พอดีจะยกจักรยานไปปั่นแถวประจวบซัก 6 คันหนะครับ
ใครเคยมีประสบการณ์มาแบ่งปันบ้างไม๊ครับ
ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้างครับ
ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
- tigerrockstar
- สมาชิก
- โพสต์: 13
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 22:21
- team: สัตว์ป่า!
- Bike: Custom Fixed Gear ลู๊ลู่ จาก สัตว์ป่า
ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
TIGERROCKSTAR
-
พลาย
- ขาประจำ
- โพสต์: 976
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2009, 13:24
- team: สุดแต่ขาจะพาไป
- Bike: la,bf,af,amf6
- Kung SRT.Bike
- ขาประจำ
- โพสต์: 291
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2008, 22:06
- Tel: 0805169842
- team: เสือปากน้ำโพ,การรถไฟฯแขวงปากน้ำโพ
- Bike: Bianchi 1885
Re: ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
การรถไฟแห่งประเทศไทย ยินดีต้อนรับครับ

-
สมประสงค์
- ขาประจำ
- โพสต์: 2140
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2008, 11:54
- Tel: 08-6965-7958
- Bike: trek 8500
- ติดต่อ:
Re: ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
แจ้งคุณ Pool Near Ball ช่วยกรุณาเอาคลิปการเมืองออกด้วยครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=173457
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=3&t=173457
- Soo-T
- ขาประจำ
- โพสต์: 1088
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
- Tel: 081-7546499
- team: เทคนิคมีน BikeClub
- Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7
Re: ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
จูงไปที่ช่องสัมภาระ ตีตั๋วให้มันก่อนtigerrockstar เขียน:พอดีจะยกจักรยานไปปั่นแถวประจวบซัก 6 คันหนะครับ
ใครเคยมีประสบการณ์มาแบ่งปันบ้างไม๊ครับ
ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้างครับ
แล้วเอาขึ้นตู้สินค้า ตู้แรกๆ
หาเชือกผูกให้ดี ระวังของอื่นกระแทก
ทิป หันหน้าคนงานซักร้อยสองร้อย เข้าจะดูแลให้ดี
หมั่นเดินไปดูบ้างเวลารถวิ่ง
ค่าตั๋วไม่น่าจะซักกี่บาท ผมเคยไปจากกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เสียไป 102.- บาท
ควรไปก่อนรถไปออกสักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
- +NunG+
- ขาประจำ
- โพสต์: 1984
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 12:13
- Bike: Merida TFS 500
Re: ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
สวัสดีครับ คุณ tigerrockstar
ผมเคยหาข้อมูลนี้เหมือนกัน เลยเซฟเก็บไว้
ลองดูนะครับ เป็นของคุณบินหลา ที่ได้มาให้ความรู้ไว้
การเอารถจักรยานขึ้นเครื่องบิน-รถไฟ-รถทัวร์
ผมได้ไปpost กระทู้ถามเกี่ยวกับการขนจักรยานขึ้นรถทัวร์และรถไฟไว้แล้วคุณบินหลาได้..มาตอบให้
ผมได้ไปpost กระทู้ถามเกี่ยวกับการขนจักรยานขึ้นรถทัวร์และรถไฟไว้แล้วคุณบินหลาได้..มาตอบให้...และขอบคุณ ห้องข่าวของคุณเพลงดาบแม่น้ำร้อยสายด้วยครับ..รู้สึกอ่านแล้วให้ความเข้าใจได้ดีกว่าที่ ค้นหาข้อมูลใน Thaimtb เลยนำว่าเล่าสู่กันอ่านครับ
คุณเพลงดาบฯขอรับ...
ขอตอบเรื่องจักรยานขึ้นเครื่องบินก่อนแล้วกัน เพราะไม่ได้ถามมา ฮ่า ฮ่า... เดี๋ยวนี้สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้นำจักรยานไปโหลดขึ้นเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องถอดแยกชิ้นส่วน แต่ต้องปล่อยลมออกให้หมดเพื่อป้องกันปัญหาความดัน วิธีการคือจูงจักรยานเข้าไปพร้อมกับสัมภาระที่ต้องการโหลด รวมน้ำหนักทั้งหมด(ทั้งจักรยานด้วย)ไม่เกิน ๒๐ kg. เท่านั้นก็เรียบร้อย, ตอนลงเครื่อง ไปรอรับจักรยานที่สายพานลำเลียงนัมเบอร์เดียวกับที่รับกระเป๋า จนท.จะจูงออกมาให้โดยสวัสดิภาพ
สำหรับการนำขึ้นรถไฟ... ถ้าจะออกจากกรุงเทพ ต้องไปขึ้นที่หัวลำโพงเท่านั้น สามเสน บางซื่อ และดอนเมืองเขาไม่รับควรไปถึงสถานีก่อนรถออกประมาณ ๑ ชั่วโมง ซื้อตั๋วก่อนแล้วแจ้งว่าต้องการเอาจย.ไปด้วย, จนท.จะชี้ไปที่ทางอันถูกอันควร(ถ้าสถานีใหญ่เช่นกทม. เชียงใหม่ ฯลฯ จะมีแผนกสัมภาระโดยเฉพาะ ถ้าสถานีเล็กๆ อาจต้องไปที่ห้องนายสถานี) เขาจะเอาจักรยานขึ้นชั่ง(ไม่ต้องถอดล้อ) ค่าระวางคิดตามระยะทาง ถ้าจากกทม.-เชียงใหม่ ราวๆ ๗๐-๘๐ บาท ต้องบอกเขาให้ชัดเจนว่า จะยกจย.ขึ้นรถไฟและยกลงเอง ไม่เช่นนั้นจะต้องเสียค่ายกขึ้นยกลงอีกเที่ยวละ ๒๐-๓๐ บาท ทางรถไฟจะออกใบรับสัมภาระให้เป็นหลักฐาน เก็บเอาไว้ให้เขาตอนเอารถลง ถ้าทำใบนี้หายจะยุ่งยากมาก
ตู้สัมภาระอยู่ท่อนหัวขบวน ติดกับหัวรถจักร จูงจักรยานไปด้วยตัวเอง หรือถ้ามีจนท.มาจูงให้ก็ควรเดินตามไปดูจนกว่ารถของเราจะขึ้นไปในตู้เรียบร้อย เพราะจนท.อาจมั่วเอาจย.เราขึ้นรถไฟผิดขบวนได้(หลายคนเคยโดนมาแล้ว) เมื่อจักรยานขึ้นไปในตู้ จนท.จะมัดรถกับผนังตู้ข้างใดข้างหนึ่งกันรถล้ม แต่เราก็ควรล็อกรถติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของตู้รถไฟเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น, ถอดอุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายได้ อาทิไฟหน้า ไฟท้าย เข็มไมล์วัดความเร็ว สูบติดรถ ออกให้หมด แล้วจึงไปนั่งที่ตู้ของเราอย่างสบายใจเฉิบ
ความปลอดภัยค่อนข้างจะไว้ใจได้ เพราะตู้สัมภาระรถไฟนั้นเป็นตู้นอนของจนท.ด้วย
ที่ควรระวังคือ ก่อนถึงสถานีปลายทาง จะต้องรีบหอบข้าวของทั้งหมดเดินผ่านโบกี้ต่างๆมาจนถึงตู้สัมภาระ ปลดล็อกแล้วเอาจยงลงด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นรถของเราอาจติดตามรถไฟไปเที่ยวยังสถานีต่างๆอีกมาก รวมทั้งหากเรามาช้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียว จนท.เอารถลงให้เราแล้ว จะต้องจ่ายค่ายกลงให้เขาตามที่เรียกร้อง เพราะเขาอ้างว่าการรอเราทำให้รถไฟเสียเวลา(ปัญหาการถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มจะเจอเกือบทุกคน)
สำหรับผู้ใช้รถไฟสปรินท์เตอร์, รถชนิดนี้ไม่มีตู้สัมภาระ รวมทั้งพื้นที่ไว้ของก็ค่อนจะแคบ การเอารถถีบขึ้นไปอาจสร้างความอึดอัดให้กับผู้โดยสารและพนักงานประจำตู้ได้ และเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะเอาขึ้นเป็นหมู่คณะหลายๆคัน แต่หากไปแค่คันเดียว ทำได้โดยการถอดล้อทั้งหน้าหลัง มัดติดกับตัวถังให้กระชับ แล้วหิ้วไปเลือกที่วางเอาซอกใดซอกหนึ่ง ไม่ต้องเสียค่าระวางครับ
สำหรับการนำขึ้นรถทัวร์ รถโดยสาร จะยุ่งยากกว่าขึ้นรถไฟเล็กน้อย เพราะที่เก็บสัมภาระของรถทัวร์อยู่ใต้ท้องรถ และข้าวของทั้งหมดจะถูกวางซ้อนกัน, ทางที่ดีควรมีกระเป๋าใส่จักรยาน (ใบใหญ่ ใสจย.ได้ทั้งคัน หาซื้อได้ตามร้านจย.ใหญ่ ของผลิตจากนอกราคาราวๆใบละ ๒๐๐๐ บาทขึ้นไป, ของในประเทศใบละราว ๆ ๘๐๐ บาทขึ้นไป) ถอดล้อทั้งสอง ปลดอานกดลงติดกับคานบนของตัวถัง ถอดอุปกรณ์ที่จะสูญหายได้ออกให้หมด ให้ทิปพนักงานประจำรถสักเล็กน้อย รถของเราจะได้รับการดูแลดีขึ้นตอนโหลดเข้าไป
ควรไปดูตอนโหลด, อย่าให้มีกระเป๋าหรือสัมภาระผู้โดยสารคนอื่นทับบนตัวรถ(ผู้โดยสารคนอื่นก็คงไม่ชอบเหมือนกันถ้ารู้ว่ารถของเราทับบนกระเป๋าเขา การเอาจย,ใส่กระเป๋าเสียก่อนจึงดีด้วยประการฉะนี้ นอกจากนั้นยังช่วยไม่ให้จานโซ่ของเราไปเกี่ยวเอากระเป๋าคนอื่นเขาขาดด้วย) ค่าระวางขึ้นรถทัวร์ไม่มีกำหนดแน่นอน ส่วนใหญ่โชเฟอร์จะเรียกประมาณ ๑๐๐ บาท ต่อรองได้
อุปกรณ์ที่ต้องเอาติดไปด้วยพร้อมกับการเอาจย.ขึ้นพาหนะเดินทางทุกครั้งคือประแจหกเหลี่ยมเบอร์ต่างๆ, สูบลม, รวมทั้งหากปะยางรถเป็นด้วยตัวเอง ชุดปะยางก็ควรมีครับ
ขอให้มีความสุขกับการโหลดรถ และปะทะคารมกับพนักงานทั้งหลาย อย่าเพิ่งหัวเสียตั้งแต่ตอนเอารถขึ้นนะครับ, ใจเย็นๆ คุณยังมีโอกาสที่จะเป็นอย่างนั้นอีกมาก ตอนเอารถลง
โดยคุณ : บินหลา สันกาลาคีรี - [ 16 ต.ค. 2543 , 22:23:25 น. ]
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=04747
หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ
หนึ่ง
ผมเคยหาข้อมูลนี้เหมือนกัน เลยเซฟเก็บไว้
ลองดูนะครับ เป็นของคุณบินหลา ที่ได้มาให้ความรู้ไว้
การเอารถจักรยานขึ้นเครื่องบิน-รถไฟ-รถทัวร์
ผมได้ไปpost กระทู้ถามเกี่ยวกับการขนจักรยานขึ้นรถทัวร์และรถไฟไว้แล้วคุณบินหลาได้..มาตอบให้
ผมได้ไปpost กระทู้ถามเกี่ยวกับการขนจักรยานขึ้นรถทัวร์และรถไฟไว้แล้วคุณบินหลาได้..มาตอบให้...และขอบคุณ ห้องข่าวของคุณเพลงดาบแม่น้ำร้อยสายด้วยครับ..รู้สึกอ่านแล้วให้ความเข้าใจได้ดีกว่าที่ ค้นหาข้อมูลใน Thaimtb เลยนำว่าเล่าสู่กันอ่านครับ
คุณเพลงดาบฯขอรับ...
ขอตอบเรื่องจักรยานขึ้นเครื่องบินก่อนแล้วกัน เพราะไม่ได้ถามมา ฮ่า ฮ่า... เดี๋ยวนี้สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้นำจักรยานไปโหลดขึ้นเครื่องได้เลยโดยไม่ต้องถอดแยกชิ้นส่วน แต่ต้องปล่อยลมออกให้หมดเพื่อป้องกันปัญหาความดัน วิธีการคือจูงจักรยานเข้าไปพร้อมกับสัมภาระที่ต้องการโหลด รวมน้ำหนักทั้งหมด(ทั้งจักรยานด้วย)ไม่เกิน ๒๐ kg. เท่านั้นก็เรียบร้อย, ตอนลงเครื่อง ไปรอรับจักรยานที่สายพานลำเลียงนัมเบอร์เดียวกับที่รับกระเป๋า จนท.จะจูงออกมาให้โดยสวัสดิภาพ
สำหรับการนำขึ้นรถไฟ... ถ้าจะออกจากกรุงเทพ ต้องไปขึ้นที่หัวลำโพงเท่านั้น สามเสน บางซื่อ และดอนเมืองเขาไม่รับควรไปถึงสถานีก่อนรถออกประมาณ ๑ ชั่วโมง ซื้อตั๋วก่อนแล้วแจ้งว่าต้องการเอาจย.ไปด้วย, จนท.จะชี้ไปที่ทางอันถูกอันควร(ถ้าสถานีใหญ่เช่นกทม. เชียงใหม่ ฯลฯ จะมีแผนกสัมภาระโดยเฉพาะ ถ้าสถานีเล็กๆ อาจต้องไปที่ห้องนายสถานี) เขาจะเอาจักรยานขึ้นชั่ง(ไม่ต้องถอดล้อ) ค่าระวางคิดตามระยะทาง ถ้าจากกทม.-เชียงใหม่ ราวๆ ๗๐-๘๐ บาท ต้องบอกเขาให้ชัดเจนว่า จะยกจย.ขึ้นรถไฟและยกลงเอง ไม่เช่นนั้นจะต้องเสียค่ายกขึ้นยกลงอีกเที่ยวละ ๒๐-๓๐ บาท ทางรถไฟจะออกใบรับสัมภาระให้เป็นหลักฐาน เก็บเอาไว้ให้เขาตอนเอารถลง ถ้าทำใบนี้หายจะยุ่งยากมาก
ตู้สัมภาระอยู่ท่อนหัวขบวน ติดกับหัวรถจักร จูงจักรยานไปด้วยตัวเอง หรือถ้ามีจนท.มาจูงให้ก็ควรเดินตามไปดูจนกว่ารถของเราจะขึ้นไปในตู้เรียบร้อย เพราะจนท.อาจมั่วเอาจย.เราขึ้นรถไฟผิดขบวนได้(หลายคนเคยโดนมาแล้ว) เมื่อจักรยานขึ้นไปในตู้ จนท.จะมัดรถกับผนังตู้ข้างใดข้างหนึ่งกันรถล้ม แต่เราก็ควรล็อกรถติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของตู้รถไฟเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้น, ถอดอุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายได้ อาทิไฟหน้า ไฟท้าย เข็มไมล์วัดความเร็ว สูบติดรถ ออกให้หมด แล้วจึงไปนั่งที่ตู้ของเราอย่างสบายใจเฉิบ
ความปลอดภัยค่อนข้างจะไว้ใจได้ เพราะตู้สัมภาระรถไฟนั้นเป็นตู้นอนของจนท.ด้วย
ที่ควรระวังคือ ก่อนถึงสถานีปลายทาง จะต้องรีบหอบข้าวของทั้งหมดเดินผ่านโบกี้ต่างๆมาจนถึงตู้สัมภาระ ปลดล็อกแล้วเอาจยงลงด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นรถของเราอาจติดตามรถไฟไปเที่ยวยังสถานีต่างๆอีกมาก รวมทั้งหากเรามาช้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียว จนท.เอารถลงให้เราแล้ว จะต้องจ่ายค่ายกลงให้เขาตามที่เรียกร้อง เพราะเขาอ้างว่าการรอเราทำให้รถไฟเสียเวลา(ปัญหาการถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มจะเจอเกือบทุกคน)
สำหรับผู้ใช้รถไฟสปรินท์เตอร์, รถชนิดนี้ไม่มีตู้สัมภาระ รวมทั้งพื้นที่ไว้ของก็ค่อนจะแคบ การเอารถถีบขึ้นไปอาจสร้างความอึดอัดให้กับผู้โดยสารและพนักงานประจำตู้ได้ และเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะเอาขึ้นเป็นหมู่คณะหลายๆคัน แต่หากไปแค่คันเดียว ทำได้โดยการถอดล้อทั้งหน้าหลัง มัดติดกับตัวถังให้กระชับ แล้วหิ้วไปเลือกที่วางเอาซอกใดซอกหนึ่ง ไม่ต้องเสียค่าระวางครับ
สำหรับการนำขึ้นรถทัวร์ รถโดยสาร จะยุ่งยากกว่าขึ้นรถไฟเล็กน้อย เพราะที่เก็บสัมภาระของรถทัวร์อยู่ใต้ท้องรถ และข้าวของทั้งหมดจะถูกวางซ้อนกัน, ทางที่ดีควรมีกระเป๋าใส่จักรยาน (ใบใหญ่ ใสจย.ได้ทั้งคัน หาซื้อได้ตามร้านจย.ใหญ่ ของผลิตจากนอกราคาราวๆใบละ ๒๐๐๐ บาทขึ้นไป, ของในประเทศใบละราว ๆ ๘๐๐ บาทขึ้นไป) ถอดล้อทั้งสอง ปลดอานกดลงติดกับคานบนของตัวถัง ถอดอุปกรณ์ที่จะสูญหายได้ออกให้หมด ให้ทิปพนักงานประจำรถสักเล็กน้อย รถของเราจะได้รับการดูแลดีขึ้นตอนโหลดเข้าไป
ควรไปดูตอนโหลด, อย่าให้มีกระเป๋าหรือสัมภาระผู้โดยสารคนอื่นทับบนตัวรถ(ผู้โดยสารคนอื่นก็คงไม่ชอบเหมือนกันถ้ารู้ว่ารถของเราทับบนกระเป๋าเขา การเอาจย,ใส่กระเป๋าเสียก่อนจึงดีด้วยประการฉะนี้ นอกจากนั้นยังช่วยไม่ให้จานโซ่ของเราไปเกี่ยวเอากระเป๋าคนอื่นเขาขาดด้วย) ค่าระวางขึ้นรถทัวร์ไม่มีกำหนดแน่นอน ส่วนใหญ่โชเฟอร์จะเรียกประมาณ ๑๐๐ บาท ต่อรองได้
อุปกรณ์ที่ต้องเอาติดไปด้วยพร้อมกับการเอาจย.ขึ้นพาหนะเดินทางทุกครั้งคือประแจหกเหลี่ยมเบอร์ต่างๆ, สูบลม, รวมทั้งหากปะยางรถเป็นด้วยตัวเอง ชุดปะยางก็ควรมีครับ
ขอให้มีความสุขกับการโหลดรถ และปะทะคารมกับพนักงานทั้งหลาย อย่าเพิ่งหัวเสียตั้งแต่ตอนเอารถขึ้นนะครับ, ใจเย็นๆ คุณยังมีโอกาสที่จะเป็นอย่างนั้นอีกมาก ตอนเอารถลง
โดยคุณ : บินหลา สันกาลาคีรี - [ 16 ต.ค. 2543 , 22:23:25 น. ]
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=04747
หวังว่าคงเป็นประโยชน์นะครับ
หนึ่ง
- dome s33
- ขาประจำ
- โพสต์: 135
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2013, 22:05
- team: กลุ่มไหนปั่นไม่เร็ว จะไปด้วย
- Bike: TREK 4900/2013
Re: ใครเคยนำจักรยานขึ้นรถไฟบ้างครับ
มีประโยชน์มากมายครับท่าน