รุ่นไหนน่าใช้ น่าลงทุนที่สุด พอดีจะเริ่ม projectใหม่
ใช้คาร์บอนก็ไม่ค่อยมั่นใจ อลูเบาๆก็แพงอยู่

giro เขียน: เรียงเฟรมตัว top 3 ตัวของเบียงคี่ให้ได้พิจารณานะครับ
928SL น้ำหนัก 850g เป็นคาร์บอนเกรดแข็งพิเศษทั้งคัน stiff เป็นอันดับสองในค่าย ราคาเกินแสนไปสองอึดใจ
FG-Lite น้ำหนัก 1100g บวกลบ เป็นอลูมินั่มพิเศษขึ้นรูป
928T-CUBE น้ำหนัก 980g เป็นคาร์บอนสารพัดแบบผสมอยู่บนเฟรม บางที่แข็งมากๆ บางที่นุ่มนวล ดังนั้นความ stiff เฉลี่ยทั้งเฟรมจึงสู้สองทหารเสือด้านบนไม่ได้
และจะมีตัวเลือกอีกตัวมาให้สับสนอีกก็คือ 928 MONO-Q หรือเป็นสายพันธุ์เดียวกับ 928 C2C ตัวเดิม น้ำหนักตามอ้างประมาณ 1400g
เฟรม FG-Lite
เป็นเฟรมอลูมินั่มในกลุ่ม HoC ชั้นสูงสุดของเบียงคี่ อดีตเคยเป็นรถแข่งสำหรับโปรทีม"Liquigas"แห่งขุนพล Di Luca กระหน่ำตระเวณในโปรทัวร์ระดับสูงสุดของ UCI มาแล้ว เป็นหนึ่งในเฟรมอลูมินั่่มในตำนาน... แข็ง กระด้าง พุ่ง น้ำหนักเบา เทคโนโลยีอลูมินั่มตัวสูงสุด เทคนิครีดท่อแบบทริปเปิลบัท ทำให้เฟรมนั้นมีน้ำหนักเบา เกรดของอลูมันั่มเองก็ทำให้มันแข็งพุ่งตอบสนองได้รวดเร็ว
จุดเด่น
๐แข็งมาก ตอบสนองได้เร็วพุ่งทันใจ
๐น้ำหนักเบา ประมาณ 1100 กรัม
จุดด้อย
๐กระด้างขี่ไกลๆนานแล้วล้า
เฟรม 928 T-CUBE
เป็นเฟรมคาร์บอนตัวสูงสุดในคลาส B4P ของเบียงคี่ องศาเกือบทั้งหมดเหมือนกันกับกลุ่ม HoC แต่ท่อคอจะลาดองศาน้อยกว่าทำให้ฐานล้อยาวกว่าเล็กน้อยลดความจี๊ดจ๊าดจัดด้านลงไปแต่จะมีผลดีในการเดินทางยาวมากขึ้น สำหรับการรับใข้โปรทีมนั้นเพิ่งผ่านมาหมาดๆกับรถแข่งประจำทีม "Team Barloworld" ทีมระดับ Continental Pro ที่โลดแล่นในทัวร์หลากระดับตั้งแต่ระดับกลางจนถึงแกรนด์ทัวร์อย่าง Giro d'Italia และ Tour De France ปี 08 ที่ผ่านมา โดยเฟรมตัวนี้เป็นตัวประจำสำหรับสปรินท์เตอร์และทีมเมททั่วไป คุณสมบัติของเฟรมก็คือความนุ่มสบายผสมผสานกับความแข็งตอบสนองเร็ว
จุดเด่น
๐ขี่สบายมากๆแรงสะเทือนแทบไม่ต้องกังวล เรื่องล้านั้นอยู่ที่ความฟิตล่ะครับ
๐มันเป็นหนึ่งในเฟรมคาร์บอนที่ stiff มากๆครับความแข็งนั้นเอาไปสู้กับเฟรมราคาเป็นแสนได้สบายๆ เรื่องพุ่งนั้นหายห่วงครับกระโหลกรับแรงบิดได้สูงโดยไม่แสดงอาการย้วยให้เห็น
ข้อเสีย
๐น้ำหนักมากไปหน่อย(สำหรับเฟรมคาร์บอนเกรดนี้) น้ำหนักตัวไซส์ 55 อยู่ที่ประมาณ 980 กรัม
๐ความ stiff นั้นเป็นในแนวระนาบครับที่แข็งเท่าอลูฯ ทว่า ในแนวตั้งนั้นก็สู้อลูฯไม่ได้เลยครับมันนิ่มกว่าเยอะ ทำให้เวลาเราโยกขึ้นเขาแบบหน่วงๆแรงๆจะรู้สึกถึงความยวบเล็กน้อย ความ stiff ของมันออกแบบมาสำหรับความพุ่งในทางราบเวลาโยกสปรินท์และการนั่งปั่นที่แรงบิดสูงๆ เวลาโยกถ้าจะให้แข็งๆเฟรมทั้งเฟรมตั้งแข็งโป๊กครับ๐มันไม่ใช่เฟรมที่ไหลดีแน่ๆครับ... การคงที่ของความเร็วต่ำ โดนลมแล้วเหี่ยว นี่คือคุณสมบัติทั่วไปของคาร์บอนอยู่แล้วครับ ดังนั้นถ้าขี่เฟรมไหลดีๆมาแล้วเปลี่ยนมาขี่เฟรมแบบนี้ บอกได้เลยว่าต้องเปลี่ยนลักษณะการขี่ครับ จากเดิมที่เฟรมมันไหลดี คงความเร็วได้ เวลาซุกก็สบายพักได้แค่แตะๆรถก็คงความเร็วเจอลมก็ไม่ต้องกลัวมาก ...... มาเจอเฟรมนี้ต้องขี่แบบเติมเบาๆแต่สม่ำเสมอ เติมน้อยๆไปเรื่อยๆควงให้ราบรื่นคงที่แต่เบาๆแรงบิดน้อยๆไปเรื่อยเวลาซุก ถ้าเจอลมล่ก็ ดูไม่จืดครับหาที่หลบกันหัวซุกหัวซุนทีเดียว ..... ซึ่งมันเป็นข้อดีตรงที่จะเหนื่อยน้อยกว่าเดิมเวลาอยู่ในกลุ่มที่มีการกระชากความเร็วเสมอๆครับ





