ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน
ถ้ายังตั้งคำถามว่า "ปั่นได้เร็วแค่ไหน" คนคนนั้นอาจเป็นนักแข่งขัน แต่ไม่ใช่นักปั่นทัวร์ริ่ง
ถ้ายังตั้งคำถามว่า "ปั่นได้ไกลแค่ไหน" คนคนนั้นอาจเป็นนักทำลายสถิติ แต่ก็ยังไม่ใช่นักปั่นทัวร์ริ่งอยู่ดี
เพราะนักทัวร์ริ่งที่ดีนั้น... เกือบจะอิสระจากความเร็ว และต่อเวลา
1. จุดประกาย
เชื่อว่ามีนักปั่นจักรยานมากมายที่คิดฝันอยากจะปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง บางคนเคยออกทริปไกลๆ มาแล้ว บางคนยังปั่นหน่อมแน๊มอยู่ไกล้ๆ นักปั่นระดับอาชีพ หญิง หรือชาย ทุกคนล้วนสามารถปั่นจักรยานแนวทัวร์ริ่งได้หมด เพราะการทัวริ่งถ้าให้สื่อความหมายอย่างคร่าวๆ "มันมิใช่แค่การปั่นจักรยานท่องเที่ยว แต่มันคือการเดินทางโดยใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก หรือแม้แต่เป็นพาหนะเดียว จากต้นทางจนถึงปลายทาง" ซึ่งทุกคน หรือทุกกลุ่มสามารถออกแบบการเดินทางให้เหมาะสม ยืดหยุ่น เป็นแบบฉบับของตัวเองได้ และด้วยการเคลื่อนที่โดยกลจักรที่มีคนเป็นเครื่องยนต์ ย่อมต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ความเหน็ดเหนื่อย โดยมีประสบการณ์ และความภูมิใจเป็นรางวัล
โลกของเราในวันนี้ มียวดยานมากมายที่เร็วกว่าจักรยาน หลายคนตั้งคำถามว่า "แล้วทำไมต้องปั่นจักรยานไปไกลๆ ด้วย" คำตอบง่ายๆ คือ การออกไปทัวร์ริ่งมันต่างออกไปจากนั่งรถขึ้นเครื่องบินมากนัก และเป้าหมายของการปั่นมันไม่ใช่แค่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือการซึมซับทุกช่วงเวลาระหว่างจุดเริ่มต้น กับจุดหมายปลายทาง และนี่คือสิ่งที่นักปั่นหลายต่อหลายคนยืนยันว่า การปั่นทัวร์ริ่งถือได้ว่าเป็นที่สุดอย่างหนึ่งของการปั่นจักรยาน เพราะมันคือการตอบคำถามถึงที่มาว่าจักรยานเป็นพาหนะที่ถูกใช้งานจริง อย่างสมบุกสมบันได้
มาถึงตรงนี้ นักปั่นหลายคนอยากลิ้มลองรสชาดของการทัวร์ริ่งอย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่กล้าบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง มัวแต่นัดแนะ รีรอเพื่อนฝูงบ้าง เถียงไม่ได้ว่าการทัวร์ริ่งนั้นต้องมี กาย ใจ จักรยาน และเวลาประกอบกัน และเมื่อถึงเวลา เงื่อนไขเหล่านี่ก็จะถูกมองข้ามไป เพื่อนำไปสู่การเดินทาง และประสบการณ์ชีวิตใหม่ สำหรับนักทัวร์ริ่งที่มีประสบการณ์แล้ว ย่อมมองหาโอกาสครั้งใหม่สำหรับการเปิดโลกให้กว้างกว่าเดิมเสมอ
2. กาย ใจ และความฝัน
สำหรับการปั่นทัวร์ริ่ง กาย กับใจนั้นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และสองสิ่งนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อร่างกายล้าจนถึงขีดสุด ใจที่เข้มแข็งนี่แหละคือพลังสำรองก็อกสุดท้ายที่มีอยู่ เพราะหากใจคิดไม่สู้แล้ว มันก็โรยแรงตั้งแต่ยังไม่เริ่มปั่น
ด้านร่างกาย การซ้อมอย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับนักปั่นทัวร์ริ่งที่ดี จริงอยู่นักปั่นที่ขาดการฝึกซ้อมก็อาจเสี่ยงเอาดาบหน้าออกทริปและเอาตัวรอดกลับมาได้ แต่การออกทัวร์ริ่งระยะยาว คือการผจญภัยในโลกกว้างที่ยากจะคาดเดา ดังนั้นสภาพร่างกายที่พร้อมจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าปั่นเดี่ยวด้วยแล้วยิ่งต้องดูแลความสมบูรณ์ของร่างกายเป็นพิเศษทีเดียว การปั่นทัวร์ริ่งไม่ใช่การเตรียมตัวออกไปแข่งขัน ดังนั้นการฝึกซ้อมจึงไม่มีความจำเป็นต้องหักโหม แต่มุ่งเน้นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับจักรยานระหว่างการปั่น โจทย์ไม่ใช่การปั่นเร็ว แต่คือการปั่นด้วยความเร็วคงที่ความเร็วหนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ รอบขาก็เช่นเดียวกัน อาจใช้รอบขาที่ช้าลงแต่รอบต้องนิ่งคงที่ เพราะการควบคุมรอบขาในลักษณะนี้ หมายถึงการใช้แรงระหว่างการปั่นน้อยลง ผลคือการรักษาสภาพความสดของกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น ในการฝึกซ้อมอาจปั่นด้วยการใช้เฟืองที่หนักกว่าปกติเล็กน้อย เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเวลาออกเดินทางจริงนั้น เรายังต้องแบกสัมภาระซึ่งอาจมีความหนักร่วมสิบกิโลกรัม หรือว่ามากกว่านั้นติดสอยไปด้วยตลอดทาง ควรฝึกปั่นด้วยการใช้กล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วน ลองหารอบขา คู่เฟืองที่พอเหมาะ ที่เมื่อปั่นแล้วทำให้รู้สึกสบายที่สุด สบายเหมือนปั่นไปได้เรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด
เมื่อฝึกซ้อมให้ฝึกปั่นสบายๆ เป็นระยะทางพอเหมาะ อาจตั้งไว้ที่ประมาณ 50 กิโลเมตร พักทุกๆ 25 กิโลเมตร ปั่นเช่นนี้เป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆ วัน เพื่อให้มีความคุ้นชิน สลับกับการปั่นระยะที่ยาวขึ้นไปอีก ปรับเปลี่ยนลักษณะการฝึกซ้อมตามความเหมาะสมของแต่ละคน ค่อยๆ ฝึกฝน อย่าใจร้อน ความแข็งแรงมิใช่จะได้มาในชั่วข้ามคืน พักผ่อนและหยุดพักให้ร่างกายได้ฟื้นตัว ดังเช่นที่ว่า "การหยุดพักคือส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อม" ให้คำนึงเสมอว่าเมื่อปั่นต้องรู้สึกผ่อนคลาย อย่าให้ร่างกายต้องแบกรับ หรือทนต่อความไม่ลงตัวใดๆ เช่นท่านั่งก้มมากเกินไป อานนั่งเยื้องมากจนปั่นไม่สบาย หรือใช้เกียร์หนักไป เพราะสิ่งเล็กน้อยเมื่อปั่นด้วยระยะทางสั้นๆ อาจไม่ส่งผลกระทบใดๆ แต่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อต้องปั่นไปไกลๆ และนานๆ การปั่นทัวร์ริ่งนั้นเป็นการผสมผสานการใช้กล้ามเนื้อ และระบบหายใจให้ทำงานควบคู่กันไปให้รู้สึกเหนื่อยล้าน้อยที่สุด เพื่อให้ปั่นไได้ไกลและนาน ดังนั้นถ้าถามว่าต้องซ้อมขนาดไหน คำตอบคือซ้อมจนการปั่นจักรยานนั้นกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา ปั่นได้ทุกเมื่อ เหมือนที่มีนักปั่นคนหนึ่งเคยบอกกับผมว่า พอขึ้นจักรยานแล้วมันก็ปั่นไปเองโดยไม่ต้องคิดอะไร ถ้าทำได้ขนาดนี้ล่ะก็ถือได้ว่าดีมากทีเดียว
ด้านหัวใจ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับนักปั่นทัวร์ริ่ง ยิ่งโดยเฉพาะนักปั่นเดี่ยวที่เดินทางไปไกลๆ ตามลำพัง เพราะถ้าหัวใจไม่เข้มแข็ง อดทน แล้วความฝันอาจสลายกลางคันได้ คนเราเมื่อรู้สึกสบายดี เมื่อนั้นก็คิดการใหญ่ใจสู้ แต่จะยังคงมีหัวใจห้าวหาญ ฮึดสู้ ในยามที่สภาพร่างกายอ่อนล้าโรยแรงหรือไม่นั้น นี่คือบททดสอบหัวใจอย่างแท้จริง เรื่องทำนองนี้ซ้อมเอาแรงไว้ก่อนเหมือนกล้ามเนื้อคงไม่ได้ แต่สิ่งที่พอทำได้คือการฝึกตัวเองให้มีสมาธิเมื่อปั่นจักรยาน เมื่อขึ้นนั่งบนอานและเริ่มปั่น ทำใจให้สงบ ใจต้องนิ่งและเยือกเย็น ในโลกกว้่างใบนี้ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งเหนื่อยเปล่า ยิ่งนับระยะจุดหมายก็จะยิ่งไกลออกไป ยิ่งเร่งความเร็วก็เท่ากับเร่งความเหนื่อยล้า แต่หากทำใจให้ร่ม มองโลกที่ผ่านเราไปอย่างช้าๆ เยี่ยงหนทางจะไม่มีวันสิ้นสุดแล้ว นั่นแหละคือหัวใจทัวร์ริ่งที่แท้จริง ลม แดด ฝน ฟ้า คือเพื่อนแท้ระหว่างทาง
ความยากของการทัวร์ริ่งไม่ใช่การปั่นได้ไกล หรือปั่นได้นาน แต่คือการทำทั้งสองอย่างให้สนุก ร่างกาย และหัวใจต้องพร้อมสำหรับสถานการณ์ บางช่วงของการเดินทางอาจต้องปั่นไกลนับร้อยกิโลเมตรติดต่อกันหลายๆ วัน บางครั้งหยุดอยู่กับที่และดื่มกินบรรยากาศไม่ต่างกับหยุดเวลาเอาไว้ การทัวร์ริ่งนั้นไม่มีคำว่าตายตัว แต่เป็นการตามใจภายใต้ท้องฟ้า โดยมีจักรยานคั่นกลางระหว่าง "เรา" และ "พื้นดิน" และไม่ว่าจะฝึกซ้อมมากี่มากน้อย ปั่นตามทฤษฎีจ๋า หรือฝึกมาแบบบ้านๆ แต่เมื่อเริ่มออกเดินทางแล้ว ทุกคนคือนักปั่นทัวร์ริ่งตัวจริง ที่ลืมทุกอย่างจากการฝึกซ้อม และออกเดินทางไปตามความฝัน...
ปั่นจักรยานทัวร์ริ่ง... ก็แค่นั้นเอง...
ขอพักไว้ตรงนี้ก่อนครับ... เดี๋ยวจะมาเขียนต่อนะครับ ตอนต่อไปจะเป็นเรื่อง ตัวจักรยาน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางครับ
ตอนนี้ขอพักทานข้าวก่อนครับ
ถ้ายังตั้งคำถามว่า "ปั่นได้เร็วแค่ไหน" คนคนนั้นอาจเป็นนักแข่งขัน แต่ไม่ใช่นักปั่นทัวร์ริ่ง
ถ้ายังตั้งคำถามว่า "ปั่นได้ไกลแค่ไหน" คนคนนั้นอาจเป็นนักทำลายสถิติ แต่ก็ยังไม่ใช่นักปั่นทัวร์ริ่งอยู่ดี
เพราะนักทัวร์ริ่งที่ดีนั้น... เกือบจะอิสระจากความเร็ว และต่อเวลา
1. จุดประกาย
เชื่อว่ามีนักปั่นจักรยานมากมายที่คิดฝันอยากจะปั่นจักรยานท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง บางคนเคยออกทริปไกลๆ มาแล้ว บางคนยังปั่นหน่อมแน๊มอยู่ไกล้ๆ นักปั่นระดับอาชีพ หญิง หรือชาย ทุกคนล้วนสามารถปั่นจักรยานแนวทัวร์ริ่งได้หมด เพราะการทัวริ่งถ้าให้สื่อความหมายอย่างคร่าวๆ "มันมิใช่แค่การปั่นจักรยานท่องเที่ยว แต่มันคือการเดินทางโดยใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก หรือแม้แต่เป็นพาหนะเดียว จากต้นทางจนถึงปลายทาง" ซึ่งทุกคน หรือทุกกลุ่มสามารถออกแบบการเดินทางให้เหมาะสม ยืดหยุ่น เป็นแบบฉบับของตัวเองได้ และด้วยการเคลื่อนที่โดยกลจักรที่มีคนเป็นเครื่องยนต์ ย่อมต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ความเหน็ดเหนื่อย โดยมีประสบการณ์ และความภูมิใจเป็นรางวัล
โลกของเราในวันนี้ มียวดยานมากมายที่เร็วกว่าจักรยาน หลายคนตั้งคำถามว่า "แล้วทำไมต้องปั่นจักรยานไปไกลๆ ด้วย" คำตอบง่ายๆ คือ การออกไปทัวร์ริ่งมันต่างออกไปจากนั่งรถขึ้นเครื่องบินมากนัก และเป้าหมายของการปั่นมันไม่ใช่แค่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือการซึมซับทุกช่วงเวลาระหว่างจุดเริ่มต้น กับจุดหมายปลายทาง และนี่คือสิ่งที่นักปั่นหลายต่อหลายคนยืนยันว่า การปั่นทัวร์ริ่งถือได้ว่าเป็นที่สุดอย่างหนึ่งของการปั่นจักรยาน เพราะมันคือการตอบคำถามถึงที่มาว่าจักรยานเป็นพาหนะที่ถูกใช้งานจริง อย่างสมบุกสมบันได้
มาถึงตรงนี้ นักปั่นหลายคนอยากลิ้มลองรสชาดของการทัวร์ริ่งอย่างน้อยก็สักครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่กล้าบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง มัวแต่นัดแนะ รีรอเพื่อนฝูงบ้าง เถียงไม่ได้ว่าการทัวร์ริ่งนั้นต้องมี กาย ใจ จักรยาน และเวลาประกอบกัน และเมื่อถึงเวลา เงื่อนไขเหล่านี่ก็จะถูกมองข้ามไป เพื่อนำไปสู่การเดินทาง และประสบการณ์ชีวิตใหม่ สำหรับนักทัวร์ริ่งที่มีประสบการณ์แล้ว ย่อมมองหาโอกาสครั้งใหม่สำหรับการเปิดโลกให้กว้างกว่าเดิมเสมอ
2. กาย ใจ และความฝัน
สำหรับการปั่นทัวร์ริ่ง กาย กับใจนั้นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และสองสิ่งนี้มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อร่างกายล้าจนถึงขีดสุด ใจที่เข้มแข็งนี่แหละคือพลังสำรองก็อกสุดท้ายที่มีอยู่ เพราะหากใจคิดไม่สู้แล้ว มันก็โรยแรงตั้งแต่ยังไม่เริ่มปั่น
ด้านร่างกาย การซ้อมอย่างสม่ำเสมอถือเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับนักปั่นทัวร์ริ่งที่ดี จริงอยู่นักปั่นที่ขาดการฝึกซ้อมก็อาจเสี่ยงเอาดาบหน้าออกทริปและเอาตัวรอดกลับมาได้ แต่การออกทัวร์ริ่งระยะยาว คือการผจญภัยในโลกกว้างที่ยากจะคาดเดา ดังนั้นสภาพร่างกายที่พร้อมจึงมีความจำเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าปั่นเดี่ยวด้วยแล้วยิ่งต้องดูแลความสมบูรณ์ของร่างกายเป็นพิเศษทีเดียว การปั่นทัวร์ริ่งไม่ใช่การเตรียมตัวออกไปแข่งขัน ดังนั้นการฝึกซ้อมจึงไม่มีความจำเป็นต้องหักโหม แต่มุ่งเน้นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับจักรยานระหว่างการปั่น โจทย์ไม่ใช่การปั่นเร็ว แต่คือการปั่นด้วยความเร็วคงที่ความเร็วหนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ รอบขาก็เช่นเดียวกัน อาจใช้รอบขาที่ช้าลงแต่รอบต้องนิ่งคงที่ เพราะการควบคุมรอบขาในลักษณะนี้ หมายถึงการใช้แรงระหว่างการปั่นน้อยลง ผลคือการรักษาสภาพความสดของกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น ในการฝึกซ้อมอาจปั่นด้วยการใช้เฟืองที่หนักกว่าปกติเล็กน้อย เพราะอย่าลืมว่าเมื่อเวลาออกเดินทางจริงนั้น เรายังต้องแบกสัมภาระซึ่งอาจมีความหนักร่วมสิบกิโลกรัม หรือว่ามากกว่านั้นติดสอยไปด้วยตลอดทาง ควรฝึกปั่นด้วยการใช้กล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วน ลองหารอบขา คู่เฟืองที่พอเหมาะ ที่เมื่อปั่นแล้วทำให้รู้สึกสบายที่สุด สบายเหมือนปั่นไปได้เรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด
เมื่อฝึกซ้อมให้ฝึกปั่นสบายๆ เป็นระยะทางพอเหมาะ อาจตั้งไว้ที่ประมาณ 50 กิโลเมตร พักทุกๆ 25 กิโลเมตร ปั่นเช่นนี้เป็นประจำ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายๆ วัน เพื่อให้มีความคุ้นชิน สลับกับการปั่นระยะที่ยาวขึ้นไปอีก ปรับเปลี่ยนลักษณะการฝึกซ้อมตามความเหมาะสมของแต่ละคน ค่อยๆ ฝึกฝน อย่าใจร้อน ความแข็งแรงมิใช่จะได้มาในชั่วข้ามคืน พักผ่อนและหยุดพักให้ร่างกายได้ฟื้นตัว ดังเช่นที่ว่า "การหยุดพักคือส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อม" ให้คำนึงเสมอว่าเมื่อปั่นต้องรู้สึกผ่อนคลาย อย่าให้ร่างกายต้องแบกรับ หรือทนต่อความไม่ลงตัวใดๆ เช่นท่านั่งก้มมากเกินไป อานนั่งเยื้องมากจนปั่นไม่สบาย หรือใช้เกียร์หนักไป เพราะสิ่งเล็กน้อยเมื่อปั่นด้วยระยะทางสั้นๆ อาจไม่ส่งผลกระทบใดๆ แต่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อต้องปั่นไปไกลๆ และนานๆ การปั่นทัวร์ริ่งนั้นเป็นการผสมผสานการใช้กล้ามเนื้อ และระบบหายใจให้ทำงานควบคู่กันไปให้รู้สึกเหนื่อยล้าน้อยที่สุด เพื่อให้ปั่นไได้ไกลและนาน ดังนั้นถ้าถามว่าต้องซ้อมขนาดไหน คำตอบคือซ้อมจนการปั่นจักรยานนั้นกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา ปั่นได้ทุกเมื่อ เหมือนที่มีนักปั่นคนหนึ่งเคยบอกกับผมว่า พอขึ้นจักรยานแล้วมันก็ปั่นไปเองโดยไม่ต้องคิดอะไร ถ้าทำได้ขนาดนี้ล่ะก็ถือได้ว่าดีมากทีเดียว
ด้านหัวใจ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับนักปั่นทัวร์ริ่ง ยิ่งโดยเฉพาะนักปั่นเดี่ยวที่เดินทางไปไกลๆ ตามลำพัง เพราะถ้าหัวใจไม่เข้มแข็ง อดทน แล้วความฝันอาจสลายกลางคันได้ คนเราเมื่อรู้สึกสบายดี เมื่อนั้นก็คิดการใหญ่ใจสู้ แต่จะยังคงมีหัวใจห้าวหาญ ฮึดสู้ ในยามที่สภาพร่างกายอ่อนล้าโรยแรงหรือไม่นั้น นี่คือบททดสอบหัวใจอย่างแท้จริง เรื่องทำนองนี้ซ้อมเอาแรงไว้ก่อนเหมือนกล้ามเนื้อคงไม่ได้ แต่สิ่งที่พอทำได้คือการฝึกตัวเองให้มีสมาธิเมื่อปั่นจักรยาน เมื่อขึ้นนั่งบนอานและเริ่มปั่น ทำใจให้สงบ ใจต้องนิ่งและเยือกเย็น ในโลกกว้่างใบนี้ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งเหนื่อยเปล่า ยิ่งนับระยะจุดหมายก็จะยิ่งไกลออกไป ยิ่งเร่งความเร็วก็เท่ากับเร่งความเหนื่อยล้า แต่หากทำใจให้ร่ม มองโลกที่ผ่านเราไปอย่างช้าๆ เยี่ยงหนทางจะไม่มีวันสิ้นสุดแล้ว นั่นแหละคือหัวใจทัวร์ริ่งที่แท้จริง ลม แดด ฝน ฟ้า คือเพื่อนแท้ระหว่างทาง
ความยากของการทัวร์ริ่งไม่ใช่การปั่นได้ไกล หรือปั่นได้นาน แต่คือการทำทั้งสองอย่างให้สนุก ร่างกาย และหัวใจต้องพร้อมสำหรับสถานการณ์ บางช่วงของการเดินทางอาจต้องปั่นไกลนับร้อยกิโลเมตรติดต่อกันหลายๆ วัน บางครั้งหยุดอยู่กับที่และดื่มกินบรรยากาศไม่ต่างกับหยุดเวลาเอาไว้ การทัวร์ริ่งนั้นไม่มีคำว่าตายตัว แต่เป็นการตามใจภายใต้ท้องฟ้า โดยมีจักรยานคั่นกลางระหว่าง "เรา" และ "พื้นดิน" และไม่ว่าจะฝึกซ้อมมากี่มากน้อย ปั่นตามทฤษฎีจ๋า หรือฝึกมาแบบบ้านๆ แต่เมื่อเริ่มออกเดินทางแล้ว ทุกคนคือนักปั่นทัวร์ริ่งตัวจริง ที่ลืมทุกอย่างจากการฝึกซ้อม และออกเดินทางไปตามความฝัน...
ปั่นจักรยานทัวร์ริ่ง... ก็แค่นั้นเอง...
ขอพักไว้ตรงนี้ก่อนครับ... เดี๋ยวจะมาเขียนต่อนะครับ ตอนต่อไปจะเป็นเรื่อง ตัวจักรยาน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางครับ
ตอนนี้ขอพักทานข้าวก่อนครับ
- doksompor
- สมาชิก
- โพสต์: 41
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มี.ค. 2013, 13:22
- KopaCaBanA
- ขาประจำ
- โพสต์: 104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.พ. 2013, 11:27
- Tel: 081-648-7332
- team: ปลาหมู
- Bike: Crossway 300D/2014 สีขาว-แดง
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
ปูเสื่อรอด้วยคนครับ ^_^
- PanuOff
- ขาประจำ
- โพสต์: 398
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มิ.ย. 2010, 08:16
- Tel: 086-9369156
- team: Tour BIKE/ อิสระ
- Bike: Surly Only
- ตำแหน่ง: lineID = offpanu
- ไพฑูรย์ 081-841-9557
- ขาประจำ
- โพสต์: 777
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:35
- Tel: 081-841-9557
- team: จักรยานก็ไม่แพงแรงก็ไม่มี
- Bike: รถหนักแวะพักตลอด
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
มารออ่านต่อครับ
แก้ไขล่าสุดโดย ไพฑูรย์ 081-841-9557 เมื่อ 12 เม.ย. 2013, 18:46, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- โบ้เอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1038
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:08
- Tel: 0818414635
- team: STADIUM BIKE
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
ชอบบทความและขอติดตามอ่านด้วยคนครับ
Stadium Bike Club======>www.stadiumbike.com
แนวTOURINGน้องใหม่====>มิตรภาพเพื่อนเก่าบนหลังอาน Old Friends Bike Trip
แนวTOURINGน้องใหม่====>มิตรภาพเพื่อนเก่าบนหลังอาน Old Friends Bike Trip
- อยากรู้เช็คIPจิอิอิ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1705
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 09:21
- Tel: I am Gary Fisher
- team: PTT Bike Race
- Bike: Gary Fisher Bigsur 2000 / Gary Fisher X-Caliber 1998 / Surly Troll / Trek Madone 2.3 (2013) / Bianchi Sampre 2011
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
ชอบมากๆครับ
ว่าแต่ผมอายุ 33 สูง 179 เหมาะกับ"เสือผู้หญิง" ไซด์ไหนครับ

ว่าแต่ผมอายุ 33 สูง 179 เหมาะกับ"เสือผู้หญิง" ไซด์ไหนครับ
Dirt road adventures across the world.
"ถ้าใจถึง.....ก็ไปถึง"
"ถ้าใจถึง.....ก็ไปถึง"
- foresthang
- ขาประจำ
- โพสต์: 1571
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 16:13
- Tel: 088-7687291
- team: เพียง๒ล้อกับ๑ใจก็ไปได้
- Bike: Surly LHT
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
จะบอกว่ามารอตอนต่อไป.....
จะถามว่าเสือผู้หญิงมีแล้วเก็บที่บ้านรวมกับเสือหมอบเสือภูเขาได้ไหม...
จะถามว่าเสือผู้หญิงมีแล้วเก็บที่บ้านรวมกับเสือหมอบเสือภูเขาได้ไหม...
-
Sawat_Mekpayap
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2012, 17:20
- Tel: 0814574032
- Bike: trek
- KopaCaBanA
- ขาประจำ
- โพสต์: 104
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.พ. 2013, 11:27
- Tel: 081-648-7332
- team: ปลาหมู
- Bike: Crossway 300D/2014 สีขาว-แดง
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
ไปทานข้าวนานจัง ^_^
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
ตอนนี้เขียนต่อจากเดิมใน ตอนที่ 2 แล้วครับ
สำหรับ ตอนที่ 3 รอติดตามนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=679943
ตอนนี้เขียนต่อจากเดิมใน ตอนที่ 2 แล้วครับ
สำหรับ ตอนที่ 3 รอติดตามนะครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=679943
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
รอติดตามต่อครับ
- Aud Phuket
- ขาประจำ
- โพสต์: 233
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 23:34
- Bike: bianchi, giant
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
พี่ออกหนังสือเลย ชอบสำนวนจัง
Anyone who rides a bike is a friend of mine.
- takiang
- ขาประจำ
- โพสต์: 146
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2012, 13:52
- Bike: Dahon Broadwalk
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
โดนใจมากครับ 
- ศักดิ์ชัย
- ขาประจำ
- โพสต์: 134
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 เม.ย. 2013, 20:40
- Tel: 0897522884
- team: Mkn Touring /ระยองขับไทรทัน
- Bike: TREK 520
- ตำแหน่ง: ระยอง
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน... ตอนที่ 1
รอติดตามเหมือนกันครับ