ลองมารวมหัวกันระดมความคิด ระดมกำลัง สร้างสรรรูปแบบงานกันใหม่ไหมครับ ผมเสนอบางแนวคิดไปยังฟาร์มโชคชัยแล้ว แต่ปีนี้ต้องเลยตามเลย(จากน้ำเสียงของจนท.ที่ผมเข้าไปพูดคุยด้วย) ปีนี้เขาคงสรุปบทเรียนเพื่อ...ปีหน้า...ว่ากันใหม่ แต่เห็นว่าจะดำเนินการตามหลักการและวิธีการของตนเองArtKorat เขียน:เรื่องปั่นเอาถ้วย ผมเชื่อว่าจะมีอย่างนี้ต่อไปอย่างไม่จบสิ้นครับ ผมเองเข้าใจว่าการปั่นแล้วได้ระยะทาง70กิโลหรือ3ชั่วโมงนั้นเป็นระยะทางที่ท้าทายมากสำหรับคนหัดใหม่ๆ เหมือนกับการวิ่งมินิมาราธอน10กิโลเมตร ใครออกมาวิ่งแค่คิดก็ไกลชิกหายแล้ว ดังนั้นการไปวิ่งก็อยากได้อะไรติดมือกลับมาบ้านเพื่อเป็นที่ระลึกในการไปร่วมกิจกรรม การไปถึงแล้วได้เหรียญกลับมาบ้านนั้นเป็นอะไรที่น่าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งและทำให้ผมบ้าอยู่พักหนึ่ง ผมเข้าใจนะครับว่าคนที่อยากจะมานั้นอยากที่จะมีของที่ระลึกกลับไป ส่วนอีกหลายท่านแค่มาได้ปั่นก็พอแล้ว เพราะว่ามันก็แค่ได้มาหาทริปปั่น หาที่เที่ยวเป็นของแถมก็ว่ากันไป ผมเข้าใจนะครับว่าการจัดงานใจเกิน100เป็นที่นิยมก็เพราะว่าเหตุนี้ การจัดทริปปั่นของสารพัดผู้นำเข้าจักรยานก็ได้รับความนิยมเมื่อก่อนแต่เดี๋ยวนี้ซาๆกันไปเพราะว่าไม่สามารถหาคนใหม่ๆมาปั่นก็เ็นแต่หน้าเดิมๆทำให้การตลาดไม่ได้กว้างอย่างที่เป็นอยู่ เพราะว่าคนเก่าที่ปั่นเอาเป็นเอาตายนี่แหละทำให้คนใหม่ปั่นเพื่อสุขภาพเจอแล้วเข็ดไม่มาอีกเลย
เหมือนกับปั่นของกลุ่มพวกเรานี่แหละ มันโหดซาดิสมาก ระยะทาง200กิโลเมตรที่ต้องปั่นกัน8ชั่วโมงใครไม่เคยเจอแล้วมาเจอก็ต้องบอกว่าถอดทุกราย และน้อยครั้งที่จะเห็นคนใหม่ๆออกมาปั่นกับกลุ่มครับ ซึ่งปีนี้นักกีฬาได้แยกซ้อมแล้วเนื่องจากพวกเค้าสังกัดกองทัพฯและเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเต็มตัวแล้ว ผมก็ยินดีกับน้องๆสองคนที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อปีที่แล้วและผมก็ถือว่าครูอนุบาลคนนี้ได้ส่งน้องๆเป็นนักปั่นอาชีพเต็มตัวให้กับกองทัพบก และกองทัพภาค2 ยินดีด้วย และเนื่องจากนักกีฬาแยกซ้อมแล้วทำให้กลุ่มเสือเฒ่ากลับมาปั่นแบบคนทั่วไปอีกครั้ง ลดความเข็มข้นลง ปั่นพักทุกชั่วโมงเหมือนเดิม และผมคิดว่ามันเหมาะสมแล้ว
กลับมาที่การปั่นรับถ้วยที่ระลึก ผมยังเห็นว่ามันเป็นกิจกรรมที่เหมาะสมอยู่ดีครับ ผมว่ามันจะเป็นงานวัดหรือไม่ก็ช่างครับ คนที่จัดทริปได้ดีมากๆผมว่าน่าจะเป็นโปรไบค์ที่เข้าใจเรื่องนี้ มีโดเมสติกคุมเพื่อจะให้รู้เลยว่าคุณไม่มีทางที่จะเปรี้ยวชนะคนเหล่านี้ได้แน่ๆ มีนักกีฬาที่แข็งแกร่งคุมหัวขบวนมิให้ท่านใดโชว์พาวไปเร็วเกินกว่าที่กำหนด ทุกท่านได้รับรางวัลไม่เห็นต้องมีถ้วย มีเพียงเสื้อว่าท่านมาร่วมงานกี่ครั้งแล้ว จัดงานเท่าที่กำลังคนจะดูแล จะเห็นว่ากลุ่มเซ็นจูรี่นั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆและแข็งแกร่งมากครับ ผมเห็นว่าการจัดปั่นใจเกิน100ถ้าจะทำให้แตกต่างก็ต้องทำแบบนี้ ไม่จำเป็นที่จะมาเน้นคนมากๆ มองไกลๆ ผมว่าสำเร็จได้ดีกว่านี้ เอาเซ็นจูรี่ของโบรไบค์นี่แหละเป็นต้นแบบครับ
ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะครับ ผมคิดว่าค่าจัดเงิน500บาทใช้งบประมาณเกินครึ่งล้านเพราะว่ามีงบจังหวัดอีกส่วน เพื่อให้ได้เงินมาสองหมื่นกว่าบาทเพื่อเข้ามาสโมสร อย่างนี้ไม่ต้องจัดเป็นพันคนเพื่อเอาเงินเข้าสโมสรเป็นทุนนักกีฬาดีกว่า จัดปั่นมัน 100 คนก็พอ ผมเป็นแม่งานให้ไก็ได้ใช้งบไม่เกิน20000 ได้เงินเหลือ เกิน30000เข้าจังหวัดแน่นอน จะมาจัดคนมาปั่นเป็นพันเพื่อได้เงิน20000เพื่ออะไร!!! ไม่อยากจะแซวหรอกครับถามให้ผมเป็นเกรียติไปร่วมงานๆหนึ่ง บังเอิญผมไม่ได้ไป แต่คนโพสคงจะไม่ได้เห็นง่ารวมได้เงิน30000เพื่อน้องแต่งานบางงานคนมาเป็น1000ได้เงินเท่าไหร่เพื่อกีฬานะ!!! แล้วเงินครึ่งล้านจัดมาเพื่อจ่ายสุรุ่ยสุร่าย คนที่ควรจะได้ ได้แค่สองหมื่น คนที่ไม่ควรจะได้ได้500000งั้น ควรจะเลิกพูดว่าจัดเพื่อการกีฬาดีกว่ามั๊ง เพราะว่ามันได้น้อยกว่าคนไม่กี่สิบคนระดมเงินแน่ๆ
ผมเห็นด้วยกับภาพรวมๆที่..อาร์ท..เสนอมานะ แต่ต้องรวมหัวกันคุยในรายละเอียดอีกครั้ง ให้มันแหวกไปอีกแนว ส่วนจะเป็นแนวไหน ก็คงขึ้นอยู่กับเพื่อนพ้องน้องพี่ ลุง อาว์ น้า ป้า ฯลฯ นะครับ