ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ขออภัยที่ไปทานข้าวซะนานเชียวครับ
ต่อมาจากกระทู้เดิม ตอนที่ 1 ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=679626
ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
3. ม้าศึก
นักทัวร์ริ่งกลุ่มหนึ่งมักพูดว่า "จักรยานอะไรก็ทัวร์ริ่งได้" ที่จริงคำพูดนี้ เป็นนัยเพื่อที่จะสื่อสารพอสังเขปให้เห็นว่า "กระบี่อยู่ที่ใจ" และจักรยานหลายหลากสามารถถูกแปลงร่างให้กลายมาเป็นม้าศึกคู่ชีพในยามรอนแรมเดินทางท่องโลกกว้าง แต่ถ้าจะให้เจาะลึกลงไปในรายละเอียดจริงๆ แล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าจักรยานนั้นเป็นพระเอกของการเดินทางทีเดียว และมีรายละเอียดจุกจุกหยุมหยิมตามแต่จ๊อกกี้ผู้ควบคุมม้าศึกจะต้องการ
เมื่อพูดถึงการเลือกจักรยานเพื่อการปั่นระยะไกล หลายคนมักนึกถึงสิ่งที่เรียกว่า "งบประมาณ" มีคนถามผมมากมายว่า จักรยานราคาเท่านั้นเท่านี้ ยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ เอาไปปั่นทัวร์ริ่งกะเขาได้หรือไม่ ด้วยความเคารพเพื่อนๆ นักปั่นทั้งหลายคำถามนี้ไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าคนที่ตั้งคำถามเองหรอก เพียงแต่ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าเมื่อเราจะเลือกปั่นจักรยานคันหนึ่งนั้น เราจะปั่นมันแบบไหน แล้วมันเหมาะที่เราจะปั่นแบบนั้นหรือไม่ สำหรับการทัวร์ริ่งนั้น ราคาของจักรยานไม่ใช่ประเด็นแม้แต่น้อย ผมเคยเห็นนักทัวร์ริ่งที่ใช้จักรยานราคาแพงลิบลิ่ว จัดเต็มมาแบบครบเครื่อง เห็นแล้วก็น้ำลายไหล ไปจนถึงนักทัวร์ริ่งบางคนที่ใช้จักรยานเก่าแก่อายุสามสี่สิบปี ก็เห็นปั่นทั่วประเทศกันมาหลายรอบก็ด้วยสองล้อโกโรโกโสคันนี้นี่เอง เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว อะไรเล่าคือสิ่งที่ตรงประเด็นสำหรับการเลือกจักรยานสำหรับทัวร์ริ่งสักคัน
จักรยานทัวร์ริ่ง ให้เปรียบกับเสื้อผ้าแล้ว ก็ต้องเป็นเสื้อผ้าลำลองที่พอดีตัวเวลาใส่แล้วสบายที่สุด ดังนั้นทั้งเรื่องขนาดของจักรยาน และการปรับแต่ง ต้องทำให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด และในขณะเดียวกัน ตัวจ๊อกกี้เองก็ต้องคุ้นชินกับการปั่นจักรยานคันนั้นๆ ด้วยเช่นกัน การปั่นทัวร์ริ่งไม่ใช่ปั่นทัวร์ออฟไทยแลนด์ ท่านั่งนั้นไม่จำเป็นต้องมุดหลบอากาศมากมาย ความเร็วการปั่นไม่มาก จัดท่าในการปั่นให้สบายๆ เมื่อลูกบันไดลงไปตำแหน่งต่ำสุดให้ขาเกือบตึงตามหลักปกติ อานนั่งอันนี้เป็นเรื่องของก้นใครก้นมัน ข้อสำคัญที่สุดคือระบบต่างๆ ต้องพร้อมสมบูรณ์ เมื่อติดสัมภาระด้านท้ายแล้วเวลาปั่นสั้นเท้าต้องไม่ไปเกี่ยวหรือถูส่วนใดส่วนหนึ่งของกระเป๋า ยิ่งถ้าเป็นทัวร์ริ่งพันธ์แท้ จะเห็นได้ว่า ระยะของท่อนั่งจะห่างจากขอบยางหลังพอสมควร ซึ่งยังผลให้ฐานล้อถูกยืดให้ยาวออกไป เรื่องนี้คาดเดาได้ไม่ยากว่า จักรยานที่เหมาะสำหรับการปั่นทางไกลแบบท่องเที่ยวนั้น เน้นในเรื่องของการควบคุม เชื่องมือเชื่องเท้า มากกว่าสนใจการตอบสนองที่รวดเร็ว
สำหรับเรื่องของวัสดุนั้นมีทั้งขอดีและข้อเสียต่างกันไป รถเหล็กไหลจำพวกโครโมลี แม้จะไม่ตอบสนองทันท่วงที แต่ก็ลดอาการล้าอันเนื่องจากความสะท้านได้ ต่างกันกับเฟรมที่ทำจากอลูมิเนียมที่รู้สึกถึงความกระด้างที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจากต้องรับภาระทั้งน้ำหนักตัว และน้ำหนักบรรทุกที่ฟูลโหลด เรื่องของความแข็งแรงย่อมมีความสำคัญ เรื่องอัตราทดของจานหน้า และเฟืองหลังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะในเส้นทางที่ต้องมีทางขึ้นเขาชัน เรื่องนี้ชุดขับเคลื่อนของเสือภูเขาน่าจะได้เปรียบ เพราะมีอัตราทดที่สามารถขึ้นเขาได้ดีกว่า จะเสียอยู่ตรงที่ว่า ความละเอียดของการทดเฟืองท้ายนั้นไม่ราบลื่นสักเท่าไหร่ ผิดกับชุดที่เป็นเฟืองหลังแบบเสือหมอบที่มีความละเอียดแทบจะนับขึ้นกันทีละเฟืองสองเฟือง ซึ่งทำให้เราสามารถเลือกอัตราทดที่เหมาะกับความต้องการของเราได้ใกล้เคียงมากกว่า ต้องไม่ลืมนะว่าการใช้เฟืองท้ายผิดกันแค่เฟืองเดียวไม่กี่สิบกิโลเมตรอาจไม่รู้สึก แต่กับระยะทางไกลๆ นานๆ การรับภาระที่หนักกว่าเล็กน้อยสามารถส่งผลต่อความเมื่อยล้าได้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ และฝึกซ้อมจนรู้สึกเคยชินกับการปั่นจักรยานคู่ใจ
รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์และจักรยานนั้น เพื่อนนักทัวร์ริ่งหลายท่านน่าจะรู้ดีกว่าผม และสามารถศึกษาหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ไม่อยาก ไม่มีอุปกรณ์ไหนสมบูรณ์แบบโดยปราศจากข้อเสีย ไม่มีอะไรที่เรียกว่าดีที่สุด จักรยานแพงกว่าใช่ว่าพอเห็นตีนเขาก็จะมีพลังวิเศษที่ให้พละกำลังมากกว่า เมื่อเลือกที่จะปั่นจักรยาน นั่นคือการเลือกที่จะพึ่งพาตนเอง โดยใช้กลจักรอย่างง่ายเป็นพาหนะ เวลาปั่นทางราบก็นึกถึงเสือหมอบ เวลาเข้าไต่ดอยสูงก็นึกถึงเสือภูเขา แต่เมื่อเลือกเอาติดตัวไปได้เพียงคันเดียวกับอีกสองล้อ ข้อจำกัดของจักรยานเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และข้อจำกัดเหล่านี้เองคือความท้าทายนักทัวร์ริ่งอย่างเราๆ
ถ้าถามผมว่าผมเลือกจักรยานทัวร์ริ่งอย่างไร คำตอบง่ายๆ คือจักรยานคันนั้นต้องเอนกประสงค์ และเป็นจักรยานที่ผมรัก ผมชอบการปั่นจักรยาน สนใจการปั่นจักรยาน และใช้เวลาปั่นจักรยานมากกว่าการนั่งวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของอุปกรณ์อยู่ที่บ้าน เพราะเมื่อเรารักที่จะปั่นมันแล้ว สิ่งนี้เองที่ทำให้ข้อเสียของมันไม่มีความหมายใดๆ เลย การได้ออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายคือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ อย่าตั้งคำถามว่า "เราปั่นมันมาไกลขนาดนี้ได้อย่างไร" แต่จงตั้งถามว่า "จักรยานคันนี้พาเรามาไกลถึงขนาดนี้ได้อย่างไร" จึงจะถูก เพราะเมื่อได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรยานแล้ว มันก็ไม่ต่างไปจากอวัยวะส่วนที่สามสิบสาม จงเชื่อมั่นทั้งกับตัวเอง และกับจักรยานของตัวเอง และออกเดินทาง เพราะสิ่งที่นักทัวร์ริ่งต้องการมิใช่การจับผิดจักรยาน แต่คือการสร้างความทรงจำระหว่างตนกับจักรยาน
4. ตั้งเป้า
ซุ่มซ้อมมาก็มาก เช็ดจักรยานรอเวลาอยู่ทุกวัน เมื่อตัดสินใจจะออกทัวร์ริ่งสักครั้ง ก็ต้องมีเป้าหมาย และมีการวางแผนการ อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้น การทัวร์ริ่งไม่มีความตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ และทุกการเดินทางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสมอ ประเมินความสามารถของตัวเองให้ถูกต้อง อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองจะรับไหว เพราะแม้ว่าการออกไปผจญภัยกับความท้าทายใหม่ๆ คือการตามล่าความฝัน แต่ต้องอย่าลืมว่า ความปลอดภัย และความพอดีเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ไม่มีประโยชน์อันใดเลย ที่จะทำสิ่งที่มากเกินกว่าขีดความสามารถของตนจนต้องเกิดความสุ่มเสี่ยงอย่างไม่จำเป็น นักทัวร์ริ่งที่มีประสบการณ์สูงหลายต่อหลายคนเลือกที่จะปั่นสบายๆ วันละเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรด้วยความเร็วพอๆ กับการปั่นจักรยานไปจ่ายกับข้าวที่หน้าตลาด หาใช่ว่าเขาเหล่านั้นไม่มีเรื่ยวแรง ไม่มีทักษะ แต่กลับตรงกันข้าม ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจการปั่นทัวร์ริ่งอย่างลึกซึ้งต่างหาก นักปั่นทัวร์ริ่งหลายคน รวมถึงผมด้วยที่เริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิด ว่าการปั่นลักษณะนี้คือการปั่นไปไกลๆ และนานๆ
ตัวผมเองท้าวความกลับไป ต้องสารภาพว่า หันมาปั่นทัวร์ริ่งครั้งแรกเพียงเพราะต้องการพิสูจน์สมรรถภาพร่างกายของตนเอง ตะบี้ตะบันปั่นเช้ายันค่ำรวมได้ระยะเฉียดแปดร้อยกิโลเมตรในสี่วัน แต่ในหัวสมองกลับว่างเปล่า ไม่ได้ประสบการณ์อะไรเลย และนั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมจะทำแบบนั้น นั่นไม่ใช่การปั่นทัวร์ริ่งตามแบบที่ถูกสักนิด มาถึงบางอ้อตอนที่ได้พบกับนักปั่นทัวร์ริ่งจากออสเตรเลียคนหนึ่ง ที่เขาพูดแกมประชดประชันโดยการเรียกผมว่าเป็น "ซุปเปอร์ไซคลิส" แต่ไม่ใข่ "ทัวร์ริ่งแมน" และประสบการณ์ก็ค่อยๆ สอนให้รู้ว่าการปั่นทัวร์ริ่งที่แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่แค่การปั่นจักรยาน แต่คือการเคลื่อนตัวเองไปเพื่อพบเห็น เรียนรู้ และหาประสบการณ์จากห้องเรียนขนาดใหญ่เท่าโลก ที่เราไม่มีวันเรียนรู้จนครบ
ดังนั้นเมื่อเริ่มคิดจะออนทัวร์สักครั้ง ก็คงต้องวางแผนจากจุดเริ่มต้น กับจุดหมายปลายทาง กำหนดระยะทางให้สัมพันธ์สภาพภูมิประเทศ อากาศ และเวลาที่มี หากยังไม่มีประสบการณ์มากนักในการปั่นอาจเริ่มจากการตั้งเป้าหมายในแต่ละวันจากระยะที่ตนมั่นใจ และเคยทำได้ สิ่งสำคัญสำหรับการวางแผนคือการกำหนดรูปแบบ และเส้นทางการปั่นอย่างคร่าวๆ ที่จะสามารถทำได้จริงและไม่หนักเกินไป ซึ่งข้อนี้ต้องคำนึงถึงเพื่อนร่วมทางด้วย ไม่มีใครอยากเป็นภาระกับใคร และการที่จะไม่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นภาระคือการปั่นที่คำนึงถึงคนอื่นๆ ในกลุ่มด้วย การปั่นทัวร์ริ่งไม่ใช่เวทีแสดงความเหนือชั้นของคนขาแรง แต่คือการปั่นเพื่อนเรียนรู้โลกอย่างสุขใจจากสิ่งที่ได้เห็น รวมถึงการเรียนรู้ที่จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน ระหว่างนักปั่นกับนักปั่น และนักปั่นกับจักรยาน เพราะในท้ายที่สุดแม้ว่าจะเดินทางบากบั่นมาด้วยกัน นอกจากไมตรีจิต และการให้กำลังใจต่อกันในยามเหนื่อยล้า หรือบาดเจ็บแล้ว ไม่มีใครสามารถปั่นจักรยานแทนใครได้ ทุกคนล้วนต้องไปถึงที่หมายด้วยตัวของตัวเองทั้งสิ้น และหากต้องการการปั่นทัวร์ริ่งตามแบบฉบับที่เป็นตัวของตัวเองจริงๆ แล้ว นักปั่นก็สามารถเลือกที่จะปั่นแบบฉายเดี่ยวได้
การปั่นทัวร์ริ่งเดี่ยว มีข้อดีก็คือ เป็นการปั่นที่มีความยีดหยุ่นสูง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนเพียงคนเดียว อีกทั้งมีความคล่องตัวสูงนึกอยากจะหยุดก็หยุดได้ นึกอยากจะไปต่อก็ไปได้เลย แต่การปั่นลักษณะนี้สภาพร่างกายต้องมีความพร้อมพอสมควร และการปั่นนั้นยิ่งต้องระแวดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ หูตาต้องไว เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างแท้จริง ในยามสบายดีจักรยานคันเก่งคือพาหนะที่พาเรามุ่งหน้าไปได้เร็วกว่าการเดินหลายเท่าตัว แต่เมื่อมีเหตุขัดข้อง หรือมีอาการบาดเจ็บที่ทำให้ไม่สามารถปั่นต่อไปได้ ท่ามกลางป่าเขาเปลี่ยว จักรยานถือว่าเป็นภาระชิ้นใหญ่ทีเดียว การปั่นทัวร์ริ่งตามลำพังนั้น ต่างกับการปั่นกลุ่มมาก เมื่อต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางสภาพที่สุดขั้ว สภาพจิตใจนั้นต่างออกไปจากการมีเพื่อนร่วมทางเป็นแน่ สิ่งที่ต้องเติมให้มากคือ ความมุ่งมั่น เข้มแข็ง และไม่ย่อท้อ แต่ต้องขอบอกว่าการปั่นทัวร์ริ่งแบบฉายเดี่ยวนี้ เป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์จริงๆ นะครับ
เมื่อตั้งเป้าหมายสำหรับการเดินทางแล้ว สิ่งที่ต้องสนใจลำดับต่อไปคือรายละเอียดปลีกย่อย ว่าต้องผ่านที่ไหนอย่างไรบ้าง ระยะทางจากชุมชนหนึ่งไปอีกชุมชนหนึ่งนั้นไกลเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างทางหนีทีไล่ได้ในยามคับขัน บางเส้นทางเป็นภูเขาสูงชันติดต่อกันเป็นร้อยกิโลเมตร อาหาร และน้ำดื่มต้องพกติดไปให้พร้อม สิ่งเหล่านี้สำคัญสำหรับนักปั่นมาก เพราะบางช่วงทั้งร้านค้าและเขตชุมชนห่างออกไปอีกหลายสิบกิโลเมตร ในขณะที่ขึ้นเขาสูงติดๆ กันเพียงไม่กี่กิโลเมตร นักปั่นบางคนหมดน้ำไปสองขวดแล้ว นักทัวร์ริ่งที่ดีจะต้องเป็นนักวางแผนที่เก่ง และอ่านสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ เรื่องความสูงชัน หรือสภาพถนนนั้น สามารถสอบถามจากคนในพื้นที่ได้ แต่ต้องคำนึงว่า ผู้ตอบคำถามส่วนใหญ่ตอบในฐานะของผู้ใช้เส้นทางด้วยพาหนะอื่นที่ไม่ใช่จักรยาน ดังนั้นเขาเหล่านั้นอาจไม่เข้าใจว่า ความสูง และลาดชัน หรือสภาพเส้นทางนั้นมีผลกับนักปั่นจักรยานมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปกลังเกรงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ตั้งใจ มุ่งมัน ปั่นไปข้างหน้า ถ้าไม่ยากลำบากไหนเลยจะกลับมาเล่าสู่กันฟังอย่างภาคภูมิเล่า
ต้องขอโทษด้วยที่ล่าช้า พอดีมีอะไรหลายๆ อย่างต้องทำ เลยยังไม่มีเวลาเท่าไหร่ครับ
สำหรับตอนที่สาม จะเป็นเรื่องของการเตรียมตัวก่อนเดินทาง การเดินทาง และบทสรุป นะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
ต่อมาจากกระทู้เดิม ตอนที่ 1 ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=679626
ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
3. ม้าศึก
นักทัวร์ริ่งกลุ่มหนึ่งมักพูดว่า "จักรยานอะไรก็ทัวร์ริ่งได้" ที่จริงคำพูดนี้ เป็นนัยเพื่อที่จะสื่อสารพอสังเขปให้เห็นว่า "กระบี่อยู่ที่ใจ" และจักรยานหลายหลากสามารถถูกแปลงร่างให้กลายมาเป็นม้าศึกคู่ชีพในยามรอนแรมเดินทางท่องโลกกว้าง แต่ถ้าจะให้เจาะลึกลงไปในรายละเอียดจริงๆ แล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าจักรยานนั้นเป็นพระเอกของการเดินทางทีเดียว และมีรายละเอียดจุกจุกหยุมหยิมตามแต่จ๊อกกี้ผู้ควบคุมม้าศึกจะต้องการ
เมื่อพูดถึงการเลือกจักรยานเพื่อการปั่นระยะไกล หลายคนมักนึกถึงสิ่งที่เรียกว่า "งบประมาณ" มีคนถามผมมากมายว่า จักรยานราคาเท่านั้นเท่านี้ ยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ เอาไปปั่นทัวร์ริ่งกะเขาได้หรือไม่ ด้วยความเคารพเพื่อนๆ นักปั่นทั้งหลายคำถามนี้ไม่มีใครตอบได้ดีไปกว่าคนที่ตั้งคำถามเองหรอก เพียงแต่ต้องเข้าใจเสียก่อนว่าเมื่อเราจะเลือกปั่นจักรยานคันหนึ่งนั้น เราจะปั่นมันแบบไหน แล้วมันเหมาะที่เราจะปั่นแบบนั้นหรือไม่ สำหรับการทัวร์ริ่งนั้น ราคาของจักรยานไม่ใช่ประเด็นแม้แต่น้อย ผมเคยเห็นนักทัวร์ริ่งที่ใช้จักรยานราคาแพงลิบลิ่ว จัดเต็มมาแบบครบเครื่อง เห็นแล้วก็น้ำลายไหล ไปจนถึงนักทัวร์ริ่งบางคนที่ใช้จักรยานเก่าแก่อายุสามสี่สิบปี ก็เห็นปั่นทั่วประเทศกันมาหลายรอบก็ด้วยสองล้อโกโรโกโสคันนี้นี่เอง เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว อะไรเล่าคือสิ่งที่ตรงประเด็นสำหรับการเลือกจักรยานสำหรับทัวร์ริ่งสักคัน
จักรยานทัวร์ริ่ง ให้เปรียบกับเสื้อผ้าแล้ว ก็ต้องเป็นเสื้อผ้าลำลองที่พอดีตัวเวลาใส่แล้วสบายที่สุด ดังนั้นทั้งเรื่องขนาดของจักรยาน และการปรับแต่ง ต้องทำให้เหมาะกับตัวเองมากที่สุด และในขณะเดียวกัน ตัวจ๊อกกี้เองก็ต้องคุ้นชินกับการปั่นจักรยานคันนั้นๆ ด้วยเช่นกัน การปั่นทัวร์ริ่งไม่ใช่ปั่นทัวร์ออฟไทยแลนด์ ท่านั่งนั้นไม่จำเป็นต้องมุดหลบอากาศมากมาย ความเร็วการปั่นไม่มาก จัดท่าในการปั่นให้สบายๆ เมื่อลูกบันไดลงไปตำแหน่งต่ำสุดให้ขาเกือบตึงตามหลักปกติ อานนั่งอันนี้เป็นเรื่องของก้นใครก้นมัน ข้อสำคัญที่สุดคือระบบต่างๆ ต้องพร้อมสมบูรณ์ เมื่อติดสัมภาระด้านท้ายแล้วเวลาปั่นสั้นเท้าต้องไม่ไปเกี่ยวหรือถูส่วนใดส่วนหนึ่งของกระเป๋า ยิ่งถ้าเป็นทัวร์ริ่งพันธ์แท้ จะเห็นได้ว่า ระยะของท่อนั่งจะห่างจากขอบยางหลังพอสมควร ซึ่งยังผลให้ฐานล้อถูกยืดให้ยาวออกไป เรื่องนี้คาดเดาได้ไม่ยากว่า จักรยานที่เหมาะสำหรับการปั่นทางไกลแบบท่องเที่ยวนั้น เน้นในเรื่องของการควบคุม เชื่องมือเชื่องเท้า มากกว่าสนใจการตอบสนองที่รวดเร็ว
สำหรับเรื่องของวัสดุนั้นมีทั้งขอดีและข้อเสียต่างกันไป รถเหล็กไหลจำพวกโครโมลี แม้จะไม่ตอบสนองทันท่วงที แต่ก็ลดอาการล้าอันเนื่องจากความสะท้านได้ ต่างกันกับเฟรมที่ทำจากอลูมิเนียมที่รู้สึกถึงความกระด้างที่มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจากต้องรับภาระทั้งน้ำหนักตัว และน้ำหนักบรรทุกที่ฟูลโหลด เรื่องของความแข็งแรงย่อมมีความสำคัญ เรื่องอัตราทดของจานหน้า และเฟืองหลังเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะในเส้นทางที่ต้องมีทางขึ้นเขาชัน เรื่องนี้ชุดขับเคลื่อนของเสือภูเขาน่าจะได้เปรียบ เพราะมีอัตราทดที่สามารถขึ้นเขาได้ดีกว่า จะเสียอยู่ตรงที่ว่า ความละเอียดของการทดเฟืองท้ายนั้นไม่ราบลื่นสักเท่าไหร่ ผิดกับชุดที่เป็นเฟืองหลังแบบเสือหมอบที่มีความละเอียดแทบจะนับขึ้นกันทีละเฟืองสองเฟือง ซึ่งทำให้เราสามารถเลือกอัตราทดที่เหมาะกับความต้องการของเราได้ใกล้เคียงมากกว่า ต้องไม่ลืมนะว่าการใช้เฟืองท้ายผิดกันแค่เฟืองเดียวไม่กี่สิบกิโลเมตรอาจไม่รู้สึก แต่กับระยะทางไกลๆ นานๆ การรับภาระที่หนักกว่าเล็กน้อยสามารถส่งผลต่อความเมื่อยล้าได้เหมือนกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ และฝึกซ้อมจนรู้สึกเคยชินกับการปั่นจักรยานคู่ใจ
รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์และจักรยานนั้น เพื่อนนักทัวร์ริ่งหลายท่านน่าจะรู้ดีกว่าผม และสามารถศึกษาหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ไม่อยาก ไม่มีอุปกรณ์ไหนสมบูรณ์แบบโดยปราศจากข้อเสีย ไม่มีอะไรที่เรียกว่าดีที่สุด จักรยานแพงกว่าใช่ว่าพอเห็นตีนเขาก็จะมีพลังวิเศษที่ให้พละกำลังมากกว่า เมื่อเลือกที่จะปั่นจักรยาน นั่นคือการเลือกที่จะพึ่งพาตนเอง โดยใช้กลจักรอย่างง่ายเป็นพาหนะ เวลาปั่นทางราบก็นึกถึงเสือหมอบ เวลาเข้าไต่ดอยสูงก็นึกถึงเสือภูเขา แต่เมื่อเลือกเอาติดตัวไปได้เพียงคันเดียวกับอีกสองล้อ ข้อจำกัดของจักรยานเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และข้อจำกัดเหล่านี้เองคือความท้าทายนักทัวร์ริ่งอย่างเราๆ
ถ้าถามผมว่าผมเลือกจักรยานทัวร์ริ่งอย่างไร คำตอบง่ายๆ คือจักรยานคันนั้นต้องเอนกประสงค์ และเป็นจักรยานที่ผมรัก ผมชอบการปั่นจักรยาน สนใจการปั่นจักรยาน และใช้เวลาปั่นจักรยานมากกว่าการนั่งวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของอุปกรณ์อยู่ที่บ้าน เพราะเมื่อเรารักที่จะปั่นมันแล้ว สิ่งนี้เองที่ทำให้ข้อเสียของมันไม่มีความหมายใดๆ เลย การได้ออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายคือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ อย่าตั้งคำถามว่า "เราปั่นมันมาไกลขนาดนี้ได้อย่างไร" แต่จงตั้งถามว่า "จักรยานคันนี้พาเรามาไกลถึงขนาดนี้ได้อย่างไร" จึงจะถูก เพราะเมื่อได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรยานแล้ว มันก็ไม่ต่างไปจากอวัยวะส่วนที่สามสิบสาม จงเชื่อมั่นทั้งกับตัวเอง และกับจักรยานของตัวเอง และออกเดินทาง เพราะสิ่งที่นักทัวร์ริ่งต้องการมิใช่การจับผิดจักรยาน แต่คือการสร้างความทรงจำระหว่างตนกับจักรยาน
4. ตั้งเป้า
ซุ่มซ้อมมาก็มาก เช็ดจักรยานรอเวลาอยู่ทุกวัน เมื่อตัดสินใจจะออกทัวร์ริ่งสักครั้ง ก็ต้องมีเป้าหมาย และมีการวางแผนการ อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้น การทัวร์ริ่งไม่มีความตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จ และทุกการเดินทางมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสมอ ประเมินความสามารถของตัวเองให้ถูกต้อง อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองจะรับไหว เพราะแม้ว่าการออกไปผจญภัยกับความท้าทายใหม่ๆ คือการตามล่าความฝัน แต่ต้องอย่าลืมว่า ความปลอดภัย และความพอดีเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก ไม่มีประโยชน์อันใดเลย ที่จะทำสิ่งที่มากเกินกว่าขีดความสามารถของตนจนต้องเกิดความสุ่มเสี่ยงอย่างไม่จำเป็น นักทัวร์ริ่งที่มีประสบการณ์สูงหลายต่อหลายคนเลือกที่จะปั่นสบายๆ วันละเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรด้วยความเร็วพอๆ กับการปั่นจักรยานไปจ่ายกับข้าวที่หน้าตลาด หาใช่ว่าเขาเหล่านั้นไม่มีเรื่ยวแรง ไม่มีทักษะ แต่กลับตรงกันข้าม ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาเข้าใจการปั่นทัวร์ริ่งอย่างลึกซึ้งต่างหาก นักปั่นทัวร์ริ่งหลายคน รวมถึงผมด้วยที่เริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิด ว่าการปั่นลักษณะนี้คือการปั่นไปไกลๆ และนานๆ
ตัวผมเองท้าวความกลับไป ต้องสารภาพว่า หันมาปั่นทัวร์ริ่งครั้งแรกเพียงเพราะต้องการพิสูจน์สมรรถภาพร่างกายของตนเอง ตะบี้ตะบันปั่นเช้ายันค่ำรวมได้ระยะเฉียดแปดร้อยกิโลเมตรในสี่วัน แต่ในหัวสมองกลับว่างเปล่า ไม่ได้ประสบการณ์อะไรเลย และนั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ผมจะทำแบบนั้น นั่นไม่ใช่การปั่นทัวร์ริ่งตามแบบที่ถูกสักนิด มาถึงบางอ้อตอนที่ได้พบกับนักปั่นทัวร์ริ่งจากออสเตรเลียคนหนึ่ง ที่เขาพูดแกมประชดประชันโดยการเรียกผมว่าเป็น "ซุปเปอร์ไซคลิส" แต่ไม่ใข่ "ทัวร์ริ่งแมน" และประสบการณ์ก็ค่อยๆ สอนให้รู้ว่าการปั่นทัวร์ริ่งที่แท้จริงแล้ว มันไม่ใช่แค่การปั่นจักรยาน แต่คือการเคลื่อนตัวเองไปเพื่อพบเห็น เรียนรู้ และหาประสบการณ์จากห้องเรียนขนาดใหญ่เท่าโลก ที่เราไม่มีวันเรียนรู้จนครบ
ดังนั้นเมื่อเริ่มคิดจะออนทัวร์สักครั้ง ก็คงต้องวางแผนจากจุดเริ่มต้น กับจุดหมายปลายทาง กำหนดระยะทางให้สัมพันธ์สภาพภูมิประเทศ อากาศ และเวลาที่มี หากยังไม่มีประสบการณ์มากนักในการปั่นอาจเริ่มจากการตั้งเป้าหมายในแต่ละวันจากระยะที่ตนมั่นใจ และเคยทำได้ สิ่งสำคัญสำหรับการวางแผนคือการกำหนดรูปแบบ และเส้นทางการปั่นอย่างคร่าวๆ ที่จะสามารถทำได้จริงและไม่หนักเกินไป ซึ่งข้อนี้ต้องคำนึงถึงเพื่อนร่วมทางด้วย ไม่มีใครอยากเป็นภาระกับใคร และการที่จะไม่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นภาระคือการปั่นที่คำนึงถึงคนอื่นๆ ในกลุ่มด้วย การปั่นทัวร์ริ่งไม่ใช่เวทีแสดงความเหนือชั้นของคนขาแรง แต่คือการปั่นเพื่อนเรียนรู้โลกอย่างสุขใจจากสิ่งที่ได้เห็น รวมถึงการเรียนรู้ที่จะให้เกียรติซึ่งกันและกัน ระหว่างนักปั่นกับนักปั่น และนักปั่นกับจักรยาน เพราะในท้ายที่สุดแม้ว่าจะเดินทางบากบั่นมาด้วยกัน นอกจากไมตรีจิต และการให้กำลังใจต่อกันในยามเหนื่อยล้า หรือบาดเจ็บแล้ว ไม่มีใครสามารถปั่นจักรยานแทนใครได้ ทุกคนล้วนต้องไปถึงที่หมายด้วยตัวของตัวเองทั้งสิ้น และหากต้องการการปั่นทัวร์ริ่งตามแบบฉบับที่เป็นตัวของตัวเองจริงๆ แล้ว นักปั่นก็สามารถเลือกที่จะปั่นแบบฉายเดี่ยวได้
การปั่นทัวร์ริ่งเดี่ยว มีข้อดีก็คือ เป็นการปั่นที่มีความยีดหยุ่นสูง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนเพียงคนเดียว อีกทั้งมีความคล่องตัวสูงนึกอยากจะหยุดก็หยุดได้ นึกอยากจะไปต่อก็ไปได้เลย แต่การปั่นลักษณะนี้สภาพร่างกายต้องมีความพร้อมพอสมควร และการปั่นนั้นยิ่งต้องระแวดระวังเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ หูตาต้องไว เพราะตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างแท้จริง ในยามสบายดีจักรยานคันเก่งคือพาหนะที่พาเรามุ่งหน้าไปได้เร็วกว่าการเดินหลายเท่าตัว แต่เมื่อมีเหตุขัดข้อง หรือมีอาการบาดเจ็บที่ทำให้ไม่สามารถปั่นต่อไปได้ ท่ามกลางป่าเขาเปลี่ยว จักรยานถือว่าเป็นภาระชิ้นใหญ่ทีเดียว การปั่นทัวร์ริ่งตามลำพังนั้น ต่างกับการปั่นกลุ่มมาก เมื่อต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางสภาพที่สุดขั้ว สภาพจิตใจนั้นต่างออกไปจากการมีเพื่อนร่วมทางเป็นแน่ สิ่งที่ต้องเติมให้มากคือ ความมุ่งมั่น เข้มแข็ง และไม่ย่อท้อ แต่ต้องขอบอกว่าการปั่นทัวร์ริ่งแบบฉายเดี่ยวนี้ เป็นประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์จริงๆ นะครับ
เมื่อตั้งเป้าหมายสำหรับการเดินทางแล้ว สิ่งที่ต้องสนใจลำดับต่อไปคือรายละเอียดปลีกย่อย ว่าต้องผ่านที่ไหนอย่างไรบ้าง ระยะทางจากชุมชนหนึ่งไปอีกชุมชนหนึ่งนั้นไกลเท่าไหร่ สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างทางหนีทีไล่ได้ในยามคับขัน บางเส้นทางเป็นภูเขาสูงชันติดต่อกันเป็นร้อยกิโลเมตร อาหาร และน้ำดื่มต้องพกติดไปให้พร้อม สิ่งเหล่านี้สำคัญสำหรับนักปั่นมาก เพราะบางช่วงทั้งร้านค้าและเขตชุมชนห่างออกไปอีกหลายสิบกิโลเมตร ในขณะที่ขึ้นเขาสูงติดๆ กันเพียงไม่กี่กิโลเมตร นักปั่นบางคนหมดน้ำไปสองขวดแล้ว นักทัวร์ริ่งที่ดีจะต้องเป็นนักวางแผนที่เก่ง และอ่านสถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ เรื่องความสูงชัน หรือสภาพถนนนั้น สามารถสอบถามจากคนในพื้นที่ได้ แต่ต้องคำนึงว่า ผู้ตอบคำถามส่วนใหญ่ตอบในฐานะของผู้ใช้เส้นทางด้วยพาหนะอื่นที่ไม่ใช่จักรยาน ดังนั้นเขาเหล่านั้นอาจไม่เข้าใจว่า ความสูง และลาดชัน หรือสภาพเส้นทางนั้นมีผลกับนักปั่นจักรยานมาก เพราะฉะนั้นอย่าไปกลังเกรงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ตั้งใจ มุ่งมัน ปั่นไปข้างหน้า ถ้าไม่ยากลำบากไหนเลยจะกลับมาเล่าสู่กันฟังอย่างภาคภูมิเล่า
ต้องขอโทษด้วยที่ล่าช้า พอดีมีอะไรหลายๆ อย่างต้องทำ เลยยังไม่มีเวลาเท่าไหร่ครับ
สำหรับตอนที่สาม จะเป็นเรื่องของการเตรียมตัวก่อนเดินทาง การเดินทาง และบทสรุป นะครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
- Bike Anyway
- สมาชิก
- โพสต์: 81
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2012, 01:33
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
แผนที่ร้าน https://www.facebook.com/media/set/?set ... 216&type=3
http://www.facebook.com/BikeAnyway
เปิด 12.30 - 20.00 น. ทุกวัน
Tel. 086-335-3359
http://www.facebook.com/BikeAnyway
เปิด 12.30 - 20.00 น. ทุกวัน
Tel. 086-335-3359
- nop_master
- ขาประจำ
- โพสต์: 1591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ค. 2012, 18:49
- team: 347
- Bike: Evo SL3 Transistion Surly
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
- 2AN
- สมาชิก
- โพสต์: 18
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2012, 22:25
- Tel: 0814789494
- Bike: TREK
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
รอตอนต่อไปครับ
-
rainbow
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
- Tel: 0896402264
- team: -
- Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
คนเขียน...กลั่นมาจากสถานการณ์ที่เป้นจริง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
-
zhong
- สมาชิก
- โพสต์: 69
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2011, 07:15
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ผมอ่านซ้ำตั้งหลายครั้ง รู้สึกตื้นตัน ขอบคุณมากครับ
- otto2525
- ขาประจำ
- โพสต์: 499
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2009, 14:56
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ตอนต่อไปครับผม
แต่ฉันไม่เดือดร้อน แม้ไม่มีมากมายอย่างใครสักที
แม้มีเท่านี้ แต่หัวใจมันก็ยินดี ทุกวัน
ชีวิตนี้บางทีก็น้อย คิดไปทำไม
ชีวิตนี้บางวันก็เยอะ ถือเป็นกำไร
ชีวิตเราก็เท่านี้ ความสุขที่หัวใจต้องการ
สุดท้ายมันอยู่ไม่ไกล
ค้นลงไปข้างในจิตใจ ใครๆก็พบมัน
- โบ้เอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1038
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:08
- Tel: 0818414635
- team: STADIUM BIKE
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ค่อยติดตามครับ
Stadium Bike Club======>www.stadiumbike.com
แนวTOURINGน้องใหม่====>มิตรภาพเพื่อนเก่าบนหลังอาน Old Friends Bike Trip
แนวTOURINGน้องใหม่====>มิตรภาพเพื่อนเก่าบนหลังอาน Old Friends Bike Trip
-
nkr
- ขาประจำ
- โพสต์: 359
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 16:30
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
"ฒ" นา..วี สรรค์สร้าง สุขภาพ มิตรภาพ และภราดรภาพ
- foresthang
- ขาประจำ
- โพสต์: 1571
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.พ. 2009, 16:13
- Tel: 088-7687291
- team: เพียง๒ล้อกับ๑ใจก็ไปได้
- Bike: Surly LHT
- ติดต่อ:
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
กลับมาเร็วๆนะ...เริ่มติดเหมือนละครแล้ว.. 
-
Imo
- ขาประจำ
- โพสต์: 268
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2013, 01:02
- ติดต่อ:
- Aud Phuket
- ขาประจำ
- โพสต์: 233
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 23:34
- Bike: bianchi, giant
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ตามมาอ่าน
Anyone who rides a bike is a friend of mine.
- dum2011
- ขาประจำ
- โพสต์: 2207
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ม.ค. 2011, 09:39
- Tel: 022870115
- Bike: dahon
- takiang
- ขาประจำ
- โพสต์: 146
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2012, 13:52
- Bike: Dahon Broadwalk
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ตามมาอ่านต่อ 
- drhann
- ขาประจำ
- โพสต์: 569
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2011, 10:12
- Bike: รถเหล็กทัวร์ริ่ง
- ตำแหน่ง: บางแก้ว
Re: ทัวร์ริ่ง... อีกฝัน... คนปั่นจักรยาน ตอนที่ 2
ปักหลักรออ่านตอนต่อครับ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ