รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย giro »

รีวิวรองเท้าเสือหมอบ
Specialized BG Pro Road
จากเวปไซท์ Bikeradar.com

รูปภาพ

ทาง Specialized ได้นำแนวคิด BG :Body Geometry หรือการออกแบบโดยคำนึงถึงร่างกายเชิงลึกมาเป็นแนวทางการออกแบบของผลิตภัณฑ์เสริมทุกชิ้น รวมถึงรองเท้าเสือหมอบระดับไฮเอนด์แบบนี้ด้วย รองเท้า Specialized BG Pro Road เองก็เป็นรองเท้าเสือหมอบระดับไฮเอนด์ตัวหนึ่งที่ได้รับการยอมรับพิสูจน์จากนักปั่นและนักแข่งทั่วโลกถึงความสบายและการส่งแรงที่ยอดเยี่ยม

ระบบล็อคแบบ X-Link ออกแบบให้สามารถปรับล็อคความแน่นกระชับกับบริเวณโคนข้อเท้าช่วงเส้นเอ็นบนหลังเท้าได้แนบแน่นส่งผลให้การออกแรงดังและดันทำได้กระชับขึ้นโดยกรจายพื้นที่รัดข้อเท้าออกไปจากรุ่นต่ำกว่าลดการกดทับเนหือจุดๆเดียว รวมไปกับแนวเส้นการออกแบบปากรองเท้าที่คอยวางตำแหน่งข้อเท้าให้ตั้งในแนวแรงโดยไม่มีการกดทับดันใต้ตาตุ่มหรือเอ็นร้อยหวาย พื้นรองเท้าคาร์บอนแบบ FACT น้ำหนักเบาให้ความ stiff เหนือขึ้นไปจากรุ่นกลาง การออกแบบบริเวณปลายเท้าทำได้ยอดเยี่ยมด้วยพื้นที่ปลายรองเท้าที่ยกขึ้นนิดหน่อยเพิ่มความสบายของนิ้วเท้านอกจากนั้นยังมีรุ่นให้เลือกสำหรับคนเท้าแคบและกว้างเป้นพิเศษอีกด้วย
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย giro »

บทรีวิวจากเวปไซท์ http://www.pezcyclingnews.com
โดย รีชาร์ด เพสท์

รูปภาพ

หลังจากที่ผมใด้ทดสอบรองเท้า Specialized BG Pro Road มาเป็นเวลา 2 เดือน รวมถึงการทดอสบในการแข่งสุดโหดอย่าง Tour of California

รองเท้าจักรยานของ Specialized ได้พิสูจน์มานานนับปีถึงเรื่องสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ความสบาย และความทนทาน ที่แม้ว่าคู๋สุดท้ายที่ผมเคยทดสอบเมื่อปี 2005 ก็ยังคงแข็งแรงและคงทนถึงทุกวันนี้ สำหรับโมเดลใหม่ๆก็จะยิ่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งกว่า

รูปภาพ

เมื่อแกะรองเท้าออกมาจากกล่อง ผมจัดการทดลองสวมมันในบ้าน เดินไปเดินมาทำกิจวัตรประจำวันเป็นเวลา 30-45 นาที พบว่ามันยังคงสบายเท้าสวมใส่ได้โดยไม่รู้สึกรำคาญ แน่นอนว่าประเด็นเรื่องความสบายนั้นจะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน แต่ผมเคยทดสอบรองเท้ามามากมาย หลายคู่ไม่สามารถปรับให้เข้ากับเท้าได้เลยแม้ว่าจะสวมใส่มานานเท่าใดก็ตาม สำหรับ Pro Road คู่นี้ ดูเหมือนมันจะใส่ได้สบายในวินาทีแรกและยิ่งกระชับเหมาะยิ่งขึ้นหลังการใช้งานไปแล้ว 2 ครั้งเท่านั้น

ลองหงายมาดู
พื้นรองเท้าทั้งหมดเป้นคาร์บอนที่มีการออกแบบแนวโครงสร้างเพื่อรองรับเท้าและเสริมแรงไปพร้อมๆกัน เส้นแนวเหล่านี้ไม่ใช่แนวที่ออกแบบมาเพื่อความสวยงามเป็นหลัก แต่เป็นแนวแรงที่จะทำให้การถีบบันไดทำได้แกร่งยิ่งขึ้น พื้นที่ใต้แนวโค้งของฝ่าเท้าที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีนี้ทางผู้ผลิตเรียกมันว่า "Torsion Box Construction" ซึ่งทำงานคล้ายๆกับการพับกระดาษเพิ่มความแข็งแรงมากกว่าแผ่นกระดาษแบนๆธรรมดา รูปทรงสามารถก่อให้เกิดความแข็งแกร่งได้ในขณะที่ยังมีน้ำหนักเบาอยู่นั่นเอง

องศาของเพื้นรองเท้าออกแบบมาชดเชยเกณฑ์มาตรฐานช่วยให้การปั่นทุกครั้งเกิดการส่งกำลังจากหัวเข้าที่ถูกวางใว้ในแนวดิ่งตรงกับแนวข้อเท้า (และมีแผ่นรองพื้นรองเท้าเพิ่มสำหรับกรณ๊คนที่มีองศาของเท้าผิดแปลกออกไป:ผู้แปล) ชวยลดการเคลื่อนไปมาของหัวเข่า ในทุกๆรอบการปั่น รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าได้อีกด้วย ซึ่งการออกแบบมุมองศานี้เองที่แตกต่างไปจากบริษัทอื่นๆ เนื่องจากองศานี้อาจไปทำร้ายคนอื่นที่มีสริระพื้นฐานต่างกันไปได้แทนที่ นั่นคือที่มาของแผ่นเสริมพิเศษ Varus Wedges ที่จะนำมาชดเชยให้รองเท้า Specialized รองรับกับเท้าได้หลากหลายมากที่สุด

รูปภาพ

พื้นรองเท้าสามารถติดตั้งคลีทแบบมาตรฐานได้โดยง่าย มีคาร์บอนแบบหลากหลายโครงสร้างทิศทางเพื่อการรับแรงที่มากที่สุด และปิดทับด้วยชั้นนอกสุดที่เป็นแบบ 3k สวยงาม ในค่าดัชนีความแข็งระดับ 11 รองเท้า Pro Road นี้แข็ง เบา และบางที่สุดในสายรองเท้าเสือหมอบของ Specialized (Comp มีค่าความแข็งระดับ 8 : ผู้แปล) นั่นแปลว่ารองเท้าคาร์บอนนี้มีความแข็งมากกว่ารองเท้าแบบไนลอนธรรมดาๆถึงสองเท่า ซึ่งสิ่งเดียวที่ผมพูดได้คือ "มันแข็ง" จะมากเท่าใดนั้นผมไม่สามารถบรรยายได้ชัดเจนแต่บอกได้ว่ามันามควรกับระดับความแข็งระดับ 11 ของ Specialized แล้ว

รูระบายอากาศด้านบนทำได้ยอดเยี่ยมมากแต่ทว่าที่พื้นรองเท้ามีรูระบายอากาศที่โดนพื้นรองด้านในปิดทับเอาใว้ หากนักปั่นท่างใดต้อกงารการระบายอากาศที่ดียิ่งขึ้นอีกก็เพียงแค่พอดเอาพื้นรองออกมา เจาะรูปในตำแหน่งเดียวกับช่องระบายอากาศบนพื้นด้านล่างก็จะสามารถระบายอากาศในรองเท้าได้ดียิ่งขึ้น เป็นโชคของผมที่การทดสอบนี้เปิดในช่วงต้นปี อากาศยังคงเย็นและไม่ต้องกังวลถึงเรื่องความร้อนในรองเท้า(โดยส่วนตัวผม คิดว่าเท่านี้ก็เย็นเท่าแล้วครับ ไม่เห็นต้องเจาะอะไรมากมาย ฝรั่งมันคง"ขี้ร้อน":ผู้แปล)

รูปภาพ

ตัวเสริมส้นเท้าด้านนอก แข็งแรงและเนหียหนึบกระชับพื้นดีเวลาเดิน สามารถเปลี่ยนได้โดยการไขสกรูด้านในถอดออกมา

ส่วนปากรองเท้าที่คอยจัดท่าทางของข้อเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องนั้นแข็งแรงแต่อ่อนนุ่ม ระหว่างการปั่นไม่รู้สึกว่ามันจะกดทับจุดใดจนน่ารำคาญ สำหรับรูๆทั้งหลายบนรองเท้า พบว่าเป็นการออกแบบเพื่อความสวยงามมากกว่าเรื่องการระบายอากาศ เนื่องจากรูเหล่านี้ไม่ได้เจาะทะลุเข้าไปภายใน มีบางช่วงที่รูเหล่านี้เจาะทะลุแต่ก็ถูกบังด้วยแผ่นบุด้านในอีกอยู่ดี ดังนั้นรองเท้าก็ยังคงเย็นแม้จะไม่มีรูเหล่านี้อยู่ดี(อันที่จริงรูพวกนี้เท่าที่ผมเคยเรียนออกแบบมา มันมีผลช่วยในการระบายความร้อนจริงๆครับเพราะมันระบายจากตัวมันเองและที่สำคัญมันคอยกำหนดทิศทางการยืดของหนังด้วยครับ :ผู้แปล)

รูปภาพ

ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดส่วนหนึ่งของรองเท้าคู่นี้คือสายรัดด้านบนที่สามารถปรับระดับสูงต่ำให้เหมาะกับแนวข้อเท้าของแต่ละคนได้ถึงสามจุด ประกอบกับแผ่นรองพื้นรองเท้าสามระดับ ทำให้แต่ละคนสามารถปรับแต่งรองเท้าให้เหมาะกระชับกับรูปทรงเท้าได้ยืดหยุ่นที่สุด ผมซึ่งเ)็นคนเท้าค่อนข้างสูงสามารถหนุนรองด้วยพื้นรองเท้าระดับสูงสุด(สีเขียว) ปรับพื้นให้มีแนวที่ดี เลื่อนสายรัดไปบนสุด เท่านี้แนวรับของสายรัดก็พาดบนแนวการออกแรงได้พอดีแล้ว

ตัวระบบล็อคสายรัดด้านบนก็ออกแบบมาให้สามารถรัดเท้าได้อย่างกระชับแนบแน่นเท่าที่นักปั่นต้อกงารได้ เพราะนักปั่นโดยมากนิยมจะรัดตำแหน่งนี้ให้แน่นและกระชับที่สุดเพื่อการออกแรงที่ดีที่สุด ซึ่งสายรัดระบบเวลโครโดยทั่วไปจะให้ตัวยืดได้เมื่อใช้งานไปนานๆ ยิ่งต้องดึงแน่นเข้าเรื่อยๆ แต่ระบบล็อคแบบนี้ สามารถทำให้รองเท้ารัดได้กระชับแน่นมากที่สุดเท่าที่ต้องการ หรือเรียกว่าเท่าที่จะทนได้
ตำแหน่งของตัวล็อคนี้ก็สามารถปรับได้ตามที่ต้องการเพียงขันสกรูตัวเดียวย้ายตำแหน่งเท่านั้น

ด้านในของรองเท้าดุจะธรรมดาไปเสียหน่อยเมื่อเทียบกับรองเท้าไฮเอนด์ที่คาดหวังความพิเศษ การระบายอากาศของรองเท้ายังไม่ดีมากนักเทียบกับยี่ห้ออื่นๆที่เน้นเรื่องความเย็นสบายเท้า เนื่องจากบนลิ้นรองเท้า เสียพื้นที่ระบายอากาศไปกับการบุหนารองรับแนวแรงที่กดบนหลังเท้าแทนรูระบายที่พรุนโปร่งโล่งของคู่แข่งรายอื่นๆ

รูปภาพ

ทางบริษัท Specialized ได้ให้ข่าวว่าเป็นรองเท้าที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรมยี่ห้อหลักรายแรกที่เสนอทางเลือกพื้นรองเท้าที่สามารถเลือกให้เหมาะกับรูปทรงเท้าและสรีระของแต่ละคนได้ โดยส่วนตัวผมใช้รองเท้าที่ออกแบบพิเศษดัดแปลงเพื่อเท้าของผมมาเป็นหลัก และรู้สึกว่าทางเลือกแบบนี้จาก Specialized สามารถปรับแต่งรองเท้าให้เหมาะกับทุกคนได้ดีไม่ต่างจากการสั่งตัดรองเท้าดีๆสำหรับนักแข่งเลยทีเดียว
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
phongsiri
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5777
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 11:25
Tel: -
team: Nong Khai Cycling Club

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย phongsiri »

ไม่มี รีวิว รุ่น comp เหรอครับ อยากรู้ comp เสือหมอบนะครับ ของspecialized อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรพอดีใช้อยู่แต่อยากทราบความรู้สึกของผู้เชียวชาญ
ชีวิตที่ผ่านมานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือ และตอนนี้ได้ทำอะไรเพื่อจะก้าวต่อไปแล้วหรือยัง
If not now. When? Let's get start.
คิดมากเกินไป ก็ออกทะเลไปเรื่อยๆ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย giro »

ตบท้ายด้วยความเห็นแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัวของผมเองครับ

ต้องเล่ากันก่อนว่า ผมเคยใช้รองเท้ามาแล้วสองคู่คือ Agu รุ่นซำเหมา และ Specialized 2005 รุ่นรองบ๊วยนี่เป็นรองเท้าแบบ"ไฮโซ"คู่แรกที่ผตัดสินใจสอยมาครอบครอง แรกเริมผมเองก็มีคำถามในใจไม่ต่างจากพี่ๆน้องๆทุกท่านว่า

"รองเท้าคู๋ละเกือบหมื่น มันดีกว่ารองเท้าคู่ละสองสามพันยังไง?" คำตอบของผมได้จากรีวิวสองตัวที่นำมาให้รวมไปกับการศึกษาข้อมูลเชิงลึกเทียบกับรองเท้ายี่ห้ออื่นๆด้วย ผมจึงตัดสินใจ"กล้า" ลงทุนกับรองเท้าคู่นี้ครับ

เริ่มกันเลย ผมค่อนข้างจะ"พอใจ"กับหน้าตาของมันพอสมควร ดูดีเฉี่ยวและฉูดฉาด ประการสำคัญคงต้องบอกว่าสีมันเข้ากับรถครับ :mrgreen: งานตัดเย็บทำได้เนี๊ยบเนียน เนื้อวัสดุดีเยี่ยม ดูแข็งแรงคงทนมากๆ ในกล่องมีคู่มือและถุงใส่รองเท้ามาให้ด้วย ถ้าจะให้ดี ใครกำลังเล็งรองเท้าเจ้านี้ผมว่าลองไปเล่นเครื่องทดสอบของทางผู้หลิตเพื่อเลือกใช้อุปกรณ์ปรับแต่งให้ได้รองเท้าในฝันก็ยิ่งดีมากครับ

เริ่มกันด้วยการทดสอบวันแรก เส้นทาง"อุโมงค์ต้นไม้-อีเหลอ" นับว่าเหมาะเหม็งมากๆสำหรับการทดสอบรองเท้าคู่นี้
ผมประทับใจที่สุดกับระบบล็อคของสายรัดด้านบนสุด สามารถปรับได้ดังใจหวังจริงๆ ในเวลาที่ต้องการแรงมากๆก็แค่บิดล็อคข้างละครั้งรองเท้าฏ็จะรัดแน่นกระชับ และเมื่อต้องการผ่อนสบายๆคลายเท้า ก็แค่กดปุ่มอีกอันรองเท้าก็จะคลายตัวออกช่วยให้เท้าได้พักคลายแรงกด เรื่องของแรงกดนี้อีกเช่นกันที่ผมเลือกขึ้นมาเล่นรุ่น Pro แทน กล่าวคือ ที่ลิ้นของรุ่นนี้จะมีแผ่นเสริมรองหนุนไต้สายรัดด้านบน ที่ตจะช่วยกระจายแรงกดให้กว้างออกไม่หดทับที่จุดเดียว นอกจากจะช่วยให้ออกแรงได้ดีขึ้นแล้วยังช่วยให้เราสามารถรัดแน่นๆได้โดยไม่รู้สึกโดนกดทับ ว่ากันตามตรงรองเท้าเก่าที่เป็นแถบเวลโครสามแส้นผมก็สามารถรัดมันให้แน่นและออกแรงได้กระชับมาก แต่ปัญหาของมันก็คือ เวลาปั่นนานๆเท้าจะเจ็บและไม่สบายเท้าเป็นอย่างยิ่งครับ และเหนืออื่นใด มันเหมือนกับว่ารองเท้าไม่ได้กระชับทั้งตัวเท้าแต่กดแน่นที่แถบรัดแทน ซึ่งความู้สึกแบบนี้ไม่มีเลยในรองเท้า BF Pro Road คู่ใหม่นี้ :)

เรื่องระบายอากาศนั้น ตามที่ฝรั่งว่ามา ผมเองเป็นคนที่หลงรักรองเท้า Specialized ในด้านนีี้อยู่แล้ว โดยส่วนตัวผมไม่เคยเจอปัญหากลิ่นอับจากรองเท้าปั่นเลย(แต่ Agu เคยเจอและ เหม็นมากๆ) เป็นที่น่าประหลาดใจซ้ำเข้าไปอีกด้วยรองเท้าคู่ใหม่นี้ ซักและแห้งเร็วเสียยิ่งกว่าคู่เดิมเสียอีก ขณะที่นั่งพิมพ์กระทู้นี้ ผมเพิ่งซักรองเท้าไปเมื่อตอนเที่ยงๆ วางผึ่งลมโชยๆ ด้านนอกฝนตกหนักโครมๆ แต่รองเท้าผมแห้งแล้วครับ ไม่มีกลิ่นเหม็นอับติดด้วยแม้แต่น้อย(ซักเพราะ ผมทำเกลือแร่และน้ำอัดลมหกราดรถระหว่างปั่น :mrgreen: )

สิ่งสุดท้ายที่ผมตัดสินใจเล่นมันได้ไม่ยากเลยก็คือ"อายุการใช้งาน" ปกติรองเท้าปั่นอยู่กับผมได้ 2 ปีกว่าๆก็จะมีอันต้องปลดระวางไปเนื่องจากความโทรม พื้นเละ หนังยุ่ย ด้ายหลุด ยางรองเดินสึกหมด ปัญฆาพวกนี้(หวัง)จะไม่เกิดขึ้นกับรองเท้าไฮเอนด์คู่นี้ครับ แน่นอนว่ามันไม่ได้คงกระพันเป็นซิมโทรศัพท์เติมเงินอายุค้ำฟ้า แต่มันสามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้แทบทุกชั้นส่วนเลยทีเดียว ผมจึงไม่ค่อยกังวลว่าจะต้องโยนมันทิ้งไป

เรื่องความเบา อาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเห็นค่า แต่บนเส้นทาง 120+ กิโลเมตร นั้นมันมีค่าครับ อย่างน้อยในวินาทีที่แรงหมด หมดแรง อ่อนล้า มันช่วยเราได้มากจริงๆครับ เรื่องความ stiff นั้นไม่ต้องบรรยายครับ คู่เดิมผมมีค่าความ stiff ระดับ 6 ของ Specialized คู่นี้ซัดไป 11 มันช่วยให้รู้สึกได้ว่าทุกรอบของการปั่นทำได้อย่างมั่นคงกระชับขึ้นมากจริงๆครับ(และเป็นอีกเหตุที่เลือกมาเล่นตัว Pro แทนรุ่น Comp ที่มีความแข็งไม่ต่างจากเดิมมากนัก)

จุดอ่อนที่ผมรับรู้ทันทีก็คือ
มันไม่ใช่รองเท้าสำหรับการใช้งานสัญจรครับ ไม่ใช่ว่าพื้นลื่นมีผลอะไรมากมายนัก แต่มันหมายถึง คุณคงไม่อยากเอารองเท้าแพงๆ ไปปั่นๆหยุดๆติดไฟแดง ยันฟุตบาท ให้ช้ำใจเล่นแน่นอนครับ :mrgreen: มันเป้นรองเท้าที่เหมาะที่สุดสำหรับการแข่งขัน การออกแทริปไกลๆ การปั่นท่องเที่ยวแบบทางยาวมากๆ(ปั่นกันทั้งวันเช้ายันมืด) แต่ไม่ใช่รองเท้าที่เหมาะสำหรับการปลด ใส่บ่อยๆ ยันพื้น เข็น เดิน ลาก แน่นอน

อีกจุดที่ไม่พูดก็คงไม่ได้ มันเป็นรองเท้าปั่นที่ใส่ปั่นสบาย แต่ ...... ใส่เดินใส่ยืนไม่สบายเท้าอย่างแรงครับ อาจเป็นเพราะมันยังไม่ยืดตัวพอดีกับเท้าผมก็ได้ แต่ผมออกปั่นรอบที่ 2 ปั่นเสร็จแล้วยืนบนรถไฟฟ้า BTS ขากลับเป็นเวลา 30 นาที ถึงขั้นต้องก้มลงไปคลายความแน่นของมันเลยทีเดียว .... อาการนี้อาจจะดีขึ้นในระยะซักพัก

ข้อควรรู้อีกประการก็คือ รองเท้า Specialized หาญกล้าออกแบบรองเท้ามาให้มีมุมชดเชยองศาหัวเข่าของคนส่วนมาก ดังนั้นมันจะมีมุมที่ไม่แบนราบเป็น 0 องศา ยังมีคนอีกสองประเภท อันได้แก่คนที่มุมของเท้าและเข่าเป็น 0 องศาและคนที่มุมนี้เบนทำมุมอีกด้าน จะไม่สามารถใช้รองเท้านี้ได้อย่างดีพาลจะรู้สึกว่ามันห่วยเอาได้ ทางที่ดี ควรไปแช็คกับเครื่องวัดให้มั่นใจเสียก่อนว่าคุณไม่ได้เป็น 15% ของประชากรส่วนน้อยที่มีเท้าแบบพิเศษ :D จะได้เลือกปรับตัวเสริมได้ถูกต้อง นอกจากนั้น เวลาลองไซส์ ลองถามหาไซส์กว้างพิเศษหรือแคบพิเศษดูนะครับ หากความยาวได้แต่มันรัดเท้าก็ลองถามหาตัวกว้างพิเศษ แต่อย่าลืมว่ารองเท้าหนังแท้ๆจะยืดแระปรับตัวมันเข้ากับเท้าเราได้ระดับหนึ่ง อย่าเลือกที่หลวมสบายตั้งแต่แรก ลองมองหารองเท้าปั่นที่"พอดีๆ" สักหน่อย ผ่านไปซักพักมันจะยืดและหลวมขึ้นนิดหน่อยได้เองครับ

****************************************
หวังว่าจะพอเป็นประโยชน์ในการเลือกหารองเท้าและแก้ข้อสงสัยว่าทำไมรองเท้าปั่นรุ่นบนๆมันถึงได้แพงนัก จะคุ้มค่ามากน้อยเพียงใดก็อยู่ที่แต่ละท่านจะเลือกหาจับจองมาเป็นเจ้าของกันครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Torque
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1788
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 16:12
Tel: 089-1131117
team: God Faster
Bike: Motor - Bike

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย Torque »

ตอนนี้ brand Specialize มีทุกอย่างที่ดีที่สุด อย่างที่คุณ Giro ต้องการ
The docTor
Ride Hard With Safety
รูปประจำตัวสมาชิก
nashfreedom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 301
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 22:35
Tel: 089-7788847
Bike: Trek

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย nashfreedom »

คิดอยู่นานละจะซื้อดีไหม ได้รีวิวเเบบนี้ต้องสอยสะละ ขอบคุนมากจ้า
YoYO
รูปประจำตัวสมาชิก
เต
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4766
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 02:17
Bike: ไม่ยึดติด
ตำแหน่ง: ดินแดง กรุงเทพฯ
ติดต่อ:

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย เต »

เข้ามาดู.... พอดีเป็นแฟนรองเท้ายี่ห้อ "ใส่ดี" (SIDI) ไม่มี Review มั่งเหรอ...

ปล. เมื่อเช้าวันอาทิตย์พี่ขับวีโก้ผ่านแถวปากซอยราชครู เจอคุณน้องด้วย กดแตรทักไป 2 ที ไม่รู้ได้ยินป่าว
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: รีวิว รองเท้าเสือหมอบ Specialized BG Pro Road

โพสต์ โดย giro »

คราวหน้ากดแตรทักไม่สำเร็จ ขับมาชนท้ายเลยครับ :lol:
ผมก็นึกว่าไปปั่นเกะกะบนช่องทางของรถเข้าน่ะครับ :mrgreen:
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”