รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
- bump
- สมาชิก
- โพสต์: 16
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2009, 17:10
- Tel: 02-3816333#5712
- Bike: 16" Chevrolet
รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
อยากทราบขั้นตอนวิธีการและอุปกรณ์ การทำสีรถเองนะครับ พอดีเคยอ่านเจอกระทู้ของเฮียคากิอะครับ แต่หาไม่เจอแล้ว
ท่านได้เคยทำรบกวนแนะนำหน่อยครับ
ท่านได้เคยทำรบกวนแนะนำหน่อยครับ
- adaaugusta
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2009, 14:42
- team: อิสระ
- Bike: Mongoose rockadile
- ตำแหน่ง: ไว้จะบอกอีกทีนะ
- ติดต่อ:
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
ผมก็หัดทำอยู่เหมือนกันครับ จากการศึกษามาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผิดถูกประการใดต้องขออภัยไว้ณ.ที่นี้
รายการอุปกรณ์
1. น้ำยาลอกสี อันนี้มีหลายเกรดครับ มีตั้งแต่ราคา 80-600 ส่วนตัวผมเองใช้ แบบแกลลอนละ 80 ครับ น้ำยาตัวนี้ชื่อก็บอกแล้วครับ เอาไว้ลอกสี ตอนใช้ต้องระวังนะครับ ภายในแกนลอนมีแรงอัดอยู่เวลาเปิดควรสวมหน้ากาก และถุงมือยางครับ ถ้าโดนแล้วจะปวดแสบปวดร้อน
2.ถุงมือยาง ใช้คู่กับน้ำยาลอกสีตรับ น้ำยาจะได้ไม่กัดมือ
3. แปรงขนาดเล็กๆ สัก นิ้วครึ่ง ดูตามความเหมาะสมครับ ใช้จุ่มน้ำยาลอกสีครับ
4. เกรียงเล็ก เลือกตามความเหมาะสมครับ
5. กระดาษทรายน้ำขัดเหล็ก เอาไว้เก็บรายละเอียดงานที่ไม่สามารถใช้น้ำยาลอกสีได้ครับ
6. สีที่จะใช้พ่น ตัวนี้มีหลายแบบครับ มีทั้งแบบสีสเปรย์ทนความร้อนที่มีขายทั่วไป หรือ สีที่สั่งผสมพิเศษ แกนลอนละ 600 ครับ เลือกสีหรือหาสีต้นแบบแล้วไปบอกที่ร้านได้เลย แต่จะยุ่งยากตรงใช้หน่อยนะครับ ต้องใช้ Air Brush ใช้ปั้มลม ใช้ทินเนอร์ และอื่นๆ
แต่สีสเปรย์ง่าย เงา แต่คุณภาพสู้สีแบบผสมโดยตรงไม่ได้ครับ
ไว้จะมาบอกขั้นตอนการทำนะครับ
รายการอุปกรณ์
1. น้ำยาลอกสี อันนี้มีหลายเกรดครับ มีตั้งแต่ราคา 80-600 ส่วนตัวผมเองใช้ แบบแกลลอนละ 80 ครับ น้ำยาตัวนี้ชื่อก็บอกแล้วครับ เอาไว้ลอกสี ตอนใช้ต้องระวังนะครับ ภายในแกนลอนมีแรงอัดอยู่เวลาเปิดควรสวมหน้ากาก และถุงมือยางครับ ถ้าโดนแล้วจะปวดแสบปวดร้อน
2.ถุงมือยาง ใช้คู่กับน้ำยาลอกสีตรับ น้ำยาจะได้ไม่กัดมือ
3. แปรงขนาดเล็กๆ สัก นิ้วครึ่ง ดูตามความเหมาะสมครับ ใช้จุ่มน้ำยาลอกสีครับ
4. เกรียงเล็ก เลือกตามความเหมาะสมครับ
5. กระดาษทรายน้ำขัดเหล็ก เอาไว้เก็บรายละเอียดงานที่ไม่สามารถใช้น้ำยาลอกสีได้ครับ
6. สีที่จะใช้พ่น ตัวนี้มีหลายแบบครับ มีทั้งแบบสีสเปรย์ทนความร้อนที่มีขายทั่วไป หรือ สีที่สั่งผสมพิเศษ แกนลอนละ 600 ครับ เลือกสีหรือหาสีต้นแบบแล้วไปบอกที่ร้านได้เลย แต่จะยุ่งยากตรงใช้หน่อยนะครับ ต้องใช้ Air Brush ใช้ปั้มลม ใช้ทินเนอร์ และอื่นๆ
แต่สีสเปรย์ง่าย เงา แต่คุณภาพสู้สีแบบผสมโดยตรงไม่ได้ครับ
ไว้จะมาบอกขั้นตอนการทำนะครับ
- Grokman
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 15:53
- Tel: 0841234567
- Bike: Trek 3900,4500
- ตำแหน่ง: อุบลราชธานี
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
ดีจัง กำลังอยากรู้อยู่พอดีเลย.....แจ๋ว
ขอบคุณคับ
MTTS 37
- adaaugusta
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2009, 14:42
- team: อิสระ
- Bike: Mongoose rockadile
- ตำแหน่ง: ไว้จะบอกอีกทีนะ
- ติดต่อ:
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
อ่ะ ทีนี้มาต่อกันนะครับ
วิธีการทำสี ผมจะเริ่มที่ขั้นตอนการทำเลยนะครับส่วนวิธีการถอดชิ้นส่วนรถนั้นหาอ่านเอาในนี้ล่ะครับ
ย้ำๆๆๆๆ ถอดให้หมดทุกชิ้น ถอดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเลย เพื่อความสวยงาม ความง่ายในการพ่น และจะได้เหมือนออกมาจากโรงงาน พยามให้มีตำหนิน้อยที่สุดครับ
ขั้นตอนการทำ
1. สวมถุงมือยาง และ ควรมีแว่น กันสารเคมี หรือผ้าบัฟ หรืออะไรก็ได้ที่ใช้กันเอาไว้ตอนเปิดน้ำยาลอกสีน่ะครับ เพราะมันมีแรงอัดจริงๆ(ในการเปิดครั้งแรก)
2. เปิดฝาน้ำยาลอกสี ด้วยความระมัดระวัง อันนี้ผมโดนมาแล้วครับ ตอนเปิด มันระเบิด ยิ่งกว่า เปิดฝาขวดน้ำอัดลมอีกครับ แรงอัดเยอะมาก เตือน ห้ามเขย่ากระป๋องก่อนเปิดนะครับ มันจะเป็นการเพิ่มแรงอัดในกระป๋อง ควรเปิด อย่างช้าๆและเบาๆ ผมเคยโดนแล้วครับระเบิดใส่หน้าปวดแสบปวดร้อน ล้างหน้าแทบไม่ทัน
3 เมื่อเปิดกระป๋อง น้ำยาลอกสีได้แล้ว ให้ใช้แปรงที่เตรียมไว้จุ่มน้ำยาลอกสี และทาไปบนวัสดุ หรือ เฟรม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องการจะลอกสี ระวังหน่อยนะครับ ควรทาอย่างเบามือ ไม่งั้น แปรงมันจะดีด น้ำยาบอกสีใส่แขนใส่ขา คันยิ่งกว่ามดกัดอีก ปวดแสบปวดร้อนมาก คิดดูนะครับ ขนาดกัดสีรถได้ ผิวหนังคนบางๆ ไม่เหลือ ขนาดใส่ถุงมือยางแล้ว ยังร้อน แสบ เข้าไปถึงข้างในเลยครับ ถ้าทนร้อนทนแสบไม่ไหว ก็ให้ถอดถุงมือ พักก่อน แล้วค่อยทาใหม่นะครับ
4. ทิ้งไว้สักพัก พอสีเริ่มพองงงตัว ให้ใช้เกรียงที่เตรียมไว้ แซะสีออกมาครับ ถ้ายังไม่เนียน ยังไม่หมด ให้ใช้น้ำยาลอกสีทาซ้ำอีกรอบ แล้วทำเช่นเดิมอีกครับ
5. เอากระดาษทรายน้ำขัดเล็ก ขัดเพื่อเก็บรายละเอียด แนะนำให้ใช้ เบอร์ละเอียดๆ หน่อยนะครับ เบอร์สัก 800 ก็ดีละเอียดดี เพราะถ้าหยาบไป พ่นสีแล้วจะเห็นเป็นรอยขนแมวครับ พยามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพราะไม่งั้น ตอนพ่นเสร็จใช้ไปสักพักสีเดิมที่เราลอกไม่หมด อาจจะหลุดออกมาได้ครับ
6. อ่ะลืมบอกควรมีถุงมือผ้าครับ หรือถุงมือไหมพรมครับ เอาไว้จับเฟรม หรือ ชิ้นงาน เพื่อที่จะไม่มีคราบเหงื่อ คราบไคร คราบไขมัน แบะตามชิ้นงาน จะได้พ่นสีได้เรียบเนียน และ ไม่เป็นรอยนิ้วมือครับ
7. ทีนี้มาถึงวิธีการพ่นสีครับ จะขอแยกเป็น 2 แบบ แบบแรกเป็นสีสเปรย์ แบบที่สองเป็นสีแบบสั่งผสมครับ ถ้าใครสนใจสีแบบสั่งผสมเดี๋ยวผมแนะนำร้านให้ครับ ไปชนรถใครเห็นรถใครสีถูกใน ขูดมาเลยครับ แล้วเอามาที่ร้านเดี๋ยวผมสมให้ครับรับรองเหมือนเป๊ะ เพราะผมเห็นเค้าทำกันทุกวัน เทียบแล้วเทียบอีกส่องกับแสง ไม่เหมือนไม่ยอม ส่งงาน อันนี้ไม่ได้โฆษษาครับ แต่เค้าเนี้ยบจริงๆ มีทุกสีครับ ทั้งสีมุก สีออกบรอนๆ สีออกเป็นเกล็ดๆๆ กากเพ็ชรก็มี แล้วแต่จะสั่งครับ
อ่ะเริ่มที่แบบแรก สีสเปรย์ที่หาซื้อได้ทั่วไป สิ่งที่ควรมีครับ
- สีรองพื้น สีรองพื้นนี้จะทำให้สีจริงที่เราจะพ่น เกาะตัว และเกาะชิ้นงานมากขึ้นอีกทั้งกันสนิม อีกทั้งยังช่วยลบรอย ร่องบาดแผลที่เราขัดกระดาษทราย หรืออื่นๆ น่ะครับ
- สีที่จะใช้พ่น สีจริงๆ เลือกตามต้องการครับ
- สีเคลือบเงา
วิธีการ 1. เช็ดวัดสุดให้แห้ง เนียน ปราศจากคราบเหงื่อไคร หรือขี้ฝุ่น หรือสนิมใดๆทั้งสิ้น เพื่อเวลาพ่นจะได้ไม่เป็นรอยขี้ดินขี้ทราย ครับ
2. พยามหาที่มีแดดแรงๆครับ กลางแจ้งยิ่งดี แต่ถ้า มีห้องส่วนตัว และมีแสงสปอร์ตไลท์ ยิ่งดีกว่า จะได้ไม่ีมีลม ไม่มีฝุ่นมาเกาะเวลาพ่นสีครับ
3 . พ่นสีรองพื้น ครั้่งที่ 1 พ่นบางๆครับ พอให้สีรองพื้นเกาะชิ้นงาน แล้วทิ้ง้ไว้สักพักให้แห้
4. พอสีรองพื้นชั้นแรกแห้งปั๊บ ให้พ่นครั้งที่สองครับ รอบนี้พ่นให้เนียนๆไปเลยครับ อย่าพ่นหนา นะครับ ถ้าคิดจะพ่นหนา แนะนำให้พ่น บางๆ แล้วรอแห้ง หลายๆครั้งดีกว่า ถ้าพ่นหนาๆทีเดียวเลย สีจะเยิ้ม และไม่สวยงาม เผลอๆ ได้กลัีบไปสู่ขั้นตอนการลอกสีใหม่เลยครับ
5. เมื่อสีรองพื้นขั้นที่สองแห้งแล้ว จะพ่นอีกก็ได้นะครับ ถ้ายังมีรอยที่ไม่ต้องการ แต่ควรพ่นแบบบางๆ แล้วให้แห้ง อาจจะทำซ้ำหลายๆครั้ง
6. เมื่อทุกอย่างในขั้นตอน 1-5 เรียบร้อยดีแล้ว ให้พ่นสีที่เราต้องการครับ ใครชอบสีไรก็พ่น วิธีทำก็เหมือนกับ การพ่นรองพื้นครับ แล้วรอให้แห้ง ยิ่งแดดแรง ยิ่งโดนความร้อน สีจะยิ่งเงา และเป็นมันวาว ครับ ควรพ่นสีตอนหน้าร้อนแดดเปรี้ยงๆ ประมาณ 35 องศา (อันนี้ล้อเล่นครับ ไม่ต้องวัดกันขนาดนั้น) หรือใครมีห้องส่วนตัว พ่นแล้ว เอาสปอร์ตไลท์แรงๆส่องก็เหมือนกันครับ จะพ่นทับกี่ชั้นก็ได้ แต่ขอให้พ่นแบบ บางๆ ใจเย็นๆ ครับ ส่วนลวดลายนั้น แนะนำให้ติดสติกเกอร์เอาดีกว่าครับ เพราะเวลาเบื่อลายจะได้ลอกแล้วติดลายใหม่ได้
7. เมื่อทำขั้นตอนที่ 6 เรียบร้อยแล้ว รอให้แห้งแล้วให้ทำการพ่นสีเคลือบเงาครับ อันนี้จะติดสติ๊กเกอร์ก่อนแล้วพ่น(ในกรณีที่ไม่อยากเปลี่ยนลาย) หรือ พ่นสีเคลือบเงาก่อนแล้วค่อยติดสติกเกอร์ทีหลังก็ได้ครับ แล้วแต่ความต้องการ
แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีการพ่นสีแล้วครับ ทีนี้ก็ประกอบกลับได้เลยครับ
=============================================================
อ่ะทีนี้มาสีแบบที่สองสีแบบผสม เป็นแกลลอน แล้ว ใส่ กาพ่นสี แอร์บรัช เป็นตัวพ่น
อุปกรณ์ค่อนข้างยุ่งยากและแพงครับ เฉพาะกาพ่นสีก็ 600 แล้วครับ ค่าสีแกนลอนละ 600 อีก รวมเป็นพันสองแล้วครับ
ไหนจะมีค่าทินเนอร์(ใช้เป็นตัวเจือจางสี) และ ปั้มลม เพราะสีแบบนี้ต้องใช้ปั้มลมเป็นตัวให้แรงดันกับแอบรัชครับ ไม่งั้นพ่นไม่ออก
แต่มีข้อดีอย่างครับ ไม่ต้องใช้สีรองพื้น และสีแบบนี้ก็มีความเงา มันวาว ของมันเองอยู่แล้วครับ
วิธีการพ่นสีแบบนี้ไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่ เตรียมชิ้นงาน อย่างให้มีคราบเหงื่อไคล เหมือนแบบแรก
แล้วก็ต่อปั้มลมเข้ากับแอร์บรัช ใส่สีที่เตรียมไว้ ผสมทินเนอร์ตามต้องการ แล้วก็พ่นๆๆๆๆๆ แล้วก็ทิ้งไว้รอให้แห้ง จะพ่น กี่ทีก็ได้ครับ พ่นบางๆ
เป็นอันเสร็จพิธีเหมือนกันครับ
หวังว่า คงให้ความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ(เหมือนเขียนรายงานเลย) ขาดตกบกพร่องตรงไหน เดี๋ยวมาเติมให้ครับ มีข้อสงส้ัยตรงไหน ถามไว้จะมาตอบให้ครับ
ว่างๆจะถ่ายรูป เฟรมที่ลอกสีเสร็จแล้วมาให้ดูครับ เพราะผมก็รอพ่นอยู่ ฝนก็ตกทุกว้ันแดดไม่ออก ไม่มีแดด พ่นไม่ได้เลยครับ เซ็งจิตมาก
วิธีการทำสี ผมจะเริ่มที่ขั้นตอนการทำเลยนะครับส่วนวิธีการถอดชิ้นส่วนรถนั้นหาอ่านเอาในนี้ล่ะครับ
ย้ำๆๆๆๆ ถอดให้หมดทุกชิ้น ถอดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเลย เพื่อความสวยงาม ความง่ายในการพ่น และจะได้เหมือนออกมาจากโรงงาน พยามให้มีตำหนิน้อยที่สุดครับ
ขั้นตอนการทำ
1. สวมถุงมือยาง และ ควรมีแว่น กันสารเคมี หรือผ้าบัฟ หรืออะไรก็ได้ที่ใช้กันเอาไว้ตอนเปิดน้ำยาลอกสีน่ะครับ เพราะมันมีแรงอัดจริงๆ(ในการเปิดครั้งแรก)
2. เปิดฝาน้ำยาลอกสี ด้วยความระมัดระวัง อันนี้ผมโดนมาแล้วครับ ตอนเปิด มันระเบิด ยิ่งกว่า เปิดฝาขวดน้ำอัดลมอีกครับ แรงอัดเยอะมาก เตือน ห้ามเขย่ากระป๋องก่อนเปิดนะครับ มันจะเป็นการเพิ่มแรงอัดในกระป๋อง ควรเปิด อย่างช้าๆและเบาๆ ผมเคยโดนแล้วครับระเบิดใส่หน้าปวดแสบปวดร้อน ล้างหน้าแทบไม่ทัน
3 เมื่อเปิดกระป๋อง น้ำยาลอกสีได้แล้ว ให้ใช้แปรงที่เตรียมไว้จุ่มน้ำยาลอกสี และทาไปบนวัสดุ หรือ เฟรม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องการจะลอกสี ระวังหน่อยนะครับ ควรทาอย่างเบามือ ไม่งั้น แปรงมันจะดีด น้ำยาบอกสีใส่แขนใส่ขา คันยิ่งกว่ามดกัดอีก ปวดแสบปวดร้อนมาก คิดดูนะครับ ขนาดกัดสีรถได้ ผิวหนังคนบางๆ ไม่เหลือ ขนาดใส่ถุงมือยางแล้ว ยังร้อน แสบ เข้าไปถึงข้างในเลยครับ ถ้าทนร้อนทนแสบไม่ไหว ก็ให้ถอดถุงมือ พักก่อน แล้วค่อยทาใหม่นะครับ
4. ทิ้งไว้สักพัก พอสีเริ่มพองงงตัว ให้ใช้เกรียงที่เตรียมไว้ แซะสีออกมาครับ ถ้ายังไม่เนียน ยังไม่หมด ให้ใช้น้ำยาลอกสีทาซ้ำอีกรอบ แล้วทำเช่นเดิมอีกครับ
5. เอากระดาษทรายน้ำขัดเล็ก ขัดเพื่อเก็บรายละเอียด แนะนำให้ใช้ เบอร์ละเอียดๆ หน่อยนะครับ เบอร์สัก 800 ก็ดีละเอียดดี เพราะถ้าหยาบไป พ่นสีแล้วจะเห็นเป็นรอยขนแมวครับ พยามเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เพราะไม่งั้น ตอนพ่นเสร็จใช้ไปสักพักสีเดิมที่เราลอกไม่หมด อาจจะหลุดออกมาได้ครับ
6. อ่ะลืมบอกควรมีถุงมือผ้าครับ หรือถุงมือไหมพรมครับ เอาไว้จับเฟรม หรือ ชิ้นงาน เพื่อที่จะไม่มีคราบเหงื่อ คราบไคร คราบไขมัน แบะตามชิ้นงาน จะได้พ่นสีได้เรียบเนียน และ ไม่เป็นรอยนิ้วมือครับ
7. ทีนี้มาถึงวิธีการพ่นสีครับ จะขอแยกเป็น 2 แบบ แบบแรกเป็นสีสเปรย์ แบบที่สองเป็นสีแบบสั่งผสมครับ ถ้าใครสนใจสีแบบสั่งผสมเดี๋ยวผมแนะนำร้านให้ครับ ไปชนรถใครเห็นรถใครสีถูกใน ขูดมาเลยครับ แล้วเอามาที่ร้านเดี๋ยวผมสมให้ครับรับรองเหมือนเป๊ะ เพราะผมเห็นเค้าทำกันทุกวัน เทียบแล้วเทียบอีกส่องกับแสง ไม่เหมือนไม่ยอม ส่งงาน อันนี้ไม่ได้โฆษษาครับ แต่เค้าเนี้ยบจริงๆ มีทุกสีครับ ทั้งสีมุก สีออกบรอนๆ สีออกเป็นเกล็ดๆๆ กากเพ็ชรก็มี แล้วแต่จะสั่งครับ
อ่ะเริ่มที่แบบแรก สีสเปรย์ที่หาซื้อได้ทั่วไป สิ่งที่ควรมีครับ
- สีรองพื้น สีรองพื้นนี้จะทำให้สีจริงที่เราจะพ่น เกาะตัว และเกาะชิ้นงานมากขึ้นอีกทั้งกันสนิม อีกทั้งยังช่วยลบรอย ร่องบาดแผลที่เราขัดกระดาษทราย หรืออื่นๆ น่ะครับ
- สีที่จะใช้พ่น สีจริงๆ เลือกตามต้องการครับ
- สีเคลือบเงา
วิธีการ 1. เช็ดวัดสุดให้แห้ง เนียน ปราศจากคราบเหงื่อไคร หรือขี้ฝุ่น หรือสนิมใดๆทั้งสิ้น เพื่อเวลาพ่นจะได้ไม่เป็นรอยขี้ดินขี้ทราย ครับ
2. พยามหาที่มีแดดแรงๆครับ กลางแจ้งยิ่งดี แต่ถ้า มีห้องส่วนตัว และมีแสงสปอร์ตไลท์ ยิ่งดีกว่า จะได้ไม่ีมีลม ไม่มีฝุ่นมาเกาะเวลาพ่นสีครับ
3 . พ่นสีรองพื้น ครั้่งที่ 1 พ่นบางๆครับ พอให้สีรองพื้นเกาะชิ้นงาน แล้วทิ้ง้ไว้สักพักให้แห้
4. พอสีรองพื้นชั้นแรกแห้งปั๊บ ให้พ่นครั้งที่สองครับ รอบนี้พ่นให้เนียนๆไปเลยครับ อย่าพ่นหนา นะครับ ถ้าคิดจะพ่นหนา แนะนำให้พ่น บางๆ แล้วรอแห้ง หลายๆครั้งดีกว่า ถ้าพ่นหนาๆทีเดียวเลย สีจะเยิ้ม และไม่สวยงาม เผลอๆ ได้กลัีบไปสู่ขั้นตอนการลอกสีใหม่เลยครับ
5. เมื่อสีรองพื้นขั้นที่สองแห้งแล้ว จะพ่นอีกก็ได้นะครับ ถ้ายังมีรอยที่ไม่ต้องการ แต่ควรพ่นแบบบางๆ แล้วให้แห้ง อาจจะทำซ้ำหลายๆครั้ง
6. เมื่อทุกอย่างในขั้นตอน 1-5 เรียบร้อยดีแล้ว ให้พ่นสีที่เราต้องการครับ ใครชอบสีไรก็พ่น วิธีทำก็เหมือนกับ การพ่นรองพื้นครับ แล้วรอให้แห้ง ยิ่งแดดแรง ยิ่งโดนความร้อน สีจะยิ่งเงา และเป็นมันวาว ครับ ควรพ่นสีตอนหน้าร้อนแดดเปรี้ยงๆ ประมาณ 35 องศา (อันนี้ล้อเล่นครับ ไม่ต้องวัดกันขนาดนั้น) หรือใครมีห้องส่วนตัว พ่นแล้ว เอาสปอร์ตไลท์แรงๆส่องก็เหมือนกันครับ จะพ่นทับกี่ชั้นก็ได้ แต่ขอให้พ่นแบบ บางๆ ใจเย็นๆ ครับ ส่วนลวดลายนั้น แนะนำให้ติดสติกเกอร์เอาดีกว่าครับ เพราะเวลาเบื่อลายจะได้ลอกแล้วติดลายใหม่ได้
7. เมื่อทำขั้นตอนที่ 6 เรียบร้อยแล้ว รอให้แห้งแล้วให้ทำการพ่นสีเคลือบเงาครับ อันนี้จะติดสติ๊กเกอร์ก่อนแล้วพ่น(ในกรณีที่ไม่อยากเปลี่ยนลาย) หรือ พ่นสีเคลือบเงาก่อนแล้วค่อยติดสติกเกอร์ทีหลังก็ได้ครับ แล้วแต่ความต้องการ
แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีการพ่นสีแล้วครับ ทีนี้ก็ประกอบกลับได้เลยครับ
=============================================================
อ่ะทีนี้มาสีแบบที่สองสีแบบผสม เป็นแกลลอน แล้ว ใส่ กาพ่นสี แอร์บรัช เป็นตัวพ่น
อุปกรณ์ค่อนข้างยุ่งยากและแพงครับ เฉพาะกาพ่นสีก็ 600 แล้วครับ ค่าสีแกนลอนละ 600 อีก รวมเป็นพันสองแล้วครับ
ไหนจะมีค่าทินเนอร์(ใช้เป็นตัวเจือจางสี) และ ปั้มลม เพราะสีแบบนี้ต้องใช้ปั้มลมเป็นตัวให้แรงดันกับแอบรัชครับ ไม่งั้นพ่นไม่ออก
แต่มีข้อดีอย่างครับ ไม่ต้องใช้สีรองพื้น และสีแบบนี้ก็มีความเงา มันวาว ของมันเองอยู่แล้วครับ
วิธีการพ่นสีแบบนี้ไม่ต้องทำอะไรมากมาย แค่ เตรียมชิ้นงาน อย่างให้มีคราบเหงื่อไคล เหมือนแบบแรก
แล้วก็ต่อปั้มลมเข้ากับแอร์บรัช ใส่สีที่เตรียมไว้ ผสมทินเนอร์ตามต้องการ แล้วก็พ่นๆๆๆๆๆ แล้วก็ทิ้งไว้รอให้แห้ง จะพ่น กี่ทีก็ได้ครับ พ่นบางๆ
เป็นอันเสร็จพิธีเหมือนกันครับ
หวังว่า คงให้ความรู้ไม่มากก็น้อยนะครับ(เหมือนเขียนรายงานเลย) ขาดตกบกพร่องตรงไหน เดี๋ยวมาเติมให้ครับ มีข้อสงส้ัยตรงไหน ถามไว้จะมาตอบให้ครับ
ว่างๆจะถ่ายรูป เฟรมที่ลอกสีเสร็จแล้วมาให้ดูครับ เพราะผมก็รอพ่นอยู่ ฝนก็ตกทุกว้ันแดดไม่ออก ไม่มีแดด พ่นไม่ได้เลยครับ เซ็งจิตมาก
- Grokman
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2009, 15:53
- Tel: 0841234567
- Bike: Trek 3900,4500
- ตำแหน่ง: อุบลราชธานี
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
MTTS 37
- adaaugusta
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2009, 14:42
- team: อิสระ
- Bike: Mongoose rockadile
- ตำแหน่ง: ไว้จะบอกอีกทีนะ
- ติดต่อ:
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
เนื่องจากรถผมเป็น Full-sus ครับ ถอดมาเลยเป็นเฟรมสองชิ้น ส่วนหัว และหางครับ
โช๊คด้านหน้าครับ ลอกสีแล้วแต่ยังไม่ขัดเพื่อเก็บงาน

โช๊คด้านหลังครับ ลอกสีไม่หมด หาประแจหกเหลี่ยมยาว (ขันโช๊ค) ไม่ได้ กะจะข้ามไปเลยพ่นมันทั้งอย่างนี้แหละ แต่ใจนึงก็เสียดายกลัวไม่สวย

อันนี้เป็นเฟรมส่วนหน้า ตัวนี้ลอกสีแล้วแต่ยังไม่พ่นครับ ไม่ใช่ว่าเห็นเงาๆแบบนี้แล้วจะเป็นเฟรมอัลลอยด์หรืออื่นๆนะครับ เป็นเหล็กธรรมดา ขึ้นสนิมนี่แหละ

อันนี้เฟรมหน้าอีกด้านครับ ลอกสีแล้วเก็บงานแล้ว รอพ่นครับ แต่..เก็บไว้นาน สนิมเริ่มขึ้นสงสัยต้องขัดอีกรอบ

เฟรมชิ้นหลังครับ


และนี้คือต้นแบบที่ต้องการครัีบ

โช๊คด้านหน้าครับ ลอกสีแล้วแต่ยังไม่ขัดเพื่อเก็บงาน

โช๊คด้านหลังครับ ลอกสีไม่หมด หาประแจหกเหลี่ยมยาว (ขันโช๊ค) ไม่ได้ กะจะข้ามไปเลยพ่นมันทั้งอย่างนี้แหละ แต่ใจนึงก็เสียดายกลัวไม่สวย

อันนี้เป็นเฟรมส่วนหน้า ตัวนี้ลอกสีแล้วแต่ยังไม่พ่นครับ ไม่ใช่ว่าเห็นเงาๆแบบนี้แล้วจะเป็นเฟรมอัลลอยด์หรืออื่นๆนะครับ เป็นเหล็กธรรมดา ขึ้นสนิมนี่แหละ

อันนี้เฟรมหน้าอีกด้านครับ ลอกสีแล้วเก็บงานแล้ว รอพ่นครับ แต่..เก็บไว้นาน สนิมเริ่มขึ้นสงสัยต้องขัดอีกรอบ

เฟรมชิ้นหลังครับ


และนี้คือต้นแบบที่ต้องการครัีบ

- bump
- สมาชิก
- โพสต์: 16
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 มี.ค. 2009, 17:10
- Tel: 02-3816333#5712
- Bike: 16" Chevrolet
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
ขอบคุณ คุณadaaugusta มากครับผมเดี๋ยวอาทิตย์ จะได้จัดการเจ้าเชพตัวน้อยของผมซะที

- vara-indy
- ขาประจำ
- โพสต์: 401
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 19:14
- Bike: เดินเท้า ร่ายมนต์ ย่นระยะทาง
Re: รบกวนทุกท่านด้วยครับ_อุปกรณ์และขั้นตอนการทำสีครับ
ถ้าเป็นวัสดุโครโมลี่ พอลอกสีแล้วอย่าลืม
กำจัดน้องหนิม ก่อนจะทำขั้นตอนทำสีใหม่ นะครับ
กำจัดน้องหนิม ก่อนจะทำขั้นตอนทำสีใหม่ นะครับ
-
thomson
- ขาประจำ
- โพสต์: 132
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2009, 09:50
- team: Bike_2009
- Bike: TREK , S-WORKS
- เอ ธรรศสิต
- สมาชิก
- โพสต์: 90
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2011, 17:52
- Tel: low batterry
- team: หัวหน้าชมรมเช็ดแล้วเก็บ
- Bike: ยางแบนบ่อย
-
parinff
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2013, 00:30
- Bike: giant
- ติดต่อ: