ตบท้ายด้วยความเห็นแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัวของผมเองครับ
ต้องเล่ากันก่อนว่า ผมเคยใช้รองเท้ามาแล้วสองคู่คือ Agu รุ่นซำเหมา และ Specialized 2005 รุ่นรองบ๊วยนี่เป็นรองเท้าแบบ"ไฮโซ"คู่แรกที่ผตัดสินใจสอยมาครอบครอง แรกเริมผมเองก็มีคำถามในใจไม่ต่างจากพี่ๆน้องๆทุกท่านว่า
"รองเท้าคู๋ละเกือบหมื่น มันดีกว่ารองเท้าคู่ละสองสามพันยังไง?" คำตอบของผมได้จากรีวิวสองตัวที่นำมาให้รวมไปกับการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเทียบกับรองเท้ายี่ห้ออื่นๆด้วย ผมจึงตัดสินใจ"กล้า" ลงทุนกับรองเท้าคู่นี้ครับ
เริ่มกันเลย ผมค่อนข้างจะ"พอใจ"กับหน้าตาของมันพอสมควร ดูดีเฉี่ยวและฉูดฉาด ประการสำคัญคงต้องบอกว่าสีมันเข้ากับรถครับ

งานตัดเย็บทำได้เนี๊ยบเนียน เนื้อวัสดุดีเยี่ยม ดูแข็งแรงคงทนมากๆ ในกล่องมีคู่มือและถุงใส่รองเท้ามาให้ด้วย ถ้าจะให้ดี ใครกำลังเล็งรองเท้าเจ้านี้ผมว่าลองไปเล่นเครื่องทดสอบของทางผู้หลิตเพื่อเลือกใช้อุปกรณ์ปรับแต่งให้ได้รองเท้าในฝันก็ยิ่งดีมากครับ
เริ่มกันด้วยการทดสอบวันแรก เส้นทาง"อุโมงค์ต้นไม้-อีเหลอ" นับว่าเหมาะเหม็งมากๆสำหรับการทดสอบรองเท้าคู่นี้
ผมประทับใจที่สุดกับระบบล็อคของสายรัดด้านบนสุด สามารถปรับได้ดังใจหวังจริงๆ ในเวลาที่ต้องการแรงมากๆก็แค่บิดล็อคข้างละครั้งรองเท้าฏ็จะรัดแน่นกระชับ และเมื่อต้องการผ่อนสบายๆคลายเท้า ก็แค่กดปุ่มอีกอันรองเท้าก็จะคลายตัวออกช่วยให้เท้าได้พักคลายแรงกด เรื่องของแรงกดนี้อีกเช่นกันที่ผมเลือกขึ้นมาเล่นรุ่น Pro แทน กล่าวคือ ที่ลิ้นของรุ่นนี้จะมีแผ่นเสริมรองหนุนไต้สายรัดด้านบน ที่ตจะช่วยกระจายแรงกดให้กว้างออกไม่หดทับที่จุดเดียว นอกจากจะช่วยให้ออกแรงได้ดีขึ้นแล้วยังช่วยให้เราสามารถรัดแน่นๆได้โดยไม่รู้สึกโดนกดทับ ว่ากันตามตรงรองเท้าเก่าที่เป็นแถบเวลโครสามแส้นผมก็สามารถรัดมันให้แน่นและออกแรงได้กระชับมาก แต่ปัญหาของมันก็คือ เวลาปั่นนานๆเท้าจะเจ็บและไม่สบายเท้าเป็นอย่างยิ่งครับ และเหนืออื่นใด มันเหมือนกับว่ารองเท้าไม่ได้กระชับทั้งตัวเท้าแต่กดแน่นที่แถบรัดแทน ซึ่งความู้สึกแบบนี้ไม่มีเลยในรองเท้า BF Pro Road คู่ใหม่นี้
เรื่องระบายอากาศนั้น ตามที่ฝรั่งว่ามา ผมเองเป็นคนที่หลงรักรองเท้า Specialized ในด้านนีี้อยู่แล้ว โดยส่วนตัวผมไม่เคยเจอปัญหากลิ่นอับจากรองเท้าปั่นเลย(แต่ Agu เคยเจอและ เหม็นมากๆ) เป็นที่น่าประหลาดใจซ้ำเข้าไปอีกด้วยรองเท้าคู่ใหม่นี้ ซักและแห้งเร็วเสียยิ่งกว่าคู่เดิมเสียอีก ขณะที่นั่งพิมพ์กระทู้นี้ ผมเพิ่งซักรองเท้าไปเมื่อตอนเที่ยงๆ วางผึ่งลมโชยๆ ด้านนอกฝนตกหนักโครมๆ แต่รองเท้าผมแห้งแล้วครับ ไม่มีกลิ่นเหม็นอับติดด้วยแม้แต่น้อย(ซักเพราะ ผมทำเกลือแร่และน้ำอัดลมหกราดรถระหว่างปั่น

)
สิ่งสุดท้ายที่ผมตัดสินใจเล่นมันได้ไม่ยากเลยก็คือ"อายุการใช้งาน" ปกติรองเท้าปั่นอยู่กับผมได้ 2 ปีกว่าๆก็จะมีอันต้องปลดระวางไปเนื่องจากความโทรม พื้นเละ หนังยุ่ย ด้ายหลุด ยางรองเดินสึกหมด ปัญฆาพวกนี้(หวัง)จะไม่เกิดขึ้นกับรองเท้าไฮเอนด์คู่นี้ครับ แน่นอนว่ามันไม่ได้คงกระพันเป็นซิมโทรศัพท์เติมเงินอายุค้ำฟ้า แต่มันสามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้แทบทุกชั้นส่วนเลยทีเดียว ผมจึงไม่ค่อยกังวลว่าจะต้องโยนมันทิ้งไป
เรื่องความเบา อาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเห็นค่า แต่บนเส้นทาง 120+ กิโลเมตร นั้นมันมีค่าครับ อย่างน้อยในวินาทีที่แรงหมด หมดแรง อ่อนล้า มันช่วยเราได้มากจริงๆครับ เรื่องความ stiff นั้นไม่ต้องบรรยายครับ คู่เดิมผมมีค่าความ stiff ระดับ 6 ของ Specialized คู่นี้ซัดไป 11 มันช่วยให้รู้สึกได้ว่าทุกรอบของการปั่นทำได้อย่างมั่นคงกระชับขึ้นมากจริงๆครับ(และเป็นอีกเหตุที่เลือกมาเล่นตัว Pro แทนรุ่น Comp ที่มีความแข็งไม่ต่างจากเดิมมากนัก)
จุดอ่อนที่ผมรับรู้ทันทีก็คือ
มันไม่ใช่รองเท้าสำหรับการใช้งานสัญจรครับ ไม่ใช่ว่าพื้นลื่นมีผลอะไรมากมายนัก แต่มันหมายถึง คุณคงไม่อยากเอารองเท้าแพงๆ ไปปั่นๆหยุดๆติดไฟแดง ยันฟุตบาท ให้ช้ำใจเล่นแน่นอนครับ

มันเป้นรองเท้าที่เหมาะที่สุดสำหรับการแข่งขัน การออกแทริปไกลๆ การปั่นท่องเที่ยวแบบทางยาวมากๆ(ปั่นกันทั้งวันเช้ายันมืด) แต่ไม่ใช่รองเท้าที่เหมาะสำหรับการปลด ใส่บ่อยๆ ยันพื้น เข็น เดิน ลาก แน่นอน
อีกจุดที่ไม่พูดก็คงไม่ได้ มันเป็นรองเท้าปั่นที่ใส่ปั่นสบาย แต่ ...... ใส่เดินใส่ยืนไม่สบายเท้าอย่างแรงครับ อาจเป็นเพราะมันยังไม่ยืดตัวพอดีกับเท้าผมก็ได้ แต่ผมออกปั่นรอบที่ 2 ปั่นเสร็จแล้วยืนบนรถไฟฟ้า BTS ขากลับเป็นเวลา 30 นาที ถึงขั้นต้องก้มลงไปคลายความแน่นของมันเลยทีเดียว .... อาการนี้อาจจะดีขึ้นในระยะซักพัก
ข้อควรรู้อีกประการก็คือ รองเท้า Specialized หาญกล้าออกแบบรองเท้ามาให้มีมุมชดเชยองศาหัวเข่าของคนส่วนมาก ดังนั้นมันจะมีมุมที่ไม่แบนราบเป็น 0 องศา ยังมีคนอีกสองประเภท อันได้แก่คนที่มุมของเท้าและเข่าเป็น 0 องศาและคนที่มุมนี้เบนทำมุมอีกด้าน จะไม่สามารถใช้รองเท้านี้ได้อย่างดีพาลจะรู้สึกว่ามันห่วยเอาได้ ทางที่ดี ควรไปแช็คกับเครื่องวัดให้มั่นใจเสียก่อนว่าคุณไม่ได้เป็น 15% ของประชากรส่วนน้อยที่มีเท้าแบบพิเศษ

จะได้เลือกปรับตัวเสริมได้ถูกต้อง นอกจากนั้น เวลาลองไซส์ ลองถามหาไซส์กว้างพิเศษหรือแคบพิเศษดูนะครับ หากความยาวได้แต่มันรัดเท้าก็ลองถามหาตัวกว้างพิเศษ แต่อย่าลืมว่ารองเท้าหนังแท้ๆจะยืดแระปรับตัวมันเข้ากับเท้าเราได้ระดับหนึ่ง อย่าเลือกที่หลวมสบายตั้งแต่แรก ลองมองหารองเท้าปั่นที่"พอดีๆ" สักหน่อย ผ่านไปซักพักมันจะยืดและหลวมขึ้นนิดหน่อยได้เองครับ
****************************************
หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ในการเลือกหารองเท้าและแก้ข้อสงสัยว่าทำไมรองเท้าปั่นรุ่นบนๆมันถึงได้แพงนัก จะคุ้มค่ามากน้อยเพียงใดก็อยู่ที่แต่ละท่านจะเลือกหาจับจองมาเป็นเจ้าของกันครับ