ทริป ปั่นข้ามภูสามสุ่ม แขวงเชียงขวาง สปป.ลาว สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,200 เมตร
- 4 มี.ค.56 นักเดินทางล่าฝันปั่นหาความทุกข์กาย สบายใจ รวมทั้งสิ้น 5 ชีวิตคือ..ตัวผมเองจาก อ.ธาตุพนม, เสือสำราญ จาก อ.วารินชำราบ, และจากจันทบุรี อีก 3 ท่าน เดินทางจาก อ.ธาตุพนม – เรณูนคร- อ.เมืองนครพนม ข้ามเรือนอนที่โรงแรมแม่โขง ม.ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว 400/ห้อง/คืน ระยะทาง 64 กม.
- 5 มี.ค.56 ออกจากที่พักมุ่งหน้าตามถนนหมายเลข 13 ผ่าน ม.หินบูน, ม.สองห้อง ถึง บ.เวียงคำ หรือ บ.ทางแบ่งหลักซาว นอนที่เวียงเจริญรีสอร์ท 400/ห้อง/คืน ระยะทาง 108 กม.
- 6 มี.ค.56 ออกจากที่พักไปตามถนนหมายเลข 8 ถึง บ.นาหิน (ชื่อเดิม) หรือ ม.คูนคำ(ยกระดับเป็นเมืองเมื่อปี 2012) พักที่เฮือนพักโลโซ เหมาหลัง 1 แสน 2 หมื่นกีบ ระยะทาง 45 กม.มีเขาสูงอากาศร้อนมาก แต่วิวสวยงาม
- 7 มี.ค.56 ออกจากที่พักปีนป่ายขึ้นเขาสูงอีกรอบตามถนนหมายเลข 8 ไปบรรจบถนนหมายเลข 1 D ที่ บ.ป่าคา เลี้ยวซ้ายตามถนนถึง ม.เวียงทอง พักที่แดนสวาทรีสอร์ท 8 หมื่นกีบ/ห้อง ระยะทาง 71 กม.
- 8 มี.ค.56 ออกจากที่พักมุ่งหน้าไปตามถนนขึ้นเหนือถึง บ.จอมทอง 35 กม. เป็นทางสามแพร่ง คือตรงไปจะบรรจบกับถนนสายปากซัน-เชียงขวาง บริเวณ บ.ท่าสี....ชุดของเราเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางลูกรัง..แม่รัง..พ่อรัง...เป็นเส้นทางลัดไปสู่ ม.คูน แขวงเชียงขวางได้เช่นเดียวกัน แต่เส้นทางนี้ซ่อนความสวยงามไว้ในความโหด เลว ดี สุดๆ........โดยผ่าน ม.หมอก และภูสามสุ่ม เป้าหมายที่เราต้องวิ่งชน...วันนี้เราเดินทางไม่ถึงเป้าหมายที่จะต้องพัก จึงแวะนอนที่โรงเรียน บ.น้ำหงำ เป็นหมู่บ้านของลาวสูง หรือม้ง (ประหยัดได้สุดๆ คือไม่ได้อาบน้ำและกินมื้อเย็น เล่นมาม่าแทน นอนบนกระดานสองแผ่นที่เด็กๆ ใช้รองเขียนหนังสือแทนโต๊ะอย่างดี นี่คือกำไร ที่ 1)
- 9 มี.ค.56 ออกจากที่พักถึง บ.คังเวียง พักที่เฮือนพักของท้าวคำแพง ราคา 50 พันกีบ/ห้อง/คืน (บ.คังเวียง เดิมเป็นที่ตั้งของ ม.หมอก แต่การเดินทางเข้าไปปฏิบัติงานของ จนท.ลำบากมากและมักจะถูกดักซุ่มโจมตีจากกลุ่ม ขตล.ต่อมาจึงได้ย้ายตัวเมืองไปตั้งอยู่ บ.นาค่อน แทนที่เดิม ภูมิประเทศตั้งอยู่บนเนินที่มีภูเขาสูงล้อมรอบ สายน้ำหลายสายไหลผ่าน อากาศเย็นสบายในฤดูร้อนและหนาวมากในฤดูหนาว อุณหภูมิตลอดปีเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 14 องศาเซลเซียต หนาว-2 องศาในบางปี ที่ตั้งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 932 เมตร) ระยะทาง 21 กม. อุปสรรคของวันนี้คือ ซี่ลวดขาด 1 ครั้ง เขาสูงชันเหลือหลาย ถนนดินหินลอยมากมาย ฯ........
- 10 มี.ค.56 ออกจากที่พัก ฯ ไปที่ บ.นาค่อน (ที่ตั้ง ม.หมอก ปัจจุบัน) เป็นเส้นทางหนึ่งที่โหดสุดเหมือนกัน หินลอยก้อนใหญ่ ทางลงเขาชันรื่นไหลจากการตะกรุยของรถยนต์ เข้าพักที่โรงแรมสายน้ำโม้ ห้องรวมนอน 5 คน/1 แสนกีบ/คืน เส้นทางนี้กำลังบุกเบิกหน้าดินปรับปรุงเส้นทาง ระยะทางของวันอยู่ที่ 23 กม.
- 11 มี.ค.56 ออกจากที่พักไปตามถนนถึง บ.ค่ายทหารน้ำพื้น ระยะทาง 23 กม.เส้นทางผ่านหินลอยเป็นทางเรียบหน้าดินถูกบดอัดแน่นปั่นได้ง่ายขึ้นแต่แลกมากับความสูงชันของภูเขา คดโค้งวิวสองข้างทางสวยงาม เราปั่นช้าๆ เพื่อเก็บรายละเอียดของความสวยจากธรรมชาติ เพราะต่อไปในอนาคตจะไม่มีภาพดังวันนี้ให้ได้เห็นอีกแล้ว คืนนี้เรานอนพักกันที่ร้านค้าเล็กๆ นอนกับพื้นดินที่มีเพียงผ้ายางปูรองนอนเท่านั้นและเป็นร้านค้าของทหารที่ประจำอยู่ที่ด่านตรงนั้นด้วย การต้อนรับดีมาก ข้าว อาหารมีพร้อมให้เราเต็มอิ่ม อากาศเย็นสบายกลางคืนถึงหนาว ณ จุดที่พักมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,560 เมตร ชื่อเจ้าของร้านที่นอนคือท้าวคำหล้า และนางสีทอง......เราจ่ายรวมค่ากิน/นอน 50 พันกีบ....
- 12 มี.ค.56 ออกจากที่พัก บ.ค่ายทหารฯ มุ่งหน้าสู่ บ.เมืองงาน ปีนป่ายข้ามภูสามสุ่ม กับระยะทาง 6 กม.เราถึงจุดสูงสุดของเส้นทางบนภูสามสุ่ม วัดความสูงจาก GPS.ได้ 2,200 เมตร จากนั้นลงยาวมากกว่าขึ้น ถึง บ.เมืองงาน รวมระยะทาง 22 กม.นอนที่ บ.เมืองงาน 1 คืน อากาศเย็นมากๆ ในตอนกลางคืน ระดับความสูงของเมืองงานยังอยู่ที่ 1,455 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง
- 13 มี.ค.56 ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่ ม.คูน กับระยะทาง 54 กม.สภาพเส้นทาง/การปั่นดีขึ้นช่วงปลายๆ ได้ปั่นบนถนนลาดยางบ้างแล้ว เราพักที่ โรงแรม ม.คูน 80 พัน/ห้อง/คืน (ม.คูน เดิมเป็นที่ตั้งแขวงเชียงขวาง ครั้นเมื่อเกิดสงครามล่าอาณานิคมกับฝรั่งเศสถูกทิ้งระเบิดเสียหายมากจึงได้ย้ายแขวงไปตั้งอยู่ที่ ม.โพนสะหวัน ถึงปัจจุบัน) ยังพอหลงเหลือซากเก่าทางโบราณวัตถุไว้ให้ดูบ้างแต่ก็ทรุดโทรมตามกาลเวลา
- 14 มี.ค.56 ออกจากที่พักมุ่งหน้าสู่ทุ่งไหหินและเข้าพักที่ เฮือนพักถาวอนพัดทะนา ม.โพนสะหวัน 80 พันกีบ/ห้อง/คืน ระยะทาง 31 กม. ทุ่งไหหินดินแดนมหัศจรรย์ ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังจากการสู้รบ ร่องรอยการขุดคูเลสหลุมเพลาะยังปรากฎให้เห็น โอ่งหินน้อยใหญ่เรียงรายอยู่กลางแจ้ง ไม่มีประวัติแจ้งรายละเอียดว่ามาจากที่ใด ใครสร้าง อย่างไร. รู้แต่เพียงว่าเสียเงินเข้าชมคนละ 10 พันกีบ/1 คนต่างประเทศ และ 5 พันกีบ/1 คนลาว........ม.โพนสะหวัน หรือแขวงเชียงขวาง กำลังพัฒนาด้านวัตถุมากมาย ฝุ่นตลบอบอวนคละคลุ้งทั้งวัน เราแพ้ฝุ่นถึงกับต้องจับไข้และเป็นหวัดรุนแรง ตั้งใจจะค้างสักสองคืน ทนอยู่ไม่ไหวต้องจากมาอย่างเร็วไวให้ห่างไกลจากละอองฝุ่นอันตรายเหล่านั้น....แหล่งเที่ยวชมทางการต่อสู้ยังมีอีก 1 แห่ง แต่ไม่ได้ไปชมคือที่ ภูกูด ห่างจากตัวเมืองออกไปทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 25 กม.เป็นสนามรถอีกแห่งที่รุนแรงไม่แพ้สนามรบทุ่งไหหิน ปัจจุบันยังคงเหลือเศษขยะของสงครามทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์มากมาย
- 15 มี.ค.56 ออกจากที่พักมุ่งหน้ากลับแผ่นดินเกิด ผ่าน ม.คูน ถึง ม.ท่าโทม กับระยะทาง 113 กม.เส้นทางสูงแต่เป็นขาลง วิวสองฟากฝั่งสวยงามแต่รถของผมมีปัญหาจึงไม่กล้าเล่นๆ เหมือนขาขึ้น..คืนนี้พักที่บ๊อบบี้เกสเฮ้าส์ 60 พันกีบ/ห้อง/คืน ที่ตั้ง บ.สีบุนเฮือง อากาศเริ่มเข้าสูงเขตร้อน อาการไข้หวัดยิ่งเริ่มกำเริบ ไอ จาม ถี่ขึ้นรวมถึงเจ็บหน้าอกด้วย
- 16 มี.ค.56 ออกจากที่พักมุ่งหน้าท่าข้าม ม.ปากซัน กับระยะทาง 107 กม. อาการเริ่มร้อนรุนแรง ความสูงชันของภูเขาลดน้อยลง เส้นทางก็ยังสวยงามตลอดการเดินทาง แต่อาการไข้ไม่ได้ลดน้อยตามระยะทางที่กำลังจะข้ามฝั่งกลับตรงข้ามรุนแรงขึ้นทุกวงรอบล้อหมุน ถึง ม.ปากซัน เวลาประมาณ 17.30 น.เรารีบกลับฝั่งไทย ตรงกับวันเสาร์เจ้าหน้าที่ขายตั๋วเรือบอกว่าต้องเหมาลำ เหมาก็เหมา 1,000 บาท ควักจ่ายทันที เรือส่งข้ามฟากถึงฝั่ง ตม.บึงกาฬ........ไชโย ไชโย ไชโย...ถึงแผ่นดินแม่แล้ว........ความรู้สึกลึกๆ ถูกปลดปล่อยไปสิ้น แต่อาการไข้ก็ยังไม่ดีขึ้นเราต้องไปซื้อยากับร้านที่มีเภสัชฯ รุ่งเช้าอาการไอ จาม ดีขึ้น คอหายเจ็บปั่นกลับคงไม่ถึงบ้านแน่จึงใช้ตัวช่วยจับเสือยัดใส่ท้องรถทัวร์ถึงนครพนม จากนั้นขึ้นสองแถวถึงบ้านถึงกับนอนซมซาน...... จบทริปครับ..........พบกันใหม่โอกาสหน้าครับผม...