 คืน ในตอนเช้าได้เจอเพื่อนสมาชิกเสือภูเขายิงจากแม่ฮ่องสอนมาขุนยวมช่วงเช้า
พี่ๆเค้าใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมงรถเปล่า และเทคนิคการขี่แนวแข่งขัน
วันที่ 2 จึงเริ่มไต่เนินเกียร์ 1 GI29.2 กับเริ่มลงเกียร์ 2 ได้บ้างที่ GI33
วันที่ 2 นี่ เริ่มนั่งปั่นตลอด ไม่ต้องยืน
ช่วงชันมากๆ ก็ถ่ายน้ำหนักตัวไปที่ปลายจมูกเบาะ คล้ายๆกับท่ายืน
ดีที่เบาะ Brompton จมูกยาว และค่อนข้างเชิด
ช่วยให้ระยะยืดขาได้สุดทั้งนั่งเต็มเบาะ และปลายเบาะ
โดยขาจะยืดสุดองศาเดียวกับท่อนั่งโดยแระมาณ เมื่อนั่งเต็มเบาะ
กว่าจะอยู่ตัวปาเข้าไปวันที่ 3 หลังจากนั้นสภาพร่างกายก็เริ่มปรับตัวชินกับสภาพทางชัน
ใช้เวลา 5 วันในการเดินทางไต่เขาครั้งแรกในชีวิตจากแม่ฮ่องสอน ถึงเชียงใหม่
วันสุดท้ายจากป่าสนฮอด ถึงเชียงใหม่ ระยะทาง 110 กม.
ขึ้นเขาว่ายาก ลงเขายิ่งยากกว่า เมื่อเริ่มล้อหมุนในตอนเช้า
ก็ลงเนินสถานเดียว 55 นาที ลงซะเอียนไปเลย ดีว่าผ้าเบรคยังคงสภาพดีอยู่
ฮอด-เชียงใหม่ ใช้เวลาไป 10 ชั่วโมงเต็ม (9-19.00)
สำหรับคนที่ยังไม่ถึงวัยเกษีนณ และเข้าข่ายขาอ่อนหมูทางเรียบอย่างผม
GI ที่ต่ำกว่า 30 ผมจึงลงความเห็นว่ายังไงก็น่าจะขึ้นเขาไหว
(เจ้าของกระทู้ก็เตรียม GI ไว้ต่ำแค่ 20-27 เอง แถมแต่งเบา โหลดน้อย)
หลังจากยิงลงมาถึงกรุงเทพผมก็พักประมาณ 1 เดือนเพราะติดภารกิจที่ร้าน
ปล่อยให้บัดดี้ของผมฉายเดี่ยวไปถึงสตูล
ก่อนจะกลับมาเจอกันที่กรุงเทพอีกครั้ง ปั่นออกจากบ้านแบบฟูลโหลด
ไปพับรถแยกของมีที่ท่ารถทัวร์
และจับรถทัวร์จึ้นเชียงใหม่เพื่อปิดลูปแม่ฮ่องสอนทางเส้นทางสายปาย
ถึงเชียงใหม่เช้า กางรถ ทรงเครื่อง แล้วเริ่มออกปั่นกันเลย
4 วันสำหรับภารกิจปิดลูป และจับรถทัวร์กลับกรุงเทพ
บอกได้เลยว่ากล้ามเนื้อน่องผมเหลวเป๋ว จับโยกแกว่งให้เพื่อนๆดูเลย
มีแต่ต้นขาหลังที่พอจะแข็งๆตึงๆบ้าง
ในการปิดลูป 4 วันหลัง เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการวอร์มอัพ
ผมจึงถนอมร่างกายโดยไม่พยายามลงเกียร์ 2 หากไม่จำเป็น (ช่วงไต่เนิน)
แค่ตั้งสมาธิสั่งพักกล้ามเนื้อขาทันทีที่หมดหน้าที่กดบันได
เมื่อเสียจังหวะ และเริ่มมีิอาการล้า ก็จะพักทันที ป่้องกันการบาดเจ็บ
ถ้ารักษาจังหวะการพักได้ดี ก็กดลากไปได้ยาว
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งชันและลื่นจากตะไคร่ มุขนั่งปลายเบาะใช้ไม่ได้ผล
ยืนกดก็ไม่ได้ ไม่มีน้ำหนักกดที่ล้อหลัง ทำให้ล้อหลังฟรี
จำต้องนั่งเต็มเบาะเพื่อกดล้อหลัง แล้วออกแรงกดบันไดสถานเดียว
วันนั้นเป็นวันที่อยากให้ Brompton มีเกียร์ต่ำกว่า GI29 เจงๆ
ช่วง 4 วันสุดท้าย ยังคงเจอฝนตลอดเส้นทาง
ถนนลื่น และาภาพผ้าเบรคเริ่มออกอ่าการย่ำแย่
ต้องออกแรงบีบก้ามเบรคมากขึ้น ถึงระดับเบรคหอนลั่นดอย
ตลอดเส้นทางควรดื่มน้ำเยอะๆ ปัสสาวะเบ่อยๆ
เพื่อระบายของเสียออกจากร่างกาย ในสภาพใช้งานหนักกว่าชีวิตปกติ
แทบจะเรียกว่า เกียร์เดียวเที่ยว(เยี่ยว)ทั่วดอย บัดดี้ผมกดเกียร์ 2 ทิ้งกันเป็นเนินๆเลย
ทั้งนี้เทคนิคการขี่ขึ้นเขาแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
ดังที่ผมกล่าวไว้ว่า จะเล่นรอบเกียร์เบา หรือกดหนักเกียร์หน่วง แล้วแต่กำลังศรัทธาครับ
...
..
.
GI ยิ่งต่ำยิ่งดีครับสำหรับไต่ทางชัน จาน 22 เฟือง 34-36 GI15-16 ประมาณนี้ไม่ผิดครับ
ที่ผมฝากเพิ่มคือระยะทางต่อเมตรใน 1 รอบปั่น GI ที่เบา ก็จะเสียระยะทางไปด้วย และการไต่ทางชันต้องสู้แรงดึงดูดของโลก
ก็ได้เปรียบเทียบให้ฟังแล้วว่า GI29 ทางชัน หนักกว่า GI100 ทางเรียบอยู่มาก
ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่มีประสบการเรื่องไต่เขามาก่อน การไปครั้งแรกก็ว่ากันแบบมวยวัด
แหงนหน้ามองเนินแล้วถามตัวเองว่าจะไต่ไหวเหรอ กับรถรวมสัมภาระ 40 โล
เนินยกครูเนินแรก 2 กม ขึ้นดอยสารภี ใช้เวลาปาเข้าไป 50-55 นาที
เรียกว่าต้องเริ่มจากยืนย่ำบันไดได้แค่ 4-5 ก้าวก็ต้องลงแล้ว
ต้องค่อยๆปรับตัวเองและกล้ามเนื้อเนื่องจากไม่เคยไต่เขามาก่อน
ต้องประคองตัวไม่ให้บาดเจ็บหรือเป็นตะคริว
จึงใช้อุ้งเท้าเป็นตัวกดบันไดแทนจุดคลีท ลดภาระข้อเท้าและน่่อง
โชคดีที่รองเท้า Keen Commutor II รุ่นใส่คลีท จะมีโครงพื้นรองเท้าแข็ง
ช่วยซัพพอร์ทอุ้งเท้าไม่ให้งอตามแรงกดบีนได ลดอาการตะคริวถามหาได้
ดอกของรองเท้าก็บังเอิญเข้าล็อคกับบันไดพอดี
ถ้าขืนใส่ผ้าใบหรือรองเท้าพื้นเรียบๆ มีหวัง ไม่ตะคริว ก็โบกสองแถว
วันแรกระยะทาง 65 กม ใช้เวลา 8 ชั่วโมง ไต่เนินชันได้แค่เกียร์ 1 GI29.2
นั่งบ้าง ยืนบ้าง ตามสภาพความชัน สภาพอากาศฝนตกเป็นระยะตลอดเส้นทาง (ช่วงกลาง ก.ย.)
ช่วงนั่งทางไม่ชันนัก บางช่วงกดบันไดได้แค่ 10 ก้าวก็ต้องลงแล้ว เพราะล้า
กล้ามเนื้อต้นขาหลังแสดงอาการว่าถูกใช้งานหนัก
และเป็นก้อนที่ไม่คยใช้เลยในการปั่นรถพับทางเรียบ หรือแม้แต่รถมินิล้อ 17" จาน 64T
หลังจากพัก 1 คืน ในตอนเช้าได้เจอเพื่อนสมาชิกเสือภูเขายิงจากแม่ฮ่องสอนมาขุนยวมช่วงเช้า
พี่ๆเค้าใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมงรถเปล่า และเทคนิคการขี่แนวแข่งขัน
วันที่ 2 จึงเริ่มไต่เนินเกียร์ 1 GI29.2 กับเริ่มลงเกียร์ 2 ได้บ้างที่ GI33
วันที่ 2 นี่ เริ่มนั่งปั่นตลอด ไม่ต้องยืน
ช่วงชันมากๆ ก็ถ่ายน้ำหนักตัวไปที่ปลายจมูกเบาะ คล้ายๆกับท่ายืน
ดีที่เบาะ Brompton จมูกยาว และค่อนข้างเชิด
ช่วยให้ระยะยืดขาได้สุดทั้งนั่งเต็มเบาะ และปลายเบาะ
โดยขาจะยืดสุดองศาเดียวกับท่อนั่งโดยแระมาณ เมื่อนั่งเต็มเบาะ
กว่าจะอยู่ตัวปาเข้าไปวันที่ 3 หลังจากนั้นสภาพร่างกายก็เริ่มปรับตัวชินกับสภาพทางชัน
ใช้เวลา 5 วันในการเดินทางไต่เขาครั้งแรกในชีวิตจากแม่ฮ่องสอน ถึงเชียงใหม่
วันสุดท้ายจากป่าสนฮอด ถึงเชียงใหม่ ระยะทาง 110 กม.
ขึ้นเขาว่ายาก ลงเขายิ่งยากกว่า เมื่อเริ่มล้อหมุนในตอนเช้า
ก็ลงเนินสถานเดียว 55 นาที ลงซะเอียนไปเลย ดีว่าผ้าเบรคยังคงสภาพดีอยู่
ฮอด-เชียงใหม่ ใช้เวลาไป 10 ชั่วโมงเต็ม (9-19.00)
สำหรับคนที่ยังไม่ถึงวัยเกษีนณ และเข้าข่ายขาอ่อนหมูทางเรียบอย่างผม
GI ที่ต่ำกว่า 30 ผมจึงลงความเห็นว่ายังไงก็น่าจะขึ้นเขาไหว
(เจ้าของกระทู้ก็เตรียม GI ไว้ต่ำแค่ 20-27 เอง แถมแต่งเบา โหลดน้อย)
หลังจากยิงลงมาถึงกรุงเทพผมก็พักประมาณ 1 เดือนเพราะติดภารกิจที่ร้าน
ปล่อยให้บัดดี้ของผมฉายเดี่ยวไปถึงสตูล
ก่อนจะกลับมาเจอกันที่กรุงเทพอีกครั้ง ปั่นออกจากบ้านแบบฟูลโหลด
ไปพับรถแยกของมีที่ท่ารถทัวร์
และจับรถทัวร์จึ้นเชียงใหม่เพื่อปิดลูปแม่ฮ่องสอนทางเส้นทางสายปาย
ถึงเชียงใหม่เช้า กางรถ ทรงเครื่อง แล้วเริ่มออกปั่นกันเลย
4 วันสำหรับภารกิจปิดลูป และจับรถทัวร์กลับกรุงเทพ
บอกได้เลยว่ากล้ามเนื้อน่องผมเหลวเป๋ว จับโยกแกว่งให้เพื่อนๆดูเลย
มีแต่ต้นขาหลังที่พอจะแข็งๆตึงๆบ้าง
ในการปิดลูป 4 วันหลัง เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการวอร์มอัพ
ผมจึงถนอมร่างกายโดยไม่พยายามลงเกียร์ 2 หากไม่จำเป็น (ช่วงไต่เนิน)
แค่ตั้งสมาธิสั่งพักกล้ามเนื้อขาทันทีที่หมดหน้าที่กดบันได
เมื่อเสียจังหวะ และเริ่มมีิอาการล้า ก็จะพักทันที ป่้องกันการบาดเจ็บ
ถ้ารักษาจังหวะการพักได้ดี ก็กดลากไปได้ยาว
มีอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งชันและลื่นจากตะไคร่ มุขนั่งปลายเบาะใช้ไม่ได้ผล
ยืนกดก็ไม่ได้ ไม่มีน้ำหนักกดที่ล้อหลัง ทำให้ล้อหลังฟรี
จำต้องนั่งเต็มเบาะเพื่อกดล้อหลัง แล้วออกแรงกดบันไดสถานเดียว
วันนั้นเป็นวันที่อยากให้ Brompton มีเกียร์ต่ำกว่า GI29 เจงๆ
ช่วง 4 วันสุดท้าย ยังคงเจอฝนตลอดเส้นทาง
ถนนลื่น และาภาพผ้าเบรคเริ่มออกอ่าการย่ำแย่
ต้องออกแรงบีบก้ามเบรคมากขึ้น ถึงระดับเบรคหอนลั่นดอย
ตลอดเส้นทางควรดื่มน้ำเยอะๆ ปัสสาวะเบ่อยๆ
เพื่อระบายของเสียออกจากร่างกาย ในสภาพใช้งานหนักกว่าชีวิตปกติ
แทบจะเรียกว่า เกียร์เดียวเที่ยว(เยี่ยว)ทั่วดอย บัดดี้ผมกดเกียร์ 2 ทิ้งกันเป็นเนินๆเลย
ทั้งนี้เทคนิคการขี่ขึ้นเขาแต่ละคนอาจแตกต่างกัน
ดังที่ผมกล่าวไว้ว่า จะเล่นรอบเกียร์เบา หรือกดหนักเกียร์หน่วง แล้วแต่กำลังศรัทธาครับ
...
..
.
แก้ไขล่าสุดโดย poommm เมื่อ 19 เม.ย. 2013, 04:00, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง