T_lek เขียน:มาปูเสื่อรอครับ...
![]()
![]()
......ทัวริ่ง+ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน โดย พี่ประจันต์ศรี ..........ขี่จักรยานเที่ยวกัมพูชาอ่านตรงนี้ ครับ.......
ผู้ดูแล: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
กฏการใช้บอร์ด
จำหน่ายจักรยาน(เก่าญี่ปุ่น) เสือภูเขาโครโมลี-อลูมิเนียมแบบตะเกียบ พร้อมซ่อมและโมดิฟายด์เสือภูเขาทางเรียบ-จักรยานเดินทางไกล โทร. 0814881440
จำหน่ายจักรยาน(เก่าญี่ปุ่น) เสือภูเขาโครโมลี-อลูมิเนียมแบบตะเกียบ พร้อมซ่อมและโมดิฟายด์เสือภูเขาทางเรียบ-จักรยานเดินทางไกล โทร. 0814881440
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- T_lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 622
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2011, 07:40
- Tel: 0818914972
- team: TEPSATREE CYCLING CLUB (รถถีบค่ายเืทพ)
- Bike: PEUGEOT Black Rock Cromo By MJ
- ตำแหน่ง: นครศรีธรรมราช
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
่ประจันทร์ศรี เขียน:T_lek เขียน:มาปูเสื่อรอครับ...
![]()
![]()
ขอบคุณครับ ท่าน T-lek
เห็นบรรยากาศแล้วอยากไปด้วย แต่ไม่สะดวกด้วยห่างไกล และเวลาที่มีจำกัดครับ..
ปั่นไม่ไว แต่จะ ไปให้ถึง
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
เล่าตอนขากลับจากพระตะบอง
เพื่อความบันเทิง ...อ่านเล่น ๆ เพลิน ๆ นะครับ
เกริ่นนำ ก่อนเล่าเรื่องตอนขากลับ
ขี่จักรยานไปพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ครั้งนี้ เพราะชื่นชอบในการขี่จักรยานไกล ๆ เป็นหลัก ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าจะได้อะไร
จะเป็นอย่างไร ขอให้ได้ขี่จักรยานไปไกล ๆ ไปที่ไม่เคยไปมันตื่นเต้นดีครับ...
การเตรียมตัว ก็ทำเท่าที่มีเวลาและคิดได้
เรื่องคน ก็สำรวจตัวเองว่าพร้อมมากน้อยแค่ไหน จะปั่นแบบบุก หรือปั่นแบบรักษาจังหวะ ทั้งนี้ก็เอาเวลา และระยะทางมาพิจารณา ....ปรึกษากันแล้ว ...ตกลงปั่นแบบ M.J.
คือ เฉลี่ยกำลังให้พอดีกับระยะทาง ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน เจ็บก้นก็หยุด ชามือก็สลัดมือแก้ ไม่ผลักดันตัวเอง ตัว + ใจ + จักรยานรวมเป็นหนึ่งเดียว
(จนบางครั้งลืมไปว่ามีเพื่อนร่วมทาง)


ของใช้ ก็มีเสื้อผ้า ถุงเท้า กกน.ไปเปลี่ยน ยางในอะไหล่ ชุดปะยางในรถ สูบลม น้ำมันมะกอกหยอดโซ่ (ท่านประธานเมธา แนะนำ)
ชุดเครื่องมือหกเหลี่ยมแบบพกพา ยาดม ยาอม ยาทาแผลสด ยาแก้ไข ถุงพลาสติกใส่ของกันเปียก เงินค่าอาหาร ค่าที่พักประมาณ 1500 บ.(ค้างต่างแดน 1 คืน)
การขี่จักรยานทางไกลครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อหาประสบการณ์ และไปเพราะชื่นชอบการปั่นนะครับ
ประสบการณ์ตอนขาไป
ระยะทาง ขาไป 106 กม. เป็นการขี่เวลากลางวัน ๖๘ กม. ต่อด้วยขี่กลางคืนอีก 38 กม.
ตอนกลางวัน ก็เจอแดดร้อน ๆ เป็นหลัก ขึ้นเนินยาว ๆ เสริม โดนฝนหนึ่งห่าเล็ก ๆ
(เสื้อ MJ.ตัวใหม่หลังเปื้อนเลย) ตบรางวัลด้วยการไหลลงเนินเล็กน้อย
ตอนกลางคืน โดยทั่วไป กลิ่นอายของสงครามภายในกัมพูชายังมิทันจางหายสนิท
บรรยากาศนอกเขตเมืองจึงดูวังเวง เงียบขรึม (ต่างจากเงียบสงบนะครับ) มีบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่สองข้างทาง ตั้งอยู่ห่างกันเป็นระยะ
บางหลังเปิดไฟแรงเทียนต่ำเพียงดวงเดียว (ประหยัด ค่าไฟแพงมาก) ส่วนบางหลังมืดสนิทตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ดีว่ารถคุณเล็กมีไฟส่องสว่างหน้า
หลัง ข้าง และบนหัว แต่ก็แหวกความมืดไปได้ประมาณ ๕ ม. รู้ว่าไม่มีหลุม เจ้าประกิมทำความเร็วยืนอยู่ 25 + ตลอด รางวัลช่วงนี้คือ
อากาศเย็นสบาย ทางลาดลงเข้าสู่ตัวเมืองพระตะบอง ผ่านชุมชนมีแสงไฟให้มองเห็นทาง มีความรู้สึกว่า 38 กม. อยากจะปั่นรวดเดียว
แต่ก็ต้องรักษามารยาทในการขี่ จึงพักเอาแรงอีกหนึ่งจุด เหลือ 16 กม.ช่วงสุดท้าย รถราบนถนนใหญ่ก็เบาบาง เจ้าประกิม นำแบบม้วนเดียวจบ
ไปละล้าละลังอีตอนจะเข้าเมือง น้องโยได้ทีขึ้นหน้า พาซอกแซกไปตามเส้นทางเดิมเข้าเมือง แคบ ขรุขระ แต่ก็มีไฟทางเป็นสิ่งตอบแทน
ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย วงเวียนอนุสาวรีย์ตาบองขะยูง สัญลักษณ์เมืองพระตะบอง สำรวจตัวเอง ทั้งสองไม่มีอาการบอบช้ำ
มีเพียงแต่อาการเมื่อยล้าจากการเดินทาง แล้วก็เข้าพัก รร.ในตัวเมืองพระตะบอง รับอาหารเย็น พักผ่อนนอนหลับเป็นตายเลยครับ

สรุป ถ้าถนนดี คนพร้อม รถดี มีไฟส่องทางพอ ปั่นกลางคืน มีความสุขมาก ๆๆๆ ครับ
เช้าวันที่ 1 เม.ย.56 โปรแกรมต้องเดินทางกลับประเทศไทย
ตื่นนอน 0630 น. สำรวจตัวเอง.....คุณเล็กเป็นไงบ้าง ? ไปต่อได้ครับพี่... รู้สึกขาตึง ๆ ทำท่ากายบริหาร ยืดเส้นบิดตัวไปมา สลัดแขน สลัดขา
อาบน้ำเสร็จ สดชื่นเหมือนเดิม..
0720 ออกจากโรงแรม ขี่รถตามกันไปที่วงเวียนตาบองขะยูง ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกครั้ง
ขี่รถวนรอบเมือง สอดส่ายสายตาหาจักรยานมือปั่น ตามบัญชาของท่านประธานเมธา ฯ ...
ไม่เจอ (ขออนุญาตท่านประธานเมธาฯ ไปอีกรอบนะครับ) แล้วก็วนเวียนไปตามถนนในตัวเมืองพระตะบอง ที่หมายร้านอาหารเช้าที่คนนิยม...
..เช้านี้รับก๋วยเตี๋ยวเป็ด กะเนื้อ คนละ 2
..แนะนำให้คุณเล็กลองพริกสดดองแบบโบราณ ตอนแรกก็ลังเล ..พอได้ชิมแล้ก็เอาใหญ่เลย
บอกว่า....ชอบ...แถมด้วย ซาราเปาอีก 1....เกลี้ยง


ออกจากร้านอาหาร ขี่จักยานวนดูตลาดบ้านเมืองเขา แวะเข้าไปชมสถาปัตยกรรมที่
วัดดำไรซอ (วัดช้างขาว) เขาว่าอดีตกษัตริย์ไทยเคยมาที่นี่
เสร็จแล้วปั่นลัดเลาะออกนอกตัวเมือง มาหยุดที่ปั้นน้ำมันนอกตัวเมือง ตั้งหลัก
ปรึกษาการเดินทาง ...




...เราจะปั่นอย่างไร …ให้คุณเล็กนำ...หยุดพักตามกำลัง....ไม่ต้องคำนึงถึงด่านปิดสองทุ่ม ...ประสานข้ามแดนได้ทุกเวลา ......

1004 น. ล้อหมุน ประกิมนำ น้องโยตาม ....แดดเริ่มแรง สวนลมนิด ๆ ทางราบแต่เนินสูงขึ้นทีละนิด .......
..แผ่นหลังรู้สึกร้อน ..ปั่นมาแบบสบาย ๆ ใกล้ถึงพนมซอมโปว (เขาสำเภา) จวบกับนักเรียนพักกินข้าวกลางวัน ขี่จักรยานสวนมาหลายคัน
ทักทายผู้เดินทาง ..ฮัลโล.ๆๆ (พักเที่ยง 11โมง กินข้าว-ผักผ่อน เข้าเรียนอีกทีบ่ายสอง เลิกห้าโมงเย็น (แบบฝรั่งเศสครับ))

มาได้ 10 กว่า กม. คุณเล็กบอก หยุดก่อนนะพี่....ได้เลยครับ...แวะจอดหน้าร้านขายของ
เจ๊..เจ้าของร้านตื่นเต้น ตะโกนเรียกลูกสาว....โอนเลียน ๆ (หนูเร็วๆ) เมียนพะรังเมา (มีฝรั่งมา) ลูกสาววัยกระเตาะ (ประมาณก่อนวัยรุ่น) ออกจากหลังบ้านมาต้อนรับ
..ผู้เดินทางถาม...ตึกซดตรอเจี๊ยะเมียนออด (น้ำเย็น ๆ มีไหมครับ) เมียนจ๊ะ (มีจ๊ะ) โซมปรีตอบ (ขอสองขวดครับ) ตึกเก๊าะอนามัยเมียนอ้อด (น้ำแข็งอนามัยมีไหมครับ)
เมียนจ๊ะ (มีจ๊ะ) ..โซมมวยกะโล (ของ 1 กก.) ถูกใจคุณเล็กมาก .... ดื่มน้ำเย็น ๆ จนอิ่ม แถมกรอกใส่กระติกจนเต็ม ขะยมโซมเลีย (พวกผมขอลาก่อนนะครับ)
จ๊ะ ออกุน ซกสบายตามเพลานะ (จ๊ะ ขอบคุณ สุขสบายตามทางนะ)

เดินทางต่อ ตะวันอยู่กลางกระหม่อมพอดี ไม่มีเมฆมาบังสักก้อน ..รับเต็ม ๆ น้ำที่เติมเข้าไปก็หลั่งไหลออกทางขุมขนแทบทุกรู ...ได้อีก 12 กม. ถึง บ.สะเดา
อ.รัตมณฑล ....พี่พักก่อนนะ...ได้เลยครับ...โน้นตึกใหญ่หลังคาแดง.....จอดพักอีกจุด เป็นร้านอาหารใหญ่สุดในสะเดา แต่มาเวลานี้ไม่มีเมนูให้เลือก เหลือข้าวผัดแบบกัมพูชาอย่างเดียว
..คนละ 1...เสร็จจ่ายลุย (เงิน) เงินที่จ่ายง่ายในกัมพูชาทางด้าน พระตะบอง โพธิสัต ไพลิน เสียมราฐ มี ดอลล่าห์ US และ เงินบาทไทย ...มีทอนด้วย

พึ่งมาได้ 30 กว่าโล เหลือระยะทางกว่า 70 กม. หันหน้าสู้ตะวันด้วย ทางก็ยังราบเนินขึ้นไม่หยุด ...
ออกจาก บ.สะเดา เจ้าประกิม นำ ไม่เปลี่ยน น้องโย ตามเกาะสบาย ปั่นเบาแรง ช่วงนี้ทางเปลี่ยวสองข้างทางมีป่าละเมาะ ต้นไม้ก็มีแต่ลูกไม้เล็ก ๆ ไม่มีร่มเงาข้างทางให้หลบร้อน
พระอาทิตย์เปล่งแสงเต็มที่ เมฆมีก็ไม่ช่วยบัง ปล่อยให้ทั้งสองขี่จักรยานตากแดด สวนลม แรงกายชักจะหดลงทุกที ๆ
แต่แรงใจยังสู้ สองขาไม่หยุดปั่น รถคู่ใจก็ไร้ปัญหา ชีวิตมีรสชาดดีแท้ ..แวบ ...ความคิด ..จะพากันมาทรมารสังขารทำไม..(กิเลสมาร มาขวางกั้นไม่ให้ทำดี)
...เดินทางมาได้เกือบ 50 กก.ก็ถึงแยก บ้านเจียว หยุดพัก เติมน้ำ + น้ำแข็ง อีกครั้ง .... คุณเล็กเปรยว่า มาได้กว่า 50 กม. ยังไม่มีลงเนินเป็นรางวัลเลย
...พักนานหน่อยนะพี่.......ได้ครับ..ไม่ได้รีบอะไร ....ปะพี่ไปต่อ….

ออกจากบ้านเจียว เจ้าประกิมยังนำเหมือนเดิม เริ่มมีลงเนินเป็นรางวัลปลอบใจแล้ว แดดก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลง อากาศก็เย็นลง บรรยยากาศ
ข้างหน้าท้องฟ้าครึ้ม
ต้องเชื่อครับว่า ทางลงเนินเป็นของเจ้าประกิม ไหลลงได้นิ่ง มั่นคงมาก สังเกต คุณเล็กหยุดปั่น (พักขา) เจ้าประกิมยังดิ่งไปข้างหน้าเหมือนถูกแม่เหล็กดูด
สีหน้าคนขี่ดีขึ้น มาได้อีก 22 + กม. ถึงบ้านกรอจับ แวะหยุดพักหน้าตลาดใหม่ มีเหลือเปิดร้านอยู่ไม่กี่ร้าน เย็นแล้วครับ
จุดนี้ดื่มน้ำที่ติดตัวไป มองไปข้างหน้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก ....ชวนกัน ...ปะพี่ไปต่อ..

ออกจากบ้านกรอจับ เป็นทางที่เจ้าประกิมชอบ ขึ้นเนิน ลงเนินยาว ๆ สอง สามครั้ง ได้มา 14 กม. ถึง จังหวัดไพลิน หยุดพักอีกครั้ง
ดื่มน้ำเย็น ๆ ใส่น้ำแข็งอนามัย ชื่นใจ ....จุดนี้พักไม่นาน ...เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว เหลือระยะทางถึงด่านชายแดนอีก 20 กม. ไม่อยากให้มืดมาก ...คุณเล็ก.. ไปเถอะ...ครับพี่..
เจ้าประกิมนำ ออกจากตัวเมืองไพลินมาได้ 8 กม. ความมืดเริ่มแผ่มาปกคลุมพื้นที่ ฟ้าก็เริ่มร้องเบา ๆ ค่อย ๆ คำรามกึกก้องขึ้นเรื่อย ๆ ผสานกับฟ้าแลบ
มีเสียงเปรี้ยงป้างเป็นระยะ สองข้างทางเปลี่ยว เส้นทางขึ้นเนิน ลงเนินสลับกัน หยุดรถเปิดไฟ ..คุณเล็กได้ไหม..ไม่หลบฝนนะ อีกไม่ไกลถึงด่านแล้ว
...ได้ครับพี่ ... ช้า ๆ นะ ไม่ต้องรีบ...ครับพี่ คุยกันยังไม่จบดี
ฝนมาอย่างฟ้ารั่ว ลมกรรโชกจนรถเซ ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ สลับกันอยู่ตลอดเวลา เนื้อตัวเปียกปอน รถคู่ใจก็ยังพาเจ้าของลุยแบบไม่กลัวอุปสรรคใด ๆ
ทางช่วงนี้ขึ้นเนินน้อย ลงเนินเยอะ เบรกครับได้ใช้อย่างคุ้มค่า ...อย่าลืมตรวจสอบเบรกก่อนออกทริปต่อไปนะคุณเล็ก.... ยอมรับ เบรกเยี่ยม มั่นคง
กำปล่อย จึก ๆ ๆ ๆ เหมือน ABS สลับกับเลียเบรกให้รถชะลอความเร็ว รถค่า M.J. เบรกดี ไหลลงเนินมั่นคง ไม่มีสะบัด เซ ส่ายสักนิดเดียว มีสติระวังอยู่ตลอดเวลา
หายใจทางปาก น้ำฝนตกใส่ศีรษะไหลผ่านเข้าปาก เค็มมากครับ หายใจเข้าทางปากน้ำเข้าเต็มปากพอดี หายใจออกก็พ่นน้ำออกมาด้วย ทำอยู่อย่างนี้ตลอดทาง
....เมื่อไหร่จะหายเค็มสักที ..จะได้อมน้ำฝนกลั้วคอบ้าง เค็มอยู่สักพักใหญ่แล้วค่อย ๆ จืดลง อมน้ำฝนกลั้วคอได้ สดชื่นครับ บนเส้นทาง นาน ๆ จะมีรถตาม หรือ สวนสักคัน
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตนจริง มาได้ครึ่งทาง
คุณเล็กตะโกนถาม อีกไกลไหมพี่.....ใกล้ถึงแล้ว....ลงเนินอีกสองครั้งก็ถึงแล้ว.....ค่อย ๆ ไป ...ครับพี่... ระยะทางประมาณ 12 + กม.
ฝนตกหนัก ลมกรรโชก ฟ้าร้อง ฟ้าแลบตลอด.....ตอนนั้นผู้เขียนกลัวเหมือนกัน กลัวความมืด กลัวฟ้าคะนอง กลัวฟ้าผ่า กลัวอุบัติเหตุ......
คุณเล็ก....เป็นไงไม่รู้....
ดั้นด้นฝ่าสายฝนมาเรื่อย ๆ แล้วก็มองเห็นแสงไฟบริเวณด่านชายแดน ใจชื้นกลับคืนมา
ขึ้นเนินสุดท้าย แล้วปล่อยไหลลงเนิน เลียเบรกให้รถค่อย ๆ ไหลลง ถึง ตม.ฝั่งกัมพูชา
ในสภาพที่เปียกปอน เสื้อผ้าร่างกายสะอาด (ถูกน้ำฝนชะล้าง)
กายหนาวสั่น มือชามาก .... เพื่อนฝูง ตม.เขมรเห็น ตกใจ .....ทักทาย ..ไปไง ..มาไง จัดการหนังสือเดินทางฝั่งกัมพูชาเสร็จ ขึ้นรถปั่นต่อถึงพรมแดนไทย – กัมพูชา
จัดการหนังสือเดินทางเรียบร้อย ขึ้นรถกระบะพรรคพวกมาส่งถึงที่พัก 2 ทุ่มกว่า ..ชวนคุณเล็กนอนด้วย ตื่นเช้าค่อยไป ..... คุณเล็ก...ไม่เป็นไรพี่ ขอบคุณมาก
..พรุ่งนี้มีงานเช้า ....อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ขอลา ขับรถกระบะพาเจ้าประกิม เดินทางกลับ กทม. ในคืนนั้น ...สัจธรรมครับ...
....เมื่อมีพบจึงมีจาก ...
.........ขอให้เดินทางถึงที่หมายด้วยความปลอดภัยนะครับคุณเล็ก...........
สวัสดีครับ
.....เอ...ได้อะไรบ้างจากการขี่จักรยานทางไกลไปเที่ยวพระตะบองครั้งนี้....
......ขอนึกทบทวนก่อนนะครับ......ถ้านึกได้ คิดออก จะมาเล่าให้ฟังอักสักนิดครับ
.....ขอบคุณครับ..... 
เพื่อความบันเทิง ...อ่านเล่น ๆ เพลิน ๆ นะครับ
เกริ่นนำ ก่อนเล่าเรื่องตอนขากลับ
ขี่จักรยานไปพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ครั้งนี้ เพราะชื่นชอบในการขี่จักรยานไกล ๆ เป็นหลัก ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าจะได้อะไร
จะเป็นอย่างไร ขอให้ได้ขี่จักรยานไปไกล ๆ ไปที่ไม่เคยไปมันตื่นเต้นดีครับ...
การเตรียมตัว ก็ทำเท่าที่มีเวลาและคิดได้
เรื่องคน ก็สำรวจตัวเองว่าพร้อมมากน้อยแค่ไหน จะปั่นแบบบุก หรือปั่นแบบรักษาจังหวะ ทั้งนี้ก็เอาเวลา และระยะทางมาพิจารณา ....ปรึกษากันแล้ว ...ตกลงปั่นแบบ M.J.
คือ เฉลี่ยกำลังให้พอดีกับระยะทาง ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็พัก หิวก็กิน เจ็บก้นก็หยุด ชามือก็สลัดมือแก้ ไม่ผลักดันตัวเอง ตัว + ใจ + จักรยานรวมเป็นหนึ่งเดียว
(จนบางครั้งลืมไปว่ามีเพื่อนร่วมทาง)

ของใช้ ก็มีเสื้อผ้า ถุงเท้า กกน.ไปเปลี่ยน ยางในอะไหล่ ชุดปะยางในรถ สูบลม น้ำมันมะกอกหยอดโซ่ (ท่านประธานเมธา แนะนำ)
ชุดเครื่องมือหกเหลี่ยมแบบพกพา ยาดม ยาอม ยาทาแผลสด ยาแก้ไข ถุงพลาสติกใส่ของกันเปียก เงินค่าอาหาร ค่าที่พักประมาณ 1500 บ.(ค้างต่างแดน 1 คืน)
การขี่จักรยานทางไกลครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อหาประสบการณ์ และไปเพราะชื่นชอบการปั่นนะครับ
ประสบการณ์ตอนขาไป
ระยะทาง ขาไป 106 กม. เป็นการขี่เวลากลางวัน ๖๘ กม. ต่อด้วยขี่กลางคืนอีก 38 กม.
ตอนกลางวัน ก็เจอแดดร้อน ๆ เป็นหลัก ขึ้นเนินยาว ๆ เสริม โดนฝนหนึ่งห่าเล็ก ๆ
(เสื้อ MJ.ตัวใหม่หลังเปื้อนเลย) ตบรางวัลด้วยการไหลลงเนินเล็กน้อย
ตอนกลางคืน โดยทั่วไป กลิ่นอายของสงครามภายในกัมพูชายังมิทันจางหายสนิท
บรรยากาศนอกเขตเมืองจึงดูวังเวง เงียบขรึม (ต่างจากเงียบสงบนะครับ) มีบ้านเรือนของชาวบ้านอยู่สองข้างทาง ตั้งอยู่ห่างกันเป็นระยะ
บางหลังเปิดไฟแรงเทียนต่ำเพียงดวงเดียว (ประหยัด ค่าไฟแพงมาก) ส่วนบางหลังมืดสนิทตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ดีว่ารถคุณเล็กมีไฟส่องสว่างหน้า
หลัง ข้าง และบนหัว แต่ก็แหวกความมืดไปได้ประมาณ ๕ ม. รู้ว่าไม่มีหลุม เจ้าประกิมทำความเร็วยืนอยู่ 25 + ตลอด รางวัลช่วงนี้คือ
อากาศเย็นสบาย ทางลาดลงเข้าสู่ตัวเมืองพระตะบอง ผ่านชุมชนมีแสงไฟให้มองเห็นทาง มีความรู้สึกว่า 38 กม. อยากจะปั่นรวดเดียว
แต่ก็ต้องรักษามารยาทในการขี่ จึงพักเอาแรงอีกหนึ่งจุด เหลือ 16 กม.ช่วงสุดท้าย รถราบนถนนใหญ่ก็เบาบาง เจ้าประกิม นำแบบม้วนเดียวจบ
ไปละล้าละลังอีตอนจะเข้าเมือง น้องโยได้ทีขึ้นหน้า พาซอกแซกไปตามเส้นทางเดิมเข้าเมือง แคบ ขรุขระ แต่ก็มีไฟทางเป็นสิ่งตอบแทน
ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย วงเวียนอนุสาวรีย์ตาบองขะยูง สัญลักษณ์เมืองพระตะบอง สำรวจตัวเอง ทั้งสองไม่มีอาการบอบช้ำ
มีเพียงแต่อาการเมื่อยล้าจากการเดินทาง แล้วก็เข้าพัก รร.ในตัวเมืองพระตะบอง รับอาหารเย็น พักผ่อนนอนหลับเป็นตายเลยครับ
สรุป ถ้าถนนดี คนพร้อม รถดี มีไฟส่องทางพอ ปั่นกลางคืน มีความสุขมาก ๆๆๆ ครับ
เช้าวันที่ 1 เม.ย.56 โปรแกรมต้องเดินทางกลับประเทศไทย
ตื่นนอน 0630 น. สำรวจตัวเอง.....คุณเล็กเป็นไงบ้าง ? ไปต่อได้ครับพี่... รู้สึกขาตึง ๆ ทำท่ากายบริหาร ยืดเส้นบิดตัวไปมา สลัดแขน สลัดขา
อาบน้ำเสร็จ สดชื่นเหมือนเดิม..
0720 ออกจากโรงแรม ขี่รถตามกันไปที่วงเวียนตาบองขะยูง ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกครั้ง
ขี่รถวนรอบเมือง สอดส่ายสายตาหาจักรยานมือปั่น ตามบัญชาของท่านประธานเมธา ฯ ...
ไม่เจอ (ขออนุญาตท่านประธานเมธาฯ ไปอีกรอบนะครับ) แล้วก็วนเวียนไปตามถนนในตัวเมืองพระตะบอง ที่หมายร้านอาหารเช้าที่คนนิยม...
..เช้านี้รับก๋วยเตี๋ยวเป็ด กะเนื้อ คนละ 2
..แนะนำให้คุณเล็กลองพริกสดดองแบบโบราณ ตอนแรกก็ลังเล ..พอได้ชิมแล้ก็เอาใหญ่เลย
บอกว่า....ชอบ...แถมด้วย ซาราเปาอีก 1....เกลี้ยง
ออกจากร้านอาหาร ขี่จักยานวนดูตลาดบ้านเมืองเขา แวะเข้าไปชมสถาปัตยกรรมที่
วัดดำไรซอ (วัดช้างขาว) เขาว่าอดีตกษัตริย์ไทยเคยมาที่นี่
เสร็จแล้วปั่นลัดเลาะออกนอกตัวเมือง มาหยุดที่ปั้นน้ำมันนอกตัวเมือง ตั้งหลัก
ปรึกษาการเดินทาง ...


...เราจะปั่นอย่างไร …ให้คุณเล็กนำ...หยุดพักตามกำลัง....ไม่ต้องคำนึงถึงด่านปิดสองทุ่ม ...ประสานข้ามแดนได้ทุกเวลา ......
1004 น. ล้อหมุน ประกิมนำ น้องโยตาม ....แดดเริ่มแรง สวนลมนิด ๆ ทางราบแต่เนินสูงขึ้นทีละนิด .......
..แผ่นหลังรู้สึกร้อน ..ปั่นมาแบบสบาย ๆ ใกล้ถึงพนมซอมโปว (เขาสำเภา) จวบกับนักเรียนพักกินข้าวกลางวัน ขี่จักรยานสวนมาหลายคัน
ทักทายผู้เดินทาง ..ฮัลโล.ๆๆ (พักเที่ยง 11โมง กินข้าว-ผักผ่อน เข้าเรียนอีกทีบ่ายสอง เลิกห้าโมงเย็น (แบบฝรั่งเศสครับ))
มาได้ 10 กว่า กม. คุณเล็กบอก หยุดก่อนนะพี่....ได้เลยครับ...แวะจอดหน้าร้านขายของ
เจ๊..เจ้าของร้านตื่นเต้น ตะโกนเรียกลูกสาว....โอนเลียน ๆ (หนูเร็วๆ) เมียนพะรังเมา (มีฝรั่งมา) ลูกสาววัยกระเตาะ (ประมาณก่อนวัยรุ่น) ออกจากหลังบ้านมาต้อนรับ
..ผู้เดินทางถาม...ตึกซดตรอเจี๊ยะเมียนออด (น้ำเย็น ๆ มีไหมครับ) เมียนจ๊ะ (มีจ๊ะ) โซมปรีตอบ (ขอสองขวดครับ) ตึกเก๊าะอนามัยเมียนอ้อด (น้ำแข็งอนามัยมีไหมครับ)
เมียนจ๊ะ (มีจ๊ะ) ..โซมมวยกะโล (ของ 1 กก.) ถูกใจคุณเล็กมาก .... ดื่มน้ำเย็น ๆ จนอิ่ม แถมกรอกใส่กระติกจนเต็ม ขะยมโซมเลีย (พวกผมขอลาก่อนนะครับ)
จ๊ะ ออกุน ซกสบายตามเพลานะ (จ๊ะ ขอบคุณ สุขสบายตามทางนะ)

เดินทางต่อ ตะวันอยู่กลางกระหม่อมพอดี ไม่มีเมฆมาบังสักก้อน ..รับเต็ม ๆ น้ำที่เติมเข้าไปก็หลั่งไหลออกทางขุมขนแทบทุกรู ...ได้อีก 12 กม. ถึง บ.สะเดา
อ.รัตมณฑล ....พี่พักก่อนนะ...ได้เลยครับ...โน้นตึกใหญ่หลังคาแดง.....จอดพักอีกจุด เป็นร้านอาหารใหญ่สุดในสะเดา แต่มาเวลานี้ไม่มีเมนูให้เลือก เหลือข้าวผัดแบบกัมพูชาอย่างเดียว
..คนละ 1...เสร็จจ่ายลุย (เงิน) เงินที่จ่ายง่ายในกัมพูชาทางด้าน พระตะบอง โพธิสัต ไพลิน เสียมราฐ มี ดอลล่าห์ US และ เงินบาทไทย ...มีทอนด้วย
พึ่งมาได้ 30 กว่าโล เหลือระยะทางกว่า 70 กม. หันหน้าสู้ตะวันด้วย ทางก็ยังราบเนินขึ้นไม่หยุด ...
ออกจาก บ.สะเดา เจ้าประกิม นำ ไม่เปลี่ยน น้องโย ตามเกาะสบาย ปั่นเบาแรง ช่วงนี้ทางเปลี่ยวสองข้างทางมีป่าละเมาะ ต้นไม้ก็มีแต่ลูกไม้เล็ก ๆ ไม่มีร่มเงาข้างทางให้หลบร้อน
พระอาทิตย์เปล่งแสงเต็มที่ เมฆมีก็ไม่ช่วยบัง ปล่อยให้ทั้งสองขี่จักรยานตากแดด สวนลม แรงกายชักจะหดลงทุกที ๆ
แต่แรงใจยังสู้ สองขาไม่หยุดปั่น รถคู่ใจก็ไร้ปัญหา ชีวิตมีรสชาดดีแท้ ..แวบ ...ความคิด ..จะพากันมาทรมารสังขารทำไม..(กิเลสมาร มาขวางกั้นไม่ให้ทำดี)
...เดินทางมาได้เกือบ 50 กก.ก็ถึงแยก บ้านเจียว หยุดพัก เติมน้ำ + น้ำแข็ง อีกครั้ง .... คุณเล็กเปรยว่า มาได้กว่า 50 กม. ยังไม่มีลงเนินเป็นรางวัลเลย
...พักนานหน่อยนะพี่.......ได้ครับ..ไม่ได้รีบอะไร ....ปะพี่ไปต่อ….
ออกจากบ้านเจียว เจ้าประกิมยังนำเหมือนเดิม เริ่มมีลงเนินเป็นรางวัลปลอบใจแล้ว แดดก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลง อากาศก็เย็นลง บรรยยากาศ
ข้างหน้าท้องฟ้าครึ้ม
ต้องเชื่อครับว่า ทางลงเนินเป็นของเจ้าประกิม ไหลลงได้นิ่ง มั่นคงมาก สังเกต คุณเล็กหยุดปั่น (พักขา) เจ้าประกิมยังดิ่งไปข้างหน้าเหมือนถูกแม่เหล็กดูด
สีหน้าคนขี่ดีขึ้น มาได้อีก 22 + กม. ถึงบ้านกรอจับ แวะหยุดพักหน้าตลาดใหม่ มีเหลือเปิดร้านอยู่ไม่กี่ร้าน เย็นแล้วครับ
จุดนี้ดื่มน้ำที่ติดตัวไป มองไปข้างหน้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก ....ชวนกัน ...ปะพี่ไปต่อ..
ออกจากบ้านกรอจับ เป็นทางที่เจ้าประกิมชอบ ขึ้นเนิน ลงเนินยาว ๆ สอง สามครั้ง ได้มา 14 กม. ถึง จังหวัดไพลิน หยุดพักอีกครั้ง
ดื่มน้ำเย็น ๆ ใส่น้ำแข็งอนามัย ชื่นใจ ....จุดนี้พักไม่นาน ...เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว เหลือระยะทางถึงด่านชายแดนอีก 20 กม. ไม่อยากให้มืดมาก ...คุณเล็ก.. ไปเถอะ...ครับพี่..
เจ้าประกิมนำ ออกจากตัวเมืองไพลินมาได้ 8 กม. ความมืดเริ่มแผ่มาปกคลุมพื้นที่ ฟ้าก็เริ่มร้องเบา ๆ ค่อย ๆ คำรามกึกก้องขึ้นเรื่อย ๆ ผสานกับฟ้าแลบ
มีเสียงเปรี้ยงป้างเป็นระยะ สองข้างทางเปลี่ยว เส้นทางขึ้นเนิน ลงเนินสลับกัน หยุดรถเปิดไฟ ..คุณเล็กได้ไหม..ไม่หลบฝนนะ อีกไม่ไกลถึงด่านแล้ว
...ได้ครับพี่ ... ช้า ๆ นะ ไม่ต้องรีบ...ครับพี่ คุยกันยังไม่จบดี
ฝนมาอย่างฟ้ารั่ว ลมกรรโชกจนรถเซ ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ สลับกันอยู่ตลอดเวลา เนื้อตัวเปียกปอน รถคู่ใจก็ยังพาเจ้าของลุยแบบไม่กลัวอุปสรรคใด ๆ
ทางช่วงนี้ขึ้นเนินน้อย ลงเนินเยอะ เบรกครับได้ใช้อย่างคุ้มค่า ...อย่าลืมตรวจสอบเบรกก่อนออกทริปต่อไปนะคุณเล็ก.... ยอมรับ เบรกเยี่ยม มั่นคง
กำปล่อย จึก ๆ ๆ ๆ เหมือน ABS สลับกับเลียเบรกให้รถชะลอความเร็ว รถค่า M.J. เบรกดี ไหลลงเนินมั่นคง ไม่มีสะบัด เซ ส่ายสักนิดเดียว มีสติระวังอยู่ตลอดเวลา
หายใจทางปาก น้ำฝนตกใส่ศีรษะไหลผ่านเข้าปาก เค็มมากครับ หายใจเข้าทางปากน้ำเข้าเต็มปากพอดี หายใจออกก็พ่นน้ำออกมาด้วย ทำอยู่อย่างนี้ตลอดทาง
....เมื่อไหร่จะหายเค็มสักที ..จะได้อมน้ำฝนกลั้วคอบ้าง เค็มอยู่สักพักใหญ่แล้วค่อย ๆ จืดลง อมน้ำฝนกลั้วคอได้ สดชื่นครับ บนเส้นทาง นาน ๆ จะมีรถตาม หรือ สวนสักคัน
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตนจริง มาได้ครึ่งทาง
คุณเล็กตะโกนถาม อีกไกลไหมพี่.....ใกล้ถึงแล้ว....ลงเนินอีกสองครั้งก็ถึงแล้ว.....ค่อย ๆ ไป ...ครับพี่... ระยะทางประมาณ 12 + กม.
ฝนตกหนัก ลมกรรโชก ฟ้าร้อง ฟ้าแลบตลอด.....ตอนนั้นผู้เขียนกลัวเหมือนกัน กลัวความมืด กลัวฟ้าคะนอง กลัวฟ้าผ่า กลัวอุบัติเหตุ......
คุณเล็ก....เป็นไงไม่รู้....
ดั้นด้นฝ่าสายฝนมาเรื่อย ๆ แล้วก็มองเห็นแสงไฟบริเวณด่านชายแดน ใจชื้นกลับคืนมา
ขึ้นเนินสุดท้าย แล้วปล่อยไหลลงเนิน เลียเบรกให้รถค่อย ๆ ไหลลง ถึง ตม.ฝั่งกัมพูชา
ในสภาพที่เปียกปอน เสื้อผ้าร่างกายสะอาด (ถูกน้ำฝนชะล้าง)
กายหนาวสั่น มือชามาก .... เพื่อนฝูง ตม.เขมรเห็น ตกใจ .....ทักทาย ..ไปไง ..มาไง จัดการหนังสือเดินทางฝั่งกัมพูชาเสร็จ ขึ้นรถปั่นต่อถึงพรมแดนไทย – กัมพูชา
จัดการหนังสือเดินทางเรียบร้อย ขึ้นรถกระบะพรรคพวกมาส่งถึงที่พัก 2 ทุ่มกว่า ..ชวนคุณเล็กนอนด้วย ตื่นเช้าค่อยไป ..... คุณเล็ก...ไม่เป็นไรพี่ ขอบคุณมาก
..พรุ่งนี้มีงานเช้า ....อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ขอลา ขับรถกระบะพาเจ้าประกิม เดินทางกลับ กทม. ในคืนนั้น ...สัจธรรมครับ...
....เมื่อมีพบจึงมีจาก ...
.........ขอให้เดินทางถึงที่หมายด้วยความปลอดภัยนะครับคุณเล็ก...........
สวัสดีครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
-
rblue
- ขาประจำ
- โพสต์: 682
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 01:32
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
ตอนปั่นกลับ มืด ลงเนิน ลมแรง ฝนหนัก ฟ้าผ่าฟ้าร้อง....กลัวอ่ะครับพี่ แต่ทำไงได้ครับ ก้อได้แต่ภาวนา อย่าล้ม อย่าโดนฟ้าผ่า! ความจิงก้อไม่ได้สาบานอะไรกะใครเลยน่ะครับ แต่กลัวมากครับ พอเห็นด่านก้อ ใจชื้นเลยครับ
ขอบคุณพี่ อีกครั้งครับ ที่พาไป ดูแล เป็นอย่างดี มีของแถมน้ำผึ้ง เพิ่มพลังกลับบ้านอีก 1 ขวด ขอบคุณคร๊าบบบบ
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
สมาชิก M.J.ทั่วประเทศ
จงมีความสุขตลอดไปนะครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- จำรัส ละหานทราย
- ขาประจำ
- โพสต์: 1032
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2011, 10:47
- Tel: 087 261 7279
- team: -
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
ปีใหม่ ขอให้ทุกท่าน สุขภาพดี มีความสุขครับ
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- lagacy_bcn
- ขาประจำ
- โพสต์: 245
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 เม.ย. 2011, 17:57
- Bike: Panasonic L.L.Bean ARAYA
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
สวัสดีครับหัวหน้า
ภาพสวย บรรยายสนุก
ขอติดตามด้วยนะครับ

ภาพสวย บรรยายสนุก
ขอติดตามด้วยนะครับ
Life's Bike
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
ขอบคุณที่ติดตาม
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
สงกรานต์ปี 2556 ไม่ได้กลับบ้าน
เช่นเดียวกับ พี่ทหาร พี่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองฝ่ายต่าง ๆ ที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนเดินทางไป - มาได้ปลอดภัย
เหงานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้น้อยใจในวาสนาหรอกนะครับ คิดว่าใช้กรรม (ไม่รู้ชาติก่อนไปพรากอะไรไว้) ต้องอยู่ห่างครอบครัวติดต่อกันหลายปี
ไม่ได้กลับบ้านก็มีจักรยานนี่ละครับ ปั่นออกกำลังกายบ้าง ไปทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง ข้ามแดนไปต่างประเทศบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นวันนี้
ก่อนวันสงกรานต์ ปั่นจักรยานออกกำลังกาย + ท่องเที่ยวต่างประเทศนิดหน่อยครับ
ก่อนออกจากบ้าน รถฯ ต้องพร้อม โดยเฉพาะลมยาง เคยเติม 60 - 65 ปั่นไกล รู้สึกแข็งเกิน เลยยืน 50 - 52 ครับ

ออกจากที่ตั้งขึ้นไปทางเหนือ 5 กม. ถึง หลัก กม.นี้ และจากตรงนี้ไปอีก 6 กม. ถึงชายแดนไทย - กัมพูชา ครับ

ถ้าลงไปทางใต้เข้า อ.โป่งน้ำร้อน 39 กม. ครับ



ตรงทางแยกเข้า บ.แหลม มีเพิงข้างทาง ขายไก่ย่างวิเชียรบุรี เจ้าของร้านขยัน อัธยาศัยดี ...ไก่ย่างอร่อย....ถ้าผ่านลองชิมดูนะครับ

มีลูกสาวสองคนเล่นเกมส์คอม ฯ อยู่ใกล้ ๆ

เช่นเดียวกับ พี่ทหาร พี่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองฝ่ายต่าง ๆ ที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนเดินทางไป - มาได้ปลอดภัย
เหงานิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้น้อยใจในวาสนาหรอกนะครับ คิดว่าใช้กรรม (ไม่รู้ชาติก่อนไปพรากอะไรไว้) ต้องอยู่ห่างครอบครัวติดต่อกันหลายปี
ไม่ได้กลับบ้านก็มีจักรยานนี่ละครับ ปั่นออกกำลังกายบ้าง ไปทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง ข้ามแดนไปต่างประเทศบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นวันนี้
ก่อนวันสงกรานต์ ปั่นจักรยานออกกำลังกาย + ท่องเที่ยวต่างประเทศนิดหน่อยครับ
ก่อนออกจากบ้าน รถฯ ต้องพร้อม โดยเฉพาะลมยาง เคยเติม 60 - 65 ปั่นไกล รู้สึกแข็งเกิน เลยยืน 50 - 52 ครับ
ออกจากที่ตั้งขึ้นไปทางเหนือ 5 กม. ถึง หลัก กม.นี้ และจากตรงนี้ไปอีก 6 กม. ถึงชายแดนไทย - กัมพูชา ครับ
ถ้าลงไปทางใต้เข้า อ.โป่งน้ำร้อน 39 กม. ครับ
ตรงทางแยกเข้า บ.แหลม มีเพิงข้างทาง ขายไก่ย่างวิเชียรบุรี เจ้าของร้านขยัน อัธยาศัยดี ...ไก่ย่างอร่อย....ถ้าผ่านลองชิมดูนะครับ
มีลูกสาวสองคนเล่นเกมส์คอม ฯ อยู่ใกล้ ๆ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
ขอเล่าต่อ ทริปสงกรานต์ปี 2556 ไม่ได้กลับบ้าน ครับ
ไก่ย่างวิเชียร.... ร้านอร่อย เจ้าของใจดี ..... ถ้ามาจากทาง อ.สอยดาว จะอยู่ทางขวาก่อนเลี้ยวเข้าบ้านแหลมครับ

จากทางสายหลักเรียบชายแดนไทย - กัมพูชา เลี้ยวเข้าไปอีก 4 กม. ถึงจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม

สองข้างทางช่วงนี้จะเป็น ไร่มันสำปะหลัง และ สวนลำไย ของชาวบ้านครับ



ก่อนถึงชายแดนก็จะมีด่านตรวจของ จนท.ทหารพราน (คนไกลบ้านเหมือนกันครับ)

ที่นี่เป็นจุดตรวจสอบแรงงานชาวกัมพูชา ก่อนจะเข้ามาทำงานเก็บผลไม้ ทำสวน ก่อสร้าง ในไทย
เช้านี้เงียบเชียบ พี่น้องชาวกัมพูชาหยุดงาน กลับไปหาครอบครัว ฉลองปีใหม่กับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงตามประเพณีนิยม และให้ความสำคัญมากครับ


เลยมาอีกหน่อยก็จะเป็นที่พักสายตรวจ ของ ตร.สภ.บ้านแปลง มีพี่ดาบตำรวจใจดี ๑ ท่านอยู่ประจำครับ

เข้าสู่บริเวณตลาดการค้าชายแดน จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี


เช้านี้มาเจอ พระสงฆ์วัดบ้านแหลม พาสามเณรรูปน้อยออกบิณฑบาตในตลาดการค้าชายแดน ....อนุโมทนา..สาธุ ..ครับ



ถนนสายหลักในตลาด จะมีร้านค้าแผงลอยขายของจิปาถะ เหล้า เบียร์ บุหรี่ต่างประเทศ (ส่วนมากปลอมครับ) ต้มไข่ตัว (เชื่อว่าเป็นอาหารเสริมพลังชั้นเลิศนะครับ)
แมลงต่าง ๆ ทอด (ระวังใช้น้ำมันทอดซ้ำด้วยนะครับ) 100 % เป็นแม่ค้าชาวเขมร



ที่บริเวณหน้าด่าน ก็มีความคึกคักอยู่บ้าง พี่น้องชาวเขมรข้ามฝั่งมาหาซื้ออาหารสดเตรียมไว้ฉลองสงกรานต์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง

ที่หน้าด่านก็จะมีพี่ ๆ ทหารที่ใส่ชุดลายพราง ทำหน้าที่ตรวจกรองเป็นด่านแรกครับ

ถ่ายรูปที่ป้าย สุดเขตประเทศไทยที่หน้าด่าน ก่อนข้ามแดนไปต่างประเทศ .....

ข้างหลังคือฝั่งไทย

ข้างหน้าคือฝั่งกัมพูชาครับ

บริเวณหน้าด่านฝั่งกัมพูชา หนาแน่นไปด้วยยวดยาน ผู้คนที่เตรียมตัวกลับบ้านไปฉลองสงกราต์ (พี่น้องชาวกัมพูชาถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ครับ)




แวะเยี่ยมมวลชนฝ่ายสนับสนุนสักหน่อย ครับ

มวลชนรับรองอาหารเช้าด้วย ก๋วยเตี๋ยวสัดโก กับน้ำหวาน ๑ แก้ว (ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบ้านเรานี่แหละ)

ทหาร ตำรวจ ประจำพื้นที่ ผ่านมาเห็น แวะเข้ามาทักทาย ต้อนรับในฐานะเจ้าบ้าน

รับอาหารเช้าเสร็จ ......พูดคุยกับเพื่อนฝูงพอควร....ก็ขอตัว..
พวกถาม...จะไปไหน.......ขยมโซมอนุยาท...ดาเลงกัมพูเจีย ..ติด ๆ บานออด (ผมขออนุญาต เที่ยวเล่นในกัมพูชานิด ๆ ได้ไหมครับ)
หัวหน้าทหารเขมร ......อันเชินบอง....ซกสบายตามเพลานะ (ขอเชิญพี่ สุขสบายตามทางนะ) ประมาณนี้ครับ
ธนาคาร เอซีริด้า เจ้าของกิจการเป็นชาวต่างชาติ ยึดหัวหาดตามชุมชนในชนบท โดยเฉพาะตามจุดผ่านแดน (ปล่อยกู้ดอกแพงกว่าบ้านเรานัก)

น้องคนนี้ท่าทางชอบจักรยาน ไม่แน่ โตขึ้นอาจมาสั่งรถจาก MJ ก็ได้นะ

ท่านนี้ครับ ใช้รุ่นผ่าหวาย เป็นยานพาหนะประจำครอบครัว ใช้งานทุกเรื่องราวจริง เช่น การทำมาหากิน ....ชื่นชมครับ


สถานบันเทิงเกิดขึ้นใหม่เป็นดอกเห็ด ...รายได้ดี.... คาราโอเค (โอเกะบ้านเรา) สุดฮิตจริง ๆ ส่วนมากทุกงานสังสรรค์จะท้ายสุดที่โอเกะ แล้วบอบช้ำในวันรุ่ง..อิอิ.

ถนนสายนี้ คือถนนสายยุทธศาสตร์ ก่อนเรียก K-5 เป็นถนนเรียบชายแดนฝั่งกัมพูชา เป็นเส้นทางที่เกี่ยวพันกับการสู้รบสมัยสงครามภายในกัมพูชา
ปีกลาย จีนให้การสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง/ปรับปรุง แบบดอกเบี้ยต่ำ (แต่อาจหวังอย่างอื่นตอบแทน) เป็นถนนลาดยาง สองเลนส์มาตรฐาน
กำลังจะลาดยางชั้นที่สอง จึงมีสภาพเป็นหินลอย ๆ คม ๆ เสียว ๆ จะไปรอดไหมนี่




ผ่านที่ว่าการอำเภอก็อมรียง จว.พระตะบอง , สถานีตำรวจอำเภอก็อมเรียง ไปข้างหน้าเป็น อ.ซาราเกรา จว.ไลิน


มาถึงตรงนี้ ชักไม่แน่ใจในเรื่องยาง ยางอะไหล่ เครื่องมือไม่ได้เตรียม ถ้าเกิดยางรั่ว จะขอความช่วยเหลือจากใคร ...




สรุปใจใหม่ เปลี่ยนแผน หาทางกลับไทยก่อน
ปั่นลัดเลาะมาตามทางลูกรัง (ดีว่าปรับปรุงใหม่) แต่ก่อนลำบากมาก หน้าฝนหมดสิทธิสัญจร


ผ่านกองร้อยทหารชายแดนของกัมพูชา

ผ่านชุมชนเล็ก ๆ ตรงหน้าช่องฝั่งกัมพูชา

ผ่านด่านตรวจของ ตร.ป้องกันชายแดนกัมพูชา

ล้อหมุนเยียบแผ่นดินไทย .......รู้สึกโล่ง.ๆ ..หายใจเต็มอิ่ม....

ที่นี่ประเทศไทยครับ




ปั่นออกมาจากชายแดน ถึงถนนสายหลักเรียบชายแดนฝั่งไทย มุ่งหน้าสู่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด
อยากไป อ.ซาราเกรา จว.ไพลิน ตามแผนแรก


ต้องผ่านด่านตรวจทหารพรานก่อนถึงชายแดนเหมือนกัน

แล้วก็มาถึง ตลาดการค้าชายแดน บ.ผักกาด


ไปต่อไม่ไกลก็ถึง หน้าด่านพรมแดน จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด

ไม่ได้ลงจากรถ ขี่ผ่านพยักหน้าให้ จนท.ประจำอยู่หน้าด่าน สัญลักษณ์ว่าขอเข้าไปข้างในครับ
สะพานนี้ ข้ามคลองด่าน เป็นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา
ตึกสูง ๆ ข้างหน้าคือ บ่อนคาสิโนทั้งหมดครับ

แวะสำนักงานประธานช่อง ไม่ได้อยากพบใคร อยากถ่ายรูบเฉย ๆ ครับ

ด่านตรวจของ ตม.ประจำช่อง พยักหน้าขอผ่านในฐานะคนรู้จักกัน

แล้วก็ปั่นรถเล่นอยู่แถวหน้าด่านฝั่งกัมพูชา ดูโน้น ชมนี่ สมควรก็เดินทางกลับประเทศไทย









แวะเยี่่ยมเยือน พี่น้อง ข้าราชการในพื้นที่ กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนห้วงสงกรานต์
ได้รับเกียรติให้ลงชื่อผู้มาเยี่ยมด้วย...ขอบคุณครับ


นั่งคุยกับพวกสักพัก ได้รับแจ้งจากท่าน กน.ต.คลองใหญ่ ตรวจพบรถต้องสงสัยในสวนท้ายหมูบ้านติดกับพรมแดนกัมพูชา
ขี่จักรยานลัดเลาะไปตามทางที่แจ้ง อยู่พักใหญ่ก็มาถึงจุดที่รับแจ้ง
"ลักลอบขนบุหรี่ต่างประเทศครับ"




เอ้า ...ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายช่วยกันดำเนินการตามกฎหมายไทยครับ.. นึกอยู่ในใจ พวกนี้คงจะเป็นเหมือนเรา ไม่ได้หยุดวันสงกรานต์ "คิดอย่างนี้สบายใจครับ"
จักรยานคันเดียวใช้ได้ทุกเรื่องราว แต่น้องโยนี่ ท่านประธานเมธาฯ จัดมาให้เป็นแบบกึ่งแข่งขัน ทางเรียบ ทางไกล ใช่เลยครับ
แต่ปั่นลัดเลาะไปตามภูมิประเทศตามแนวชายแดน ส่วนมากเป็นทางเดิน ร่องสวนลำไย ทางในหมู่บ้านชายแดนของไทยและกัมพูชา เป็นลูกรังขรุขระ
ได้แบบมีโชคหน้าสักคันละก้อ.......คงสนุกกว่านี้แน่.. ๆ
ท่านสมาชิกทั้งหลายจะยอมให้ผมลัดคิวแบบมีโชคสักคันไหมครับ ....ทำงานเพื่อชาติจริง ๆ น่ะครับ (อ้อนนิดหนึง) .....ขอเสียงหน่อยครับ....
ไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์ ก็เพลิดเพลินกับการทำงานที่ชายแดนโดยใช้จักรยานนี่ละเป็นพาหะเดินทาง
ชอบขี่จักรยานครับ ...ได้ออกกำลังกาย...ไปทำงานก็ได้ ...ไปท่องเที่ยวก็ดี ....ออกทริปสนุกเพลิดเพลิน....ไปได้ไม่จำกัด....ประหยัดตางค์....มีมิตรภาพทุกเส้นทาง...
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ...... ผิดถูกประการใด ขอโทษ..และ ...ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ
ไก่ย่างวิเชียร.... ร้านอร่อย เจ้าของใจดี ..... ถ้ามาจากทาง อ.สอยดาว จะอยู่ทางขวาก่อนเลี้ยวเข้าบ้านแหลมครับ
จากทางสายหลักเรียบชายแดนไทย - กัมพูชา เลี้ยวเข้าไปอีก 4 กม. ถึงจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม
สองข้างทางช่วงนี้จะเป็น ไร่มันสำปะหลัง และ สวนลำไย ของชาวบ้านครับ
ก่อนถึงชายแดนก็จะมีด่านตรวจของ จนท.ทหารพราน (คนไกลบ้านเหมือนกันครับ)
ที่นี่เป็นจุดตรวจสอบแรงงานชาวกัมพูชา ก่อนจะเข้ามาทำงานเก็บผลไม้ ทำสวน ก่อสร้าง ในไทย
เช้านี้เงียบเชียบ พี่น้องชาวกัมพูชาหยุดงาน กลับไปหาครอบครัว ฉลองปีใหม่กับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงตามประเพณีนิยม และให้ความสำคัญมากครับ
เลยมาอีกหน่อยก็จะเป็นที่พักสายตรวจ ของ ตร.สภ.บ้านแปลง มีพี่ดาบตำรวจใจดี ๑ ท่านอยู่ประจำครับ
เข้าสู่บริเวณตลาดการค้าชายแดน จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
เช้านี้มาเจอ พระสงฆ์วัดบ้านแหลม พาสามเณรรูปน้อยออกบิณฑบาตในตลาดการค้าชายแดน ....อนุโมทนา..สาธุ ..ครับ
ถนนสายหลักในตลาด จะมีร้านค้าแผงลอยขายของจิปาถะ เหล้า เบียร์ บุหรี่ต่างประเทศ (ส่วนมากปลอมครับ) ต้มไข่ตัว (เชื่อว่าเป็นอาหารเสริมพลังชั้นเลิศนะครับ)
แมลงต่าง ๆ ทอด (ระวังใช้น้ำมันทอดซ้ำด้วยนะครับ) 100 % เป็นแม่ค้าชาวเขมร
ที่บริเวณหน้าด่าน ก็มีความคึกคักอยู่บ้าง พี่น้องชาวเขมรข้ามฝั่งมาหาซื้ออาหารสดเตรียมไว้ฉลองสงกรานต์กับครอบครัวและเพื่อนฝูง
ที่หน้าด่านก็จะมีพี่ ๆ ทหารที่ใส่ชุดลายพราง ทำหน้าที่ตรวจกรองเป็นด่านแรกครับ
ถ่ายรูปที่ป้าย สุดเขตประเทศไทยที่หน้าด่าน ก่อนข้ามแดนไปต่างประเทศ .....
ข้างหลังคือฝั่งไทย
ข้างหน้าคือฝั่งกัมพูชาครับ
บริเวณหน้าด่านฝั่งกัมพูชา หนาแน่นไปด้วยยวดยาน ผู้คนที่เตรียมตัวกลับบ้านไปฉลองสงกราต์ (พี่น้องชาวกัมพูชาถือว่าเป็นวันขึ้นปีใหม่ครับ)
แวะเยี่ยมมวลชนฝ่ายสนับสนุนสักหน่อย ครับ
มวลชนรับรองอาหารเช้าด้วย ก๋วยเตี๋ยวสัดโก กับน้ำหวาน ๑ แก้ว (ก๋วยเตี๋ยวเนื้อบ้านเรานี่แหละ)
ทหาร ตำรวจ ประจำพื้นที่ ผ่านมาเห็น แวะเข้ามาทักทาย ต้อนรับในฐานะเจ้าบ้าน
รับอาหารเช้าเสร็จ ......พูดคุยกับเพื่อนฝูงพอควร....ก็ขอตัว..
พวกถาม...จะไปไหน.......ขยมโซมอนุยาท...ดาเลงกัมพูเจีย ..ติด ๆ บานออด (ผมขออนุญาต เที่ยวเล่นในกัมพูชานิด ๆ ได้ไหมครับ)
หัวหน้าทหารเขมร ......อันเชินบอง....ซกสบายตามเพลานะ (ขอเชิญพี่ สุขสบายตามทางนะ) ประมาณนี้ครับ
ธนาคาร เอซีริด้า เจ้าของกิจการเป็นชาวต่างชาติ ยึดหัวหาดตามชุมชนในชนบท โดยเฉพาะตามจุดผ่านแดน (ปล่อยกู้ดอกแพงกว่าบ้านเรานัก)
น้องคนนี้ท่าทางชอบจักรยาน ไม่แน่ โตขึ้นอาจมาสั่งรถจาก MJ ก็ได้นะ
ท่านนี้ครับ ใช้รุ่นผ่าหวาย เป็นยานพาหนะประจำครอบครัว ใช้งานทุกเรื่องราวจริง เช่น การทำมาหากิน ....ชื่นชมครับ
สถานบันเทิงเกิดขึ้นใหม่เป็นดอกเห็ด ...รายได้ดี.... คาราโอเค (โอเกะบ้านเรา) สุดฮิตจริง ๆ ส่วนมากทุกงานสังสรรค์จะท้ายสุดที่โอเกะ แล้วบอบช้ำในวันรุ่ง..อิอิ.
ถนนสายนี้ คือถนนสายยุทธศาสตร์ ก่อนเรียก K-5 เป็นถนนเรียบชายแดนฝั่งกัมพูชา เป็นเส้นทางที่เกี่ยวพันกับการสู้รบสมัยสงครามภายในกัมพูชา
ปีกลาย จีนให้การสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง/ปรับปรุง แบบดอกเบี้ยต่ำ (แต่อาจหวังอย่างอื่นตอบแทน) เป็นถนนลาดยาง สองเลนส์มาตรฐาน
กำลังจะลาดยางชั้นที่สอง จึงมีสภาพเป็นหินลอย ๆ คม ๆ เสียว ๆ จะไปรอดไหมนี่
ผ่านที่ว่าการอำเภอก็อมรียง จว.พระตะบอง , สถานีตำรวจอำเภอก็อมเรียง ไปข้างหน้าเป็น อ.ซาราเกรา จว.ไลิน
มาถึงตรงนี้ ชักไม่แน่ใจในเรื่องยาง ยางอะไหล่ เครื่องมือไม่ได้เตรียม ถ้าเกิดยางรั่ว จะขอความช่วยเหลือจากใคร ...
สรุปใจใหม่ เปลี่ยนแผน หาทางกลับไทยก่อน
ปั่นลัดเลาะมาตามทางลูกรัง (ดีว่าปรับปรุงใหม่) แต่ก่อนลำบากมาก หน้าฝนหมดสิทธิสัญจร
ผ่านกองร้อยทหารชายแดนของกัมพูชา
ผ่านชุมชนเล็ก ๆ ตรงหน้าช่องฝั่งกัมพูชา
ผ่านด่านตรวจของ ตร.ป้องกันชายแดนกัมพูชา
ล้อหมุนเยียบแผ่นดินไทย .......รู้สึกโล่ง.ๆ ..หายใจเต็มอิ่ม....
ที่นี่ประเทศไทยครับ
ปั่นออกมาจากชายแดน ถึงถนนสายหลักเรียบชายแดนฝั่งไทย มุ่งหน้าสู่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด
อยากไป อ.ซาราเกรา จว.ไพลิน ตามแผนแรก
ต้องผ่านด่านตรวจทหารพรานก่อนถึงชายแดนเหมือนกัน
แล้วก็มาถึง ตลาดการค้าชายแดน บ.ผักกาด
ไปต่อไม่ไกลก็ถึง หน้าด่านพรมแดน จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด
ไม่ได้ลงจากรถ ขี่ผ่านพยักหน้าให้ จนท.ประจำอยู่หน้าด่าน สัญลักษณ์ว่าขอเข้าไปข้างในครับ
สะพานนี้ ข้ามคลองด่าน เป็นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา
ตึกสูง ๆ ข้างหน้าคือ บ่อนคาสิโนทั้งหมดครับ
แวะสำนักงานประธานช่อง ไม่ได้อยากพบใคร อยากถ่ายรูบเฉย ๆ ครับ
ด่านตรวจของ ตม.ประจำช่อง พยักหน้าขอผ่านในฐานะคนรู้จักกัน
แล้วก็ปั่นรถเล่นอยู่แถวหน้าด่านฝั่งกัมพูชา ดูโน้น ชมนี่ สมควรก็เดินทางกลับประเทศไทย
แวะเยี่่ยมเยือน พี่น้อง ข้าราชการในพื้นที่ กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนห้วงสงกรานต์
ได้รับเกียรติให้ลงชื่อผู้มาเยี่ยมด้วย...ขอบคุณครับ
นั่งคุยกับพวกสักพัก ได้รับแจ้งจากท่าน กน.ต.คลองใหญ่ ตรวจพบรถต้องสงสัยในสวนท้ายหมูบ้านติดกับพรมแดนกัมพูชา
ขี่จักรยานลัดเลาะไปตามทางที่แจ้ง อยู่พักใหญ่ก็มาถึงจุดที่รับแจ้ง
"ลักลอบขนบุหรี่ต่างประเทศครับ"
เอ้า ...ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายช่วยกันดำเนินการตามกฎหมายไทยครับ.. นึกอยู่ในใจ พวกนี้คงจะเป็นเหมือนเรา ไม่ได้หยุดวันสงกรานต์ "คิดอย่างนี้สบายใจครับ"
จักรยานคันเดียวใช้ได้ทุกเรื่องราว แต่น้องโยนี่ ท่านประธานเมธาฯ จัดมาให้เป็นแบบกึ่งแข่งขัน ทางเรียบ ทางไกล ใช่เลยครับ
แต่ปั่นลัดเลาะไปตามภูมิประเทศตามแนวชายแดน ส่วนมากเป็นทางเดิน ร่องสวนลำไย ทางในหมู่บ้านชายแดนของไทยและกัมพูชา เป็นลูกรังขรุขระ
ได้แบบมีโชคหน้าสักคันละก้อ.......คงสนุกกว่านี้แน่.. ๆ
ท่านสมาชิกทั้งหลายจะยอมให้ผมลัดคิวแบบมีโชคสักคันไหมครับ ....ทำงานเพื่อชาติจริง ๆ น่ะครับ (อ้อนนิดหนึง) .....ขอเสียงหน่อยครับ....
ไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์ ก็เพลิดเพลินกับการทำงานที่ชายแดนโดยใช้จักรยานนี่ละเป็นพาหะเดินทาง
ชอบขี่จักรยานครับ ...ได้ออกกำลังกาย...ไปทำงานก็ได้ ...ไปท่องเที่ยวก็ดี ....ออกทริปสนุกเพลิดเพลิน....ไปได้ไม่จำกัด....ประหยัดตางค์....มีมิตรภาพทุกเส้นทาง...
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ...... ผิดถูกประการใด ขอโทษ..และ ...ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- ประจันทร์ศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2012, 14:04
- Tel: 089 822 7014
- team: เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: เสือทางเรียบ ตะเกียบ CROMO
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
ปั่นเดี่ยวสะพายเป้หลังใบเดียวทดสอบ 200 โล ครับ
คือว่า เคยทดสอบขี่ 200 โลแล้วครั้งหนึ่ง แบบมีครอบครัวตามไปด้วยอย่างอบอุ่น ปลายทางบ้าน MJ นครปฐมครับ ผลคือ ได้ใส่เสื้อตัวเก่งอย่างสมใจ
ต่อมา ท่านแดงสารภี ได้กรุณาแนะนำให้ทดสอบแบบปั่นเดี่ยวดูบ้างว่ามันจะเป็นอย่างไร หลังจากนั้นจึงมีความคิดว่าจะต้องลองดู แล้วก็มาคิดเพิ่มว่าถ้าทดสอบแบบ
ได้งานด้วย คงแจ๋วเลย
อยู่มาไม่นานงานเกิด คือ จะต้องไปติดต่องานที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด แล้วกลับมาประชุมที่ จันทบุรี ความคิดแว้บขึ้นมา ถ้าขี่จักรยานไป จะไหวไหมนี่.......
จากที่ทำการ (บ้านพัก) ไป ไม้รูด อ.คลองใหญ่ ตาราด 200 ++ นิด ๆ พอดี ไปถึงแล้วคุยงานเสร็จ นอนพักสักคืน ตื่นตีสี่แล้วขี่ย้อนกลับมาตราดอีก 60++ โล
แล้วค่อยยกรถขึ้นรถมาประชุมที่จันทบุรี น่าลองดู
คิดว่า มันน่าจะได้ .....ได้ทดสอบปั่นเดี่ยว 200 โล แล้วแถมปั่นกลางคืนตอนตีสี่ และ ดูซิว่า จบ 200 โลแล้วไปต่อได้ไหม .......ท้าทายนะนี่
เอาตามนี้ เย็น 1 พ.ค.56 เตรียมรถ ข้าวของ เสื้อผ้าชุดปั่น ชุดประชุม ชุดกีฬาใส่นอน เอาแบบง่าย ๆ เสร็จแล้วก็เข้านอน ...........
2 พ.ค.56 0609 ล้อหมุน มุ่งหน้าสู่ อ.โป่งน้ำร้อน สภาพเส้นทาง ถนนดี ลาดยางสองเลนมีไหล่ทาง ออกมาได้สัก 2 กม. ดันเนินเรียกน้ำย่อยสักหน่อย
แล้วก็ปล่อยไหลลงเป็นรางวัล เส้นทางช่วงนี้จะคดเลี้ยวไปมาตามอำนาจของภูมิประเทศ โดยเฉพาะภูเขาท่านยอมให้อ้อมข้างเท่านั้น ขึ้นเนิน ลงเนิน โค้งซ้าย ขวา
สลับกันไปมาตลอดทาง ระยะ 33 กม.ใช้เวลาเกือบ 2 ชม.
ถึงตัวอำเภอก็แวะเติมเงินโทรศัพท์ก่อน แล้วไปกินข้าวเติมพลัง พร้อมกับพักช่วงแรกไปในตัว ท้องอิ่มดี มีพลังกลับคืนมา ไปต่อ ทิ้งให้ โป่งน้ำร้อนไว้ข้างหลัง
ชมภาพครับ





ยังเช้าอยู่ แดดแรงแล้ว ดูเงาครับ

เนินนี้ขึ้นสุดต้องกลับหลังไปมอง เล่นเอาเหงื่อซึมนะนี่

ผ่านหน้ากองร้อย ตชด.115 ด้วยครับ

มีควายยืนอยู่ข้างทาง 3 ตัว (ปูนปั้นครับ)



ถึงตัวอำเภอโป่งน้ำร้อนแล้วครับ

เตินเงินโทรฯ ก่อนครับ

ต้องเติมพลัง ถึงจะไปต่อได้ครับ


แล้วก็ทำให้ อ.โป่งน้ำร้อน อยู่ข้างหลังครับ

ออกเดินทางต่อ เป็นช่วงที่่ 2 ครับ
จากโป่งน้ำร้อน ถึง ชานเมืองจันทบุรี 42 กม. เส้นทางช่วงนี้แคบแต่ก็ยังมีไหล่ทาง มีลงเขา 2 ครั้ง ช่วง อ.มะขาม ถึง ตัวเมืองจันท กำลังมีการก่อสร้างถนน
ขยายเป็นสี่เลน ซึ่งบางช่วงก็ทำเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เปิดใช้เป็นทางการ แต่ก็มีคนแอบขึ้นไปใช้แล้ว ระวังอันตรายด้วยนะครับ
ขี่รถตอนลงเขา ถนนไม่ว่าง ต้องใช้เบรคเยอะ เบรคแบบ จึก จึก แต่ก็เชื่อใจได้ รถเบรคได้มั่นคง ไม่มีสบัดสบิ้งสักนิด ความเร็วไหลลงแบบเบรคเป็นระยะ ๆ ยัง 54 + เลย
ถ้าปล่อยไหลลงแบบไม่เบรคเลย น่าจะ 60 ++ ครับ
ชมภาพครับ

ด่านตรวจร่วมเขาเกลือครับ



ถนนกำลังขยายเป็นสี่เลน


ช่วงนี้ทำเสร็จแล้วครับ คงอีกไม่นานได้วิ่งกันสี่เลนครับ




จันทบุรี มีของดีหลายอย่าง ที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งคือ ผลไม้ ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดู แต่ก็มีผลไม่ออกมาขายที่ตลาดปากแซงแล้วครับ เช่น ลำไย ระกำ สละ มะไฟ
ลางสาด ลองกอง มังคุด ทุเรียน เงาะ เป็นต้น
ชมภาพครับ











แวะเยี่ยม 2 เสือขาแรงแห่งเมืองจันท เสือต่าย กะ เสือสาวแหน่งน้อย ครับ

ไปต่อ ช่วงที่ 3 (ไมล์ 74 เวลา 0954 น.) กะไว้จาก จันทบุรี ถึง แถว ๆ บ.บ่อ อ.ขลุง จะได้ระยะทาง 100 ++ ไปครับ
ออกมาได้สัก 2 กม. ฝนเทลงมาอย่างเร็ว หลบแทบไม่ทัน เสื้อผ้า ข้าวของก็ไม่ได้ซีลป้องกันน้ำ ต้องรีบหาที่หลบ ได้ศูนย์เบนซ์จันทบุรี เข้าไปหลบฝน
แต่ก็ไม่มีใครเดินมาให้ขออนุญาต หลบอยู่สักพัก ฝนซา ไปต่อ เนื้อตัวเริ่มเลอะเปรอะเปื้อนแล้ว ผ่านพลิ้วก็ไม่ได้แวะ เลยไปจน 12.16 น. ไมล 111 แล้ว
ความหิวและอ่อนล้าก็มาเตือน จึงแวะร้านอาหารตามสั่งข้างทางเติมพลัง
ชมภาพครับ













ช่วงที่ 4 จาก บ.บ่อ อ.ขลุง จันทบุรี ไปอีกนิดเข้าเขตตราด กะไปพักที่ ตัวอำเภอเขาสมิง
ช่วงนี้ ถนนแห้ง แต่ฝุ่นหลังฝนตก และแดด ๆๆๆ ครับ ก้นหน้าก้มตาปั่นไปเรื่อย ๆ แหงนดูอีกทีพี่ฝนรอยู่ข้างหน้าครับ
ชมภาพครับ

ข้ามสะพานแบ่งเขต จันท กับ ตราด มา เห็นตึก 2 หลัง ทราบว่าเป็นบ้านนกนางแอ่น สีสวยดี แต่สงสัยว่าเจ้าของสื่อถึงการเมืองหรือเปล่าหว่า (เมื่อไหร่จะปรองดอง)



แสนตุ้ง ก็ไม่ได้แวะครับ



มาแวะเติมพลังที่เพิงหน้าอำเภอเขาสมิงด้วย ชานมเย็น 1 ชื่นใจครับ



ช่องที่ 5 จาก เขาสมิง - ปั้มก่อนเข้าตัวเมืองตราด ครับ
พอออกมาถนนใหญ่ ฝนก็เทลงมา และก็วิ่งนำหน้าไป ไปต่อ เป็นไงเป็นกัน ช่่วงนี้กล้องอยากทำหน้าที่ แต่เจ้าของไม่กล้า จึงมีแค่ 2 ภาพครับ
ชมภาพครับ


ช่วงที่ 6 จากตัวเมืองตราด แดดเริ่มอ่อน ฝนไม่มี กะสัก 30 ++ โน้นเลย ต.แหลมกลัด
ออกมาได้สัก 10 กม. เสียโซ่เริ่มดัง และก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่จอดครับ ก้มดูเฉย ๆ รู้แล้วว่าโซ่แห่ง ก็โดนฝนขนาดนี้ไม่แห้งได้ไง นึกได้ว่าไม่ได้เอาน้ำมันหยอดโซ่มา
งานงอกแล้วทีนี้ นึกตำหนิตัวเองอยู่ตะหงิด ๆ ประมาทดีนัก เอาไงดีวหว่า แว้บขึ้นมา (ความคิด) ท่านประธานเมธา เคยบอกว่าใช้น้ำมันมะกออกหยอดโซ่ได้
เอาละ ทีนี้จะไปหาที่ไหน ร้านค้าตามชนบทใครจะเอามาขาย นึกได้ว่ามีร้านใหญ่อยู่ข้างหน้าหนึ่งร้าน แวะเข้าไปถามดู
หวัดดีครับเจ้.. มีน้ำมันมะกอกไหมครับ ....เอ......เดี๋ยวดูก่อนนะคะ.......มีลุ้น .......มีคะ ขวดละ 13 บาท .....เทวดาช่วยจริง ๆ สรุปเอง เอา 1 ขวดครับ
ได้มาจัดการหาหลอดเล็ก ๆ มาจุ่มหยอดจนทั่่ว เสร็จแล้วออกปั่น เสียงเงียบครับ ตะวันเริ่มคล้อย ขี่บุกนิด ๆ ละทีนี้
ชมภาพครับ





ถ่ายตัวเองซักภาพครับ

ช่วงที่ 7 จาก แหลมกลัด - ครบ 200 จึงพักแล้วกัน
รอไม่ได้แล้ว ตะวันคล้อยมาก ทางข้างหน้า ใครเคยไป หาดเล็ก - เกาะกง คงรุ้ ทางถึงจะร่มรื่นแต่เนินเยอะ เช็คแรงดู ยังได้ จะบุกแล้วครับ
ชมภาพครับ



เห็นนักรบแห่งกองทัพธรรม ๑ องค์ เดินไปทางเดียวกัน ดูท่านน่าจะรีบ ตัวผมก็รีบจึงไม่ได้ทักทายกัน




เนินนี้โหด สุดเนินแล้วหันกลับหลังมาเก็บภาพไว้ดูเป็นที่ระลึกสักภาพครับ

ข้างหน้า ด่านตรวจเขาล้านครับ


ผ่านด่านทหารมา ปั่นบุกมาเรื่อย ๆ ก็ผ่านด่านตรวจของตำรวจไม้รู ก้มดูไมล์ 190 + แล้ว เอ้า ปั่น ปั้น ปั่น ๆๆ และแล้ว
200 แล้ว ๆๆๆๆ ครับผม


ครบ 200 กม. ปั๊บ แค่จอดรถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ไม่รู้แรงมาจากไหน กำลังใจก็เต็มเปี่ยม ไม่พักแล้ว
จากนี้ไปถึงที่นัดหมายอีก 12 กม. ไม่มีอะไรกดดันแล้ว ปั่นแบบเล่นเชิงแล้วทีนี้ ถึงเมื่อไหร่ก็ช่าง
ปั่นแบบไม่มีกังวลอะไร จนมาถึงตู้ยามตำรวจไม้รูด จึงเลี้ยวเข้าไป ไม่นานก็ถึงที่พัก รวมรอยล้อน้องโยเฉพาะวันนี้ 212 กม.ครับ


ถึงที่นัดหมาย จัดแจงซักเสื้อผ้าเสื้อผ้า อาบน้ำ กินข้าว คุยธุระ เสร็จกางมุ้งนอน
พรุ้งนี้ 3 พ.ค.56 ล้อหมุน ตี 4 กลับ ตราด 66++ กม. รอติดตามนะครับ
สวัสดีครับ
คือว่า เคยทดสอบขี่ 200 โลแล้วครั้งหนึ่ง แบบมีครอบครัวตามไปด้วยอย่างอบอุ่น ปลายทางบ้าน MJ นครปฐมครับ ผลคือ ได้ใส่เสื้อตัวเก่งอย่างสมใจ
ต่อมา ท่านแดงสารภี ได้กรุณาแนะนำให้ทดสอบแบบปั่นเดี่ยวดูบ้างว่ามันจะเป็นอย่างไร หลังจากนั้นจึงมีความคิดว่าจะต้องลองดู แล้วก็มาคิดเพิ่มว่าถ้าทดสอบแบบ
ได้งานด้วย คงแจ๋วเลย
อยู่มาไม่นานงานเกิด คือ จะต้องไปติดต่องานที่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด แล้วกลับมาประชุมที่ จันทบุรี ความคิดแว้บขึ้นมา ถ้าขี่จักรยานไป จะไหวไหมนี่.......
จากที่ทำการ (บ้านพัก) ไป ไม้รูด อ.คลองใหญ่ ตาราด 200 ++ นิด ๆ พอดี ไปถึงแล้วคุยงานเสร็จ นอนพักสักคืน ตื่นตีสี่แล้วขี่ย้อนกลับมาตราดอีก 60++ โล
แล้วค่อยยกรถขึ้นรถมาประชุมที่จันทบุรี น่าลองดู
คิดว่า มันน่าจะได้ .....ได้ทดสอบปั่นเดี่ยว 200 โล แล้วแถมปั่นกลางคืนตอนตีสี่ และ ดูซิว่า จบ 200 โลแล้วไปต่อได้ไหม .......ท้าทายนะนี่
เอาตามนี้ เย็น 1 พ.ค.56 เตรียมรถ ข้าวของ เสื้อผ้าชุดปั่น ชุดประชุม ชุดกีฬาใส่นอน เอาแบบง่าย ๆ เสร็จแล้วก็เข้านอน ...........
2 พ.ค.56 0609 ล้อหมุน มุ่งหน้าสู่ อ.โป่งน้ำร้อน สภาพเส้นทาง ถนนดี ลาดยางสองเลนมีไหล่ทาง ออกมาได้สัก 2 กม. ดันเนินเรียกน้ำย่อยสักหน่อย
แล้วก็ปล่อยไหลลงเป็นรางวัล เส้นทางช่วงนี้จะคดเลี้ยวไปมาตามอำนาจของภูมิประเทศ โดยเฉพาะภูเขาท่านยอมให้อ้อมข้างเท่านั้น ขึ้นเนิน ลงเนิน โค้งซ้าย ขวา
สลับกันไปมาตลอดทาง ระยะ 33 กม.ใช้เวลาเกือบ 2 ชม.
ถึงตัวอำเภอก็แวะเติมเงินโทรศัพท์ก่อน แล้วไปกินข้าวเติมพลัง พร้อมกับพักช่วงแรกไปในตัว ท้องอิ่มดี มีพลังกลับคืนมา ไปต่อ ทิ้งให้ โป่งน้ำร้อนไว้ข้างหลัง
ชมภาพครับ
ยังเช้าอยู่ แดดแรงแล้ว ดูเงาครับ
เนินนี้ขึ้นสุดต้องกลับหลังไปมอง เล่นเอาเหงื่อซึมนะนี่
ผ่านหน้ากองร้อย ตชด.115 ด้วยครับ
มีควายยืนอยู่ข้างทาง 3 ตัว (ปูนปั้นครับ)
ถึงตัวอำเภอโป่งน้ำร้อนแล้วครับ
เตินเงินโทรฯ ก่อนครับ
ต้องเติมพลัง ถึงจะไปต่อได้ครับ
แล้วก็ทำให้ อ.โป่งน้ำร้อน อยู่ข้างหลังครับ
ออกเดินทางต่อ เป็นช่วงที่่ 2 ครับ
จากโป่งน้ำร้อน ถึง ชานเมืองจันทบุรี 42 กม. เส้นทางช่วงนี้แคบแต่ก็ยังมีไหล่ทาง มีลงเขา 2 ครั้ง ช่วง อ.มะขาม ถึง ตัวเมืองจันท กำลังมีการก่อสร้างถนน
ขยายเป็นสี่เลน ซึ่งบางช่วงก็ทำเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เปิดใช้เป็นทางการ แต่ก็มีคนแอบขึ้นไปใช้แล้ว ระวังอันตรายด้วยนะครับ
ขี่รถตอนลงเขา ถนนไม่ว่าง ต้องใช้เบรคเยอะ เบรคแบบ จึก จึก แต่ก็เชื่อใจได้ รถเบรคได้มั่นคง ไม่มีสบัดสบิ้งสักนิด ความเร็วไหลลงแบบเบรคเป็นระยะ ๆ ยัง 54 + เลย
ถ้าปล่อยไหลลงแบบไม่เบรคเลย น่าจะ 60 ++ ครับ
ชมภาพครับ
ด่านตรวจร่วมเขาเกลือครับ
ถนนกำลังขยายเป็นสี่เลน
ช่วงนี้ทำเสร็จแล้วครับ คงอีกไม่นานได้วิ่งกันสี่เลนครับ
จันทบุรี มีของดีหลายอย่าง ที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งคือ ผลไม้ ช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดู แต่ก็มีผลไม่ออกมาขายที่ตลาดปากแซงแล้วครับ เช่น ลำไย ระกำ สละ มะไฟ
ลางสาด ลองกอง มังคุด ทุเรียน เงาะ เป็นต้น
ชมภาพครับ
แวะเยี่ยม 2 เสือขาแรงแห่งเมืองจันท เสือต่าย กะ เสือสาวแหน่งน้อย ครับ
ไปต่อ ช่วงที่ 3 (ไมล์ 74 เวลา 0954 น.) กะไว้จาก จันทบุรี ถึง แถว ๆ บ.บ่อ อ.ขลุง จะได้ระยะทาง 100 ++ ไปครับ
ออกมาได้สัก 2 กม. ฝนเทลงมาอย่างเร็ว หลบแทบไม่ทัน เสื้อผ้า ข้าวของก็ไม่ได้ซีลป้องกันน้ำ ต้องรีบหาที่หลบ ได้ศูนย์เบนซ์จันทบุรี เข้าไปหลบฝน
แต่ก็ไม่มีใครเดินมาให้ขออนุญาต หลบอยู่สักพัก ฝนซา ไปต่อ เนื้อตัวเริ่มเลอะเปรอะเปื้อนแล้ว ผ่านพลิ้วก็ไม่ได้แวะ เลยไปจน 12.16 น. ไมล 111 แล้ว
ความหิวและอ่อนล้าก็มาเตือน จึงแวะร้านอาหารตามสั่งข้างทางเติมพลัง
ชมภาพครับ
ช่วงที่ 4 จาก บ.บ่อ อ.ขลุง จันทบุรี ไปอีกนิดเข้าเขตตราด กะไปพักที่ ตัวอำเภอเขาสมิง
ช่วงนี้ ถนนแห้ง แต่ฝุ่นหลังฝนตก และแดด ๆๆๆ ครับ ก้นหน้าก้มตาปั่นไปเรื่อย ๆ แหงนดูอีกทีพี่ฝนรอยู่ข้างหน้าครับ
ชมภาพครับ
ข้ามสะพานแบ่งเขต จันท กับ ตราด มา เห็นตึก 2 หลัง ทราบว่าเป็นบ้านนกนางแอ่น สีสวยดี แต่สงสัยว่าเจ้าของสื่อถึงการเมืองหรือเปล่าหว่า (เมื่อไหร่จะปรองดอง)
แสนตุ้ง ก็ไม่ได้แวะครับ
มาแวะเติมพลังที่เพิงหน้าอำเภอเขาสมิงด้วย ชานมเย็น 1 ชื่นใจครับ
ช่องที่ 5 จาก เขาสมิง - ปั้มก่อนเข้าตัวเมืองตราด ครับ
พอออกมาถนนใหญ่ ฝนก็เทลงมา และก็วิ่งนำหน้าไป ไปต่อ เป็นไงเป็นกัน ช่่วงนี้กล้องอยากทำหน้าที่ แต่เจ้าของไม่กล้า จึงมีแค่ 2 ภาพครับ
ชมภาพครับ
ช่วงที่ 6 จากตัวเมืองตราด แดดเริ่มอ่อน ฝนไม่มี กะสัก 30 ++ โน้นเลย ต.แหลมกลัด
ออกมาได้สัก 10 กม. เสียโซ่เริ่มดัง และก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่จอดครับ ก้มดูเฉย ๆ รู้แล้วว่าโซ่แห่ง ก็โดนฝนขนาดนี้ไม่แห้งได้ไง นึกได้ว่าไม่ได้เอาน้ำมันหยอดโซ่มา
งานงอกแล้วทีนี้ นึกตำหนิตัวเองอยู่ตะหงิด ๆ ประมาทดีนัก เอาไงดีวหว่า แว้บขึ้นมา (ความคิด) ท่านประธานเมธา เคยบอกว่าใช้น้ำมันมะกออกหยอดโซ่ได้
เอาละ ทีนี้จะไปหาที่ไหน ร้านค้าตามชนบทใครจะเอามาขาย นึกได้ว่ามีร้านใหญ่อยู่ข้างหน้าหนึ่งร้าน แวะเข้าไปถามดู
หวัดดีครับเจ้.. มีน้ำมันมะกอกไหมครับ ....เอ......เดี๋ยวดูก่อนนะคะ.......มีลุ้น .......มีคะ ขวดละ 13 บาท .....เทวดาช่วยจริง ๆ สรุปเอง เอา 1 ขวดครับ
ได้มาจัดการหาหลอดเล็ก ๆ มาจุ่มหยอดจนทั่่ว เสร็จแล้วออกปั่น เสียงเงียบครับ ตะวันเริ่มคล้อย ขี่บุกนิด ๆ ละทีนี้
ชมภาพครับ
ถ่ายตัวเองซักภาพครับ
ช่วงที่ 7 จาก แหลมกลัด - ครบ 200 จึงพักแล้วกัน
รอไม่ได้แล้ว ตะวันคล้อยมาก ทางข้างหน้า ใครเคยไป หาดเล็ก - เกาะกง คงรุ้ ทางถึงจะร่มรื่นแต่เนินเยอะ เช็คแรงดู ยังได้ จะบุกแล้วครับ
ชมภาพครับ
เห็นนักรบแห่งกองทัพธรรม ๑ องค์ เดินไปทางเดียวกัน ดูท่านน่าจะรีบ ตัวผมก็รีบจึงไม่ได้ทักทายกัน
เนินนี้โหด สุดเนินแล้วหันกลับหลังมาเก็บภาพไว้ดูเป็นที่ระลึกสักภาพครับ
ข้างหน้า ด่านตรวจเขาล้านครับ
ผ่านด่านทหารมา ปั่นบุกมาเรื่อย ๆ ก็ผ่านด่านตรวจของตำรวจไม้รู ก้มดูไมล์ 190 + แล้ว เอ้า ปั่น ปั้น ปั่น ๆๆ และแล้ว
200 แล้ว ๆๆๆๆ ครับผม
ครบ 200 กม. ปั๊บ แค่จอดรถบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ไม่รู้แรงมาจากไหน กำลังใจก็เต็มเปี่ยม ไม่พักแล้ว
จากนี้ไปถึงที่นัดหมายอีก 12 กม. ไม่มีอะไรกดดันแล้ว ปั่นแบบเล่นเชิงแล้วทีนี้ ถึงเมื่อไหร่ก็ช่าง
ปั่นแบบไม่มีกังวลอะไร จนมาถึงตู้ยามตำรวจไม้รูด จึงเลี้ยวเข้าไป ไม่นานก็ถึงที่พัก รวมรอยล้อน้องโยเฉพาะวันนี้ 212 กม.ครับ
ถึงที่นัดหมาย จัดแจงซักเสื้อผ้าเสื้อผ้า อาบน้ำ กินข้าว คุยธุระ เสร็จกางมุ้งนอน
พรุ้งนี้ 3 พ.ค.56 ล้อหมุน ตี 4 กลับ ตราด 66++ กม. รอติดตามนะครับ
สวัสดีครับ
...ออกไปปั่นหาความสุข สนุกกับแนวที่ชอบครับ...
- เอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- ขาประจำ
- โพสต์: 8726
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2009, 20:08
- Tel: 0814881440
- team: จักรยานทางไกลเอ็ม.เจ.ไบค์ นครปฐม
- Bike: Diamond Back,JT Park,Nishiki,Shogun Cromo,Ritchey P23
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
ลองเปลี่ยนยางแบบครอส มีดอกเติมลมสัก40ปอนด์ตามสเปคหน้ายาง ผมว่าทางแบบนี้ก็วิ่งได้สบายแล้วครับประจันทร์ศรี เขียน:ขอเล่าต่อ ทริปสงกรานต์ปี 2556 ไม่ได้กลับบ้าน ครับ
r]
จักรยานคันเดียวใช้ได้ทุกเรื่องราว แต่น้องโยนี่ ท่านประธานเมธาฯ จัดมาให้เป็นแบบกึ่งแข่งขัน ทางเรียบ ทางไกล ใช่เลยครับ
แต่ปั่นลัดเลาะไปตามภูมิประเทศตามแนวชายแดน ส่วนมากเป็นทางเดิน ร่องสวนลำไย ทางในหมู่บ้านชายแดนของไทยและกัมพูชา เป็นลูกรังขรุขระ
ได้แบบมีโชคหน้าสักคันละก้อ.......คงสนุกกว่านี้แน่.. ๆ
ท่านสมาชิกทั้งหลายจะยอมให้ผมลัดคิวแบบมีโชคสักคันไหมครับ ....ทำงานเพื่อชาติจริง ๆ น่ะครับ (อ้อนนิดหนึง) .....ขอเสียงหน่อยครับ....
ไม่ได้กลับบ้านช่วงสงกรานต์ ก็เพลิดเพลินกับการทำงานที่ชายแดนโดยใช้จักรยานนี่ละเป็นพาหะเดินทาง
ชอบขี่จักรยานครับ ...ได้ออกกำลังกาย...ไปทำงานก็ได้ ...ไปท่องเที่ยวก็ดี ....ออกทริปสนุกเพลิดเพลิน....ไปได้ไม่จำกัด....ประหยัดตางค์....มีมิตรภาพทุกเส้นทาง...
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน ...... ผิดถูกประการใด ขอโทษ..และ ...ขอบคุณมากครับ
สวัสดีครับ
ร้านเอ็ม.เจ.ไบค์ เราให้คุณมากกว่าจักรยาน
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
ทางร้านเป็นผู้บุกเบิกจักรยานเสือภูเขาทางเรียบตะเกียบโครโมลีเป็นรายแรก
ร้านเราไม่ได้ขายสินค้าในlazadaหรือshopeeหรือเว็บตัวแทนขายสินค้าใดๆทั้งสิ้น
Tel.081-488-1440
-
rblue
- ขาประจำ
- โพสต์: 682
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 01:32
- T_lek
- ขาประจำ
- โพสต์: 622
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2011, 07:40
- Tel: 0818914972
- team: TEPSATREE CYCLING CLUB (รถถีบค่ายเืทพ)
- Bike: PEUGEOT Black Rock Cromo By MJ
- ตำแหน่ง: นครศรีธรรมราช
Re: ท่องเที่ยวด้วยจักรยาน Peugeot cromo Parcours โดย พี่ประจันต์ศรี กับเรื่องราวที่น่าสนใจครับ
สุดยอดครับ...
ผมยังไม่เคยเดินทางถึง 200 ซักครั้ง..
ผมยังไม่เคยเดินทางถึง 200 ซักครั้ง..
ปั่นไม่ไว แต่จะ ไปให้ถึง