*..ทริปนี้เกิดขึ้นจากตัวเองเป็นผู้ที่มีความหลังกับคืนเดือนหงาย โดยเฉพาะในคืนเดือนเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ซึ่งมีปรากฏขึ้นทุกเดือน ๆ ละครั้ง ใน ๑ ปี จะเกิดขึ้น ๑๒ ครั้ง แต่บรรยากาศของคืนเดือนเพ็ญในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน
..กับท่านที่มิได้สนใจ ใน ๑ ปี ที่มีวันเพ็ญ ๑๒ ครั้งนั้น อาจไม่ได้สัมผัสบรรยากาศเลยก็ได้ และยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาร่วมด้วย เช่น ในคืนที่มีเมฆ หรือ ฝน มาบดบังประจันทร์ในคืนวันเพ็ญ นั่นเอง
..ในช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงที่ท้องฟ้าไม่มีเมฆหรือฝน สามารถสัมผัสกับบรรยากาศของคืนเดือนเพ็ญ ได้มากกว่าในฤดูอื่น ๆ
..ประมาณวันที่ ๒๐ ก.พ.๕๖ ผมทราบแล้วว่า วันที่ ๒๕ ก.พ.๕๖ เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ พระจันทร์จะเต็มดวง บรรยากาศบนพื้นผิวโลกบริเวณที่ไม่มีแสงไฟ จะสว่างอยู่ด้วยแสงจันทร์คืนวันเพ็ญที่นวลใยประมาณแสงจากหลอดนีออน ๑๐ แรงเทียน สามารถมองเห็นทางขณะปั่นจักรยานโดยไม่ต้องเปิดไฟหน้าส่องทาง
..ผมอยู่แขวงบางนา กทม. ไม่มีถนนไหนที่ไม่มีไฟฟ้า จึงจำเป็นที่จะต้องออกไปสัมผัสบรรยากาศดังกล่าวในชนบท ก็ได้แต่คิดติดอยู่ในความทรงจำมาเรื่อย ๆ ยังไม่ได้คิดเปิดทริปแต่อย่างใด
..ประมาณเก้าโมงครึ่งกว่า ๆ ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ก.พ. ขณะที่เข้าเวบไทยเอ็มทีบี. "คุณลุงขา รับโทรศัพท์หนูด้วยค่ะ..คุณลุงขา รับโทรศัพท์หนูด้วยค่ะ..รอนานแล้วนะค้า.." เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น
..เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มากดปุ่มรับ.."ลุง พรุ่งนี้นั่งรถตู้ไปสุพรรณแต่เช้านะ จักรยานไม่ต้องเอาไป" เสียงหลานเก้า ชาวจักรยานเสือเฒ่าเมืองสุพรรณ ../.."มีงานอะไร" ผมถามด้วยความอยากรู้../.."ไม่รู้เหมือนกันลุง ลุงหนองบอกประธานชมรมจักรยานกาญจนบุรีเชิญมาให้ไปร่วมกิจกรรม"
(ความคิดเดิมที่ต้องการไปปั่นจักรยานในชนบทและได้สัมผัสกับบรรยากาศของพระจันทร์คืนวันเพ็ญผุดขึ้นมาสั่งการทันที..๒๒ ก.พ.ร่วมกิจกรรม ต่อจากนั้นก็ถ่วงตัวเองอยู่ต่อไปในชนบทจนถึงคืนวันเพ็ญแล้วจึงกลับบ้านถ้าจะดี)
.."บ่ายโมงวันนี้ ลุงจะปั่นจักรยานออกจากบ้าน บ่าย ๆ หรือเย็น ๆ เก้า ขับรถออกจากสุพรรณมารับลุงกลางทางด้วยนะ ลุงปั่นไปไม่ถึงสุพรรณแน่" ผมบอกเก้า
..O.K.ครับลุง
]









































