ทริป To say.....hello Vietnam เริ่ม หน้า 16 [ ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์ ]

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

ผู้นำเขมรแดงหรือ อังการ์

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พี่ใหญ่หมายเลข 1 พอล พต เจ้าของ วลีสุดท้ายก่อนลาโลก "I came to carry out the struggle, not to kill people. Even now, and you can look at me, am I a savage person?" ผมมาเพื่อต่อสู้สำหรับชนชั้นกรรมาชีพ (ชาวนา) ไม่ใช่มาฆ่าคน แม้บัดนี้คุณสามารถมองมาที่ผมได้ ผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นหรือ?"

รูปภาพ

พี่ใหญ่หมายเลข 2 นวน เจีย และนาง เอียง ธิริค ภรรยา เอียง สารี และเป็นน้องภรรยาของ พล พต อดีตรมต.สังคมสงเคราะห์

รูปภาพ

นาย เอียง สา รี น้องเขยของ พลพต อดีตรองนายกและรมต.ต่างประเทศ นาย นวน เจีย และ นาย เขียว สัมพันธื อดีตประธานาธิบดีและประมุขของเขมรแดง

รูปภาพ

สหายดุช หัวหน้าคุก Security office 21 [S 21] หรือ ตวล สเลง Tual Sleng
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 06 ก.พ. 2013, 09:05, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

ประวัติผู้นำเขมรแดง

ซาลอธ ซาร์ (ชื่อเดิมของพล พต) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2468 (ข้อมูลบางแหล่งกล่าวว่า พ.ศ. 2471) ในจังหวัดกำปงธม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงพนมเปญ มีพี่สาวเป็นนางสนมในวังของพระบาทสมเด็จพระสีสุวัตถิ์มุนีวงศ์ ซาลอธ ซาร์ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนช่าง สาขาวิชาช่างไม้ ในกรุงพนมเปญ และได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลเพื่อไปศึกษาต่อทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่ฝรั่งเศส
เอียง ซารี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2473 ในเวียดนามใต้ มีเชื้อสายจีน-เขมร ได้รับการศึกษาจากวิทยาลัยสีสุวัตถิ์ (Lycée Sisowath) ในกรุงพนมเปญ และได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในฝรั่งเศสทางด้านการพาณิชย์ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปเรียนทางด้านรัฐศาสตร์ในสถาบันการเมืองศึกษาแห่งกรุงปารีส (Institut d'Etudes Politiques de Paris) แทน
เขียว สัมพัน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2474 ได้รับการศึกษาจากวิทยาลัยศรีสวัสดิ์เช่นกัน มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์อย่างมาก คู่แข่งทางพรสวรรค์ของเขา คือ ฮู ยวน นักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มปัญญาชนปารีสอีกคนหนึ่ง ฮู ยวน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2473 ศึกษาต่อทางด้านเศรษศาสตร์และกฎหมายในฝรั่งเศส ทั้งเขียว สัมพันธ์ และฮู ยวน ต่างสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยปารีสเหมือนกัน
ซอน เซน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2473 เป็นชาวเขมรกรอม ศึกษาต่อในฝรั่งเศสด้านศึกษาศาสตร์และวรรณกรรมที่ Ecole Française de radioelectricité มีความสนใจในด้านยุทธศาสตร์การทหารอย่างมาก โดยเฉพาะสงครามสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
ฮู นิม เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2475 เดินทางไปศึกษาต่อและสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านกฎหมายในฝรั่งเศส และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยพนมเปญ เขามีความสนใจในเรื่องบทบาทการเงินของกัมพูชาที่ถูกภายนอกครอบงำ
นอกจากสมาชิกที่เป็นผู้ชายแล้ว ในกลุ่มปัญญาชนปารีสยังมีสมาชิกผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ทางการสมรสกับสมาชิกฝ่ายชายอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เขียว พอนนารี ภรรยาของซาลอธ ซาร์ เขียว ธิริธ ภรรยาของเอียง ซารี หรือยุน ยาต ภรรยาของซอน เซน สมาชิกหญิงเหล่านี้ต่างก็มีบทบาทสำคัญในระบอบการปกครองกัมพูชาประชาธิปไตย ที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติของเขมรแดง แทบทั้งสิ้น [คัดจาก เขมรแดง วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี]


การอพยพออกจากเมือง

ทันทีที่เข้ายึดพนมเปญได้ เขมรแดงได้สั่งให้อพยพประชาชนทั้งหมดออกจากเมืองหลวงไปสู่พื้นที่ชนบท พนมเปญที่เคยมีประชากรถึง 2.5 ล้านคนกลายเป็นเมืองร้าง ถนนที่ออกจากเมืองเต็มไปด้วยประชาชนที่ถูกบังคับให้เดินทางออกจากเมือง ลต ฉาย พี่ชายของพล พตที่ทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ตายระหว่างการอพยพอกจากพนมเปญ โรงพยาบาลในพนมเปญว่างเปล่า ไม่มีผู้ป่วย เขมรแดงอนุญาตให้ใช้พาหนะได้เฉพาะคนแกและคนพิการ ในระหว่างการอพยพคนออกจากเมืองนี้ เขียว สัมพันกล่าวว่ามีคนตายราว 2,000 - 3,000 คน ชาวต่างชาติราว 800 คนถูกกักตัวไว้ในสถานทูตฝรั่งเศส และในช่วงปลายเดือนนั้น คนต่างชาติเหล่านี้ ถูกส่งมายังชายแดนไทยด้วยรถบรรทุก หญิงชาวเขมรที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ จะได้รับอนุญาตให้ออกไปได้ แต่ชายชาวเขมรไม่ได้รับอนุญาตให้ติดตามภรรยาออกไป
หลังจากที่เขมรแดงขึ้นมามีอำนาจแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือ ประกาศให้ชาวเขมรทุกคนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน เงินทอง หรือแม้แต่คนที่ตัวเองรักทั้งหลาย เพื่อมาทำงานให้กับคอมมูน คอมมูนคือหน่วยย่อยของเขมรแดง มีคอมมูนละ 10,000 คน หน้าที่ที่คนในค่ายต้องทำทุกวันคือทำงานเกี่ยวกับการเกษตรทั้งหมด ตามแต่ที่คอมมูนใดจะสั่งลงมา แต่ทุกคอมมูนเหมือนกันหมดคือทำงานโดยใช้แรงงานคนทั้งหมดโดยไม่มีเครื่องมือใดๆช่วยทุ่นแรง และต้องทำงานเป็นเวลา 11 ชั่วโมง เป็นเวลา 9 วันติดใครทำงานช้าหรืออิดๆออดๆจะถูกลงโทษอย่างหนัก ส่วนวันที่ 10 ต้องมานั่งฟังพวกเขมรแดงอบรมเรื่องลัทธิคอมมิวนิสต์
[แก้]ความน่าหวาดกลัว
หน่วยรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่าสันติบาลที่จัดตั้งขึ้นหลังจาก 17 เมษายน พ.ศ. 2518 นำโดย ซอน เซน รัญมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชาประชาธิปไตย เขาได้มอบหมายให้ดุจ เป็นผู้ดำเนินการหน่วยนี้ ในช่วงแรก เขาใช้บริเวณเมืองหลวงเป็นที่กักขังนักโทษ ต่อมา ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2519ดุจได้ย้ายสถานที่คุมขังมาที่คุกตวล แซลงที่คุมขังนักโทษได้ถึง 1,500 คน รัฐบาลเขมรแดงได้สั่งให้จับกุมและประหารชีวิตบุคคลที่ต้องสงสัยว่าเป็นศัตรูของรัฐ ได้แก่
ทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลสาธารณรัฐเขมรหรือรัฐบาลต่างชาติ
ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ รวมทั้งทุกคนที่มีการศึกษาหรือแม้แต่คนที่สวมแว่นตา
ผู้มีความชำนาญในศิลปะ นักดนตรี นักเขียน นักแสดงถูกประหารชีวิต เช่น รส เสรีโสทา แปน โรน และสิน ศรีสมุท
ชนกลุ่มน้อยที่มีเชื้อสายเวียดนาม จีน ไทย และชนกลุ่มน้อยบางส่วนในพื้นที่สูงทางตะวันออก ชาวกัมพูชาที่นับถือศาสนาคริสต์หรืออิสลาม พระสงฆ์
พ่อค้าในเมืองที่ไม่มีความสามารถในการทำการเกษตร
มีประชาชนประมาณ 17,000 คนที่เคยเข้าคุกตวลซแลง ส่วนใหญ่ถูกประหารชีวิต มีเพียงราวพันคนที่รอดชีวิตออกมาได้ จำนวนประชากรที่เสียชีวิตในช่วงที่เขมรแดงครองอำนาจยังเป็นที่โต้แย้งกันอยู่ รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชาที่ครองอำนาจสืบต่อจากเขมรแดงระบุว่ามีคนตายไป 3.3 ล้านคน แต่ยังหาตัวเลขที่เป็นการสรุปแน่นอนไม่ได้

นอกจากนี้ในการทำงานที่คอมมูน ซึ่งใช้แรงคนถึง 10,000 คน มีการพักผ่อนอันน้อยนิดและอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สามารถรองรับคนงานที่ทำงานกลางไร่-กลางแจ้งเกินวันละ 10 ชั่วโมงได้ คนป่วย สตรีมีครรภ์ คนชราและเด็กทารกเพิ่งคลอดคือผู้รับเคราะห์เนื่องจากมีอัตราการตายสูงมาก เพราะร่างกายไม่สามารถทำงานหนักๆ ได้ บางครั้งผู้หญิงที่เพิ่งคลอดจะถูกสั่งให้ไปทำงานหลังพักคลอดเพียง 2-3 วันเท่านั้น ใครที่ทำงานไม่ได้หรือป่วยหนัก มักมีจุดจบอยู่ที่การถูกนำไปยิงทิ้งทันที จากนั้นศพของเขาและเธอเหล่านั้นจะถูกส่งลงหลุมฝังหมู่ทันที มีไม่น้อยที่จะเสียชีวิตเพราะขาดสารอาหารตาย ส่วนผู้ป่วย-คนพิการ ถือเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศ พอล พต ก็ไม่รอช้าที่กำจัดบุคคลเหล่านี้ การกำจัดมีหลายวิธี แต่ต้องให้โอกาสก่อน (ช่างเมตตาเหลือเกิน) นี่คือคำชี้แจงของเขียว สัมพันธ์ เพราะแม้จะพิการ-สติไม่ดี ก็จะนำมาใช้แรงงานเหมือนบุคคลปกติ เมื่อหาประโยชน์จากเขาเหล่านั้นไม่ได้ สิ่งที่จะใช้ปิดฉากนั้นคือ การฟาดให้ตายหรือสาดตะกั่วสังหารเขาเหล่านั้น
ผู้ใดหลบหนีจากคอมมูนจะถูกนำไปฝังทั้งเป็น จากนั้นชาวเขมรแดงจะทำกิจกรรมหลายๆ อย่างจากร่างของเหยื่อเหล่านั้น เช่น การปัสสาวะ ถ่มน้ำลาย รวมไปถึงการทุบตีขณะที่เหยื่อไม่สามารถปกป้องตนเองได้

คนจำนวนมากที่หิวโหยถึงขีดสุดนั้นมักจะหาโปรตีนมาเสริมให้ร่างกาย ทว่าในคอมมูนกักกันจะหาโปรตีนที่ไหนได้นอกจากซากศพของคนงานด้วยกันที่พวกเขาเห็นว่าเพิ่งถูกสังหาร พวกเขาจะวางแผนกันยามค่ำขณะที่ทหารเขมรแดงเผลอไผล รีบไปยังหลุมฝังเพื่อฉีกกระชากซากศพ เพื่อนำเลือดและเนื้อจากซากศพไปหลอมเป็นโปรตีนให้แก่ร่างกายเพื่อจะได้มีชีวิตรอดต่อไปในวันข้างหน้า ผู้ที่รอดพ้นทหารเขมรแดงเมื่อรอดก็รอดไป แต่เมื่อเขาถูกจับได้ ผลที่ตามนั้นอาจทรมานยิ่งกว่าความตาย – ทหารเขมรแดงจะนำเชือกรัดมือ-รัดเท้า เป็นแท่นตรงๆ เพื่อนำไปเสียบกับหลุมที่ขุดไว้ จัดการฝังรากลึกลงไป แค่นั้นอาจยังไม่อำมหิตพอมือ เพราะหลังจากนั้นเขาจะกลับศีรษะของเหยื่อกินศพรายนั้นและเอาศีรษะของเขาจิ้มลงพื้นดินเสมือนนกกระจอกเทศที่เมื่อตกใจจะฝังหัวลงไปในพื้นดิน แน่นอนเหล่านักกินศพไม่อาจทนได้กับการฝังให้หายใจไม่ออกจนตาย ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตาย
รื่องสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวและทั่วโลกจดจำที่สุดคือคุกนรกของเขมรแดงนั่นเอง คุกที่โด่งดังที่สุดก็ได้แก่ คุกหมายเลข 21 (S-21) คุกตุล สาเลช (Tuol Sleng) ที่สมัยก่อนเคยโรงเรียนมัธยม มาบัดนี้เขมรแดงได้ดัดแปลงจนกลายเป็นนรก ในช่วงสี่ปีที่เขมรแดงครองอำนาจมีคน 17,000-20,000 ถูกนำมาขังและฆ่าที่นั่น โดยคนเหล่านี้ถูกยัดเยียดว่าเคยก่ออาชญากรรมหรือข้อหาที่ฟังๆ ดูไร้สาระ เช่นความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ อ่านหนังสือออก เป็นต้น จุดเด่นของคุกนี้คือเมื่อนักโทษถุกนำมาจะถูกถ่ายรูปพร้อมหมายเลขเก็บประวัติ จากนั้นก็มีการทำสอบสวนโดยการทรมานแบบโหดร้าย มีการทรมานด้วยเครื่องมือทรมานแบบยุคกลาง เช่น ทุบตี ไฟฟ้าซ็อต ถอดเล็บ พวกผู้คุมไม่นิยมให้นักโทษตายคาที่มากนัก พวกเขาอยากทรมานนักโทษมากกว่า เช่น บังคับให้กินอุจาระหรือปัสสาวะ ถูกล่ามอยู่ตลอดเวลาแม้แต่นอนหลับ

หลังจากทรมานจนสาแก่ใจแล้ว พวกนักโทษก็จะถูกส่งไปยังเจืองเอ็ก (Choeung Ek) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ทุ่งสังหาร" (The Killing Field) เพื่อนำไปสังหารโดยวิธีการต่างๆ โดยไม่ใช้กระสุนปืนในการฆ่าและเมื่อฆ่าแล้วจะฝังศพเป็นหมู่ ภายหลังคุกทั้งสองนี้ถูกเวียดนามเข้ายึดได้ในปี ค.ศ.1979 ก็พบว่าคุกแรกมีนักโทษรอดชีวิตเพียงเจ็ดคนเท่านั้น ส่วนทุ่งสังหารก็พบศพกว่า 8,895 ศพ ในหลุมขนาดใหญ่ ที่น่าสนใจคือในคุกแห่งนั้นมีนักโทษที่เป็นชาวต่างชาติด้วย เช่นชาวอเมริกันสองคน ทั้งสองไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เพียงแค่พวกเขาล่องเรือจากไทยแล้วหลงทางมายังเขมรเท่านั้น พวกเขาถูกจับแล้วมาทรมานจนเสียชีวิตในนรกแห่งนี้ ปัจจุบันสถานที่ทั้งสองได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อระลึกถึงความโหดร้ายของเขมรแดง

4 ปีแห่งความทรมานของชาวเขมรกับแผนพัฒนาประเทศ (หรือแผนสังหารประเทศ) ของเขียว สัมพันธ์ ในที่สุดพอล พต ได้ตัดสัมพันธ์กับเวียดนาม-พันธมิตรเก่าอย่างไร้เยื่อใย เวียดนามโกรธมากที่กัมพูชาทำอย่างนั้น จึงได้ส่งกองกำลังขนาดใหญ่บุกกัมพูชาในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปี ค.ศ.1978 ได้ชัยชนะในกลางเดือนมกราคม ค.ศ.1979 ขับไล่พวกเขมรแดงออกไปตั้งหลักอยู่บริเวณติดกับชายแดนประเทศไทย ใกล้ๆ ตราดและอุบลราชธานี จนกระทั่งกลับกลายเป็นกลุ่มกองโจรกระจอกในที่สุด ส่วนพอล พต, เขียว สัมพันธ์ และผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ หนีรอดไปได้ ข่าวคราวของพอล พตและเขียว สัมพันธ์ หายไปจากประวัติศาสตร์เขมรนานนับสิบปี (มีข่าวว่ารัฐบาลไทยช่วยเหลือหาที่หลบซ่อนพอล พต)
จากนั้นดูเหมือนจะเป็นเวรกรรม … พอต พต ป่วยเป็นโรคร้ายเขาอัมพาตครึ่งตัว แต่กระนั้นเขาก็ยังเป็นผู้นำเขมรแดงอยู่ แม้ว่าเขาจะสละอำนาจไปให้คนอื่น แต่คนพวกนี้ก็เป็นเพียงหุ่นเชิดของพอล พต เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเขมรแดงของพอล พต ก็ไม่มีอิทธิพลอะไรอีกแล้ว สมาชิกสำคัญหลายคนของเขมรแดงยอมจำนนและเข้าร่วมรัฐบาล ขนาดนายเล็ง สารี ซึ่งเป็นน้องเขยของพอล พต ยังขอยอมแพ้ หรือแม้แต่ตัวนายซอน เซน ก็ถูกพอล พต ยิงทิ้งข้อหาที่พยายามหักหลัง
ชีวิตพอล พต ช่วงสุดท้ายเหมือนชายชราที่หลงลืมๆ อัลไซเมอร์ ที่เอาแต่พูดเรื่องอดีตและอยู่อย่างสิ้นหวัง จนสมาชิกเขมรแดงบางคนมีความคิดว่าจะส่งเขาไปศาลพิเศษสำหรับอาชญากรต่อมวลมนุษยชาติ แต่ความคิดนี้ก็สายไปเสียแล้ว … ในคืนวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.1997 นายพอล พต เสียชีวิตอย่างสงบภายในกระท่อมที่คุมขังเขา คนใกล้ชิตของพอล พต บอกว่าเขาตายเพราะโรคหัวใจ ถึงแม้หลายฝ่ายจะพยายามเข้าไปตรวจสอบศพ แต่อีกสองวันให้หลัง ศพของพอล พต ก็ถูกเผาท่ามกลางกองขยะและกองยาง ทำให้ชาวโลกสงสัยจนถึงทุกวันนี้ว่าพอล พต เสียชีวิตเพราะอะไรกันแน่ ?

I came to carry out the struggle, not to kill people. Even now, and you can look at me, am I a savage person?"

แปลเป็นไทยก็ประมาณว่า "ผมมาเพื่อต่อสู้สำหรับชนชั้นกรรมาชีพ (ชาวนา) ไม่ใช่มาฆ่าคน แม้บัดนี้คุณสามารถมองมาที่ผมได้ ผมเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นหรือ?"

นี่คือคำกล่าวสุดท้ายที่มีต่อโลก (ต่อหน้าผู้สื่อข่าวที่บุกไปสัมภาษณ์และถามถึงความรับผิดชอบของเขาที่มีต่อการตายของเพื่อร่วมชาติหลายล้านกว่าคน) อันเป็นการกล่าวอ้างที่เข้าข้างตนเองอย่างหน้าด้านๆ โดยไม่ได้สนใจอะไรกับชีวิตของชาวกัมพูชานับล้านๆ คน และคำพูดสุดท้ายที่มีต่อผู้สื่อข่าวต่างชาตินั้นคือ

"ผมไม่เหลืออะไรอีกแล้วทั้งเงิน อำนาจ ทหาร หากทั้งนี้แล้ว … ปล่อยให้ผมมีชีวิตรอดจนช่วงสุดท้ายเถิด"

นั่นหมายความว่า พอล พต หมดเขี้ยวเล็บถาวรไปแล้ว เพราะหากเขายังมีกำลังอยู่ ผู้สื่อข่าวคงไม่มีวันได้ออกมาจากบ้านพักกักกันแน่นอน

รูปภาพ

รูปภาพ

ร่างที่ไร้วิญญาณ พล พต ถูกฌาปนกิจบนกองฟอน ณ.ที่พำนักแหล่งสุดท้ายใกล้ชายแดนไทย

รูปภาพ

ลูกน้องคนสนิท ตั้งศาลเพียงตาให้ที่ ถูก ฌาปนกิจ

ส่วนสมาชิกเขมรแดงที่มีส่วนร่วมสังหารหมู่ ต่างคนก็ได้รับผลกรรมหรือตายก่อนได้รับผลกรรม เช่น นายพลตา ม็อค เพื่อนพอล พต นั้นก็ถูกทหารของรัฐบาลจับในปี ค.ศ. 1999 และเสียชีวิตในคุกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.2006, สหายดุช หัวหน้าคุกนรกติดคุก ขณะที่ผู้นำหลายคนยังใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่ในชนบท กระบวนการศาลของเขมรนั้นไปอย่างเชื่องช้าเพราะว่ามีนักกฎหมายกัมพูชาพยายามช่วยเหลือ อีกทั้งผู้นำเหล่านี้ส่วนมากชราภาพและมีปัญหาเรื่องสุขภาพจนไม่ความจำเป็นต้องขึ้นศาล ปล่อยตายเพราะหมดอายุไขไปเถอะ และที่น่าสนใจคือเกือบทั้งหมดอาจตายเพราะโรคชรามากกว่าจะตายเพราะการตัดสินด้วยซ้ำไป

[คัดลอกจาก พอล พต ทุ่งสังหาร นรก บนดินใน lonesomebabe.wordpress.com/]
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 04 ก.พ. 2013, 13:30, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปหัวกระโหลกมนุษย์ถูกนำมาเรียงเป็นแผนที่ประเทศกัมพูชา ติดตั้งอยู่ที่อาคาร 3 ชั้นล่างของคุก S 21

รูปภาพ

แผนที่ของประเทศกัมพูชาเต็มไปด้วสีเแดงทั่วประเทศ ตั้งอยู่ที่อาคาร 3 ชั้นล่าง ของคุก S 21

ศูนย์การฆ่าล้างเผ่าพันธ์เจืองเอ็ก

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

ผมซื้อตั๋วเข้าไปดูเจืองเอ็กจ่ายค่าตั๋วไป 5 เหรียญ ได้เครื่องเล่นพร้อมหูฟังมามีคู่มือให้ใช้เป็นภาษาไทยด้วยเดี๋ยวผมจะใช้เสียงที่แท้จริงที่เป็นภาษาไทย บางตอนของ Mr.hotsia เที่ยวทุ่งสังหาร เชิญฟังได้แล้วครับ

[youtube]pbgPLtHr3lM&autoplay=1[/youtube]
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

ทางเดินรอบๆรั้วของทุ่งสังหาร ยังคงรักษาสภาพเดิมเมื่อครั้งก่อนโน้นเอาไว้

รูปภาพ

บริเวณทุ่งนานอกรั้วของ ทุ่งสังหาร

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สระน้ำในบริเวณทุ่งสังหาร เชื่อกันว่า มีกระดูกของเหยื่อจมอยู่มากมายหากแต่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการรบกวนวิญญาณของเหยื่อผู้บริสุทธ์
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พิพิธภัณฑ์เจืองเอ็ก จัดแสดง ประวัติ ชุดเครื่องแบบอังการ์ เครื่องมือที่ใช้สังหารเหยื่อ เสื้อผ้าของเหยื่อ รองเท้า และกระโหลกเหยื่อของอังการ์บางส่วน

รูปภาพ

แบบแปลน แสดงตำแหน่งที่ตั้ง ทางเข้า สถูป และหลุมฝังศพ

รูปภาพ

แบบแปลน แสดงที่ตั้งคุก S21 อยู่ด้านในของกรุงพนมเปญ ส่วนที่เป็นรูปหัวกระโหลกนั้นคือที่ตั้ง ทุ่งสังหาร ครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 04 ก.พ. 2013, 13:45, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ร่องรอยบนกระโหลก[ บริเวณหน้าผาก] กระดูกบริเวณหน้าผากแตก ร่องรอยจากการถูกตี เหยื่อถูกทรมาณก่อนสิ้นลม

รูปภาพ

รูกระสุนปืน บนกระโหลกเหยื่อของอังการ์
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมคืนเทปให้เจ้าหน้าที่ นั่ง took took ของเจ้า เพ็ญ กลับเข้าเมืองด้วยจิตใจหดหู่ คิดทบทวนจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่มาของเหยื่อเป็นใคร จากการบรรยายเป็นภาษาไทย ความรู้สึกเศร้า สับสน เลยชวนเจ้า เพ็ญ ให้พาไปนั่งกิน ร้านวัวย่างย่านหลังวัด อุณาโลม ค่าเบียร์ อาหาร 12 เหรียญ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เจ้าเพ็ญพาผมมาเส้นทางใหม่ ผ่านโรงงานทอผ้า สภาพโรงงานยังล้าหลังบ้านเรา รถที่มารับ ส่ง พนักงานเป็นรถบรรทุกมีคอกไม้สูง ไม่มีหลังคา เบาะนั่ง ด้านหน้าโรงงาน
ฝุ่นค่อนข้างเยอะ ผ่าน พนมเปญแอร์พอร์ต
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 04 ก.พ. 2013, 13:03, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมพักที่นี่สำหรับคืนแรก หลังวัด อุณาโลม มีโรงแรม เกสต์เฮาส์ สำหรับนักท่องเที่ยวเยอะมาก มีหลากหลายราคาสำหรับนักเดินทาง แต่หากเปรียบเทียบกับเสียมเรียบ เสียมเรียบเป็นเมืองที่สะอาด ผู้คน ถนน ร้านค้าน่าอยู่กว่า พนมเปญ มาก
รูปประจำตัวสมาชิก
sorpinya
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 789
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2011, 14:28
team: ผีบ้า บ่พอปัว
Bike: orbea H30 jab 7700 MASI CX

Re: ตำนานเลือดศัตรูของอังการ์

โพสต์ โดย sorpinya »

17/01/2556 เยือนคุก S 21 หรือ Toul Sleng

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ ภาพของทุ่งสังหาร รูปถ่ายที่ผมถ่ายมาเสมือนอยู่ในหัวผมตลอดเวลา ผมลงมาค่อนข้างสาย จากนั้นผมก็เดินทางไปที่ Toul Sleng หรือ S 21

ตั้งอยู่ที่ถนน st113 Sangkat Beoung Keng Kang III ค่าตั๋วเข้าชม 2 เหรียญ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวและทั่วโลกจดจำที่สุดคือคุกนรกของเขมรแดงนั้นเอง คุกที่โด่งดัง

ที่สุดก็ได้แก่ คุกหมายเลข 21 (S-21) คุกตุล สาเลชTuol Sleng) ที่สมัยก่อนเคยโรงเรียนมัธยม มาบัดนี้เขมรแดงได้ดัดแปลงจนกลายเป็นรก ในช่วงสี่ปีที่เขมรแดงครอง

อำนาจมีคน 17,000 -20,000 ถูกนำมาขังและฆ่าที่นั้น โดยคนเหล่านี้ถูกยัดเยียดว่าเคยก่ออาชญากรรม หรือข้อหาที่ฟังๆ ดูไร้สาระ เช่นความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ อ่าน

หนังสือออกเป็นต้น จุดเด่นของคุกนี้คือเมื่อนักโทษถุกนำมาจะถูกถ่ายรูปพร้อมหมายเลขเก็บประวัติ จากนั้นก็มีการทำสอบสวนโดยการทรมานแบบโหดร้าย มีการทรมานด้วย

เครื่องมือทรมานแบบยุคกลาง เช่นทุบตี ไฟฟ้าซ็อต ถอดเล็บ พวกผู้คุมไม่นิยมให้นักโทษตายคาที่มากนัก พวกเขาจากทรมานนักโทษมากกว่า เช่น บังคับให้กินอุจจาระหรือ

ปัสสาวะ ถูกล่ามอยู่ตลอดเวลาแม้แต่นอนหลับ หลังจากทรมานจนสาแก่ใจแล้ว พวกนักโทษก็จะถูกส่งไปยังเจืองเอ็ก (Choeung Ek) หรือเรียกอีกชื่อ หนึ่งว่าทุ่งสังหารทุ่ง

สังหาร (The Killing Field) โดยรถบรรทุก เพื่อนำไป สังหารโดยวิธีการต่าง ๆ โดยไม่ใช้กระสุนปืนในการฆ่า และเมื่อฆ่าแล้วจะ ฝังศพเป็นหมู่ ภายหลังคุกทั้งสองนี้ถูก

เวียดนามเมื่อคุกถูกเวียดนามเข้ายึดได้ในปี1979 ก็พบว่าคุกแรกมีนักโทษรอดชีวิตเพียงเจ็ดคนเท่านั้น หนึงในนั้นคือ Chum Mey เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง ช่วงหลังครับ ส่วนทุ่ง

สังหารก็พบศพกว่า8,895ศพ ในหลุมขนาดใหญ่ ที่น่าสนใจคือในคุกแห่งนั้นมีนักโทษที่เป็นชาวต่างชาติด้วยเช่นชาวอเมริกันสองคนที่ทั้งสองไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เพียงแค่พวก

เขาล่องเรือจากไทยแล้วหลงทางมายังเขมรเท่านั้น จนถูกจับแล้วมาทรมานจนเสียชีวิตในนรกแห่งนี้ ปัจจุบันสถานที่ทั้งสองได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อระลึกถึงความโหดร้ายของ

เขมรแดง
แก้ไขล่าสุดโดย sorpinya เมื่อ 09 ก.พ. 2013, 19:17, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”