เมื่อเช้า ถ.เพชรเกษม ก่อนถึงปากซอยวัดม่วง
ขี่อยู่เลนซ้ายสุด จังหวะที่จะต้องผ่านปากซอยก็เบี่ยงออกเกือบครึ่งเลน
เพื่อคอยหลบรถที่ชอยโผล่พรวดออกจากปากซอย
แท็กซี่คันนี้คร่อมเลน แซงผมไป
ไฟเลี้ยวไม่เปิด ยึกยักไปมาระหว่างจะเข้าเลนซ้ายสุดเพื่อหาผู้โดยสารหรือออกเลนที่สองเพื่อหลบป้ายรถเมล์
จักรยานก็ต้องเบรค ไม่งั้นโดนเบียด เลยต้องเคาะท้ายรถ ให้รู้ว่าเราอยู่ข้างๆ
คนขับหันมามองหน้าแล้วหักพวงมาลัยคราวนี้เหมือนจงใจจะเบียดเลย
เลยชี้ให้แท็กซี่จอด ถามว่าจะเปลี่ยนเลนทำไมไม่เปิดไฟเลี้ยว
คำตอบคือ ไม่ได้เปลี่ยนเลนจะเปิดทำไม
ถามต่อไปว่า ไม่เปลี่ยนแค่ค่อมเลนมาอย่างนั้น เห็นมั๊ยว่าผมมาทางตรงมองกระจกบ้างมั๊ย
เขาถามว่า แล้วชนหรือยัง เลยบอกไปว่าถ้าผมไม่เบรคก็คงได้ชนกันแน่ บ๊ะ แล้วชนหรือยัง จะต้องให้ชนก่อนเหรอถึงระวัง
อีกคำที่ได้ยินชัดเจนคือ เห็นใจกันหน่อยคนทำมาหากิน คงจะหมายถึง เขาต้องคอยเข้าซ้ายออกขวาเพื่อคอยหารับผู้โดยสาร
แล้วคนขี่จักรยานล่ะพี่น้อง
ก็เลยถ่ายรูปไว้กันเหนียว แน่ะ มีตะโกนบอกว่า ให้เอาไปแจ้งความเลย
จะไปแจ้งทำไม บทสนทนาที่ออกรส ก็เดาได้ว่าจิตสำนึกเป็นยังไง แจ้งไปแล้วคงไม่ได้ทำให้เขาขับรถดีขึ้นหรอก
สุดท้ายก็แยกย้ายครับ ถึงจะใจร้อนพอที่จะเรียกให้เขาจอด ก็ยังสยบใจไม่ลงไม้ลงมือกัน
ลองมองมุมกลับ ถ้าเป็นคนในครอบครัวเขามาเป็นผมเขาจะเป็นเดือดเป็นร้อนแค่ไหนนะ หรือเขาจะสรุปแค่ว่า แล้วชนหรือยัง
ไม่ใช่แค่ครั้งแรกหรอกครับ กับเรื่องเหล่านี้ ข้อความที่พิมพ์ไป ใช้เป็นหลักฐานทางนิตินัยได้ เท็จจริงยังไงลองใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ

