จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
- artistall
- ขาประจำ
- โพสต์: 1776
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2010, 09:40
- Tel: 096-4044-696
- team: เสือกินฝุ่น
- Bike: MERIDA CASSWAY D300 2014
- ตำแหน่ง: อ่อนนุช
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
มีคนบอกว่า ผู้หญิงไม่ชอบจักยาน " แต่รักคนขี่ " คริคริ
Drive MERSY
Drive MERSY
- ไก่กินลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2010, 21:16
- Tel: 089-9803343
- Bike: Mongoose
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
เห็นด้วยครับ ตรงใจ ผมก็เจอมาตลอดนะ เริ่มจะเฉยๆแล้ว ขอเอาแนวคิดพี่ไปใช้ด้วยคนครับFinrod เขียน:บอกตรงๆว่า ผมเลิกชักชวนคนมาปั่นจักรยานนานแล้ว ยกเว้นคนที่เข้ามาหาผมเองแล้วไถ่ถามด้วยความสนใจจริงๆนั่นแหละ ผมถึงจะให้ข้อมูล (ในแบบที่แทบจะถวายใส่พานให้)
เพราะปัญหาหลักไม่ใช่อะไร มันคือ "ทัศนคติอันคับแคบและห่วงสบาย" ของ"คนไทย"นี่แหละ
คนมันจะปั่น หรือจำเป็นต้องปั่น เจอสภาพแบบไหนมันก็ปั่นได้
คนมันจะไม่ปั่น มันก็หาเหตุผลได้ร้อยแปดพันเก้าที่จะไม่ปั่น!!!
- ไก่กินลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 400
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2010, 21:16
- Tel: 089-9803343
- Bike: Mongoose
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
นำนโยบายของรัฐจากรถคันแรก มาเป็นแจกจักรยาน(เพื่อส่งเสริมการใช้จักรยาน)ทุกท้องที่จะดีกว่าไหมครับ...สนอง สุพรรณ1 เขียน:ทุกเหตุผลเห็นว่าดีทั้งหมด แต่ทุกที่มีปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขใด้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านนอกหรือในกรุง ปัญหาที่พวกเราๆเจอมาคล้ายๆกันมากคือ
1นักปั่นจักรยานบางที่ บางกลุ่มแบ่งชนชั้นวรรณะ ขี่รถแพง แรงมีน้อย ดูถูกผู้ด้อยกว่า (ข้อนี้มีทุกท้องที่)
2 บนท้องถนนขาดจริยธรรม ขาดวินัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน(ข้อนี้มีทุกท้องที)
ดังเช่น ปัญหาที่เจอมาด้วยตัวเราเองและที่เพื่อนๆเคยประสพมาคือเราชาวจักรยานจะเป็นที่รังเกียรติ์มากๆสำหรับรถยนต์และมอไซร์ บางทีถึงกับขับรถเบียดแทบตกถนน เค้าคงจะคิดว่าพวกเราไม่ใด้เสียภาษีให้กับขนส่งเหมือนรถยนต์หรือมอไซร์ จึงเห็นว่าไม่มีสิทธิใช้ถนนร่วมกับผู้ที่เสียภาษีทุกๆปีก็ใด้(ผมคิดเอง) บางครั้งมีตะโกนออกมาว่าเกะกะจังโว้ย (ไม่รู้ว่ามันจะรีบไปตายรึยั่งไง) ส่วนเรื่องที่จะทำอย่างไรให้มีนักปั่นหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นมาทดแทนนักปั่นที่เลิกหรือตายไปแล้วนั้น ผมว่าผู้ใหญ่ทุกระดับชั้นควรจะมองให้เห็นความสำคัญของการปั่นจักรยานของประชาชนระดับรากหญ้า และควรเป็นผู้นำให้ประชาชนเห็นก่อนแบบเป็นนิจ(อาทิตย์ละ2วันก็ใด้) ไม่ใช่ปั่นแค่หาเสียงแล้วพอใด้ก็เลิก ทำกฏหมายให้แรงเพื่อเป็นการจัดระเบียบการจราจร แบ่งโซนแยกออกจากกันระหว่างรถยนต์/มอไซร์ในท่องถนนเขตชุมชนทุกที่ๆจำเป็น หากแก้ไขตรงนี้ใด้ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนหน้าใหม่ออกมาขี่จักรยานเพราะที่เค้าไม่ออกมาปั่นทุกวันนี้ผมว่าเค้าเหล่านั้กลัวปัญหาที่จะเกิดกับเขาและที่แน่คือกลัวตายข้างถนนครับ
- Jakyun
- สมาชิก
- โพสต์: 64
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 12:16
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
ปั่นเพราะต้องการออกกำลังกาย คิดเอาว่าจักรยานเหมาะสำหรับ สว
ครั้งแรกซื้อที่โลตัสราคา 990 บาท ! ถูกกว่ายาง 1 เส้นเสียอีก
ปั่นในบริเวณรอบบ้าน วันละ 15-30 นาที
ต่อมาได้รถราคา 3500 เป็นของขวัญจากลูก เมื่อเห็นผมปั่นจริง
ผ่านไปเกือบ 1 ปี ออกรถราคาหมื่นนึงซื้อเอง รวมเวลาปั่นมาสองปี ไปไกลสุด 150 โล ยุธยา
-----------------------------------------------------------------------
เพื่อนเตือนผมว่าเลิกขี่จักรยานได้แล้วเมื่อมันรู้ว่าผมมาปั่นจักรยานจริงจัง
มันว่าอันตรายแก่แล้วหาเรื่องใส่ตัว
แถมมันไปเจอน้องสาว บอกฝากน้องมาอีกว่าให้ผมเลิกปั่น !
โกรธมาก เลยโทรไปต่อว่ามันแรงๆ ....
ไม่รู้เกี่ยวกับหัวข้อที่ตั้งไว้หรือเปล่า....
ทริปลุงโทก็สร้างนักปั่นหน้าใหม่ขึ้นมากมายนะครับ ผมคนหนึ่งละไปกับทริปลุงโทเกือบสิบเที่ยวแล้ว
ครั้งแรกซื้อที่โลตัสราคา 990 บาท ! ถูกกว่ายาง 1 เส้นเสียอีก
ปั่นในบริเวณรอบบ้าน วันละ 15-30 นาที
ต่อมาได้รถราคา 3500 เป็นของขวัญจากลูก เมื่อเห็นผมปั่นจริง
ผ่านไปเกือบ 1 ปี ออกรถราคาหมื่นนึงซื้อเอง รวมเวลาปั่นมาสองปี ไปไกลสุด 150 โล ยุธยา
-----------------------------------------------------------------------
เพื่อนเตือนผมว่าเลิกขี่จักรยานได้แล้วเมื่อมันรู้ว่าผมมาปั่นจักรยานจริงจัง
มันว่าอันตรายแก่แล้วหาเรื่องใส่ตัว
แถมมันไปเจอน้องสาว บอกฝากน้องมาอีกว่าให้ผมเลิกปั่น !
โกรธมาก เลยโทรไปต่อว่ามันแรงๆ ....
ไม่รู้เกี่ยวกับหัวข้อที่ตั้งไว้หรือเปล่า....
ทริปลุงโทก็สร้างนักปั่นหน้าใหม่ขึ้นมากมายนะครับ ผมคนหนึ่งละไปกับทริปลุงโทเกือบสิบเที่ยวแล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย Jakyun เมื่อ 22 ก.พ. 2013, 15:30, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รอจนมีเวลาว่าง
ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าจะได้ทำสิ่งที่ต้องการ
(มังกรโบราณ)
ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าจะได้ทำสิ่งที่ต้องการ
(มังกรโบราณ)
-
RakRok
- สมาชิก
- โพสต์: 61
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ธ.ค. 2012, 18:05
- ติดต่อ:
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
ที่จริงต้องถามความรู้สึกกันจริงๆ ครับว่า ทำไมถึงไม่อยากปั่นจักรยาน ทั้งที่ใจส่วนนึงก็คงอยากปั่นจักรยานเหมือนกัน ผมเชื่อว่าครั้งแรกของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ประสบการณ์เองก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ลักษณะและบุคคลิกแต่ละคนก็แตกต่างกันอีก แต่ถ้ามองกันที่ความรู้สึกกันจริงๆ ก็คงจะเข้าใจได้ไม่หรอกครับว่าสิ่งที่เค้ายังกังวลอยู่คืออะไรกันแน่
ผมเริ่มต้นสนใจจักรยานมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านั้นผมไม่ค่อยได้จับจักรยานเลย อย่างมากก็ 2-3 ครั้งในรอบชีวิตที่ผ่านมา จนกระทั่งได้หัดจนปั่นได้เล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อ 5 ปีที่แล้วกับการซื้อจักรยานคันแรกนั้นคิดเลยครับว่า "จะคุ้มหรอ" , "มั่นใจได้ไง" ถึงแม้คนจะบอกว่ามีงบเท่าไหร่ก็ซื้อไปเหอะได้ up แน่ แต่ความรู้สึกของคนที่ไม่มีประสบการณ์ผมก็ไม่ค่อยเชื่อใจตัวเองหรอกครับว่าจะทำได้จริงหรอ จะปั่นไปไหนได้ยังไง ไม่มีคนมาให้ลองใช้จักรยานอยู่ดี สุดท้ายเลยสรุปเอาเองว่าช่างมันเหอะ คิดว่าไม่น่าจะคุ้มแล้วล่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นเลยไม่ได้สนใจ หรือ ปั่นจักรยานอะไรอีกสักเท่าไหร่ ด้วยความรู้สึกที่ว่า "รถมันเยอะ" "จักรยานจะอยู่ตรงไหน" "เดี๋ยวก็บีบแตรไล่ จะตกใจม่ะนั่น" แล้วผมลืมมันไป
จนกระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วที่ผมบังเอิญมีเวลาว่างมาปั่นจักรยานเล่นที่สวนรถไฟ เลยมีความคิดจากสมัยก่อนว่าน่าจะมีจักรยานดีๆ สักคันนึง เลยไปหาร้านจักรยาน คำตอบก็เหมือนเดิมครับ ทางร้านก็แนะนำตามงบอย่างเดียว หรือไม่ก็เสนอทางเลือกดีๆ ไปเลย ทั้งที่ความรู้สึกเดิมๆ ก็คิดว่า "จะคุ้มหรอ" , "มั่นใจได้ไง" แต่ตอนนี้การเข้าถึงข้อมูลก็ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนและเริ่มมีกระบวนการคิด แยกแยะ มากขึ้นแล้ว อีกทั้งมี Social Media อีกมากมายให้ถาม ความคิดเริ่มดีขึ้นตรงที่มีกลุ่มรุ่นน้องที่รู้จักมาปั่นจักรยาน เลยสอบถามข้อมูลต่างๆ มาเรื่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่าน่าจะตอบความคุ้มค่าได้ระดับนึงแล้ว กลุ่มที่ปั่นด้วยน่าจะมีด้วย ตอนนั้นมั่นใจว่า ความคุ้มสำหรับผมคือ "การได้ปั่นร่วมกับคนอื่นๆ ไปด้วย มีคนมาคอยแนะนำไปเรื่อยๆ" จากนั้นจึงได้ทดลองออกทริปกับมหาลัยด้วยจักรยานแม่บ้านก่อน (ยังไม่ซื้อจักรยาน แต่มั่นใจว่าจะซื้อหลังจากนั้น)
จากนั้นจึงตัดสินใจซื้อจักรยานคันแรกราคาหมื่นบาท แต่....อารมณ์ช่วงแรกบอกเลยว่า มันรู้สึกอันตรายมาก ไม่กล้า ไม่อยาก กลัว จากนั้นก็มีคนชวนมาปั่นเป็นกลุ่มครั้งแรก เริ่มต้นทริปแรกด้วยความเร็ว 15-22 km/hr ความรู้สึกที่ดีขึ้นมาคือ มีคนดูแลหน้าหลังให้ตลอด ซึ่งผมมองว่า จุดนี้จะเป็นจุดสำคัญ ที่คนจะปั่นจักรยานต่อหรือว่าจะพับจักรยานเก็บเอาไว้ เลยทำให้รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้น กล้ามากขึ้น เลยทดลองปั่นจากที่ทำงานไปบ้าน แล้วจากบ้านที่ทำงาน ดูเริ่มต้นด้วยความเร็วช้าๆ เน้นชิดซ้าย ไม่ออกขวาเยอะจนเกินไป อาศัยดูพฤติกรรมรถยนต์บนท้องถนน ก็ทำให้กล้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ
จนถึงตอนนี้ผมก็ปั่นจักรยานจากบ้านไปกลับที่ทำงานตลอด วันละ 21 km ด้วยความเร็ว 22-32 km/hr มาย้อนคิดว่า กว่าจะได้มาถึงขั้นนี้ มันก็ผ่านการตัดสินใจอะไรบางอย่างมาเยอะมาก สิ่งนึงที่จะทำให้คนหันมาปั่นจักรยานคือการให้เค้าได้ทดลองจริงมากกว่า การบอกเล่าแค่ว่ามันดียังไง มีคนคอยดูแลประกบตลอด ออกทริปบ้างเพื่อเพิ่มความมั่นใจและมีกำลังใจมาบ้าง จะช่วยให้คนๆนึง หันมารักที่จะปั่นจักรยานแทนการสัญจรอื่นๆได้ครับ
ปล.ประสบการณ์ของผมอาจจะไม่เหมือนกับของคนอื่น อาจจะต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานทาง ฐานะ, ครอบครัวและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ
ผมเริ่มต้นสนใจจักรยานมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านั้นผมไม่ค่อยได้จับจักรยานเลย อย่างมากก็ 2-3 ครั้งในรอบชีวิตที่ผ่านมา จนกระทั่งได้หัดจนปั่นได้เล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อ 5 ปีที่แล้วกับการซื้อจักรยานคันแรกนั้นคิดเลยครับว่า "จะคุ้มหรอ" , "มั่นใจได้ไง" ถึงแม้คนจะบอกว่ามีงบเท่าไหร่ก็ซื้อไปเหอะได้ up แน่ แต่ความรู้สึกของคนที่ไม่มีประสบการณ์ผมก็ไม่ค่อยเชื่อใจตัวเองหรอกครับว่าจะทำได้จริงหรอ จะปั่นไปไหนได้ยังไง ไม่มีคนมาให้ลองใช้จักรยานอยู่ดี สุดท้ายเลยสรุปเอาเองว่าช่างมันเหอะ คิดว่าไม่น่าจะคุ้มแล้วล่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นเลยไม่ได้สนใจ หรือ ปั่นจักรยานอะไรอีกสักเท่าไหร่ ด้วยความรู้สึกที่ว่า "รถมันเยอะ" "จักรยานจะอยู่ตรงไหน" "เดี๋ยวก็บีบแตรไล่ จะตกใจม่ะนั่น" แล้วผมลืมมันไป
จนกระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วที่ผมบังเอิญมีเวลาว่างมาปั่นจักรยานเล่นที่สวนรถไฟ เลยมีความคิดจากสมัยก่อนว่าน่าจะมีจักรยานดีๆ สักคันนึง เลยไปหาร้านจักรยาน คำตอบก็เหมือนเดิมครับ ทางร้านก็แนะนำตามงบอย่างเดียว หรือไม่ก็เสนอทางเลือกดีๆ ไปเลย ทั้งที่ความรู้สึกเดิมๆ ก็คิดว่า "จะคุ้มหรอ" , "มั่นใจได้ไง" แต่ตอนนี้การเข้าถึงข้อมูลก็ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนและเริ่มมีกระบวนการคิด แยกแยะ มากขึ้นแล้ว อีกทั้งมี Social Media อีกมากมายให้ถาม ความคิดเริ่มดีขึ้นตรงที่มีกลุ่มรุ่นน้องที่รู้จักมาปั่นจักรยาน เลยสอบถามข้อมูลต่างๆ มาเรื่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่าน่าจะตอบความคุ้มค่าได้ระดับนึงแล้ว กลุ่มที่ปั่นด้วยน่าจะมีด้วย ตอนนั้นมั่นใจว่า ความคุ้มสำหรับผมคือ "การได้ปั่นร่วมกับคนอื่นๆ ไปด้วย มีคนมาคอยแนะนำไปเรื่อยๆ" จากนั้นจึงได้ทดลองออกทริปกับมหาลัยด้วยจักรยานแม่บ้านก่อน (ยังไม่ซื้อจักรยาน แต่มั่นใจว่าจะซื้อหลังจากนั้น)
จากนั้นจึงตัดสินใจซื้อจักรยานคันแรกราคาหมื่นบาท แต่....อารมณ์ช่วงแรกบอกเลยว่า มันรู้สึกอันตรายมาก ไม่กล้า ไม่อยาก กลัว จากนั้นก็มีคนชวนมาปั่นเป็นกลุ่มครั้งแรก เริ่มต้นทริปแรกด้วยความเร็ว 15-22 km/hr ความรู้สึกที่ดีขึ้นมาคือ มีคนดูแลหน้าหลังให้ตลอด ซึ่งผมมองว่า จุดนี้จะเป็นจุดสำคัญ ที่คนจะปั่นจักรยานต่อหรือว่าจะพับจักรยานเก็บเอาไว้ เลยทำให้รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้น กล้ามากขึ้น เลยทดลองปั่นจากที่ทำงานไปบ้าน แล้วจากบ้านที่ทำงาน ดูเริ่มต้นด้วยความเร็วช้าๆ เน้นชิดซ้าย ไม่ออกขวาเยอะจนเกินไป อาศัยดูพฤติกรรมรถยนต์บนท้องถนน ก็ทำให้กล้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ
จนถึงตอนนี้ผมก็ปั่นจักรยานจากบ้านไปกลับที่ทำงานตลอด วันละ 21 km ด้วยความเร็ว 22-32 km/hr มาย้อนคิดว่า กว่าจะได้มาถึงขั้นนี้ มันก็ผ่านการตัดสินใจอะไรบางอย่างมาเยอะมาก สิ่งนึงที่จะทำให้คนหันมาปั่นจักรยานคือการให้เค้าได้ทดลองจริงมากกว่า การบอกเล่าแค่ว่ามันดียังไง มีคนคอยดูแลประกบตลอด ออกทริปบ้างเพื่อเพิ่มความมั่นใจและมีกำลังใจมาบ้าง จะช่วยให้คนๆนึง หันมารักที่จะปั่นจักรยานแทนการสัญจรอื่นๆได้ครับ
ปล.ประสบการณ์ของผมอาจจะไม่เหมือนกับของคนอื่น อาจจะต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานทาง ฐานะ, ครอบครัวและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ
ปั่นด้วยจักรยานเช่าชิวๆ @ สวนรถไฟครับ
https://www.facebook.com/media/set/?set ... a306628298
แวะมา Add Friend กันครับ
http://www.facebook.com/rakrok12
https://www.facebook.com/media/set/?set ... a306628298
แวะมา Add Friend กันครับ
http://www.facebook.com/rakrok12
- bigod_10
- ขาประจำ
- โพสต์: 898
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2012, 11:16
- team: ไม่มี
- Bike: specailized rockhopper
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
เยี่ยมครับRakRok เขียน:ที่จริงต้องถามความรู้สึกกันจริงๆ ครับว่า ทำไมถึงไม่อยากปั่นจักรยาน ทั้งที่ใจส่วนนึงก็คงอยากปั่นจักรยานเหมือนกัน ผมเชื่อว่าครั้งแรกของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ประสบการณ์เองก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ลักษณะและบุคคลิกแต่ละคนก็แตกต่างกันอีก แต่ถ้ามองกันที่ความรู้สึกกันจริงๆ ก็คงจะเข้าใจได้ไม่หรอกครับว่าสิ่งที่เค้ายังกังวลอยู่คืออะไรกันแน่
ผมเริ่มต้นสนใจจักรยานมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านั้นผมไม่ค่อยได้จับจักรยานเลย อย่างมากก็ 2-3 ครั้งในรอบชีวิตที่ผ่านมา จนกระทั่งได้หัดจนปั่นได้เล็กน้อย ความรู้สึกเมื่อ 5 ปีที่แล้วกับการซื้อจักรยานคันแรกนั้นคิดเลยครับว่า "จะคุ้มหรอ" , "มั่นใจได้ไง" ถึงแม้คนจะบอกว่ามีงบเท่าไหร่ก็ซื้อไปเหอะได้ up แน่ แต่ความรู้สึกของคนที่ไม่มีประสบการณ์ผมก็ไม่ค่อยเชื่อใจตัวเองหรอกครับว่าจะทำได้จริงหรอ จะปั่นไปไหนได้ยังไง ไม่มีคนมาให้ลองใช้จักรยานอยู่ดี สุดท้ายเลยสรุปเอาเองว่าช่างมันเหอะ คิดว่าไม่น่าจะคุ้มแล้วล่ะ ตั้งแต่ตอนนั้นเลยไม่ได้สนใจ หรือ ปั่นจักรยานอะไรอีกสักเท่าไหร่ ด้วยความรู้สึกที่ว่า "รถมันเยอะ" "จักรยานจะอยู่ตรงไหน" "เดี๋ยวก็บีบแตรไล่ จะตกใจม่ะนั่น" แล้วผมลืมมันไป
จนกระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วที่ผมบังเอิญมีเวลาว่างมาปั่นจักรยานเล่นที่สวนรถไฟ เลยมีความคิดจากสมัยก่อนว่าน่าจะมีจักรยานดีๆ สักคันนึง เลยไปหาร้านจักรยาน คำตอบก็เหมือนเดิมครับ ทางร้านก็แนะนำตามงบอย่างเดียว หรือไม่ก็เสนอทางเลือกดีๆ ไปเลย ทั้งที่ความรู้สึกเดิมๆ ก็คิดว่า "จะคุ้มหรอ" , "มั่นใจได้ไง" แต่ตอนนี้การเข้าถึงข้อมูลก็ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนและเริ่มมีกระบวนการคิด แยกแยะ มากขึ้นแล้ว อีกทั้งมี Social Media อีกมากมายให้ถาม ความคิดเริ่มดีขึ้นตรงที่มีกลุ่มรุ่นน้องที่รู้จักมาปั่นจักรยาน เลยสอบถามข้อมูลต่างๆ มาเรื่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่าน่าจะตอบความคุ้มค่าได้ระดับนึงแล้ว กลุ่มที่ปั่นด้วยน่าจะมีด้วย ตอนนั้นมั่นใจว่า ความคุ้มสำหรับผมคือ "การได้ปั่นร่วมกับคนอื่นๆ ไปด้วย มีคนมาคอยแนะนำไปเรื่อยๆ" จากนั้นจึงได้ทดลองออกทริปกับมหาลัยด้วยจักรยานแม่บ้านก่อน (ยังไม่ซื้อจักรยาน แต่มั่นใจว่าจะซื้อหลังจากนั้น)
จากนั้นจึงตัดสินใจซื้อจักรยานคันแรกราคาหมื่นบาท แต่....อารมณ์ช่วงแรกบอกเลยว่า มันรู้สึกอันตรายมาก ไม่กล้า ไม่อยาก กลัว จากนั้นก็มีคนชวนมาปั่นเป็นกลุ่มครั้งแรก เริ่มต้นทริปแรกด้วยความเร็ว 15-22 km/hr ความรู้สึกที่ดีขึ้นมาคือ มีคนดูแลหน้าหลังให้ตลอด ซึ่งผมมองว่า จุดนี้จะเป็นจุดสำคัญ ที่คนจะปั่นจักรยานต่อหรือว่าจะพับจักรยานเก็บเอาไว้ เลยทำให้รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้น กล้ามากขึ้น เลยทดลองปั่นจากที่ทำงานไปบ้าน แล้วจากบ้านที่ทำงาน ดูเริ่มต้นด้วยความเร็วช้าๆ เน้นชิดซ้าย ไม่ออกขวาเยอะจนเกินไป อาศัยดูพฤติกรรมรถยนต์บนท้องถนน ก็ทำให้กล้ามากขึ้นไปเรื่อยๆ
จนถึงตอนนี้ผมก็ปั่นจักรยานจากบ้านไปกลับที่ทำงานตลอด วันละ 21 km ด้วยความเร็ว 22-32 km/hr มาย้อนคิดว่า กว่าจะได้มาถึงขั้นนี้ มันก็ผ่านการตัดสินใจอะไรบางอย่างมาเยอะมาก สิ่งนึงที่จะทำให้คนหันมาปั่นจักรยานคือการให้เค้าได้ทดลองจริงมากกว่า การบอกเล่าแค่ว่ามันดียังไง มีคนคอยดูแลประกบตลอด ออกทริปบ้างเพื่อเพิ่มความมั่นใจและมีกำลังใจมาบ้าง จะช่วยให้คนๆนึง หันมารักที่จะปั่นจักรยานแทนการสัญจรอื่นๆได้ครับ![]()
ปล.ประสบการณ์ของผมอาจจะไม่เหมือนกับของคนอื่น อาจจะต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานทาง ฐานะ, ครอบครัวและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ
- βlue$ushi™
- ขาประจำ
- โพสต์: 2606
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2008, 14:43
- Tel: 081 612 9753,02 589 0804
- team: กลุ่มรวมมิตร/LT BIKE/KUKOT/ThaiNCC
- Bike: Jamie(Jamis XC2)/Jinny(Giant DS1 Warp)/Indy(JAVA Fit)/แม่บ้าน/LA Terrano หักไปแร้ววว/เสือเหมา(Mosso676)/BlueZombie(Asama Tandem)/TrinX TandeM 26"/น้องเอก(เขนก) Greenspeed Tadpole Recumbent Trike
- ตำแหน่ง: หลัง ม.ธุรกิจฯ
Re: จะทำอย่างไรให้เกิดคนขี่หน้าใหม่
สรุปทริป พี่น้อง สองน่อง ปี๖/๑...ราชภักดิ์ - ชั่งหัวมัน กดครับ
TrinX TandeM 26" กดครับ
facebook>CaseyKasem BlueSushi
TrinX TandeM 26" กดครับ
facebook>CaseyKasem BlueSushi