fong เขียน:ขอรบกวนสอบถามคุณ felix อีกประเด็นนะครับ ว่าที่ผ่านมาแต่ละสายกราบินนั้น เราต้องถอดล้อหน้าและหลังก่อนขึ้นเครื่องละเปล่าครับ![]()
แต่ละสายการบินมีแนวการการเก็บเงินค่าสัมภาระ (จักรยาน) แตกต่างกันครับ
สายการบินที่ไม่ใช่สายการบิน Low Cost มักจะไม่มีการเรียกเก็บ เช่น สิงคโปร์แอร์ไลน์ แจแปนแอร์ไลน์
แต่ทางสายการบินมักจะต้องขอให้ผู้โดยสารเซ็นเอกสารปลอดความรับผิดชอบในกรณีจักรยานเกิดความเสียหาย
เนื่องจาก ถือเป็นสัมภาระที่ไม่ได้มีการ บรรจุที่แน่นหนาแข็งแรง
ตามปกติ นกแอร์ และ โอเรียนท์ เมื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจักรยานแล้ว
เราไม่จำเป็นต้องถอดล้อครับ เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่จูงจักรยานเราไป Load ได้ยุ่งยากกว่า
คือถ้ายังมีล้ออยู่ จนท ก็จะเข็นได้
ผมไม่เคยเอาจักรยานขึ้นไปกับ แอร์เอเซีย เพราะเคยนำสัมภาระอื่นที่ไม่ใช่จักรยาน
แต่โดนเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพิ่ม ก็เลยไม่คิดใช้สายการบินแอร์เซียอีกเลย ครั้งเดียวเข็ดเลยครับ
เรื่องก็คือ
วันหนึ่ง ไปดำน้ำ ที่ Dive Site ชื่อ โลซิน ต้องขึ้นเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่
ตอนขาไปก็มีกระเป๋าใส่อุปกรณ์ดำน้ำไปด้วย ออกจากสุวรรณภูมิ ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอะไรเพิ่ม
เพราะกระเป๋าใส่อุปกรณ์ก็เป็นกระเป๋าธรรมดาๆ
แต่พอขากลับออกจากสนามบินหาดใหญ่ จนท แอร์เอซีย ถามว่าเป็นกระเป๋าอะไร
ผมก็บอกว่าเป็น กระเป๋าใส่อุปกรณ์ดำน้ำ จนท บอกว่าต้องจ่ายเงินเพิ่ม 350 บาทเนื่องจากเป็นอุปกรณ์กีฬา
ผมก็บอกว่า ทำไมตอนมาจาก กทม ที่สุวรรณภูมิถึงไม่มีการเรียกเก็บ
จนท บอกว่า อาจเป็นความบกพร่องของ จนท ที่ สนามบิน ที่ไม่ตรวจสอบ ให้แน่ชัด
ผมเลยถาม จนท ที่สนามบินหาดใหญ่ว่า ถ้าเรียกเก็บในฐานะเป็นอุปกรณ์กีฬา แล้วอย่างนั้น
ผมมีไม้ปิงปอง หนึ่งคู่ใส่กระเป๋าไปด้วย จะต้องเสีย 350 บาท หรือเปล่า
จนท บอกว่าไม่ต้อง เพราะไม้ปิงปองหนึ่งคู่อุปกรณ์ไม่ครบชุด
ผมเลยบอก จนท ว่า อุปกรณ์ดำน้ำของผมก็ไม่ครบชุด ผมไม่มีเข็มขัดและแท่งตะกั่ว (สำหรับถ่วงให้จมเวลาดำน้ำ)
และผมก็ไม่มีทะเลส่วนตัวติดมาด้วย อุปกรณ์ของผมก้เลยไม่ครบชุด ผมจึงไม่ควรจะต้องเสียเงินเพิ่ม
จนท ยอมจำนวนด้วยเหตุผล (แบบกวนประสาทของผม) ก็เลยไม่เก็บเงิน
แต่ จนท มีคำถามหนึ่งที่ทำให้ผมเลิกใช้บริการสายการบินนี้เลย นั่นคือ
จนท ถามผมว่า "พี่มีแทงค์อากาศใส่กระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า"
ผมได้แต่หัวเราะหึๆ แล้วตอบว่า "ไม่มีครับ แบกไปไหนมาไหนด้วยไม่ไหวหรอกมันหนักมาก"