ขอเกริ่นเคสเยี่ยมบ้านในครั้งนี้นิดนึงนะครับ
เคสนี้เป็นคุณตาอายุประมาณ 70 ปี
มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง
เมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วมีอาการเส้นเลือดในสมองแตก
เนื่องจากความดันที่สูงมาก
ทำให้เป็นอัมพฤกซีกซ้าย
มีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องอาศัยผู้ดูแลตลอด
เมื่อไม่นานมานี้มาทำกายภาพบำบัดที่ รพ.
มีปัญหาไม่สามารถยกแขน ลุกนั่ง หรือทำกิจวัตรประจำวันเองได้เลย
ได้ทำกายภาพและสอนวิธีการดูแลตนเองให้กับญาติ
เพื่อไปดูแลต่อที่บ้าน
วันนี้จึงถือว่าเป็นการเยี่ยมบ้านเพื่อประเมินว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่
หรือมีปัญหาที่ต้องช่วยเหลือสนับสนุนอย่างไรบ้างครับ

นัดรวมตัวหน้าตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉินเช่นเดิมครับ เวลา 17.00 น.

สมาชิกใหม่ยังไม่มีหมวกกันเลยครับ แต่แนะนำให้ซื้อแล้วนะ

ออกเดินทางครับ
ระยะทางงวดนี้นั้นระยะทางไปกลับประมาณ 20 กม.
ออกจากตัวตำบลนครไทย ไปตำบลเนินเพิ่ม
เรารู้แต่บ้านเลขที่และที่ตั้งคร่าวๆนั้นครับ ที่เหลือไปหาเอาดาบหน้า

คนนี้พี่หน่อยขาประจำ

แว่นว่ายน้ำครับ!!! ของแท้ พี่แกบอกมาคล่องตัวกว่า
และกันลมได้ดีกว่า แค่คลายสายให้หลวมๆเท่านั้น
ลองดูกันเองเน้อ!!!

ใส่จริง ขี่จริง ไม่มีตัวแสดงแทนครับ 555

หมอจุฬานี แพทย์เวชศาสตรชุมชนครับ

ช่วงนี้คนนี้ชอบไป รร. ไม่รู้มีอะไรดีแฮะ เลยไม่ค่อยมาขี่ สงสัยครูจะใจดี



ถามทางชาวบ้านแถวนั้นเอา


เข้าซอยนี้แหละครับ





ถึงแล้วครับ




มาหาคราวนี้คุณลุงดูดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนเยอะเลยครับ
สามารถลุกนั่งเองได้ ทำกิจวัตรบางอย่างเองได้ ยกแขนขาได้ดี
แต่ยังไม่สามารถยืนเองได้ครับ ต้องอาศัยคนพยุงช่วยเหลือ
นับว่าญาติสามารถดูแลได้เป็นอย่างดีครับ




แผลที่เกิดจากการประคบลูกสมุนไพรที่ร้อนเกินและนานเกินครับ
โดยส่วนมากแล้วผู้ป่วยอัมพฤกนั้นมักจะมีปัญหาการรับสัมผัสความรู้สึกร่วมด้วยครับ
มักจะเสียประสาทรับความรู้สึกต่างๆไปด้วยทำให้ไม่สามารถบอกได้ว่าร้อนเกินหรือไม่
ประกอบกับผู้ประคบนั้นขาดความรู้ ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้บ่อยครั้งครับ

เภสัชประยุธดูแลเรื่องยาโรคเรื้อรัง
ผู้ป่วยเรื้อรังส่วนมากนั้น
ญาติๆมักจะเปลี่ยน รพ.ที่รักษาบ่อยๆ
เนื่องจากคิดว่ายาที่ได้จาก รพ.ที่ตนอยู่ใกล้นั้นไม่ได้ผล
พฤติกรรมเหล่านี้พวกหมอๆเค้าจะเรียกว่า
“ช๊อปปิ้งอะราวด์”
ทำให้มียาที่ต้องกินเยอะมาก
บางอันยังไม่ทันกินหมด ก็ไปขอรับใหม่ ยาเก่ายาใหม่รวมกัน
หมดอายุบ้างไม่หมดบ้างก็กินๆไป
บางตัวก็ซ้ำซ้อนกันก็มี
ไหนจะยาลูกกลอน ยาสมุนไพร ยาจากคลินิก
ยาจากรพ.เอกชน ยาจาก รพ.รัฐ
อาจเกิดผลร้ายแรงตามมาทีหลังได้
ซึ่งอันที่จริงแล้วนั้น การรักษาโรคเรื้อรัง
มันต้องอาศัยเวลาครับ ไม่ใช่ว่าปุ๊บปั๊บจะหายทันที
ต้องกินยาควบคุม เปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ทำให้เกิดโรค
จึงจะหาย หรืออยู่กับมันได้อย่างไม่มีปัญหาครับ




พี่ภูเบศดูแลประเมินเรื่องกายภาพบำบัด

General เบ๊ ครับ

ไหนๆก็มาแล้วก็ดูคุณยายภรรยาคุณตาด้วยเลย

เจาะดูน้ำตาลในเลือดครับ
ปรากฏว่าน้ำตาลสูงมาก ครับ
สรุปเรื่องคุณตานั้น
มีความก้าวหน้าในการดูแลผู้ป่วยที่ดีขึ้นมากครับ
จากเดิมที่นอนแม๊บอยู่กับเตียงตลอด
แต่ตอนนี้สามารถลุกนั่งเองได้แล้ว
การทานยาก็สม่ำเสมอ
มีปํญหาเรื่องแผลจากลูกประคบ
กับคุณยายที่น้ำตาลสูงมาก
ซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว่ายายแกเป็นเบาหวานหรือไม่
และคุณตายังไม่ได้เริ่มหัดเดิน
คราวหน้าอาจจะต้องมาประเมินเรื่องการเดินของตา
และอาการเจ็บป่วยของคนดูแลครับ
เราใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเยี่ยมเยี่ยนคุณตาก็ขอลากลับ
นับว่าเป็นทริปเยี่ยมที่เห็นผลก้าวหน้าอย่างชัดเจนอีกเคสหนึ่งครับ
ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น
คนไปก็สนุก เจ้าบ้านก็ได้ประโยชน์
การเยี่ยมบ้านนั้น
โดยหลักการแล้ว
เป็นการช่วยเหลือสนับสนุน
ให้เค้าสามารถดูแลตนเองได้อย่างยั่งยืนและถูกต้อง
โดยให้ชีวิตมีปกติสุขที่สุด
ไม่ใช่การไปทำให้ทั้งหมด หรือการไปแจกของ
(แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ครับ กรณีเคสยากจนจริงๆ)
เพราะจะกลายเป็นว่าขาดเราเค้าอยู่ไม่ได้ไปซะ

เดินทางกลับครับ


เสือหมอบก็มานะครับ

