ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
-
leeo
- ขาประจำ
- โพสต์: 1054
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2009, 16:02
- Tel: 0897694634
- team: บางมด
- Bike: LA
- ติดต่อ:
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
ดอยอินทนน นี้มาเรื่องเล่ามากมายจรึงๆ มีความสุขที่ได้ฟังทุกครั้ง "กำลังใจ"เป็นอะไรที่ ไม่สิ้นสุด

ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ มีแต่ยังไม่ได้ทำ กับยังทำไม่เสร็จ
- kun sert
- ขาประจำ
- โพสต์: 515
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 20:14
- Tel: 065-3535459
- team: อิสระ
- Bike: ิBIANCHI
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
เรื่องราวของคุณ ตุ้ม น่าสนใจ และประทับใจมากครับ ขอตบมือเป็นเกียรติ์ ให้กับคนสู้ชีวิต ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา
และกลับมาแข็งแรง มากกว่าคน ธรรมดา ทิปไปแม่ฮ่องสอน ผมปั่นรถ เปล่า ยังตามรถคุณ ตุ้ม ที่มีรถพ่วง ไม่ทัน
แข็งแรงมากๆ มีโอกาสไปปั่นด้วยกันใหม่
ยังมีเรื่องของคนสู้ ชีวิต อีกท่าน ครูแก่ จากอุตรดิษต์ แกต่อ สู้ กับอัมพฤก อยู่ 5 ปี ขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้
หมอที่โรง พยายาล บอกรักษา ไม่ได้ ให้กลับไปที่บ้าน ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง แกไม่ยอมนอนรอความตาย
แกกลับไปที่บ้าน ให้เมียแก ช่วยทำกายภาพบำบัด ค่อยๆ ขยับแขน ขยับขา วันละนิด จนแกสามารถเดินได้
แต่ก็เดินได้ไม่เหมือนคนปกติ ทั่วไป เดินแบบคนเป็น ง่อยค่อยๆ ขยับเดินไปทีละนิด อยู่นานนานมาก
จนในที่สุด แกเริ่ม ปั่นจักรยานได้ แต่ก็ล้มอยู่บ่อยครั้ง แกก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งๆที่มือข้างขวา ยังใช้งานไม่ได้
ต้องใช้มือซ้าย คอยเบรค และเปลี่ยน เกียร แล้วในที่สุดแกเริ่มพูดได้ อาการของแกเริ่ม ดีขึ้นเรื่อยๆ
จนเป็นเหมือนปกติ ทุกอย่าง ยกเว้น มือข้างขวา ที่ยังกำเบรคกับเปลี่ยน เกียรไม่ได้ ขอฝากเรื่องนี้ไว้ให้กับคนที่ขาดกำลังใจ
ต่อสู้กับโรคร้าย
และกลับมาแข็งแรง มากกว่าคน ธรรมดา ทิปไปแม่ฮ่องสอน ผมปั่นรถ เปล่า ยังตามรถคุณ ตุ้ม ที่มีรถพ่วง ไม่ทัน
แข็งแรงมากๆ มีโอกาสไปปั่นด้วยกันใหม่
ยังมีเรื่องของคนสู้ ชีวิต อีกท่าน ครูแก่ จากอุตรดิษต์ แกต่อ สู้ กับอัมพฤก อยู่ 5 ปี ขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้
หมอที่โรง พยายาล บอกรักษา ไม่ได้ ให้กลับไปที่บ้าน ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง แกไม่ยอมนอนรอความตาย
แกกลับไปที่บ้าน ให้เมียแก ช่วยทำกายภาพบำบัด ค่อยๆ ขยับแขน ขยับขา วันละนิด จนแกสามารถเดินได้
แต่ก็เดินได้ไม่เหมือนคนปกติ ทั่วไป เดินแบบคนเป็น ง่อยค่อยๆ ขยับเดินไปทีละนิด อยู่นานนานมาก
จนในที่สุด แกเริ่ม ปั่นจักรยานได้ แต่ก็ล้มอยู่บ่อยครั้ง แกก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งๆที่มือข้างขวา ยังใช้งานไม่ได้
ต้องใช้มือซ้าย คอยเบรค และเปลี่ยน เกียร แล้วในที่สุดแกเริ่มพูดได้ อาการของแกเริ่ม ดีขึ้นเรื่อยๆ
จนเป็นเหมือนปกติ ทุกอย่าง ยกเว้น มือข้างขวา ที่ยังกำเบรคกับเปลี่ยน เกียรไม่ได้ ขอฝากเรื่องนี้ไว้ให้กับคนที่ขาดกำลังใจ
ต่อสู้กับโรคร้าย
ปั่นจักรยานได้อะไร
มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และ มีความอดทนมากขึ้น
มีสุขภาพจิตดี, มีสมาธิ, สมองปลอดโปร่ง
มีโลกทรรศที่กว้างไกลขึ้น
ได้มิตรภาพและสังคมที่กว้างขึ้น
ตื่นตัว, กระฉับกระเฉง, และชลอความชรา
กินได้, และนอนหลับสนิท
มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน, มีน้ำใจนักกีฬา, เผื่อแผ่และแบ่งปัน
มีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และ มีความอดทนมากขึ้น
มีสุขภาพจิตดี, มีสมาธิ, สมองปลอดโปร่ง
มีโลกทรรศที่กว้างไกลขึ้น
ได้มิตรภาพและสังคมที่กว้างขึ้น
ตื่นตัว, กระฉับกระเฉง, และชลอความชรา
กินได้, และนอนหลับสนิท
มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน, มีน้ำใจนักกีฬา, เผื่อแผ่และแบ่งปัน
- เสือลูกแฝด
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.พ. 2010, 10:30
- team: ดอยคำ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ เชียงใหม่
- Bike: Rit Cromoly
- ตำแหน่ง: สันทราย เชียงใหม่
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
ความลับรั่วไหลก็คราวนี้ละRit by Tanin เขียน:
มันไม่มีความลับครับ แหะๆๆ ของลับ เปิดกี่ครั้ง ก็ยังลับ
ขอบคุณเฮียเสริฐครับ..kun sert เขียน:เรื่องราวของคุณ ตุ้ม น่าสนใจ และประทับใจมากครับ ขอตบมือเป็นเกียรติ์ ให้กับคนสู้ชีวิต ไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา
และกลับมาแข็งแรง มากกว่าคน ธรรมดา ทิปไปแม่ฮ่องสอน ผมปั่นรถ เปล่า ยังตามรถคุณ ตุ้ม ที่มีรถพ่วง ไม่ทัน
แข็งแรงมากๆ มีโอกาสไปปั่นด้วยกันใหม่
ยังมีเรื่องของคนสู้ ชีวิต อีกท่าน ครูแก่ จากอุตรดิษต์ แกต่อ สู้ กับอัมพฤก อยู่ 5 ปี ขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ได้
หมอที่โรง พยายาล บอกรักษา ไม่ได้ ให้กลับไปที่บ้าน ด้วยกำลังใจที่เข้มแข็ง แกไม่ยอมนอนรอความตาย
แกกลับไปที่บ้าน ให้เมียแก ช่วยทำกายภาพบำบัด ค่อยๆ ขยับแขน ขยับขา วันละนิด จนแกสามารถเดินได้
แต่ก็เดินได้ไม่เหมือนคนปกติ ทั่วไป เดินแบบคนเป็น ง่อยค่อยๆ ขยับเดินไปทีละนิด อยู่นานนานมาก
จนในที่สุด แกเริ่ม ปั่นจักรยานได้ แต่ก็ล้มอยู่บ่อยครั้ง แกก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งๆที่มือข้างขวา ยังใช้งานไม่ได้
ต้องใช้มือซ้าย คอยเบรค และเปลี่ยน เกียร แล้วในที่สุดแกเริ่มพูดได้ อาการของแกเริ่ม ดีขึ้นเรื่อยๆ
จนเป็นเหมือนปกติ ทุกอย่าง ยกเว้น มือข้างขวา ที่ยังกำเบรคกับเปลี่ยน เกียรไม่ได้ ขอฝากเรื่องนี้ไว้ให้กับคนที่ขาดกำลังใจ
ต่อสู้กับโรคร้าย
เบื้องหลัง ก่อนมาปั่นจักรยาน ----> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=643615
facebook ------------------> https://www.facebook.com/fatcat.twin
facebook ------------------> https://www.facebook.com/fatcat.twin
- เสือดอนโพธิ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 5427
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:28
- Tel: 081-8011920
- team: ฅน....ครยก บ้านนา..ทีม
- Bike: klein Specialized Roubaix sl2 trek2300 Giant tcr advanced sl isp
- ตำแหน่ง: บ้านนา นครนายก
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
เป็นกำลังใจให้อีกคนครับ ติดตามเรื่องราวไว้เป็นข้อคิดกับการต่อสู้ชีวิตในวันข้างหน้า ฝากลุงแซมดูแลสุขภาพด้วยครับ 
ชีวิต......
ยังมีความสุขในแบบที่เราไม่เคยรู้จักอีกเยอะแยะ
ยังมีความสุขในแบบที่เราไม่เคยรู้จักอีกเยอะแยะ
- hisoft
- ขาประจำ
- โพสต์: 593
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 23:05
- team: MixVR
- Bike: STRiDA, Trek 1.2 2012
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
ดีนะครับพี่ที่เป็นตอนระบบของโรงพยาบาลยังไม่ขึ้นเค้าเลยรีบรักษาให้ นี่ถ้าเกิดระบบขึ้นเรียบร้อยส่งงานไปแล้วนะ... 
- DayWalker
- ขาประจำ
- โพสต์: 939
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 09:53
- team: Tiger Hack & Speed Limit AV 25
- Bike: Pinarello Dogma 65.1 Think 2 & Colnago Master X-Light Rabobank team & De Rosa MERAK
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
ยินดีด้วยครับที่กลับมาหายเป็นปกติแล้ว
รอติดตามอ่านอยู่เรื่อยๆนะครับ
รอติดตามอ่านอยู่เรื่อยๆนะครับ
-
Tiger วุฒิ
- ขาประจำ
- โพสต์: 809
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 23:14
- team: ฺFreedom
- Bike: Niner Jet 9 RDO Full Carbon
- ตำแหน่ง: 159/87 ถ.เรียบทางรถไฟ ม.ลำพูนสปาแลนด์ ม.10 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน 51000
- ติดต่อ:
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
เข้ามาเชียร์ ศิษย์พี่ อิอิ
" ความตาย มันจะฆ่าเราแค่ครั้งเดียว
แต่ความกลัวมันจะฆ่าเราตลอดไป "
แต่ความกลัวมันจะฆ่าเราตลอดไป "
- เสือลูกแฝด
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.พ. 2010, 10:30
- team: ดอยคำ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ เชียงใหม่
- Bike: Rit Cromoly
- ตำแหน่ง: สันทราย เชียงใหม่
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
โอ้..มีแฟนๆ เรียกร้องเรื่องราวตอนต่อไป..คืนนี้กลับบ้าน จะเริ่มตอนต่อไปครับ
เบื้องหลัง ก่อนมาปั่นจักรยาน ----> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=643615
facebook ------------------> https://www.facebook.com/fatcat.twin
facebook ------------------> https://www.facebook.com/fatcat.twin
- เสือลูกแฝด
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.พ. 2010, 10:30
- team: ดอยคำ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์ เชียงใหม่
- Bike: Rit Cromoly
- ตำแหน่ง: สันทราย เชียงใหม่
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
พ.ศ. 2518 - 2519
ณ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ถิ่นที่เป็นถือเป็นชนบท เนื่องจากถนนทุกสายเป็นทางลูกรัง ดินแดง และดินดำ หน้าฝน หลังฝนตก มันจะแปรสภาพเป็นทางเละ และลื่นมาก
ที่เกริ่นมาแบบนี้เพราะว่าเป็นความทรงจำเกี่ยวกับจักรยานที่ยังจำได้แม่นจนทุกวันนี้ นั่นคือการหัดขี่จักยานครั้งแรก ไม่สิ ต้องบอกว่าการขี่จักรยานเป็นครั้งแรก..ขณะนั้นอายุประมาณ 4-5 ขวบ ภายในบริเวณบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง คุณพ่อก็เริ่มที่จะให้ผมหัดขี่รถ 2 ล้อ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมขี่รถ 4 ล้อที่ใช้การขับเคลื่อนด้วยการใช้เท้ายัน บันไดให้รถเคลื่อนที่ พลิกคว่ำ จนกระดูกหน้าแข้งแตก ต้องดามเหล็กที่หน้าแข้งขวามาแล้ว ซิ่งตั้งแต่เด็กเชียวเรา..
วิธีหัดก็ให้พ่อจับท้ายจักรยานแล้วช่วยให้เราทรงตัวให้ได้...จำไม่ได้แระว่าหัดนานเท่าไหร่...ที่จำได้คือครั้งแรกที่ทรงตัวได้ โห....สนุก...แต่ยังปั่นไม่ได้นะ..ทำได้แค่ยืนบนบันไดแล้ว หมุนบันไดได้ ¼ รอบ เพราะว่าขาสั้น...ไม่อาจหมุนบันไดให้ครบรอบได้. อ้อลืมไป จักรยานคันนี้เบาะก็นั่งไม่ถึงครับ ไม่รู้ว่าทำไมคุณพ่อไม่หาคันเล็กๆให้เรา ยังงงจนทุกวันนี้ ตอนนี้ก็ไม่อยู่ตอบซะด้วย อีกซัก 40-50 ปี จะตามไปถามบนสวรรค์
หลังจากนั้นพอควงขาเป็นวงกลมในท่ายืนปั่นได้.(ก็เบาะมันสูงเกิน) ก็เริ่มออกนอกบ้าน ด้วยความที่บ้านอยู่บนยอดเนิน ซ้ายและขวา เป็นทางลาดลง สนุกสิครับ..ทีนี้ตอนมันเบรคไม่อยู่ทำไงล่ะครับ...รั้วบ้านของชาวบ้านแถวนั้นแหละครับ..ซี่ระแนงไม้ไผ่ หักเป็นแถบ...แต่ที่จดจำที่สุดก็คือ จุดยุทธศาสตร์มันไปกระแทกตรงไหนของรถไม่รู้....อู้ ย......ย...ซู๊ด...ด...ด...ขี้อ่อน ขี้แก่..สารพัด ลงไปนอนกอง อิ๋ง ๆ ๆ ๆ ๆ
สารพัดแผลเป็นที่หัวเข่า หน้าแข้ง เต็มทั้งสองข้างของผม 90% มาจาก...ซิ่งจักรยานท้าง..น้าน.
เกริ่นมาซะนาน..ก้ออยากจะบอกว่า ความรู้เรื่องจักรยานมีเท่าเนี๊ยะ....ซ่อมไม่เป็นสักอย่าง ส่วนประกอบมีไรมั่ง ไม่เคยสนใจ เสียทำไง...ร้านซ่อม
สิงหาคม 2550
เริ่มตระเวณหาซื้อจักรยาน
ด้วยความที่รู้เรื่องจักรยาน จากความทรงจำตั้งแต่เด็ก ว่ามีโซ่ให้ปั่น เคยเดินห้างเห็นมีจักรยานเสือภูเขาขาย...อืม.ม...น่าสนใจ ก็เลยพาครอบครัวไปหมด พากันไปดูบนห้างครับ....ตอนนั้นไม่รู้เรื่องว่าเขามีร้านขายเฉพาะเยอะแยะ
“คันนี้มี disk break ด้วยนะครับ” พนักงานขายบรรยายสรรพคุณให้ฟัง
คิดในใจ..เออ.ดีวุ้ย “แล้วขาตั้งมันไม่มีเหรอน้อง” พนักงานก็รีบปิดการขายทันที
“ผมแถมให้เลยครับ ใส่เลยนะครับ”
อ้าว...ตรูยังไม่บอกว่าจะเอานะ
ตกลงที่สุดก็ได้ยี่ห้อที่ขายบนห้าง ดิสค์เบรคแบบสายเคเบิล(หรูละ) มาหนึ่งคัน ด้วยความเห็นชอบของ ผบ.ทบ.
เริ่มขี่เสือตัวใหม่ครั้งแรก
ได้รถมาละ..ลุยเลย แต่งตัวขาสั้น เสื้อยืดคอกลมธรรมดา รองเท้าผ้าใบ เอ้าไปรับแสงแดด และสายลมหน่อย...
ใช้เกียร์ยังไงหว่า...เก้ๆ กัง ก๊อกๆ แก็ก เอาให้พอไปหน้าได้ละวะ....ค่อยๆเลาะไหล่ทางไป
พอออกถนนใหญ่ เห็นบรรดารถบรรทุก 6ล้อ 10 ล้อ 18ล้อ วิ่งผ่าน..เกิดอาการ อุนจิ.วิ่งขึ้นสมองทันที กลัวมันมาทับเราโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า...ลูกก็ยังเล็ก...อย่ากระนั้นเลย...ขึ้นบนฟุตบาทดีกว่า
ในวันแรกนี้ ทำความเร็วได้ไม่เกิน 16 km/hr เนื่องจากใช้จานใหญ่และเฟืองหลังพอปั่นให้ไป หนักมากๆ
ช่วงนี้ขยันมาก...ออกปั่นตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า แทบทุกวัน และแน่นอน...ปั่นบนฟุตบาทเป็นส่วนใหญ่..กลัว !!!!
จนผ่านไปเดือนกว่า ถึงจะกล้าลงมาขี่บนถนน...ฮ่า ๆ ๆ ๆ
ปั่นสุดชีวิตกับ...เจ้าสี่ขา
มีเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง ช่วงที่ปั่นตอนเช้ามืด ไม่เคยโดนสุนัขไล่เลย แต่เส้นทางประจำที่ปั่นนี่แหละ วันไหนที่ผมเพิ่มรอบเย็น...ต้องเจอกับเหตุการณ์โดนไล่กวด.ประจำ!!! ต้องมีใครเคยไปแหย่พวกมันแน่ๆ
ครั้งแรกที่เจอ....ปั่นไปดีๆ ชมนก ชมไม้เพลินๆ
“โฮ่ง ๆ ๆ ๆ ....แง่ง...ๆๆๆ” โผล่มาทีเดียวสามตัว มาจากไหนไม่ทันเห็น....ประสาทสัมผัสทั้งหมดตื่นตัว สั่งการให้ใช้กำลังทั้งหมดปั่นสุดแรงเกิด.....ไม่หลุดครับ มันยังสามัคคีไล่ตาม..แยกเขี้ยว เป้าหมายที่ข้อเท้าของผม ลุกโยก...สุดแรงอีกด้วยก๊อกสอง....จนความเร็วของเรามากกว่า...หรือไม่ก้อ มันสนุกพอแระ...เฮ้อ...หลุด !!!
แต่..แฮ่ก ๆ ๆ ๆ เหนื่อยอิ๊บอ๋าย...!!!
จากนั้นครั้งต่อๆมา พอใกล้ถึงจุดนัดหมาย...ทุ่งสังหาร......ผมก็ สปริ๊น ล่วงหน้า เจ้าพวกสามตัวก็เหมือนจะรอเราอยู่..มันต่างวิ่งกรูออกมาต้อนรับโดยพร้อมเพรียงทุกวัน..ฮ่า ๆ ๆ ๆ
แต่ทุกวันนี้ไม่รู้มันหายไปไหนหมด...คงโดนคนวางยาไปแล้ว.....สาธุ....อย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย
ตุลาคม 2550
หลังจากฝึกซ้อม ถีบ ลูกบันได้มาได้ประมาณสองเดือน ก็ริเริ่มนึกอาจหาญที่จะพิชิต ดอยสุเทพ มั่ง เพราะระหว่างนี้ก็เริ่มรู้จักเวป Thaimtb ว่าต้องปั่นขึ้นให้ได้ถึงถือว่าสำเร็จวิชาลมปราณขั้นที่ 10
16.30 น.
วันนี้พร้อมที่จะทดลองปั่นขึ้นเขาครั้งแรก จัดแจงเอาจักรยานใส่รถตู้ประจำตัว Volkswagen Transporter ทรงขนมปังแถว ไปจอดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตั้งตนปั่นขึ้นเนินแรก ครูบาศรีวิชัย แค่เนินนี้ผมก็ปรับเกียร์ 1-1 แล้วครับ..ท่านผู้ชม..เอ้าซอยขา ยิกๆๆๆ ค่อยๆไต่ .....กระดึ๊บ ๆ ๆ เริ่มหายใจไม่ทัน..โอย..ตรูจะไปไหวไหมเนี่ย...คิดในใจ
ระยะไต่ประมาณไม่กี่ร้อยเมตร เกือบต๋าย....พักจอดที่หน้าครูบาฯ....ตั้งหลักใหม่ ออกตัวด้วยจานหน้าเล็กสุด หลังประมาณ 2-3 พอถึงโค้งซ้ายแรก ความชันเพิ่มขึ้น...ด้วยความที่กลัวปั่นไม่ไหว...แกร๊ก ๆๆ ปรับเฟืองหลังไปที่ใหญ่สุด...ซอยยิกๆๆ หน้าเริ่มมืด เหงื่อไหนเข้าตา..แสบมาก...เอ้าทน..แฮ่ก ๆ ๆ จนถึงหน้าด่านตรวจ ทางราบขึ้นปรับจานหน้าขึ้นจานกลาง...เฮ่อ.ค่อยยังชั่วหน่อย จอดพักดีกว่า..มารดำในสำนึกเริ่มกระซิบบอก “เฮ่ย.!! ไม่ได้ๆ ไปต่อ” เทพในสำนึกกระซิบให้สู้ต่อ
เอ้า..สู้ต่อ..ค่อยๆปั่นไปเรื่อยๆ ...ฟึบ..ซึบ ๆ ๆ...เสียงเหมือนคนขี่จักรยาน..ฟืดฟาด ๆ ๆ เสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ตามมาด้านหลัง ซักพัก ก็แซงขึ้นหน้าไป...จากสายตาที่เห็นขณะนั้น เด็กประถมตัวเล็กๆ กำลังยืนโยก BMX แซงไปแบบเนิบๆ.......ได้แต่มองตาค้าง พร้อมหายใจ แฮ่ก ๆๆๆ ให้เด็กแซงไปจนลับสายตาไปในโค้งถัดไป
โอ้หนอตัวเรา...นี่ตรูแพ้เด็กนะเนี่ย....นึกในใจยังไม่หายเคืองตัวเอง...มีเสียง..ซึบๆๆๆ ตามมาจากด้านหลัง...
คงเป็นขาแรงอีกคันมั้ง..เดี๋ยวก็แซงเรา....พอหันไปมอง....
ง๊า..ก...ก....กลับกลายเป็นชายแก่รูปร่างสันทัด อายุคงไม่ต่ำกว่า 55-60 กำลังวิ่งแซง.....ย้ำว่า..วิ่งแซง....หันมายิ้มให้เรา พร้อมเอ่ยคำว่า...”สวัสดีน้อง”....
ท่านทั้งหลายครับ...ถึงจุดนี้ผมยอมรับในความ......อ่อน.....ของผมอย่างยิ่งโดยไม่มีข้อแย้งแม้แต่น้อย...
คนแรก เด็กประถม จักรยาน BMX คนต่อมา ผู้สูงอายุ วิ่งแซง...
หมดแรงครับ จอด..หันหัวกลับเมื่อถึงศาลาน้ำตกวังบัวบาน....ครั้งแรกของการริอาจหาญขึ้นดอยสุเทพ...ฝากไว้ก่อน..
วันนี้ได้ระยะทางประมาณ 3 กม.
หมายเหตุ เด็กคนนี้ตอนหลังอ่านพบในกระทู้ของเสือ nuk ว่าเป็นการปั่นเพื่อชีวิต เพราะเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจนี่แหละ อยู่ประถม 4 จำต้องออกกำลังเพือยืดอายุตัวเอง จะออกปั่นทุกเย็นจนถึงจุดชมวิว
ณ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ถิ่นที่เป็นถือเป็นชนบท เนื่องจากถนนทุกสายเป็นทางลูกรัง ดินแดง และดินดำ หน้าฝน หลังฝนตก มันจะแปรสภาพเป็นทางเละ และลื่นมาก
ที่เกริ่นมาแบบนี้เพราะว่าเป็นความทรงจำเกี่ยวกับจักรยานที่ยังจำได้แม่นจนทุกวันนี้ นั่นคือการหัดขี่จักยานครั้งแรก ไม่สิ ต้องบอกว่าการขี่จักรยานเป็นครั้งแรก..ขณะนั้นอายุประมาณ 4-5 ขวบ ภายในบริเวณบ้านมีพื้นที่กว้างขวาง คุณพ่อก็เริ่มที่จะให้ผมหัดขี่รถ 2 ล้อ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผมขี่รถ 4 ล้อที่ใช้การขับเคลื่อนด้วยการใช้เท้ายัน บันไดให้รถเคลื่อนที่ พลิกคว่ำ จนกระดูกหน้าแข้งแตก ต้องดามเหล็กที่หน้าแข้งขวามาแล้ว ซิ่งตั้งแต่เด็กเชียวเรา..
วิธีหัดก็ให้พ่อจับท้ายจักรยานแล้วช่วยให้เราทรงตัวให้ได้...จำไม่ได้แระว่าหัดนานเท่าไหร่...ที่จำได้คือครั้งแรกที่ทรงตัวได้ โห....สนุก...แต่ยังปั่นไม่ได้นะ..ทำได้แค่ยืนบนบันไดแล้ว หมุนบันไดได้ ¼ รอบ เพราะว่าขาสั้น...ไม่อาจหมุนบันไดให้ครบรอบได้. อ้อลืมไป จักรยานคันนี้เบาะก็นั่งไม่ถึงครับ ไม่รู้ว่าทำไมคุณพ่อไม่หาคันเล็กๆให้เรา ยังงงจนทุกวันนี้ ตอนนี้ก็ไม่อยู่ตอบซะด้วย อีกซัก 40-50 ปี จะตามไปถามบนสวรรค์
หลังจากนั้นพอควงขาเป็นวงกลมในท่ายืนปั่นได้.(ก็เบาะมันสูงเกิน) ก็เริ่มออกนอกบ้าน ด้วยความที่บ้านอยู่บนยอดเนิน ซ้ายและขวา เป็นทางลาดลง สนุกสิครับ..ทีนี้ตอนมันเบรคไม่อยู่ทำไงล่ะครับ...รั้วบ้านของชาวบ้านแถวนั้นแหละครับ..ซี่ระแนงไม้ไผ่ หักเป็นแถบ...แต่ที่จดจำที่สุดก็คือ จุดยุทธศาสตร์มันไปกระแทกตรงไหนของรถไม่รู้....อู้ ย......ย...ซู๊ด...ด...ด...ขี้อ่อน ขี้แก่..สารพัด ลงไปนอนกอง อิ๋ง ๆ ๆ ๆ ๆ
สารพัดแผลเป็นที่หัวเข่า หน้าแข้ง เต็มทั้งสองข้างของผม 90% มาจาก...ซิ่งจักรยานท้าง..น้าน.
เกริ่นมาซะนาน..ก้ออยากจะบอกว่า ความรู้เรื่องจักรยานมีเท่าเนี๊ยะ....ซ่อมไม่เป็นสักอย่าง ส่วนประกอบมีไรมั่ง ไม่เคยสนใจ เสียทำไง...ร้านซ่อม
สิงหาคม 2550
เริ่มตระเวณหาซื้อจักรยาน
ด้วยความที่รู้เรื่องจักรยาน จากความทรงจำตั้งแต่เด็ก ว่ามีโซ่ให้ปั่น เคยเดินห้างเห็นมีจักรยานเสือภูเขาขาย...อืม.ม...น่าสนใจ ก็เลยพาครอบครัวไปหมด พากันไปดูบนห้างครับ....ตอนนั้นไม่รู้เรื่องว่าเขามีร้านขายเฉพาะเยอะแยะ
“คันนี้มี disk break ด้วยนะครับ” พนักงานขายบรรยายสรรพคุณให้ฟัง
คิดในใจ..เออ.ดีวุ้ย “แล้วขาตั้งมันไม่มีเหรอน้อง” พนักงานก็รีบปิดการขายทันที
“ผมแถมให้เลยครับ ใส่เลยนะครับ”
อ้าว...ตรูยังไม่บอกว่าจะเอานะ
ตกลงที่สุดก็ได้ยี่ห้อที่ขายบนห้าง ดิสค์เบรคแบบสายเคเบิล(หรูละ) มาหนึ่งคัน ด้วยความเห็นชอบของ ผบ.ทบ.
เริ่มขี่เสือตัวใหม่ครั้งแรก
ได้รถมาละ..ลุยเลย แต่งตัวขาสั้น เสื้อยืดคอกลมธรรมดา รองเท้าผ้าใบ เอ้าไปรับแสงแดด และสายลมหน่อย...
ใช้เกียร์ยังไงหว่า...เก้ๆ กัง ก๊อกๆ แก็ก เอาให้พอไปหน้าได้ละวะ....ค่อยๆเลาะไหล่ทางไป
พอออกถนนใหญ่ เห็นบรรดารถบรรทุก 6ล้อ 10 ล้อ 18ล้อ วิ่งผ่าน..เกิดอาการ อุนจิ.วิ่งขึ้นสมองทันที กลัวมันมาทับเราโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า...ลูกก็ยังเล็ก...อย่ากระนั้นเลย...ขึ้นบนฟุตบาทดีกว่า
ในวันแรกนี้ ทำความเร็วได้ไม่เกิน 16 km/hr เนื่องจากใช้จานใหญ่และเฟืองหลังพอปั่นให้ไป หนักมากๆ
ช่วงนี้ขยันมาก...ออกปั่นตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า แทบทุกวัน และแน่นอน...ปั่นบนฟุตบาทเป็นส่วนใหญ่..กลัว !!!!
จนผ่านไปเดือนกว่า ถึงจะกล้าลงมาขี่บนถนน...ฮ่า ๆ ๆ ๆ
ปั่นสุดชีวิตกับ...เจ้าสี่ขา
มีเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง ช่วงที่ปั่นตอนเช้ามืด ไม่เคยโดนสุนัขไล่เลย แต่เส้นทางประจำที่ปั่นนี่แหละ วันไหนที่ผมเพิ่มรอบเย็น...ต้องเจอกับเหตุการณ์โดนไล่กวด.ประจำ!!! ต้องมีใครเคยไปแหย่พวกมันแน่ๆ
ครั้งแรกที่เจอ....ปั่นไปดีๆ ชมนก ชมไม้เพลินๆ
“โฮ่ง ๆ ๆ ๆ ....แง่ง...ๆๆๆ” โผล่มาทีเดียวสามตัว มาจากไหนไม่ทันเห็น....ประสาทสัมผัสทั้งหมดตื่นตัว สั่งการให้ใช้กำลังทั้งหมดปั่นสุดแรงเกิด.....ไม่หลุดครับ มันยังสามัคคีไล่ตาม..แยกเขี้ยว เป้าหมายที่ข้อเท้าของผม ลุกโยก...สุดแรงอีกด้วยก๊อกสอง....จนความเร็วของเรามากกว่า...หรือไม่ก้อ มันสนุกพอแระ...เฮ้อ...หลุด !!!
แต่..แฮ่ก ๆ ๆ ๆ เหนื่อยอิ๊บอ๋าย...!!!
จากนั้นครั้งต่อๆมา พอใกล้ถึงจุดนัดหมาย...ทุ่งสังหาร......ผมก็ สปริ๊น ล่วงหน้า เจ้าพวกสามตัวก็เหมือนจะรอเราอยู่..มันต่างวิ่งกรูออกมาต้อนรับโดยพร้อมเพรียงทุกวัน..ฮ่า ๆ ๆ ๆ
แต่ทุกวันนี้ไม่รู้มันหายไปไหนหมด...คงโดนคนวางยาไปแล้ว.....สาธุ....อย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย
ตุลาคม 2550
หลังจากฝึกซ้อม ถีบ ลูกบันได้มาได้ประมาณสองเดือน ก็ริเริ่มนึกอาจหาญที่จะพิชิต ดอยสุเทพ มั่ง เพราะระหว่างนี้ก็เริ่มรู้จักเวป Thaimtb ว่าต้องปั่นขึ้นให้ได้ถึงถือว่าสำเร็จวิชาลมปราณขั้นที่ 10
16.30 น.
วันนี้พร้อมที่จะทดลองปั่นขึ้นเขาครั้งแรก จัดแจงเอาจักรยานใส่รถตู้ประจำตัว Volkswagen Transporter ทรงขนมปังแถว ไปจอดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตั้งตนปั่นขึ้นเนินแรก ครูบาศรีวิชัย แค่เนินนี้ผมก็ปรับเกียร์ 1-1 แล้วครับ..ท่านผู้ชม..เอ้าซอยขา ยิกๆๆๆ ค่อยๆไต่ .....กระดึ๊บ ๆ ๆ เริ่มหายใจไม่ทัน..โอย..ตรูจะไปไหวไหมเนี่ย...คิดในใจ
ระยะไต่ประมาณไม่กี่ร้อยเมตร เกือบต๋าย....พักจอดที่หน้าครูบาฯ....ตั้งหลักใหม่ ออกตัวด้วยจานหน้าเล็กสุด หลังประมาณ 2-3 พอถึงโค้งซ้ายแรก ความชันเพิ่มขึ้น...ด้วยความที่กลัวปั่นไม่ไหว...แกร๊ก ๆๆ ปรับเฟืองหลังไปที่ใหญ่สุด...ซอยยิกๆๆ หน้าเริ่มมืด เหงื่อไหนเข้าตา..แสบมาก...เอ้าทน..แฮ่ก ๆ ๆ จนถึงหน้าด่านตรวจ ทางราบขึ้นปรับจานหน้าขึ้นจานกลาง...เฮ่อ.ค่อยยังชั่วหน่อย จอดพักดีกว่า..มารดำในสำนึกเริ่มกระซิบบอก “เฮ่ย.!! ไม่ได้ๆ ไปต่อ” เทพในสำนึกกระซิบให้สู้ต่อ
เอ้า..สู้ต่อ..ค่อยๆปั่นไปเรื่อยๆ ...ฟึบ..ซึบ ๆ ๆ...เสียงเหมือนคนขี่จักรยาน..ฟืดฟาด ๆ ๆ เสียงหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ตามมาด้านหลัง ซักพัก ก็แซงขึ้นหน้าไป...จากสายตาที่เห็นขณะนั้น เด็กประถมตัวเล็กๆ กำลังยืนโยก BMX แซงไปแบบเนิบๆ.......ได้แต่มองตาค้าง พร้อมหายใจ แฮ่ก ๆๆๆ ให้เด็กแซงไปจนลับสายตาไปในโค้งถัดไป
โอ้หนอตัวเรา...นี่ตรูแพ้เด็กนะเนี่ย....นึกในใจยังไม่หายเคืองตัวเอง...มีเสียง..ซึบๆๆๆ ตามมาจากด้านหลัง...
คงเป็นขาแรงอีกคันมั้ง..เดี๋ยวก็แซงเรา....พอหันไปมอง....
ง๊า..ก...ก....กลับกลายเป็นชายแก่รูปร่างสันทัด อายุคงไม่ต่ำกว่า 55-60 กำลังวิ่งแซง.....ย้ำว่า..วิ่งแซง....หันมายิ้มให้เรา พร้อมเอ่ยคำว่า...”สวัสดีน้อง”....
ท่านทั้งหลายครับ...ถึงจุดนี้ผมยอมรับในความ......อ่อน.....ของผมอย่างยิ่งโดยไม่มีข้อแย้งแม้แต่น้อย...
คนแรก เด็กประถม จักรยาน BMX คนต่อมา ผู้สูงอายุ วิ่งแซง...
หมดแรงครับ จอด..หันหัวกลับเมื่อถึงศาลาน้ำตกวังบัวบาน....ครั้งแรกของการริอาจหาญขึ้นดอยสุเทพ...ฝากไว้ก่อน..
วันนี้ได้ระยะทางประมาณ 3 กม.
หมายเหตุ เด็กคนนี้ตอนหลังอ่านพบในกระทู้ของเสือ nuk ว่าเป็นการปั่นเพื่อชีวิต เพราะเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจนี่แหละ อยู่ประถม 4 จำต้องออกกำลังเพือยืดอายุตัวเอง จะออกปั่นทุกเย็นจนถึงจุดชมวิว
เบื้องหลัง ก่อนมาปั่นจักรยาน ----> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=643615
facebook ------------------> https://www.facebook.com/fatcat.twin
facebook ------------------> https://www.facebook.com/fatcat.twin
- เสือเอ๊ะ อู่ทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 925
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2012, 20:05
- Tel: 0871550551
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพอู่ทอง
- Bike: Trek
- ตำแหน่ง: อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
ขอแสดงความยินดี กับ เสือ ลูกแฝด ที่เล่าแบ่งปัน ประสบการเกี่ยวกับการปั่นจักรยาน ทำให้หายต่อโรคภัยไข้เจ็บ ขอให้ต่อสู้ต่อไปครับ..เพื่อเป็นความรู้กับบุคคลอีกมากมาย "ปั่นมาแล้ว จงปั่นต่อไป "..
..ติดตามประสบการณ์ "เสือเอ๊ะ อู่ทอง" ที่นี่ครับ..http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p8334676
*..สุขภาพดีและความภูมิใจ..ไม่มีขาย..อยากได้ต้องทำเอง..*
"กัมมุนา วัตตติ โลโก - สัตว์โลกทั้งหลาย เกิดมาต้องเป็นไปตามกรรม"
*..สุขภาพดีและความภูมิใจ..ไม่มีขาย..อยากได้ต้องทำเอง..*
"กัมมุนา วัตตติ โลโก - สัตว์โลกทั้งหลาย เกิดมาต้องเป็นไปตามกรรม"
- ปรานพิสุทธิ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 994
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2013, 12:09
- Tel: 0818621624
- team: ระยองชวนปั่น
- Bike: เสือภูเขา
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
สุดยอดเลยครับ
เพื่อนกูให้100%แล้วแต่ใครจะทำให้มันลดลง
- นิรนาม999
- ขาประจำ
- โพสต์: 180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2013, 17:10
- team: สี่สายน้ำเจ้าพระยา
- Bike: ไจแอนท์ เปอร์โย
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
อาการของคุฌเหมือนผมเมื่อปี35ตอนนั้นผมยังรับราชการอยู่ในขณะที่ทำการฝึกเจ้าหน้าที่ๆจะบันจุเข้ารับราชการอยู่ๆผมก็ชาไปทั้งตัวไม่สามรถทรงตัวได้ล้มทั้งยืนเพื่อนนำส่งรพ.ไม่สามารถขยับตัวได้เลยนอนอยู่รพ.หลายวันหมอมาตรวจอาการบอกว่าผมกระดุกสันหลังทับเส้นประสาทผมทานยาของหมอเพื่อดูอาการและนัดผ่าตัดเมื่อถึงวันนัดผ่าผมเห็นคนข้างๆไปผ่ากลับมาที่เตียงอาการไม่ดีเลยผมจึงขอหมอไม่ผ่าตัดขอหมอไปทำกายบำบัดหมอถามว่าถึงเวลาผ่าแล้วจะไม่ผ่าหรือผมบอกไม่ขอผ่าขอทำกายบำบัดแทนหมอก็ดีใจหายไม่ผ่าก็ไม่ผ่าทำการบำบัดมาได้6เดือนก็ลุกเดินได้บ้างเล็กน้อยแล้วค่อยๆดีขึ้นตามลำดับได้กลับไปเดินที่อุทยานสวรรค์ทุกวันรู้สึกว่าอาการดีวันดีคืนจนครบ1ปีผมลองวิ่งเบาๆและเริ่มแรงขึ้นเลือยๆจนแข็งแรงดีวิ่งได้วันละ10กมและเพิ่มขึ้นไปจนวันหนึ่งเพื่อนชวนไปวิ่งที่เขาชะโงกนครนายกผมลองไปวิ่งดูก็วิ่งจนอยู่ในเวลาที่กำหนด3.5ชมผมดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ตั้งแต่นั้นมาไม่สามรถจะหยุดวิ่งได้และวิ่งมาราธอนตลอดในเวลา4-5ชมมาจนผมอายุ59ผมขอเออร์รีออกมาและมาหยุดวิ่งเมื่อปี52เพราะเข่าไม่ดีจึงมาขี่จักรยานกับเพื่อนๆหากวันไหนไม่ปั่นจักรยานจะมีอาการเสียวที่กระดูกสันหลังทันทีจึงจำเป็นต้องปั่นตลอดไปดีที่ไม่เป็นอัมพลึกจนขณะนี้ผม71ปีแล้วยังแข็งแรงได้ร่วมปั่นกับอาจารย์ยักกู้วิกฤษคืนชีวิตให้แผ่นดินจากท่าวังผา(น่าน)สู่ชลบุรีและชลบุรี-ชุมพรขอให้ทุกท่านอย่าท้อนะครับแล้ววันนั้นจะเป็นของเรา

- sompong39
- ขาประจำ
- โพสต์: 2664
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 08:33
- Tel: 0981019695
- team: แอบขี่ ...
- Bike: แม่บ้าน พับ หมอบ ภูเขา ทัวร์ริ่ง
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
___H__
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
_/\ \
/\__\\__ __\
| | "" | |''''||`
~~~""""`"""""`~~* ความรัก..คือ อะไร .....
- เก๋สี่แยก
- สมาชิก
- โพสต์: 42
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2011, 20:32
- Tel: 077534658
- team: เสือปฐมพร
- Bike: Trek 1.2 3.1
- ตำแหน่ง: 196/3 ม.4 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
สุดยอดเลยครับนิรนาม999 เขียน:อาการของคุฌเหมือนผมเมื่อปี35ตอนนั้นผมยังรับราชการอยู่ในขณะที่ทำการฝึกเจ้าหน้าที่ๆจะบันจุเข้ารับราชการอยู่ๆผมก็ชาไปทั้งตัวไม่สามรถทรงตัวได้ล้มทั้งยืนเพื่อนนำส่งรพ.ไม่สามารถขยับตัวได้เลยนอนอยู่รพ.หลายวันหมอมาตรวจอาการบอกว่าผมกระดุกสันหลังทับเส้นประสาทผมทานยาของหมอเพื่อดูอาการและนัดผ่าตัดเมื่อถึงวันนัดผ่าผมเห็นคนข้างๆไปผ่ากลับมาที่เตียงอาการไม่ดีเลยผมจึงขอหมอไม่ผ่าตัดขอหมอไปทำกายบำบัดหมอถามว่าถึงเวลาผ่าแล้วจะไม่ผ่าหรือผมบอกไม่ขอผ่าขอทำกายบำบัดแทนหมอก็ดีใจหายไม่ผ่าก็ไม่ผ่าทำการบำบัดมาได้6เดือนก็ลุกเดินได้บ้างเล็กน้อยแล้วค่อยๆดีขึ้นตามลำดับได้กลับไปเดินที่อุทยานสวรรค์ทุกวันรู้สึกว่าอาการดีวันดีคืนจนครบ1ปีผมลองวิ่งเบาๆและเริ่มแรงขึ้นเลือยๆจนแข็งแรงดีวิ่งได้วันละ10กมและเพิ่มขึ้นไปจนวันหนึ่งเพื่อนชวนไปวิ่งที่เขาชะโงกนครนายกผมลองไปวิ่งดูก็วิ่งจนอยู่ในเวลาที่กำหนด3.5ชมผมดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ตั้งแต่นั้นมาไม่สามรถจะหยุดวิ่งได้และวิ่งมาราธอนตลอดในเวลา4-5ชมมาจนผมอายุ59ผมขอเออร์รีออกมาและมาหยุดวิ่งเมื่อปี52เพราะเข่าไม่ดีจึงมาขี่จักรยานกับเพื่อนๆหากวันไหนไม่ปั่นจักรยานจะมีอาการเสียวที่กระดูกสันหลังทันทีจึงจำเป็นต้องปั่นตลอดไปดีที่ไม่เป็นอัมพลึกจนขณะนี้ผม71ปีแล้วยังแข็งแรงได้ร่วมปั่นกับอาจารย์ยักกู้วิกฤษคืนชีวิตให้แผ่นดินจากท่าวังผา(น่าน)สู่ชลบุรีและชลบุรี-ชุมพรขอให้ทุกท่านอย่าท้อนะครับแล้ววันนั้นจะเป็นของเรา![]()
![]()
![]()
![]()
-
ประสิทธิ์ สารธรรม
- ขาประจำ
- โพสต์: 296
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ธ.ค. 2012, 15:55
- Tel: 0895525811
- team: เสือดอยสะเก็ด
- Bike: ิbanchi
Re: ทำไมถึงมาปั่นจักรยาน...เพราะเดินไม่ได้ครับ
เผิ้งมาอ่านเจอขอแสดงความดีใจด้วยครับขอให้แข็งแรงหายขาดจากโรคนี้และไม่มีโรคอื่นอีก เป็นกำลังใจให้อีกหลายๆคนครับ